วิวาห์ตีทะเบียน (ฉบับรีไรท์)

ตอนที่ 2 : ลูกชายหายตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 ก.ย. 61


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 2

ลูกชายหายตัว

 

 

 

 

 

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนยี่ห้อดังรุ่นล่าสุด สั่นแรงบนโต๊ะโคมไฟข้างเตียงอยู่เป็นนาน จนแบตเตอรี่ใกล้จะหมดรอมร่อ แต่ผู้เป็นเจ้าของก็หาได้สนใจไยดีมันไม่

“คุณรุตคะ โทรศัพท์แน่ะค่ะ”

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกันบอก พร้อมกับพยักพเยิดหน้าให้ไปมอง

แต่ว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจมันมากไปกว่าสองเต้าขาวอวบเต็มไม้เต็มมือที่เขากำลังง่วนชมและชิมอยู่ไม่รู้เบื่อนี่เสียที ในเวลานี้ อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่าภารกิจพิศวาสตรงหน้านี่ทั้งนั้น

“อ๊ะ...อุ๊ย...เบาๆ สิคะ” ร้องอิ๊อ๊ะห้ามปรามไม่จริงจังนัก เมื่อชายหนุ่มคลุกเคล้าใบหน้าลงกลางทรวงอกนุ่มหยุ่นนั่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาขบงับกลืนกินพวงเต้าขาวนวลอย่างได้ใจ ยิ่งเมื่อเสียงปรามเปลี่ยนมาเป็นครวญครางกระเส่าเขายิ่งย่ามใจหนัก

ใครจะโทรมา? จะธุระอะไรก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะนี่มันวันหยุด เป็นเวลาพักผ่อนที่เขาควรจะได้มีความสุขกับเวลาส่วนตัว และผู้หญิงของตัวเอง

และก็พอจะคาดเดาได้หรอกว่า คนที่โทรหาในเวลานี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคนในครอบครัว และถ้าจะให้ระบุชัดๆ ลงไปเลยล่ะก็ คงไม่พ้นคุณฤดีนาถเป็นแน่ ที่ตามจิกตามเช็คว่าเขากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ก็มีคนเดียวนี่แหละ

วิศรุตรู้ดีว่าครอบครัวของเขา โดยเฉพาะเจ้าสัววิชาญ ไม่ชอบเวสิตาคู่ควงของเขานัก เพราะรังเกียจอาชีพเต้นกินรำกินที่ท่านว่า อวดเนื้อหนังมังสาให้คนอื่นเห็น ปู่ของเขาน่ะหัวโบราณ คิดอะไรอย่างคนแก่ ทั้งที่โลกยุคสมัยนี้หมุนไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว

เขาไม่เห็นจะแคร์สักนิดว่าใครจะเห็น หรือไม่เห็นอะไรในตัวผู้หญิงของเขา ตรงกันข้าม ยิ่งคนอื่นได้เห็นว่าเจ้าหล่อนสวยขนาดไหน ไม่เพียงแค่หน้าตา หรือรูปร่าง แต่ทั้งเนื้อทั้งตัว เขาก็ยิ่งภาคภูมิใจ เพราะเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ คนอื่นจะเห็น ก็ได้แค่เห็น ไม่มีวันจะได้คลุกเคล้า บีบคลำ ขยำเคล้น กอดจูบลูบไล้ไซ้ซุกอย่างที่เขากำลังทำอยู่

ยิ่งแฟนสาวของเขา มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งภาคภูมิใจที่ตัวเองเป็นที่อิจฉาริษยาของผู้ชายทั้งประเทศ

“อื้ม...อ่า....”

มือเรียวสอดซุกเข้ามาในพวงผมหยักศก จับศีรษะทุยได้รูปของคนที่กำลังตวัดลิ้นไล้เลียลงต่ำอย่างย่ามใจ บังคับไม่ให้เขาทรมานเธอเกินควร

“สิตาอยากไปเที่ยวทะเล...อื้ม...” เอื้อนเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการ เพราะในเวลาที่วิศรุตกำลังปรารถนาหล่อนอย่างเร่าร้อน เขาตามใจหล่อนอยู่แล้ว อยากได้ หรือปรารถนาสิ่งใด ขอออกไปในเวลานี้ เขาไม่เคยปฏิเสธเลย

“อื้ม...ทะเลที่ไหนดีล่ะ?” คนที่ระดมจูบอยู่แถวหน้าท้องนวลเนียนถามพร้อมกับเสียงครางเบาๆ

“มัลดีฟดีไหมคะ? เดือนหน้าสิตาว่าง”

“ได้สิ” ใบหน้าคร้ามผงกขึ้นมาพร้อมกับให้คำมั่นสัญญา ดวงตาคมกล้าฉายแววความปรารถนาร้อนแรง เอื้อมมือไปหยิบซองฟอยด์จากลิ้นชักหัวเตียงไปฉีก แล้วรีบจัดการป้องกันตัวเอง

“คุณรุตน่ารักที่สุด”

“จ๊ะ แต่ก่อนไปมัลดีฟ ผมพาคุณไปทัวร์สวรรค์ก่อนดีกว่า” ว่าพร้อมกับแยกเรียวขาเนียนขาวออกห่าง แล้วจะดันร่างหนาเข้ามาแทนที่

“อุ๊ย” เสียงร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ เมื่อกายล่ำสันทับโถมเข้ามาหา พร้อมกับสอดแทรกความสุขที่แข็งกร้าวผ่าวร้อนเข้ามาเติมเต็มในตัวเธอ

“อื้ม...” เสียงร้องครางพึงพอใจ ใบหน้างามบิดเบ้นิดๆ

ริมฝีปากร้อนฉ่าแนบลงมาประกบติด บดคลึงเรียวปากนุ่มแรงจนหล่อนต้องเผยอเปิดปากให้ เกี่ยวพันแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มวาบหวาม พร้อมกับที่สะโพกก็ขยับโยกรับสัมผัสแนบแน่นล้ำลึกที่กระหน่ำเข้ามาในกายไม่หยุดยั้ง

“คุณรุต...อาห์...”

“ศิตา...อื้ม...”

หล่อนทุ่มเทสุดตัวที่จะเย้ายั่วปั่นหัวให้เขาหลงใหลอยู่ในห้วงกามาที่มีเพียงแค่กันและกัน ทุกทางที่จะเติมเต็มความสุข ปรารถนา ใคร่อยากให้วิศรุตพึงพอใจอย่างยิ่งยวด ชนิดที่ว่าใครหรืออะไรก็ไม่สามารถดึงความสนใจของเขาไปจากหล่อนได้

 

 

“นี่หนูแพรวทำเองหรือนี่?”

เจ้าสัววิชาญหยิบปั้นขลิบขนาดพอดีคำที่นำมาเสิร์ฟคู่กับน้ำชาขึ้นมาพิศดูอย่างชอบอกชอบใจในความประณีตของขนมที่กำลังรับประทานอยู่

“ก็มีเขาคนเดียวนี่แหละใจเย็นนั่งปั้นอยู่ได้ แกลองชิมสิเจ้าชาญว่ารสมือสู้เมียฉันทำได้ไหม?” คุณยงยุทธยุส่ง อยากอวดฝีมือทำขนมของหลานสาวใจจะขาด

เจ้าสัวส่งปั้นขลิบไส้กุ้งเข้าปาก ละเลียดเคี้ยวชิมพร้อมกับผงกหน้าช้าๆ อย่างพึงพอใจ ยกน้ำชาขึ้นจิบตาม

“อร่อย...ฝีมือเหมือนพิศมัยไม่มีผิด”

“ก็ศิษย์เอกเขานี่นา ฮะ...ฮะ...ฮ่า...” ว่าแล้วก็หัวเราะลงลูกคออย่างอารมณ์ดี

สาวหน้าใสที่นั่งฟังอยู่ยิ้มแป้น พร้อมกับขยับจานขนมไทยอีกชนิดหนึ่งไปใกล้ๆ ท่าน พอรู้ว่าวันนี้เจ้าสัวจะมา และปู่ของเธอจะมีเพื่อนคุย แพรวพิชชาก็รีบทำขนมเพื่อให้ทั้งสองคนได้ทานอย่างอร่อย ตัวเธอเองก็จะได้ขอตัวไปทำงานที่ทำค้างอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลด้วย

“ลองชิมตะโก้ใบเตยด้วยสิคะปู่ชาญ”

“ชิมแน่ๆ ว่าแต่มีเท่านี้หรือ? เห็นท่าว่าจะไม่พอกินนะ พอดีวันนี้ปู่พาตัวเขมือบมาช่วยชิมด้วย” ว่าพร้อมกับพยักพเยิดใบหน้าไปทางชายหนุ่มหน้าไม่คุ้นที่เดินตามเข้ามายังศาลาทรงปั้นหยากลางสวนร่มรื่นนี่ทีหลัง

“สวัสดีครับ” วาคิมยกมือไหว้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับเจ้าสัว ถัดกันนั่น เป็นหญิงสาวหน้าตาหมดจดสดใส แต่งตัวมิดชิดเรียบร้อยอย่างที่ไม่ค่อยเห็นผู้หญิงสมัยนี้นุ่งใส่กันนัก

“สวัสดีๆ เข้ามานั่งด้วยกันสิหลานชาย” คุณยงยุทธกวักมือชวน

“นี่เจ้าวาคิม ลูกชายเจ้าวสันต์ กับแม่วิไลเลขา เพิ่งกลับมาจากอเมริกาได้สามเดือน ยังไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ได้ออกไปไหน เลยพามาให้รู้จักกับหนูแพรวไว้ จะได้เป็นเพื่อนกัน” เจ้าสัวแนะนำหนุ่มเหน้าหน้าตาดีที่วันนี้ทำหน้าที่สารถีแทนจ๊อด

วาคิมเดินเข้ามาร่วมวง เขาผงกหน้าและยิ้มทักทายหญิงสาวอ่อนวัยหนึ่งเดียวในสายตา ที่พอมองใกล้ๆ จึงเห็นว่าผิวพรรณเนียนละเอียด หน้าตาสดใส ดวงตากลมใหญ่เป็นประกาย ปากนิด จมูกหน่อยจิ้มลิ้มน่ารัก เจ้าหล่อนกระพุ่มมือไหว้เขาอ่อนช้อยราวกับได้รับการฝึกมารยาทมาเข้มงวด จนเขาต้องรีบยกมือรับไหว้ไม่ทัน

“ดีเลย หนูแพรวก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเหมือนกัน วันๆ ขลุกอยู่แต่ที่บ้านกับที่โรงเรียน วนเวียนอยู่แต่กับเด็ก กับคนแก่ จะได้มีเพื่อนรุ่นๆ เดียวกัน” คุณยงยุทธว่ายิ้มๆ

“อายุเท่าไหร่แล้วล่ะหลานชาย?” หันไปถามอย่างสนอกสนใจ เพราะโดยปกติ เจ้าสัวจะมากับคนขับรถเสียเป็นส่วนใหญ่

“กำลังจะย่างเข้ายี่สิบห้าเดือนหน้านี่แหละครับ”

“หนูแพรวก็เพิ่งครบยี่สิบสี่ไปใช่ไหมหลาน?” หันไปถาม

“ค่ะ” แพรวพิชชาพยักหน้ายิ้มๆ

“เดี๋ยวแพรวไปจัดขนมมาเพิ่มนะคะ คุณวาคิมจะได้ชิมด้วย” เอ่ยขอตัว แล้วลุกไป  พอเดินผ่านร่างสูง เจ้าหล่อนก็ค้อมตัวอย่างมีมารยาท ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นนักในสาวๆ สมัยนี้ วาคิมรู้สึกถูกชะตากับหลานสาวของเพื่อนปู่ที่เพิ่งได้รู้จัก

“อื้ม! หอมใบเตย กะทิก็เข้มข้น หอม มัน” เจ้าสัวเอ่ยชมเมื่อจิ้มตะโก้ใบเตยเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“ลองชิมสิเจ้าคิม เคยกินไหมขนมไทยอร่อยๆ อย่างนี้” ว่าพร้อมกับส่งจานให้หลานชาย ที่ไม่ขัดศรัทธา หยิบกระทงตะโก้ใบเตยเล็กๆ พอดีคำนั่นเข้าปากแล้วละเลียดเคี้ยว ก่อนจะผงกหน้าเห็นด้วย

“อร่อยครับ ใส่แห้วลงไปด้วยกรุบกรอบดี หาทานยากนะครับตะโก้แบบนี้”

“อร่อยอย่างนี้ไม่ลองทำขายดูบ้างหรือ สงสัยจะรับออเดอร์ไม่ทันทีเดียว” เจ้าสาวเอ่ยแนะนำ เพราะไม่อยากให้รสมือดีๆ นี่เสียเปล่า ไม่ว่าแพรวพิชชาจะทำอะไรให้ทาน เป็นได้อร่อยถูกลิ้นท่านไปเสียหมด จนนึกอยากขอตัวแม่ครัวเอก ไปอยู่ด้วยกันเสียที่บ้านโน้น

คุณยงยุทธยิ้มแก้มแทบปริเมื่อได้ยินเสียงชื่นชมรสมือหลานสาวที่ท่านเองก็ภาคภูมิใจ

“ทุกวันนี้ก็มีหนูแพรวนี่แหละที่ให้ฉันได้ชื่นใจ หายคิดถึงแม่พิศมัยไปได้บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้จะมีเวลาว่างนักหรอก ต้องดูแลที่โรงเรียนเป็นหลัก ออกไปทำงานแต่เช้าตรู่ กลับมาก็มืดค่ำ หน้าตานี่เหนื่อยมาทุกวัน พอเห็นหน้าฉันเขาก็พยายามยิ้ม เล่าว่างานสนุกอย่างนั้นอย่างนี้ให้ฉันได้เพลินหู คลายกังวล แต่ฉันรู้ว่าเขาเหนื่อย นี่ถ้าไม่ใช่วันหยุดคงไม่ได้อยู่เห็นหน้าค่าตากันหรอก”

เจ้าสัวพยักหน้ารู้สึกชื่นชมเด็กสาวที่หมายมาดอยากได้มาเป็นหลานสะใภ้นัก เพราะเห็นมาแต่เล็กจนโตเรียกว่าอยู่ในสายตาท่านด้วยความชื่นชมมาตลอด


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #2 ondara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 13:15
    อ่านอยู่นะ,,, รอ,,, ชอบ
    #2
    1
    • #2-1 รัชริล(จากตอนที่ 2)
      6 พฤษภาคม 2561 / 22:40
      ขอบคุณค่า ^^
      #2-1