นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Magi] Hakuryuu x Morgiana : With You

โดย Starry-Ai

ฟิคสนองนีทที่แต่งแบบเมา ๆ ถ้าใครหลงเข้ามาก็ยินดีด้วยค่ะ(?)

ยอดวิวรวม

347

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


347

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


16
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 พ.ค. 62 / 11:54 น.
นิยาย [Magi] Hakuryuu x Morgiana : With You

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคสนองนีทที่แต่งแบบมึน ๆ หลังจากเพิ่งตามเมะและมังงะจบ เรื่องคำเรียกชื่อเราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจแถมพล็อตยังด้นสดอีก แบบว่า..เราเมนฮาคุริวแล้วต้องการโมเม้นท์คู่นี้ค่ะ;; ถ้ามีคำไหนพิมพ์ผิดก็ขอโทษล่วงหน้านะคะ ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ(?)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 พ.ค. 62 / 11:54


+++++++++++++++

พวกท่านอาจจะคิดว่าข้ามันบ้า แต่ข้าอาจจะบ้าจริง ๆ ก็ได้


จักรพรรดิคนที่ 4 แห่งจักรวรรดิเจิดจรัสตกหลุมรักสาวคนนึงเข้าอย่างจัง แถมสาวคนนั้นดูเหมือนจะมีใจให้กับองค์ชายแห่งสาธารณรัฐบัลแบลอีกด้วย


สาวที่ข้าตกหลุมรักชื่อโมลเซียน่า เธอคือสาวเผ่าฟานาลิสที่เจอกันตอนข้าไปศึกษาที่ซินเดรีย ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่พอรู้สึกตัวอีกทีข้าก็ก็มักจะคิดถึงเธอแม้กระทั่งตอนนี้ ส่วนสาเหตุที่ช้าชอบเธอน่ะรึ? ก็..มันอธิบายยากน่ะ แต่ว่าเรื่องหน้าตาเธอจัดว่าสวยมากเลยนะ ทั้งผิวพรรณขาวเนียนหรือเส้นผมสีแดงสดกับตาเรียวคมนั่น แถมยังมีนิสัยกล้าหาญเหมือนกับพี่สาวของข้าอีกต่างหาก เพราะอย่างนี้จะไม่ให้ข้าไม่ชอบได้อย่างไร อ่า..ข้าชมเธอออกนอกหน้าไปรึเปล่านะ?


แต่ท่านโมลเซียน่าก็มีท่านอาลีบาบาอยู่ในใจแล้ว ข้าคงจะไปแทนที่เขาในหัวใจของเธอไม่ได้หรอก ยังไงซะท่าอาลีบาบาก็เป็นผู้มีพระคุณสำหรับเธอและยังเป็นคนดีมาก ๆ อีกด้วย ข้าก็สนใจในตัวเขาเหมือนกัน


แต่ว่าข้าปลิดชีวิตท่านอาลีบาบาด้วยมือของข้าไปแล้วล่ะ...


"คุณฮาคุริว?"


"ค- ครับ!?" ข้าพูดเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ ก่อนที่จะพบว่าทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารด้วยหันมามองที่ข้าด้วยสายตางุนงง รวมถึงท่านโมลเซียน่าที่เป็นคนสะกิดเรียกข้าด้วย เกิดอะไรขึ้น? ทำไมท่านโมลเซียน่าถึงเรียกข้าล่ะ? แล้วทำไมทุกคนมองข้ากันแบบนั้น?


"เอ่อ….มีอะไรงั้นเหรอครับ?" ข้าลากเสียงขณะที่สบเข้ากับดวงเนตรสีแดงฉานของสาวตรงหน้า แต่กลายเป็นว่าเธอดันไม่ตอบอะไรแถมยังกะพริบปริบ ๆ ราวกับเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบอะไรดี ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่อยู่ด้วยกันเริ่มยกยิ้มขึ้นแบบเจ้าเล่ห์ เดี๋ยวสิ? มันเกิดอะไรขึ้น!!?


"พี่ฮาคุริวรู้รึเปล่า? พี่เอาแต่จ้องคุณโมลตลอดเลยนะ ไม่สนใจคุยกับคนอื่นเลยรึไง?" เสียงท่านอาลาดินดังขึ้นจากเก้าอี้ตัวถัดไป นี่ข้าจ้องท่านโมลเซียน่าอยู่งั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?


"อ๊ะ! หรือว่าท่านฮาคุริวกำลังคิดอะไรเกี่ยวกับท่านโมลเซียน่ากันคะ!?" ท่านนานาอูมิพูดขึ้นเสียงดังลั่นพร้อมชี้นิ้วมาทางข้า


"เหหห ข้านึกไม่ถึงเลยนะว่าเจ้าจะสนใจเรื่องสาว ๆ ด้ว..โอ๊ะ หน้าแดงซะแล้ว..." เมื่อท่านทาเครุฮิโกะพูดเช่นนั้นข้าก็เอามือขวาจับหน้าตัวเองโดยอัตโนมัติ แต่ในเมื่อไม่มีกระจกให้ส่องข้าก็ไม่รู้หรอกว่าหน้าข้าแดงจริงรึเปล่า เดี๋ยวสิ? แล้วทำไมทุกคนถึงมาสนใจเรื่องของข้ากันล่ะ!?


"ม- ไม่มีอะไรหรอกครับ พวกท่านเลิกมองข้าแบบนั้นได้แล้ว…" ข้าพยายามตอบปัด ๆ ไป เป็นเรื่องจริงที่ข้ากำลังคิดถึงเรื่องของท่านโมลเซียน่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเธอเองหรือเรื่องของคนที่เธอรักอย่างท่านอาลีบาบา เพราะตั้งแต่วันที่ข้าได้ขึ้นเป็นจักพรรดิข้าก็อดคิดถึงเรื่องนั้นไม่ได้เลย..ข้าว่าข้าคงตัดใจจากเธอไม่ได้จริง ๆ


แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะพูดในเวลาแบบนี้มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นหยุดแซวข้าสักทีเถอะ!!


"ไม่จริงอ่ะ บอกมาซะว่ากำลังคิดถึงเรื่องโมลเซียน่าน่ะ!!!" เสียงทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน ก็บอกให้หยุดเซ้าซี้สักทีไงเล่า!!?


ถ้าจะให้เล่าเหตุการณ์โดยคร่าว ๆ ล่ะก็ ตอนนี้ข้า ท่านโมลเซียน่าและท่านอาลาดินอยู่ที่เกาะคินะซึ่งลอยบนฟากฟ้าด้วยพลังของท่านอาลาดิน เพื่อซ่อนตัวจากเกียคุเอ..ข้าหมายถึงอัลบะ และพวกเราก็มาฝึกทักษะการต่อสู้เพิ่มด้วย ตอนนี้อยู่ในช่วงรับประทานอาหารเย็น ปกติในช่วงนี้เราจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวัน แต่เพราะอะไรสักอย่างหัวข้อสนทนาวันนี้ดันกลายเป็นข้าซะอย่างนั้น


"น่า ๆ ทุกคนเลิกถามเขาแบบนั้นเถอะค่ะ" แล้วสายตาของทุกคนรวมถึงข้าก็เปลี่ยนไปมองฟานาลิสเพียงคนเดียวในกลุ่มที่พูดห้ามไม่ให้เรื่องมันวุ่นวายไปกว่านี้ ท่านโมลเซียน่า..ท่านช่างเป็นคนที่จิตใจงดงามเสียเหลือเกิน ต้องขอบคุณจากใจจริงที่ทำให้ข้าไม่ต้องไปตอบคำถามแปลก ๆ ของพวกท่านอาลาดิน


แต่นั่นก็หมายความว่าท่านโมลเซียน่าไม่ได้คิดอะไรที่ข้าเผลอมองเธอแบบนั้นสินะ? ค่อยยังชั่ว...


"ชิ เพราะมีสาวมาปกป้องถึงยอมเลิกหรอก คราวนี้ถือว่าเป็นโชคของนายไปนะฮาคุริว" ท่านทาเครุฮิโกะจิ๊ปากพร้อมเหลือบมองมาทางข้าขณะที่ทุกคนมุ่ยหน้าแบบไม่พอใจ ทางข้าเองก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนเป็นการตอบกลับ เดี๋ยวเถอะ ท่าทางแบบนั้นมันอะไรกัน? นี่เห็นข้าเป็นเหยื่อไว้ให้ล้อเล่นรึไง...


“เอาเถอะ ๆ ตอนนี้เรามาดื่มกันดีกว่า นี่เป็นเหล้าที่บ่มจากพืชในทวีปดำเลยนะ” ท่านอาลาดินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมยกแก้วขึ้นเป็นการตัดบทเปลี่ยนเรื่องสนทนา เพราะว่าทวีปดำมีลูฟที่ต่างจากโลกภายนอกทำให้พวกพืชผักผลไม้ในละแวกนี้แตกต่างจากปกติ แต่ว่ามันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? พวกเราที่อายุเกิน 18 โดนเด็กอายุ 15 ปีอย่างท่านอาลาดินชวนดื่มเนี่ยนะ….


“จะดีเหรอครับท่านอาลาดิน? แอลกอฮอล์ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสำหรับเด็...”


“เห็นอย่างนี้ผมคอแข็งนะพี่ฮาคุริว หรือว่าพี่ไม่อยากดื่มกันล่ะ?” เขาตอบกลับมาด้วยท่าทางสบาย ๆ แถมยังยุให้ข้าดื่มอีก ก็จริงอยู่ที่ข้าดื่มได้แต่ข้าไม่อยากดื่มเนี่ยสิ...


"โอ้ ข้าอยากดื่มอยู่พอดีเลย เจ้าก็มาร่วมวงด้วยสิฮาคุริว" ท่านทาเครุฮิโกะพยักหน้าให้กับความคิดของท่านอาลาดินพร้อมยกแก้วเหล้าในมือ ในเมื่อคนเป็นจักรพรรดิพูดชวนแบบนี้ข้าก็คงปฏิเสธไม่ลงแล้วล่ะ


“อ่า ๆ ข้าดื่มก็ได้ครับ” เมื่อพูดจบทุกคนก็เริ่มทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ต่อพร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ พวกผู้ชายในโต๊ะอาหารรวมถึงข้าชนแก้วของเหลวสีสดกันก่อนจะยกดื่ม ตอนนี้ข้าควรจะเลิกคิดไปเรื่อยเปื่อยและเข้าไปมีส่วนร่วมในวงสนทนาซะ


เลิกคิดถึงเรื่องที่พวกท่านอาลาดินแซวเมื่อครู่ พวกเขาก็คงจะล้อข้าเล่น ๆ ไปอย่างนั้น อาจจะผิดที่ข้าที่เผลอคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยจนโดนล้อ


เลิกคิดถึงเรื่องท่านโมลเซียน่าได้แล้ว คิดไปมันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าข้าฆ่าคนที่เธอรักไปหรอก


---------------


และการดื่มสังสรรค์ในวันนี้ก็ทำให้ทุกคนรู้ว่าฮาคุริวเป็นพวกคออ่อน


แถมยังเป็นพวกที่เมาแล้วร้องไห้อีกด้วย…


“ข้าขอโทษครับข้าขอโทษ!! ข้ามันบ้าจริง ๆ ที่ทำอะไรเห็นแก่ตัว ข้ามันบ้า! บ้า ๆๆๆ !!! ฮือออออออออ” ไม่อยากเชื่อว่าคนที่ร้องไห้โหวกเหวกโวยวายอยู่จะเป็นจักรพรรดิคนที่ 4 แห่งจักรวรรดิเจิดจรัส พอเมาก็หมดความน่าเชื่อถือและเผยธาตุแท้ที่เป็นเด็กขี้แยออกมาแบบไม่เก็บอาการแม้แต่น้อย และคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากอาลาดินกับโมลเซียน่าซึ่งต้องนอนห้องเดียวกับเขาตลอดคืน


ตอนนี้พวกเขาพยายามจะกล่อมให้ฮาคุริวใจเย็นลงแต่ทำยังไงก็ไม่ได้ผล ดูท่าคืนนี้จะไม่ได้นอนกันง่าย ๆ แล้วล่ะ…


"พ- พี่ฮาคุริวใจเย็นก่อนสิ โทษตัวเองไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก" อาลาดินเข้าไปจับไหล่อีกฝ่ายเป็นเชิงบอกให้ได้สติเสียที ในใจก็ได้แต่โทษตัวเองที่ไปยุให้เขาดื่ม มีคนร้องห่มร้องไห้ตลอดคืนเขานอนไม่หลับแน่ ๆ


"เงียบไปเลยเจ้าเด็กบ้า! เจ้าไม่เคยทำผิดอะไรในชีวิตเลยนี่!! ฮึก..." ได้ยินคนอายุมากกว่าตอกหน้ากลับแบบนั้นอาลาดินก็ถอยกลับมาตั้งหลักทันที มันคุ้น ๆ เหมือนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่ซากานรึเปล่านะ?


"เพราะเธอนั่นแหละอาลาดิน เล่นยุให้คุณฮาคุริวดื่มหลายแก้วแบบนั้น" โมลเซียน่าหันไปส่งสายตาคมกริบให้อาลาดิน คนเป็นเมไจคิ้วกระตุกไปหลายครั้ง ก็ยอมรับผิดที่เขายุให้ฮาคุริวดื่มแต่เขาก็บ้าจี้ดื่มเองมั้ยล่ะ!?


"ใจเย็นก่อนสิคะคุณฮาคุริว พวกเราเป็นห่วงคุณนะถึงพูดแบบนั้น" โมลเซียน่ากลับมาพูดเกลี้ยกล่อมขณะที่มีเสียงสะอื้นของฮาคุริวเป็นซาวน์ประกอบ(?) การปลอบคนคงไม่ใช่เรื่องที่เธอถนัดนัก ยิ่งเป็นคนที่รับมือยากแบบฮาคุริวยิ่งแล้วใหญ่


"ใช่ ๆ อีกอย่างใช่ว่าผมไม่เคยทำผิดพลาดซะที่ไหนล่…"


"อ๋อ! หมายถึงที่ส่งท่านจูดัลออกนอกโลกแบบไปไม่กลับใช่มั้ย!? ฮึก...เป็นถึงเมไจแต่ดันไม่รู้วิธีรับมือเวทมนตร์ของตัวเองเนี่ยนะ!?"


"หา!? มันก็เหมือนพี่ที่ส่งอาลีบาบาคุงไปที่ไหนไม่รู้นั่นแหละ!! อ๊ะ…" อาลาดินหยุดพูดกะทันหัน บรรยากาศในห้องนอนตกสู่ความเงียบ เขาเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดไปเสียแล้ว คนนึงสูญเสียเพื่อนคนสำคัญไป คนนึงสูญเสียคนที่รักไปทั้งที่ยังไม่ได้สารภาพความรู้สึก โมลเซียน่าฉายสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ตัวอาลาดินเองก็ดูจะเศร้าไม่แพ้กัน ส่วนคนที่ลงมือสังหารเพื่อนและคนรักของพวกเขาอย่างฮาคุริวนั้น…


“...”


“ฮือออออออออออออออออออ ข้ามันบ้าจริง ๆ นั่นแหละ!!! บ้า ๆๆๆๆ ฮืออออออออออ”


“อ่าาาาา ผมทนไม่ไหวแล้ว! ฝากคุณโมลจัดการทีนะครับ!!” อาลาดินส่ายหน้าไปมาแรง ๆ พร้อมเอามือปิดหูเมื่อเห็นพี่ชายขี้แยปล่อยโฮคุกเข่าขอโทษขอโพยบวกกับก้มหัวผงก ๆ ไปมาแบบไม่มีท่าทีว่าจะเลิก เมื่อเสียงร้องไห้ยังคงดังอยู่อย่างนั้นเมไจเด็กก็สาวเท้าเดินออกจากห้อง พูดฝากฝังสาวฟานาลิสก่อนจะปิดประตูห้องดังปังและไม่มีวี่แววกลับมาอีกเลย


“เดี๋ยวสิอาลาดิน! ฉันคนเดียวทำอะไรไม่ไ…” โมลเซียน่าที่ดูจะงง ๆ กับเหตุการณ์อยู่ยื่นมือไปเป็นการห้ามให้อาลาดินออกจากห้องแต่ดูเหมือนจะไม่ทัน เธอนำมือบางของตนกุมขมับพร้อมส่ายหน้าเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ ในเมื่อเหลือแค่เธอคนเดียวก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แต่เธอจะจัดการกับคุณชายขี้แยคนนี้ยังไงดีเนี่ย?


“ฮึก..ข้าขอโทษครับท่านโมลเซียน่า ข-ข้า..ฮึก ข้าเป็นคนฆ่าเขา ฮืออออออ” โมลเซียน่าหันขวับมามองฮาคุริวอีกรอบ เขายังคงคุกเข่าหลั่งน้ำตาด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้า น้ำใส ๆ จากตาเปรอะเตียงสีขาวบริเวณนั้นไปหมด ถ้าไม่บอกก็จะไม่เชื่อเลยว่าพ่อหนุ่มขี้แยคนนี้อายุมากกว่าเธอตั้ง 2 ปี แถมยังมียศถาบรรดาศักดิ์เป็นจักรพรรดิอีกต่างหาก..ถึงจะสละราชบัลลังก์ไปแล้วก็เถอะ…


ก่อนที่โมลเซียน่าจะสังเกตว่าคำโอดครวญของฮาคุริวมีแต่เรื่องการแก้แค้นของเขา ที่แท้เขาก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นสินะ?


“คุณฮาคุริวใจเย็นก่อนค่ะ ฉันไม่โกรธคุณเรื่องนั้นหรอกนะ” โมลเซียน่าใช้แรงเผ่าฟานาลิสในตัวกระชาก(?)ไหล่อีกฝ่ายแรง ๆ เพื่อให้เลิกคุกเข่าเสียที นัยน์ตาสีแดงสดของเธอสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนของอีกฝ่าย ใบหน้าของชายตรงหน้าดูจะแดงมากกว่าเดิม เขามองมาที่โมลเซียน่าแบบงง ๆ ก่อนจะเริ่มทำหน้าบูดเบี้ยวเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอยู่


แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล….


“ฮืออออออออออออออออ แต่เป็นเพราะข้า! ฮึก เพราะข้า..เพราะข้าท่านอาลีบาบาถึงตาย...ฮึก”


“เพราะข้า ท่าน..ท่านถึงเสียคนที่รักไปนะครับ ฮืก…” ฮาคุริวร้องไห้ทั้งที่โมลเซียน่ายังจับไหล่เขาอยู่ เสียงของเด็กหนุ่มเริ่มเบาลง ฝั่งผู้หญิงที่เห็นอย่างนั้นก็เงียบไม่พูดอะไร ภาพงานศพของอาลีบาบาแล่นเข้ามาในหัว ตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าควรพูดปลอบอีกฝ่ายยังไงเหมือนกัน


“ฮือ…ข้ามันก็แค่เด็กคนนึง ฮึก ท-ที่คิดแต่เรื่องแก้แค้นจนสละชีวิตคนในประเทศไปมากมา...” ฮาคุริวยังคงร้องไห้ต่อไป ทว่ายังไม่ทันโอดครวญให้จบประโยคร่างของเขาก็ถูกเด็กสาวดึงเข้าไปกอด โมลเซียน่าลูบแผ่นหลังของเขาอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบเด็ก และนั่นก็ทำให้พ่อหนุ่มขี้แยถึงกับหยุดร้องไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้าด้วยความตกใจและสับสน สีหน้ายิ่งแดงเรื่อขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ฤทธิ์เหล้าเริ่มจางหายไปแล้ว ทางฝั่งโมลเซียน่าเองก็หรี่ตาลงเหมือนคนกำลังครุ่นคิด ฝ่ามือเนียนยังคงลูบปลอบประโลมชายที่อายุมากกว่า ต่างฝ่างต่างเงียบไปสักพักก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเริ่มเอื้อนเอ่ย


“ถ้าอยากระบายล่ะก็..จะร้องออกมาก็ไม่ผิดนะคะ”


“...” ไม่มีคำตอบรับจากอีกฝ่ายแต่อย่างใด มีเพียงแค่เสียงสะอื้นเบา ๆ ที่ดังเรื่อย ๆ เหมือนหมดคำจะพูด ฮาคุริวทั้งเศร้า เจ็บปวด อับอาย ความรู้สึกมันปนเปกันจนเรียบเรียงคำพูดไม่ได้ ปล่อยให้น้ำอุ่น ๆ จากตาเป็นคนสื่อความหมายออกมาแทน


อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้ระบายอะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่กล้าบอกล่ะนะ…


---------------


“พอได้แล้วล่ะครับท่านโมลเซียน่า” เด็กหนุ่มพูดเสียงแผ่วขณะนำมือดันตัวออกจากสาวที่กอดเขาอยู่ ใบหน้าของฮาคุริวยังคงแดงเรื่อและเปรอะคราบน้ำตา ดวงตาบวมจากการร้องไห้หลุบต่ำ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเหมือนสมเพศตัวเองที่ทำตัวเหลาะแหละต่อหน้าสาวที่เขามีใจให้ โมลเซียน่าจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในที่สุดคุณชายขี้แยก็สงบลงสักที


“สร่างเมาแล้วเหรอคะ?” โมลเซียน่าถามขณะเปลี่ยนท่าทางมานั่งห้อยขาบนเตียง ถ้าให้นับเวลาคร่าว ๆ กว่าเธอจะปลอบอีกฝ่ายให้สงบลงได้ก็กินเวลาเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว


“ครับ ขอโทษด้วยที่สร้างปัญหาให้” ฮาคุริวเองก็เปลี่ยนมานั่งห้อยขาเหมือนโมลเซียน่า พอมาย้อนคิดดูอีกทีเขาทำเรื่องน่าอายให้อีกฝ่ายเห็นจนได้ เจ้าบ้าฮาคุริวเอ๊ย…


“ให้ท่านเห็นด้านน่าอายเสียแล้ว รู้สึกแย่เป็นบ้าเลยครับ”


“ฮะ ๆ ถ้าด้านน่าอายพวกเราเห็นตั้งแต่ตอนอยู่ที่ซากานแล้วค่ะ อีกอย่างคุณก็เมาอยู่ด้วย ไปโทษอาลาดินเอานะคะ” โมลเซียน่ายิ้มตอบแบบไม่คิดอะไรมาก ฝั่งฮาคุริวได้แต่ยิ้มเจื่อนขณะที่ในใจก่นด่าอาลาดินที่ยุให้ดื่มกับตัวของเขาเองที่บ้าจี้ทำตาม


จะว่าไปตอนที่ไปซากานก็มีท่าอาลีบาบาด้วยสินะ…


บรรยากาศเงียบลงไปชั่วขณะ ทั้งฮาคุริวและโมลเซียน่าต่างก็หุบยิ้ม ต่างฝ่ายต่างไม่มีอะไรจะพูดหรือเคลื่อนไหว อาลาดินเองก็ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา มันเงียบจนบางทีก็รู้สึกอึดอัด และคนที่ทำลายบรรยากาศนั่นก็คือเด็กสาวเผ่าฟานาลิสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน


“ความรู้สึกของคุณที่มีต่อฉันยังไม่ได้เปลี่ยนไปใช่มั้ยคะ?” ฮาคุริวเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำถาม แน่นอนว่าเธอคงหมายถึงความรู้สึกที่เขาบอกเธอก่อนจะแยกย้ายกันที่อัคเตีย แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็คิดว่ามันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป เขายังคงคิดถึงเธออยู่บ่อยครั้ง เวลาได้อยู่ด้วยกันก็รู้สึกมีความสุข ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิดมันก็คงเป็นความรู้สึกรักที่ไม่มีวันตัดขาด..ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าเขาจะไม่มีได้วันครองหัวใจเธอได้ก็ตาม


“ครับ..ผมยังรักท่านอยู่ แต่ว่าท่านก็มีท่านอาลีบาบาอยู่แล้ว และข้าก็..อึก…” ฮาคุริวหยุดพูดแล้วเม้มไปเสียอย่างนั้น ทั้งที่คำพูดมันอยู่แค่ปลายลิ้นแต่เขาก็มิอาจพูดออกไปได้ เขารักโมลเซียน่า โมลเซียน่ารักอาลีบาบา และอาลีบาบาก็ถูกเขาฆ่า มันเป็นลูปความคิดที่เขาตัดมันออกจากหัวไม่ได้เสียที ยิ่งคิดยิ่งเสียใจแต่ก็ไม่อาจหยุดคิดได้ สีหน้าของฮาคุริวตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกผิด มันเห็นชัดเจนแม้กระทั่งโมลเซียน่าก็รู้สึกได้


“เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะค่ะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่โกรธคุณน่ะ” โมลเซียน่ากุมมืออีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลเป็นเชิงให้สงบสติอารมณ์และมันก็ได้ผล ฮาคุริวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงมือเธอก่อนจะเงียบลง ฟานาลิสสาวคลี่ยิ้มบางให้เป็นเชิงไม่ถือสาอีกฝ่ายก่อนจะพูดต่อ


"ฉันเชื่อนะคะว่าคุณอาลีบาบาจะกลับมา รวมถึงคุณจูดัลด้วย"


"พวกเขาจะต้องกลับมาแน่ เพราะฉะนั้นต่อให้นานแค่ไหนฉันก็จะรอค่ะ" โมลเซียน่าพูดด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มทำให้ฮาคุริวเหลือบมองมาที่เธอ ต่อให้วิญญาณของเขาจะถูกส่งไปที่ไหนไม่รู้ ต่อให้เธอจะเห็นงานศพของเขากับตาแต่เธอก็ยังคงเชื่อมั่น


ท่านโมลเซียน่าเป็นคนที่เข็มแข็งจริง ๆ ...


"อื้อ...ขอบคุณนะครับท่านโมลเซียน่า ตอนนี้ข้าไม่เป็นไรแล้วล่ะ" ฮาคุริวคลี่ยิ้มออกมาอีกรอบเป็นเชิงเห็นด้วย มันก็มีหลายครั้งที่เขาคิดว่าคงจะไม่ได้เจออาลีบาบากับจูดัลอีก แต่เมื่อได้ยินสาวข้าง ๆ พูดแบบนั้นก็ทำให้ใจชื้นมากขึ้นจนคลายความเศร้าที่อยู่ในส่วนลึกลง ทั้งอาลีบาบาและจูดัลต่างก็เป็นพวกทนมือทนเท้า ถ้าจะไม่ได้เจอกันอีกเพราะเรื่องแบบนี้เขาร้องไห้อีกครั้งแน่


“ว่าแต่ท่านจะถามข้าเรื่องนั้นทำไมเหรอครับ?” เด็กหนุ่มเอียงคอถามจนปอยผมสีน้ำเงินเข้มเคลื่อนไหวตามแรงโน้มถ่วง เขาหมายถึงคำถามที่อีกฝ่ายถามก่อนหน้านี้เรื่องความรู้สึกของเขา ทางโมลเซียน่าที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น เกือบลืมไปเลยว่าเธอถามอะไรแบบนั้นด้วย


“ค- แค่ฟังที่พวกอาลาดินคุยกันเมื่อเย็นแล้วสงสัยเฉย ๆ น่ะค่ะ”


“...”


“แต่ตอนนั้นที่คุณบอกว่าชอบฉันฉันตกใจจนไปไม่ถูกเลยนะคะ แถมยังขโมยจูบแรกไปต่อหน้าต่อตาอีก” โมลเซียน่าพูดหลบตาอีกฝ่ายเมื่อถึงประโยคหลัง ฮาคุริวก้มมองเธอด้วยสีหน้างุนงง พอมานึกย้อนดูแล้วทำอะไรแบบนั้นได้ไงกันนะ?


“ทุกอย่างเกี่ยวกับจูบนั่นฉันยังจำได้จนถึงปัจจุบันเลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าคุณฮาคุริวจะมีด้านแบบนี้ด้วย”


“อยากโดนจูบอีกรอบมั้ยล่ะครับ?”


“คุณฮาคุริว!!?” พอได้ยินคุณชายพูดย้อนมาแบบนั้นก็หันขวับไปทันที มือที่กุมอีกฝ่ายเริ่มส่งแรงบีบในขณะที่ฮาคุริวทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นใครก็คงแปลกใจที่คุณชายขี้แยผู้พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่คนนี้จะมีด้านเจ้าเล่ห์อยู่ แย่งจูบแรกของสาวไปต่อหน้าต่อตาก็ว่าไม่ธรรมดาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้มีการเสแสร้งแสดงละครตบตาอัลบะเพื่อล้วงเอาข้อมูลอีก ซ้ำช่วงนี้ยังเริ่มต่อล้อต่อเถียงกับอาลาดินเป็นครั้งคราวด้วย


"ล้อเล่นครับ ขอโทษ ๆ " เมื่อสัมผัสแรงบีบที่มากขึ้นกว่าเดิมฮาคุริวก็ชักมือกลับ ใบหน้าของเขาตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มราวกับมีความสุขเมื่อได้เห็นเด็กสาวตรงหน้า ตอนแรกโมลเซียน่าก็กะจะเอ็ดอีกฝ่ายไปสักทีแต่พอเห็นเขาทำหน้าแบบนั้นก็ว่าไม่ลง ในที่สุดเพื่อนของเธอก็กลับมาเป็นปกติแล้ว


แล้วทุกอย่างก็ตกลงสู่ความเงียบอีกครั้ง ทว่าผู้ที่ทำลายความเงียบลงในครั้งนี้กลับกลายเป็นคุณชายขี้แยอย่างฮาคุริวซะงั้น


"ข้าดีใจนะครับที่บอกชอบท่านไปตอนนั้นน่ะ ไม่อย่างนั้นมันก็คงค้างคาในใจข้าไปตลอด"


"ข้าคิดทบทวนกับตัวเองหลายครั้งแล้ว แต่ข้าคงจะตัดใจจากท่านไม่ได้จริง ๆ …" ฮาคุริวพูดเสียงแผ่วแต่ก็เรียกความสนใจของโมเลเซียน่าได้อย่างดี หน้าของฝ่ายชายเริ่มจะกลับมาขึ้นสีแดงเรื่ออีกครั้ง คงเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าที่ยังตกค้างอยู่ทำให้เขาดูแปลกไปในบางที คุณชายแห่งจักวรรดิเจิดจรัสเว้นช่วงพูดไปพักหนึ่งเหมือนพยายามเรียบเรียงคำในหัว แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมพูดเสียทีโมลเซียน่าจึงขยับปากพูดแทรกขึ้นมา


"การซื่อตรงกับหัวใจเป็นเรื่องดีนะคะ แต่ฉันคงจะรับความรู้สึกของคุณไม่ไ…"


"เรื่องนั้นน่ะข้ารู้ดีครับ" ฮาคุริวพูดขัดขึ้นเหมือนจะไม่อยากให้อีกฝ่ายพูดต่อ ฟานาลิสสาวเงียบปากลงรอฟังคำพูดของคุณชายที่ตกหลุมรักเธอเข้า


"ข้ารู้ดีครับว่าข้าไปแทนที่ในใจท่านไม่ได้ อย่างที่ท่านรู้ว่าข้าทำผิดอะไรไปมากมาย แสร้งทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่เมื่อกี้ยังร้องห่มร้องไห้อยู่ พวกท่านพี่ก็บอกเหมือนกันว่าข้าน่ะเป็นเด็กขี้แย เทียบกับท่านอาลีบาบาแล้วข้าเทียบไม่ติดเลยล่ะครับ” ว่ามาถึงตรงนี้เขาก็ยิ้มแหย ๆ


“ม- ไม่จริงค่ะ คุณฮาคุริวเองก็เป็นคนที่ดีมาก ๆ คนนึงนะคะ ฉันว่าคนอื่นก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” โมลเซียน่าพูดแย้งพร้อมส่ายหน้า มือทั้งสองข้างโบกไปมาเป็นเชิงว่าที่เขาพูดมามันไม่จริง..ถึงจะแค่บางส่วนก็เถอะ เพราะเรื่องขี้แยนี่เธอเห็นด้วยอย่างมากเลย


“ขอบคุณครับ แต่ข้าก็ไม่ใช่คนดีขนาดนั้นหรอก ฮะ ๆ “


“...ข้ารู้ดีว่าการที่ข้าจะได้คู่กับท่านมันก็คงเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน แต่อย่างน้อย…" คุณชายลุกขึ้นยืนจากเตียงก่อนจะเดินไปตรงหน้าหญิงสาวพร้อมคุกเข่าลง ใบหน้าที่มีแผลเป็นเงยสบกับดวงตาสีแดงของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนฉายแววมุ่งมั่นออกมาแทนสีเลือดฝาดของความเคอะเขิน ริมฝีปากของคุณชายขยับพูดด้วยเสียงดังฟังชัด


“อย่างน้อยก็ขอให้ข้าคอยอยู่เคียงข้างท่าน ดูแลและปกป้องในฐานะเพื่อนคนนึงตลอดไปได้รึเปล่าครับ?”



ฟานาลิสสาวนั่งฟังและกะพริบตาปริบ ๆ กับท่าทางโอเวอร์แอ็คติ้งของอีกฝ่าย ก่อนที่เธอจะหลุดยิ้มกว้างออกมาพร้อมใบหน้าแดงเรื่อที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนกัน


“ถามอะไรแปลก ๆ ก็ต้องได้อยู่แล้วสิคะ!” โมลเซียน่ายิ้มตาหยีพร้อมพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ทำเอาฝ่ายขอร้องกลับมาหน้าแดงรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้เพราะสเน่ห์ที่ทิ่มแทงสายตาเขา ฮาคุริวยังคุกเข่าไม่พูดตอบอะไรเพียงแต่คลี่ยิ้มกลับพร้อมใบหน้าแดงเรื่อนั่น ดูจะดีใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายตอบตกลง แม้จะไม่ได้เป็นคู่ครองตามที่เคยคิดไว้แต่ถ้าได้เป็นเพื่อนก็ดีแล้วล่ะ สำหรับเขามันก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่แย่อะไรเท่าไหร่นะ


“ขอบคุณมากครับ จากนี้ถ้ามีอะไรไม่สบายใจจะมาปรึกษาข้าก็ได้นะ"


"คุณฮาคุริวเองก็เช่นค่ะ คราวหลังมีปัญหาหรือกำลังเศร้าก็อย่าเก็บไว้คนเดียวล่ะ ฮะ ๆๆ " สิ้นเสียงโมลเซียน่าทั้งสองคนก็หลุดขำออกมา เพราะการพูดคุยครั้งนี้พวกเขาดูจะสนิทกันมากกว่าเดิมอีก


"เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วนะคะ ฉันว่าพวกเราควรจะนอ…"


"อ่ะ--" โมลเซียน่าพูดตาปรือ ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบเธอก็ผลอยหลับและสูญเสียการทรงตัวเอนหาชายที่คุกเข่าให้ตรงหน้า ฮาคุริวที่เห็นเช่นนั้นก็หลุดอุทานออกมาเบา ๆ และอ้าแขนรับอีกฝ่ายโดยอัติโนมัติเพื่อกันไม่ให้พวกเขาทั้งสองเจ็บตัว แต่ไป ๆ มากลายเป็นว่าเขารับเธอมากอดเสียอย่างนั้น


พอมาย้อนดูดี ๆ ตาของโมลเซียน่าก็ดูปรือ ๆ มาได้สักพักแล้ว ถ้าอยู่ดี ๆ จะผลอยหลับไปก็ไม่น่าแปลกมากเพราะเข็มนาฬิกาตอนนี้ก็บ่งบอกเวลาเที่ยงคืนหน่อย ๆ ซึ่งเลยเวลานอนปกติมาพอสมควร อาจจะเป็นเพราะเด็กสาวคนนี้ต้องรับมือกับคุณชายที่เมาร้องห่มร้องไห้คนเดียวด้วยจึงเหนื่อยเป็นพิเศษ


'ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยนะครับ…' ฮาคุริวคิดในใจพลางยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในคืนนี้ ต้องโทษอาลาดินที่ชวนเขาดื่มจนเมาไม่ได้สติหรือขอบคุณที่เปิดโอกาสให้เขาได้คุยกับโมลเซียน่ากันล่ะ?


คุณชายแห่งจักรวรรดิเจิดจรัสอุ้มตัวสาวฟานาลิสขึ้น เขาวางเธอลงบนเตียงสีขาวและห่มผ้าห่มให้อย่างนุ่มนวลและเบามือพอที่อีกฝ่ายจะไม่สะดุ้งตื่น ดวงตาสีฟ้าอ่อนจับจ้องใบหน้ายามหลับปุ๋ยของผู้หญิงตรงหน้า มันช่างงดงามจนแทบจะละสายตาไม่ได้แต่ถ้าให้จ้องนาน ๆ ก็คงไม่ดี ก่อนที่จะกลับไปยังเตียงของตนริมฝีปากของฮาคุริวเผลอคลี่ยิ้มออกมาอีกรอบก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมาเบา ๆ


"ฝันดีครับ..ท่านโมลเซียน่า…"


-End-

+++++++++++++++

จบไปอีกเรื่องกับการแต่งแบบไร้สติ-- ยังไงขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านอีกรอบนะคะ!

ผลงานอื่นๆ ของ Starry-Ai

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 10:35
    โอ๋ๆนะคะฮาคุริว //เชียร์เรือนี้มานาน ไม่คิดว่าจะมีคนแต่ง แม้เรือจะล่มก็อบอุ่นใจมากค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #3
    0
  2. #2 Nnnn
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:06

    ถึงไม่สมหวังแต่ก้อบอุ่นหัวใจมากๆเลยค่าาาา

    #2
    0
  3. #1 ดาร์กช็อก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:57
    น่ารักมากเลยค่ะ แง๊ ถึงจะไม่สมหวังแต่น่ารักมากๆ อบอุ่นสุดๆ
    #1
    0