Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 53 : 51 | ว่าด้วยเรื่องบ้านสเปนเซอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 327 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62


51

ว่าด้วยเรื่องบ้านสเปนเซอร์





 

ผมว่าช่วงนี้ผมขี้ลืมแปลก ๆ ตอนแรกผมลืมว่าตัวเองรับปากจะเลี้ยงบัตเตอร์เบียร์ให้กับทีมควิดดิช และตอนนี้ผมลืมว่าคริสต์มาสปีนี้ผมต้องกลับมาเจอกับอะไร

 

รู้งี้ลงชื่ออยู่ฮอกวอตส์ซะก็ดีหรอก

 

ผมยืนมองเลดี้แคทเธอรีนที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องผมโดยพลการ (อีกแล้ว)​ เธอบอกว่ามารับผมไปทานมื้อค่ำ ให้รีบแต่งตัว

 

ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ” ผมบอก “แล้วก็เชิญคุณออกไปด้วย ผมอาบน้ำให้แมวอยู่ ไม่ว่างมาเจ๊าะแจ๊ะกับพวกผู้ดีตีนแดง”

 

ผมหันหลังผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นอาแท้ ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องน้ำและจัดการอาบน้ำให้แฟมิลี่ของผมต่อ

 

เป็นเด็กที่พูดจาใจร้ายจังเลยนะ” เลดี้แคทเธอรีนบอก

 

ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรเพราะกำลังจดจ่อกับการอาบน้ำให้แมวทั้งสามตัว ไหนจะถูสบู่ เกาหู เกาคาง เป่าไดร์ เช็ดตัว หวีขน ทั้งหมดนี้ผมใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง และเลดี้แคทเธอรีนก็ช่างอดทน เธอนั่งอ่านหนังสือที่เธอนำมาด้วยอย่างใจเย็น บางครั้งก็ลุกดูโน่นดูนี่ ไล่ดูรูปต่าง ๆ ที่ตาใส่กรอบวางไว้ตามหลังตู้บ้าง หยิบหนังสือรุ่นสมัยประถมของผมมาออกดูบ้าง แม้แต่หนังสือรุ่นของฮอกวอตส์เธอก็เปิดดู แน่นอนว่าเธอตื่นเต้นกว่าอย่างอื่นเพราะรูปภาพในหนังสือรุ่นมันขยับได้

 

ยืนข้างเด็กผมแดงทุกรูปเลย” เธอพูดขึ้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเด็กผมแดงที่ว่าต้องเป็นโคลอี้แน่นอน

 

ตระกูลสเปนเซอร์ไม่สอนหรอครับว่าอย่าละลาบละล้วง” ผมถาม เลดี้แคทเธอรีนดูจะสนุกกับการทำอะไรโดยไม่ขออนุญาตก่อน เธอทำอย่างนี้กับคนอื่นด้วยไหม หรือแค่กับผมคนเดียว

 

แหม ดุจริง เมื่อก่อนพี่ออสตินก็ดุฉันประจำ ไม่คิดว่าจะมาโดนลูกชายของเขาดุเข้าอีก” เลดี้แคทเธอรีนบอก

 

อากลับไปเถอะ ผมไม่ไปดินเนอร์มื้อเย็นอะไรนั่นด้วยหรอก ผมจะกินผัดไทย พี่มีนาจะมาทำให้ผมกินตอนสามทุ่ม” ผมตั้งหน้าตั้งตารอผัดไทยแบบไทยแท้ ๆ ตั้งแต่โรเจอร์บอกเมื่อวันก่อน และผมต้องได้กิน

 

ตั้งสามทุ่ม ดินเนอร์บ้านเราเริ่มหกโมงเย็น เราว่าเธอกลับมาทันผัดไทยอาหารขึ้นชื่อของสยามประเทศแน่นอน” อาแคทยังคงตื๊อต่อไป ต่อให้กลับมาทันผมก็อิ่มแล้วป่ะ

 

นี่เพิ่งจะบ่ายสามเองนะ อารีบหรอ? อีกอย่างผมไม่ไปครับ คำเดียวน่าจะรู้เรื่อง”​ ผมบอก ก่อนจะเดินไปทางห้องนอน กะว่าจะขลุกอยู่ในนั้นจนกว่าอาแคทจะยอมแพ้แล้วกลับไปเอง

 

ไม่อยากรู้เรื่องพ่อกับแม่ของเธอแล้วหรอ?”

 

ผมที่กำลังหมุนลูกบิดประตูชะงักกึก ยืนนิ่งอยู่ในท่าเดิม กำลังทะเลาะกับตัวเองว่าจะเอายังไงดี เลดี้แคทเธอรีนเล่นถูกจุดจริง ๆ

 

เราไม่บังคับเธอหรอกนะ แต่อย่างน้อยเธอน่าจะไปเยี่ยมพวกเขา”

 

ผมหันไปหาอาแคท “อาหมายความว่าไง”​

 

ไคล์ วินเซนต์คงไม่เคยพาเธอไปแน่ ๆ เพราะพวกเขาอยู่ที่บ้านสเปนเซอร์ และใช่ เรากำลังพูดถึงหลุมฝังศพ”

 

ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เริ่มลังเล ตอนนี้โอกาสที่จะรู้เรื่องพ่อแม่และไปเยี่ยมพวกท่านอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ผีขี้เกียจในตัวก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน

 

ผมจะอยากรู้เรื่องคนตายไปทำไม

 

แต่นั่นพ่อแม่นายนะเว่ยเบลค นายไม่เคยรู้อะไรเลย นี่เป็นโอกาส

 

ก็ไม่รู้มาตั้งหลายปี ไม่รู้ต่อไปก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ผมไม่ใช่คนขี้เสือก

 

ทีเรื่องคนอื่นเสือกได้ เรื่องตัวเองดันไม่เสือก คนอะไรวะ

 

ผมยืนทะเลาะกับตัวเองอยู่นานสองนาน จนอาแคทต้องเข้ามาสะกิด “เราอยากให้เธอไปนะ ทั้งสองคนคงดีใจที่ลูกชายไปเยี่ยม”​

 

ก็ได้” ผมตอบตกลง ก็ได้ ผมไปก็ได้

 

 

 

 

 

ในลอนดอนหิมะตกโปรยปราย วันหยุดเทศกาลแบบนี้ไม่ค่อยมีใครออกจากบ้านนัก ร้านรวงต่าง ๆ ก็พากันหยุด พวกเขาต่างใช้เวลาไปกับครอบครัว

 

ผมเหมอมองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์ จากพริมโรส ฮิลล์เข้าสู่เวสต์มินสเตอร์ ผ่านพระราชวังบัคกิ้งแฮมเรื่อยมาจนถึงเซนต์เจมส์ เขตที่ตั้งของบ้านสเปนเซอร์ ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ โดยที่ไม่รู้ตัวตอนที่คนขับรถของเลดี้แคทเธอรีนเลี้ยวเข้ามาในเขตรั้วของบ้านสเปนเซอร์ สนามหญ้าสองข้างทางตอนนี้มีหิมะปกคลุม มีวงเวียนน้ำพุประดับด้วยประติมากรรมแบบกรีกโบราณอยู่ด้านหน้า ตัวบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าทำจากอิฐและหินสีขาวสไตล์จอร์เจียน

 

รถจอดแล้ว มีคุณพนักงานเดินมาเปิดประตูให้กับเลดี้แคทเธอรีนที่นั่งข้าง ๆ กับผมตรงเบาะหลัง ผมนั่งนิ่ง ยังไม่ยอมลง จนคนขับรถต้องมองผมผ่านกระจกมองหลังด้วยความสงสัย

 

มาที่นี่จนได้สินะ” ผมบ่นออกมา ก่อนจะเปิดประตูอีกฝั่งและลงจากรถ ไม่ลงฝั่งเดียวกับอาแคท คุณพนักงานที่มารับเธอทำหน้างง ก่อนจะปิดประตูรถเพื่อให้คนขับรถขับไปเก็บ

 

นักกบฏ เหมือนพ่อของเธอไม่มีผิด” อาแคทพูดขึ้น เธอยืนรอผมอยู่ที่หน้าประตู

 

ผมมีมือมีเท้า เปิดประตูลงเองได้”

 

เลดี้แคทเธอรีนยิ้ม “เรารู้สึกเหมือนถูกปรามาสว่าเป็นผู้พิการทางอ้อม แต่ช่างเถอะ เข้าบ้านของพวกเรากัน”​

 

บ้านคุณ” ผมแก้คำ

 

ที่นี่คือบ้านสเปนเซอร์ ชื่อเดียวกับนามสกุลของเธอ ซึ่งหมายความว่า ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเช่นกัน”

 

บ้านไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นความรู้สึก และสถานที่นี้ไม่ต้องการผมไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ผมเรียกว่าบ้านได้ไม่เต็มปากหรอก” ผมบอกอย่างประชดประชัน ก่อนจะเดินผ่านหน้าเลดี้แคทเธอรีนเข้าไปในตัวบ้าน คุณพนักงานบางคนของที่นี่มองผมด้วยความตกใจ ซึ่งเป็นคนที่ดูมีอายุ แต่นั่นก็แปปเดียวเท่านั้นก่อนจะทำงานของตัวเองกันต่อ

 

ผมเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง กวาดตาสำรวจภายในบ้าน มันก็ดูเป็นบ้านทั่วไปของพวกผู้ดี เครื่องเรือนสีแดงกับสีทองให้ความรู้สึกเหมือนอยู่หอกริฟฟินดอร์ แต่ไฮโซหรูหราหมาเห่ากว่ามาก ทั้งม่านเอย แชนเดอเลียร์เอย รูปภาพใส่กรอบทองอันเท่าฝาบ้านเอย ไหนจะเสาสลักลายจนพร้อยนั่นอีก รู้จักคำว่ามินิมอลกันไหมนะ

 

“พี่เอ็ดเวิร์ดกับพี่เคนเนดี้ออกไปรึยัง” เลดี้แคทเธอรีนถามกับคุณพนักงานชายคนหนึ่งที่ดูมีอายุ และน่าจะแก่กว่าตาของผม

 

“ออกไปได้สักพักแล้วครับ”

 

“โอเค ขอบใจจ้ะ”

 

“เลดี้ครับ นั่น... เขาใช่ไหม” ชายชราถามอาแคทและมองมาทางผม

 

“ใช่แล้วแอนดรูว์ เขาคือเบลค” อาแคทตอบ

 

“เหมือน... ช่างเหมือนคุณชายออสติน”

 

“อืม ถ้ามองดี ๆ ก็มีส่วนที่เหมือนนะ แต่เราว่าเบลคเหมือนแม่ของเขามากกว่า”

 

“ไม่ใช่ครับเลดี้ ไม่ใช่หน้าตา บุคลิกและลักษณะภายนอกของเขาเหมือนคุณชายออสตินราวกับถอดพิมพ์ออกมา หากมองแค่ด้านหลัง กระผมคงต้องทักผิดแน่” ชายชราคนนั้นยิ้มให้ผมเล็ก ๆ ก่อนจะขอตัวไปทำงานของตัวเองต่อ

 

ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณพนักงานเห็นผมแล้วถึงตกใจกัน ผมหน้าเหมือนแม่ แต่ที่เหลือก็ได้พ่อมาหมด ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกไม่คิดว่าผมเป็นผีพ่อมาหลอก

 

“เบลค” อาแคทเรียกผม เธอยืนอยู่ตรงบันไดใหญ่ของบ้าน “ทางนี้”

 

ผมเดินตามอาแคทขึ้นบันไดไปเงียบ ๆ จะว่าไปที่นี่ก็เงียบ ตระกูลสเปนเซอร์มีที่พำนักอยู่หลายที่ คนในตระกูลก็กระจายกันอยู่ แต่ที่นี่เป็นที่ที่อยู่ในเมืองมากที่สุด และวุ่นวายมากที่สุด ส่วนใหญ่จึงไปอยู่แถบชานเมืองหรือนอกเมืองไปเลย เวลาพบกันพร้อมหน้าส่วนมากก็จะเป็นงานใหญ่ ๆ อย่างเช่นงานแต่งงาน

 

ผมรู้ได่ไงอ่ะหรอ? ก็คุณอาสุดที่รักเล่นเล่าตั้งแต่ออกจากคอนโดเลยน่ะสิ

 

“เธอคงจำไม่ได้ แต่เธอเคยอยู่ที่นี่” เลดี้แคทเธอรีนพูดขึ้นเมื่อเราขึ้นบันไดมาถึงชั้นสอง

 

“ถ้าให้เดาก็คงอยู่ตอนรอตามารับ”

 

“นั่นก็ด้วย แต่เธอเคยอยู่ที่นี่มากกว่านั้น ก่อนที่พี่ออสตินจะย้ายออกไปอยู่ที่วินเดอร์เมียร์”

 

“ผมจำอะไรไม่ได้มาก ความจริงก็แทบจะจำอะไรไม่ได้เลย แต่ผมชอบที่นั่น –หมายถึงที่วินเดอร์เมียร์”

 

“ไม่แปลกใจหรอกหากเธอจะชอบ เราไปเยี่ยมแค่สองสามครั้งยังชอบเลย” อาแคทบอก เธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง ประตูบานใหญ่สีขาว สลักลายดอกป๊อปปี้ ใจของผมกระตุกแปลก ๆ หลังบานประตูนี้คงมีอะไรบางอย่างแน่นอน

 

เลดี้แคทเธอรีนดึงกลอนประตูออกและผลักบานประตูเข้าไป ด้านในเป็นห้องทรงกลม ตรงกลางเปิดโล่ง ผนังห้องสีขาว เครื่องเรือนทุกอย่างสีขาวและทำจากหินอ่อน รูปภาพบุคคลไม่เล็กไม่ใหญ่มากมายวางเรียงรายอยู่ในตู้กระจกใส ทุกคนล้วนอยู่ในตระกูลสเปนเซอร์ และล่วงลับไปแล้ว ผมยืนมองรูปภาพหนึ่งที่มีแท่นหินอ่อนสลักชื่อเอาไว้ว่า ไดอาน่า ฟรานเซส สเปนเซอร์

 

หึ ถ้าผมไม่ได้ใช้นามสกุลสเปนเซอร์ ไปบอกใครใครเขาจะเชื่อว่าผมเป็นญาติกับไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์

 

ผมออกเดินต่อ อาแคทเดินไปจนเกือบสุดตู้กระจก เธอมองไปยังชั้นที่อยู่สูงกว่าเธอเล็กน้อย และหันมาทางผม ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างเธอ รูปภาพของพ่อกับแม่วางอยู่ข้างกัน

 

-ออสติน เฟรเดอริก สเปนเซอร์-

 

-ไอรีน รูบี้ วินเซนต์-

 

มือของผมเอื้อมขึ้นแตะกระจกโดยอัตโนมัติ “พวกเขาเจ็บไหมอาแคท” ผมพูดออกมาเหมือนคนเพ้อ “ตอนที่พ่อกับแม่ตาย พวกเขาเจ็บไหม”

 

“ไคล์บอกเราว่ามันเกิดขึ้นเร็วมาก พวกเขายังไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ เราไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก แต่เขาบอกเราว่ามีคาถาหรือคำสาปอยู่บทหนึ่งที่ปลิดชีวิตผู้คนได้ภายในเสี้ยววินาที”

 

“คำสาปพิฆาต”

 

“พวกเขาสองคนถูกพบในบ้านที่วินเดอร์เมียร์ ในสภาพไร้ลมหายใจ ส่วนเธอมีคนมาช่วยไว้ได้ทัน ไคล์ติดต่อเรา บอกเราว่าให้ช่วยไปรับเธอมาเพราะเขาติดพันเรื่องคดีของไอรีน เขามารับเธอหลังจากนั้นสองวัน และทะเลาะกับพ่อของเราเรื่องรับเลี้ยงเธอ”

 

“ทะเลาะเรื่องรับเลี้ยง? ทะเลาะกันทำไม สเปนเซอร์ไม่อยากได้ผมอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

 

“นั่นเป็นสิ่งที่ไคล์บอก ความจริงแล้วพวกเราต้องการเธอ แต่เธอต้องไปอยู่ที่ควิเบก”

 

“ควิเบก? แคนาดาอ่ะนะ” ผมชักจะงงแล้วนะ ทำไมเรื่องของตากับเรื่องของอาแคทไม่ตรงกันล่ะ

 

“ใช่ แต่เชื่อเถอะว่ามีเราคนนึงล่ะที่ค้าน เราเข้าใจสถานการณ์ในโลกเวทมนตร์มากกว่าใครทั้งหมดในตระกูล การส่งเธอไปแคนาดา หรือที่ไหนก็ตามที่ไม่ใช่อังกฤษมันไม่ปลอดภัย ตาของเธอค้านหัวชนฝาว่าเธอต้องอยู่ในเกาะอังกฤษ ในแผนดินสหราชอาณาจักรเท่านั้น ถ้าไม่ได้ เขาจะเลี้ยงเธอเอง พวกเขาทะเลาะกันบานปลายจนพ่อเอ่ยคำหนึ่งออกมา และนั่นทำให้ไคล์โกรธมาก คือพ่อเราค่อนข้างอคติกับแม่ของเธอน่ะ” อาแคทหยุดพูด เธอจับมือผมและบีบเบา ๆ “พ่อพูดว่าเขาอุตส่าห์ยอมรับตัวประหลาดอย่างเธอเป็นหลาน ถ้าไม่ไปควิเบก ก็ไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับสเปนเซอร์อีก มีญาติเราอีกหลายคนคิดเหมือนพ่อ คือการส่งเธอไปไกล ๆ มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องการให้เธออยู่ในอังกฤษอยู่บ้านกับเรา กับพี่ชายเรา”

 

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมได้ยินมาตลอดสิบสองปี ตาบอกผมว่าพวกเขาไม่ยอมรับเลี้ยงผมเพราะผมเป็นพ่อมด พวกเขาไม่ต้องการผมเลย แต่มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้ารับเลี้ยงผม ผมก็ต้องไปอยู่ที่แคนาดาอยู่ดี มันจะต่างอะไรกับตอนนี้ล่ะ

 

“สรุปก็คือสเปนเซอร์ไม่รับเลี้ยงผมนั่นแหละ หรือต่อให้รับเลี้ยง ก็ไม่เต็มใจ ผมพูดถูกไหม” ผมบอกเลดี้แคทเธอรีน เธอไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ค้านหรือปฏิเสธความจริงนี้ “แล้วทำไมผมถึงออกจากอังกฤษไม่ได้ ผมเพิ่งไปอเมริกามาตอนหน้าร้อน”

 

“เรื่องนี้เกินขอบเขตที่เรารู้ เธอต้องถามตาของเธอเอง”

 

“ทำอย่างกับตาจะยอมบอก” ตาแทบจะไม่พูดถึงแม่เลยด้วยซ้ำ

 

“เขาจะบอกเธอ สักวันหนึ่ง”

 

“เผลอ ๆ ผมสืบเองยังง่ายกว่า”

 

อยู่ ๆ อาแคทก็จับมือของผมให้แบออก ก่อนจะวางอะไรสักอย่างเย็น ๆ ลงมา มันคือแหวนเงินเรียบ ๆ สองวง

 

“แหวนของพี่ออสตินกับไอรีน พวกเขาไม่ได้แต่งงานกันตามพิธีหรือจดทะเบียนสมรส มีแค่แหวนสองวงนี้ เราว่ามันคงจะดีกว่าถ้าให้เธอเป็นคนเก็บมันไว้” จากนั้นอาแคทก็ล้วงหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ส่วนนี่ ของขวัญคริสต์มาสจากเรา อาจจะดูธรรมดา แต่เราคิดว่ามันเข้ากับแหวนดี”

 

อาแคทยื่นกล่องกำมะหยี่มาให้ผม ผมมองหน้าเธอ เธอพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้เปิดได้เลย อาแคทให้สร้อยมาหนึ่งเส้น เป็นสร้อยเงินพร้อมกับจี้เงินทรงแท่งยาวสลักตัวอักษรบี เอ และเอสเรียงกันลงมาเป็นแนวตั้ง

 

B(lake)

A(ustin

S(pencer)

 

“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวขอบคุณ ก่อนจะใส่แหวนรวมกับสร้อยไว้ในกล่อง

 

“ไม่เป็นไร เราดีใจมากกว่าที่เธอไม่ปฏิเสธของขวัญเรา” อาแคทบอกยิ้ม ๆ และพาผมออกจากห้อง

 

คราวนี้เธอพาผมมาทางข้างหลังบ้าน รั้วเหล็กดัดสีดำสูงเท่าเอวล้อมหลุมฝังศพของคนในตระกูลสเปนเซอร์ไว้ ผมถูกพามาที่หน้าหลุมศพของพ่อและแม่ หิมะตกลงมาบนแผ่นหินจนกลบชื่อมิด ผมใช้มือปัดหิมะออกไป ชื่อของพ่อกับแม่เด่นชัดขึ้นมา

 

ผมยืนเงียบ ๆ ไม่รู้จะทักพวกเขาดีไหม ไม่รู้จะพูดอะไร ผมแทบไม่รู้สึกถึงลมหนาว ๆ ที่กำลังพัดอยู่ด้วยซ้ำ ผมย่อตัวลง หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา เสกดอกไม้เหนือหลุมฝังศพของพวกท่าน

 

“เท่าที่เรารู้ เธอใช้เวทมนตร์นอกโรงเรียนไม่ได้”

 

“ใช่”

 

“ใช้ต่อหน้าเราที่ไม่ใช่ผู้วิเศษก็ไม่ได้”

 

“ใช่”

 

“อ้าว แล้วจะไม่มีปัญหาทีหลังหรอ”

 

“ไม่รู้” ผมบอก “กระทรวงฯ ไม่ว่างมาตรวจสอบขนาดนั้นหรอก อีกอย่างกฎหมายมีช่องโหว่ ถ้าคิดจะมาจับผมหรือไล่ผมออกจากโรงเรียนเพราะแค่เสกดอกไม้เหนือหลุมศพพ่อกับแม่ล่ะก็ ผมจะไปเผากระทรวงฯ”

 

“อย่ามาแย่งฉันเผาเชียวไอ้หลานชาย”

 

“ตา?”

 

ผมหันหลังกลับไปมองทันทีที่ได้ยินเสียงคุ้นเคย ตากำลังเดินมาพร้อมกับผู้ชายที่น่าจะอายุไม่เกินสามสิบห้าอีกสองคน พวกเขามีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเลดี้แคทเธอรีน

 

“มองข้างหลังแล้วเหมือนออสตินจริง ๆ ด้วยยัยแคท พี่นึกว่าเจอผีหลอกเข้าให้ตอนเดินมาเมื่อกี้” ผู้ชายที่ดูเด็กที่สุดเข้ามาคุยกับอาแคท

 

“นี่เลดี้แคทเธอรีน คุณกล้ามากนะที่ให้พวกพี่ชายคุณไปดักผมที่คอนโด ผมเป็นพ่อมดนะ สาปพวกคุณได้ง่าย ๆ”

 

“โธ่ลุง ดักเดิกอะไร พวกเราสองคนแค่ไปยื่นรอ เนอะเอ็ด”

 

“ฉันอยู่บนรถ ไม่เกี่ยว”

 

“เห้อ พวกโตแต่ตัว” ตาบ่น ในขณะผู้ชายสองคนที่มากับตาเถียงกันไม่หยุดเหมือนเด็ก ๆ “เอ้าเจ้าเบลคหลบหน่อย ขอฉันเจอลูกฉันมั่ง”

 

ผมหลบไปยืนข้าง ๆ อาแคท ยังคงงงกับสถานการณ์ตรงหน้า ตามาได้ยังไง ไม่สิ ต้องบอกว่าตายอมมาได้ยังไงมากกว่า ไหนจะผู้ชายสองคนนี้อีก แต่ดูแล้วพวกเขาคงเป็นอาของผมแน่ ๆ

 

“เบลค นี่เอ็ดเวิร์ดกับเคนเนดี้ พี่ชายเรา –อาของเธอ” อาแคทแนะนำ และคนที่เดินเข้ามาทักอาแคทก่อนเมื่อกี้ก็รีบเข้ามาทักผมต่อทันที

 

“ฉันเคนเนดี้ เรียกอาเคนเลยก็ได้จะได้สนิท ๆ”

 

“ฉันเอ็ดเวิร์ด อยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะ”

 

“ผมเบลค” ผมแนะนำตัวเองสั้น ๆ

 

“สั้นดีแท้” อาเคนเนดี้พูด ก่อนจะหันไปทางอาแคท “นี่ยัยแคท พี่หิวจนไส้แห้ง เรากินข้าวเย็นเร็วขึ้นสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม”

 

“นายเพิ่งแวะซื้อชุดแฮปปี้มีลที่แมคโดนัลด์ไปเองนะ”

 

“นั่นมันครึ่งชั่วโมงมาแล้วครับคุณเอ็ดเวิร์ด”

 

“อยู่ต่อหน้าเด็กพวกพี่ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่กันหน่อยได้ไหม” อาแคทบอกพี่ชายทั้งสอง

 

“ก็พี่ไม่อยากให้หลานเกร็งไงแคทจ๋า เนี่ยดูหน้าหลานสิ เครียดเชียว” ผมว่าอาเคนเนดี้คงจะเป็นคนทะเล้นน่าดู

 

“ผมไม่ได้เครียดครับ ผมแค่งง นึกว่าพวกอาจะเป็นผู้ดีกว่านี้ซะอีก”

 

“หึ จุกไหมละไอ้เคน” อาเอ็ดเวิร์ดหัวเราะสมน้ำหน้า

 

“ให้คีพลุคผู้ดีตลอดเวลาเหมือนออสตินกับยัยแคทล่ะก็ขอบาย ชีวิตนี้มีอะไรมากกว่าการรักษามารยาท”

 

ผมว่าผมเริ่มชอบอาเคนเนดี้แล้วสิ

 

“เอ้า! ลากฉันมากินข้าวเย็นไม่ใช่หรือไง พาไปสิ หรือจะให้ฉันแทะซากศพบรรพบุรุษของพวกเธอ” ตาพูดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นมาหลังจากนั่งคุกเขาอยู่หน้าหลุมศพ ผมเดินเข้าไปช่วยพยุง อากาศหนาวแบบนี้ตาต้องบ่นปวดเข่าแน่นอน “แม่งเอ้ยปวดเข่าฉิบหาย ไอรีนนะไอรีน ตายแล้วยังทำฉันลำบากอีก ไอ้ลูกคนนี้นี่มันจริง ๆ เลย”

 

นั่นไง ผิดจากที่ผมพูดซะที่ไหน แถมบ่นแม่ด้วยอีกต่างหาก

 

“โห ชาวร็อคมากครับคุณลุง ลูกตัวเองตายไปแล้วยังด่าได้” อาเคนเนดี้ชูนิ้วโป้งให้สองนิ้ว “แต่เสียดายที่คุณป้ามาเฟียไม่มาด้วย ไม่งั้นผมยกนิ้วโป้งเท้าให้ด้วยแล้ว”

 

พวกเราทั้งหมดพากันเดินออกจากบริเวณหลุมฝังศพและเข้าบ้าน มีคนมาบอกว่าอาหารพร้อมแล้วสามารถนำขึ้นโต๊ะได้เลย อาเคนเนดี้รีบจัดการให้คุณพนักงานตั้งโต๊ะเสร็จสรรพเพราะความหิวส่วนตัว อาเอ็ดเวิร์ดขอตัวไปพาพ่อลงมาจากห้อง อาแคทก็ขอตัวไปพาแม่ลงมาเช่นกัน ส่วนผมกับตารออยู่ที่ห้องรับแขก

 

“เลดี้แคทเธอรีนคงเล่าอะไรให้แกฟังแล้วล่ะสิ” ตาพูดกับผม

 

“ครับ”

 

“อะไรบ้างล่ะ”

 

“หลัก ๆ ก็เรื่องที่วินเดอร์เมียร์และควิเบก”

 

“กลับไปเดี๋ยวเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง” ตาบอก “อย่าเผลอหลับซะล่ะ”

 

ผมมองตา นี่ตายอมเล่าแล้วหรอ เหลือเชื่อ ผมนึกว่าต้องตามสืบเองแล้วซะอีก

 

“ออสติน?”

 

เสียงของผู้หญิงที่ดังทางด้านหลังทำให้ผมกับตาหันไปมองพร้อมกัน เธอเป็นหญิงมีอายุ น่าจะสักเจ็ดสิบกว่า ผมของเธอกลายเป็นสีดอกเลาจนเกือบหมด เธอเดินมาหาผมโดยมีอาแคทคอยจูง

 

“นานเหลือเกินออสติน นานเหลือเกิน” เธอเอื้อมมือมาจับหน้าผม และยิ้มออกมา

 

“แม่คะ นี่ไม่ใช่พี่ออสตินนะคะ” อาแคทบอก “นี่เบลคค่ะ ลูกชายของพี่ออสติน”

 

“ย่าแกเป็นอัลไซเมอร์” ตากระซิบข้างหูผม

 

“ออสตินมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ชายเราน่ะเพิ่งปฏิญาณตนเป็นหมอเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง” หญิงที่มีศักดิ์เป็นย่าของผมบอกกับเลดี้แคทเธอรีน

 

“แคทก็รู้สึกว่าอาทิตย์ที่แล้วนี้เองค่ะแม่ แต่เวลาผ่านไปเร๊วเร็ว พี่ออสตินมีลูกจนจะโตเป็นหนุ่มแล้วนะคะ”

 

“หึ ไม่รอให้ฉันตายก่อนค่อยมาล่ะ”

 

เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้น ร่างของชายที่เป็นเจ้าของบ้านและพ่วงตำแหน่งเอิร์ลสเปนเซอร์ที่สิบเอ็ดเดินถือไม้เท้าเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมกับอาเอ็ดเวิร์ด

 

“อ้าวได้หรอ กลับกันเบลค ไอ้แก่นี่มันยังไม่ตาย ไว้ค่อยมาตอนฝังศพแล้วฮุบสมบัติที่เดียวเลยแล้วกัน” ตาของผมพูดขึ้น เหมือนจะไม่ได้ตั้งใจพูดกับผม พูดกับอีกคนมากกว่า

 

“ปากดีไม่เปลี่ยน สงสัยนักว่าทำไมยังมีชีวิตรอดอยู่อีก”

 

“ขอนึกก่อน ทำไมน้า” ตาเดาะลิ้นประกอบการนึกอย่างกวนอารมณ์

 

“โอ้โห ใช้เวลาตั้งสิบสองปีถึงได้ดูภาคสอง อย่างกับหนังเรื่องอวตาร” อาเคนเนดี้พูดขึ้น

 

“เบลค” คนที่มีศักดิ์เป็นปู่ของผมเรียก “เหอะ ชื่อเห่ยเป็นบ้า อย่างกับผู้หญิง บอกให้ตั้งว่าโธมัส โธมัส พับผ่าสิ”

 

อะไร ชื่อเบลคเท่จะตาย ยิ่งใช้เรียกผมยิ่งโคตรเท่ ดีแล้วที่พ่อไม่ตั้งชื่อผมว่าโธมัส โคตรจะโหล ไม่เชื่อก็นับดูสิว่านักแสดงอังกฤษมีคนชื่อโธมัสหรือทอมกี่คน

 

 









- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me:

          ตาเบลคมาบ้านสเปนเซอร์แล้วค่ะ แต่คุณตาก็มาด้วยนะเออ มาทะเลาะกับคุณปู่ 55555555555 เหล่าคุณอาก็สายชิลไม่คีพลุคอะไรทั้งนั้น มีแค่อาแคทที่ออร่าเลดี้ยังสถิตอยู่

          ตากับอามีความเล่าไม่ตรงกัน คือเหมือนจะเครียด แต่เราไม่อยากให้ปมครอบครัวเครียดขนาดนั้น เพราะมันจะไปเครียดเรื่องอื่นค่ะ (เอ๊ะ?) ค่อยๆแง้มเรื่องพ่อกับแม่ของเบลคแล้ว สืบไปพร้อมตาเบลคกันนนน

          ถ้าเบลคชื่อโธมัส เกาะอังกฤษก็จะมีคนฮอตที่ชื่อทอมเพิ่มมาอีกหนึ่งคนนนน





เลดี้แคทเธอรีน: พวกพี่ช่วยทำตัวเป็นผู้ใหญ่กันหน่อยได้ไหม?



jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 327 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,697 ความคิดเห็น

  1. #1938 Pearlyz (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:10
    เป็นบ้านที่ดูบันเทิงดีนะ เเซะๆกันอาจรักกันดี
    #1,938
    0
  2. #1656 lamb_san (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 21:01
    ถ้าเบลคจะเผากระทรวง เราจะสปอนน้ำมันเอง5555555 อาเคนนี่ดูเกรียนดีค่ะ เกียสความแซะชื่อโธมัส/ทอม แตามันก็โหลจริงๆนั่นแหละ5555555
    #1,656
    0
  3. #1306 Ren BO Melody Btob (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 20:19
    เราจะร่วมช่วยกันเผาล้างกระทรวงให้วอดวายเบรค #ทีมสาปส่งกระทรวง 555+
    #1,306
    2
    • #1306-1 jujuly(จากตอนที่ 53)
      1 กรกฎาคม 2562 / 23:36
      กระทรวงบอก ก็ทำตามที่ 5555555
      #1306-1
    • #1306-2 jujuly(จากตอนที่ 53)
      1 กรกฎาคม 2562 / 23:37
      *หน้าที่
      #1306-2
  4. #1305 Summerine (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 15:38
    ปวดหัวแทน55555
    #1,305
    1
    • #1305-1 jujuly(จากตอนที่ 53)
      1 กรกฎาคม 2562 / 23:36
      ครอบครัวอลเวง 5555555
      #1305-1
  5. #1304 Panitanoey (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 09:58
    มีตากับปู่แบบนี้ก็บันเทิงดีนะเหมือนกำลังนั่งดูหนังอยู่555
    #1,304
    1
  6. #1303 นักอ่านยามวิกาล (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 03:18
    โคตรบันเทิง ครอบครัวนี้ เปิดตัวเบลคเมื่อไรวงการต้องสั่นสะเทือน
    #1,303
    1
  7. #1302 Nat-Sap (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 18:25
    ตาาาา เซอร์ไพรส์มากฉากตามา ลูกนอนอยู่ในหลุมเฉยๆก็โดนด่า555 ชอบคุณพี่ชายจัง เรียกว่าคีย์เดียวกันกับตาเบลค
    #1,302
    1
  8. #1301 VelonaWhite-1989 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 12:50
    ขำตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย5555555
    #1,301
    1
  9. #1300 nimnim9397 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 12:47

    คุณตาคะ กวนประสาทเกินไปแล้ว5555 อาเคนนี่คือขี้เล่นมากกก ถ้าคุณยายมาด้วยจะเป็นไงน้อ5555
    #1,300
    1
  10. #1299 Stellae_Star (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 11:38

    คุณปู่ชื่อเบลคดีแล้วน่า ไม่ซำ้ใครดีด้วย
    #1,299
    1
  11. #1298 2002M19 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 10:42
    ตลกจัง55555 ตอนเเรกนึกว่าเบลคเข้าบ้านสเปนเซอร์แล้วมันจะเครียดที่ไหนได้โถ่เอ้ย ตลกตาด้วยกวนตีนอ่ะขำ5555
    #1,298
    1
  12. #1297 zkdlinx (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 10:34
    คุณอาเคนคือดีมากค่ะ ขี้เล่นนนน55555555555
    #1,297
    1
  13. #1296 Nu pe (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 09:21
    สนุกมากเลยยย
    #1,296
    1
  14. #1295 Hazel_nut (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 08:04
    ขำการปากดีใส่กันของปู่กับตาเบลค 555555555555 เบลคเหมือนตามาก ตลกไม่ไหวแล้วค่ะ 5555555 -เราก็แบบเอ้อ มาบ้านสเปนเซอร์ต้องมีอะไรพีคๆ แน่ อะก็พีคจริงเรื่องแย่งตัวกันเลี้ยงเบลค แต่ก็คิดอีกว่าเบลคจะแผลงฤทธิ์ไรมั้ย คือเครียดแน่เล้ย ความเป็นจริงเหรอ? นี่มันอิหยังวะมากค่ะ ถ้ายายมาด้วยคงสนุกจริงๆ แหละ 55555555555

    แล้วก็ดีละที่ไม่ชื่อโธมัส เพราะเบลคมันหล่อจริงๆ แค่ฟังละนึกหน้ารูลก็แบบโอ้โห เกิดมาหล่อเพราะชื่อนี้อะ 555555 แต่...ทอมทั้งหลายในเกาะอังกฤษก็งานดีหมดเลยนะ ฮื่อ 555555
    #1,295
    1
  15. #1294 Glassofwine (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 06:12
    //ปิดหน้าปิดตา เหล่าผู้ชายแห่งเกาะอังกฤษที่เราชอบก็มีแต่คนชื่อทอมจริง ๆ ด้วย55555555555555555
    แต่ตาเบลคคค ถ้าเธอชื่อทอมชื่อโธมัส เธอจะเป็นคุณทอมสุดแซ่บของอังกฤษอีกคนนะ
    #1,294
    1
  16. #1293 Graziers (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 01:26
    คือตอนแรกคิดว่ามันต้องมีดราม่าแน่ๆไหงกลายเป็นงี้เฉยเลยเนี่ย//ตระกูลฝั่งพ่อเบลคนี่คือไม่ชอบเบลคแล้วก็ไม่อยากเลี้ยงด้วยนี่แล้วทีตอนนี้ดันเรียกให้กลับเข้าตระกูลเฉยเลย เป็นงงเลยจ้า//คุณอาตลกมากค่ะมาดผู้ดีนี่หาแทบไม่เจอเลย55555
    #1,293
    1
  17. #1292 Kittttttttie (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 00:06
    ตอนอ่านชื่อตอนนี่คิดละมันต้องเครียดแน่ๆ ที่ไหนได้...คุณอาแต่ละคนก็น่ารักทั้งนั้น คุณปู่เองยังดูนิสัยเข้ากับตามากกก(?) หมายถึงเถียงกันคนดูคงสนุกดี55555555
    #1,292
    1
  18. #1291 Mona-ZeeN (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:48
    เบลค เบคกี้ ไรงี้ป่ะ555+
    #1,291
    1
  19. #1290 vco9uhgTv8y[ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:47
    มวยกำลังเริ่มแล้ว เราจะไม่พลาด5555
    #1,290
    1
  20. #1288 NppNpp (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:34
    เบลค..ชื่อเหมือนผญ.?? คุณปู่เอา Blake Lively เป็นบรรทัดฐานหรอคะ555555
    #1,288
    1
  21. #1287 wonkemylno (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:20
    พวกคุณอานี่ตลกกันจัง55555555ส่วนตาก็กวนใช่ย่อยย
    #1,287
    1
  22. #1286 amatuersdl (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:07

    นี่ก็ว่าชื่อเบลคเท่จริงๆนะ แหะ

    #1,286
    1
  23. #1285 nopparat kongbunya (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:07
    ตอนแรกนึกว่าจะดราม่า มาจบที่ครอบครัวตลกซะงั้น 555 ชอบเหล่าคุณอามาก555
    #1,285
    1
  24. #1284 Ghost World (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:05

    ถ้าเบลคชื่อโธมัสไม่ก็ทอม ก็เข้าไปอยู่ในลิสต์คนหล่อแห่งเกาะอังกฤษได้เลยค่ะ//ผายมือ

    #1,284
    1
  25. #1283 Moragod Thinnamai (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:05
    อยากให้ไรท์แต่งพ่อแม่เบลคอ่ะ อยากรู้ว่าเบลคจะถอดหม่อมออสตินมามากแค่ไหน จากคำบอกเล่าของเหล่าข้าหลวง(?)​
    #1,283
    1