Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 43 : 41 | ว่าด้วยเรื่องบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


41

ว่าด้วยเรื่องบ้าน






          โอเค ขอผมตั้งสติแปป


          สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าผมตอนนี้เป็นอะไรที่ผมไม่คิดว่าผมจะประสบพบเจอ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในบ่อนคาสิโนของยายที่ลาส เวกัส


          ผมคงต้องเล่าย้อนไปสักหน่อยว่าผมนั่งเครื่องบิน​มาหายายที่เวกัสตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ผมเดินเข้าออกบ่อนของยายได้อย่างง่ายดายแม้จะอายุไม่ถึงเกณฑ์​ แต่ส่วนมากผมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่หรอก ผมชอบออกไปเที่ยวเล่นกินลมชมเมืองมากกว่า ผมชอบเที่ยวกลางคืน หมายถึงเที่ยวตอนกลางคืนน่ะนะ เพราะตอนกลางวันอากาศแม่งร้อนบรม


          เวกัสอยู่ในรัฐเนวาดาที่เป็นเขตทะเลทราย ผมคงไม่ต้องสาธยาย​ถึงความร้อนของมันหรอกนะ ยิ่งเป็นหน้าร้อนด้วยแล้ว ตัวแทบไหม้!


          ส่วนคุณยายจูเลียผู้น่ารักก็ทำหน้าที่เป็นไกด์อย่างดี พาผมไปทุกที่ เก็บทุกสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์ค​ต่าง ๆ เวกัสเป็นเมืองที่ค่อนข้างแปลกนะถ้าถามความเห็นผม เพราะนอกจากจะเศรษฐกิจ​กิจดีเพราะธุรกิจเกี่ยวกับ​การพนัน​เป็นหลัก​แล้ว​ ที่นี่ยังมีแลนด์มาร์ค​จำลองของเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ เกือบจะครึ่งโลกอยู่ด้วย ทั้งหอไอเฟล สฟิงซ์​ พีระมิด​ เทพี​เสรีภาพ​ และอีก​เยอะแยะ


          มาเมือง​เดียว​เหมือน​ได้​เที่ยว​รอบ​โลก​เลย​ฮะ


          ผมทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว​ที่ดี เคารพกฎระเบียบ​ทุกอย่าง แต่บางครั้งพวกทัวร์จีนก็ทำให้ผมอยากบ้า ผมไม่ได้เหมารวมว่าคนจีนทุกคนต้องเป็นแบบนี้นะ แค่คนจีนที่ผมพบเจอมาพวกเขาทำแบบนี้ และผมก็เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนตอนที่อยู่ลอนดอน


          อย่างแรกเลย เรื่องเสียงดังครับ ผมต้องทนนั่งฟังพวกเขาคุยกันช้งเช้งในร้านอาหาร​ น่ารำคาญมาก แต่ผมยังอดทนได้อยู่


          อย่างที่สอง แซงคิว อันนี้ผมเกือบจะหันไปด่าแล้วถ้ายายไม่ห้ามซะก่อน ผมต่อแถวซื้อไอศกรีมเจ้าดังอยู่ดี ๆ ก็โดนแซง แถมยังชวนพรรคพวกมาด้วยอีก มารยาทน่ะมีไหมถามจริง แต่สุดท้ายยายของผมก็แก้ปัญหาให้ด้วยการเหมาไอศกรีมทั้งหมดให้ผมคนเดียว


          คุณคิดว่าเจ้าของร้านจะขายให้ใครล่ะ ระหว่างนักท่องเที่ยวที่สื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่องและจะซื้อไอศกรีมกันแค่คนละถ้วย กับยายที่จะเหมาทั้งร้าน แถมเสนอเงินให้มากกว่าราคาสินค้าเกือบหนึ่งร้อยเหรียญ


          ก็ต้องยายอยู่แล้วป่ะ


          เจ้าของร้านรีบติดป้าย Out of stock ทันที และไม่มีใครได้ไอศกรีมเลยนอกจากผม


          เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับจูเลีย วินเซนต์ สมน้ำหน้า! ถึงผมจะต้องกินไอศกรีมจนเบื่อไปข้างก็เถอะ


          แต่เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผมมาอยู่กับยายในช่วงปิดเทอมไม่ใช่แค่นี้


          ผมเพิ่งตระหนักถึงความเจ๋งของยายว่ามันมีมากแค่ไหนก็วันนี้นี่แหละ​ วันที่ผมต้องมาเจอมือปราบมารจากกระทรวงเวทมนตร์​แห่งสหรัฐ​อเมริกา​หรือมาคูซ่าเกือบสิบชีวิตกำลังร่ายคาถากันอย่างเมามันส์​ใส่พ่อมดคนหนึ่งในบ่อนของยาย


          และยายก็ทำแค่ยืนกอดอก มองดูพวกเขาสู้กันเหมือนดูคีอานู รีฟส์สู้ในหนังเรื่องจอห์นวิคไม่ก็หนังสายลับเรื่องดังอย่างเจมส์ บอนด์


          “ยาย ผมกำลังอยู่ที่ไหนเนี่ย” ผมถามระหว่างยืนมองมือปราบมารร่ายคาถาเจ๋ง ๆ จากห้องกระจกใสชั้นบนสุดที่เป็นห้องของยาย


          “เวกัสไงหลานรัก” ยายยักไหล่ตอบ


          “แล้วไอ้ที่กำลังเกิดขึ้นข้างล่างนี่คือไง อธิบายให้ผมฟังที” ผมชี้ไปที่สภาพของบ่อนข้างล่าง ตอนนี้เริ่มเละเทะ ข้าวของกระจัดกระจาย​ บางจุดมีไฟลุก บางจุดก็มีคนนอนบาดเจ็บ


          “ยายก็ต้องรอฟังเจ้าพวกเล่นมายากลนั่นมาอธิบายเหมือนกัน ถ้าหลานมาอยู่สักปีหรือสองปีก็ชินเอง”


          “ยายกำลังจะบอกผมว่ายายเจอพวกพ่อมดมาพังบ่อนบ่อย ๆ หรอ”


          “อืม บ่อยไหมนะ” ยายทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะหันไปถาม​บอดี้การ์ด​ที่มีหน้าที่กึ่ง ๆ เลขาฯ “นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้วบ๊อบบี้​”


          “ถ้านับตั้งแต่เริ่มเซ็นสัญญา​กับทางมาคูซ่า ครั้งนี้ครั้งที่แปดสิบสามครับ” บ๊อบบอดี้การ์ด​ชายผิวสีตัวล้ำบึ้กเปิดจอไอแพดและตอบยายอย่างเป็นการเป็นงาน


          “ตามนั้นแหละเบลค ครั้งนี้ครั้งที่แปดสิบสาม”


          สมแล้วที่เวกัสได้ฉายาว่า Sin City เมืองแห่งบาป สายบุญผมแนะนำว่าหนีไปเลยนะ อย่ามา


          รออีกสักประมาณ​ครึ่งชั่วโมงทุกอย่่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง พวกมือปราบมารสามารถจับกุมพ่อมดตัวปัญหา​คนนั้นได้ พวกเขาต้องลบความทรงจำของโนแมจคนอื่น ๆ ด้วย ส่วนคนที่โดนลูกหลงก็ถูกปรับเปลี่ยนความทรงจำก่อนจะส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล​


          “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือมิสซิสวินเซนต์ ทางเราจับกุมคนร้ายได้แล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต” มือปราบมารคนหนึ่งหายตัวเข้ามาในห้องที่ผมกับยายอยู่ จากนั้นก็รายงานเหตุการณ์​ ดูทรงแล้วเขาน่าจะอายุพอ ๆ กับโรเจอร์


          “ครั้งนี้อะไรล่ะ ลักลอบนำสมุนไพร​ต้องห้ามเข้าเมือง ผู้ร้ายข้ามแดน หรือเพาะพันธุ์​สัตว์​ผิดกฎหมาย” ยายถาม


          “ก็แค่ไอ้บ้าเสียสติที่ชอบจับพวกโนแมจมาทดลองยาเท่านั้น​เอง”


          “พวกคุณทำสถานที่ทำมา​หากิน​ของฉันเสียหายอีกแล้ว”


          “คุณก็รู้ว่าเราสามารถ​ทำให้เป็นเหมือนเดิมได้ในพริบตา” มือปราบคนนั้นบอกก่อนจะหันมามองผม แล้วก็หันกลับไปหายาย “เสน่ห์​แรงนี่ เดี๋ยวนี้มีเด็กมาติดด้วย สามีคุณไม่ว่าหรอ”


          “เฮ้! ผมเป็นหลานต่างหาก นี่ยายผม”​ ผมพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเข้าใจผิดไปไกลมากกว่านี้


          “ใช่ นี่หลานฉัน พวกคุณเสร็จธุระก็รีบไปได้แล้ว รบกวนจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วย ถึงจะเป็นหน้าที่อยู่แล้วก็เถอะ”


          “ไม่ต้องห่วง เราจะจัดการให้ไม่เหลือร่องรอย ว่าแต่หลานชายคุณก็เป็นพ่อมดใช่ไหม” มือปราบมารหันมาหาผม


          “ไม่ใช่มั้ง” ผมบอก เอาตามตรงนะผมรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับไอ้หมอนี่เลย ดูขี้หลีชีกอยังไงก็ไม่รู้


          “แต่ก็สังเกตได้ไม่ยากหรอกนะ นั่น พวกเด็กวัยรุ่นชอบทำกัน เสียบไม้กายสิทธิ์​ไว้ที่กระเป๋าหลัง” เขาชี้มาที่ไม้กายสิทธิ์​ของผมที่เหน็บไว้ข้างหลังกางเกงยีนส์


          “ก็มันสะดวกดี”


          “ถ้าก้นไหม้ขึ้นมาเธอจะไม่พูดคำนี้ ฉันแซทเทิร์น เกรฟส์” พูดเสร็จก็ยื่นมือมาเชคแฮนด์


          “เบลค สเปนเซอร์” ผมบอกและจับมือตามมารยาท


          “ว่าแต่อยู่บ้านไหนล่ะ ฉันอยู่วอมปัส”


          วอมปัส? นั่นมันบ้านที่อิลเวอร์โมนีไม่ใช่หรอ เราอยู่คนละสถาบันกัน


          “เรเวนคลอ ฮอกวอตส์”


          “อ่าฮะ เด็กฮอกวอตส์ งี้ก็รู้จักพี่น้องโลบูต้าน่ะสิ”


          มาร์โคกับมาริลินน่ะหรอ ไอ้หมอนี่รู้จักสองคนนั้นได้ไง


          “จะว่ารู้จักก็รู้จักนะ” ผมตอบเลี่ยง ๆ เผื่อไว้ก่อน ผมไม่ไว้ใจเขา อย่างน้อยก็นิสัยล่ะนะที่ผมไม่ไว้ใจ


          “ฉันจะแนะนำอย่างนึง” เขาเดินมากระซิบเบา ๆ “อยู่ให้ห่างจากคนน้องไว้ ก่อนที่เด็กนั่นจะกุมความลับของเธอแล้วเอามาแบล็คเมล์”


          “มาริลินไม่ใช่คนแบบนั้น” นั่นไง มาริลินต้องเผลอไปอ่านใจไอ้หมอนี่แล้วรู้เรื่องชั่ว ๆ แน่ ๆ


          “โอ้ แสดงว่าสนิทกันล่ะสิ ก็นะ เด็กคนนั้นไม่ชอบฉันเท่าไหร่” เกรฟส์ยักไหล่บอกผมก่อนจะหันไปหายายอีกครั้ง “ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ ขอบคุณอีกครั้งที่ให้ความร่วมมือ”


          แซทเทิร์น เกรฟส์หายตัวออกไป สภาพในบ่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ลูกค้าสนุกสนานกับการพนันและนารีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


          “เห้อ ไอ้เจ้าเด็กหน้าหม้อนั่น ฉันล่ะเบื่อ เมื่อไหร่จะโดนย้ายสักทีก็ไม่รู้”


          “ทำไมหรอยาย” ผมถามอย่างสงสัย


          “ไม่มีอะไรหรอก แค่เด็กหน้าใหม่ไฟแรงที่มั่นหน้าตัวเองมากไปก็แค่นั้น ดูสิยายมีหลานตัวโตขนาดนี้ยังจะมาเช็คเรตติ้ง”


          “ไอ้หมอนั่นมันจีบยายอ่อ!” เฮ้ย ไม่ยอมนะ ผมจะฟ้องตา ไอ้ดาวเสาร์​นั่นรู้จักตาผมน้อยไปแล้ว


          “อย่าเรียกจีบเลยเบลค เรียกว่าขี้หลีเถอะ มาทีไรก็ส่งสายตาวิบวับให้สาว ๆ ไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ยาย แต่ขอโทษเถอะ อย่าหวังว่ายายจะหลงไปกับสายตาสีฟ้าน้ำทะเลที่มองเข้าไปแล้วหาทางออกไม่เจอนั่น!”


          ฟังดูแล้วเหมือนยายจะเคยหลงไอ้หมอนั่นยังไงก็ไม่รู้แฮะ


          “ถ้ามันยังไม่เลิกหลียายนะ บอกผม ผมจัดการให้” ผมล่ะหมั่นไส้ไอ้พวกชะม้อย​ชะม้ายชายตา โคตรไม่มีชั้นเชิง จะจีบสาวทั้งทีหัดหาวิธีเข้าที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง


          “แค่ตาของหลานก็พอแล้วหล่ะ ยายเคยเปรย ๆ ไปหนเดียวเองนะทำเป็นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้ววันต่อมาเจ้าเด็กเกรฟส์นั่นก็ได้จดหมาย... มันเรียกอะไรนะเบลค ที่มันอ่านเองได้ แบบว่าเกรี้ยวกราดหน่อย ๆ”


          “จดหมายกัมปนาท?” นี่ตายังใช้วิธีนี้อยู่อีกหรอ ส่งจดหมายกัมปนาท​ไปด่าเนี่ย


          “เอ้อ ใช่ นั่นแหละ วิธีเดียวกับที่ตาจัดการพวกหนุ่ม ๆ ของไอรีน เป็นคนเสน่ห์​แรงนี่ก็ลำบากเนอะเบลคเนอะ”


          “ครับ เป็นคนเสน่ห์​แรงลำบากจริง ๆ นั่นแหละ”

 





          คืนสุดท้ายในลาส เวกัส ผมนอนกับยาย ที่จริงแล้วเป็นยายต่างหากที่ยืนยันหัวชนฝาว่าจะนอนกับผมให้ได้


          น่าอายชะมัด ผมสิบสี่แล้วนะ ผมนอนคนเดียวตั้งแต่แปดขวบ อยู่ ๆ จะให้มีคนมานอนข้าง ๆ ผมชินซะที่ไหนล่ะ


          “ไงตาแก่ คืนนี้ฉันนอนกับเบลคด้วย”


          เหอะ อวดไปเถอะ แต่ก่อนฉันนอนกับเบลคทุกคืน ไม่อยากจะพูด”


          แล้วผมก็ต้องนอนดูคนแก่สองคนวิดีโอคอลกันตอนเที่ยงคืน ใจความส่วนใหญ่ก็มีแค่ยายพาผมไปเที่ยวไหนบ้าง กินอยู่ยังไง และยายอดไม่ได้ที่จะเกทับตาว่าเลี้ยงผมดีกว่าเป็นไหน ๆ


          แหงสิ ยายพาผมไปกินข้าวที่ภัตตาคาร​หรู ๆ เกือบทุกเย็น อาหารเช้าพอทำเสร็จ​ก็ยกมาเสิร์ฟ​ถึงบนเตียงทุกวัน อาหารขยะแทบไม่เข้าปากผมเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องชั่งน้ำหนักก็รู้ว่าผมอ้วนขึ้นแน่นอน อ้วนโดยที่ไม่ต้องพึ่งแม็คแอนด์ชีสหรือชีสเบอร์เกอร์เลย


          “ตา แฟมิลี่ผมเป็นไงมั่ง” ผมยื่นหน้าไปข้าง ๆ ยายเพื่อเข้าเฟรมแล้วถามตาที่นั่งอยู่หน้าทีวีในห้องที่ลอนดอนซึ่งเวลาเร็วกว่าที่เวกัสแปดชั่วโมง


          จะเป็นไงล่ะ หูฟังฉันโดนกัดไปสองอัน โดยฝีมือไอ้มอคค่า” ตาแพลนกล้องไปหามอคค่าที่กำลังนอนเล่นม้วนไหมพรมอยู่ข้าง ๆ


          เมี้ยววว”


          ไม่ต้องมาเถียง! แกกัดหูฟังฉัน ไปนู่นเลยไป”​


          “มอคค่า ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่อยู่ให้ทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม​หน่อย ตาฉันดุนะเว้ย”


          เมี้ยววว”


          ไม่ต้องเสนอหน้า! เอ้า เอาเข้าไป ไปพวกตัวขนนี่”


          สงสัยแมวคงได้ยินเสียงของผมเลยพากันปีนขึ้นมาบนตัวของตาแล้วยื่นหน้าเข้าหากล้อง จำเสียงของผมกันได้ด้วย น่ารักจริง ๆ เลย


          “ลูน่าาาา~ ไมโลลลล~ คิดถึงฉันไหมมม”


          พลั่ก!


          เฮ้ย! อย่าตบมือถือฉันสิวะ!”


          จากนั้นภาพก็ตัดไป แต่ยังได้ยินเสียงของตาอยู่


          ตัดขาซะดีไหมฮะ ไอ้พวกตัวพันแข้งพันขา!”


          “เฮ้ยตา ไม่ได้นะ ห้ามทำอะไรแฟมิลี่​ผมนะ”


          สเต็กแมวก็ไม่เลว...”


          “ตา”


          “...


          “ตา!” ผมเรียกอีกครั้ง ที่เงียบไปคงไม่ได้กำลังหามีดอยู่หรอกใช่ไหม “ตา!”


          “นี่ไคล์ ตอบหลานหน่อย” ยายเรียกอีกคน


          “...


          “ไคล์!”


          โว้ย เรียกกันอยู่ได้ แกรีบกลับมาสักทีก่อนที่ฉันจะจับไอ้สามตัวนี้ทำอาหารเย็นให้โรเจอร์” หน้าของตากลับมาอยู่บนจออีกครั้ง และบ่นแมวของผมต่อ


          พวกเราวิดีคอลเสร็จกันเกือบตีหนึ่ง ตาต้องไปทำงานพอดี ส่วนยายนั้น พอตาวางสายปุ๊ปผมก็กลายเป็นจุดสนใจหลักทันที ทั้งกอดทั้งหอม สารพัด​อย่างที่คนเป็นยายจะทำกับหลานชายได้


          น่าอาย! น่าอายมาก อย่าให้ใครรู้เชียว


          “ผมไม่ใช่เด็กสามขวบนะ พอได้แล้ว”


          “ยายไม่อยากให้เบลคของยายโตเลย นี่ตัวใหญ่กว่าตอนคริสต์มาส​อีกนะเนี่ย”


          “ใหญ่เพราะยายขุนผมเนี่ยแหละ พาไปกินนู่นกินนี่ทุกวัน ผมน้ำหนักขึ้นแน่ ๆ”


          “เราน่ะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์​ ต้องเพิ่มก็ถูกแล้ว ผู้ชายเก้งก้างมันไม่ฮอตนะเบลค”


          ผมสูงขึ้นจากตอนคริสต์มาส​มาสิบเซนติเมตร​ ตอนนี้ผมสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกแล้ว จัดว่าค่อนข้างสูงสำหรับอายุสิบสี่ แต่ช่วงนี้ส่วนสูงของผมขึ้นไวมาก ไวจนน่าตกใจ กางเกงที่ผมเคยซื้อยาว ๆ จนต้องพับขาเมื่อปีที่แล้วกลายเป็นพอดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วพอผมสูงปรู๊ดปร๊าด​ขนาดนี้น้ำหนักก็ตามไม่ทัน แล้วผมก็จะไม่ฮอต ซึ่งยายดูกังวลกับจุดนี้มากกว่าผมซะอีก


          “โธ่ยาย แค่นี้ผมก็ฮอตจะตายแล้ว”


          “เชื่อจ้ะ หลานยายน่ารักจะตาย ใคร ๆ ก็ชอบทั้งนั้นแหละ”


          “ผมอยากให้ยายชมผมว่าหล่อมากกว่าน่ารักนะ”


          “สำหรับยายเบลคเหมาะกับคำว่าน่ารักที่สุดแล้ว มาหอมอีกทีสิ”


          ฟอดดด


          อืม น่ารักก็น่ารัก



- - - - - - - - - -



          ลอนดอน! ผมกลับมาแล้ว!


          และท่าทางเมืองหลวงของอังกฤษจะดีใจจนน้ำตาแตก ทันทีที่ผมเหยียบเท้าลงสนามบินในเวลาบ่ายสองปุ๊บ ฝนก็ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง


          ถ้าผมต้องกลับบ้านเองผมก็คงจะร้องไห้เป็นเพื่อนไปด้วยแล้ว


          ผมจัดการลากกระเป๋าและสมบัติบ้าของตัวเองออกจากเกต ยายไม่ปล่อยให้ผมกลับบ้านตัวเปล่า ยัดนู่นยัดนี่เพิ่มมาให้จนกระเป๋าตุง ทั้งบรรดาของฝาก ของใช้ ของกระจุกกระจิก และสารพัดอย่างที่ยายจะหามาให้ แถมยังกึ่งบังคับให้เอากลับมาอีก พอกระเป๋าไม่พอ น้ำหนักเกินก็ใช้เงินแก้ปัญหา


          ยายใครเนี่ย...


          ผมเดินลากกระเป๋าออกมารอโรเจอร์ที่ร้านกาแฟในบริเวณสนามบิน นัดแนะกันไว้แล้วว่าจะมาเจอกันที่นี่ หลัง ๆ มานี้ว่าที่หมออย่างโรเจอร์ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ นาน ๆ ทีจะมีวันหยุดกับเขาสักที นักศึกษาแพทย์ปีหกเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ผมแอบเหนื่อยแทนนะ นับถือใจพี่เขามากที่ทั้งเรียนและตามอาจารย์หมอวินิจฉัยคนไข้เกือบทุกวันไม่ได้พัก เพราะถ้าเป็นผมคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ


          “โกโก้ร้อนแก้วนึงครับ”


          ผมสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน ก่อนจะจ่ายเงินโดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกนหมายเลขบัตรเครดิตของตา ผมชอบจริง ๆ cashless society เนี่ย ไม่ต้องพกเงินสดแถมยังไม่ต้องจ่ายเงินเองอีก อิ่มจังตังค์อยู่ครบ


          รอประมาณครึ่งชั่วโมงโรเจอร์ก็โผล่หัวมา แต่ไม่ได้มาคนเดียว พี่หมอพาแฟนมาด้วย แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน –พี่มีนา สาวไทยที่เจอกันเมื่อปีที่แล้ว หวังอย่างเดียวว่าเจ๊เลือดสาดกับหนูแดงไม่ได้ตามมาด้วย


          โรเจอร์ก็ใช่ย่อยนะ ไปล่าท้าผีแต่ได้แฟนกลับมาเฉย ยอมพี่เขาเลย


          “โทษที มัวแต่วนหาที่จอดรถ” โรเจอร์บอก


          “ไม่เป็นไรฮะ ผมเพิ่งออกจากเกตมาไม่นานเอง” ผมบอกโรเจอร์ก่อนจะหันไปทักพี่สาวคนไทย “หวัดดีมีนา ผมหวังว่าพี่จะมาคนเดียว ไม่มีอะไรตามมานะ”


          “ตอนแรกก็มีคนร้องจะมาด้วยนั่นแหละ ว่าแต่ไม่เจอกันปีเดียวตัวโตขึ้นเป็นกองเลยนะเบลค” มีนาทักก่อนจะใช้มือวัดส่วนสูงของตัวเองกับผม


          “เด็กกำลังโตนี่หน่ามีนา” โรเจอร์บอกแฟนสาวก่อนจะเหวี่ยงแขนกอดคอผม “ไงไอ้ลูกหมา เผลอแปปเดียวตัวเท่าฉันแล้วนะ”


          “ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสูงไวขนาดนี้” ผมยักไหล่บอก อยู่ ๆ มันก็สูงเอง ทำไงได้ล่ะ


          จากนั้นเราก็เดินไปขึ้นรถที่โรเจอร์จอดไว้บนอาคารจอดรถ และขับกลับคอนโดอันแสนสุขของพวกเรา


          ผมแตะคีย์การ์ดและเปิดประตู ภายในห้องเย็นและมืดสนิท มีแค่แสงจากหน้าต่างที่ไม่ได้รูดม่านปิดเท่านั้น ตายังทำงานอยู่และไม่น่าจะกลับมาในเร็ว ๆ นี้ ข้างนอกฝนยังคงกระหน่ำตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ผมเอื้อมมือไปเปิดไฟ ก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ


          ห้องเย็น? ตาลืมปิดแอร์หรอ หรือมีคนเข้ามา?


          ระบบความปลอดภัยที่นี่ค่อนข้างสูง เป็นไปได้ยากถ้าจะมีโจรเข้ามา ประตูก็ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะอะไร และห้องนี้ไม่สามารถหายตัวเข้าหรือออกได้


          ผมสะบัดหัวไล่ความคิดลบ ๆ ออกไป ตาอาจจะเริ่มแก่จนเลอะเลือนแล้วลืมปิดแอร์จริง ๆ ก็ได้


          ผมลากกระเป๋าเข้ามาในห้อง และไม่ว่าจะด้วยสัมผัสที่หกหรือเซนส์พ่อมดก็แล้วแต่ ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ในห้องนี้คนเดียว ผมค่อย ๆ เลื่อนมือไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง กำไม้เรดโอ๊กของตัวเองแน่นเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน


          ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเป็นคู่อริของตาตามมาเก็บถึงที่ อีกใจหนึ่งก็ดีใจที่ตายังไม่แก่ขนาดเป็นอัลไซเมอร์


          ไง”


          ผมชี้ไม้กายสิทธิ์ไปทางต้นเสียงทันที ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ที่เก้าอี้นวมข้าง ๆ ตู้หนังสือ เธอยกมือขึ้นข้างลำตัวทั้งสองข้าง ก่อนจะเอ่ยพูด


          “วางกิ่งไม้นั่นลงก่อนไม่ดีกว่าหรือ? เรามาดี”​


          “ถ้ามาดีจริงคงไม่แอบเข้าห้องคนอื่นโดยพลการ” ผมตอบกลับ มือซ้ายยังคงชี้ไม้กายสิทธิ์อย่างระแวดระวัง


          “ข้อนั้นเป็นความผิดที่เรายอมรับ แต่เราไม่เป็นภัยอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับคนตระกูลเดียวกัน”


          “อะไรนะ?” ผมขมวดคิ้ว


          ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยทวงท่าสง่างามผิดแปลกจากคนทั่วไป เธอเดินมาหาผม และรักษาระยะห่างจากผมที่ยังคงไม่ลดไม้กายสิทธิ์ลง


          “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เบลค ออสติน สเปนเซอร์


          “คุณ...” เดี๋ยวนะ ผมว่าผมคุ้น ๆ เธออยู่ แล้วเรียกชื่อผมซะเต็มยศขนาดนั้น เธอต้องไม่ธรรมดาแน่นอน


          “จำไม่ได้? นั่นสินะ เราคงเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ ในความทรงจำของเธอ น่าน้อยใจจริงเชียว”​ เธอฉีกยิ้ม ก่อนจะพูดต่อ “เราคือเลดี้แคทเธอรีน สเปนเซอร์ ธิดาแห่งเอิร์ลสเปนเซอร์ที่สิบเอ็ด และเรามีศักดิ์เป็นอาของเธอ”






          ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย ฝนตกลงมาไม่หยุดหย่อน แมวของผมนอนคุดคู้อยู่ด้วยกันในเบาะนอน และโรมเกาะกิ่งไม้พร้อมกับหลับอย่างเป็นปกตินิสัยของนกฮูกในตอนกลางวัน


          ห้านาทีเท่านั้น เพียงห้านาทีตาก็โผล่มา หลังจากที่ผมโทรไปบอกว่าใครมาหาถึงห้อง เลดี้แคทเธอรีนหรือที่เธอบอกให้ผมเรียกเธอว่า ‘อาแคท’ ก็พอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าว


          “มาเร็วดีจริง แต่ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่” เลดี้แคทเธอรีนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าตามาถึงไวกว่าที่เธอคาดไว้


          “เราหมดธุระกันไปแล้ว คุณจะมาทำไมอีก” ตาถามเธอทันทีอย่างไม่รีรอ


          อ้าว ไปรู้จักมักจี่กันตอนไหน?


          “จะเข้าเรื่องเลยหรือ มาเหนื่อย ๆ น่าจะพักกินน้ำกินท่าเสียก่อน เราไม่รีบร้อนไปที่ไหนต่อ” เธอกล่าวอย่างเนิบนาบด้วยสำเนียงอังกฤษของแท้


          “ตารู้จักเธอหรอ” ผมถามตา


          “ไม่ได้อยากรู้จักหรอก”


          “นั่นเป็นคำตอบที่ใจร้ายมากคุณไคล์ วินเซนต์”


          ผมหันไปมองคนที่มีศักดิ์เป็นอาของผมอีกครั้ง เธอแต่งตัวเนี้ยบ ชุดกระโปรงยาวระดับเข่าพร้อมกับเสื้อสูทสีกรมที่ดูเป็นทางการและรองเท้าส้นสูงสีเบจ ผมสีเข้มมัดเป็นหางม้าต่ำเก็บเรียบไปทุกเส้น เธอนั่งหลังตรง สงวนท่าทีและกิริยา


          นี่คือสิ่งที่พวกสเปนเซอร์เป็นกันหรอ ดีแล้วล่ะที่ผมไม่ได้อยู่ด้วย


          “แต่ถ้าหากต้องการเข้าเรื่องเลยล่ะก็...” เลดี้แคทเธอรีนหันมามองผม “ปีนี้เบลคอายุสิบสี่แล้ว”


          “แล้วยังไงไม่ทราบ”


          “ก็คงมาทวงคำตอบละมั้ง และบอกรายละเอียดอะไรอีกนิดหน่อย”


          ผมยืนกอดอกมองตาและอาสลับกัน พวกเขากำลังพูดถึงผมอยู่ใช่ไหม


          “นี่ไปคุยอะไรลับหลังผมกันมาเนี่ย” ผมพูดขึ้น ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย “แล้วตาคิดจะบอกผมเมื่อไหร่”


          “เบลค มันยังไม่ถึงเวลา แกยังไม่พร้อม” ตาบอก


          “อะไรที่ทำให้ตาคิดว่าผมยังไม่พร้อม


          ตาไม่ตอบ ผมมองตาอย่างไม่เข้าใจ ที่ไม่ยอมบอกอะไรเลยมาตลอดสิบสองปีเพราะเหตุผลแค่ว่า ผมยังไม่พร้อม’ เนี่ยนะ เอาอะไรมาตัดสิน


          “อ่า ตาหลานอย่าทะเลาะกันสิ” เลดี้แคทเธอรีนพูดขึ้นทำลายความเงียบระหว่างผมกับตา


          “ส่วนคุณ ถ้าจะมาพูดเรื่องเดิม ๆ อย่างเรื่องจะเอาตัวหลานของผมไป คำตอบคือ ไม่!”​ ตาหันไปบอกเธอเสียงหนักแน่น


          “ไม่ใช่วันนี้ไคล์ เราแค่จะมาบอกว่าเบลคมีสิทธิ์อันชอบธรรมในตระกูล ก็เท่านั้น”


          “หมายความว่าไง” ผมถาม สเปนเซอร์ยังนับญาติกับผมอยู่อีกหรอ


          “หมายความว่าเธอคือทายาทที่ถูกต้อง แม้จะถูกผลักไส แต่ความจริงก็คือความจริง ตอนนี้เธอเป็นทายาทอันดับหนึ่งที่จะขึ้นเป็นเอิร์ลสเปนเซอร์ที่สิบสองต่อจากพ่อของเรา ซึ่งก็คือปู่ของเธอ”


          ทั้งห้องเงียบ อยู่มาจนถึงวันนี้ตระกูลเพิ่งจะเห็นหัวผมหรือไง คิดจะไล่ก็ไล่ คิดจะดึงกลับก็พูดเหมือนเป็นหน้าที่ที่ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้


          “ผมไม่รับตำแหน่ง หาคนอื่นเถอะ” ผมบอกเลดี้แคทเธอรีน


          “ออสตินคือลูกชายคนโต เมื่อเขาเสีย สิทธิ์ย่อมตกเป็นของน้องคนต่อไป แต่ออสตินมีเธอ สิทธิ์นั้นตกเป็นของบุตรอย่างเธอโดยชอบธรรม”


          “ก็ผมสละสิทธิ์ไง ผมไม่สนใจไอ้ตำแหน่งเอิร์ลนั่น ผมไม่ใช่คนในตระกูลสเปนเซอร์นับตั้งแต่วันที่พวกคุณเฉดหัวผมออกมาแล้ว”


          “พูดจาตรงดีจัง แต่เอาเถอะ เราไม่ได้หวังให้เธอตอบสนองกลับด้วยความดีใจอยู่แล้ว” เลดี้แคทเธอรีนยืนขึ้น “และเราอยากให้เธอรับรู้ไว้ ไม่ใช่สเปนเซอร์ทุกคนที่ขับไล่ไสส่งเธอ อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรา”


          เลดี้แคทเธอรีนเดินมาที่หน้าประตูพร้อมกับหยิบกระเป๋าใบเล็กมาด้วย เตรียมจะกลับ


          “เอาล่ะ เราหมดธุระแล้ว อ้อ ลืมบอก คริสต์มาสนี้ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป เราขอเชิญไปทานมื้อค่ำนะ”


          “คุณควรจะรู้ไว้ว่าพวกเราไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับสเปนเซอร์อีก แม้ว่าเบลคจะใช้นามสกุลนี้ก็ตาม” ตาพูดขึ้นก่อนที่เธอจะเดินออกไป


          “คุณคนเดียวหรือเปล่าไคล์ ถามเบลคด้วยสิ และเรื่องของตระกูลเรา ให้เราจัดการ หากเราไม่เห็นว่าเหมาะสมเราคงไม่มา” เลดี้แคทเธอรีนตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เราแค่มาบอกสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูล และถ้าโชคดี ในอนาคตเราอาจหาทางออกที่ดีสำหรับทุกคนได้”


          เลดี้แคทเธอรีนกลับไปแล้ว ผมกับตาต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ผมไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลสเปนเซอร์ ไม่ต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ ผมต้องการเป็นแค่เบลค สเปนเซอร์ที่ไม่มีอะไรมาผูกมัด เป็นแค่เบลคอย่างที่ผมเป็นมาตลอด


          “แกอยากกลับไปบ้านนั้นไหมเบลค” ตาถามผม


          “ตารู้คำตอบดี” ผมบอก “บ้านของผมคือตากับยาย”


          และผมไม่คิดที่จะย้ายไปไหนด้วย











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me:

          เปิดมาใสๆลาสเวกัสไปกับคุณยายจูเลียที่ซื้อไอติมทั้งอำเภอเพื่อบำเรอหลานชายคนเดียว แต่ตอนท้ายเข้าปมดราม่าครอบครัวไปกับเลดี้แคทเธอรีนซะงั้น //อาแคท : เรามาดี

          ความจริงตอนนี้ตัดเป็นสองตอนได้เลยนะ แต่ช่างมันเถอะค่ะ เราจะรวม 555555555555

          เลดี้แคทเธอรีนคืออาแท้ๆของเบลคค่ะ เป็นหนึ่งในคนที่เอ็นดูเบลคตอนเด็กๆ แต่ตอนนั้นอาแคทยังเป็นเด็กวัยรุ่น ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเท่าไหร่ ตาหนูเบลคเลยได้มาอยู่กับคุณตาไคล์แทนค่ะ ไม่อย่างนั้นเบลคก็คงเป็นคุณชายเชิ่ดๆไปแล้ว ซึ่งเหตุผลว่าทำไมบ้านสเปนเซอร์ถึงไม่ยอมรับเลี้ยงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของเบลคจะทะยอยเฉลยเรื่อยๆค่ะ เผลอๆเบลคเรียนจบถึงค่อยรู้ //หลบรองเท้า ให้ตาเบลคโฟกัสชีวิตวัยรุ่นไปก่อนอย่าดราม่ามาก เนอะ

          พี่น้องโลบูต้าดังไกลถึงอเมริกาเลยหรือ แซทเทิร์น เกรฟส์รู้จักได้ยังไงงงง //เราแอบขโมยนามสกุลคุณเกรฟส์ในแฟนทาสติกบีสต์มา แซทเทิร์นก็เป็นลูกหลานคุณเขานี่แหละค่ะ ชอบทำตัวพอร์นๆ หลีสาวหว่านเสน่ห์ไปเรื่อย ขนาดคุณยายจูเลียก็ยังไม่เว้น! แต่ได้จดหมายกัมปนาทไปก็น่าจะเลิกวอแวยายแล้วล่ะ หรือถ้าไม่ก็อาจจะโดนหลานชายส่งไปอีกคน 55555555555


          คิดถึงทุกคนนะคะ แวะมาอัพเพราะตาเบลคงอแง กวนจิตกวนใจอยู่นั่น (?)​ ขอตัวไปอ่านหนังสือต่อ เรายังสอบไม่เสร็จเลยค่ะ ฮือออออ


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

1,857 ความคิดเห็น

  1. #1177 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:50
    ตอนแรกคิดว่าอาแคทเป็นผีที่ตามความหล่อของเบลคมา ท่ดค่ะ5555555 เบลคเวลาพูดคำว่าเฉดหัวเรารู้สึกสะใจแปลกๆแบบงงๆแฮะ งงมั้ยคะ อืม เราก็งงว่าตัวเองพิมพ์ไร555555
    #1177
    0
  2. #989 VelonaWhite-1989 (@VelonaWhite-1989) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    สู้ๆนะคะไรท์ ตาเบรคคคคมาอยู่ในอ้อมอกแม่มา~~/อ้าแขน
    #989
    1
  3. #988 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:54

    หลานรักของยายจริงๆ เหมาไอศกรีมทั้งร้านเพื่อเธอคนเดียวน่ะรู้หม้าย 55555555 เห้นนามสกุลแล้วกรี๊ดเลย ฮืออออ คุณเกรฟฟฟ TT แงเนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นแล้ว อามาทวงอ่ะ เกิดอะไรขึ้นแน่เลย เป็นกำลังใจให้นะคะ ไรท์สู้ๆ

    #988
    1
  4. #987 Hiroyosha (@kanokthon59) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:53

    กำลังเดือดดกำลังเข้มมมมมม!!!
    #987
    1
  5. #986 Ts_Cp (@0997128592) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 16:13
    หนูเบลคคคคค คิดถึงที่สุดเลยยยยย อ๋อ! คิดถึงไรท์ด้วยนะคะ
    #986
    1
  6. #985 kpmsi (@kpmsi) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:33
    ชอบอาแคทเบาๆ มีเสน่ห์แบบที่รู้สึกได้5555555 ก็จะรอดูดราม่าคลายปมเรื่องเราของพ่อแม่เบลคต่อไปค่ะ อนาคตแฟนอิตาเบลคด้วยย อยากรู้แล้วรอฟินงิงิ
    #985
    1
    • #985-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:13
      อนาคตแฟนหรอ จะไปจีบใครดีล่ะ 55555555
      #985-1
  7. #984 -Kkanoz- (@savna) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:50

    ทำไมตระกูลน้องต้องมาโพล่ด้วย!!! ดึงดราม่าอ่ะะ
    #984
    2
    • #984-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:12
      ไม่ได้ดราม่าขนาดหรอกค่ะ
      #984-1
    • #984-2 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:13
      *ขนาดนั้น
      #984-2
  8. #983 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 15:37
    อยากมียายเป็นคุณยายจูเลียจังเลยค่ะ..
    #983
    1
    • #983-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:12
      เหมือนกันเลยค่ะ สายเปย์อยากได้ 5555555
      #983-1
  9. #982 Tearinshy (@SunDashine) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 14:29
    เบลคคคคคคคคคค
    #982
    1
    • #982-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:11
      ว่าไงฮะ
      #982-1
  10. #981 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:10
    คิดถึงมากกกกกกกกกกกก เบลคของพี่ ฮือออ เอาล่ะ ปมครอบครัวมาแล้ว เกิดอะไรขึ้นในอดีตกันแน่ อยากรู้จังงง
    #981
    1
    • #981-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:11
      ปีหลังๆของตาเบลคจะเริ่มแง้มปมแล้วค่ะ!
      #981-1
  11. #980 2002M19 (@meowwahh) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 06:53
    กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย สนุกมากกกกก ตั้งใจสอบน้า น้องเบลคเป็นเอิร์ล อ่าหะ คิดภาพเเล้วก็ rip อิมเมจสเปนเซอร์ 5555555 โลบูต้าคนน้องทำอะไรเเสบๆไว้เเน่เลย คุณย่าค่ะหนูจะมีคุณย่าเป็นไอดอล
    #980
    1
    • #980-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:10
      ขอบคุณค่ะ ถ้าเบลคเป็นเอิร์ลจริงๆก็เตรียม rip ภาพลักษณ์ตระกูลล่วงหน้าเลยนนะ 55555555
      #980-1
  12. วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 02:14
    รอนะครับ ขอให้การสอบผ่านไปได้ด้วยดี
    #979
    1
    • #979-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 43)
      21 พฤษภาคม 2562 / 20:09
      ขอบคุณมากๆค่ะ
      #979-1
  13. #978 KAZEKUNG (@konata-3-) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 21:30
    จะให้เบลคไปเป็นเอิร์ลมันก็...ขัดกับลุคมาก เป็นเอิร์ลที่เกรี้ยวกราดที่สุดในตระกูลอะไรแบบนี้ ผีก็ยังด่ามาแล้วเลย ให้น้อนโฟกัสกับชีวิตวัยรุ่ยไปก่อนดีกว่าเนอะ
    #ตั้งใจสอบนะคะ สู้ๆ
    #978
    1
  14. #977 nuth* (@oning9225o) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 21:09
    คิดถึงไรท์ ตั้งใจสอบนะคะะ รออ่านนน<3
    #977
    1
  15. #976 MindThanyalak (@MindThanyalak) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 20:57
    ขำอะ นึกภาพเบลคเป็นท่านเคาส์ออกเลยอะ5555
    #976
    1
  16. #975 ::คนปากไม่ดีย์:: (@windycloud) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 20:06
    อืม ถ้าตาเบลคของเรานั้นกำลังจะท่านเอริล์... อืม นึกสภาพไม่ออก จะให้ตาเบลคไปด่ากราดกลางวังก็ไม่ได้.. จะให้น้องไปพังประตู(?)ของวังก็ไม่ได้... อยุ่อย่างนี้อ่ะดีเเล้วลูก555
    ปล.คุณย่าคือเเซ่บมาก555
    #975
    1
  17. #974 Panitanoey (@Panitanoey) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:59
    คิดภาพเบลคเป็นคุณชายหยิ่งๆแบบมัลฟอยตอนเด็กแล้วหยุดขำไม่ได้5555
    #974
    1
  18. #973 Zoleir the traveler (@ZymnosX) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:48
    เด็ก14สูง186นี่ไม่เรียก&#8217;ค่อนข้าง&#8217;สูงแล้ว! ถึงจะเป็นชายชาวตะวันตกแต่ก็ถือว่าสูงมากเลยนะ!!
    #973
    2
  19. #972 Riminkdaw (@tomkamcham) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    อยากรู้จริงว่าถ้าเบลคเป็นเหมือนเดรโกตอนเด็กจะเป็นยังไง.....อืม...คิดไม่ออกเลย
    #972
    1
  20. #971 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:14
    เย้ เราทายถูกเรื่องอาแคทด้วย
    แหมมาริลีนดังไกลนะเนี่ยยย
    #ทีมมาริลีนค่าาา
    #971
    1
  21. #970 Graziers (@Graziers) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:53
    ตาเบลคเอ้ย ได้กลายไปเป็นคุณชายแน่ เตรียมตัวไว้เลยลูกเอ้ย555555//คุณยายแซ่บมากค่ะ สายเปย์สุดๆ
    #970
    1
  22. #969 SLYTHERIN'S GIRL (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:43

    เบลคครอบครัวของนายนอกจากตากับยายแล้ว ต้องมีมาริลินด้วยนะ
    ส่วนสองพี่น้องโลบูต้าเนี่ยดังข้ามทวีปเลยนะ
    #969
    1
  23. #968 Nibuijiki (@tokumeiriku) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:28
    มาต่อเร็วๆน่า~~~
    ปล. รักไรท์
    #968
    1
  24. #967 Nat-Sap (@NatSapanan) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:12

    ให้เบลคได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นก่อน ดราม่าใหญ่ๆค่อยมาตอนปี7เหมือนแฮรี่ก็ได้(?)555

    คิดถึงไรต์ คิดถึงเบลคนะคะ
    #967
    1
  25. #966 Satan.ss (@soonchannamfa) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:10
    ฉันก็รักก็รักของฉันเข้าบ้าหมายยยยย อาแคทปล่อยนังเบลคเถอะค่ะ เอามาให้หนูแทน555
    #966
    1