Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 3 : 3 | ว่าด้วยเรื่องเพื่อนเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3585
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 345 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


3

ว่าด้วยเรื่องเพื่อนเพื่อน






          ผมเบลค สเปนเซอร์ ผมเป็นนักเรียนปีหนึ่งที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ สังกัดบ้านเรเวนคลออย่างเป็นทางการ


          ผมกำลังผูกเนคไทสีน้ำเงินสลับทองแดง รูดมันขึ้นจนถึงคอหอย ก่อนจะรูดลงมาให้อยู่แค่ตรงไหปลาร้าแทน เพราะหายใจไม่ออก ผมส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง จัดผมจัดเผ้าให้ดูดีสมวัย


          หล่อจริง ๆ เว้ย สีน้ำเงินนี่มันขับผิวดีจริง ตรานกอินทรีย์ที่อกก็เท่

 

          "เบลค! นายจะส่องกระจกถึงชาติไหน ลงไปกินข้าวเช้าได้แล้ว ศาสตราจารย์ฟลิตวิกจะแจกตารางสอนที่นั่น" ไลแซนเดอร์ตะโกนเข้ามาในห้อง


          "เออ! รู้แล้ว" ผมตะโกนกลับไป ส่องกระจกครั้งสุดท้าย คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดที่มีเครื่องเขียนครบครันข้างใน ก่อนจะรีบเดินตามไลแซนเดอร์ออกไป


          หอพักเรเวนคลออยู่ที่ชั้นหก ติดกับหอดูดาว เป็นหอพักที่อยู่สูงที่สุดในบรรดาสี่บ้าน และวิวดีสุด ๆ แต่ผมก็อยากลองอยู่ใต้น้ำเป็นชาวบาดาลแบบสลิธีรินเหมือนกันนะ


          "โคลอี้!" ผมตะโกนเรียกเมื่อเห็นเธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ประตูหอ


          "อรุณสวัสดิ์เบลค" เธอกล่าวทักทาย ผมสีแดงฟูฟ่องเหมือนคนยังไม่ได้หวี


          "ผมทรงนี้กำลังเป็นเทรนด์หรอ" ผมถามล้อ ๆ โคลอี้หยิบหวีออกมาจากกระเป๋าของเธอ และหวีให้เรียบร้อย


          "ตื่นสายน่ะ ถ้าแอนิต้าไม่ปลุกฉันคงไม่ตื่น" เธอบอก ต่างกับผมลิบลับ ผมตื่นก่อนไก่โห่เสียอีก


          ผมกับโคลอี้เดินตามคนอื่น ๆ ออกมาจากห้องนั่งเล่น ลงบันไดที่ชอบเปลี่ยนทิศทางไปเรื่อย ดูเหมือนคำว่าระยะทางกระจัดจะใช้ไม่ได้กับที่ฮอกวอตส์ บันไดเปลี่ยนทีก็ต้องเดินอ้อมที มันน่ารำคาญนะเนี่ย เอาตรง ๆ


          ผมเทคอร์นเฟล็คจากกล่องลงชามของตัวเอง แล้วหยิบเหยือกนมเทตามลงไป ยังดีว่าที่นี่มีคอร์นเฟล็คยี่ห้อที่ผมชอบ ผมก็นึกว่าที่นี่จะหลังเขาแบบสุดโต่งจนทุกอย่างต้องแฮนด์เมดซะอีก


          โคลอี้กินของหวานก่อนอีกแล้ว เธอกินบราวนี่ไปหนึ่งชิ้น ก่อนจะตักข้าวโอ๊ตต้ม แปลกจริง ๆ


          "ปกติต้องกินของคาวก่อนนะโคลอี้" ผมบอกเธอ


          "ใครบอกนายล่ะ"


          "นี่ถามจริง ๆ หรือว่าย้อนฉัน" ผมถามเธอเพื่อความแน่ใจ นิสัยอย่างโคลอี้ไม่น่าจะใช่คนยอกย้อน


          "ฉันถามจริง ๆ" และโคลอี้จ้องเบลคตาใส


          "ไม่รู้ เขาก็ทำต่อ ๆ กันมา"


          "ก็ไม่ได้หมายความว่าถูกนี่ ใช่ไหม ฉันจะกินอะไรก่อนก็ได้ ถ้าฉันอยากจะกิน"


          เออเนอะ ก็ถูก


          ผมซดนมจากช้อนเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่จะมีม้วนกระดาษลอยมาตรงหน้า เป็นฝีมือของศาสตราจารย์ฟลิตวิก อาจารย์ประจำบ้านเรเวนคลอ ผมเกือบหาร่างของเขาไม่เจอตอนที่เขาเข้าหอมาเพื่อพบปะนักเรียนในคืนแรก อาจารย์ตัวเล็กนิดเดียวเอง


          "เมี๊ยว"


          "ไงเจ้าเหมียว" ผมเอ่ยทักลูน่า หยิบชามเล็ก ๆ ขึ้นมาหนึ่งใบและเทนมให้มันกิน "กินเยอะ ๆ จะได้อ้วน ๆ"


          "เมี๊ยว"


          "เก่งมากกก"


          "ตลกดี นายคุยกับแมวดีกว่าคุยกับคนอีก" ไลแซนเดอร์บอก สะกิดให้เพื่อนคนอื่น ๆ หันมาดูด้วย


          "น่ารักให้เท่าแมวฉันก่อนสิ" ผมบอก เห็นแบบนี้ผมก็รักมันนะ เชื่องแถมแสนรู้ จะขี้จะเยี่ยวก็เป็นที่เป็นทาง จะไปไหนก็ร้องบอก พอกลับมาก็ร้องทักทาย ฉลาดยิ่งนัก


          "วิชาแรกปรุงยา" โคลอี้พูดขึ้น "ต่อด้วยเวทมนตร์คาถา พักเที่ยง ประวัติศาสตร์เวทมนตร์ แล้วก็การบิน"






          วิชาปรุงยาสอนโดยศาสตราจารย์สลักฮอร์น พวกรุ่นพี่บอกว่าเขาพยายามจะลาออก แต่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลขอให้อยู่ต่อ เพราะยังหาใครมาแทนไม่ได้ เขาก็ค่อนข้างแก่แล้วแหละ พุงโต ๆ หัวล้านเลี่ยน แต่พูดจาใจดีมาก คล้าย ๆ ศาสตารย์สเปราต์เลย


          คาบแรกยังไม่มีอะไรมากนัก ผมเรียนร่วมกับฮัฟเฟิลพัฟ ทุกคนเรียนทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับการปรุงยา อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมถึงวัตถุดิบ คล้าย ๆ วิชาเคมีในโลกมักเกิ้ลเลยผมว่า


          วิชาเวทมนตร์คาถาสอนโดยอาจารย์ประจำบ้านของผมเอง แล้วก็เหมือนกับวิชาปรุงยา เรายังเรียนแค่ทฤษฎี แต่ผมอยากจะจับไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาเสกแล้วนะ


          ระหว่างกำลังเดินจากห้องเรียนวิชาคาถาไปที่ห้องโถงใหญ่ ห้องเรียนที่อยู่ข้าง ๆ กันก็เลิกพอดี เป็นวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของชั้นปีที่สี่ ศาสตราจารย์ฟลิตวิกบอกมาอย่างนั้น แถมยังได้ยินเสียงตึงตังดังมาจากห้องข้าง ๆ เป็นระยะด้วย


          "เรียนวันแรกเป็นไง"


          เสียงเอื่อย ๆ ของผู้หญิงดังขึ้น ผมหันไปมองเธอ ดอมยืนอยู่ข้างหลังผม ผมสีบลอนด์มัดรวบตึงจนผมนึกสงสารหนังหัวของเธอ


          "ก็ดี" ผมตอบไปแค่นั้น


          "เบลคบ่นว่าอยากใช้ไม้กายสิทธิ์ค่ะดอม" โคลอี้บอก


          "ปกติ ตอนฉันปีหนึ่งเหมือนพวกเธอฉันก็อยากเสกคาถาไว ๆ เหมือนกัน" เธอบอก จนกระทั่งเพื่อนของเธอเรียก "ไปละนะ แล้วเจอกัน"


          ดอมขยี้หัวผมกับโคลอี้คนละสองสามที และผมได้แต่เงยหน้ามองเพราะเธอก้าวเร็วมากจนผมโวยวายไม่ทัน ผมเพิ่งสังเกตได้ว่าดอมสูงกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ และส่วนสูงก็เกินมาตรฐานปกติของผู้หญิง


          "พี่เขาดูใจดีเนอะ" โคลอี้ว่า


          ผมมองคนใจดีของโคลอี้อีกครั้ง ก่อนจะไหวไหล่ "คงงั้นมั้ง"






          วิชาช่วงบ่ายคือวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ และผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงจัดให้เรียนตอนหลังกินข้าว ศาสตราจารย์บินส์เป็นผีคนเดียวที่ฮอกวอตส์จ้างให้มาสอน ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเขาได้ค่าจ้างเป็นอะไร แต่เสียงหึ่ง ๆ โมโนโทนของอาจารย์ทำให้ผมง่วง ยิ่งกินอิ่ม ๆ มายิ่งง่วง หลายคนสัปหงก แม้แต่โจชัว เมนดี้เด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่ส่อแววอัจฉริยะยังฟุบหน้าลงกับโต๊ะ แต่อาจารย์ก็ยังคงพูดต่อไป แล้วผมก็พบว่าผมบังคับให้ตัวเองลืมตาไม่ได้อีกแล้ว


          "โคลอี้ เลิกแล้วปลุกด้วยนะ" ผมบอกโคลอี้ที่นั่งข้าง ๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ


          "อืมได้ แต่อีกสักพักฉันก็คงตามนายไป หาววว"






          "เบลค! โคลอี้!"


          "เฮ้! ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปเรียนวิชาการบินสายหรอก"


          แรงเขย่านั่นทำให้ผมงัวเงียลืมตาขึ้นมา ผมบิดขี้เกียจ ขยี้ตา และมองคนสามคนที่ยืนค้ำหัวผม แอนิต้า พิตช์กับฝาแฝดสคามันเดอร์


          "มีสติหน่อยเบลค แล้วก็ปลุกโคลอี้ด้วย เพราะพวกฉันจะไปแล้ว" ไลแซนเดอร์บอก เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปพร้อมกับแอนิต้า ทั้งห้องไม่มีใครอยู่แล้ว แม้แต่ศาสตราจารย์บินส์


          อ้อ ไม่สิ มีผมกับโคลอี้ แล้วก็แฝดของไลแซนเดอร์


          "โคลอี้" ผมสะกิดไหล่ แต่เธอก็ยังนิ่ง "โคลอี้" ผมเรียกอีกที เธอขยับตัวแต่ก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี


          หลับลึกจังวะ


          "โคลอี้โว้ย! ตื่น!" ผมตัดสินใจเขย่าตัวเธอแรงขึ้นและเสียงดังกว่าเดิม เธอสะดุ้งและเด้งตัวขึ้นมา


          "อะไร เช้าแล้วหรอ"


          "เช้าบ้าอะไรล่ะ ยังไม่ทันข้ามวันเลย"


          "อ้าวหรอ" โคลอี้เริ่มมีสติขึ้น เธอขยี้หัวตาเบา ๆ ขณะที่ผมเก็บของลงกระเป๋า


          "มีเรียนการบินต่อ ไปกันเถอะ หาววว" ผมอ้าปากหาว จะยกมือขึ้นปิดก็ไม่ทันแล้ว เลยปล่อยไปทั้งอย่างนั้น


          "ดีจัง ได้เรียนการบินตั้งแต่วันแรก ของฉันวันพุธ" แฝดของไลแซนเดอร์บอกผม ชื่ออะไรนะ ลอร์แกนใช่ไหม


          "นายไม่ได้เรียนกับเราหรอกหรอ วันนี้ฮัฟเฟิลพัฟกับเรเวนคลอเรียนด้วยกันทั้งวันเลย"


          "ไม่ได้เรียน แต่ดูเหมือนว่านายต้องไปเรียนคาบนี้กับสลิธีริน" ลอร์แกนบอก


          "พวกบ้านคุณหนูอ่ะนะ" ผมยังจำลักษณะท่าทางของผู้หญิงที่ชื่อมาริลินกับผู้ชายที่ชื่อสกอร์เปียสได้


          "จะว่างั้นก็ได้ เพราะส่วนใหญ่เด็กบ้านนี้บ้านรวย เลือดบริสุทธิ์ตระกูลดัง" ลอร์แกนบอก "งั้นฉันไปแล้ว ขอให้สนุกกับการขี่ไม้กวาดนะ"


          ผมพยักหน้าให้ลอร์แกนก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องอย่างไม่เร่งรีบ เขาคงไม่มีเรียนต่อแล้ว ผมยืนมองจนโคลอี้เก็บของลงกระเป๋าเสร็จผมถึงสะพายกระเป๋าตัวเองไว้ที่ไหล่ และเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน


          "แล้วเรียนที่ไหน" ผมหันไปถาม


          "นายไม่รู้หรอ" โคลอี้ถามกลับ ท่าทางยังอึน ๆ อยู่


          "ก็ไม่รู้น่ะสิ"


          "ฉันก็ไม่รู้"


          กึ้ก!


          ผมกับโคลอี้หยุดเดิน และมองหน้ากัน เออ เอาเข้าไป จากนั้นโคลอี้ก็ค้นกระเป๋า เธอหยิบตารางสอนขึ้นมา มองหาว่าวิชาการบินเรียนที่ไหน


          "สนาม"


          "ห้ะ"


          "สนาม... มันบอกแค่นี้"


          "ออกไปนอกปราสาทก่อนแล้วกัน สนามไม่น่ามีเยอะนักหรอก" ผมบอกเธอ ปกติผมกับโคลอี้เดินตามชาวบ้านชาวช่องไปเรียน ไม่ได้เปิดตารางสอนดูสถานที่


          ข้างนอกปราสาทคนหนาตา ดูเหมือนวันจันทร์หลายคนจะว่างตั้งแต่ช่วงบ่ายสาม มีตั้งแต่ปีหนึ่งเดินคุยกัน ยันรุ่นพี่ที่ถืออะไรแปลก ๆ เดี๋ยวนะ รุ่นพี่คนนั้นคือพรีเฟ็คบ้านผมนี่


          "ขอโทษฮะ พอจะรู้ไหมว่าวิชาการบินเรียนที่ไหน" ผมเข้าไปถาม และเขาตกใจจนเกือบทำของที่อยู่ในมือหล่น


          "อ้อ เด็กปีหนึ่งสินะ เดินไปอีกฝั่ง เดี๋ยวพวกเธอเลี้ยวกลับไปทางเดิมนะ เดินผ่านห้องโถงใหญ่แล้วเลี้ยวซ้ายตรงห้องน้ำ นายจะเจอมาดามฮูชเป่านกหวีดเรียกเลยล่ะ"


          "ขอบคุณฮะ" ผมบอก แอบเหลือบมองของที่อยู่ในมือรุ่นพี่ไปด้วย ช่วยบอกทีว่านั่นไม่ใช่คราบงูน่ะ


          ผมขนลุกกับตัวเองในใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปตามทางที่รุ่นพี่บอกพร้อมกับโคลอี้ ผ่านห้องโถงแล้วเลี้ยวซ้ายตรงห้องน้ำ


          ปี๊ดดด!


          "สองคนนั้นน่ะเร็ว ๆ เข้า เอากระเป๋าวางที่ริมสนาม แล้วรีบมารวมกับเพื่อนเดี๋ยวนี้!"


          ยังไม่ทันจะเห็นสนามดีผมก็ได้ยินเสียงนกหวีดซะแล้ว มาดามฮูชเป็นผู้หญิงมีอายุ เหมือนจะแก่แต่ดูปราดเปรียว ผมตัดซอยสั้นสีดอกเลาและตาสีเหลือง


          แต่ป้าจะเป่านกหวีดเรียกผมจนเป็นจุดสนใจขนาดนี้ไม่ได้! คนอื่นมองผมกันหมดแล้ว


          "ขอโทษค่ะ เรา... เอ่อ เราหลงทาง" โคลอี้บอกเธอเมื่อเรารีบกุลีกุจอไปยืนรวมกับเพื่อน ๆ


          "เอาล่ะ มาครบแล้ว ไม้กวาดที่วางเรียงอยู่กลางสนามเพียงพอต่อจำนวนของพวกเธอ เดินไปอยู่ที่ข้างซ้ายของไม้กวาด เอ้า เดินไปกันสิ!"


          ปี๊ดดด!


          ป้าเขาเป่านกหวีดอีกแล้วอ่ะ นึกถึงครูพละกับฝ่ายปกครองที่โรงเรียนเก่าเลย


          ผมกับโคลอี้เลือกไม้กวาดริมสุด และแน่นอนหลังสุด ผมคงไม่ยืนให้มาดามฮูชเป่านกหวีดใส่หูแน่


          "ฉันบอกว่าทางซ้ายคุณบัลด์สโตรด ทีนี้ยื่นมือขวาขึ้นมา แล้วพูดคำว่า ลอย!" เธอบอก และเป่านกหวีดอีกครั้งเพื่อให้สัญญาณ


          "ลอย!"


          "ลอย!"


          "ลอย!"


          ทุกคนสั่งไม้กวาด และคนที่ไม้กวาดลอยเข้าหามือเป็นคนแรกคืออัลบัส พอตเตอร์ และตามมาด้วยสกอร์เปียส มัลฟอยที่ยืนข้าง ๆ ผมยืนมองคนอื่น ๆ ที่ไม้กวาดยังขลุกขลิก โคลอี้ดูเหมือนจะไม้ขยับเลยสักนิด ส่วนผมน่ะหรอ


          "ลอย!"


          อืม ก็ไม่ขยับ แต่นั่นไม่ได้เกินความหมายของผมนัก จะเอาอะไรกับเด็กที่โตในคอนโดกลางลอนดอนล่ะ ผมไม่เคยขี่ไม้กวาด ควิดดิชตาก็เคยพาไปดูแค่สองสามครั้งเอง


          "ลอย" เด็กผู้หญิงสลิธีรินที่ยืนฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น น้ำเสียงเนิบนาบใจเย็น ไม่มีวี่แววเหมือนสั่งไม้กวาดสักนิด


          "เธอบอกกับมันใจดีเกินไป เธอต้องเสียงดังน่ากลัวกว่านี้หน่อย" อีริดานัส บัลด์สโตรดบอกเธอ


          "พูดโดยคนที่ไม้กวาดไม่ขยับเขยื้อนเลยน่ะหรอ" เธอหันไปบอกนิ่ง ๆ


          ตอนนี้คนอื่น ๆ เริ่มสั่งไม้กวาดได้แล้ว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่ยังแน่นิ่งอยู่กับพื้น แน่นอนว่ามีผมกับโคลอี้รวมอยู่ในนั้น


          หรือผมจะโหลยโท่ยในโลกเวทมนตร์อย่างที่ตาบอก โว้ย! หงุดหงิดแล้วนะ


          "ลอย!!!" ผมตะโกนดังกว่าครั้งแรก ๆ และคราวนี้มันลอยขึ้นมาบนมือผมอย่างรวดเร็ว


          เออ แค่นี้ก็จบ ต้องให้โมโหด้วย


          "เห็นไหมมาริลิน เธอต้องตะโกนแบบหมอนั่น ลอย!!!" แล้วอีริดานัสก็ได้ไม้กวาดไปอยู่บนมือ ผมควรดีใจไหมที่เขามองผมเป็นตัวอย่าง


          มาริลินมองผมสลับกับอีริดานัส เธอถอนหายใจ "เห้อ ก็ได้ ลอย!!!"


          ฟึ่บ!


          ไม้กวาดขึ้นไปอยู่บนมือของเธอทันที เออ ดีเว้ย เพื่อนทำตามผมจนได้กันไปหลายคนแล้ว ไม่รู้ว่าทำตามผมจริงหรือโมโหไม้กวาดแล้วกันแน่


          "โคลอี้ เธอต้องใส่อารมณ์หน่อย ดูแล้วฉันว่าไม้กวาดพวกนี้พูดดีด้วยไม่ได้" ผมบอกเพื่อนผมแดง เธอยังไม่สามารถให้ไม้กวาดลอยมาอยู่บนมือได้


          "ไม่หรอกเบลค ฉันว่าต้องใช้เวลา แรงมาแรงกลับน่ะไม่ดีหรอก เราต้องพูดดี ๆ กับทุกคน รวมถึงไม้กวาดด้วย"


          "แล้วแต่เธอเลยถ้างั้น แต่ฉันว่าเธอก้มลงหยิบเลยเถอะ เร็วกว่า" ผมบอกโคลอี้ เธอจะจิตใจงดงามเกินไปแล้ว


          "เออเนอะ ทำไมฉันคิดไม่ได้" ว่าแล้วโคลอี้ก็ก้มลงหยิบไม้กวาดจริง ๆ เป็นอันจบ ไม่ต้องตะโกน ไม่ต้องใส่อารมณ์ ง่าย ๆ งี้เลย?


          "ทีนี้พวกเธอขึ้นคร่อมมัน ดีดเท้าให้ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน แต่อย่าดีดแรง ไม่อย่างนั้นเธอจะพุ่งขึ้นฟ้าด้วยความรวดเร็วและตกลงมาแขนขาหัก"


          ขู่กันอย่างนี้ก็ได้หรอ


          "พอฉันเป่านกหวีดแล้วดีดตัวเลยนะ จำไว้ว่าอย่างแรง และพยายามทรงตัวดี ๆ เมื่ออยู่บนไม้กวาด ลอยอยู่อย่างนั่นประมาณห้านาที ฉันจะเดินให้คะแนน"


          ปี๊ดดด!


          ผมดีดขาเบา ๆ ไม้กวาดลอยหวือขึ้นจากพื้น ผมลอยไม่สูงมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ โคลอี้ลอยขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ ผมแปะมือกับเธอที่เราทำได้แทบจะพร้อมกัน ส่วนพวกตัวเด่น ๆ อย่างพอตเตอร์และมัลฟอย พวกเขาบินอยู่สูงกว่าคนอื่น ๆ อีริดานัสกับมาริลินนั้นลอยอยู่ระดับเดียวกับผม ส่วนแอนิต้ากับไลแซนเดอร์ ผมเห็นสองคนนั้นกำลังถูกมาดามฮูชให้คะแนน


          "เฮ้! นายน่ะ ชื่ออะไรหรอ" อีริดานัสถามผม อะไรกัน ผมยังรู้จักเขาเลยนะ


          "เบลค ส่วนนี่โคลอี้" ผมบอก ไม่ลืมแนะนำโคลอี้ให้ด้วย


          "ฉันอีริดานัส" เขาบอก และสะกิดผู้หญิงผมทองข้าง ๆ "มาริลินแนะนำตัวสิ ผูกมิตรหน่อย"


          เธอทำหน้ารำคาญ แต่ก็ยอมแนะนำตัว "มาริลิน โลบูต้า"


          "สวัสดี" ผมทักแค่นั้น


          "เธอโคลอี้สินะ ฉันชอบความคิดเธอเมื่อกี้" มาริลินหันไปหาโคลอี้


          "หรอ ขอบใจนะ"


          ท่าทางสองคนนี้จะอยู่ด้วยกันได้ พวกเธอเติบโตมายังไงนะถึงโลกสวยขนาดนี้ ผมนี้โดนแกล้งประจำ แต่ผมถือคติแกล้งมาแกล้งกลับ ไม่โกง


          มาดามฮูชเดินมาจนถึงท้ายแถว เธอให้คะแนนอีริดานัสกับมาริลิน ก่อนจะหันมาให้คะแนนผมกับโคลอี้ ผมแอบเหลือบมองคะแนนที่เธอเขียนลงไป และผมได้เต็มสิบ แต่พอมองรายชื่อคนอื่น ๆ เขาก็ได้สิบกันหมดนี่หว่า


          "เอาล่ะ ต่อไป วิธีการลง โน้มตัวลงไปข้างหน้า ทิ้งน้ำหนักลงที่ปลายไม้ เริ่ม!"


          ปี๊ดดด!


          โอ้ยยย! ป้าเขาเป่ามาเต็มหูผมเลย ผมกับโคลอี้แทบจะปิดหูไม่ทัน พอเธอเดินไปผมถึงแคะหู หวังว่าเรียนจบหูจะไม่ตึงไปซะก่อนนะ


          มาต่อกันที่บทเรียน ผมโน้มตัวลงไปข้างหน้าตามที่เธอบอก ไม้กวาดลดระดับลงจนขาผมเกือบจะแตะพื้น ดาวเด่นอย่างพอตเตอร์และมัลฟอยถึงพื้นโดยสวัสดิภาพ ผมก้าวลงจากไม้กวาด มองเพื่อนคนอื่นก้าวลงตามกันมา


          "ดี ดีมาก ทีนี้พวกเธอวางไม้กวาดไว้ที่พื้นอย่างเดิม เลิกเรียนได้!"


          ปี๊ดดด!


          ผมมีฉายาให้มาดามฮูชแล้ว ป้านกหวีด...






          "หูฉันอื้อไปหมดเลยบอกตรง ๆ" ผมเดินเข้าปราสาทพร้อมกับบ่นให้โคลอี้ฟังไปด้วย


          "อืม ฉันด้วย" เธอบอก


          ผมยู่หน้าลง และนวดหูตัวเอง พวกเด็กคนอื่นก็อาการคล้ายกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะพวกเขาชอบวิชานี้ ผมก็ชอบนะ แต่จะชอบมากกว่านี้ถ้าป้านกหวีดไม่เป่านกหวีดใส่หูผม


          ซ่า!!!


          ผมกับโคลอี้แทบถอยหลังไม่ทัน อยู่ดี ๆ แอนิต้ากับไลแซนเดอร์ที่เดินคู่กันอยู่ข้างหน้าก็ตัวเปียกปอน พร้อมกะละมังที่ตกลงมา


          ผมมองขึ้นไป มีผีโพลเตอร์ไกส์กำลังยิ้มร้าย ดูมีความสุข เกือบไปแล้วเบลค ถ้าก้าวเร็วกว่านี้อีกนิดมีหวังเปียกไปด้วยแน่ ๆ


          "เจ้าเด็กปีหนึ่งตัวเปียก เจ้าเด็กตัวกะเปี๊ยกเปียกน้ำ" มันร้องอยู่อย่างนั้น แล้วก็ลอยออกไป แถมไม่มีท่าทีว่าจะหยุดร้องด้วย


          พวกรุ่นพี่ขำขันเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ส่วนพวกปีหนึ่งยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก


          "มันคือพีฟส์ แม่ฉันเคยเล่าให้ฟัง" ไลแซนเดอร์พูดขึ้น "มันชอบแกล้งทุกคน ไม่มีใครทำอะไรมันได้แม้แต่อาจารย์ใหญ่ คนที่จัดการได้มีแค่บารอนเลือด ผีประจำบ้านสลิธีริน"


          "ฉันไม่สนหรอกนะไลแซนเดอร์ว่ามันกลัวหรือไม่กลัวอะไร มันสาดน้ำใส่เรา!" แอนิต้าพูดเสียงดัง เธอลูบน้ำออกจากใบหน้าที่ขุ่นเคือง


          เออ เป็นผมผมก็โกรธ


          "เอาน่า ไปหาศาสตราจารย์ฟลิตวิกกัน เขาน่าจะทำให้พวกเธอตัวแห้งได้" โคลอี้เสนอ จากนั้นผมและโคลอี้ก็พาเหยื่อของพีฟส์สองคนมาที่ห้องพักของศาสตราจารย์ฟลิตวิก


          "พีฟส์อีกแล้วสินะ มา ๆ ฉันจะช่วยให้เสื้อผ้าเธอแห้ง" อาจารย์ตัวเล็กเดินมาหาเด็กของเขา จัดการโบกไม้ครั้งเดียวแอนิต้ากับไลแซนเดอร์ก็ตัวแห้งเหมือนเดิม


          พวกเราเดินกลับห้องโถงใหญ่ หวังอย่างยิ่งว่ามื้อเย็นจะทำให้อารมณ์ของแอนิต้าคลายลง เธอหน้าบูด และโคลอี้ต้องคอยพูดให้เธอใจเย็นลง


          ผมรู้ว่าที่ฮอกวอตส์มีผี แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ วันแรกที่มาถึงผมตกใจมาก ผมนึกว่าผมอยู่อีกโลกไปแล้ว รูปภาพและชุดเกราะก็ดูเหมือนจะมีชีวิต ฉีกกฎวิทยาศาสตร์ทุกอย่างที่ผมเคยเรียนมา


          ปั้ก!


          "เดินดี ๆ หน่อยสิ!"


          เสียงดังอวดเบ่งคุ้นเคยทำให้ผมกลอกตาไปมา ผมเลือกที่จะไม่สนใจและเดินเข้าห้องโถงพร้อมกันกับเพื่อน


          "เฮ้! ชนแล้วเดินไปเฉย ๆ อย่างนี้หรอ"


          โจนาสเดินมาดึงไหล่ให้ผมหันไปหา มันยืนจังก้าค้ำหัว พร้อมด้วยลูกสมุนตัวเล็กสองคนข้างหลัง ตอนนี้เรากลายเป็นจุดสายตาเพราะยืนอยู่ที่ประตู


          "นายอ้วนเอง เดินไปไหนก็ชนคนไปทั่ว" ผมบอก และโจนาสหน้าบิดเบี้ยวทันที ผมแอบเห็นลูกสมุนของโจนาสสองคนข้างหลังกลั้นขำด้วย "แล้วก็เลิกอวดเบ่งได้แล้ว ทีนี่ไม่มีแม่นายคอยให้ท้ายหรอกนะ" แม่ของหมอนี่ให้ท้ายตลอด เวลาที่มีเรื่องถึงขั้นเรียกผู้ปกครองก็บอกว่าลูกฉันเป็นคนดี ไม่มีทางแกล้งคนอื่น


          "เด็กไม่มีพ่อมีแม่แบบนายอิจฉาล่ะสิ พวกเขาไปไหนซะล่ะ ทิ้งให้อยู่กับตาสองค--"


          ผั้ว!


          ผมชกปากโจนาสจนล้มไปกับพื้นทันที ไม่ปล่อยให้มันพูดจบประโยค ไลแซนเดอร์รีบดึงตัวผมออกมาก่อนที่ผมจะไปซ้ำอีกรอบ โจนาสลุกขึ้นมา มองมาด้วยสายตาโกรธเคือง เพื่อนสองคนข้างหลังพยายามดึงแต่สู้แรงไม่ไหว


          "ถ้านายจะต่อยเบลคนายต้องต่อยฉันด้วย" โคลอี้เดินมาขวาง


          "คิดว่าฉันไม่กล้าต่อยผู้หญิงหรือไง!" โจนาสคำราม


          "หลีกไปโคลอี้ เดี๋ยวก็หน้าเบี้ยวหรอก" ผมบอกเธอ พยายามดันเธอให้ไปอยู่ข้าง ๆ แอนิต้าที่ยืนหน้าเหวอทำอะไรไม่ถูก


          "ทำอะไรกันล่ะเนี่ย" อาจารย์คนหนึ่งเดินมา เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่ มีเคราสีเงินยาว "เปิดเทอมวันแรกก็มีเรื่องกันแล้วหรือไงเด็ก ๆ"


          "ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ครับ เบลคต่อยผม" โจนาสฟ้องทันที นิ้วป้อมชี้ไปที่เลือดซิบ ๆ ตรงมุมปาก


          "ศาสตราจารย์คะ เขาพูดถึงพ่อแม่ของเบลคก่อน" โคลอี้ฟ้องบ้าง


          "ไม่จริง" โจนาสโกหกหน้าด้าน ๆ ส่วนผมก็เงียบ ขี้เกียจจะเถียง รำคาญ


          "จริง"


          นั่นไม่ใช่เสียงของโคลอี้ ผมเงยหน้าขึ้นมอง ดอมกำลังยืนกอดอก ข้างหลังมีผู้ชายผมบลอนด์เหมือนกับเธอกำลังยืนอยู่ด้วย


          "เธอเห็นเหตุการณ์ใช่ไหมคุณวีสลีย์" ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ถาม


          "เราเห็นกันทุกคนนั่นแหละค่ะ แต่ว่าเห็นเป็นน้องใหม่ เลยอยากดูลวดลายสักหน่อย"


          "แล้วเป็นยังไงฮะ" ผมถามเธอ


          "เจ๋ง" เธอตอบมาคำเดียว ผมยิ้มและยักคิ้วให้โจนาส ขนาดรุ่นพี่บ้านเดียวกันยังไม่เข้าข้าง


          "ฉันก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของเด็ก ๆ นักหรอกนะ แต่กฎต้องเป็นกฎ หักกริฟฟินดอร์กับเรเวนคลอห้าสิบแต้ม" ศาสตราจารย์บอก เขาเดินผ่านผมกับโจนาสไปแบบชิล ๆ และตะโกนคุยกับศาสตราจารย์สเปราต์ "สงสัยปีนี้เธอได้ถ้วยดีเด่นอีกแน่โพโมน่า"


          "ด้วยความยินดีอาเบอร์ฟอร์ธ" และเธอป้องปากตอบกลับมา


          "โจนาส นายไปห้องพยาบาลไป" ผู้ชายที่อยู่กับดอมบอกโจนาส


          โจนาสหน้าบึ้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องโถงพร้อมกับลิ่วล้อสองคน


          "ส่วนนาย" ผู้ชายคนนั้นหันมาหาผม "หมัดหนักนะนั่น ตัวแค่นี้แต่ต่อยคนที่ตัวใหญ่กว่าได้"


          "ขอบคุณครับ" ผมยิ้มรับอย่างภูมิใจ


          "ใช่เรื่องที่ควรภูมิใจไหมล่ะนั่น" ดอมพูดขึ้น


          "เมื่อกี้ดอมยังชมผมเจ๋งอยู่เลย"


          "พูดไปงั้นแหละ นายไปกินข้าวไป ตัวจะได้โตทันเพื่อน โคลอี้สูงกว่านายซะอีก"


          ผมว่าผมก็ไม่ได้เตี้ยขนาดนั้นนะ อีกอย่างช่วงวัยนี้ผู้หญิงโตไวกว่าผู้ชาย เดี๋ยวอีกปีสองปีผมก็สูงกว่าโคลอี้แล้ว


          "เดี๋ยวเด็กนี่ก็สูงกว่าเธอแล้วดอม เผลอ ๆ โตมาสูงกว่าฉันอีก"


          "สูงกว่านายก็เปรตแล้วลูอี"


          จริง พี่ชายสูงมาก แต่ผมก็ยินดีที่จะสูงกว่าเขา ถึงจะโดนเรียกว่าเปรตที่เป็นผีฝั่งเอเชียก็เถอะ


          "โทษทีนะ น้องสาวฉันชอบขวางโลกน่ะ ฉันลูอี วีสลีย์" พี่ชายยื่นมือมาข้างหน้า


          "เบลค สเปนเซอร์ฮะ" ผมบอกพร้อมกับจับมือตอบ "ส่วนผมแดงชื่อโคลอี้ ผมน้ำตาลชื่อแอนิต้า แล้วก็หมอนี่ชื่อไลแซนเดอร์"


          ลูอีพยักหน้ารับ เขายิ้มให้ทุกคนก่อนจะขอตัวไปนั่งที่โต๊ะ เหลือแต่ดอมที่ยังจ้องผมอยู่


          "โชคดี" เธอไหวไหล่และเดินตามพี่ชายของเธอไป


          ผมดันหลังเพื่อน ๆ ให้เดินไปที่โต๊ะ พวกรุ่นพี่ปรบมือกันเกรียวกราวที่ผมสร้างสถิติโดนหักคะแนนเป็นคนแรกของบ้าน แถมยังอยู่แค่ปีหนึ่ง


          เออเว้ย แปลกดี โดนหักคะแนนยังยิ้มแย้มปรบมือ


          แต่ผมจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ ผมหันมองโคลอี้ จ้องเธอนิ่ง จนเธอทำหน้าหวาด ๆ


          "อะไรเบลค"


          "เธอห้ามทำอย่างเมื่อกี้อีกนะ อยู่ ๆ ก็โผล่เข้ามา ถ้าโดนต่อยไปด้วยจะทำยังไง" ผมบอกเธอ เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่เดินออกมาปกป้องผู้ชาย บ้าเกินไปแล้ว


          "นั่นสิ ฉันตกใจแทบแย่ ลืมเรื่องพีฟส์ไปเลย" แอนิต้าบอก


          "ฉันก็มัวแต่ห้ามเบลค ไม่นึกว่าเธอจะกล้าขนาดนั้น" ไลแซนเดอร์บอกอีกคน


          "แล้วไหนบอกว่าแรงมาแรงกลับมันไม่ดีไง ลืมที่พูดแล้วหรอ"


          "ก็เบลคเป็นเพื่อนฉัน ฉันไม่ปล่อยให้ใครมารังแกเพื่อนฉันหรอก"


          คำตอบของโคลอี้ทำให้ผมอึ้งไปเลย ทำเอาคนเพื่อนน้อยอย่างผมไปต่อไม่ถูก โคลอี้เพื่อนรัก ซาบซึ้งว่ะ บอกตรงนี้เลยนะ ถ้าใครมาแกล้งโคลอี้ล่ะก็ ผมจะเอาเลือดหัวมันออก!













โคลอี้ลูกกกกกก บราโวววววว่

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          เบลคได้เพื่อนแล้วค่ะทุกคนนนน ดีใจเหมือนเป็นแม่มัน 55555555 โคลอี้เนี่ย BFF เลยขอบอก

          ตัวละครกำลังทยอยกันมาค่ะ เดี๋ยวเบลคก็จะได้แวะเวียนรู้จักไปเรื่อยๆ เผยแพร่ความรู้ดบอยไปทุกอณูของฮอกวอตส์ //เปิด rude boy - rihanna (ไม่ใช่!!!)



ลากันด้วยป้านกหวีด //โดนมาดามฮูชขว้างไม้กวาดใส่


jujuly

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 345 ครั้ง

1,855 ความคิดเห็น

  1. #1501 theMYSTERYman (@TheMystery) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 15:19
    สนุกอ่ะ! ชอบคาร์ของเบลคคุงจังค่ะ! ตัวละครแบบนี้อ่านแล้วบันเทิงดีค่ะ
    เราชอบภาษามากเลยนะคะ อ่านแล้วลื่นดี สนุกมากค่ะ ไรท์มีการค้นคว้าเรื่องราวด้วย ประทับใจตรงนี้มากค่ะ (เรื่องอื่นหลายๆเรื่อง ทำเราปวดใจมาก มั่วไปหมดเลยค่ะ)
    แต่ว่านะๆ ในฐานะแฟนแฮร์รี่แล้วรู้สึกสงสัยหน่อยๆ อ่ะค่ะ เรื่องหนูอัลเพราะใน the curse child หนูอัลไม่ได้เก่งการบินนะคะ แบบว่าเรียกไม้กวาดให้ลอยยังไม่ได้เลย แล้วกระแสตอบรับตอนหนูอัลโดนคัดเข้าบ้านงูก็ไม่ได้เชิงบวกขนาดนั้นด้วยค่ะ แต่ถ้าไรท์ไม่ได้อ้างอิงตาม the curse ก็ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจได้ (เราเองก็แอบผิดหวังเล็กๆเหมือนกัน แต่ยังไงซะ j.k. ไม่ใช่คนเขียนก็เลยพอรับได้) แค่สงสัยเท่านั้นเองค่ะ!
    ยังไงก็ยังชอบนะคะ จะติดตามค่ะ!
    #1501
    2
    • #1501-2 theMYSTERYman (@TheMystery) (จากตอนที่ 3)
      23 กรกฎาคม 2562 / 01:13
      งี้นี่เองค่ะ ได้เห็นน้องมีความสุข ไม่เป็นเด็กมีปมขาดความอบอุ่น(?) ก็ดีเหมือนกันค่ะ ถึงจะอยากได้โมเม้นกุ๊กกิ๊กแบบเรามีกันและกันแค่สองคนแบบใน the curse ของหนูอัลกับสกอร์คุงก็เถอะ แต่แบบนี้ก็ให้มู้ดอีกแบบดี //โลกมันเปิดกว้างแล้วค่ะท่านผู้ชม ทำไมพอตเตอร์จะบ้านเขียวเงินไม่ได้คะ!?
      ขอบคุณสำหรับนิยายบันเทิงๆ เช่นกันค่า
      #1501-2
  2. #909 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 17:15
    ชอบบรรยากาศเรื่องจังเลยค่า คิดถึงฮอกวอตส์ด้วยแล้วก็ชอบความสัมพันธ์เบลคกับโคลอี้ ฮือออ เด็กปีหนึ่งย
    #909
    0
  3. #376 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:44
    เบลคนี่เป็นพวกตลกหน้านิ่งใช่มั้ย 55555555
    #376
    1
  4. #305 C L O W N (@wipavee-9-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 11:43
    เบลคคือทาสแมวเว่อร์ lol
    #305
    0
  5. #282 bxnkbkck (@bxnkbkck) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:03

    ชอบโคลอี้และเบลค อารมณ์แบบแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ คือ BFF จริงๆ ... แต่ไม่ใช่พอโตแล้วคบกันนะ555555555 ไม่รู้สิคะ ชอบเรื่องนี้ตรงที่มันสบายๆ เป็นเรื่องในโรงเรียนทั่วไป แต่ไม่อยากให้เพื่อนคบเพื่อน อุแงงงงง
    แต่ไรท์แต่งแบบไหนก็อ่านอยู่ดีแหละค่ะ ตั้งแต่เรื่องไลร่าแน้ว ฮิฮิ
    #282
    0
  6. #218 al'HEHET (@alelle) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:36
    โคลอี้น่ารักมากเจ้าหนู
    #218
    1
  7. #89 samyangirl (@samyangirl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:25
    เฮ้อ อยู่เรือไหนดีนะ มีเรือให้ชิปเต็มไปหมดเรย ;-;
    #89
    1
    • #89-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 3)
      15 มกราคม 2562 / 17:50
      เลือกเรือกันแล้วหรอเนี่ยยยยย 55555555
      #89-1
  8. #69 SunDashine (@SunDashine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 06:49
    ขำกับความบรรยายชีวิตตัวเองของพระเอก555555
    #69
    1
  9. #48 NppNpp (@NppNpp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 23:30
    โคลอี้น่ารักอ่า // อิมเมจนางนี่ใช่ Holland Roden จาก teen wolf รึเปล่าคะ เพราะมองจากใน gif แล้วคล้ายนางมาก
    #48
    2
  10. #27 บอสสึ (@campus_dm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 18:17
    โคลอี้จะกลายเป็นสมบัติของกลุ่มแล้ว555
    #27
    0
  11. #23 Nekoijump (@Nekoijump) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 21:01

    เอาจริงๆนะคะ ตาเบลคเนี่ยหลงตัวเองอะ55555555https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png โอ๊ยย มีแต่เด็กเฟียสๆชอบจังเลยยยยย แต่ถามว่าน้องมันหล่อป่าวก็หล่อนะคะ ฮี่ๆๆๆๆ แง้ ชอบอะฮืออออแต่พี่ขอโทษนะลูกพี่รักสกอร์เปียส55555555555รักทั้งเขาและพาอของเขา5555555555555

    #23
    1
  12. #16 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 15:36
    โคลอี้มาเป็นเพื่อนหมอนี่ได้ไงเนี่ยลูกก555555
    #16
    1
    • #16-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 3)
      22 ธันวาคม 2561 / 15:56
      นั่นสิ หนีไปลูกกกกก 5555555
      #16-1
  13. #13 Sun&Moon (@kibumloveink) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:16
    แล้วทำไมเราต้องอ่านบทมาดามฮูชด้วยน้ำเสียงแบบพากย์ไทยด้วยเนี่ย55555555555555 โคลอี้ หนูโดนเบลคแพร่เชื้อความรู้ดแล้วใช่ไหมลูกกกกก
    #13
    1
    • #13-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 3)
      21 ธันวาคม 2561 / 22:24
      555555 ตอนเราแต่งฉากมาดามฮูชคือมาทั้งภาพและเสียง แฮร์รี่พากษ์ไทยคือตราตรึง ร้ายกาจ!

      โคลอี้บอก หนูจะเป็นรู้ดเกิววววว 555555555
      #13-1
  14. #12 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:57
    ช่างเป็นรู้ดบอยที่แท้ทรู เกรี้ยวกราดทุกสิ่ง
    #12
    1
  15. #11 _ขนมปัง_ (@pattamaporn-7544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:43

    นั่นแน่~ ระวังหวั่นไหวโคลอี้มากกว่าเพื่อนนะจ๊ะนู๋เบลค
    #11
    1
  16. #10 XzLeon.IR79 (@All-gpt1123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 16:09
    เกรี้ยวกราดใส่แม้กระทั่งไม้กวาด555+
    #10
    1