Harry Potter (OC) | Blake: the journey of rude ravenclaw boy #ผมเบลคผมเป็นคนดี

ตอนที่ 23 : 23 | ว่าด้วยเรื่องน้ำตาที่ไม่เคยไหล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


23

ว่าด้วยเรื่องน้ำตาที่ไม่เคยไหล

 





          คุณเคยรื้อของจะทิ้งแต่สุดท้ายก็ไม่อยากทิ้งไหม ตอนนี้ผมกำลังเผชิญปัญหานั้นอยู่


          กองเสื้อผ้าที่ผมใส่ไม่ได้แล้วกระจายอยู่เต็มพื้นห้อง แต่ผมก็นั่งมองมันตาละห้อย ใจผมน่ะอยากเก็บไว้เผื่อได้ใส่ไปไหนทั้ง ๆ ที่ผมเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมใส่พวกมันไม่ได้แล้ว


          "ตัดใจซะเถอะเบลค จะเก็บไว้ให้ลูกแกใส่รึไง"


          เออเนอะ หรือผมจะเก็บไว้ให้ลูกดี


          "ผมตัดใจไม่ลงอ่ะตา เสื้อตัวนี้ใส่เปิดเทอมวันแรกตอนเกรดห้า กางเกงตัวนี้ใส่ตอนไปเที่ยวสวนสัตว์ ส่วนโค้ทตัวนี้ผมใส่เข้าวังแถมเจอหมาคอร์กี้ของควีนอลิซาเบธด้วย"


          ความทรงจำดี ๆ ทั้งนั้นเลยนะ


          "หมาบ้านญาติแกน่ะหรอ แต่แกใส่ไม่ได้แล้ว พับใส่ลังซะ แล้วเอาไปบริจาค" ตาบอก "ฉันจะไปทำงานแล้ว วันนี้ฉันตื่นสายหาข้าวกินเองนะ อ้อ เพื่อนแกเพิ่งมาเมื่อกี้ โคลอี้น่ะ"


          "โคลอี้มาแล้วหรอตา ไม่แตกหักตรงไหนใช่ไหม"


          ที่ผมต้องถามแบบนี้ก็เพราะโคลอี้มาคอนโดผมด้วยตัวเอง เธอต้องขึ้นรถบัส ฝาฟันเหล่ามักเกิ้ลและต้องคอยดูชื่อถนนตลอดทางเพื่อไม่ให้ลงผิดป้าย แถมยังต้องเข้าตึกติดต่อประชาสัมพันธ์ว่ามาหาผมอีกเจ้าหน้าที่ถึงจะปล่อยให้ขึ้นลิฟต์ได้


          ผมลุกขึ้นจากพื้นหน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไปหาเพื่อนผมแดง หวังว่าจะยังอยู่ดีนะ


          "ดูจากสภาพก็น่าจะไม่แตกหักอะไรมาก" ตาบอกผมก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องไปทำงาน โดยไม่ลืมบอกว่าเจอกันตอนเย็น


          "ไงยัยเต่า เจออะไรมาบ้างล่ะ" ผมเดินเข้าไปทัก


          สภาพของโคลอี้ตอนนี้คือเอามือก่ายหน้าผากและนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกำลังถือกล่องน้ำฝรั่งที่มีหลอดเจาะเรียบร้อย ตาคงหยิบมาให้เธอ


          "คนเยอะมากกกกกก" โคลอี้ลากเสียงยาวก่อนจะดูดน้ำฝรั่งทีเดียวจนกล่องแฟบ


          แหงล่ะ ก็เช้าวันจันทร์นี่


          "นายไปคนเดียวนะ เดี๋ยวฉันนอนเฝ้าห้องให้ จะดูแลลูน่า ไมโลแล้วก็มอคค่าแถมให้ด้วย"


          "ได้ไงล่ะ ก็ไหนบอกว่าจะเอาเสื้อผ้ามาบริจาคด้วยไง"


          "เอามาแล้ว แต่ขี้เกียจไป เหนื่อย" ว่าเสร็จโคลอี้ก็หยิบลังสองลังออกมาจากกระเป๋าขยายพื้นที่ของตัวเอง "มีทั้งของฉัน ของพ่อกับแม่แล้วก็ของคุณย่า พยายามเลือกตัวที่มักเกิ้ลพอจะใส่ได้มาแล้วนะ แต่นายลองดูอีกทีก็ได้"


          ที่ต้องให้โคลอี้เลือกมาเพราะแฟชั่นมักเกิ้ลกับแฟชั่นผู้วิเศษไม่ค่อยเหมือนกันนัก เสื้อคลุมส่วนใหญ่ยาวเกือบลากพื้น แถมยังมีหมวกเย็บติดมาอีก


          "ของฉันยังไม่ได้พับใส่ลังเลย" เมื่อกี้ผมก็ลืมบอกให้ตาช่วย ตาใช้เวทมนตร์พับผ้าแปปเดียวก็เสร็จแล้ว ผมกับตามักชอบลืมว่าตัวเองเป็นพ่อมดทุกที ใช้ชีวิตแบบมักเกิ้ลจนเคยชิน


          "โชคดีนะ เดี๋ยวนอนรอ"


          "ไม่ เธอต้องไปช่วยฉันพับผ้า"


          "เสื้อผ้านายนายก็พับเองสิ อีกอย่างฉันเป็นแขกนะ เจ้าบ้านจะมาใช้แขกแบบนี้ได้ยังไง"


          "บังเอิญว่าฉันเป็นเจ้าบ้านที่หล่อและนิสัยดีมากไงล่ะโคลอี้ ลุกเร็ว" ผมดึงข้อมือโคลอี้ทั้งสองข้างให้ลุกขึ้น แรก ๆ เธอก็ขัดขืนแต่สุดท้ายก็ทนแรงผมไม่ไหวและลุกตามผมมาอยู่ดี


          "ฉันไม่น่าตกลงมาหานายเลย ฉันนะต้องเสียพลังงานไปกับการเพ่งมองป้ายรถประจำทาง แถมยืนเฉย ๆ ในลิฟต์อีกเกือบสิบนาทีเพราะไม่ได้กดเลขชั้น"


          "ฉันจะไม่หัวเราะซ้ำเติมละกันนะ ฮ่า ๆ"


          "เบลค นายกำลังหัวเราะอยู่"


          ผมปิดปาก แต่ถึงจะไม่มีเสียงไหล่ผมก็สั่นอยู่ดี


          "พับผ้าเองเลย!"


          "โอ๋ ๆ อย่างอนสิ มาช่วยกันก่อน" ผมรีบเดินไปขวางทันที แต่เธอก็ยังงอนตุ้บป่องอยู่ "เดี๋ยวพาไปกินชานมไข่มุก"


          "ดีล" โคลอี้ยิ้มแย้มก่อนจะยกมือขึ้น "ไฮไฟว์ไง นายทำบ่อย ๆ"


          ผมไฮไฟว์กับโคลอี้อย่างมึน ๆ แต่ผมควรจะชินได้แล้ว ในเมื่อผมมีเพื่อนเห็นแก่กินจนง้อได้ง่ายดายขนาดนี้ แต่บางทีก็ง่ายไป ตอนนี้โคลอี้ลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้นและพับเสื้อให้ผมอย่างอารมณ์ดี


          ผมเดินไปปิดประตูห้องกันลูน่ากับลูก ๆ เข้ามาก่อนจะนั่งลงและพับผ้าใส่ลังบ้าง เพราะถ้าเสื้อผ้ามีขนแมวติดไปด้วยคงไม่ดีเท่าไหร่ เผื่อคนที่เอาไปใส่ต่อแพ้ขนแมวขึ้นมาจะซวยเอา


          แต่ดูเหมือนของที่ผมจะเอาไปบริจาคนั้นถูกบริจาคไวกว่าที่คิด เสื้อหนาวบางตัวที่ผมใส่แล้วแขนเต่อหรือเอวลอยกลายเป็นของเพื่อนผมไปแล้ว โคลอี้ลองใส่และพบว่ามันพอดี บางตัวหลวมไปหน่อยแต่ใส่แล้วก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร สรุปโคลอี้ได้เสื้อผมไปทั้งหมดแปดตัว


          "ฉันจะเอาไปบริจาคเด็กกำพร้านะโคลอี้ ไม่ใช่เธอ"


          "ก็เสื้อนายมันน่ารักอ่ะ ให้ฉันนี่แหละ นายจะได้รู้สึกว่าเสื้อผ้าของนายไม่ได้จากไปไหนไกล"


          ก็จริง บางตัวผมชอบมาก แต่เก็บไว้ก็ไม่ได้ใส่ สู้ให้โคลอี้ไปดีกว่า อย่างน้อยผมก็ต้องตัวติดกับเธอไปอีกห้าปี ผมกับโคลอี้ช่วยกันยกลังออกจากห้องมารวมกันคนละลัง ตอนนี้ตู้เสื้อผ้าของผมมันโล่งโจ้งผิดหูผิดตา


          "พี่โรเจอร์ไม่อยู่หรอ"


          "ไปเรียน ไม่สิ ต้องเรียกว่าไปทำหน้าที่อันทรงเกียรติอยู่ในโรงพยาบาล"


          โรเจอร์กลับห้องมาแทบนับครั้งได้เลย พอกลับมาก็นอนอย่างเดียว นี่ผมปิดเทอมมาหนึ่งเดือนผมเจอโรเจอร์แค่สองครั้งเอง คนเรียนหมอถ้าใจไม่รักจริงได้เหนื่อยตายแน่


          "อ๋อ" โคลอี้พยักหน้า "เราไปกันเลยไหม รีบไปจะได้รีบเสร็จ ฉันหิวข้าวแล้ว"


          โคลอี้ลูบท้องตัวเองเหมือนคนไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้า


          "ได้ เอาลังเสื้อผ้าไปให้สถานรับเด็กกำพร้าเสร็จแล้วไปกินข้าวกัน"


          "อย่าลืมชานมไข่มุกนะ"


          "จ้า ๆ"


          ผมยัดลังทั้งสี่ลังลงในกระเป๋าของโคลอี้ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าผ้าใบเก่งของตัวเองขึ้นมาสะพาย ใส่กระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์มือถือเข้าไป รวมถึงไม้กายสิทธิ์ด้วยเผื่อมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา ผมเดินไปปิดผ้าม่าน ปิดไฟ เติมอาหารแมว เช็คอะไรเรียบร้อยถึงหยิบกุญแจและล็อคห้อง


          "นายทำอะไรอ่ะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"


          "หาเบอร์อยู่"


          "เบอร์?"


          "เอาเป็นว่าเดี๋ยวเธอเรียนวิชามักเกิ้ลศึกษาก็รู้เองแหละ"


          ผมเข้ากูเกิ้ลหาเบอร์ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนจะโทรไปบอกว่าผมกำลังเข้าไป ซึ่งมันอยู่ไม่ไกลจากคอนโดผมเท่าไหร่ เดินสิบนาทีก็ถึงแล้ว


          "โคลอี้"


          "หืม?"


          แชะ!


          "นายถ่ายรูปฉันหรอ"


          "ถูกต้องเลยเพื่อน"


          "ขอกันดี ๆ สิ อย่าทำตัวเหมือนพอลได้ไหม"


          "โคลอี้ นี่ฉันใคร ฝีมือฉันดีกว่าพอลเยอะ ไม่เชื่อดู ออกจะสวย" ผมยื่นโทรศัพท์ให้โคลอี้ดู รูปมันออกมาดีกว่ารูปกินพุดดิ้งที่พอลถ่ายเป็นไหน ๆ


          "รูปไม่เห็นขยับเลย แล้วทำไมแก้มมันเยอะขนาดนั้นอ่ะ"


          "ก็ปกตินี่"


          โคลอี้จับแก้มตัวเอง มองหน้าผม แล้วก็จ้องรูปในโทรศัพท์อีกที ที่ผมบอกว่ามันปกติน่ะ คือมันเยอะเป็นปกติ


          "ช่างเถอะ ต่อให้แก้มเยอะกว่านี้ฉันก็ไม่เลิกกินหรอก"


          เออมันต้องอย่างนี้ สายกินทั้งทีอย่าให้อะไรมาหยุดได้


          "เก่งมากโคลอี้ ฉันล่ะภูมิใจ๊ภูมิใจ"


          "ว่าแต่จะถึงรึยัง ฉันเดินจนเริ่มเมื่อยแล้วอ่ะ"


          "นู่นไง เห็นป้ายไหม อีกนิดเดียว"


          ผมชี้ป้ายให้โคลอี้ดู เราเดินฝ่าฝูงชนในลอนดอนจนมาถึงหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ที่ผมเกือบได้มาอยู่ถ้าตาไม่มารับผมไปเลี้ยงซะก่อน ผมเปิดประตูเข้าไป เจ้าหน้าที่มองหน้าผมและทักขึ้นทันที


          "สวัสดีครับ ใช่น้องที่โทรมาเมื่อกี้รึเปล่า"


          "อ่อ ใช่ครับ ผมมีเสื้อผ้ามาบริจาคสี่ลัง"


          "อยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยยกเข้ามา"


          ซวยล่ะสิ ลืมหยิบลังออกจากกระเป๋าก่อน ผมหันไปจับมือโคลอี้ที่กำลังล้วงมือเข้ากระเป๋าทันที ขืนเอาออกมาตอนนี้พวกเจ้าหน้าที่ได้ตาเหลือกแน่


          "เอ่อ อยู่ข้างนอกครับ แต่เดี๋ยวผมยกเข้ามาเองดีกว่า รอแปปนึงนะครับ"


          ผมรีบลากโคลอี้ออกมาทันที เดินหาที่หลบ ก่อนจะหยิบลังออกมาจนครบ


          "อยู่ต่อหน้าพวกมักเกิ้ลนี่ยากจัง นั่นก็ทำไม่ได้นี่ก็ทำไม่ได้ แล้วลังนี่ก็หนัก" โคลอี้บอก พร้อมกับกำชับลังในมือไม่ให้ร่วงลงไปกองบนพื้น


          "แบกอยู่ลังเดียวทำบ่น ฉันแบกสามลังยังไม่พูดอะไรเลย" ผมหันไปบอก ผมแบกสามลังซ้อนกันจนมองไม่เห็นทางแล้วเนี่ย


          "เก่งมากเบลค ฉันล่ะภูมิใจ๊ภูมิใจ"


          นั่น ลอกประโยคผมอีก เราเดินเข้ามาในตัวอาคารอีกครั้ง ผมส่งต่อลังให้เจ้าหน้าที่เปิดเช็คความเรียบร้อย ตอนนี้เด็ก ๆ กำลังนั่งกินของว่างกันในห้องอาหาร มีตั้งแต่เด็กเล็กอายุขวบสองขวบ จนถึงเด็กโตอายุประมาณสิบสี่สิบห้า


          "ให้ระบุว่าใครบริจาคดีครับ" เสียงเจ้าหน้าที่ถามขึ้น


          "ไม่ต้องระบุก็ได้ครับ"


          "ถ้างั้นพี่ขอทราบชื่อนามสกุลน้องหน่อย เอาไว้เป็นรายชื่อร่วมระดมทุน"


          "ได้ครับ เบลค สเปนเซอร์"


          เจ้าหน้าที่พิมพ์ชื่อผมหยุดชะงักไปเมื่อผมบอกนามสกุล ลืมไปเลยว่าตัวเองตระกูลดัง แถมเป็นผู้อุปถัมภ์ของที่นี่ รู้งี้บอกว่าเบลค วินเซนต์ดีกว่า


          "สเปนเซอร์?"


          "ครับ" ผมกระพริบตาปริบ ๆ ขอล่ะอย่าถามอะไรเพิ่มนะ ผมขี้เกียจตอบ


          "แล้วน้องผู้หญิง..."


          "โคลอี้ค่ะ โคลอี้ เคลเมนไทน์"


          ใช้เวลาอีกไม่นานพวกผมก็ออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนจะเดินข้ามถนนเพื่อหาร้านอาหารต่อ ตอนนี้ใกล้จะสิบเอ็ดโมงแล้ว รวบข้าวเช้ากับข้าวเที่ยงไปเลยทีเดียวก็แล้วกัน


          "กินอะไรดีโคลอี้"


          "แล้วแต่นายเลย เป็นเจ้ามือนี่"


          "ใครบอกว่าฉันจะเลี้ยง"


          "คุณตาบอก คุณตาบอกว่าให้บัตรนายไว้แล้ว บัตรอะไรหรอ"


          "บัตรเครดิต"


          ตามีบัตรเครดิตอยู่หนึ่งใบ ใช้ซื้อของต่าง ๆ แทนที่จะพกเงินสด เพราะพ่อมดแบบเราถือสองสกุลเงิน และบางครั้งก็หลงเอาเงินปอนด์จ่ายในโลกผู้วิเศษบ้าง เอาเหรียญซิกเกิ้ลจ่ายค่าแซนวิชที่ร้านสะดวกซื้อบ้าง แต่ผมพกเงินสดไว้ทั้งสองสกุลเงิน แล้วแยกกระเป๋าตังค์เอา


          "ถ้างั้นก็อาหารญี่ปุ่นนะ ฉันอยากกินซูชิ"


          "ได้ ของฟรีฉันกินได้หมดแหละ"


          ผมกับโคลอี้เข้าร้านอาหารญี่ปุ่นร้านประจำที่ผมกับตาชอบออกมากิน ผมสั่งข้าวแกงกะหรี่กับซูชิหน้าไข่หวาน ปลาดิบ แล้วก็ไข่กุ้ง ส่วนโคลอี้สั่งราเม็งหมูชาชูกับทาโกยากิ และปิดท้ายด้วยพุดดิ้งกับไอศกรีมชาเขียว เหมือนจะเป็นมื้ออาหารที่ราบรื่นแต่ว่าผมกับโคลอี้เคยราบรื่นอะไรกับเขาที่ไหนล่ะ


          โคลอี้กินซูชิปลาดิบของผมชิ้นนึง แต่เธอใส่วาซาบิเยอะเกินไปจนน้ำตาไหลแสบจมูกไปหมด ซึ่งผมก็ได้แต่นั่งขำและถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ที่ฮากว่าคือคีบทาโกยากิร่วงจนกลิ้งหล่นจากโต๊ะ หน้าตอนโคลอี้มองตาละห้อยนี่อย่างจี้ และผมก็ไม่ลืมที่จะแชะรูปเก็บไว้อีกเหมือนกัน วันเดียวผมได้รูปกับวิดีโอโคลอี้เกือบร้อยรูปแล้วเนี่ย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรูปที่เก็บไว้ดูตอนเครียดได้เลย โคตรจะตลก


          จากนั้นผมก็พาโคลอี้ไปกินชานมไข่มุกร้านดังตามที่สัญญา (ต่อแถวตั้งสิบห้านาที!) ก่อนจะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ผมไม่ใช่คนเลือกเสื้อผ้านาน แค่ดูไซส์ดูเนื้อผ้า ดีไซน์ถูกใจ โยนลงเครื่องซักผ้าได้และไม่ต้องรีดผมก็หยิบเลย ส่วนกางเกงผมเน้นยาวไว้ก่อน มีความรู้สึกว่าเดี๋ยวผมก็สูงขึ้นอีก เพราะผมจะไม่หยุดอยู่ที่ร้อยเจ็ดสิบหกแน่นอน ส่วนเรื่องราคาผมไม่เกี่ยงเพราะผมไม่ได้จ่าย แต่ถ้าผมจ่ายเองก็จะเลือกนานหน่อย เงินทองมันหายาก เอาเท่าที่จำเป็น


          //ตัดภาพไปที่เสื้อและกางเกงที่พูนขึ้นเรื่อย ๆ


          ผมแวะไปส่งโคลอี้ที่ร้านหม้อใหญ่รั่วก่อนจะกลับบ้าน พร้อมกับนัดแนะวันไปตรอกไดแอกอนและฝากเธอเขียนไปบอกพวกไลแซนเดอร์ให้ด้วย


          "นี่แกถลุงเงินฉันขนาดนี้เลยหรอ!"


          ตาถามทันทีที่ถึงบ้านพร้อมกับเดินมาหาผมที่นั่งดูทีวีอยู่กับแฟมิลี่ทั้งสามตัว ก่อนจะยื่นจอโทรศัพท์ที่เปิดหน้าการใช้จ่ายบัตรเครดิตของวันนี้ให้ดูจนจะทิ่มหน้า


          "แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกตา ที่ซื้อมาก็จำเป็นทั้งนั้น" ผมบอกก่อนจะตักแม็คแอนด์ชีสเข้าปากและดูซีรีส์ต่อ


          "เสื้อแบบเดียวกันแต่คนละสีเนี่ยนะ" ตารื้อดูถุงเสื้อผ้าที่ผมยังไม่ได้เอาเข้าไปเก็บในห้อง


          "ก็ผมเลือกไม่ได้นี่นา"


          "เออ ๆ อย่าลืมเอาเงินมาจ่ายล่ะ ฉันไม่ชอบค้าง บัตรนี้ยิ่งคิดดอกเบี้ยแพงอยู่"


          "ผม?" เดี๋ยวนะ จ่ายอะไร ตาไม่ได้จะซื้อให้ผมหรอ ผมรีบวางชามแม็คแอนด์ชีสในมือลงทันที "จ่ายค่าอะไร"


          "แล้ววันนี้ไปซื้ออะไรมาล่ะ"


          "อ้าว ตาไม่ได้ซื้อให้ผมอ่อ"


          "ได้เงินจากมักกอนนากัลแล้วไม่ใช่หรือไง จ่ายเองสิ"


          ไม่ได้! ตาจะทำแบบนี้กับหลานสุดที่รักอย่างผมไม่ได้!


          "ก็ไหนบอกว่าจะจ่ายให้ผมทุกอย่างไปจนกว่าผมจะเรียนจบไง"


          "นั่นมันก่อนที่แกจะโตมาแล้วทำตัวหน้าหมั่นไส้ ให้เงินไปก็เอาไปจมกับของเล่นแมวหมด"


          "ก็แฟมิลี่ผมกำลังเติบโต เราไม่ได้มีลูน่าแค่ตัวเดียวแล้วนะตา" ผมบอกตา ก่อนจะจับเจ้าตัวยุ่งสองตัวที่ตัวไม่เล็กแล้วให้ไปอยู่กับแม่ของมัน "ฉันทำบ้านให้ใหม่แล้วไง ของเล่นเยอะแยะ อย่ามายุ่งกับผมฉัน"


          ไมโลกับมอคค่าอยู่ในวัยกำลังซน อันที่จริงก็ซนตั้งแต่ออกจากท้องลูน่า ขนาดผมเถียงกับตาอยู่หน้าทีวีมันสองตัวยังมาป้วนเปี้ยนจะเล่นหัวผมให้ได้ แค่ผมมันยาวปรกหน้าเหมือนหญ้าแฝกผมเลยมัดขึ้นไป แต่พวกมันคงคิดว่าเป็นของเล่นใหม่


          "สรุปตาจะเอาเงินผมไปจริง ๆ หรอ ผมน่ะเป็นแค่เด็กสิบสามที่กำพร้าพ่อแม่ ญาติก็ไม่รับเลี้ยง โดนบูลลี่ตั้งแต่อนุบาล ตาทำผมลงหรอ"


          ผมช้อนตามองปริบ ๆ พร้อมกับเบะปากให้น่าสงสารไปด้วย ตาถอนหายใจ มองไปทางอื่น ก่อนจะยกมือเท้าเอวแล้วมองหน้าผม


          "พูดขนาดนี้ใครจะไปเอาเงินแกลง"


          สำเร็จ! ผมลอบยิ้มให้กับแผนเรียกคะแนนความน่าสงสารของตัวเอง ก่อนจะโดนกอดแบบไม่ทันได้ตั้งตัว


          "ตาอ่ะ ผมโตแล้วนะ เลิกกอดได้แล้ว" ผมดิ้น พยายามผลักตาออกไปด้วย


          "ทำไมแกถึงชอบพูดเรื่องพวกนี้ได้หน้าตาเฉยห้ะเบลค" ตาพูด และยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากผม "ฉันเลี้ยงแกได้ดีมากเลยหรือไง ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นน้ำตาของแกเลย โดนแกล้งก็ไม่ร้องไห้ บ้านนู้นไม่เห็นหัวแกก็นิ่ง สิ่งที่ทำให้แกน้ำตาไหลมีแต่พวกหนังเศร้า บางครั้งฉันก็อยากกอดปลอบแกบ้าง ชีวิตแกน่าเศร้าจะตาย ร้องไห้บ้างก็ไม่โดนหาว่าอ่อนแอหรอก"


          ผมนิ่งไป รู้ไหม ผมจะร้องไห้ก็ตอนได้ยินตาพูดแบบนี้เนี่ยแหละ ผมเช็ดหัวตาของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะกอดตากลับ


          "ใช่ ตาเลี้ยงผมได้ดีมาก ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ ช่วงที่ตาต้องทำงานหนักเลี้ยงผมน่ะผมรู้มาตลอด เห็นตาเป็นอย่างนั้นผมยิ่งไม่อยากร้องไห้ให้ตาเห็น เรื่องของผมมันออกจะเศร้าก็จริง แต่มันก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น บนโลกนี้มีไคล์ วินเซนต์ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อหลานของตัวเอง -- ไคล์ วินเซนต์คนนั้นก็จะมีเบลค สเปนเซอร์ หลานแสนดีสุดหล่อที่พยายามจะไม่หาเรื่องปวดหัวมาให้ เอ่อ...ถึงจะมีตลอดก็เถอะ และเบลคก็จะไม่ทำให้ไคล์ผิดหวังแน่นอน"


          บางครั้งผมก็รู้สึกเศร้านะ แต่เศร้าเสียใจไปก็เท่านั้น โชดดีที่ผมปลงกับชีวิตตัวเองได้เร็ว ทุกวันนี้ผมแค่ใช้ชีวิตของผมให้ดี มีเรื่องต่อยตีบ้างให้พอเป็นสีสัน และในอนาคตผมตั้งใจที่จะดูแลตาให้เหมือนหรือดีกว่าที่ตาดูแลผม แค่นั้นแหละ


          ชีวิตผมก็มีแค่นี้อยู่แล้ว ไม่สิ ผมยังมีแฟมิลี่เล็ก ๆ ของผมด้วย


          "ถ้าไอรีนรู้คงภูมิใจในตัวลูกชายอย่างแกมาก" ตาคลายอ้อมกอด และลูบหัวผมเบา ๆ "หน้าแกโคตรเหมือนไอรีนเลยว่ะ แต่ที่เหลือได้ไอ้หม่อมออสตินมาหมด ทั้งสีผมน้ำตาลบลอนด์ทั้งตาสีเขียวเข้ม"


          "ตาจะชมว่าผมหล่อก็พูดมาเถอะ มาทำเป็นบอกว่าหน้าเหมือนแม่ ตาเหมือนพ่อ"


          แม่ผมไม่ได้สวยแค่คนเดียวนะ พ่อผมก็ไม่น้อยหน้า ทั้งหล่อทั้งตัวสูง คู่สร้างคู่สมสุด ๆ เพราะพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของผมดีมาก ถ้าเกิดลูกชายอย่างผมจะออกมาราวกับเทพเจ้าปั้นก็ไม่แปลกหรอก


          "เห้ออออ ฉันจะทำยังไงกับความมั่นหน้าของแกดีนะ"


          ผมยิ้มให้ตา ความจริงมันก็มีวิธีแก้อยู่ข้อเดียวเท่านั้นแหละ แต่ใคร ๆ ก็มักจะทำไม่ได้กัน


          "ทำใจครับตา"











- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk w/ me :

          ใครเอ่ยทำทุกอย่างยกเว้นอ่านหนังสือสอบ ฉันเองงงงง //อัพเสร็จก็ต้องนั่งจมกองชีทต่อ T_T

          บอกแล้วว่าเบลคเป็นคนดี น้องรักตาและเหล่าแฟมิลี่ของน้องมากกกกก //คุณตาได้แต่กุมขมับเมื่อเห็นความมั่นหน้าและยอดบัตรเครดิต

          เรื่องตระกูลสเปนเซอร์ ตระกูลนี้มีอยู่จริงนะคะ เป็นตระกูลขุนนางในอังกฤษ คนดังๆที่อยู่ตระกูลนี้คือวินส์ตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ และพรินเซสไดอาน่า (คนนี้รู้จักกันแน่นอน) ตาเบลคไม่ธรรมดานะ อยู่โลกมักเกิ้ลนี่เป็นลูกหลานชนชั้นสูงเลยเด้ออออ (โดนคุณตาแซวว่าเป็นญาติกับควีนไปแล้ว) แต่เราจะไม่ยุ่งกับบุคคลที่มีตัวตนจริงๆนะคะ (อาจจะมีกล่าวถึงบ้าง) จะแตกย่อยตระกูลนี้ออกมาอีกที (อารมณ์โลกคู่ขนาน) จะไม่ทำให้ใครเสื่อมเสียแน่นอน

          เราจะเจาะเรื่องครอบครัวน้องไปเรื่อยๆ ทีละนิดทีละหน่อย ตอนนี้ชื่อพ่อน้องออกมาแล้ว ไอ้หม่อมออสติน ดูแล้วคุณตาน่าจะไม่ค่อยปลื้มลูกเขยเท่าไหร่ 5555555 (ที่เรียกหม่อมเพราะเวลาแปลไทยน่าจะเข้าถึงได้ง่ายที่สุดค่ะ ถ้าจะนับกันจริงๆคุณพ่อจะได้ยศ The Honourable ซึ่งตาเบลคก็อาจจะได้ด้วย)

          เขียนฟิคทั้งที ทำให้ยากทำไมเนี่ย *เกาหัวแกร๊กๆ


jujuly


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

1,857 ความคิดเห็น

  1. #928 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:30

    แงงทำไมเบลคอยู่กะโคลอี้แล้วน่ารักจังเลยยยย รู้ว่าแค่เพื่อนกันแต่น่ารักจริงๆ ค่า ชอบ มีแค่โคลอี้ไม่ต้องมีนางเอกแล้วก็ได้มั้ย 5555555555 ตระกูลเบลคนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ ผู้ทรงอิทธิพลทั้งโลกมักเกิ้ลและโลกเวทมนตร์ที่แท้

    #928
    0
  2. #414 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 08:27
    เบลคเข้มแข็งมากเลย นางดูปลงจริงๆ แต่ก็ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่นาง
    #414
    0
  3. #363 Peerada1648 (@Peerada1648) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:25
    เหมือนมาเดทกับโคลอี้ แล้วโคลอี้ก็น่าร้ากกกกก ถ้าพ่อโคลอี้รู้คง...
    #363
    0
  4. #303 bxnkbkck (@bxnkbkck) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 04:07
    ขอชื่นชมเด็กอย่างเบลคเลยนะ ยอมรับจริงๆ แกเก่งมากนะ ชีวิตน่าเศร้าแต่แกทำตัวได้มีสีสัน บ้าบอไปวันๆ ได้ดีมาก(ชมค่ะชม555555) เป็นเด็กที่แข็งแกร่งดีมากนะ อายุก็เท่านี้เองแต่ดูโตกว่าวัย ถึงจะปากร้ายต่อยคน แต่ก็ไม่ได้นอกลู่นอกทาง ภูมิใจว่ะแก แต่ภูมิใจสุดก็ตอนแกแร็พด่าพีฟส์นั่นแหละ ทับใจมาก
    เอาล่ะ จะคอยติดตามการเติบของแกในแต่ละปีไปเรื่อยๆนะ
    สู้ๆนะคะไรท์ งานเขียนของไรท์ดียังไงก็ดีกว่าเดิมไปอีก ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย พล็อตเรื่องดี ภาษาดี ไรท์ก็น่ารัก ตอบคอมเมนต์ของรีดเดอร์ ใครจะว่าอวยก็ได้ แต่ก็อวยตั้งแต่เรื่องไลร่าแล้วรึปะ55555555 ติดตามเสมอค่าาา (แม้เปิดเทอมจะต้องหายไปเพราะโดนกองงานทับ *ร้องไห้*)
    #303
    1
    • #303-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 23)
      10 มีนาคม 2562 / 11:01
      ขอตอบทีเดียวเมนท์นี้นะคะ ขอบคุณณณณณณณ ไม่รู้จะพิมพ์อะไรแล้วววววววว เวลคัมแบคค่ะ ขอให้เรียนรุ่งๆเกรดสวยๆนะคะ

      ตาเบลคเขาสายชิลค่ะ คูลๆ เถื่อนๆ น้องจะรู้ดจนกว่าน้องจะพอใจ ปีสามจะเลเวลอัพ! มีเรื่องให้ภูมิใจกับตาคนนี้อีกเยอะะะ 555555555555
      #303-1
  5. #286 2002M19 (@meowwahh) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:56
    เบลค เกียสความทำใจว่ะนาย5555555
    #286
    1
    • #286-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 23)
      10 มีนาคม 2562 / 11:01
      ต้องทำใจจริงๆค่ะ 555555555
      #286-1
  6. #278 latent1999 (@the_fate) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 19:38
    อึ้งนิดๆตอนรู้ว่าเบลคมีพ่อเป็นหม่อม
    #278
    1
  7. #277 Sun&Moon (@kibumloveink) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 11:10
    นึกสภาพเบลคเข้าวังไปเข้าเฝ้าควีนไม่ออกเลย55555 แต่แค่พูดถึงคุณๆ คอร์กี้ของควีนแล้วก็ใจสั่นไปหมดเลยฮืออออ เราทาสน้องหมาขาสั้น55555555555555
    #277
    1
  8. #276 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 11:06

    โคลอี้น่ารักจังเลยยย
    ตอนแรกก็อ่านเรื่อยๆไม่ได้ชิบคู่ไหนทั้งนั้น
    แต่ตอนนี้ขอเทใจให้โคลอี้เบาๆนะจ๊ะ
    #276
    2
  9. #275 Akatsuki Alice (@petchjeed) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 01:20

    เชียร์เบลคโคลอี้~~ โคลอี้น่าร้ากกกกก ไม่เจ้าอารมณ์ เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย ไม่ขี้บ่น ไม่โวยวาย

    #275
    2
  10. #274 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:51

    ใช่เบลคทำยากมาก ทำใจเนี่ย เราก็ทำๆไม่ได้555

    #274
    1
  11. #273 Nekoijump (@Nekoijump) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 16:38

    คุณพ่อตาเบลคเป็นขุนนางนี่เอง เรารู้จักเลดี้คิตตี้ สเปนเซอร์นะคะ555555555คุ้นๆนามสกุลน้องงงง><ง่อออออ มีเชื้อนะเนี่ยยยแต่นิสัยหัวร้อนป่กร้ายหนูได้มาจากใครคะลูกกกก55555555555แอบเชียร์เบลคกะมาริลินนนน

    #273
    1
    • #273-1 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 23)
      3 มีนาคม 2562 / 20:04
      เลดี้คิตตี้น่ารักมากค่ะ สวยยยยย น้องก็เป็นญาติกับเลดี้คิตตี้เนี่ยแหละค่ะ
      #273-1
  12. #272 SunDashine (@SunDashine) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 13:48
    กรี้ดๆสู้ๆนะคะ สอบผ่านๆ
    #272
    1
  13. #271 danikJK (@dream-rose) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 10:15
    เกลียดความทำใจครับตาเพราะเบลคจะเป็นแบบนี้ต่อไป55555555555
    #271
    1
  14. #270 Alice12 (@paploy61244) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 08:50
    ใจจริงอยากให้อธิบายเป็นยศลอร์ด ขุนนางไรงี้มากกว่าอ่าน่าา อ่านแล้วเป็นความรู้ด้วย
    #270
    2
  15. #269 Zeron.0912 (@Naiinuttych) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 08:49

    เบลคกับโคลอี้งั้นรึ......อืมมม.....//เก๊กหน้าให้ดูขรึม
    #269
    1
  16. #268 HellomyDid (@HellomyDid) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 08:35

    เห็นคำเรียกลูกเขยแล้วรู้เลยว่าเป็นไง555

    เอาตรงๆเราว่าชีวิตเบลคค่อนข้างน่าสงสาร แต่ก็็โชคดีที่มีคุณตาและโคลอี้ด้วย

    #268
    1
  17. #267 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 05:17
    ฉากเปิดตอนนี้ อ่านแล้วแบบ แง เสื้อผ้าพวกนั้น.. ตัวนั้นเสื้อค่ายสร้างตัวแรก.. นั่นเสื้อโต๊ะที่รุ่นเราทำ.. ตัวนั้นซื้อมาจากวันแรกพบ.. อันนี้ก็เสื้อสตาฟ.. ทั้งหมดคือใส่ไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่อยากทิ้ง แงงงงงง เบลคคคค ชั้นเข้าใจนายยยยย

    /ปาดน้ำตา
    #267
    1
  18. วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 03:36
    เบลค ตอนอยู่กับโคลอี้น่ารักมาก
    #266
    1
  19. #265 หมูNay (@nayyakusa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 02:57

    งี้ก็เหมือนจะเป็นหม่อมน้อยเลยรึป่าวว

    #265
    1
  20. #264 Frodina (@rungring4334) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 01:46

    ชอบเบลคตอนอยู่กับตามากๆ น้องน่ารัก
    #264
    1
  21. #263 Graziers (@Graziers) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 01:28
    ตาเบลคมาหอมหัวทีลูกไม่เป็นไรนะ
    #263
    1