ไป๋เฟิงมี่ (สนพ.เฟยฮุ่ย)​

ตอนที่ 13 : ริเริ่มกิจการหาเงินเข้าบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2304 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

         

          ระหว่างการสร้างห้องน้ำใหม่ ข้าก็ได้มีโอกาสโฆษณาอาหารและขนมต่างๆ ของข้าให้คนงานที่มาจากในหมู่บ้าน ดูทุกคนจะชื่นชอบและติดใจในรสชาติไม่น้อยเลยทีเดียว เห็นอย่างนี้แล้วข้าก็มีกำลังใจที่จะทำออกมาขายในกาลข้างหน้า 

       
        “คุณหนูไป๋ อาหารและขนมของท่านช่างแปลกใหม่แถมยังรสชาติดียิ่ง ข้าว่าถ้าทำออกขาย ต้องขายดีเป็นแน่ขอรับ” หนึ่งในคนงานช่างกล่าวขึ้น เมื่อได้ทานอาหารของข้า

        “ขอบคุณเจ้าค่ะ พวกท่านชอบข้าก็ยินดียิ่ง ในเรื่องการทำออกขายนั้นคงต้องแล้วแต่การข้างหน้าเจ้าค่ะ” 

          ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากทำขาย แต่จะตั้งกิจการขึ้นมาสักอย่างต้องใช้ทุน ใช้แรงงาน และวางแผนผลกำไร อะไรอีกมากมาย ไม่ใช่จับขึ้นมาแล้วขายดีรวยรวดเร็ว เป็นเศรษฐีขึ้นมาในสองสามเดือนเสียเมื่อไหร่ ตอนนี้บ้านข้าแค่มีฐานะยังไม่ร่ำรวยมากมายอะไร คงต้องค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไป




           กาลเวลาเดินทางผ่านไปเรื่อยๆ นี่ก็ผ่านมาสี่ปีแล้วหลังจากก่อสร้างห้องส้วมสำเร็จ ในตอนนี้ข้ากลายเป็นพี่สาวแล้วนะ มีน้องชายนามว่า “ไป๋อี้ฟาน” อายุสามขวบปี ข้านี่เป็นปลื้มจริงๆ 


           โดนน้องชายตัวน้อยตกไปเป็นทาสเรียบร้อย ก็น้องข้านะน่ารักตะมุตะมิมากเลย น่ากอดน่าฟัด ตัวขาวๆ อวบอ้วน ปากจิ้มลิ้มเวลาพูดเจื้อยแจ้วแม้จะยังพูดไม่ชัด แก้มป่องๆ เวลากินขนมที่ข้าทำก็ขยับยุบยับน่ากัดเป็นที่สุด งื้อออ น่าร๊ากก


           ตอนนี้กิจการขายผลผลิตทางการเกษตรของตระกูลข้าเป็นไปด้วยดี ท่านพ่อขยายเส้นทางการค้าเข้าสู่เมืองหลวงและอำเภออื่นๆ อีกสี่อำเภอ 


           ในเรื่องของการค้าขายนี้ ท่านพ่อเก่งกาจมาก ทั้งการวางแผน การเจรจาต่อรอง เล่ห์เหลี่ยมทางการค้า ท่านพ่อก็รู้เท่าทันหมด นั่นทำให้ข้าแปลกใจเป็นอย่างมาก ท่านพ่อซึ่งเป็นคนธรรมดา เหตุใดจึงรู้เรื่องพวกนี้ดีจนเหมือนเกิดในตระกูลพ่อค้าอย่างนั้นแหละ


           ข้าเคยถามท่านพ่อในเรื่องนี้ แต่ท่านพ่อก็ตอบมาว่าเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และแย้มยิ้มเศร้าๆ ข้าคิดว่ามันต้องมีมากกว่านั้น แต่ข้าก็ไม่เซ้าซี้ถามต่อ ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อเศร้า หากท่านพ่อต้องการให้ข้ารู้ท่านคงบอกเองในสักวัน 


          ในเรื่องการคงสภาพผักผลไม้ให้ยังสดในระหว่างการขนส่งไปให้ลูกค้า ข้าก็ใช้ความรู้จากโลกเก่ามาปรับใช้ ถึงจะไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็รักษาสภาพให้ดีที่สุด เพราะที่นี่ไม่ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ ไม่มีสารเคลือบผิว แต่ถ้านำหลักการวิทยาศาสตร์ง่ายๆ มาปรับใช้ก็ได้ในระดับหนึ่ง


          หลักการที่ว่าคือ ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวผลผลิต เช่น ผลไม้ต้องเก็บเกี่ยวตั้งแต่เช้ามือจะช่วยลดการคายน้ำ ทำให้ผลยังเปล่งปลั่งคงความสดอยู่ 

           ส่วนผักรอสายสักหน่อยเพราะหากเก็บเช้ามาก ผักจะบวมน้ำต้นอวบมากไปทำให้เปาะบางแตกหักเสียหายได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรเก็บช่วงที่แดดจัดเหมือนกัน มันจะทำให้ผักเหี่ยว

           การทำความสะอาดผักผลไม้ก่อนขนส่ง ก็เป็นการลดการเน่าเสียของผลผลิตได้ แต่ในการทำความสะอาดต้องทำอย่างระมัดระวังด้วยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นผักและผลไม้อาจจะช้ำ และเน่าเสียเกิดความเสียหาย

           การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นก็สำคัญ ข้าได้ให้คนงานต่อกล่องไม้สำหรับใส่ผักผลไม้เวลาขนส่ง กล่องมีฝาปิดทึบกันลมโกรก และใช้กระดาษห่อผักและผลไม้ก่อนนำลงกล่องอีกทีหนึ่ง

          ซึ่งกระดาษที่ใช้ห่อ ข้าก็ทำขึ้นมาเอง ก็ทำจากพวกเยื่อไม้บ้าง ชานอ้อยบ้าง กระดาษที่ได้ก็เป็นแบบเนื้อหยาบแข็งๆ และไม่ได้ผ่านการกัดสี แต่ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะข้าแค่มาใช้ห่อผัก ไม่ได้เอามาไว้วาดเขียนเสียหน่อย

          สุดท้ายการแปรรูปผลผลิต เช่น ผักดอง ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้ตากแห้ง พวกนี้ก็เป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าเหมือนกัน


           ทั้งหมดที่กล่าวมามันทำให้ลูกค้าพอใจมาก เพราะได้สินค้าที่ยังคงสภาพความสด และเกิดความเสียหายระหว่างขนส่งน้อยมาก สินค้าการเกษตรจากตระกูลข้าจึงเป็นที่นิยม และเงินทองก็ไหลมาเทมาด้วย หุ หุ


เมื่อสองปีที่แล้ว ข้าขอให้ท่านพ่อรับคนงานไว้ช่วยงานที่เรือนเพิ่มขึ้น เพราะมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้น คนที่เรือนมีแค่หยิบมือคงทำไม่ไหว โดยคนงานที่รับเข้ามา ก็คนในหมู่บ้านซะสามส่วนอีกหนึ่งส่วนท่านพ่อเก็บได้ตามรายทาง (ก็ว่าไปนั่น)


        ในตอนนี้ข้าได้พัฒนาน้ำซอสปรุงรส ที่ทำจากถั่วเหลือง ให้สามารถนำมาปรุงอาหารได้แล้วนะแต่กว่าจะได้มานี่ก็ยากเอาการอยู่ เพราะว่าน้ำซอสไหแรกที่ข้าหมักน่ะ
มันเน่า! 

         ใช่ มันไม่สำเร็จ... ข้านี่แทบร้องไห้ออกมาเลย เสียดายถั่วเหลืองที่เสียไป แต่ข้าก็ไม่ยอมแพ้ การทดลองย่อมมีการสูญเสีย(?) 


          ข้าปรับสูตรเติมนั่น ลดนี่ จนตอนนี้ได้น้ำซอสที่สามารถเอามาใช้การได้ และลองนำมาปรุงอาหารให้คนในเรือนได้ลองชิม หึ หึ เป็นไปตามคาด ทุกคนเป็นทาสซอสปรุงรสเหมือนกับข้าแล้ว!  

           ตอนนี้อาหารแทบจะทุกอย่างต้องปรุงด้วยซอส ไม่ว่าจะเป็น ผัด ทอด หรือต้ม ซึ่งข้าก็ได้รังสรรค์รายการอาหารต่างๆ ทำมาให้คนในเรือนได้ลองชิมอยู่ตลอด จนท่านพ่อเอ่ยปากอยากจะตั้งเหลาอาหารซะเอง


          ฮะ ฮ้า! ในเมื่อท่านพ่อเอ่ยปากข้าก็สนองในทันที ข้าว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่ครอบครัวของข้าจะต้องเติบโตขึ้นอีกก้าว ตอนนี้ข้าก็สิบสี่หนาวแล้วพร้อมช่วยงานท่านพ่อได้มากขึ้น อีกทั้งเงินทองจากการขายผักขายข้าวก็เพียงพอต่อการขยายต่อยอดอย่างอื่นได้แล้ว


          “ท่านพ่อเจ้าคะ ถ้าเราจะเปิดเหลาอาหาร แล้วจะต้องเปิดที่ใดเจ้าคะ” ตอนนี้ข้ากำลังหารือกับท่านพ่อเรื่องการเปิดเหลาอาหารของครอบครัว ภายในห้องทำงานของท่านพ่อ โดยมีท่านลุงเจียงร่วมด้วย


         “พ่อว่าจะหาซื้อที่ในอำเภอ แล้วสร้างเหลาอาหารขึ้น ในอำเภอเป็นพื้นที่ใหญ่ ผู้คนมากมายสัญจรผ่านทาง เหลาอาหารย่อมต้องขายได้อย่างแน่นอน” ท่านพ่อกล่าว ข้าก็เห็นดีด้วยที่จะไปสร้างเหลาอาหารที่ในอำเภอ พ่อค้า คนผ่านทาง และลูกค้ากระเป๋าหนักๆ เยอะดี


         “ลูกเห็นด้วยกับท่านพ่อเจ้าค่ะ แต่ลูกว่าเราหาซื้อกิจการ หรือเหลาอาหารที่เจ้าของประกาศขายดีกว่านะเจ้าคะ การซื้อที่ดินและสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ จะทำให้ใช้งบประมาณที่สูงมาก หากเราซื้อต่ออาคารที่ปลูกสร้างแล้ว นำมาปรับปรุงให้ใช้การได้ 

ลูกว่าน่าจะลดค่าใช้จ่ายได้มากอยู่เจ้าค่ะ” ข้าบอกกล่าวความคิดให้ท่านพ่อฟัง


         “นั่นสินะ มี่เอ๋อของพ่อมีความคิดรอบคอบดีจริงๆ” ท่านพ่อยิ้มตอบรับความคิดของข้า


         “พ่อบ้านเจียง เจ้าช่วยไปสำรวจดูว่ามีโรงเตี๊ยม หรือเหลาอาหาร ที่เจ้าของต้องการปิดกิจการหรือขายต่อบ้างรึเปล่า แล้วเราค่อยมาดูกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ท่านพ่อกล่าวกับท่านลุงเจียง


        “ขอรับนายท่าน ไม่เกินสองวัน นายท่านกับคุณหนูจะได้ข้อมูลที่ต้องการขอรับ” ท่านลุงเจียงรับคำและขอตัวออกไปทำงาน


         “แต่ถ้าเราไปเปิดเหลาอาหารในอำเภอแล้วลูกค้าที่ซื้อผลผลิตการเกษตรของเราจะไม่มีปัญหาหรือเจ้าคะ” ข้าถามเรื่องที่เป็นกังวลออกไป


           ลูกค้าที่ซื้อผักผลไม้จากบ้านข้า ก็เป็นบรรดาเหลาอาหารใหญ่ๆ ในตัวอำเภอสักสองส่วนเห็นจะได้ อีกส่วนหนึ่งเป็นร้านยา แล้วแบบนี้พวกเขาจะไม่คิดว่าข้าจะไปทำกิจการแข่งหรือ


         “มี่เอ๋อ การทำการค้าไม่ได้มีข้อห้ามว่าจะทำซ้ำกับคนอื่นไม่ได้ ในกรณีที่เจ้าเป็นกังวลนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่เจ้าจงเชื่อมั่นในตัวบิดาของเจ้าเถอะ ว่าพ่อสามารถจัดการปัญหาได้ 

         การค้าของเราในตอนนี้ไม่ได้จำกัดแค่ในอำเภอชิงไห่ เหมือนตอนแรกๆ แล้ว ถึงจะเสียลูกค้าไปสักรายสองรายก็ไม่มีผลกระทบมากมายอันใด”


          “    “ 

         “แต่ที่กล่าวมาไม่ใช่ให้ลืมบุญคุณบรรดาลูกค้ารุ่นแรกๆ ของเรานะ พวกเขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ผลักดันให้เรามีวันนี้

          ในส่วนนี้พ่อต้องยื้อพวกเขาไว้ให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว และหากว่าพวกเขาจะไม่ซื้อผักของเราเพียงเพราะเราจะเปิดเหลาอาหารเหมือนกันกับพวกเขา เราก็ไม่สามารถทำอันใดได้ 

           การทำสิ่งใดย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ แต่ถ้าเราจะก้าวไปข้างหน้า ต้องยอมเสี่ยงและกล้าลงมือทำ


          ในเรื่องนี้พ่อว่า ลูกค้าที่ทำการค้ากับเรา พวกเขาต้องมองที่ผลประโยชน์ที่จะได้รับมากกว่าความไม่พอใจเพียงเล็กน้อย จริงอยู่ที่หากเราเปิดเหลาอาหารพวกเขาจะมองเราเป็นคู่แข็ง 

          แต่เรื่องความนิยมหรือพึงพอใจนั้น ลูกค้าเหลาอาหารเป็นผู้ตัดสิน หากเหลาอาหารของพวกเขาดึงดูดลูกค้าไว้ได้ ก็ไม่มีอันใดให้กล่าวได้ว่า การเปิดเหลาอาหารของเราทำให้พวกเขาเสียประโยชน์” 


         “ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ อืม แล้วท่านพ่อจะทำเหลาอาหารให้ออกมาในลักษณะใดเจ้าคะ” ข้าถามออกไป เพื่อเตรียมข้อมูลในการกำหนดสินค้าที่จะขาย


         “อืม พ่อว่าจะทำเป็นเหลาขายอาหาร ของที่ขายก็เป็นพวกอาหาร น้ำชา และขนมต่างๆ ที่เป็นสูตรของเจ้า พ่อจะให้เจ้าเป็นคนรับดูแลกิจการเหลาอาหารดีหรือไม่ หรือเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร?” 


        “ลูกยินดีเจ้าค่ะ แต่ลูกยังเด็กนักคงต้องให้ท่านพ่อคอยชี้แนะแล้วเจ้าค่ะ” ข้าถ่อมตัวนิดๆ แน่ล่ะถ้าออกตัวแรง เกิดกิจการไปไม่รอดข้าไม่ขายหน้าตายเร๊อะ 


        “อืม ลูกคิดว่า แบ่งเป็นชั้นดีหรือไม่เจ้าคะ ชั้นบนทำเป็นห้องกั้นแบ่งแยกกัน สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เผื่อว่าพวกเขาต้องคุยงานที่เป็นความลับ หรือไม่อยากนั่งร่วมกับคนหมู่มาก 


        ในส่วนนี้หากลูกค้าต้องการใช้บริการก็คิดราคาค่าห้องเพิ่มเข้ามาจากค่าอาหารปกติ 

        ส่วนชั้นล่าง จัดวางโต๊ะทำหรับให้ลูกค้าเข้ามาทานอาหารปกติ เป็นห้องรวมเหมือนเหลาอาหารทั่วไป แต่บริเวณด้านหน้าจัดเป็นโต๊ะสำหรับวางขายผัก ผลไม้สด จากสวนของเรา ถือเป็นการแนะนำสินค้าจากสวนของเราโดยตรงเจ้าค่ะ”

       “อืม...ความคิดของเจ้าไม่เลว งั้นคงต้องรอข้อมูลจากพ่อบ้านเจียง แล้วค่อยมาเลือกสถานที่กันอีกที” ท่านพ่อสรุปความ


        “เจ้าค่ะ” ข้าคุยกับท่านพ่ออีกนิดหน่อยก็ขอตัวไปเล่นกับน้องชายที่เรือนท่านแม่ ก็ข้าคิดถึงน้องนี่นา เจ้าก้อนซาลาเปาน้อย~~


สองวันผ่านไป ท่านลุงเจียงก็ได้ข้อมูลและจำนวนสถานที่ที่ต้องการมารายงานท่านพ่อ และตอนนี้ข้าก็มาช่วยท่านพ่อพิจารณาเลือกสถานที่เปิดเหลาอาหารแห่งแรกของครอบครัว ภายในห้องทำงานของท่านพ่อ


“อืม จากที่พ่อบ้านเจียงได้ข้อมูลมา พ่อว่ามีที่น่าสนใจอยู่สามที่ ที่แรกเป็นโรงเตี๊ยมเก่าที่อยู่ในตลาด ที่สองเป็นเหลาอาหารที่เลิกกิจการปล่อยทิ้งร้างอยู่ติดแม่น้ำทางด้านซ้ายของตลาด

        และที่สุดท้ายกึ่งโรงเตี๊ยมกึ่งเหลาอาหาร อยู่อีกฝั่งทางด้านขวาของตลาดแต่ก็ติดแม่น้ำด้วย เจ้าเห็นเป็นอย่างไรมี่เอ๋อ” ท่านพ่อวิเคราะห์สถานที่ให้ข้าฟังและถามความเห็นข้า


“ลูกเห็นด้วยกับสามที่นี้เจ้าค่ะ ตามความเห็นลูก เห็นว่าโรงเตี๊ยมกึ่งเหลาอาหารน่าสนใจเจ้าค่ะ เพราะเราจะจัดชั้นบนแบ่งเป็นห้องอยู่แล้ว 


         สถานที่นี้น่าจะเป็นแบบที่เราต้องการ แต่ถ้าจะให้ดี ลูกว่าเราไปดูเองให้เห็นกับตาดีกว่าเจ้าค่ะ จะได้นำมาเปรียบเทียบกันทั้งสามที่ได้” ข้าออกความเห็น


“พ่อก็คิดเหมือนเจ้า งั้นวันพรุ่ง เจ้าไปดูสถานที่กับพ่อแล้วกัน พ่อบ้านเจียง เตรียมความพร้อมสำหรับเดินทางพรุ่งนี้ด้วยล่ะ”


“ขอรับนายท่าน”


“ท่านพ่อเจ้าคะ ให้ท่านแม่กับฟานฟานไปด้วยนะเจ้าคะ ถือโอกาสพาพวกเขาไปเที่ยวด้วยเจ้าค่ะ” ข้าอ้อนขอท่านพ่อให้พาท่านแม่กับน้องชายไปด้วย ก็ข้าอยากพาน้องเที่ยวนี่น่า


“อ่า... ก็ดีเหมือนกัน แม่ของเจ้าไม่ได้ออกไปไหนเลย นางคงจะเบื่อแย่ ถือโอกาสไปพักผ่อนนอกเรือนสักครั้งก็แล้วกัน เราไปสักสามวัน จะได้มีเวลาเที่ยวและดูสถานที่เปิดเหลาอาหาร” ท่านพ่อกล่าวถึงท่านแม่ด้วยแววตาอ่อนโยนรักใคร่ 


“ดีเจ้าค่ะ ลูกจะพาฟานฟาน ตระเวนกินขนมให้ทั่วตลาดเลยเจ้าค่ะ” เฟิงมี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม ดวงตาแวววาว ตื่นเต้น


“หึ เจ้าตัวซุกซน หาทางพาน้องเจ้าไปเล่นซนนะสิ เจ้าโตเป็นสาวแล้วยังเล่นซุกซนเป็นเด็ก” ไป๋อี้ชิงกล่าวเย้าบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม


“ก็ลูกยังเด็กอยู่นี่เจ้าคะ ข้าพึ่งสิบสี่หนาวเอง” ข้าหน้ามุ่ยตอบท่านพ่อไป ข้ายังเด็กก็ต้องเล่นซนแบบเด็กๆ สิ อายุชาติก่อนไม่นับนะ ก็ข้าเกิดใหม่แล้วนี่


“เอาล่ะๆ เจ้าไปบอกท่านแม่ของเจ้าให้เตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้เถอะ” ไป๋อี้ชิงขบขันกับท่าทางแง่งอนของบุตรสาว แล้วก็เอ่ยปิดเรื่องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่

*******^^^^^^

ในส่วนของเรื่องความสมจริงของเนื้อเรื่อง สิ่งที่มีในจีนและไม่มีนั้น ขอทุกคนอย่าได้ยึดติดเลยนะคะ ไรท์แค่หยิบจับมาเพื่อแต่งนิยายให้เกิดความสนุกเพียงเท่านั้น ให้คิดเสมอว่าเรื่องนี้เป็นเพียงนิยาย

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ ติชมได้ไรท์ไม่ซีเรียส และจะพยายามแต่งให้ดีที่สุดค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.304K ครั้ง

1,360 ความคิดเห็น

  1. #1209 Status.. (@warunon18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:46
    วัย14นี่คือ ออกเรือนได้แล้ว(รึเปล่าคะ?55)
    #1209
    1
    • #1209-1 meballoon17 (@meballoon17) (จากตอนที่ 13)
      16 มิถุนายน 2562 / 22:11
      ปกติ15 ปักปิ่นก่อนถึงจะออกเรือน
      #1209-1
  2. #630 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:00
    ไปเปิดเหลาอาหารในเมืองอาจจะได้เจอพระเอก
    #630
    0
  3. #555 Sistel2 (@l2oll) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:44

    สิบสี่นี่วัยแต่งานเลยนะ ในสมัยนั้นอ่ะ

    #555
    0
  4. #361 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 08:27
    น่ารักจริง
    #361
    0
  5. #232 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:21
    สนุกค่ะ ชอบๆ
    #232
    0
  6. #214 eng_oei (@eng_oei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 13:09

    ไรท์คะเนื้อเรื่องสนุกดีค่ะ แต่พอมีคำว่า ข้า บ่อยเกินไปมันทำให้อรรถรสในการอ่านลดลง ลองตัดออกดูก็ยังสื่อความได้ครบอยู่นะ รอตอนต่อไปอยู่นะ ฮึบๆ

    #214
    0
  7. #130 LooknutNutsu (@LooknutNutsu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:13
    รอค่ะ ชอบแนวนี้มาก
    #130
    0
  8. #129 natsume0000 (@natsume0000) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:21

    ใช่แล้วคือนิยายดังนั้นไม่ต้องวิชาการจีนเยอะปรับแต่งให้สนุกเป็นพอ...สนุกมากเรียบๆไปเรื่อยๆอย่างนี้ก็ดีค่ะไม่เครียด
    #129
    0
  9. #128 วัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:16

    ติดตามต่อไป.

    #128
    0
  10. #126 Karaketsukhchwy (@Karaketsukhchwy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 14:42

    จะเปิดเหลาแล้วไก้ลปักปิ่นด้วย เดียวก็ได้เจอว่าที่สามีแล้ว ไรท์มาต่อบ่อยๆน๊ากำลังเข้มข้นแล้ว
    #126
    0
  11. #125 S_suika (@suikajang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 13:50

    14 หนาวแล้ว ใกล้แล้งๆ ปิ่นไปไหนน้อ ต้องรีบเอาปิ่นมาหมั่นไว้นะ 55555

    #125
    0
  12. #124 Srps Aim (@itimba) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 12:15
    รอค้าาาา
    #124
    0
  13. #122 GuiTar (@guitar04) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:38
    รอตอนต่อไปจ้าาาาาา
    #122
    0
  14. #121 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:37
    ออกจากบ้านอย่าลืมหาผ้าคลุมหน้าด้วยนะคะ สาวสิบสี่หนาว อิอิ
    #121
    0
  15. #120 LinLin234 (@nattamon234) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:15
    กาลข้างหน้าค่ะไม่ใช่การข้างหน้านะอิอิ
    #120
    0
  16. #119 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:06
    แต่งมาชวนอ่าน.. และนี่คือนิยาย
    ตามค่ะ
    #119
    0
  17. #118 honeybee (@honerybee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:38

    คู่แข็ง ที่ถูก คู่แข่ง

    #118
    0
  18. #117 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:22
    รอนะคะ
    #117
    0
  19. #116 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:14

    ชอบอ่านอะไรที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ค่ะ

    พระเอกมาเมื่อไรก็ได้ค่ะตามความเหมาะสม

    #116
    1
  20. #114 nuchbooncherd (@nuchbooncherd) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:11
    สนุกดีเนื้อเรื่องไม่รีบเกินไป..รอตอนต่อไปนะคะ
    #114
    1
  21. #113 violet0 (@violet0) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:03
    พระเอกค่าตัวแพง
    #113
    0
  22. #112 veevi20 (@veevi20) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:03
    เรื่อยๆๆไม่รีบ เมื่อไหร่จะเจอพระเอกน๊า
    #112
    2