เล่ห์พยัคฆ์ลวงมังกร

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 35 สวรรค์ถูกกลืนกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    18 ก.ค. 60

เหนือน่านน้ำทะเลหนานไห่ การป้องกันของเทพมังกรทะเลเป็นไปตามที่เทพชิงหรงคาดไว้  ตาเฒ่าหัวรั้นนี่แข็งแกร่งมากทีเดียว  แรงสะเทือนส่งผ่านตามแรงสะเทือนไหวของแผ่นดิน  ป่ายจื่อเฉียนนางนั่งเท้าคางกับโต๊ะหน้ากระท่อม มองเข้าไปยังแนวป่าของเขาอินเทียน  นางดั้นด้นมาเพื่อบอกความรู้สึกของตนเอง แต่กลับกลายเป็นเขาที่เอ่ยปากกับนางเสียเอง เฮ้อ...

ขายาวก้าวเข้าไปภายในบ้านหลังน้อยของเจี่ยจิ้ง เทพชิงหรงนอนหลับพักผ่อนบนแคร่ยาวข้างหน้าต่าง  ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดออก  เขาอ่อนแอลงกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว  นางลงนั่งขอบแคร่ไม้ไผ่เบาๆทอดสายตามองใบหน้าซีดขาวของเทพชิงหรง  ไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะมีใจให้กับเขาไม่อยากจะเชื่อ เฮ้อ...

“เจ้าแอบมองข้าอีกแล้วน่ะเจ้าเสือน้อย” เขาลืมตาขึ้นมองป่ายจื่อเฉียนยิ้ม หญิงสาวลงไปนั่งกับพื้นแล้วหันหลังพิงกับแคร่ไม้ไผ่  มือใหญ่อบอุ่นวางลงบนศีรษะของนางลูบช้าๆ  เหตุการณ์ที่กำลังเกิดทำให้นางกังวลเขารู้ดี  ต่อให้ถูกทำร้ายแค่ไหนนางก็ยังคงภักดีต่อหน้าที่ของนางกับชาวสวรรค์

“จื่อเฉียน ข้าอยากให้เจ้าคลายความกังวลต่อสถานการณ์นี้จะได้ไหม” นางไม่ตอบยังคงนั่งพิงกับแคร่ไม้ไผ่  เทพชิงหรงพลิกร่างนอนตะแคงแล้วลูบศีรษะของนาง 

“ข้าอยากให้มันจบๆ อยากจัดการกับเจ้าปีศาจบนนั้นให้มนจบสิ้น ไม่ใช่ขังมันเอาไว้เหมือนก่อน แต่ แต่ เราไม่รู้วิธีกำจัดมัน ข้าหมายถึงฆ่ามัน” นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง  หากขังมันไว้เท่ากับว่าเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก อาจจะใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปีแต่มันก็จะเกิด  ชายหนุ่มเข้าใจความรู้สึกของนาง ต่อให้เก่งกาจเพียงใดแต่ก็อยากหยุดพักบ้าง  แต่ลึกๆในใจเขาก็ยังคงอยากให้นางพูดเรื่องที่ค้างคาออกมา

“เจ้าคิดอะไรอยู่” มือยังคงลูบศีรษะของนางเบาๆ

“หากคราวนั้นข้าเอ่ยปากไปผลจะเป็นอย่างไรกัน”

“ข้าจะปฏิเสธเจ้าทันทีโดยไม่ต้องคิด” นางหันกลับไปมองเขาด้วยสายตากรุ่นๆขึ้นมาแล้วแยกเขี้ยวใส่ แน่นอนที่เขาต้องปฏิเสธเพราะว่าเขาไม่รู้จักนาง จู่ๆมีสตรีสวมเกราะโชกเลือดเดินดุ่มๆมาบอกว่า “ข้าชอบเจ้า” ใครบ้างจะรับรักกันลง

“นั่นซิ ข้าถึงไม่กล้าบอก ถึงจะรู้เหตุผลแต่ก็ยากสำหรับข้าที่จะรับการถูกปฏิเสธ ถึงจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งไปแค่ไหน สิ่งที่ฝังรากลึกในใจก็ยังคงอยู่ ท่านก็ยังคงอยู่ในนี้  ต่อให้ข้าอยากลืมท่านก็ยังคงอยู่” นางเอียงใบหน้าแนบกับมือใหญ่ของเขา

“มันเป็นโชคชะตา”

“หรือเคราะห์กรรม” เกิดมีใจตรงกันในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ  ป่ายจื่อเฉียนได้แต่พึมพำกับตัวเอง

“ท่านคงไม่ลืมภรรยาของท่านใช่ไหม”

“ไม่ หลิงหลิงเป็นรักแรกของข้าตั้งแต่ออกท่องเที่ยวไปทั่ว  นางเป็นหญิงที่ดีไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องลืมนาง แต่เจ้าเป็นเรื่องประหลาดใจของข้าทีเดียว เพราะข้าเคยคิดว่าคงไม่มีใครที่จะทำให้ข้ารู้สึกเช่นนี้” เขาขยับตัวหัวเราะเบาๆ

“แล้วตกลงเจ้าจะบอกอะไรกับข้าได้หรือยัง”ป่ายจื่อเฉียนทำหน้างงงวย แต่ก็นึกขึ้นได้หัวเราะเสียงดัง

“ก็บอกไปแล้วยังไง เมื่อครู่ข้าก็พูดแล้วไง ท่านไม่ได้ฟังหรือ” เขาลุกขึ้นนั่งทำหน้าไม่พอใจเท่าใด

“เจ้าบอกเมื่อใดกัน”

“ก็เมื่อครู่ข้าพูดไปแล้วยังไง ตาแก่หูตึง” นางโวยวายเสียงดังใส่เขา นางกลับมาเหมือนเดิมเสียงดังโวยวาย และเรียกเขาว่าตาแก่  เพียงคำเดียวที่อยากได้ยินจากปากของนางช่างยากเย็นเสียจริง  เขาถอนใจเฮือกแล้วลุกขึ้นนั่ง เส้นผมสีเงินของเขาราวกับผมหงอกของคนชรา  ป่ายจื่อเฉียนลอบสังเกตแต่หากถามตรงๆเขาก็ยังคงปฏิเสธเช่นเดิมเป็นแน่จึงเลือกที่จะเงียบ

“เดี๋ยวข้าทำอาหารให้เจ้ารอก็แล้วกัน” ช่างเป็นวาสนาเสียจริงอยู่กับใครก็มีคนทำอาหารให้  นางนั่งยิ้มมองตามแผ่นหลังของเทพชิงหรง เรื่องของอดีตก็ให้ผ่านไป วันนี้ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้า บอกกับตนเองว่ารู้สึกอย่างไรนั่นต่างหากที่สำคัญ   

 

องค์เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จจากตำหนักใหญ่มุ่งหน้ามาเพื่อพบกับเทพธิดาเสวี่ยนปี่  แต่ระหว่างทางพระองค์พบกับใครบางคนที่ไม่คาดว่าจะได้พบระหว่างทาง

“เสวี่ยนฟุ นี่เจ้า นี่เจ้า ตายไปแล้วนี่!” ร่างสูงโปร่งหล่อเหลาไม่เปลี่ยน มีเพียงแต่สายตาที่มองกลับมานั้นช่างเย็นชาและเลวร้ายยิ่งนัก

“ฝ่าบาท ข้าน้อยมิได้เป็นอะไรมากมาย ก็เป็นเพียงแค่อีกร่างที่กลายเป็นผุยผงก็เท่านั้น แต่ข้าก็กลับมาแล้ว” เสวี่ยนฟุในตอนนี้ช่างต่างกับเมื่ออดีตลิบลับ  เยือกเย็นชวนให้เสียวสันหลัง  เขาก้าวขาเข้าหาร่างสูงสง่าเปี่ยมบารมีขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ช้าๆอย่างใจเย็น ยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“ท่านคิดว่าข้ากระจอกขนาดถูกเผาได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ” รอยยิ้มแบบนั้นไม่ใช่ของชาวสวรรค์ แต่เป็นของปีศาจก็ไม่ปาน  พลันพระองค็ก็นึกเป็นห่วงเสวี่ยนปี่ขึ้นมา  หากนางรู้ว่าน้องชายกลับมาแต่ไม่เหมือนเดิมนางคงเป็นอันตราย คิดเพียงเท่านั้น สายสีขาวก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้  กลายเป็นกระบี่สีขาวส่องประกายราวกับสายฟ้า

“เจ้ามันเป็นปีศาจ ไม่ใช่เซียนเสวี่ยนฟุ” เสวี่ยนฟุกลับหัวเราะชอบใจกับความฉลาดเพียงน้อยนิดของชายตรงหน้า  หนำซ้ำยังตบมือให้อีก

“ฉลาดขึ้นมาอีกนิดแล้ว แต่ก็ยังคงโง่เง่าเช่นเดิม ข้าแค่เคยเป็นเซียนเสวี่ยนฟุ แต่ปีศาจข้าเป็นมาแต่กำเนิดแล้ว” ร่างสูงเพรียวงดงามแต่รอบกายเต็มไปด้วยความมืดดำ ความชั่วร้ายที่แผ่ออกมารุนแรงจนพระองค์สามารถรับรู้ได้  เงาร่างสีดำพุ่งเข้าหาองค์เง็กเซียนฮ่องเต้  พระองค์กระโดดถอยหลังซัดลำแสงสีขาวเข้าใส่จนร่างของเสวี่ยนฟุกระเด็นฟาดกับต้นไม้ใหญ่หักโค่น  น่าประหลาดที่เสียงการต่อสู้ของทั้งสองดังเสียขนาดนั้นกลับไม่มีผู้ใดโผล่หน้าเข้ามา

พระองค์ก้าวย่างเข้าหาร่างที่นอนแน่นิ่งของเสวี่ยนฟุและจัดการซ้ำด้วยกระบี่ 

“คิดว่าแบบนี้แล้วข้าจะเสร็จเจ้าง่ายๆอย่างนั้นหรือ” ลมหอบใหญ่ม้วนร่างของพระองค์ลอยขึ้น  หิมะขาวเข้าห่อหุ้มร่างของพระองค์  ดิ้นรนเพียงใดก็ไร้ผล  เสียงหัวเราะเยาะดัง  เป็นถึงจักรพรรดิหยกเหนือสวรรค์ชั้นฟ้าจะพ่ายให้กับปีศาจชั้นต่ำง่ายๆเชียวหรือ  พระองค์รวบรวมกำลังไปที่กระบี่ของพระองค์ซัดเข้าไปยังร่างของเสวี่ยนฟุ กลางอกเป็นแผลฉกรรจ์ สายตาตะลึงของเสวี่ยนฟุที่มองดูแผลที่หน้าอกของตนเองจนหงายหลังตึง  องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ก็เช่นกันพระองค์สิ้นเรี่ยวแรงนอนเหยียดยาวไม่ห่างจากร่างของเสวี่ยนฟุ

ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วนมากขึ้นทุกขณะ ทั่วทั้งสวรรค์ชั้นฟ้าต่างพากันหวาดหวั่น ยิ่งไร้คำสั่งขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ยิ่งแล้วใหญ่

“ฝ่าบาท ฝ่าบาทเพคะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกร่างสง่างามบนเตียงกว้าง  พระองค์ขยับกายลุกขึ้นนั่งตัวตรงสายตาของพระองค์สำรวจไปทั่วห้อง  ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง ลุกขึ้นยืนค่อยๆหมุนซ้ายขวาช้าๆ  ยิ้มเหยียดพอใจไม่น้อยก้าวเดินออกไปยังระเบียงนอกตำหนักของเทพธิดาเสวี่ยนปี่  ดวงตาสีเทาเย็นชากวาดมองไปทั่วทั้งแดนสวรรค์  เงาของพระองค์ทอดยาวไปกับพื้นหินอ่อนสีงาช้าง  เงาที่แสนชั่วร้ายเข้าครอบครองร่างของ ผู้เป็นใหญ่เหนือตำหนักหมื่นห้อง

ภายในสวนสวยของเทพธิดาเสวี่ยนปี่ บ่อน้ำที่ลึกเสียจนไม่อาจเห็นก้นบ่อ มีเสียงร้องครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด  ร่างของชายผู้หนึ่งร้องครวญครางเจ็บปวด  ร่างกายเป็นสีแดงสดราวกับอาบด้วยโลหิต ไร้เส้นผม ไร้ใบหน้า ไร้ผิวหนัง! 

พระองค์เสียทีเจ้าปีศาจโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งผิวกายของพระองค์กลายเป็นเปลือกให้กับเจ้าสิบหางไปแล้ว  อนาคตของชาวสวรรค์จะเป็นอย่างไร

ร่างสูงสง่าสวมอาภรณ์สีเหลืองทองอร่าม  ก้าวย่างขึ้นนั่งเหนือบัลลังก์ทอง  สายตาเย็นชาสีเทามองผ่านม่านมุกไปยังเบื้องหน้า  เหล่าเทพเซียนมากมายต่างพากันแสดงความเห็นเรื่องที่กำลังเกิดเหนือทะเลหนานไห่

“ข้าไม่ต้องการฟังเรื่องแบบนั้น ไหนใครบอกกับข้าได้บ้างว่า ลูกแก้ววิเศษที่ล่ำลือกันนักหนาอยู่ที่ใด”  สุรเสียงก้องไปทั้งท้องพระโรงทอง ทำให้เสียงทุ่มเถียงของเหล่าเทพ เซียน หยุดลง

“เดิมที ลูกแก้ววิเศษนั้นสถิตอยู่กับอดีตภรรยาของเทพมังกรดำชิงหรง นางเสียชีวิตไปนานแล้ว บางทีอาจจะอยู่กับตัวของท่านเทพชิงหรงก็เป็นได้” ยิ้มร้ายผุดพราย

“เห็นทีคงต้องเชิญท่านมหาเทพมังกรดำ เยือนตำหนักหมื่นห้องเสียแล้ว”

ผีเสื้อโลกันต์ปรากฏตัวต่อหน้าเทพมังกรทองหวงหรง  เพียงได้รับทราบข่าวเขาถึงกับหน้าถอดสี นึกเป็นห่วงญาติผู้ใหญ่ขึ้นมาทันที  หากจะไปตอนนี้เท่ากับทิ้งที่มั่นของตนไป  คิดจะแข็งขืนก็ต้องดึงดันให้ถึงที่สุด ใจหนึ่งก็เป็นห่วงเทพชิงหรงอีกใจก็เป็นห่วงตำหนักทอง

“เจ้าไปรายงานเทพจู่เชว่และท่านเทพเสวียนอู่ ตำหนักชูเทียนและตำหนักชิวเทียนให้พร้อมรับ” หากอีกหนึ่งที่นึกเป็นห่วงคือป่ายจื่อเฉียน นางจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ

หากมองดูเขาอินเทียนในตอนนี้ ราวกับโอบล้อมด้วยไออุ่น ป่ายจื่อเฉียนทำหน้าบานอยู่หน้ากระท่อม เดินไปเดินมาไม่หยุด  โดยมีเทพชิงหรงนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ยิ้มอ่อนให้กับนาง

“ท่าทางเจ้าแข็งแรงมากมีเดียว”

“แน่นอน ก็ยาของเจี่ยเจี๋ยดีมากทีเดียว” ยิ้มแป้นหน้าบานแต่เทพชิงหรงกลับทำหน้าตูม จะไม่ให้บูดบึ้งได้อย่างไรกัน เมื่อเอ่ยถามคำตอบที่ได้ก็ชวนให้เลือดเดือด

“เจ้าหยิบจับอะไรไม่ได้คงลำบาก”

“อื่อ ไม่เลย ข้าแสนสบาย อาบน้ำเจี่ยเจี๋ยก็อาบให้ แต่งกายให้ หวีผมให้ กินข้าวก็ป้อน สบายมากท่านไม่ต้องเป็นห่วง” นางพูดเรื่อยเปื่อยด้วยความอารมณ์ดี แต่นางไม่ได้สังเกตเลยว่าคนฟังเริ่มควันออกหู

“อาบน้ำให้” นางพยักหน้ายิ้มหน้าบาน “เขาเช็ดตัวให้” นางพยักหน้าอีก คีบอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ “แต่งกายให้” พยักหน้าหงึกๆ

“อุ้มขึ้น อุ้มลงตลอด แบกข้าขึ้นหลังไปเที่ยวบนเขาด้วย” กร๊อบ! เทพชิงหรงวางตะเกียบลงช้าๆ

“อิ่มแล้วหรือ” นางทำตาโต กับการไม่อยากอาหารของเทพชิงหรง หากกินน้อยแบบนี้คงได้ผอมลงไปอีกแน่  แต่เทพมังกรดำกลับเดินหายเข้าไปภายในห้องปิดประตูลงดาล  ป่ายจื่อเฉียนนางยังคงไม่รู้เรื่องราวกับอารมณ์ของชายหนุ่ม  นางจัดการเก็บกวาดล้างถ้วยชามจนเรียบร้อย  หลังจากนั้นก็ออกมา ฝึกยุทธหน้ากระท่อม มุมานะเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายให้มากที่สุด  ศึกใหญ่กำลังเกิดนางรู้เพียงเหตุการณ์ที่ทะเลหนานไห่  แต่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ทั่วทั้งสวรรค์ต่างพากันมุ่งหน้ามายังเขาอินเทียน

อาทิตย์ยามเย็นทอประกายขอบฟ้างดงาม  นางยืนเหงื่อหยดพราวทั่วทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ  นางมองเข้าไปในกระท่อมก็ยังคงเงียบกริบ  ประตูถูกเปิดออกช้าๆ  ภายในสลัวมัวเพราะยังไม่ได้จุดตะเกียง  มองไปยังห้องนอนของเทพชิงหรงยังคงเงียบ

“สงสัยจะนอนพัก” หญิงสาวจัดการเดินไปข้างหลังนางตักน้ำเทลงถัง  เสียงดังของน้ำที่กระทบกับถังไม้ทำให้เทพชิงหรงเปิดประตูออกมา ค่อยๆเดินไปข้างหลัง  ร่างเพรียวของป่ายจื่อเฉียนเอนกายสบายใจอยู่ในอ่างไม้

“อ้าว ท่านตื่นแล้วเหรอ” นางเกาะขอบอ่างไม้แล้วเกยคางส่งเสียงเจื้อยแจ้ว  เทพชิงหรงยืนหันหลังให้ไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา

“เขาก็ทำแบบท่านนี่หละ ยืนหันหลังให้ แต่เวลาอาบน้ำให้ข้าเขาจะใช้ผ้าปิดตาตัวเองตลอด” นางตอบข้อขุ่นเคืองในใจของเขา  ราวก็มีน้ำเย็นสาดเข้าไปในหัวใจ  ร่างสูงยิ้มน้อยๆ  ในเมื่อไว้ใจเซี่ยเจี่ยเหยียนแล้วเหตุใดเขาต้องหึงหวงด้วยเล่า

“ท่านมีอะไรสงสัยจะถามอีกหรือไม่” นางยิ้มเจ้าเล่ห์ เทพชิงหรงหันหน้ากลับมาส่งยิ้ม

“เย็นนี้ข้าจะทำข้าวต้ม” นางพยักหน้าแต่ก็ยังเอ่ยถามคำเดิมออกไปอีก “ท่านแน่ใจน่ะว่าไม่มีอะไรค้างคาใจอีก” ร่างสูงชงักเท้าหมุนกายกลับมาสาวเท้าเข้าหาร่างเพรียวในอ่างน้ำ  มือเรียวสวยแตะแก้มของนางเบาๆ ส่งจุมพิตหวานให้กับนางเนิ่นนาน

“เจ้ารู้สึกอย่างไร” ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกเอยถามนางเบาๆ ป่ายจื่อเฉียนนิ่งขึงไปชั่วครู่ จากนั้นนางกระพริบตาถี่

“เออ คือ แบบ คือว่า ข้าตัวอ่อน ไม่มีเรี่ยวแรง แล้วนี่ท่านกำลังชวนข้าเข้าหออย่างนั้นหรือ” ดวงตารีเรียวประกายวูบไหว นางถูกเคาะหน้าผากไปเบาๆแค่พอเจ็บ

“อย่าทะลึ่ง เป็นสาวเป็นนางหัดระวังผู้ชายไว้บ้าง”

“โดยเฉพาะท่านอย่างนั้นหรือ” เขาชะงักแล้วหัวเราะพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในครัวพร้อมอารมณ์ที่เบิกบาน  ป่ายจื่อเฉียนนางยังคงเกาะขอบอ่างไม้ไว้แน่น  หัวใจเต้นโครมครามเสียยิ่งกว่าทุกครั้ง  อาจเป็นเพราะเปิดเผยใจให้กัน  ใบหน้าแดงซ่านจนถึงใบหูนางหัวเราะคิกอยู่ผู้เดียว

“จะแช่จนตัวเปื่อยหรือไง” นางรีบลุกขึ้นจากอ่างไม้ทันทีจัดการตัวเองจนเรียบร้อย เพล้ง!เสียงชามกระเบื้องล่วงตกลงพื้นทำให้ป่ายจื่อเฉียนตกใจไม่น้อย  หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปในครัว ร่างของเทพชิงหรงทรงลงไปกองกับพื้น เส้นผมสีขาวกระจายแผ่เต็มพื้น  ความเย็นเยียบเข้าแผ่ล้อมรอบกาย

“ท่านชิงหรง ท่านชิหรง!” นางรีบเข้าไปประคองเทพชิงหรง ชายหนุ่มไร้สติใบหน้าซีดขาว  กว่าจะลากร่างสูงของเขาให้นอนพักกับที่นอนได้ก็ทุลักทุเลไม่น้อย  สติต้องมีนางท่องอยู่ในใจ จัดการหาน้ำและผ้ามาเช็ดตามร่างกายของเขา ผอม เขาผ่ายผอมลงไม่น้อย  เกิดอะไรขึ้นกับเขากัน  นางส่ายหน้าแรงๆไล่ความหวาดหวั่นที่กำลังเกาะกุมให้พ้นไป

ชีพจรของเขาเต้นอย่างแผ่วเบา นางเฝ้าดูเขาไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง มือจับผ้าชุมน้ำผสมสมุนไพรหอมช่วยให้ได้สติขึ้นมาไม่ช้า

“ท่านไปทำอะไรมา" อย่างแรกที่นางถาม ดวงตาคมสวยคาดคั้น แต่เขาก็ไม่ยอมบอกความจริงกับนาง ทำเพียงยิ้มอ่อนๆให้เท่านั้น

“อาจจะเป็นเพราะข้ากางกั้นเขตอาคมกระมัง”

“โกหก อย่ามาโกหกข้า เห็นข้าโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงข้าจะโง่งมอย่างไรก็ไม่ควรมาโกหกข้า บอกมาท่านไปทำอะไรมา” นางเริ่มจะเสียงดังไม่สนใจอาการเหนื่อยของเขาแล้ว  นางกำลังโกรธและกำลังจะร้องไห้อีกแล้ว

“เจ้าอย่าร้องไห้”

“ท่านยังมีหน้ามาห้ามข้าอย่างนั้นหรือ แล้วใครกันที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้!” น้ำตาร่วงแหมะลงมาจนได้  เขาลูบแก้มของนางเบาๆ ยิ้มออกมาอย่างยากเย็น เหนื่อยอ่อนเหลือเกิน

“เจ้าสำคัญกับข้า เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่สำคัญสำหรับข้าล้วนยกให้เจ้าได้ทั้งสิ้น” ป่ายจื่อเฉียนเงยหน้าขึ้นมาทันที ดวงตาของนางเบิกกว้างส่ายหน้าช้า เรื่องเกล็ดมังกรที่เทพธิดาเสวี่ยนปี่ร้องขอหรือ  แต่เขากลับทำทีเฉยเมย ข่าวที่นางแอบได้ยินมา  มือเล็กเรียวกำหน้าอกตัวเองแล้วส่ายหน้าแรงๆ

“แล้วท่านไม่คิดว่าตัวท่านสำคัญกับข้าอย่างนั้นหรือ ตาแก่หัวรั้น! นางลุกขึ้นยืนตะโกนใส่หน้าเขา

“ข้าไม่เอา ข้าไม่เอา! ถ้าท่านให้ข้ามาแล้วท่านเป็นแบบนี้ข้าไม่เอา!

“จื่อเฉียน คนดี ข้าให้ไปแล้วเอาคืนไม่ได้” หญิงสาวโผเข้ากอดร่างของเทพชิงหรง จากชายที่มีร่างกายแข็งแรงกำยำบัดนี้ผ่ายผอมลงไม่น้อย  นางร้องไห้โฮออกมาดังๆ เขาลูบผมของนางช้าๆ นางร้องไห้เสียงดังราวเด็กน้อย ปากของนางพร่ำแต่ว่าไม่เอา ไม่เอาตลอดเวลา

“ข้าไม่เสียใจที่ช่วยเจ้าได้วันนั้น จื่อเฉียน ใช่ว่าข้าจะลาจากเจ้าวันนี้เสียเมื่อไหร่กัน เลิกร้องไห้เถอะ” เขายังคงลูบผมของนางอยู่ เสียงเบาราวกระซิบแผ่ว นางเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำมูกน้ำตาไหลจนมอมแมมไปหมด

“เวลาเจ้าร้องไห้น่าเกลียดจะตายไป” เขาพยายามยิ้มให้แต่หญิงสาวไม่ขำด้วย ซุกหน้ากับอกของเขาต่อ และยังคงสะอื้นอยู่เช่นนั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

338 ความคิดเห็น

  1. #334 มาร์ค (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 14:44

    อยากซื้อแพ็คเกจแต่สมัครยากมาก...ชื่อผู้ใช้ซ้ำตลอดซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้...น่ารำคาญมาก อยากอุดหนุนผู้เขียนแต่รำคาญระบบของเด็กดีเหลือเกิน...ชอบซื้อหนังสือจากสนพ.สถาพรบุคส์มากง่ายดี แค่เข้าเวบเลือกนืยายโอนเงินบอกที่อยู่ในการส่งจบ


    #334
    0
  2. #222 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 01:56
    เสือน้อยน้ำตาไหลเป็นปี๊บแล้ว

    ปล. ให้มันจบ/พระองค์ก็นึก/หัวเราะ/บัลลังก์ทอง/ไม่ต้องการฟัง/เล่าลือกัน/ทุ่มเถียง/สถิต/เจี่ยเจี๋ยก็อาบให้/เช็ดตัว/หงึก ๆ/ลงดาล/ยุทธ์/ราวกับมี/ไล่ความหวาดหวั่น/มือจับผ้าชุ่มน้ำ/ทำอะไรมา/ร่วงแหมะ
    #222
    0
  3. #211 irainii (@Darezo_osca) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:56
    เริ่มดราม่าแล้ว แง
    #211
    0
  4. #210 japfoodfamily (@japfoodfamily) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:13
    ต้องพลัดพรากกันมั้ยเนี่ยๆๆๆๆ
    #210
    0