Fic Vampire twilight : About her who stranger.

ตอนที่ 25 : แคมป์เล็กๆ ในวันศุกร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

25 แคมป์เล็กๆ ในวันศุกร์

เเองเจลเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างขี้อาย เจคอบเป็นคนจำคนเเม่นพอที่จะรู้ว่าหล่อนเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนกับเขามาตั้งเเต่เกรดเจ็ด โรงเรียนในเขตป่าสงวนไม่ได้มีคนเรียนมากเท่าโรงเรียนที่เวเลอนีลกับเบลล่าเรียนอยู่ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยกับเพื่อนในห้องที่มีเเค่สิบกว่าคน

แต่ดูเหมือนว่าสองสามวันมานี้เธอดูเฮิร์ทแบบคนอกหักชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เเน่นอนว่ากลุ่มเด็กเนิร์ดของเธอเข้าไปปลอบใจเรียบร้อยเเล้ว เจคอบเเค่รู้สึกได้เปิดหูเปิดตาเท่านั้นที่เห็นเพื่อนในห้องเป็นแบบนั้น

ยกเว้นพวกหูตาสับปะรดประจำห้องอย่างเอแน็กที่พร้อมกระจายข่าว

"เห็นว่าคนที่หล่อนแอบชอบคือเด็กใหม่ที่พึ่งย้ายมาที่ฟอร์ค" หมอนั่นออกความเห็น "อายุมากกว่าเราหนึ่งปี มีแฟนเเล้ว"

“แล้วนายบอกฉันทำไม?” เอาจริงๆ นะ เรื่องนี้เขาไม่อยากรู้ด้วยซ้ำ แต่เอแน็กกลับทำหน้ากรุ้มกริ่ม

“บังเอิญว่าคนที่แองเจลไปแอบชอบเหมือนจะเคยมีซัมติงอะไรสักอย่างกับแฟนนายด้วย”

“หา?” เจคอบทำหน้างง “นายเพ้ออะไร ใครแฟนฉัน?”

เอแน็กเป็นพวกรอบรู้...อย่างน้อยหมอนี่ก็พยายามจีบสาวเชียร์ลีดเดอร์ของที่นั่นเป็นรอบที่ห้าแล้ว (แต่ก็ยังนกเหมือนเดิม) ไม่แปลกที่หูตาจะกว้างขวางไปซะเกือบทุกที่ 

“ก็ครั้งก่อนน...” หมอนี่ลากเสียงยาว “ตอนปีที่แล้วยังจำเรื่องของลิต้ากับเล็กซิสได้ไหม? ตอนที่นายไปส่งเธอขอคืนดีหมอนั่น”

“ฉันไม่ได้ไปส่งสักหน่อย—แต่ใช่ จำได้อยู่” ไม่มีทางลืมแน่ๆ ว่าเคยโดนยั่วโมโหไว้ขนาดไหน “แล้วไง มันเกี่ยวอะไรกับที่นายไปรู้มาด้วยไม่ทราบ?”

“ก็แม่สาวคนนั้นที่นายพากลับด้วยน่ะสิ ชื่ออะไรนะ? ที่เล็กซิสมันจะขอจีบต่อหน้าเมแกนน่ะ”

“เวเลอนีล”

“ใช่ๆ พวกซัน—บังเอิญว่าคนที่แองเจลแอบชอบน่ะ เหมือนจะเคยไปมีซัมติงอะไรสักอย่างกับซันมาน่ะสิ แบบ...ก่อนที่พวกนั้นจะย้ายมาที่ฟอร์ค”

เจคอบเลิกคิ้ว เขาไม่ได้สนใจเรื่องซัมติงอะไรนั่นเลยสักนิด “แล้วเขาลือกันว่าฉันกับเวเลอนีล...?”

เอแน็กยิ้มแฉ่ง “อือฮึ คบกันอยู่”

บางทีเพื่อนเขาคนนี้อาจจะกำลังหวังให้เจคอบแสดงความตื่นตระหนกขึ้นมาให้เป็นสีสัน หรือไม่ก็ร้อนรนที่มีคนรู้ความสัมพันธ์ที่ปิดบังไว้อะไรประมาณนั้น

“...อี๋”

ซึ่งมันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง--และเอแน็กก็คงคาดไม่ถึงที่ปฏิกิริยาของเจคอบจะชัดเจนขนาดนั้น หมอนั่นลงไปหัวร่องอหงายบนพื้นทันที

“เฮ้ เอาจริงดิ?” 

เจคอบไหวไหล่ ไม่พูดเป็นครั้งที่สอง เอแน็กเป็นพวกมโนเก่งเกินไป บางทีแค่เห็นว่าเขาเอาใครซ้อนท้ายมอ’ไซต์ก็จะคิดไปเองแล้วว่ากำลังพาสาวไปเที่ยว และดูจะทรงแล้วเจคอบขอฟันธงเลยว่าเรื่องนี้น่าจะเอาไปลือกันทั่วโรงเรียนแล้ว

“ถ้างั้นฉันก็เดินหน้าได้สินะ?” อีกฝ่ายว่า “ว่าก็ว่าเถอะนะ ถ้าตัดเรื่องเรื่องฉาวเกี่ยวกับบ้านซันแล้ว แม่นั่นสวยไม่น้อยเลย—ถ้าได้คบกันจริงๆ ชีวิตต้องเหมือนได้เดทกันทุกวันแน่ๆ!”

เดทกับหนังสือน่ะสิ—เจคอบคิดย้อนไป ทุกครั้งที่เขาหมอบนอนเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน สิ่งเดียวที่เห็นแทบตลอดเวลา คือเวเลอนีลในคราบเด็กเนิร์ดไม่ยอมลุกไปไหนเลยถ้าเธอยังอ่านหนังสือในมือไม่จบ (แล้วยอมรับเถอะว่าตำราเวทมนต์ที่แม่นั่นเปิดอ่านน่ะ เขาสามารถอ่านมันได้เป็นปีกว่าจะจบ)

เจคอบส่ายหัว สะพายเป้ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากกระเป๋าตังกับดินสอสองสามแท่งพาดหลัง

“อย่าดีกว่า” ยิ่งมองหน้าเอแน็กแล้วเขากลับรู้สึกว่าห้ามไว้น่าจะดีที่สุด “เธอไม่สนใจนายหรอก”

“เฮ้ ก็ไหนนายบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันไง?”

“ฉันก็แค่บอก” ว่าแล้วก็ออกจากห้อง ได้ยินเสียงอีกฝ่ายไล่ตามหลังมาว่าจะไปไหน

เจคอบก็ตอบไปแค่ว่า

“ไปหาเลอนีล”

 

เอแน็กได้แค่มองตามหลังเพื่อนร่วมห้องตัวเองไปด้วยหน้าตาแปลกๆ

บางทีเพื่อนเขาก็คงจะสับสนในตัวเอง บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่หมอนั่นเป็นคนเดียวในเมืองนี้แล้วมั้งที่กล้าเรียกชื่อเวเลอนีล ซัน ดี ด้วยชื่อห้วนๆ

 

 

 

 เรื่องของเรื่องคือ...เมื่อช่วงเที่ยงของวัน ก่อนคาบเรียนบ่ายจะเริ่มไม่กี่สิบนาที เซ็ธแอบจิ๊กโทรศัพท์ของเจคอบโทรมา เจ้าเด็กนั่นบอกว่าคืนนี้มีแคมป์ปิ้งรอบกองไฟ และมันคงจะดีมากถ้าเธอจะมาจอยด์ด้วย

แน่นอนว่าเวเลอนีลจะปฏิเสธ—ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอกำลังจะพูดว่า ‘ไม่ไป’ ยังไม่เสร็จ เซ็ธก็พูดว่า ‘ดีมาก แล้วเจอกันเย็นนี้’ แล้วก็วางสายไปเลย

พูดให้ถูกเลยคือมัดมือชก--เวเลอนีลจะทำอะไรได้นอกจากมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับไปแล้วล่ะ

ยังไงก็เถอะ เธอวางแผนเป็นอย่างดีแล้วว่าจะชิ่ง วีเนอัสพึ่งส่งตำราเล่มใหม่มาให้เธอ ในนั้นมีทริกการใช้เวทมนต์โดยไม่ต้องพึ่งไม้กายสิทธิ์หลายอย่าง สำหรับคนบ้าหนังสือแล้วนี่มันน่าสนใจยิ่งกว่าไปนั่งล้อมวงซะอีก

น่าเสียดายที่เสียงท่อมอ’ไซต์ที่โคตรหนวกหูและคุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่เวเลอนีลก้าวเท้าออกจากอาคารมายังลานจอดรถที่ไม่มีวันแห้ง และทันทีที่เห็นว่าใครกำลังจะลงขาตั้ง เวเลอนีลก็หมุนตัวหันหลังกลับทันที

น่าเสียดายที่ไม่เร็วเท่าพวกเชฟชิฟเตอร์ที่เข้าศู่วัยเจริญพันธุ์

 

“หนีอะไรของเธอ? หน้าฉันมันน่ากลัวเหมือนโจรลักพาตัวขนาดนั้นเลย?” 

นี่คือคำทักทายแรกของเจคอบ แบล็กหลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบอาทิตย์ พร้อมด้วยฝ่ามือใหญ่ที่วางแปะลงบนศีรษะ

เวเลอนีลไม่ได้ชักสีหน้า กลับกันแล้วแค่ไหวไหล่หน่อยๆ แล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่ง 

“น้อยๆ หน่อยเจคอบ หัวฉันมันบอบบางนะ ถ้านายบีบกะโหลกแตกขึ้นมาทำไง?”

“เว่อร์แล้วเธอ”

ยังไงก็ตาม ท่าทางสนิทสนมแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคนที่เข้าหาเวเลอนีล ซัน ดี. หรือมีคนที่กล้าแสดงความสนิทสนมระดับนี้ออกมาโดยไม่แคร์สายตาคนอื่น 

ตลอดทางที่เวเลอนีลถูกเจคอบเอามือโอบไหล่เดินมาที่จอดรถนั้นเธอถูกมองมาตลอด (พวกนั้นควรรู้ว่าโอบไหล่ แต่เป็น ‘บังคับเดิน’ ต่างหาก)

“เซ็ธมันพึ่งมาบอกฉันตอนเลิกเรียนว่าเธอจะมาด้วย”

“ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะไปด้วย”

“เอาเป็นว่าไหนๆ ฉันก็มาขับรถนำทางให้ขนาดนี้แล้วก็ไปกันเลยก็แล้วกัน”

“...”

ขอบคุณที่ฟังกันดีเหลือเกิน

เวเลอนีลเดินไปยังรถยนต์ของเธอที่จอดสนิท รู้อยู่แก่ใจว่าถ้าหมอนี่มันพูดมาขนาดนี้แล้ว เธอก็จะไม่แปลกใจเลยว่าตัวเองพูดปฏิเสธแล้วจะโดนหิ้วให้ซ้อนท้ายรถเหมือนตอนเทอมที่แล้ว—ถ้าเป็นแบบนั้นก็สู้ให้เธอตามไปแต่โดยดีจะดีกว่า

และเวเลอนีลคงไม่ทันเห็น—จะเพราะช่วงนี้มีเรื่องน่ารำคาญเกิดขึ้นเยอะจนเธอต้องเมินหลายๆ อย่างหรือเจคอบจะจงใจไม่ให้เธอรู้ก็แล้วแต่ ลับหลังเด็กสาวที่เดินไปยังรถของตัวเองหลังตกลงกับหมาป่าหนุ่มเสร็จ ด้วยการถูกจดจ้องมองด้วยสายตาแปลกประหลาดทั้งหลายจากคนที่อายุเท่าเจคอบแล้ว เด็กหนุ่มมองตอบกลับไปด้วยกลิ่นอายคุกคามเต็มที่

มันไม่ใช่สายตาที่ชวนให้รู้สึกดี สัญชาตญาณของเขาเฉียบคมพอจะรู้ว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ

ถึงจะไม่ใช่อันตรายเหมือนตอนที่เจอพวกสเกาเรอร์ในโรงเรียนก็เถอะ แต่มันเป็นความรู้สึกน่ารำคาญที่ติดตามตัวของเวเลอนีลไปทุกที่จนเขารู้สึกหงุดหงิด 

สายตาอันตรายเลยกวาดมองไปโดยไม่รู้ตัว

มันเป็นการเตือน—แทบจะใกล้เคียงกับเอ็ดเวิร์ด คัลเลนตอนที่เห็นว่ามีแมลงมาตอมเบลล่าแล้ว

 

 

มันเป็นแคมป์ไฟเล็กๆ อย่างที่เจคอบว่า 

เวเลอนีลต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (นั่นอาจจะยกเว้นกรณีตื่นเต้นตอนเจอสเกาเรอร์กับผู้เสพความตายสักหน่อย) และต้องพยายามสะกดจิตตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ‘เฮ้ หมาป่ามันก็เหมือนกับโน-แมจทั่วไปนั่นแหละน่า พวกเขาแค่เร็ว แปลงร่างได้ แล้วยังแรงเยอะพอที่จะหักคอเธอได้อีกต่างหาก!’

ซึ่งก็ดูจะไม่ได้ผลสักเท่าไรหรอก เจคอบสังเกตเห็นตอนที่เขาพาเธอเดินมายังบ้านไม้เล็กๆ ที่ข้างในนั้นมีเสียงหัวเราะเสียงออกมาจากมุกตลกของใครสักคน

“เฮ้ ตื่นเต้นอะไรของเธอ?” หมาป่าหนุ่มหยอกล้อ “ตอนกระโดดหน้าผาไม่เห็นกลัว ตอนนี้มากลัวเนี่ยนะ?”

“เพราะฉันเป็นคนเดียวที่บอบบางที่สุดในนี้ต่างหาก” เวเลอนีลสางผมสีน้ำตาลจากการย้อมของตัวเองเล่น 

“มากับฉันก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วน่า วันนี้เราจะแนะนำเธอให้กับทั้งฝูงได้รู้จัก มาเถอะ”

พูดแบบนั้นไปทั้งๆ ที่ทั้งฝูงรู้เรื่องกันหมดแล้วนี่ชวนหัวเราะชะมัด--ยังไงก็ตามแต่ พวกหมาป่าไม่ได้เป็นจำพวกที่จะเป็นศัตรูกับคนแปลกหน้าไปทั่ว ตอนที่เวเลอนีลเดินเข้าไปถึงในตัวบ้าน ก็พบว่าครึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนของเจคอบทั้งนั้น เซ็ธดูกระดี้กระด้าสุดๆ ตอนที่เห็นว่าเธอมาที่นี่ตามแผนของเขาได้สำเร็จ บรรยากาศเคร่งเครียดที่เธอสะสมมาแทบจะดูไร้สาระในทันที

“บางทีฉันอาจจะมีวาสนาได้กินอาหารฝีมือเธอสักที” เซ็ธว่ามาแบบนั้นตอนที่เห็นว่าเวเลอนีลเดินเข้าไปทักทายแต่ละคน

เจคอบเบรกกลับไปว่า “เธอทำได้แค่ไข่ต้มเท่านั้นแหละ”

มีคนเดียวที่เตรียมมื้อเย็นสำหรับคืนนี้ เธอชื่อเอมิลี่ เจคอบไม่ได้บอกอะไรเลยนอกจากว่าเธอคือคนรักของแซม อูลลี่ย์ที่เป็นจ่าฝูง และเป็นมนุษย์ผู้หญิงคนเดียวในดงหมาป่าวัยฉกรรจ์พวกนี้ 

“อย่าจ้องหน้าเธอนานๆ ก็พอ” เจคอบกระซิบบอกที่ข้างหู “แซมไม่ชอบให้ใครมองหน้าเธอ”

กับหมาป่าสาวอีกตัวที่เวเลอนีลพึ่งได้พบ ลีอาห์ เคลียวอเตอร์แทบจะเป็นขั้วตรงข้ามทุกอย่างกับเซ็ธน้องชายของเธอ และเป็นคนเดียวที่ท่าทางนิ่งพอที่หมาป่าส่วนใหญ่จะไม่ได้เข้าไปหยอกล้อเกินพอดีตอนที่ในบ้านนี้มีเอมิลี่กับลีอาห์อยู่ด้วยกัน

เจคอบพาเธอมานั่งที่ขอนไม้ด้านนอกที่คนอื่นๆ ก่อกองไฟกันแล้ว

“ทำไมนายพาฉันมาที่นี่ด้วย” เธอถามขึ้น

“เซ็ธแอบเอาโทรศัพท์ของฉันไปโทรนัดเธอ แล้วตอนเย็นฉันก็พึ่งรู้เรื่อง--เธอไม่น่าถามคำถามเดิมนะ” เด็กหนุ่มไหวไหล่ 

แต่ดูๆ ไปแล้วยังไงๆ มันก็ไม่น่าจะมีแค่นี้ อย่างน้อยเจคอบก็ไม่ใช่คนที่จะบังคับให้เธอมาเผชิญหน้ากับคนในกลุ่มตอนที่เวเลอลนีลไม่พร้อม ตลอดมามันก็เป็นแบบนี้—มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้คนลอยชายที่เอาแต่มาขโมยของว่างในตู้เย็นบ้านเธอกินทุกๆ สามวันลุกขึ้นมาทำอะไรที่ผีเข้าแบบนี้

และเวเลอนีลค่อนข้างเป็นคนชอบสังเกต

“นายอ่านข่าวในเดลี่พรอเฟ็ตส์” เด็กสาวว่า มองคนที่นั่งข้างๆ ที่เงียบไป “นายอ่านหัวข้อข่าวเกี่ยวกับความไม่สงบในช่วงนี้ และเผลอไปเห็นจดหมายที่พี่ฉันเขียนไว้ด้วยใช่ไหม?”

“ใช่” เจคอบยอมรับ “มันคงถึงเวลาแล้วที่เธอต้องแนะนำตัวกับฝูงเราสักที”

“มันมาไม่ถึงที่นี่หรอก เจค” 

ฟอร์คไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดคนพวกนั้นหรอก คนที่เธอก็รู้ว่าใครตามหาสิ่งที่เป็นแค่นิทานของบีเดิลยอดกวี วลอฟก็แค่กังวลเกินเหตุ

และบังเอิญว่าจดหมายของคนขี้กังวลเกินเหตุก็มาถูกค้นพบโดยคนชอบคิดมากไปเองอย่างเจคอบเท่านั้น

“เรื่องคราวก่อนไม่ทำให้เธอเข็ดเลยใช่ไหม?” เจคอบหมายถึงเรื่องของจอร่าและพวกสเกาเรอร์ทั้งหลาย

เวเลอนีลเงียบ รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิในร่างกายของตัวเองเย็นเยียบจนต้องขอพึ่งพิงความอุ่นร้อนจากร่างกายของคนข้างตัวถ่ายเทความร้อนมาให้

“ฟังนะ--ถึงเธอจะไม่เข็ดแต่ฉันไม่เอาด้วยอีกแล้ว ที่นี่เป็นเขตของเรา ฉันไม่ชอบที่มีใครเป็นอะไรโดยที่ฝูงของฉันไม่มีใครรู้” เด็กหนุ่มว่า “รอบที่แล้วฉันช่วยเธอรอดมาได้แบบหวุดหวิด แต่ถ้าครั้งต่อๆ ไปฉันทำไม่ได้ล่ะ?” 

“นายก็อาจจะถูกบ้านฉันจับไปสาปให้กลายเป็นหมาเฝ้าบ้านตลอดชีวิต”

เจคอบผลักศีรษะเธอเบาๆ ไปทีหนึ่ง บรรยากาศจริงจังหายไปในพริบตา

“แต่ที่เซ็ธอยากให้เธอมาน่ะ เรื่องจริงนะ หมอนั่นติดเธอจะตาย”

เวเลอนีลมองไปที่น้องเล็กของกลุ่ม หมอนั่นกำลังโดนหมาป่ารุ่นพี่หยอกเล่นกันสนุก “ก็เห็นๆ กันอยู่--ถือซะว่ารอบนี้ฉันต้องมาทักทายเพื่อนบ้านอย่างเป็นทางการก็แล้วกัน”

เจคอบเพียงแค่ยักไหล่ รอไม่นอนมื้อค่ำก็ถูกเสิร์ฟและหมาป่าคนอื่นๆ ก็มานั่งล้อมวง

 

มันเป็นการสังสรรค์เล็กๆ น้อยๆ ตามที่เจคอบโฆษณาเอาไว้ไม่มีผิด พวกเขาแค่หากิจกรรมในวันศุกร์เพื่อผ่อนคลายจากเรื่องเรียนที่โรงเรียนมาบ่นและหยอกล้อกันตามประสาเท่านั้น การแลกเปลี่ยนเริ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว มีเพื่อนของเจคอบหลายคนที่เคยเห็นเวเลอนีลบินเล่นในวันนั้นพูดแซวเธอยกใหญ่

“ฉันนึกว่าเธอจะขี่ไม้กวาด”

เวเลอนีลตอบกลับไปว่า “คนอื่นขี่ไม้กวาด แต่ฉันขี่ไม่เป็น”

“แล้วอย่างของพวกไม้วิเศษแบบคฑาพ่อมดแม่มดอะไรพวกนี้ล่ะ?” นั่นก็เป็นอีกหนึ่งคำถามจากคนในกลุ่มที่ล้อมวงรอบกองไฟ

“ไม้-กายสิทธิ์...ซึ่งฉันใช้ไม่เป็นอีกเหมือนกัน”

ส่วนคำถามนี้เจคอบถาม “เธอทำอะไรที่ผู้วิเศษคนอื่นทำได้บ้าง?”

“...” เวเลอนีลตีแขนเจคอบไปทีหนึ่ง “สาปนายให้กลายเป็นหมาเฝ้าบ้านฉันไง”

จากนั้นรอบวงก็ฮาครืน—และยังมีอีกมากที่คนอื่นแย่งกันพูดเรื่องของตัวเองบ้าง พวกเขาเหมือนกำลังแข่งอวดเรื่องหลายๆ อย่างที่เวเลอนีลไม่รู้ และนับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามสำหรับคนที่ชอบเสพความรู้ใหม่ๆ อย่างเธอ

ซึ่งสำหรับการต้อนรับเพื่อนใหม่ในวันนี้ก็ถูกทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่องของควิลยูตที่เวเลอนีลจะหาอ่านที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

มันเป็นเรื่องผูกวิญญาณที่เซ็ธเคยเล่าให้ฟัง

“หมอนี่เล่าให้ฉันฟังแล้ว” เด็กสาวยิ้มแย้ม ชี้ไปที่คนอายุน้อยสุด “ฉันรู้ก่อนที่จะรู้ว่ามีหมาป่าในฟอร์คด้วยซ้ำ”

รอบข้างโห่ขึ้นมาทันที “อะไรเนี่ย นี่ไม้เด็ดเลยนะ”

 

ในตอนนั้นเองคนที่เงียบที่สุดในกลุ่มก็เปรยขึ้นมาเสียงเรียบ เป็นลีอาห์ที่นัยน์ตาแข็งกร้าวและเยือกเย็น เธอนั่งอยู่ข้างๆ น้องชายตัวเอง “ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอวดอะไรนี่? ทำไมพวกนายไม่หาเรื่องอื่นมาพูดแทนล่ะ?”

เพราะเวเลอนีลหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้เรื่องส่วนตัวของคนในกลุ่ม—หรือบางทีเจคอบก็จงใจที่จะไม่ให้เธอละลาบละล้วงเรื่องลึกๆ ในกลุ่มมากเกินไปนัก ตอนที่บรรยากาศเย็นลงเล็กน้อย เธอจึงไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าลมหนาวพัดวูบเข้าที่ด้านหลัง

มันเป็นเรื่องบางอย่างที่ค่อนข้างซับซ้อน ระหว่างแซมที่ยกมือขึ้นโอบไหล่เอมิลี่คนรักของเขา ที่กำลังก้มหน้ารู้สึกผิดโดยไม่รู้ตัว กับลีอาห์ที่ถูกเซ็ธลูบแขนปลอบใจ—คนอื่นเลยเปลี่ยนเรื่องได้โดยทันทีโดยไม่มีอาการอิดออดอีก

“ว่าแต่เคยมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นในกลุ่มพวกเธอหรือเปล่า?”

เวเลอนีลจำชื่อคนที่ถามไม่ได้ เขาน่าจะหมายถึง ‘ในหมู่ผู้วิเศษมีคนที่เคยผูกวิญญาณกับต่างเผ่าแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?’

เจคอบแทรกขึ้น “เธอเกิดมาก็พึ่งรู้ว่าเรามีตัวตน นายคิดว่าจะมีคนผูกวิญญาณกับผู้วิเศษไหมล่ะ?”

ว่าแล้วก็ยกแก้วโกโก้ขึ้นดื่ม เวเลอนีลตีแขนไปอีกรอบหนึ่งจนเด็กหนุ่มต้องหันมาถาม “อะไร?”

เด็กสาวถอนหายใจ เอาเป็นว่าเปลี่ยนหัวข้อเรื่องแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยบรรยากาศมันจะได้ไม่หนักมากนัก “คนอื่นน่ะฉันไม่รู้หรอก คงตอบพวกนายไม่ได้”

คำตอบเชิงนี้แหละ ดึงดูดความสนใจได้ดีนัก

“หมายความว่าไง?”

เด็กสาวตอบ “ที่จริงแล้วบ้านฉันไม่ค่อยเหมือนคนอื่นมากนัก เรามีความสามารถบางอย่างติดตัวมาโดยที่ผู้วิเศษคนอื่นไม่มี เพราะแบบนั้นความสามารถธรรมดาหลายอย่างเลยใช้ไม่ได้เหมือนคนอื่นเขาเป็นการแลกเปลี่ยน”

นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเวเลอนีลมาอ่านหนังสือฟิสิกส์แทนตำราเวทมนต์คาถา—ไม้กายสิทธิ์กับบ้านเดอ ราโรสเป็นของที่ไม่ได้เดินไปบนทางเดียวกัน

“อีกอย่างสิ่งที่พวกนายเรียกว่าการสื่อจิตพวกนั้นอาจจะเข้าไม่ถึงพวกฉัน เรามีการฝึกปิดกั้นใจเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาอ่านใจได้ เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ชัวร์หรอกว่าเรื่องนี้มันจะมีผลกระทบต่อพวกนายหรือเปล่า”

คนอื่นตาโต “หมายความว่า...”

“อารมณ์แบบคนปิดกั้นจิตใจตัวเอง” เวเลอนีลไหวไหล่ “ก็นั่นแหละ จะคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีหมาป่าที่คู่กับผู้วิเศษจริงๆ พวกเขาอาจจะหากันไม่เจอจนกว่าผู้วิเศษคนนั้นเปิดใจให้เขาก็ได้”

“เหลือเชื่อแหะ”

ที่ตอนนี้เธอนั่งคุยกับหมาป่าทั้งฝูงก็เหลือเชื่อเหมือนกัน—เวเลอนีลคิดติดตลก ก่อนจะหันไปหาคนข้างตัว ตบแขนแน่นๆ ของเจคอบไปอีกรอบ

“อะไรเนี่ยแม่คุณ เธอเป็นอะไรกับแขนฉันขนาดนี้ไม่ทราบ?” เจคอบเกือบจะสำลักโกโก้อยู่แล้วตอนที่เวเลอนีลตีแขนเขา

เธอชี้ไปที่แก้วในมือของเด็กหนุ่ม “นั่นมันแก้วฉัน”

เจคอบเลิกคิ้ว ก่อนจะมองแก้วที่ตัวเองถือเหมือนไม่ใส่ใจอะไร เขากินไปเกือบจะครึ่งแล้ว เลยหยิบอีกแก้วที่วางไว้ใกล้ๆ กันนั้นให้เวเลอนีลแทน “เอาแก้วฉันไปแทนแล้วกัน”

เธอตบเข้าไปอีกผลัวะ!

“โอ้ย เจ็บตายล่ะ” หมาป่าหนุ่มทำหน้าล้อเลียน มองไปที่ฝ่ามือแดงๆ ของเวเลอนีลแล้วได้แต่ยิ้มเยาะอย่างหยอกล้อ

“เจ็บสิแปลก แข็งอย่างกับหิน ฉันตีเข้าหนังหนาๆ ของนายได้ที่ไหน?”

ลีอาห์—หรือบางทีอาจจะรวมถึงคนอื่นๆ ด้วยมองสองคนที่กำลังแย่งแก้วโกโก้กันอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยใบหน้าติดตลก

เอาเถอะ—ไหนๆ ก็มีตัวอย่างให้คิดเล่นๆ มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ขอคิดเล่นๆ หน่อยก็แล้วกัน

 

 

+++++++++++++++

จะพิมพ์ว่า เอ็ดเวิร์ด คัลเลน เเล้วในหัวให้พิมพ์นามสกุลเป็น เอลริค ตลอดเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

313 ความคิดเห็น

  1. #313 tummang211048 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 22:36

    ไรท์จ๋าาาาาา~ ปีใหม่แล้วน้าาา มาต่อให้หน่อยจิ~(ノ*0*)ノ

    #313
    0
  2. #311 AJ1905 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 17:31

    ต่อน้าา

    #311
    0
  3. #304 0618241277 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 20:31
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #304
    0
  4. #300 Pizza-girl(✿) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:36
    รอน้องเปิดใจเเน่ๆ ถึงจะรู้ว่าพวกเขาคู่กัน
    #300
    0
  5. #286 Rin del Polaris (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 01:13

    แงงงงงง อยากอ่านต่ออออออ มาต่อนะค้าาาาาาQAQ

    #286
    0
  6. #284 Kay Kay k-a-y kay (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 21:44
    เราชอบมากเลยค่ะอ่านรวดเดียวเลยรอนะคะ
    #284
    0
  7. #283 akamecenturion87 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 09:38

    แหม ถ้าพูดถึงการ์ตูนเรื่องแขนกลคนแปรธาตุแล้ว คิดถึงสมัยที่ช่องแก๊งการ์ตูรยัฃอยู่เลยค่ะ

    #283
    0
  8. #282 MoonLightFall (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 08:32
    น่ารักกก
    เอลริลมาจากหนังเรื่องอะไรเหรอคะ
    #282
    1
    • #282-1 Tiaros(จากตอนที่ 25)
      11 กรกฎาคม 2563 / 13:03
      อนิเมะค่ะ เรื่องfullmetal alchemist เป็นนามสกุลพระเอก
      #282-1
  9. #281 luvtaetaev (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 01:26
    กรี๊ดดดดดดดด เอลริค ไรท์ดูหรอคะ?!?!
    #281
    1
    • #281-1 Tiaros(จากตอนที่ 25)
      10 กรกฎาคม 2563 / 14:08
      ไม่อยากจะบอกว่าทันทุกภาคค่ะ...บอกอายุมากเลยอ่ะ
      #281-1
  10. #280 wolfgirl2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 00:28
    ไม่คิดเล่นๆ นี้คิดเเบบจริงจังเลยยยญ
    #280
    0
  11. #279 Mamorudes (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:55

    คิดเล่นๆด้วยคน/หน้าตากรุ้มกริ่ม

    #279
    0
  12. #278 _victory_88 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:35
    ต้องรอน้องเปิดใจชัววววววววว
    #278
    0
  13. #277 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:19
    ฉันว่าใช่แน่ๆ
    #277
    0
  14. #276 WxxN (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:17
    ชอบโมเมนต์คู่นี้มาก ดูค่อยไปเป็นค่อยไป //น้องจะได้ผูกวิญญาณกับเจคอบใช่มั้ยคะ ใช่มั้ยคะ!!
    #276
    0
  15. #275 ดอลลา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:11

    มีเอ็ดเวิร์ด เอลริคแล้วมีอัลฟองเซ่ เอลริคไหมคะ555555

    #275
    1
    • #275-1 Tiaros(จากตอนที่ 25)
      10 กรกฎาคม 2563 / 14:36
      พี่น้องเอลริคมานี่ได้เปลี่ยนชื่อเรื่องเเล้วนะคะ555
      #275-1
  16. #274 Mi55.PP (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:04
    ฉันรักเคมีมีคู่นี้
    #274
    0
  17. #273 Drami (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:00
    โมเมนต์น่ารัก ค่อยๆเก็บที่ละนิด ที่ละหน่อย
    #273
    0
  18. #270 Piyanan Piyanan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 20:33
    ขอคิดจริงๆได้ไหมอ่ะ ขอให้จริงเถอะสาธุ!! ชอบความสัมพันธ์แบบนี้อ่ะ เหมือนคู่ชีวิตเป็นทุกอย่างได้แก่กันและกัน
    #270
    0
  19. #269 ppatteera (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 20:00
    ไรท์มาแล้ววว
    #269
    0
  20. #268 0618241277 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 20:00
    สงสัยอยู่สักพักแล้วเจคอบเจ้าฝูงมาสักพักแล้วถ้าเวเลอนีลเป็นคู่ต้องผูกวิญญาณไปแล้วแต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่แท้ก็ปิดกั้นได้นี่เอง คิดว่าจะดราม่าซะแล้ว
    #268
    0
  21. #267 NI_NE (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 19:52

    ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆนะคะ จะติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ!
    #267
    0