----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 32 : (Not) Alone on My Birthday (II)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 มี.ค. 56


(Not) Alone on My Birthday II

 


7/11/xx

 

สาย(?)วันนี้ยาตะตื่นขึ้นมาพบว่าในโทรศัพท์เขามีข้อความเข้ามาถึง 30  ข้อความ

 

ข้อความแรกคือ

 

วันที่ 7/11/xx เวลา 0.00 .

 

ของขวัญของฉันอยู่ไหน

 

ผู้ส่ง ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

ยาตะแทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ของตนทิ้งถ้าไม่ติดที่ว่าเขาไม่มีเงินจะซื้อเครื่องใหม่น่ะ เขากดลบข้อความนั้นทิ้งแล้วเลื่อนดูข้อความอื่นต่อ

 

วันที่ 7/11/xx เวลา 0.15 .

 

ฉันรอของขวัญของฉันอยู่นะมี่-ซา-กิ

 

ผู้ส่ง ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

รีบกดลบอย่างรวดเร็ว เมื่อเลื่อนต่อไปก็เห็นว่าทุกข้อความถูกส่งมาจาก ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะตั้งแต่เข้าวันที่ 7 จนถึงเวลาปัจจุบันเลย

 

มันไม่หลับไม่นอนบ้างเหรอฟะ ทำไมน่ากลัวอย่างนี้ ทางที่ดีเขาควรจะเปลี่ยนเบอร์ใหม่ไปเลยสินะ

 

 

  ยาตะตัดสินใจกดลบข้อความทั้งหมดทิ้ง

 

 

ตี๊ดๆๆๆ

 

ยาตะสะดุ้งเฮือกเมื่อโทรศัพท์ร้องออกมาเพื่อเตือนว่ามีข้อความเข้า จะแกล้งทำเป็นไม่เห็นก็ไม่ได้เพราะข้อความมันเด้งขึ้นมาแล้ว

 

วันที่ 7/11/xx เวลา 11.15 .

 

นายตื่นแล้วสินะ  ถ้าเห็นข้อความแล้วก็รีบไปหาของขวัญให้ฉันซะ  อย่ามัวแต่ลบข้อความหรือแกล้งทำเป็นไม่เห็น

 

ผู้ส่ง ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

 

ปึด!

 

มันคิดว่าตัวเองเป็นใครฟะถึงมาสั่งเอาสั่งเอาอยู่ได้  มากไปมั้ง

 

ยาตะตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับไปว่า ฝันไปเถอะไอ้ลิงบ้า ใครจะไปซื้อของขวัญให้คนทรยศอย่างแกกัน

 

วันที่ 7/11/xx เวลา 11.18 .

 

นายตอบกลับมาอย่างนี้แสดงว่าตื่นแล้ว เห็นข้อความแล้วงั้นก็รีบไปหาของขวัญให้ฉันซะ 

 

ผู้ส่ง ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

เขาพลาดแล้ว!!!

 

แต่ฝันไปเหอะ ถ้าคิดว่าจะได้ของขวัญจากคนอย่างเขา!!!

 

ยาตะกดลบข้อความใหม่อย่างไม่ลังเลแต่ยังไม่ทันที่ข้อความจะลบเสร็จสมบูรณ์ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก

 

วันที่ 7/11/xx เวลา 11.19 .

 

ฉันจะไปหานาย 

 

ผู้ส่ง ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

ข้อความนี้สั้นนิดเดียวแต่น่ากลัวกว่าทุกๆข้อความที่ลบไปรวมกันเสียอีก ยาตะทิ้งโทรศัพท์ลงบนเตียงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างตามสัญชาตญาณ โชคดีที่ว่าห้องเขาสามารถมองออกไปเห็นถนนหน้าบ้านได้และตอนนี้มันก็ไร้วี่แววของตัวอันตรายตัวนั้น

 

เขาปิดม่านให้สนิท

 

ไม่เป็นไรหรอก เจ้าลิงนั่นเข้าบ้านมาไม่ได้หรอกและถ้าจะเข้ามาก็ต้องผ่านพ่อแม่เขาอีก

 

ยาตะคิดอย่างวางใจบ้าง โทรศัพท์ก็ไม่มีข้อความใดๆใหม่แม้จะผ่านไปสิบนาทีแล้วก็ตาม

 

                คงไม่มีอะไรแล้วมั้งยาตะคิดอย่างโล่งใจ

 

                “ มิซากิจัง ถ้าตื่นแล้วก็อาบน้ำแล้วลงมากินข้าวเช้า”  เสียงของแม่ตะโกนขึ้นมาทำให้เขาวางใจมากขึ้น  ยาตะหยิบชุดใหม่จากตู้เสื้อผ้าแล้วถอดเสื้อเตรียมตัวอาบน้ำ

 

                แต่แล้ว

 

                แอ๊ดดดดดดดด

 

                “ มิซากิจังซารุฮิโกะคุงมาหาจ้า ”  เสียงแม่ตะโกนขึ้นมาจากชั้นล่างบอกเขาซึ่งมันไม่จำเป็นสักนิดเลยในเมื่อเจ้าคนที่แม่ว่ามันเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตแล้ว

 

                นิ่งสนิททั้งคนในห้องและคนนอกห้อง

 

                “ หืม นี่เป็นของขวัญให้ฉันงั้นเหรอมิซากิ”  คนที่บุกรุกเข้ามาเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน

 

                “ ใช่ที่ไหนฟะ! ไอ้ลิงทุเรศนี่!  เจ้าของห้องด่าพร้อมปาเสื้อที่ถอดออกมาใส่เจ้าลิงแต่มานึกได้ตอนหลังว่าเขาไม่น่าปาเสื้อไปให้มันเลย

 

                นอกจากฟุชิมิจะรับเสื้อได้แล้วปิดประตูแถมล็อคอีกต่างหากทำไมต้องล็อคฟะ!!!

 

                คนที่ถือวิสาสะเข้ามาเดินผ่านตัวเขาแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงของร่างเล็กโดยไม่ขออนุญาตสักนิด

 

                “ ออกไปนะเฟ้ย”  เจ้าของเตียงออกปากไล่แต่คนบนเตียงไม่สนใจ “ อืมมมมม ได้กลิ่นของมิซากิด้วยล่ะ”  ยาตะขนลุกซู่รีบออกแรงดึงฟุชิมิก่อนที่จะปลุกปล้ำ(?)เตียงเขา    แต่ไม่เป็นผล

 

                “ นายรีบไปอาบน้ำซะแล้วก็ไปซื้อของขวัญให้ฉันด้วย”  ฟุชิมิว่าขณะที่ทิ้งหัวลงบนหมอนของเขา  ยาตะมองด้วยสายตารังเกียจนิดๆ สงสัยเขาต้องบอกแม่ให้เปลี่ยนเครื่องนอนยกชุดเลยมั้ง

 

                “ เรื่องสิฟะ!อย่ามาออกคำสั่งกับฉันด้วย!  ร่างเล็กยังคงดื้อดึง ฟุชิมิจึงเอ่ยประโยคที่จัดการอีกฝ่ายได้ออกไป “ แต่แม่นายบอกว่าถ้าอีกสิบนาทีนายไม่ลงไปจะเก็บอาหาร

 

                ไม่ต้องรอให้จบประโยคร่างเล็กก็หายวับไปในห้องน้ำทันที

 

 

……………………………

 

 

                ยาตะเบ้ปากและทำหน้ารังเกียจสุดชีวิตจนน่าขบขัน แต่มันอดไม่ได้จริงๆเมื่อหลังจากออกจากห้องน้ำก็พบว่าเจ้าลิงตัวเดิม(?)กำลังนอนบนเตียงของเขาอยู่

 

                ใช้หมอนของเขา  เตียงของเขาโดยไม่ขออนุญาตแล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตด้วย!!!

 

                “ เฮ้ เจ้าลิงออกไป  พูดใส่หูไปคนที่หลับก็ไม่ยักจะตื่น  ยาตะจึงก้มลงไปใกล้หูอีกฝ่ายอีกกะว่าจะตะโกนให้หูแตกเลยแต่กลายเป็นว่าพอเข้าใกล้แล้วดันสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาอีกฝ่ายแทนนี่สิ

 

                เป็นเพราะรอยนั้นถูกแว่นบังอยู่ถ้าไม่เข้าใกล้ๆก็คงไม่เห็น  และจากรอยที่คล้ำอย่างเห็นได้ชัดคนโง่อย่างยาตะก็เข้าใจได้ว่าเจ้าลิงบ้านี่ต้องอดหลับอดนอนมาหลายวัน

 

                ตอนแรกเขานึกว่าที่เจ้าลิงจงใจไม่หลับเพื่อส่งข้อความมาก่อกวนเขาทั้งคืนซะอีก

 

                มือที่เอื้อมหมายจะปลุก(ปนขับไล่)ร่างที่นอนอยู่จึงเปลี่ยนเป็นค่อยๆหยิบแว่นออกวางบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเลื่อนไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้แบบไม่เบามือนัก

 

                “ ฉันใจดีเพราะเห็นว่าเป็นวันเกิดแกหรอกนะ”

 

                บอกตัวเองเช่นนั้นแล้วลงไปยังชั้นล่างเพื่อทานข้าวเช้าเบาๆ

 

…………………………………

 

                “ แล้วลูกจะให้ของขวัญอะไรซารุฮิโกะคุงล่ะ”

 

                ยาตะแทบจะพ่นอาหารที่พึ่งเอาเข้าปากออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่แม่เขาพูดออกมา “ ไม่ให้อะไรทั้งนั้น ”   เขาว่าเสียงดัง

 

                “ ไม่น่ารักเลยนะเรา”  แม่เขาหันมาเอ็ดเบาๆ “ ตอนวันเกิดเราซารุฮิโกะคุงเขาก็เอาของขวัญมาให้ลูกก็ควรให้กลับสิ”

 

                ยาตะกลอกตา เขาอยากบอกแม่ใจจะขาดว่าเจ้าลิงนั่นไม่ได้เอาของขวัญมาให้เขาเพราะประสงค์ดี  วันนั้นมันเอาเปรียบเขาแทบแย่ ไม่คุ้มกับของขวัญที่ได้รับสักนิด

 

                “ ให้แม่สอนทำเค้กให้เอาไหม ซารุฮิโกะคุงน่าจะดีใจฝีมือการทำอาหารมั่วๆของลูกก็ไม่เลวนะ”  ยาตะรีบส่ายหัว รู้สึกเหมือนแม่จะด่าเขามากกว่าชมนะ

 

                “ ว่าแต่ทำไมแม่ถึงรู้ได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดมันล่ะมันบอกเหรอ”

 

                “ อย่าเรียกเพื่อนว่ามันสิจ๊ะ แล้วก็ที่แม่รู้ก็เพราะสมัยก่อนลูกเล่นเขียนไว้ในปฏิทินทุกฉบับในบ้านเลยนี่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของซารุฮิโกะคุง  ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ แสดงว่าลืมไปแล้วสินะ”

 

                แม่บอกได้อย่างถูกต้อง เขาลืมไปแล้วจริงๆ นั่นเป็นช่วงเวลาที่เขาหลงผิดไปชั่ววูบ(?)

 

                “ ไม่ไหวเลยไม่ไหว ขนาดวันเกิดเพื่อนแค่นี้ก็ลืมแล้วอนาคตลูกจะเป็นแฟนที่ดีได้ไง”  เอ่อแล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนกับเรื่องนี้หรือว่าเกี่ยวยาตะไม่แน่ใจ

 

                “ ไม่เป็นไรครับถ้าไม่มีใครเอามิซากิเดี๋ยวผมรับไว้พิจารณาเอง”  ไอ้คนไม่ได้รับเชิญไม่รู้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไรแถมโผล่มาได้จังหวะพอดีเลยด้วย ยาตะหันไปทำท่าจะโวยวายใส่แต่ก็ไม่ทันแม่ของเขาที่คุยกับเจ้าคนที่อาสารับพิจารณาอย่างออกรส

 

                พูดคุยราวกับว่าจะยกเขาให้จริงๆงั้นแหละ

 

                ยาตะรู้สึกขนลุกอีกแล้ว

 

แม่ของเขาเอ่ยชวนฟุชิมิกินข้าวด้วยแต่เจ้านั่นปฏิเสธแล้วเอ่ยขออนุญาตแม่ให้มันพาเขาออกไปเที่ยว

 

“ ไม่ไปโว๊ย!!!” เขารีบออกตัวก่อน แม่หันมาว่าเขาว่าอย่าเสียงดังแล้วชมว่าให้เขาหัดทำตัวเรียบร้อยอย่างเจ้าลิงบ้าง ยาตะสาบานได้เลยว่าเขาเห็นรอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากเรียวนั้น

 

ไอ้ลิงหน้าไหว้หลังหลอก!

 

สุดท้ายแม่ก็บอก(จริงๆก็คือสั่ง)ให้เขาไปกับเจ้าลิงบ้านี่ซวยจริงๆ

 

……………………………….

 

“มิซากิ”

 

“ อย่าเรียกชื่อ!  ว่าพลางเดินดุ่มๆไปข้างหน้าไม่หยุด

 

“มิซากิ”

 

“ อย่าเรียกชื่อ!!!

 

“ มี่-ซา-กี๊” 

 

ปึด!

 

“ อย่าเรียกชื่อฉัน!  หันมาเผชิญหน้าในที่สุด “ แกต้องการอะไร!

 

“ ของขวัญ”  สั้นๆและได้ใจความดี

 

“ ฝันไปเหอะ!” ชัดเจนแล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้า

 

                “ ทำไมล่ะ ลืมแล้วเหรอไงว่าเราเป็นเพื่อนสนิทเป็นคู่หูกันน่ะ มี่-ซา-กิ”  ฟุชิมิเดินตามพร้อมล้อด้วยน้ำเสียงยียวน

 

                “ เคยเป็นเฟ้ย! ตอนนี้ใครมันก็ไม่รู้ทรยศหักหลังไปเข้าร่วมกับพวกน้ำเงินที่ฉันเกลียดแสนเกลียดแล้ว”  เป็นเรื่องแปลกที่นานๆทีจะได้ยินคนอย่างยาตะ  มิซากิเอ่ยประชดประชันแต่มันก็เป็นเรื่องจริงทุกคำจนเถียงไม่ออก บรรยากาศจึงเริ่มอึดอัดมากขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างเงียบแล้วเดินไปข้างหน้า

 

                สิ่งที่ทำลายบรรยากาศชวนอึดอัดนั้นก็คือเสียงโทรศัพท์ของยาตะ  ยาตะมองดูเห็นเป็นรายชื่อของคามาโมโตะจึงกดรับแล้วทักผู้ที่อยู่ปลายสายเสียงดังตามนิสัย

 

                “ โอ๊ส ว่าไงอะไรนะ  ไปกินราเม็งไปสิไป  แกเลี้ยงแกเลี้ยงสิฟะแกชวนนี่เออ ไว้เจอเฮ้!    บทสนทนาถูกตัดเมื่อร่างสูงกว่าเอื้อมมาแย่งโทรศัพท์ไป เจ้าของพยายามจะแย่งขึ้นแต่ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันพอดูจึงโดนแขนยาวๆนั้นดันออกห่างๆ

 

                “ มิซากิเขามีธุระกับฉันคงไปไม่ได้หรอก  แล้วก็ไม่ต้องโทรมาแล้วนะเจ้าอ้วน”  ว่าเสียงเย็นเยียบแล้ววางสายทันทีก่อนจะเก็บโทรศัพท์นั้นเขากระเป๋าเสื้อตัวเองให้ร่างเล็กซึ่งเป็นเจ้าของโวยวายอีกรอบทั้งยื้อแย่งเอาของของตัวเองคืน  แต่ก็ไร้ผล

 

                “ ฉันจะคืนให้ตอนกลับจะได้มีใครโทรมาขัดขวางการเดทของเราไง”

 

                “ เดทอะไรฟะ!!!   ยาตะอุทานเสียงดัง “ อย่าพูดจาชวนขนลุกนะเฟ้ยแล้วก็เอาโทรศัพท์ฉันมาจากนั้นก็ไสหัวไปเลยไป๊” ฟุชิมิทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ ไม่ได้ยิน  ยาตะยกขาขึ้นเตะอย่างอารมณ์เสียแต่อีกฝ่ายก็หลบได้อย่างว่องไว ไม่พอยังล้อเขากลับมาอีกว่า ขาสั้น

 

                ยาตะเลยขาดสติไล่เตะฟุชิมิเหมือนเป็นเด็กๆ ขณะที่อีกฝ่ายก็หลบได้หมดอย่างสวยงามและแทนที่จะขอโทษเขากลับยิ่งล้อหนักขึ้นบวกกับการหัวเราะเสียงดังยาตะเลยไม่สนแล้วว่าคนอื่นๆรอบข้างจะมองยังไงอย่างน้อยเขาต้องเตะเจ้าลิงนี่ให้โดนสักครั้งเพื่อแก้แค้น

 

                ร่างเล็กหอบแฮ่กตอนที่เขาไล่ตามอีกฝ่ายมาถึงสวนสาธารณะ

 

                ให้ตายสิวะ! มันเป็นลิงจริงๆหรือไงหลบเก่งชะมัด!

 

                “ เหนื่อยแล้วหรือไง น่าสงสารนะก็ขาสั้นนี่ ยาตะไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เขาโถมตัวไปข้างหน้าหมายจะพุ่งชนเจ้าคนกวนประสาทโดยลืมไปว่าด้านหน้าเป็นสระน้ำ

 

                ฟุชิมิหลบทำให้ร่างที่พุ่งเข้ามาหยุดไม่ทันพุ่งตัวลงไปในสระทันที

 

                “ มิซากิ!  ฟุชิมิตะโกนแล้วเอื้อมมือไปรับร่างอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณทำให้ตกลงไปในสระด้วยกันทั้งคู่ ทั้งสองคนกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งสวนสาธารณะในพริบตา

 

                “แกหลบทำบ้าอะไรฟะ”  ยาตะออกปากด่าทันทีที่โผล่ขึ้นมาที่ผิวน้ำ

 

                “ถ้าฉันไม่หลบฉันก็เจ็บตัวสิ”  ฟุชิมิสบถ

 

                “ เพราะแกหลบนั่นแหละเลยต้องเปียกกันอย่างนี้เลยเห็นไหม  ฟุชิมิเสยผมที่ลงมาปรกหน้าตนทำเป็นไม่ได้ยินข้อหาที่ร่างเล็กยัดเยียดให้ เขาปีนขึ้นจากสระแล้วยื่นมือให้ยาตะแต่อีกฝ่ายทำเป็นเมินปีนขึ้นจากสระเองอย่างทุลักทุเล

 

                ร่างสูงหลุดขำให้ความดื้อดึงของอีกฝ่าย ร่างเล็กหันมามองเขาตาเขียวจากนั้นก็กลับมาดูสภาพอันเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำของตัวเอง  ยาตะบ่นออกมามากมายที่ฟุชิมิจับใจความได้แค่ว่า เปียกหมด

 

                “มานี่สิ จะพาไปเปลี่ยนเสื้อ”  เขาชวน แน่นอนว่ายาตะไม่ยอมบอกว่าเดี๋ยวทำให้แห้งเองได้(ตรงนี้แลดูเจ้าตัวจะภูมิใจกับความสามารถของตัวเอง)

 

เกิดการทะเลาะกลางฝูงชนอีกครั้งแต่ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่

 

……………………………….

 

                “ ไหงกลายเป็นบ้านแกล่ะ”  ยาตะอุทานเสียงดังเมื่อเห็นว่าที่ที่ฟุชิมิว่าจะพามาเปลี่ยนชุดเป็นบ้านอีกฝ่ายซะงั้น นี่มันจะทำอะไรเขาหรือเปล่าฟะ เริ่มท่าไม่ดีแล้วสิ

 

                “ คิดอะไรลามกอยู่ล่ะ”  ฟุชิมิทักอย่างคนรู้ทัน

 

                “ ใครคิดลามกฟะ!  ยาตะโวยกลับ  “ ฉันไม่ไว้ใจคนทรยศอย่างแกต่างหาก”

 

                คนถูกว่าเพียงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเปิดประตูรั้วเข้าไป  ยาตะมองอย่างระแวดระวัง ไม่วางใจง่ายๆ ฟุชิมิก็ไม่ได้สนใจท่าทางของเขา มัวยุ่งกับการเปิดประตูหน้าบ้าน 

 

                เขาหนีกลับบ้านเลยดีฟะยิ่งมันประมาทอยู่ด้วย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆด้วย

 

                ทว่าความคิดที่จะหนีทั้งหมดก็สะดุดเพียงเท่านั้นเมื่อภาพแผ่นหลังของฟุชิมิที่อยู่หน้าบ้านแบบนี้มันคุ้นตาเหลือเกิน มันทำให้เขานึกถึงวันเกิดของเจ้าลิงสมัยที่ยังคงเป็นเพื่อนกัน ทุกปีหมอนี่ต้องฉลองวันเกิดเพียงคนเดียวเพราะครอบครัวไม่มีเวลาให้ เขาที่รู้เรื่องนี้โดยบังเอิญจึงมาฉลองเป็นเพื่อนด้วยแต่พอเลิกเป็นเพื่อนกัน

 

                ไม่สิไม่ใช่ตั้งแต่เจ้าลิงนั่นทรยศไปอยู่ฝั่งชุดน้ำเงิน

 

                มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเข้าโฮมระหรือเปล่านะที่เริ่มห่างกัน

 

                และโดยที่ไม่รู้อะไรเลยพอเขารู้สึกตัวอีกทีเจ้าลิงที่เป็นเพื่อนสนิทก็กลายเป็นศัตรูซะแล้ว

 

                “ มิซากิ!  เสียงเรียกนั้นทำให้เขาสะดุ้งและอาจเพราะสติยังกลับมาไม่เต็มที่ตอนที่เจ้าลิงนั่นเรียกเขาเข้าบ้านเขาจึงได้เข้าตามโดยไม่โวยวายอะไร

 

…………………………

 

                “ แล้วแกจะให้ฉันเปลี่ยนเสื้ออะไร”  ยาตะเริ่มถามประเด็นที่สงสัยที่สุดเมื่อก้าวเข้ามาในบ้านแล้ว คงจะไม่บอกให้เขาถอดเสื้อผ้าแล้วผึ่งให้แห้งหรอกนะ

 

                “ ในตู้เสื้อผ้าฉันมีเสื้อผ้านายอยู่” 

 

                คำตอบนั้นทำเอาคนที่ได้ยินตาโตหันมามองคนพูดทันที 

 

“ เสื้อผ้านายสมัยม.ต้น ตอนที่นายชอบมาค้างที่นี่น่ะ”  

 

“ หา! นายยังเก็บไว้”  ฟุชิมิไม่ตอบอะไร    แล้วฉันจะใส่ได้เหรอฟะ มันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว”

 

“ ใส่ได้อยู่แล้วก็มิซากิรูปร่างแล้วก็ส่วน-สูง(ฟุชิมิจงใจเน้นคำนี้)ไม่เปลี่ยนเลยนี่”  พูดจบก็เกือบมีการวางหมัดอีกรอบ

 

……………………………..

 

ยาตะอดทนไม่ได้จึงปรี่เข้าไปชกไอ้คนที่หัวเราะเสียงดังอย่างไม่เกรงใจเข้าสักนิดแต่ฟุชิมิก็หลบได้แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาทั้งยังหัวเราะเพิ่มอีก

 

ทำไมฟะ!!! มันตลกนักหรือไงที่เขาใส่เสื้อสมัยม.ต้นได้พอดีน่ะ!!!!!!!

 

ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะ ยิ่งอารมณ์ไม่ดีจึงเข้าไปชกที่ท้องคนที่นอนอยู่แน่นอนว่าคนที่นอนไม่ทันตั้งตัวจึงโดนชกเต็มเลยได้นอนตัวงอสมใจ

 

แต่ก็ยังหัวเราะอยู่ดีทั้งที่เจ็บตัว !

 

ในโลกนี้จะมีใครกวนประสาทเขาได้มากเท่าฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ!

 

ยาตะสะบัดหน้าหนีไอ้คนที่หัวเราะเขาไปที่อื่นอย่างห้องครัวที่ติดๆกันกับห้องนั่งเล่น ดวงตาสีน้ำตาลพึ่งจะสังเกตว่าทุกอย่างถูกจัดเหมือนเดิมจะต่างก็คงเป็นสภาพเฟอร์นิเจอร์ที่เริ่มมีฝุ่นหนาเพราะเจ้าของบ้านไม่ได้กลับมาอยู่นานมากแล้ว

 

“ แกไม่ได้อยู่บ้านนี้นานแล้วเหรอ”  ถามออกไปโดยไม่ทันยั้ง

 

“ อืมมมมม”  ร่างสูงบนโซฟาครางตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก  “ ย้ายไปอยู่ที่คอนโดของ Scepter 4

 

ยาตะครางรับรู้แม้ใจจะมีอีกคำถามก็คือย้ายออกจากบ้านนี้เพราะเข้า Scepter 4 หรือเพราะไม่อยากอยู่บ้านที่ไม่มีใครอย่างนี้กันแน่

 

                “แล้วแกจะตามฉันอีกนานไหมเนี่ย”  เขาหันมาเผชิญหน้าคนที่นอนอยู่แล้วบ่นด้วยน้ำเสียงรำคาญ  ฟุชิมิกลออกตาไปมาก่อนจะตอบสั้นๆ “ จนกว่าจะได้ของขวัญ”

 

                “ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ให้ของขวัญแกหรอกเฟ้ย ”  ร่างเล็กถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

                “ พนันกันไหมล่ะ”

 

                “ หา!

 

                “พนันกันไหมว่าก่อนหมดวันนี้ฉันจะได้ของขวัญจากนายแน่ๆ”  ฟุชิมิยิ้มอย่างมั่นใจยาตะเลยเกิดแรงฮึดบางอย่างขึ้นมา  “ ฉันก็มั่นใจว่าฉันต้องชนะเฟ้ยเจ้าลิงโง่”  แล้วกอดอกยืดตัวอย่างภาคภูมิใจเพราะยังไงเขาก็ไม่ให้ของขวัญมันแน่

 

                “ ก็รอดูกัน”  ฝ่ายที่ท้าก็ไม่ยอมแพ้แล้วยิ้มอย่างมั่นใจ

 

……………………..

 

                ตลอดทั้งวันนั้นยาตะยอมรับเลยว่าเกือบยอมแพ้ไปบ้าง(แต่ทิฐิที่มีก็เลยไม่ยอมง่ายๆ)เพราะเจ้าลิงนี่กลายสภาพเป็นปลิงตามติดเขาไปทั่ว  ตั้งแต่ออกจากบ้านมันมาไม่ว่าเขาจะไปร้านราเม็งที่ชอบ  ไปเกมเซ็นเตอร์  ไปร้านขนมมันก็ตามติดเขาเป็นเงา

 

                จะยกเว้นก็แค่พอเขาทำท่าจะเข้าที่บาร์โฮมระมันก็รีบฉุดกระชากลากถู ใช้กำลังบังคับให้เขาไปด้วยบวกกับการหลอกล่อด้วยขนม ของกินต่างๆสารพัด เขาไม่ได้ใจอ่อนนะแต่กระเพาะดันยอมแพ้อย่างราบคาบด้วยการส่งเสียงร้องใหญ่โดยไม่กลัวเจ้านายมันอายสักนิด

 

                ยาตะรู้สึกได้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดในวันนี้มันแปลกมากแล้วก็ดูขัดๆชอบกลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ได้อยู่กับเจ้าลิงนี่นานแล้วก็เป็นได้

 

                แต่ลึกๆก็ไม่รู้สึกรังเกียจนะนั่นคือสิ่งที่เขาบอกตัวเอง

 

                พวกเขาเสียเวลาที่เกมเซ็นเตอร์นานมากจนเวลาผ่านไปเกือบจะเข้าเที่ยงคืน เข้าสู่วันใหม่จึงออกจากร้านแล้วเดินกลับบ้านยาตะ

 

                ทุกครั้งที่ตัวเลขนาทีเดินไปข้างหน้ายาตะก็ยิ่งยิ้มมากขึ้นเพราะนั่นหมายความถึงชัยชนะของเขานั่นเอง

 

                จนถึงหน้าบ้านเขานั่นแหละ ตอนนี้เวลาเหลืออีกเพียงแค่ 7 นาทีก็จะกลายเป็นวันที่  8

 

                “ แล้วฉันที่ชนะจะได้อะไร” เขาถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี

 

                “ ไม่ได้อะไรเพราะนายจะไม่ชนะ”  ฟุชิมิยังคงเอ่ยเช่นเดิมหน้านิ่ง  ยาตะยิ้มยียวนใส่ “ ซารุๆ โถๆๆ แกก็เห็นแล้วนี่อีกแค่ 6 นาที (ยกนาฬิกาขึ้นมา) ยังไงแกก็ไม่ได้ของขวัญจากฉันหรอก ฉันชนะแน่ๆ”

 

                “ ก็รอดูไป”  พูดอย่างมั่นใจทำเอาความเชื่อมั่นของร่างเล็กสั่นคลอนเล็กน้อย

 

                อีก 5 นาที

 

                อีก 4 นาที

 

                อีก 2 นาที

 

                “ ยอมรับมาเถอะว่าแกแพ้แล้ว”  ยาตะหัวเราะกึ่งสนุกกึ่งเยาะ  ฟุชิมิยังยิ้มนิ่งๆ

 

                อีก 30 วินาที

 

                “ ไม่หรอก มิซากิ”  ยาตะเงยหน้าจากนาฬิกามองคนที่จู่ๆพูดขึ้นมา

 

                อีก 20 วินาที

 

                “ เมื่อกี้แกว่าอะไรหรือเปล่า”  ยาตะเอ่ยถาม

 

                อีก 7 วินาที

 

                “ ฉันแค่จะบอกนายว่า 

 

                อีก 5 วินาที

 

                “ อะไรล่ะฟะ”  คิ้วของคนถามเริ่มขมวดยุ่ง

 

                อีก 4 วินาที

 

                ฟุชิมิเอื้อมตัวมาข้างหน้าใกล้กับร่างเล็ก

 

                …3…

 

                …2…

 

                “ ฉัน  ริมฝีปากเรียวกระซิบบางอย่าง

 

                …1…

 

                ตี๊ดดดด  ตี๊ดดดด ตี๊ดดดด

 

                เสียงเตือนที่ยาตะจงใจตั้งเอาไว้ดังขึ้นแต่ ณ เวลานั้นเขาคงไม่ได้ยินอีกแล้วเพราะตา หูต่างๆอื้อไปหมดเมื่อริมฝีปากเรียวที่เห็นตรงหน้าเมื่อครู่ประทับลงมาบนริมฝีปากเล็กของเขา

 

                ฟุชิมิผละออกมาทันก่อนที่จะโดนหมัดหนักๆแล้วดูผลงานจากน้ำมือ(หรือฝีปาก)ของตนที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำไปหมด แม้แต่ใบหูและคอก็ไม่เว้น ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออายกันแน่

 

                “ ทำบ้าอะไรของแกฟะ ไอ้ลิงโรคจิต!!!   ไม่ด่าเปล่าแต่เงื้อหมัดขึ้นจะชกเขาอีก

 

                “ ฉันแค่รับรางวัลที่ฉันชนะพนันไง”  ฟุชิมิโบกมือเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

                “ ชนะบ้าอะไร รางวัลบ้าบอสิ ห๊า!  ยาตะชี้นิ้วมาที่เขา การโวยวายเริ่มเพิ่มระดับมากขึ้น

 

                “ จุ๊ๆๆ”  ฟุชิมิยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตนเป็นเชิงบอกให้ยาตะเบาๆได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด  “ นายจะปลุกคนทั้งเมืองหรือไง”  คนรับฟังกัดฟันกรอด

 

                “ อีกอย่างฉันน่ะได้รับของขวัญนานแล้วเพราะฉะนั้นนายไม่มีทางชนะฉันหรอกมิซากิ”

 

                “ อย่าเรียกชื่อฉันแล้วของขวัญอะไรฉันไม่ได้ให้แกสักหน่อย อย่ามาโมเมนะเฟ้ย”  ร่างเล็กโวยวายอย่างไม่(มีทาง)ยอมแพ้

 

                ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มแล้วก้มมาใกล้ๆอีกครั้งนี้ยาตะหลบออกแต่ก็โดนกดหลังคอให้ใบหน้าลงมาใกล้ๆอีกจนได้

 

                ฟุชิมิหรี่ตามองใบหน้าเล็กๆใกล้ที่แสดงอาการรังเกียจสลับหน้าแดง  เขารู้ดีว่าวันนี้เขาคงไม่ได้ของขวัญจากยาตะที่มองเขาเป็นศัตรูแล้วแน่นอน แต่ที่ยังคอยตามตื๊อตามกวนทั้งวันนี้ไม่ใช่เพราะต้องการของขวัญที่เป็นสิ่งของหรือเค้กวันเกิดหรือคำอวยพรใดๆทั้งนั้น

 

ที่เขาต้องการน่ะ

 

                “ ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในวันเกิดตัวเอง

 

 แล้วต่อท้ายในใจด้วย ฉันได้อยู่กับนายมิซากิ

 

                กระซิบบอกใกล้กับริมฝีปากเล็กจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆแล้วยังตบท้ายด้วยการยิ้มดีๆ(?) ให้คนรับฟังได้แต่อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ไม่ใช่เพราะใบหน้าที่ใกล้กัน ไม่ใช่เพราะรอยยิ้มนั้นแต่เพราะความหมายของคำที่ได้ยิน

 

                แล้วอย่างนี้เขาจะชนะเจ้าลิงนี่ได้ยังไงกันล่ะ!

 

……………………..

 

แถมท้ายสักเล็กน้อย

 

ยาตะ  มิซากิเดินออกจากห้องน้ำด้วยอาการหัวเสีย  ไม่รู้มันเป็นวันวิบัติอะไรของเขานะนอกจากจะโดนตามทั้งวันแล้วยังโดนเจ้าลิงเจ้าเล่ห์นั่นมันเอารัดเอาเปรียบที่หน้าประตูบ้านอีก  พอกลับไปก็กลายเป็นว่าเขาไม่สามารถลบสิ่งที่เจ้านั่นพูดออกจากหัวได้เลย

 

ร่างเล็กทิ้งตัวเองลงบนเตียงอย่างแรงทั้งกดหน้าตัวเองลงกับหมอนหวังว่าจะได้นอนซะแล้วไม่ต้องคิดมากอีก

 

ทว่า

 

ฟุดฟิดๆ

 

จมูกที่ค่อนข้างจะดีได้กลิ่นแปลกปลอมบางอย่าง มันไม่ใช่กลิ่นเน่าเหม็นของซากศพอะไรตายแน่นอนตรงข้ามกลิ่นมันออกจะหอมๆด้วยซ้ำ กลิ่นเหมือนกับโคโลญจน์หรือน้ำหอมแต่ว่าตัวเขาเองไม่ได้ใช้นี่งั้นกลิ่นนี้มาจากไหน ที่สำคัญรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยได้กลิ่นมา

 

เฮือก!

 

ยาตะสะดุ้งเฮือกเมื่อนึกออกว่าเป็นกลิ่นอะไร

 

มันจะเป็นกลิ่นอะไรไม่สิ..ของใครได้อีกนอกจากเจ้าคนที่มานอนเกลือกกลิ้งบนเตียงเขาวันนี้แล้วจากเหตุการณ์ล่าสุดที่หน้าประตูบ้าน ตอนที่หน้าใกล้กันเขาก็ได้กลิ่นนี้

 

ใบหน้าเล็กแดงวาบขึ้นอีกครั้ง

 

นี่เขาจะหนีมันไม่พ้นจริงๆใช่ไหมเนี่ย!!!!!!!!!!

 

…………………..

 

                 สารภาพความคิดตอนแรกคือแต่งออกมาเอาฮาๆให้ทำเค้กให้แล้วจบแต่ดูๆไปมันมุกซ้ำหลายครั้งแล้วนะแล้วก็ใกล้ๆกับทำช็อคโกแลตวาเลนไทน์ด้วยเลยตัดสินใจลบออกแล้วดั้นสดดีกว่า วนไปวนมาแต่งแบบไร้แก่นสารยาวๆ พยายามไม่ให้ออกทะเลแล้วก็มาสรุปรวมๆอย่างที่ลิงว่าค่ะว่าไม่ต้องการอะไรแค่กวนไปงั้นได้อยู่ด้วยกันก็พอ

 

เพราะฉะนั้นเจ้าลิงภาคจิตเงียบๆนี้ก็ยังได้กำไรอยู่ดี ฮา^^

 

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากเมาท์เหลือเกินคือพึ่งได้อ่าน k memory ตอนที่ 9 โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย คามาโมโตะหล่อมากมายค่ะ

 

รู้สึกว่าตำแหน่งลูกเขยกิตติมศักดิ์จะสั่นคลอนซะแล้ว(ขณะเดียวกันผู้แต่งก็รู้สึกถึงออร่าสีน้ำเงินกับสายตาอำมหิต) ก็ดูคามาโมโตะทั้งป็อป ทั้งไม่สนใจผู้หญิงแถมยังเชื่อฟังยาตะเหลือเกินไม่เชื่อตามไปดูสิคะ

 

http://mangafox.me/manga/k_memory_of_red/v02/c009/8.html

 

 

ตอนนี้ยาตะนั่งไขว้ห้างกับใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วดูเคะจริง  ไม่ต้องอิจฉาคามาโมโตะที่หล่อก็ได้ลูกอย่างน้อยฟุชิมิก็เป็นสามีสุดเท่แถมยังพ่วงดีกรีขี้หวงขี้ห่วงขี้หึงด้วยนะ ได้ตั้งหลายอย่างในคนเดียว(?)

 

ถ้าเปรียบเทียบจริงๆฟุชิมิก็เป็นพระเอกแสนเลวกับคามาโมโตะเป็นพระรองแสนดีน่ะสิ =  =

 

แอบคิดไว้เหมือนกันว่าถ้าเจ้าลิงมาเห็นภรรยาอิ๊อ๊ะกับคู่แข่งคนใหม่(คนเก่ากลายเป็นพ่อตาซะแล้ว)คงเป็นเรื่องใหญ่

 

และสุดท้ายเลยช่วงนี้เข้าสู่การสอบ final แล้วเต็มตัวจึงของดลงฟิคสักระยะนะคะ  จะกลับมาอีกทีหนึ่งในวันที่ 8 /03 พร้อม Amnesia ตอนต่อไปที่ทุกคน(รึเปล่า =  = ?) รอคอย

 

                ต้องขออภัยแล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #411 Kagamine rin (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 19:06
    ฟุชิมินี่หลังจากได้ฉลองวันเกิดกับยาตะ พลังเกรียนตึงเพิ่มขึ้นสินะ 555555

    น่ารักมากค่ะะ ซารุน่ารักเสมอออ ฟินคู่นี้จีจี
    #411
    0
  2. #399 aong009 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 16:08
    ซารุแอบน่าสงสารนิดๆๆนะ
    #399
    0
  3. #228 deidara-sasori (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 14:23
    "ฉัน..ไม่ได้อยู่คนเดียวในวันเกิดตัวเอง.."

    ชอบคำนี้ของฟุชิมิมากกกกกก >
    ยาตะจังไม่ต้องห่วง ชาตินี้ยังไงนายก็หนีซารุไม่พ้นหรอก

    ตราบใดที่ยังมีแม่ยก ไม่มีทางซะหรอก!!! (โดนไม้เบสบอลฟาด)

    ยังไงก็สู้ๆในการสอบนะคะ!
    #228
    0
  4. #227 boonmak (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 05:52
    น่ารักอ่ะ สู้กับการสอบนะคะ
    #227
    0
  5. #226 omsinzaza (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 02:39
    แอร๊ยยย สุดท้ายซารุก็ขี้โกงจนได้ XD

    รอตอนต่อนะค่ะ ฮ่าๆ
    #226
    0
  6. #225 nunei (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 19:48
    สู้ๆนะคะะ >< สนุกมากเลยยย รออ่านค่าา >0< 555
    #225
    0
  7. #224 oilzamf (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 13:40

    โอ้ยยย น่ารักจริงง 555
    ไม่ว่ายังไงหมาน้อยก็โดนลิงหลอกอ้ะ!! หนีไม่พ้น

    ยังไงก็ขอให้สอบได้คะแนนดีๆ นะคะ ^^

    #224
    0
  8. #223 pamt (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 12:44
    สนุกๆมากเลยครับ อ่านไปยิ้มไป ฟินมากกกกกกก น่ารักได้อีก ยาตะเขิน อิอิ


    #223
    0
  9. #222 love-kxa-txr (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 08:59
    สนุกๆๆๆ สนุกสุดๆเลยค่ะ ฟุชิมิตอนนี้น่ารักสุดๆ
    ตอนใกล้ๆจบตอนอินจัด มีวูบนึงคิดว่าฟุชิมิน่าสงสาร (หรือก็คือเคยคิดมานานแล้ว)
    พยายามค่ะ การสอบก็สู้ๆ แล้วมาอัพให้อ่านต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #222
    0
  10. #221 เนโด (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 02:21
    สนุกมากเลย น่ารักมากๆ อ่านแล้วฟิน ///อยากให้จูบกันบ่อยๆกว่านี้อีก
    #221
    0