นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Naruto] แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้ง (Tobirama x Izuna)

"ข้าต้องการเจ้ากลับคืนมา" ‘ข้าเกลียดสิ่งที่เจ้าเป็น แต่กลับกันข้าไม่ได้เกลียดเจ้า’ ‘เจ้าจะรู้บ้างหรือไม่ ว่าข้ารักเจ้าเหลือเกิน’

ยอดวิวรวม

582

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


582

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


19
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 พ.ค. 62 / 15:02 น.
นิยาย [Fic Naruto] Ҩ龺ѹա (Tobirama x Izuna)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคนี้เกิดจากการมโนล้วนๆ รับไม่ได้ที่หลังจากอิสึนะตายแล้วก็หายไปเลยไม่มีโผล่มาเหมือนสามคนที่เหลือ

แต่งเอาสนุก+สนองนีทตัวเอง อาจไม่ถูกใจผู้อ่านหลายคน

เรื่องสั้นเรื่องนี้มี โมเม้นต์วาย ไม่วาย(มั้ง) ใครที่แค่โมเม้นต์ก็ไม่ชอบ กรุณาเชิญออกและอย่ากดแบน

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน คู่นี้ไม่ค่อยมีคนพาย แต่ไรต์พาย คงมีคนอ่านไม่เยอะ ไม่เป็นไร อย่างที่บอก สนองนีทตัวเอง

ถึงชอบแต่ไม่ได้ชอบมาก คงไม่มีมาเป็นเรื่องยาว แต่อาจจะพิจารณาหากมีคนชอบเยอะ+มีไอเดีย

....................................

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 พ.ค. 62 / 15:02


ข้าต้องการเจ้าคืนมา

ข้าเกลียดสิ่งที่เจ้าเป็น แต่กลับกันข้าไม่ได้เกลียดเจ้า

เจ้าจะรู้บ้างหรือไม่ ว่าข้ารักเจ้าเหลือเกิน

                    ตู้ม!!!

          เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วหมู่บ้านโคโนฮะ เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนขึ้นเหนือฟากฟ้า ต้นเพลิงมาจากริมหน้าผาในป่าข้างหมู่บ้าน ฮาชิรามะกับโทบิรามะรีบกระโจนไปตามต้นไม้เพื่อหาที่มาของเรื่องนี้

          เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ มาดาระในชุดเกราะกำลังชูมือขึ้นเหนือกองไฟตรงหน้า สัญลักษณ์บนพื้นทำให้โทบิรามะรู้ว่ามาดาระใช้มัน คาถาต้องห้ามที่เขาเป็นคนคิดขึ้นมาเอง          

          สัมภเวสีคืนชีพ

     “มาดาระ! เจ้าทำอะไร!?ฮาชิรามะตะโกนแข่งกับกองไฟ

          มาดาระหันมา เนตรวงแหวนส่องประกายในความมืด มองตรงมายังบุคคลที่เขาเกลียดชังมากที่สุด

     “เจ้ารู้...รู้มาตลอด...มาดาระชี้ดาบมาทางโทบิรามะ หยาดน้ำตาสีแดงไหลลงมาเป็นสาย ชายหนุ่มต้องขบฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เจ้ารู้คาถาดีๆแบบนี้แต่ก็ไม่ยอมเอาออกมาใช้ เจ้ารู้ว่าพาเขากลับมาได้แต่เจ้าก็ไม่ทำ!!!”

          มาดาระตะโกนอย่างเดือดดาล เปลวไฟยิ่งโหมกระพือหนักขึ้น สะเก็ดไฟระเบิดออกลอยไปตกตามบ้านเรือนและต้นไม้ใหญ่ ทำให้จุดไฟไหม้ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น

     “มาดาระ เจ้าเสียสติไปแล้ว!” ฮาชิรามะผู้ไม่รู้ถึงเรื่องที่มาดาระพูด อัญเชิญเทวรูปไม้เข้าโจมตี มาดาระร่ายคาถาครั้งสุดท้ายก่อนจะสร้างกรงไฟขึ้นปกป้องพิธีนี้ไว้

          ผู้นำตระกูลอุจิฮะหันไปหาเพื่อนเก่า มาตัดสินกัน ฮาชิรามะ! วันนี้! ไม่เจ้าก็ข้าจะต้องตาย!!!”

          มาดาระใช้นักรบไฟโจมตีฮาชิรามะก่อนจะกระโดดออกจากบริเวณพิธี ให้เขตต่อสู้อยู่ไกลพอจะไม่ทำให้คาถาที่เขาอุตส่าห์ลงแรงทั้งหมดทำมานี้โดนลูกหลงไปด้วย

     “โทบิรามะ!” โฮคาเงะเรียกน้องชาย เจ้าดับไฟนี่แล้วช่วยคนในหมู่บ้าน ส่วนข้าจะไปฆ่ามาดาระเอง!” สิ้นคำฮาชิรามะก็กระโดดขึ้นเทวรูปไม้ไล่ตามมาดาระไป

     ‘โถ่เว้ย...เจ้าพี่บ้านี่

          โทบิรามะสบถในลำคอ ถ้าเจ้าพี่บ้าอยู่ฟังเขาสักนิดก็น่าจะรู้ว่าเขาอยากสลับตำแหน่งกันแค่ไหน เขารู้ว่าฮาชิรามะมีความลังเลในการฆ่าเพื่อนสนิทมากน้อยเพียงใด รู้ว่าถ้าให้เลือกระหว่างชีวิตของเขากับเพื่อน เขาจะเลือกอะไร

          และที่สำคัญที่สุด

          เขารู้ว่าพิธีที่มาดาระทำคืออะไร และทำไปเพื่อใคร

.

.

.

     “เห้อ...เจ้าพี่ไร้ความรับผิดชอบนี่...หายหัวไปไหนแล้วนะ

          โทบิรามะในวัยเด็กกำลังมองหาพี่ชายที่ชอบหายหัวไปบ่อยๆ ตามคำสั่งของพ่อ เด็กน้อยรับคำแต่ก็แอบกลอกตาลับหลัง มันจะไปไหนทำไมเขาต้องไปตามด้วย เขาเองก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างนะ อีกอย่าง ป่าตั้งกว้างแบบนี้จะไปหาเจอไหมล่ะ

          สุดท้ายโทบิรามะก็ล้มเลิกภารกิจตามหาพี่ชายแล้วหันไปเดินรับลมริมหน้าผาแทน เขามีที่ดีๆสำหรับหลบศัตรู ฝึกวิชา และนอนนับดาว มันเป็นฐานลับของเขาและจะไม่มีใครล่วงรู้ถึงมัน

     “ฮึก...ฮึก

          คิดยังไม่ทันขาดห้วงโทบิรามะก็ได้ยินเสียงร้องไห้ปริศนาจากจุดที่เขากำลังไป เด็กหนุ่มหยิบมีดคุไนออกมาเตรียมไว้ ย่องเข้าไปใกล้เพื่อดูว่าเป็นนินจาฝ่ายศัตรูหรือไม่

     ‘อะไรกัน...ก็แค่เด็กขี้แยนี่นา

          เด็กน้อยคิดเมื่อเห็นเด็กอีกคนในชุดสีน้ำเงินดำนั่งสะอื้นไห้อยู่ตรงชะง่อนผา ไม่มีสัญลักษณ์ประจำตระกูลหรืออาวุธ แถมยังดูอ่อนแอซะเหลือเกิน

          ด้วยเหตุผลทั้งหมด โทบิรามะจึงเก็บอาวุธเข้าที่แล้วเดินย่องเข้าไปหาเด็กแปลกหน้า

     “น้องสาว...เจ้าร้องไห้ทำไมรึโทบิรามะลองทักอย่างสุภาพ

          เด็กน้อยผมดำเหลือบมองเด็กน้อยผมขาวเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นไม่สนใจแล้วร้องไห้ต่อไป เมื่อโทบิรามะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เด็กน้อยผมดำจะนั่งกอดเข่า ขดตัว ซุกหน้าลงกับแขนหลบคนแปลกหน้า

     ‘ชิ ยุ่งยากเสียจริงโทบิรามะยืนขึ้นเต็มความสูง เขย่งปลายเท้าสลับกับเสมองไปรอบๆ เขาอยากให้เด็กคนนี้หยุดร้องไห้แล้วออกไปจากตรงนี้ ทำยังไงดีนะ ปกติเจ้าพี่บ้าปลอบน้องๆยังไงนะ...?

     “นี่น้องสาว...เจ้าไม่บอกข้าก็ไม่รู้หรอกนะ

     “หยุดเรียกข้าแบบนั้นสักที!...ข้าไม่ใช่เด็กผู้หญิงนะ!”

          เด็กน้อยผมดำตวาดใส่ ใบหน้าหวานเข้ากับผิวสีขาวผ่องทำให้เด็กน้อยดูน่ารักน่าชัง ดวงตาสีดำสนิทนั่นก็คงดูงดงามอยู่หรอกถ้าหากไม่มีรอยบวมแดงใต้ตาที่เกิดจากการร้องไห้

     “หรอ...เจ้าดูเหมือนเด็กผู้หญิงนี่โทบิรามะกวนอารมณ์เด็กน้อย

     “แค่ไว้ผมยาวก็แปลว่าเป็นผู้หญิงหรือไง เจ้านี่โง่เสียจริงเด็กน้อยผมดำมุ่ยหน้าไม่พอใจ

     “ที่บอกว่าดูเหมือน ก็เพราะว่าเจ้าร้องไห้กระซิกๆอยู่ได้ตั้งนานต่างหากเล่า

          คำพูดของเด็กน้อยผมขาวทำให้เด็กน้อยผมดำชะงักไป เขารีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้  

     “ข้าไม่ได้ร้องนะ

     “นี่...ข้าเบื่อที่จะถามซ่อกแซ่ก...

     “พี่ชายข้าตาย...ในสนามรบ

          เด็กน้อยผมดำพูดแล้วก้มหน้าลง โทบิรามะรู้สึกแย่นิดหน่อยที่บีบให้เขาพูดในเรื่องที่ไม่อยากนึกถึงหรือจดจำ เขาขี้เกียจหาวิธีไล่เด็กน้อยตรงหน้านี้แล้ว โทบิรามะจึงนั่งลงข้างๆเด็กน้อยเจ้าน้ำตา

     “เจ้าชื่ออะไรโทบิรามะถาม

     “อิสึนะ...เจ้ารู้แค่นี้ก็พออิสึนะตอบแล้วเจ้าชื่ออะไรหรือ

     “โทบิรามะ...เจ้าก็เป็นนินจางั้นรึ ดูไม่เหมือนเอาเสียเลยนะโทบิรามะหัวเราะในลำคอ

     “ข้าเก่งนะ!” อิสึนะผลุดลุกขึ้น ใต้ตาสีแดงกับแก้มป่องๆทำให้เด็กน้อยดูน่ารักแทนที่จะดูน่ากลัว เจ้าดูถูกข้าแบบนี้ยอมไม่ได้อิสึนะชักมีดคุไนออกมาจากสาบเสื้อ โทบิรามะผลุดลุกขึ้นหยิบอาวุธออกมาเช่นกัน

          ถึงจะดูอ่อนแอแค่ไหน แต่นินจาก็คือนินจา จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด...

 .

               หลายชั่วโมงต่อมา

          อิสึนะทรุดนั่งหอบหายใจหนักหน่วง ตามตัวมีบาดแผลเป็นรอยเฉือนเล็กๆทั่วตัว โทบิรามะเองก็ยืนหอบเหมือนกันแต่ตัวเขาไม่ค่อยมีแผลเลย

     “ว่าอย่างไรล่ะ...แฮ่กๆ...น้องสาวโทบิรามะแกล้งแหย่เล่น

          อิสึนะขบฟันแน่นจนปวดกราม เด็กน้อยพยายามลุกขึ้นแต่เรี่ยวแรงก็ถูกสูบออกไปจนหมด เขาทรุดลงนั่งอีกครั้งและก้มหน้าลง ทำให้โทบิรามะรู้สึกผิดน้อยๆ เด็กน้อยผมขาวเดินเข้าไปหาอิสึนะ แต่อยู่ๆเด็กน้อยผมดำก็สะดุ้งตัวขึ้นมา

     “แย่แล้ว! เย็นป่านนี้แล้วหรอเนี่ย พี่ชายข้าต้องกลับบ้านไปแล้วแน่ๆเลย

     “ไหนบอกว่าพี่เจ้าตายไปแล้วโทบิรามะตั้งข้อสังเกต

     “ข้ามีพี่ชายหลายคนอิสึนะลุกขึ้นโงนเงน แต่ก็ดูพอเดินได้ ข้าเหลือเขาเป็นคนสุดท้ายแล้ว เขาเองก็เหลือแค่ข้าเหมือนกัน เขาเลยหวงข้ามากเป็นพิเศษ

          อิสึนะตั้งท่าจะเดินกลับ แต่แล้วก็หยุดกึก เขาหันมาทางโทบิรามะ เราจะได้เจอกันอีกไหม

     “ข้าไม่ได้ว่างทุกวันโทบิรามะพูด แต่ถ้าวันใดเจ้ารู้สึกไม่สบายใจ หรือคิดถึงข้า ไม่แน่เราอาจได้พบกันอีก

     “ข้าไม่คิดถึงเจ้าหรอกอิสึนะมุ่ยหน้าก่อนจะวิ่งเหยาะๆกลับลงไป โทบิรามะหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินลงจากชะง่อนผาไปอีกทางหนึ่ง

          พูดถึงน้องชาย เขาเองก็มีน้องชายเหมือนกันนะ แต่ไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันเท่าไหร่เลย วันทั้งวันก็มีแต่เรื่องสงครามๆเต็มหัวไปหมด กลับไปก็ไปเล่นกับพี่ชายน้องชายสักหน่อยดีกว่า

 .

          ในขณะที่โทบิรามะเดินเข้าเขตที่อยู่ของตระกูลเซ็นจู เขาก็พบกับข่าวร้าย

          ตลอดทางที่เดินมา ในหัวของโทบิรามะคิดแต่คำว่า เป็นไปไม่ได้ๆมาตลอด แต่พอถึงบริเวณฝังศพของตระกูล ใบหน้าของท่านพ่อ พี่ฮาชิรามะและอิทามะ ก็ทำให้เขารู้ว่ามันเป็นความจริง

          คาวารามะตายแล้ว...

          ทุกครั้งที่ดินถูกถมทับลงไปบนโลงศพ ใจของโทบิรามะจะปวดหนึบ เหมือนมีคนมาฝังหัวใจของเขาไปจริงๆ แล้วเขาก็คิดถึงอิสึนะ เด็กน้อยคนนั้นอ่อนแอเหลือเกิน เขาคงรู้สึกเจ็บแบบที่โทบิรามะเจ็บ ถึงได้มานั่งร้องไห้แบบนั้น นึกย้อนกลับไปก็ไม่น่าไปแกล้งแหย่เขาตอนกำลังเศร้าเลย


          ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา อิทามะก็ตายในวงล้อมของศัตรูฝ่ายตระกูลอุจิฮะ นั่นทำให้โทบิรามะไม่อาจควบคุมความเศร้านี้ได้อีกต่อไป เวลาบ่ายหลังจากฝังศพอิทามะเรียบร้อยแล้ว เขาก็วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปยังชะง่อนผาที่เดิม ระหว่างทางเด็กน้อยต้องกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมานี้ไว้ จะให้ใครเห็นไม่ได้

     “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

          โทบิรามะแผดเสียงตะโกนบนชะง่อนผา เขาร้องเสียงดังสลับกับสะอื้นเล็กน้อยเพื่อกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ สามสิบนาทีต่อมาโทบิรามะก็ทรุดลงคุกเข่า คอของเขาแห้งผากและแสบไปหมดจากการตะโกน แต่นี่ก็เทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดภายในจิตใจของเขาเลยแม้แต่น้อย

     “...โทบิรามะ...

          เสียงหนึ่งกระซิบหลังต้นไม้ โทบิรามะหันควับพร้อมมีดคุไนในมือ แต่กลับปรากฎร่างเล็กๆของอิสึนะยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ เด็กน้อยดูกล้าๆกลัวๆ เหมือนไม่รู้ว่าเด็กน้อยผมขาวพร้อมจะให้เข้าใกล้หรือไม่

     “อิสึนะ...โทบิรามะทักเสียงแหบ ไม่รู้ทำไม เมื่อได้เห็นใบหน้าหวานของคนตรงหน้านี้แล้วเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้น ว่าอย่างไร...เจ้ามีเรื่องไม่สบายใจรึ...หรือว่าเจ้าคิดถึงข้า

          โทบิรามะพูดติดตลกยั่วโมโหเด็กน้อยผมดำเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเสียใจ แต่อิสึนะไม่มีท่าทีโมโห เด็กน้อยเดินเอามือไพ่หลังย่องมาทางโทบิรามะช้าๆ

     “ไม่ใช่หรอก...ข้าแค่ ได้ยินเสียงตัวอะไรสักอย่างแหกปากเสียงดัง ก็เลยมาดูเท่านั้นเอง

     ‘บ้าเอ๊ย โดนเห็นจนได้โทบิรามะรู้สึกขายหน้าเป็นบ้า เด็กน้อยนั่งหันไปทางชะง่อนผา อิสึนะค่อยๆสาวเท้าเข้าใกล้โทบิรามะช้าๆ ก่อนจะนั่งคุกเข่าข้างเด็กน้อยผมขาว

     “ดื่มหน่อยไหมอิสึนะยื่นกระบอกไม้ไผ่มาให้ ในนั้นมีน้ำดื่มเย็นๆบรรจุอยู่เต็มกระบอก โทบิรามะก้มหัวน้อยๆเป็นการขอบคุณก่อนจะรับน้ำมาดื่ม

     “เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ...พอจะบอกข้าได้ไหมอิสึนะรบเร้า

          โทบิรามะลังเล แต่ก็บอกเรื่องการตายของน้องชายให้ฟัง หลังจากนั้นเด็กน้อยทั้งสองก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเพื่อลดความโศกเศร้าในหัวใจ แทนที่มันด้วยช่วงเวลารื่นเริงและผ่อนคลาย 

.

          เมื่ออาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า โทบิรามะก็ขอตัวกลับก่อน แต่ชายเสื้อก็ถูกรั้งไว้ด้วยมือคู่น้อย

     พบกันคราวหน้า ข้าอยากให้พวกเราพบกันด้วยรอยยิ้มมิใช่ความเศร้าอิสึนะยิ้มน้อยๆ ได้ไหม

          โทบิรามะยิ้มแล้วลูบหัวทุยของเด็กน้อย มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าและข้า...แต่สำหรับข้า คงตอบว่าได้เด็กน้อยยิ้มและเดินกลับลงมา ทั้งๆที่วันนี้เขาคิดว่าคงจะเป็นวันที่แย่ที่สุด แต่กลับรู้สึกดีขึ้นเพียงแค่พูดคุยกับเด็กน้อยผมดำ เพียงเท่านี้เขาก็มีกำลังใจในการก้าวต่อไปแล้ว

 .

               หลายเดือนต่อมา

          ท่านพ่อจับได้ว่าคนที่พี่ฮาชิรามะไปหาทุกวันคือคนในตระกูลอุจิฮะ ท่านพ่อสั่งให้พี่พาพวกเราไปหาคนๆนั้นเพื่อสังหาร เห็นว่าเป็นทายาทคนสำคัญของตระกูลเสียด้วย

          หลังจากพี่ฮาชิรามะกลับห้องไปแล้ว ท่านพ่อก็สั่งให้โทบิรามะเตรียมตัวเพื่อต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ โทบิรามะรับคำหนักแน่นก่อนจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง

     ‘คนเมื่อเช้า...คงไม่ใช่อิสึนะหรอกใช่ไหมโทบิรามะคิดพลางลับดาบให้คม ตอนที่เขาไปแอบดูพี่ฮาชิรามะ มีอีกคนที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้กำลังจับตาดูเด็กจากตระกูลอุจิฮะอยู่ ถึงเขาจะไม่ได้เจออิสึนะมานานแล้ว แต่เขายังจำใบหน้าหวานกับดวงตาสีดำสวยได้เป็นอย่างดี พออิสึนะสังเกตเห็นโทบิรามะ เด็กน้อยก็รีบกระโจนหายไปในทันที

          ก็สงสัยอยู่หรอก ทั้งเครื่องแต่งกาย ผมสีดำและรูปแบบการต่อสู้ บ่งบอกว่าอิสึนะคือคนหนึ่งในตระกูลอุจิฮะ แต่โทบิรามะกลับเลือกที่จะเพิกเฉยและหวังว่าเขาคงคิดผิดไปเอง จนกระทั่งวันนี้...

     “โถ่เว่ย!” โทบิรามะซุกหน้าลงกับหมอน พรุ่งนี้ต้องออกไปสู้แล้ว ได้โปรดเถอะ ขอให้พรุ่งนี้ ข้าไม่เจอกับเจ้า

 .

     “...อิสึนะ...งั้นสินะ

     “เจ้าเองก็คงเป็น...โทบิรามะ

          เด็กน้อยทั้งสองคนประจันหน้ากันด้วยชุดเกราะเต็มยศและอาวุธครบมือ ตราประจำตระกูลเด่นหราอยู่บนชุดตอกย้ำความโง่งมของตัวเอง โทบิรามะสังเกตเห็นความหวั่นไหวในแววตาสีดำคู่นั้น ดูจากท่าทีนิ่งเฉยของอิสึนะ เขาคงคาดการณ์มาแล้วสินะ ว่าจะต้องเจอกับโทบิรามะ

          ฟุ่บ!

          สองผู้ยิ่งใหญ่ประจำตระกูลกระโจนเข้าปะทะกัน โทบิรามะกับอิสึนะเองก็วิ่งเข้าประลองดาบกัน เสียงตะโกนห้ามของเหล่าพี่ชายไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อดวงตาของทั้งสองประสานกัน แววตาสั่นไหวของอิสึนะก็สะท้อนภาพของโทบิรามะที่มีท่าทีอ่อนไหวไม่แพ้กัน

          ทำไมกัน การพบกันของพวกเรามันผิดตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมทุกอย่างถึงได้เป็นแบบนี้

          แต่ก่อนที่เด็กทั้งสองจะพูดอะไร ท่านพ่อของพวกเขาก็ปาอาวุธใส่บุตรฝ่ายศัตรู และในช่วงวินาทีนั้น หินก้อนแบนมนสองก้อนก็กระแทกเข้ากับอาวุธก่อนจะตกลงจมหายไปในแม่น้ำ

          อิสึนะกระโดดออกแล้วมีมาดาระยืนขวางอยู่ด้านหน้า ฮาชิรามะเองก็กระโดดมาขวางหน้าโทบิรามะเหมือนกัน ด้วยตำแหน่งนี้ และจากเรื่องที่อิสึนะเคยเล่า ก็ทำให้โทบิรามะพอจะเดาได้

          อิสึนะคือทายาทคนที่สองแห่งตระกูลอุจิฮะ

     “ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายน้องชายของข้าเป็นอันขาด!” ฮาชิรามะตะโกน

     “ข้าเองก็เหมือนกัน!” มาดาระตวาด ก่อนที่เนตรวงแหวนอันเต็มไปด้วยความแค้นจะปรากฎออกมา

 .

          หลังจากนั้นตระกูลทั้งสองก็ล่าถอยกลับกันไปก่อน สิ่งที่ท่านพ่อได้คือลูกชายที่แข็งแกร่งขึ้น สิ่งที่ท่านพี่ได้คือมิตรที่แปรเปลี่ยนเป็นศัตรู และสิ่งที่เหล่าน้องชายได้คือความสับสนในจิตใจ

          กลางดึกคืนนั้นโทบิรามะแอบหนีออกจากบ้าน วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปที่หน้าผา เขาไม่อาจทำจิตใจให้สงบนิ่งได้หากเรื่องมันยังค้างคาใจอยู่แบบนี้ เมื่อเขาไปถึงชะง่อนผา ก็เห็นเด็กน้อยผมดำนั่งอยู่

          ใจหนึ่งโทบิรามะอยากทักทายเขาด้วยคำพูดกวนอารมณ์เหมือนอย่างเคย อยากให้เขาโมโหจนแก้มป่องแล้วโวยวายเหมือนเด็กๆ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปเสียแล้ว อิสึนะดูสงบนิ่งไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน นั่นก็เพราะพวกเรารู้แล้ว รู้ว่าโทบิรามะเป็นเซ็นจู และอิสึนะเป็นอุจิฮะ

     “ข้าเกลียดอุจิฮะโทบิรามะเลือกคำทักทายได้ห่วยแตก แต่...

     “คิดว่าข้าชอบเซ็นจูหรือไง!” อิสึนะตวาด ดวงตาสีดำที่เคยแวววาวงดงาม บัดนี้ มันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สัญลักษณ์เนตรวงแหวนย้ำเตือนถึงความเกลียดชัง เป็นดวงตาที่โทบิรามะเกลียดที่สุด

     “ดูท่าว่าพบกันคราวนี้จะเป็นความแค้นมากกว่ารอยยิ้มสินะโทบิรามะประชดเสียงต่ำ

     “มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า แต่ข้า...อิสึนะเงียบไป ความรู้สึกของเด็กน้อยทั้งสองสับสนปนเป พวกเขาเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่ก็บ่อยพอให้สนิทใจกัน อีกฝ่ายเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว แต่เพราะชื่อของสองตระกูลที่เป็นศัตรูกัน ทำให้เขาต้องเลือก เหมือนกับพี่ชายของพวกเขา

     “เจอกันในสนามรบ อย่าให้ข้าเห็นความหวั่นไหวในตาของเจ้าโทบิรามะพูดพร้อมหันหลังกลับ

     “ตาของข้าจะปรากฎเพียงเนตรวงแหวนเท่านั้นอิสึนะพูด แล้วเด็กทั้งสองต่างก็วิ่งลงผาไปคนละทิศทาง กลับไปยังตระกูลของตนเองเพื่อเตรียมการต่อสู้ทั้งร่างกายและจิตใจ

.

.

.

               “คาถาน้ำ มังกรสามหัว!”

          โทบิรามะรีบดับไฟที่กระจายเป็นวงกว้างก่อนจะลามเข้าไปในหมู่บ้านมากกว่านี้ มังกรน้ำฉกหัวกลืนกินกลุ่มไฟไปเรื่อยๆจนมาถึงกรงไฟตรงกลาง มังกรขดตัวเป็นทางน้ำวงกลมรอบกรงไฟก่อนจะพุ่งเข้าหากรงพร้อมกัน แต่ไฟนั้นรุนแรงมากจนทำให้มังกรทั้งหมดระเหยหายไป

     “โถ่เว้ย ไอ้กรงบ้านี่โทบิรามะเตรียมสร้างน้ำวนเพื่อที่จะทะลุไปถึงลานพิธีได้ในทีเดียว ในขณะนั้นเขาก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของไฟ คาถาสัมภเวสีคืนชีพที่โทบิรามะคิดนี้มันยังไม่สมบูรณ์ แต่แค่นี้ก็เป็นอันตรายมากพอแล้วเขาจึงปิดผนึกคาถานี้ไว้ ไม่รู้เจ้ามาดาระมันไปเอามาจากไหน

          ดูจากรูปแบบวิธีแล้วต่างจากที่โทบิรามะร่างภาพไว้มาก มาดาระคงเอามาผสานกับคาถาไฟที่ตนถนัดแล้วใช้พื้นฐานคาถาของโทบิรามะทำให้มันใช้การได้ขึ้นมา ไฟสีส้มกองใหญ่เริ่มมีไฟสีแดงก่อตัวตรงกลางเป็นรูปคนนั่งคุกเข่าอยู่ โทบิรามะไม่รอช้า รีบพุ่งน้ำวนเข้าใส่กรงไฟทันที

          กรงไฟขาดออกเป็นช่องโหว่ โทบิรามะเดินผ่านไปอย่างง่ายดาย เขามาหยุดยืนอยู่หน้ากองไฟสีส้ม ไฟนี้ร้อนระอุจนแสบไปถึงกระดูก แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง เฝ้ามองกองไฟสีแดงค่อยๆก่อตัวเป็นรูปชายหนุ่มอย่างช้าๆ

.

.

.

          ในสนามรบ ฮาชิรามะกับมาดาระเข้าปะทะกันบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับโทบิรามะกับอิสึนะ ทั้งคู่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาหลายศึก จนทั้งคู่ต่างเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มเต็มตัว กลางดึกคืนหนึ่ง พระจันทร์เต็มดวงดูงดงามยิ่ง โทบิรามะรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขาแอบออกจากฐานเดินตรงมายังหน้าผาที่เดิม หลายปีที่ผ่านมาเขาก็แวะเวียนไปที่แห่งนี้บ้างบางครั้ง เพื่อเหม่อมองดวงดาวและพักผ่อน คืนใดที่เขาเห็นเงาร่างของอิสึนะ เขาจะรีบกลับฐานทันที ซึ่งอิสึนะก็ทำแบบเดียวกัน

          แล้วมันก็เป็นอย่างที่โทบิรามะคาด อิสึนะอยู่ที่หน้าผา นั่งห้อยขาอยู่ตรงชะง่อนผาดูน่าหวาดเสียว สายตาทอดยาวออกไปไกล ถึงโทบิรามะจะเดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มก็ไม่ขยับตัว

     “มาเป็นเป้านิ่งให้ศัตรูฆ่าหรืออย่างไรโทบิรามะยังคงเลือกคำทักทายได้ห่วยแตก

     “..........เด็กหนุ่มผมดำไม่ตอบอะไร สายตายังคงทอดยาวไปยังสุดขอบฟ้า

     “ถ้าเจ้าไม่บอกอะไร ข้าจะ...

     “เจ้ารู้เรื่องกระจกเงาหมื่นบุปผาหรือไม่อยู่ๆอิสึนะก็พูดขึ้นมา

     “ข้าจะไปรู้เรื่องของตระกูลอุจิฮะได้อย่างไร

          อิสึนะก้มหน้าลง สูดลมหายใจพร้อมบอกเรื่องสำคัญ มันคือพลังเนตรที่แข็งแกร่งมาก ข้าไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้างแต่ข้าก็รู้วิธีที่จะได้มันมา

     “โอ้...เจ้าจะบอกว่าเจ้าได้มันมาแล้ว แล้วจะเอาชนะข้าได้อย่างนั้นหรือโทบิรามะกระชับมีดคุไนในมือ

     “การจะได้มันมา...ต้องครอบครองเนตรวงแหวนสองคู่อิสึนะหลับตาลง

          โทบิรามะขมวดคิ้ว เจ้าว่า...อย่างไรนะ

     “ดวงตา...ของพี่น้อง ถ้าได้มันมาครอบครองก็จะได้พลังนั้นมาอิสึนะหันมามองหน้าโทบิรามะ ดวงตาสีดำอันงดงามจับจ้องมาที่เขา เจ้าคงรู้สินะ ว่าระหว่างข้ากับท่านพี่ ใครจะได้พลังนี้ไป

          โทบิรามะเงียบไป อิสึนะก็เหมือนกัน เด็กหนุ่มหันไปจ้องพระจันทร์อยู่นานราวกับว่าเขาจะไม่ได้มองมันจากมุมนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

     “ถึงเจ้าจะตาบอด แต่ข้าก็ยังอยู่กับเจ้าโทบิรามะหลบตา

          อิสึนะยิ้มน้อยๆ เจ้าอย่าแสร้งโง่ไปหน่อยเลย เจ้าก็รู้ ว่ามันจะไม่ได้มาแค่อีกฝ่ายเจ็บตัว...

     “ข้าคิด...มาตลอดโทบิรามะพูดขัด น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ ถ้าหากเจ้าไม่ใช่อุจิฮะแล้วข้าไม่ใช่เซ็นจู เราจะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่

          อิสึนะเบิกตากว้าง ยืนขึ้นทำท่าจะหนีกลับ แต่แขนท่อนบางถูกโทบิรามะรั้งไว้

     “พบกันคราวหน้า เจ้าคงจะหมดพันธนาการของอุจิฮะ ส่วนข้าเองก็จะยอมสละชื่อเซ็นจูโทบิรามะบีบแขนอิสึนะ เจ้าจะรักข้าได้ไหม

          ดวงอาทิตย์เริ่มขับเคลื่อนเข้าสู่ท้องนภา ขับไล่เหล่าดาราและจันทราออกไป แสงแดดรำไรบดบังความสว่างไสวในความมืดโดยสิ้น อิสึนะวางมือที่สั่นไหวลงบนอกของโทบิรามะ

     “ข้ารักเจ้า...อิสึนะกำมือ

     “ไม่ได้

 .

               สามวันต่อมา

          ในสนามรบของตระกูลอุจิฮะและตระกูลเซ็นจู สองฝ่ายเข้าต่อสู้กันตั้งแต่รุ่งเช้าจนถึงสาย ฮาชิรามะเข้าปะทะกับมาดาระ ทิ้งรอยไหม้และรากไม้เป็นทางขณะต่อสู้ โทบิรามะกับอิสึนะเองก็สู้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าวันนี้มันต่างกันออกไป

          แววตาของโทบิรามะเต็มไปด้วยความหวั่นไหว เขาว่อกแว่กจนเกือบพลาดท่าให้อิสึนะหลายครั้ง ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มผมดำ อิสึนะในวันนี้มีแววตาที่เด็ดเดี่ยว เหมือนกับว่าเขามีแผนที่จะทำอะไรสักอย่างซึ่งเขาต้องมีสมาธิเพื่อทำมันให้สำเร็จ โทบิรามะภาวนาขอให้อิสึนะอย่าทำอะไรโง่ๆเลย

          ฟุ่บ!

          อิสึนะพุ่งเข้าหาโทบิรามะ เนตรวงแหวนปรากฎเข้าสู่สายตาของชายหนุ่มผมขาว

     ‘สู้สิ...โทบิรามะ ขจัดความหวั่นไหวในดวงตาเจ้าทิ้งไปแล้วจงฆ่าข้าซะ

     “อึ่ก!”

          ชั่วพริบตาที่เผลอมองเนตรสีแดง โทบิรามะก็ต้องมนต์ ถึงเขาจะหลบตาในทันทีก็ไม่อาจทัน อิสึนะชกเขา ถีบเขาไปด้านหลังแล้วใช้คาถาไฟโจมตี โทบิรามะป้องกันด้วยคาถาน้ำ ม่านไอน้ำทำหน้าที่เหมือนหมอก อิสึนะมองการโจมตีของศัตรูด้วยเนตรวงแหวน ฉับพลันมีดคุไนนับสิบเล่มปาใส่เขา อิสึนะหลบได้แต่...

     ฉัวะ!!!

          โทบิรามะที่ต้องมนต์เนตรวงแหวน ดวงตาที่ปราศจากความหวั่นไหวกลับทำให้เขามืดบอดไปชั่วขณะ โทบิรามะพุ่งตัวแทงอิสึนะใกล้หัวใจ

          เมื่อชายหนุ่มผมขาวได้สติ เขาก็สังเกตเห็นเลือดสีแดงฉานบนปลายดาบของตัวเอง

     ‘ไม่นะ...โทบิรามะรีบทิ้งดาบลง เจ้าของเลือดนี่...หรือว่า

      อั๊ก...

      อิสึนะกระอักเลือด บนพื้นที่ชายหนุ่มผมดำยืนอยู่มีแต่หยดเลือดเต็มไปหมด

     ‘ไม่จริง’ 

     “อิสึ...

     “อิสึนะ!!!!!” มาดาระตะโกนเรียกน้องชาย ละทิ้งการต่อสู้ตรงหน้าแล้วรีบวิ่งมาประคองน้องชายที่ล้มลง

     “อดทนไว้นะ ข้าจะต้องช่วยเจ้าให้ได้!” ผู้นำตระกูลอุจิฮะกล่าวเสียงสั่น เขาพยุงอิสึนะขึ้นก่อนที่ฮาชิรามะจะเข้ามาขวางเพื่อเจรจากับเพื่อนเก่าอีกครั้ง 

     ถ้าโทบิรามะเป็นพวกเลือกคำทักทายได้ห่วยแตก ฮาชิรามะก็เป็นพวกเจรจาได้ห่วยแตกเหมือนกัน เพราะระหว่างเจรจา แม้ฮาชิรามะจะยื่นมือมาด้วยความจริงใจ แต่เหล่านินจานับสิบด้านหลังนั้นกลับกระชับคุไนในมือแน่นพร้อมต่อสู้  ซึ่งแน่นอน อิสึนะเห็นมันเลยพูดห้ามพี่ชายแบบนั้นออกไป

          ก่อนที่มาดาระจะพาอิสึนะหายไป ชายหนุ่มผมดำหันหน้ามามองชายหนุ่มผมขาว ยกยิ้มมุมปากน้อยๆพร้อมขยับริมฝีปากที่เต็มไปด้วยเลือด ได้ใจความว่า

               ‘แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้ง

.

.

.

     “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อิสึนะของข้ามาดาระพูดพลางลูบหัวน้องชายที่นอนบาดเจ็บอยู่บนฟูก อิสึนะมองหน้าพี่ชาย ถึงมาดาระจะพูดว่าเป็นห่วงน้องชายมากแค่ไหน แต่ดวงตาที่จับจ้องมาที่ ตาของอิสึนะก็ทำให้ผู้น้องรับรู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง

     “พี่มาดาระ...ถ้าหากว่าท่านไม่มีข้าแล้ว ท่านจะอยู่ได้ใช่ไหมอิสึนะถาม

     “เจ้าอย่าพูดแบบนั้นสิ...ทุกอย่าง...มันจะต้องเรียบร้อยมาดาระกล่าวเสียงสั่น

          อิสึนะเงยหน้ามองเพดาน ธงตราตระกูลอุจิฮะเด่นหราอยู่บนคาน ชายหนุ่มจับจ้องมันเป็นครั้งสุดท้าย

     “ข้ารักพี่นะ...มาดาระ

     “ฮึก...อิสึนะมาดาระสะอื้นไห้ หัวใจมันเจ็บเหมือนมีมือนับร้อยบีบมันพร้อมๆกันข้าขอโทษ

          อิสึนะหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของคนที่เขารักมากที่สุด แต่คนๆนั้นคงไม่รับรู้ถึงมันหรอก

     ‘โทบิรามะ...ขอโทษนะ ที่ต้องให้เจ้าเป็นคนลงมือ แต่ข้าได้ตัดสินใจแล้ว

          มาดาระเปิดตาอิสึนะออก มือที่สั่นเทาค่อยๆกดลงไปในเบ้าตาของชายหนุ่ม

          ‘ข้ารักเจ้านะ

     มาดาระดึงดวงตาของชายหนุ่มออกไป แล้วทุกสิ่งของอิสึนะ ก็ดับมืดไป ตลอดกาล

.

.

.

               หลายวันต่อมา

          มาดาระปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับเนตรวงแหวนแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่โทบิรามะสนใจ ข้างกายมาดาระ ไม่มีอิสึนะยืนอยู่...

     “อิสึนะไปไหนงั้นหรือฮาชิรามะทักถาม

     ‘ไม่นะ...

     “เขาตายแล้ว...จากแผลเมื่อตอนนั้นมาดาระตอบ

     ‘ไม่จริง

          ภายในหูของโทบิรามะเกิดเสียงวิ้งทำให้ไม่ได้ยินบทสนทนาที่เหลืออีกเลย อิสึนะตายแล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะเขา เขาเป็นคนฆ่าอิสึนะ ไม่สิ มันต้องไม่เป็นความจริง นี่ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม

     “น้องชายข้าตายแล้ว น้องชายเจ้าก็ต้องตายตามเขาไป!!” มาดาระตวาดก่อนจะเข้าโจมตีทั้งคู่

          ฮาชิรามะผลักโทบิรามะที่กำลังเหม่อออกไปแล้วเข้าปะทะกับมาดาระ โทบิรามะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มาดาระนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นพร้อมพูดให้ฮาชิรามะเลือกระหว่างชีวิตของตัวเองกับน้องชาย

          ฮาชิรามะเลือกตัวเองแล้วกำลังจะฆ่าตัวตาย ก่อนที่โทบิรามะจะห้าม มาดาระก็ดึงมือฮาชิรามะไว้แล้วยอมจำนนแต่โดยดี ยุติความขัดแย้งอันยาวนานลงได้ด้วยการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว

          โทบิรามะอยากจะทุบหัวพี่ชายแล้วบอกให้เขารีบๆแทงตัวเขาเถอะ เขาไม่อาจทนอยู่กับความจริงที่ว่าเขาฆ่าอิสึนะไปได้ 

.

          คืนนั้นโทบิรามะเดินไปที่ชะง่อนผาที่เดิม วันนี้พระจันทร์เต็มดวงดูโดดเด่นบนฟากฟ้า แต่กลับไม่มีดาวสักดวงอยู่เคียงข้างกัน โทบิรามะหยุดยืนอยู่ปลายชะง่อนผา สายลมอันเหน็บหนาวพัดพาร่างของชายหนุ่มยืนโงนเงนจนน่าหวาดเสียว

          ‘แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้งคำพูดของอิสึนะยังก้องอยู่ในหัว

          ‘เมื่อไหร่กันเล่าโทบิรามะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำตาหยดไหลลงมาเป็นสาย นักรบหนุ่มผู้เข้มแข็ง บัดนี้กลับอ่อนแอเพราะสิ่งเดียวที่มีค่าสำหรับเขาได้ถูกช่วงชิงไปด้วยความตาย...ที่เขาเป็นคนพามันมาเอง

     “อิสึนะ...ข้าต้องการเจ้าคืนมาโทบิรามะทรุดลงคุกเข่า พูดทุกสิ่งที่อัดอั้นในใจให้ดวงจันทร์ฟัง ข้าเกลียดอุจิฮะ เกลียดเหลือเกิน ข้าไม่อาจยอมรับสองตระกูลได้เหมือนท่านพี่” 

     “แต่ข้ากลับรักเจ้า รักเหลือเกิน เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ข้าสาบานจะปกป้องด้วยชีวิต แต่ข้ากลับเป็นคนพรากชีวิตเจ้าเอง

          โทบิรามะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ได้แต่หวังว่าคำพูดทั้งหมดจะส่งไปถึงชายหนุ่มผมดำ 

     “เจ้าคงไม่รู้งั้นสินะ ว่าข้ารักเจ้ามากแค่ไหน ข้ามันโง่เองที่ไม่ได้บอกออกไป ข้าขอโทษนะ

     ‘ข้าคงไม่ได้พบเจ้าอีกแล้วดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า แสงแดดยามเช้าปรากฎสู่สายตาของโทบิรามะ ชายหนุ่มยืนขึ้น ทอดมองไปยังขอบฟ้าแสนไกล

          ‘ข้ารักเจ้านะ

     กระแสลมเหนือพัดผ่านร่างของชายหนุ่ม แล้วความรู้สึกของโทบิรามะ ก็ถูกผนึกไว้ ตลอดกาล

.

.

.

          ไฟสีแดงก่อตัวกันจนเสร็จสมบูรณ์ ปรากฎร่างของอิสึนะนั่งคุกเข่าอยู่กลางกองไฟ ทั่วทั้งร่างของชายหนุ่มถูกปกคลุมไปด้วยไฟ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ร้อนแต่อย่างใด ชายหนุ่มลืมตาขึ้น สีหน้าดูแปลกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มผมขาวอยู่ตรงหน้า

          โทบิรามะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่หยดน้ำตาก็ระเหยไปอย่างรวเร็วเพราะความร้อน คาถานี้ได้ผล อิสึนะจริงๆ เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว

          ชายหนุ่มคุกเข่าต่อหน้าคนที่เขาอยากเจอมาตลอด ความรู้สึกที่ถูกผนึกและเหตุการณ์ที่เขาไม่อยากจะจำมันย้อนกลับมาหาเขา ภาพที่อิสึนะล้มลงเพราะดาบของโทบิรามะยังติดตา ความรู้สึกผิดยังเจ็บไปถึงหัวใจ

     “อิสึนะ...ข้าเสียใจ เสียใจเหลือเกิน

          โทบิรามะยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของอิสึนะ ผิวของเขาถูกไฟไหม้จนทะลุไปถึงเนื้อใน อิสึนะก้มมองสำรวจตัวเองถึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มผมดำยื่นมือไฟมาสัมผัสใบหน้าของโทบิรามะพร้อมดึงเข้าไปใกล้ จรดหน้าผากของทั้งคู่เข้าด้วยกัน

     “แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้ง

          อิสึนะกล่าว โทบิรามะขมวดคิ้ว เจ้าหมายความว่าอย่างไร เราก็อยู่ด้วยกันแล้วนี่


          ทันใดนั้นฝนห่าใหญ่ก็เทลงมา อิสึนะคลายคาถากรงไฟออก ทำให้ฝนตกลงมาดับไฟบนลานพิธีช้าๆ อิสึนะกำลังจะหายไป

     “ไม่นะ...อิสึนะ!” โทบิรามะพยายามหาวิธีหยุดมัน แต่ร่างกายของเขาถูกเผาไหม้จนแทบขยับตัวไม่ได้ ในขณะที่โทบิรามะกำลังสติแตก อิสึนะก็วางมือลงบนอกของเขา รอยยิ้มอันงดงามแต่แฝงความเศร้าโศกปรากฎสู่สายตาของโทบิรามะ

     “ข้ารักเจ้านะ โทบิรามะอิสึนะกล่าว น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงมาตามใบหน้าที่เริ่มเย็นชืด

     “ข้าก็รักเจ้า อิสึนะ รักมาตลอดโทบิรามะกล่าวทั้งน้ำตา ชายหนุ่มดึงคนรักเข้ามาจูบ แต่มันกลับสายไปเสียแล้ว ร่างกายไฟที่ไม่สมบูรณ์สูญสลายดับลง เหลือเพียงกองเถ้าถ่านตรงหน้า


          โทบิรามะไม่อาจอดทนต่อความเจ็บปวดนี้ได้ เขาแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า

     “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

          ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับสายฝน เสียงตะโกนที่สลับกับสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วบริเวณ หยาดน้ำตาหลอมรวมกับน้ำฝนชะโลมทั่วใบหน้าของโทบิรามะ ชายหนุ่มร่ำร้องอยู่นานจนไม่ทันสังเกตเห็นว่าพี่ชายของเขายืนอยู่ข้างหลัง

     “โทบิรามะ...มาดาระตายแล้วฮาชิรามะกล่าว

     “...พี่ฆ่าเขาหรือ

     “ใช่

     “ทำไม

     “เพราะบางสิ่งก็สำคัญยิ่งกว่าคนที่ข้ารักฮาชิรามะกล่าว เมื่อสองสิ่งไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ เจ้าก็ต้องเลือกสิ่งที่สำคัญกับเจ้ามากที่สุด

     “...พี่เสียใจหรือไม่โทบิรามะถามย้ำ

     “ข้าเสียใจ แต่สักวันหนึ่ง โทบิรามะ...สักวันหนึ่งเจ้าจะพร้อม ที่จะก้าวต่อไป

          สิ้นคำฮาชิรามะก็เดินกลับหมู่บ้านไป โฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งต้องเข้มแข็งเพื่อหมู่บ้าน เมื่อคนรักของเขาไม่อาจหยุดความแค้นเคืองที่มีได้ เขาก็ต้องหยุดชีวิตของคนรักเสีย เพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า...

          โทบิรามะแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า ฝนเริ่มหยุดตกและฟ้าก็เริ่มโปร่งแล้ว พี่ฮาชิรามะพูดถูก สักวันหนึ่งเขาจะพร้อม ในตอนนี้เขายังอยู่กับอิสึนะไม่ได้ เขาต้องเข้มแข็งเพื่อหมู่บ้าน ก้าวต่อไปในฐานะโฮคาเงะรุ่นที่สอง แต่สักวันหนึ่ง...

               “แล้วเราจะได้พบกันอีกครั้ง

          โทบิรามะพูดกับท้องฟ้า หวังว่าคนบนฟ้าจะรับรู้ถึงมัน

.

.

.

     “เขาตายหรือยัง กินคาคุ

     “ยังหรอกคินคาคุ แต่ก็ใกล้แล้ว

          เสียงของสองพี่น้องกินคินพูดอยู่เหนือร่างท่วมเลือดของโทบิรามะ ก่อนจะกลับไปรวมกลุ่มกับนินจาอีกกว่ายี่สิบคน

     “เสียดายที่พวกมันคนอื่นหนีไปได้เนอะ กินคาคุ

     “ปล่อยไปเถอะคินคาคุ แค่โฮคาเงะรุ่นที่สองก็ทำพวกเราแทบแย่แล้ว

     “นั่นสินะ ต้องรุมอยู่ตั้งนานกว่าจะโค่นหมอนั่นลงได้

     “อีกอย่าง แค่สังหารโฮคาเงะได้ก็ทำให้ชื่อเสียงของเรากระจายไปไกลแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ!”

          สองพี่น้องหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่งก่อนจะนำกลุ่มนินจาของเขากลับหมู่บ้านไป ทิ้งร่างของโทบิรามะไว้ที่ลานต่อสู้ ถึงจะเป็นศัตรูกันก็ตาม แต่ก็ไม่มีนินจาคนใดเคยลบหลู่ศพของนักรบด้วยกันเลย

.

.

.

               ‘อา มันจบแล้วสินะ

          โทบิรามะคิด หลังจากมอบตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นที่สามให้ฮิรุเซ็น ก็ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อพวกศัตรูออกมาแล้วเด็กพวกนั้นก็หนีไป ขอให้กลับหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัยทุกคนด้วยเถอะ

     “อึ๊ก!”

          โทบิรามะพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับไม่ขยับตามคำสั่ง ชายหนุ่มผ่อนแรงลง ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนจากความมืดเป็นแสงสว่างช้าๆ 

          วาระสุดท้ายของเขาคงมาถึงแล้วสินะ โทบิรามะรู้สึกได้

     “อิสึนะ...โทบิรามะพึมพำเบาๆ ข้ากำลังไปหาเจ้าแล้วนะ

           เมื่อแสงสว่าง สาดส่องถึงตัวโทบิรามะ สติของเขาก็มืดดับลงไป แล้วโทบิรามะก็หลับไปตลอดกาล

.

.

.

     “โทบิ...

     “โทบิรามะ...

     “โทบิรามะ!”

          ‘เฮือก!’

          โทบิรามะสะดุ้งตื่นขึ้น พอเขาลุกขึ้นนั่งสำรวจตัวเอง บาดแผลทั้งหมดก็หายไปแล้ว เมื่อเขามองไปรอบๆก็พบว่าเขาอยู่ที่หน้าผาอันคุ้นเคย แต่บรรยากาศกลับต่างออกไป ที่นี่ดูสงบแล้วว่างเปล่าพิกล เหมือนกับว่า...

     “โทบิรามะ...

          สิ้นเสียงหวานที่ไม่ได้ยินมานาน ชายหนุ่มหันไป อิสึนะของเขานั่งอยู่ตรงชะง่อนผา ใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมานาน รอยยิ้มที่ไม่เคยลืมเลือนปรากฎเข้าสู่สายตาของโทบิรามะ เขาอยู่ตรงนี้แล้วจริงๆ อิสึนะ...

     “ว่าอย่างไร...เจ้ามีเรื่องไม่สบายใจรึ...หรือว่าเจ้าคิดถึงข้าอิสึนะล้อเลียนคำพูดของโทบิรามะ

          โทบิรามะยิ้มบางๆพลางเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม มีสิ...

     “ข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงเหลือเกิน

          โทบิรามะกอดอิสึนะ ในตอนนี้ทั้งสองหมดสิ้นแล้วซึ่งพันธนาการแห่งอุจิฮะและเซ็นจู ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน

 

                    ‘เราได้พบกันอีกครั้งแล้ว


     จบบริบูรณ์



ผลงานอื่นๆ ของ snake-butterfly

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Maytrarika (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:42

    เพอร์เฟ็ค เกิร์ล!
    #5
    0
  2. #4 TAMMM27 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 17:55

    ทั้งสุขทั้งเศร้า😭😭😭
    #4
    0
  3. #3 ลำเจียกก='●'= (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 03:29
    น้ำตาไหลหนะกมากกกก ซึ้งมากค่ะ ชอบมากกกก
    #3
    0
  4. #2 nEo
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:57

    คือสุดท้ายก็ได้อยู่ด้วยกัน มันดูมีความสุข...มีความสุขมากเลยค่ะฮื่ออออ เศร้าอ่าาาา

    #2
    0
  5. วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 15:38
    ชอบมากกก รักคู่นี้~
    #1
    0