นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF CNBLUE & SNSD] I'd lie ...............(100%)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





A pink - Lovely day

 


สวัสดีมิตรรักนักอ่านทุกคนค่ะ ฮุฮุ  แอบทิ้งฟิคหลักมาแต่งช็อทฟิคอีกแล้ว ตอนแรกกะว่าจะแต่งช็อทฟิคเรื่องนี้ให้จบตั้งแต่ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา แต่งไปแต่งมาดันกลายเป็นว่าพึ่งมาแต่งจบได้พิมพ์คำว่า “The end” เอาเมื่อวาน -..- 

I’d lie เป็นช็อทฟิคที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวโยงกับ 12 PM ช็อทฟิควันเมษาหน้าโง่ หรือวัน April fool day ของคู่จงฮยอนแทยอนที่ไรเตอร์เคยอัพไปแล้วค่ะ เป็นการหยิบเอาตัวละครบางตัวที่มีบทบาทในเรื่องนั้นนิดหน่อย(นิดหน่อยจริงๆเพราะแม้แต่ชื่อก็ไม่ได้บอกไว้ อิอิ) มาเป็นตัวละครหลักในฟิคเรื่องนี้  ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะเขียนให้มันเชื่อมกันแบบนี้เลย เรียกได้ว่ามือมันพาไปเองจริงๆ555555  

 

 



 

 Got A Boy รักร้ายฉบับผู้ชายสีฟ้า

123722102554


   Ghost girl

Detective Highschool! 


By พันธนาการฟ้า

Dangerous valentine
 

 
 

 





Hosting Thanks: NETHISPEED.COM

 

 
 
 

 
Matesoul my

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ส.ค. 56 / 01:45




[Short fiction Yonghwa – Seohyun]

I’d lie


 

I could tell you. his favorite color's green

ฉันบอกคุณได้เลย สีโปรดของเขาคือสีเขียว

He loves to argue. born on the seventeenth

เขาชอบโมโหอยู่เรื่อย เกิดวันที่ 17

His sister's beautiful he has his father's eyes

น้องสาวเขาก็สวย เขาได้ดวงตามาจากพ่อ

And if you ask me if I love him

และถ้าคุณจะถามฉันว่าฉันรักเขาไหม

 I'd lie

ฉันจะโกหก

Taylor Swift - I'd Lie


 

 

            รู้มั้ยว่าสิ่งที่เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ทำเมื่อก้าวเข้าสู้วัยมัธยมมันคืออะไร?  คำตอบก็คือการแอบปลื้มรุ่นพี่หล่อๆซักคนในโรงเรียนและแอบกรี๊ดเบาๆเวลาพวกเขาเดินผ่านมาใกล้ๆไงล่ะ  ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นหน่อยมันก็คงแบบที่ฉันกับเพื่อนสนิทอีกสองคนกำลังทำอยู่นี่ล่ะมั้ง....

            “ดูพี่ยงฮวาสิแก!! คนอะไรหล่อล่ำขนาดนี้เนี่ย! โคตรน่ากินเลยอะ!

ซุนกยูเพื่อนสนิทความสูงต่ำกว่ามาตรฐานของฉันพูดอย่างเก็บอาการหื่นเอาไว้ไม่อยู่  ดวงตากลมโตของยัยนั่นเป็นประกายวาววับเมื่อจับจ้องไปที่ผู้ชายผิวเกรียมแดด สูงราวๆหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรเจ้าของใบหน้าคมคาย ดวงตาคม ริมฝีปากหยัดลึกสีแดงสด นักบาสเบอร์สิบที่กำลังวิ่งทักๆแย่งลูกกลมๆสีส้มกับคู่แข่งอยู่กลางสนามบาส  ดูเหมือนไม่ว่าเขาจะรีบาวด์  ดั๊ง หรือแม้กระทั่งเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าก็เรียกเสียงกรี๊ดดังระงมจากเหล่าสาวแท้สาวเทียมที่ยืนรายล้อมอยู่รอบสนามไปได้ซะหมด  ไม่บอกก็รู้ว่าสาวๆพวกนี้น่ะตั้งใจมาดูนักกีฬามากกว่ากีฬา……..

            “ฉันว่าพี่จงฮยอนที่อยู่ชมรมยูโดน่ากินกว่าอีก”

ยูริเพื่อนสนิทอีกคนของฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า

            “ตกข่าวรึไยงยะ  รายนั้นน่ะเสร็จรุ่นพี่แทยอนปีสามห้องเอไปแล้วถึงน่ากินหล่อนก็ไม่มีสิทธ์กินแล้วล่ะยะ”

ยูริทำปากยื่นอย่างขัดใจเพราะการขัดคอของซุนกยูก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างยัยสองคนนี้ พลางกระแซะเข้ามาหาอย่างน่ารำคาญที่สุดในสามโลก

            “แล้วแกละซอฮยอนทีมบาสโรงเรียนมีแต่ผู้ชายหล่อๆล่ำๆทั้งนั้นไม่สนใจคนไหนบ้างเลยเหรอ”

            “ไม่ล่ะ เชิญพวกแกบ้าไปสองคนเถอะ”

            “เหอะ  แกนี่มันเป็นผู้หญิงที่ชีวิตไม่มีสีสันเอาซะเล๊ย!

ยูริพูดเสียงสูงอย่างเบื่อหน่ายฉันที่ชอบทำตัวแปลกแยกจากผู้หญิงในวัยเดียวกันก่อนจะหันไปเม้าส์มอยกับซุนกยูที่ยังคงไม่ละสายตาจากนักบาสในสนาม

            “ฉันเคยได้ยินมาว่าพี่ยงฮวามีน้องชายด้วยล่ะ  คิดดูสิคนพี่ยังหล่อขนาดนี้แล้วคนน้องจะขนาดไหน”

ฉันหันขวับไปมองยูริทันทีที่ยัยนั่นพูดจบประโยค  พี่ยงฮวาไม่ได้มีน้องชายซักหน่อยแต่มีพี่ชายที่ตอนนี้เรียนหมอปีสุดท้ายอยู่ที่อังกฤษต่างหาก!

            “ปีนี้ฉันได้ยินว่าพี่ยงฮวาจะลงสมัครประธานนักเรียนด้วยนะแก  สงสัยจะได้เลือดความเป็นผู้นำมาจากพ่อที่เป็นนักการเมือง”

ซุนกยูพูดพลางทำตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงรุ่นพี่ในดวงใจของตัวเอง  แต่ให้ตายเถอะ! นี่มันเป็นข่าวที่มั่วที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลย  พ่อของพี่ยงฮวาทำธุรกิจส่งออกอะไหล่รถยนต์ไม่ใช่นักการเมือง  และที่เขาลงสมัครประธานนักเรียนก็ไม่ใช้เพราะมีเลือดความเป็นผู้นำสูงอะไรหรอกแต่เป็นเพราะแพ้พนันกับเพื่อนต่างหาก!  ข่าวพวกนี้มันมีแต่เรื่องโคมลอยทั้งนั้น!  การยืนฟังข่าวมั่วๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไรแต่ไม่สามารถเถียงออกไปได้เพราะกลัวว่า “ความลับ”  จะแตกมันทำให้ฉันรู้สึกหัวเสียขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  ฉันเดินแยกตัวออกมาจากซุนกยูกับยูริคนเดียวเงียบๆเพราะกลัวว่าจะแสดงท่าทางหงุดหงิดออกมาจนทำให้ยัยพวกนั้นจับพิรุธได้…….
 

            เอาล่ะอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพวกคุณคงจะสงสัยกันแล้วล่ะสิว่าว่าความลับที่ว่ามันคืออะไรและทำไมฉันถึงได้รู้ประวัติของจองยงฮวาหรือพี่ยงฮวา  นักเรียนปีสามห้องบีที่ยัยพวกนั้นพูดถึงดีนัก  ฉันรู้ว่าพี่ยงฮวามีเค้าโครงหน้าคล้ายกับพ่อของเขา  แต่ได้ดวงตาสวยๆน่ามองมาจากแม่  รู้ว่าเขาเกิดที่ปูซานแต่ย้ายมาอยู่โซลเพราะเหตุผลทางธุรกิจของครอบครัว  รู้ว่าเขาชอบกินสปาเก็ตตี้  รู้ว่าเขาไม่ชอบกินผักแต่ชอบเนื้อ  และหลงรักการเล่นสโนว์บอร์ดกับบาสเกตบอลเป็นชีวิตจิตใจ  รู้ว่าเขาเล่นกีต้ารเก่งร้องเพลงเพราะแถมยังแต่งเพลงได้  ทำไมฉันถึงรู้น่ะเหรอ?  ก็เพราะพี่ยงฮวาเป็นเพื่อนสนิทกับพี่จงฮยอนพี่ชายของฉันมาตั้งแต่ประถมน่ะสิ  ไม่ค่อยมีใครรู้นักหรอกว่าฉันกับลีจงฮยอนหนุ่มป็อบอีกคนของโรงเรียนเป็นพี่น้องกันเพราะฉันใช้นามสกุล “ซอ” ของพ่อ ส่วนพี่ชายใช้นามสกุล “ลี” ของแม่ตามเคล็ดความเชื่ออะไรซักอย่าง  แล้วรู้อะไรมั้ยที่ฉันบอกยัยพวกนั้นว่าฉันไม่สนใจใครในทีมบาสเลยน่ะ........ฉันโกหก  ลองคิดดูสิว่าคนๆหนึ่งจะสามารถจำรายละเอียดเกี่ยวกับใครบางคนได้ระเอียดยิบแบบนี้ได้ยังไงถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับคนๆนั้นเลย

.........ฉันไม่รู้หรอกว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง  หรือตอนไหน ที่ฉันค่อยๆมองเพื่อนสนิทของพี่ชายเปลี่ยนไป และค่อยๆจดจำเรื่องงราวของเขาได้ขึ้นใจโดยไม่จำเป็นต้องท่องจำ.....รู้ตัวอีกทีนายจองยงฮวาคนนั้นก็เข้ามานั่งเล่นอยู่ในหัวใจของฉันซะแล้ว.... ทันทีที่ฉันรู้ตัวว่าคิดยังไงกับพี่ยงฮวาฉันพยายามซ่อนความรู้สึกบ้าๆพวกนั้นไว้ให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้  เหตุผลน่ะเหรอ?  มันคงจะเป็นความกลัวพื้นฐานของคนที่เป็นฝ่ายแอบรักล่ะมั้ง  กลัวว่าถ้าเขารู้ว่าฉันคิดยังไงแล้วอะไรๆมันจะเปลี่ยนไป  กลัวว่าจากที่เคยได้อยู่ใกล้ๆเขาในฐานะน้องสาวเราจะค่อยๆห่างเหินกันไปทีละนิดแล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้า.....หัวใจของฉันมันยังไม่เข้มแข็งพอจะรับมือกับเรื่องเจ็บปวดแบบนั้นหรอก  เพราะงั้นทุกครั้งที่ฉันเผลอแสดงพิรุธออกมา  ทุกครั้งที่ฉันเผลอแสดงความรู้สึกออกมามากเกินไปและมีคนถามว่าฉันคิดยังไงกับพี่ยงฮวาคำตอบที่พวกเขาจะได้รับกลับไปมันจึงมีเพียง

 

..........เรื่องโกหก

 























 

บ่ายวันหนึ่งระหว่างที่ฉันกำลังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างหิวโหยเพราะอาจารย์คาบก่อนสอนกินเวลาพักเที่ยงมาเกือบยี่สิบนาที  อยู่ๆเสียงซุบซิบจอแจของเหล่านักเรียนในโรงอาหารก็ค่อยๆเงียบลงจนผิดสังเกต  แต่เพราะกำลังถูกความหิวเข้าครอบงำฉันจึงเลือกจะไม่สนใจและลงความเห็นว่าบางทีวันนี้อาจารย์ฝ่ายปกครองอาจจะนึกคึกอยากลงมาตรวจโรงอาหาร  นักเรียนคนอื่นๆก็เลยพร้อมใจกันหุบปากเงียบกริบเพราะกลัวว่าจะเผลอทำผิดกฎข้อใดข้อหนึ่งของโรงเรียนแล้วจะโดนอาจารย์จับโยนไปรอโดนเชือดในห้องปกครอง   แต่แล้วฉันก็รู้ตัวว่าตัวเองคิดผิดเมื่อละสายตาออกจากจานอาหารของตัวเองเพื่อหันไปคว้าน้ำเปล่าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆมาดื่มและพบว่าสาเหตุที่แท้จริงของความเงียบที่เกิดขึ้นมาจากใครบางคนที่กำลังนั่งหน้าแป้นแล้นอยู่ตรงหน้าฉันต่างหาก...ใครบางคนที่เป็นถึงหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน  คนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโรงเรียนเสมอ

            “พี่ยงฮวา!!

ฉันตะโกนออกมาหลังจากบ้วนน้ำที่กำลังดื่มกลับลงไปในขวดเพราะความตกใจ  ใช่ ชายหนุ่มตัวสูงราวๆหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร เจ้าของผิวสีแทน รูปร่างสมส่วนและใบหน้าหล่อเหลาลงตัวที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันคือ “จองยงฮวา” นักเรียนปีสามห้องบีกับตันทีมบาสโรงเรียนผู้ที่สาวๆทั้งโรงเรียนคลั่งไคล้  ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าผู้ที่สาวๆทั้งโรงเรียนยกเว้นฉันคลั่งไคล้ต่างหาก.......เพราะระดับความรู้สึกของฉันที่มีต่อผู้ชายคนนี้น่ะ.......มันเลยคำว่าคลั่งไคล้ไปไกลแล้ว  พี่ยงฮวาทำหน้าเหมือนอยากอ้วกเมื่อเห็นว่าฉันทำอะไรกับขวดน้ำ  แค่ได้เห็นหน้าเขาหัวใจของฉันมันก็เต้นโครมๆจนแทบบ้า  ฉันจัดการกับมันด้วยการสูดลมหายใจเข้าปวดเฮือกใหญ่ และแสร้งทำเหมือนว่าไม่พอใจเพื่อกลบเกลื่อนอาหารเขินอายของตัวเอง

            “โต๊ะว่างมีเยอะแยะ ไปนั่งที่อื่นเลยไปชิ่วๆ!” ฉัน

            “เฮ้! โต๊ะนี่มันไม่ใช่ของเธอคนเดียวซักหน่อยนะตัวเล็ก!

พี่ยงฮวาพูดพลางตักอาหารในจานของตัวเองเข้าปากคำใหญ่  คราวนี้ฉันนิ่วหน้าใส่เขาอย่างไม่พอใจแบบไม่จำเป็นต้องแกล้งเพราะสรรพนามที่คนตรงหน้าใช้เรียกฉัน  “ตัวเล็ก”  ฉันอายุสิบเจ็ด! อีกสามปีจะบรรลุนิติภาวะ เรียกได้ว่าเลยวัยเด็กมาไกลและใกล้จะข้ามขั้นจากวัยรุ่นไปเป็นผู้ใหญ่เต็มที  แล้วทำไมเขายังเรียกเหมือนฉันเป็นเด็กอายุห้าขวบแบบนี้อีก!!!

            “ใช่  โต๊ะนี่มันไม่ใช่ของฉัน แต่ฉันยังไม่อยากโดนใครดักตบในห้องน้ำเพราะบังอาจนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวหับหนุ่มฮอตประจำโรงเรียนหรอกนะ”

ฉันพูดพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อหันไปมองรอบๆตัวและพบว่านักเรียนคนอื่นๆในโรงอาหารกำลังหันมามองทางฉันกับพี่ยงฮวากันเป็นตาเดียว  และบางคนก็กำลังหันไปซุบซิบกับเพื่อนของตัวเองอย่างสนุกปาก  นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่อยากบอกใครนักว่าตัวเองเป็นน้องสาวของลีจงฮยอน หนุ่มหล่อดีกรีนักกีฬายูโดเหรียญทองระดับเขต หนุ่มฮอตอีกคนของโรงเรียน  นักเรียนโรงเรียนนี้บูชาพวกคนหน้าตาดีกันยิ่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูอย่างตอนนี้สิแค่จองยงฮวาเดินมานั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับฉันบางคนยังถึงกับหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเก็บไว้  ถ้าคนพวกนี้รู้ว่าลีจงฮยอนเป็นพี่ชายของฉันเข้าล่ะก็  เชื่อขนมกินได้เลยว่าชีวิตอันสงบสุขในรั้วโรงเรียนของฉันมันจะจบสิ้นลงทันที

            “ซอฮยอนฝากขนมนี่ให้พี่ชายเธอหน่อสิ”

          “พี่ชายของเธอเป็นคนยังไงเหรอซอฮยอน”

          “ฉันกับเธอเรารู้จักกันมานานเพราะงั้นอย่าลืมแนะนำฉันให้พี่ชายของเธอรู้จักบ้างนะซอฮยอน”

และอีกบลาๆสารพัดเรื่องที่จะประเดประดังเข้ามาหาฉันไม่หยุดหย่อน  ถึงตอนนี้พี่จงฮยอนจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วก็เถอะ แต่ระดับความนิยมของเขาในหมู่สาวๆกลับดูเหมือนจะไม่ได้ลดลงไปเลยซักนิด  พี่ยงฮวาไม่สนใจคำพูดของฉันซักนิดเขาทำเพียงแค่ยักไหล่และตั้งหน้าตั้งตากินอาหารในจานของตัวเอง

            “ทำไมช่วงนี้ไอ้จงฮยอนมันไม่ไปซ้อมบาสเลย”

พี่ยงฮวาพูดทั้งๆที่ยังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆเต็มปาก  ถ้าคนอื่นๆได้เห็นมารยาทยอดแย่ในการใช้โต๊ะอาหารของพี่เขาเหมือนที่ฉันเห็นสาวๆครึ่งโรงเรียนคงขอยื่นใบลาออกจากการเป็นแฟนคลับของเขาแน่

            “แล้วทำไมพี่จงฮยอนต้องไปซ้อมบาสด้วย ในเมื่อเขาเป็นนักกีฬายูโดเลิกบังคับให้พี่ชายฉันเล่นบาสเวลาทีมพี่ขาดคนซักทีเถอะ”

            “เลิกบ่นเป็นคนแก่ซักทีเถอะหน่า”

พี่ยงฮวาพูด  เขาตักอาหารในจานเข้าปากคำโตก่อนจะคว้าน้ำของฉันไปดื่มหน้าตาเฉย

            “ไอ้จงฮยอนมันยังไม่บ่นเท่าเธอเลย”

            “พี่จงฮยอนเถียงพี่ไม่ทันมากกว่า”

ฉันตอบเสียงขึ้นจมูก พี่จงฮยอนของฉันน่ะเป็นผู้ชายขี้อายจะตายชัก  วันๆพูดแค่ไม่กี่คำยังกับกลัวดอกพิกุลจะร่วงลงมาจากปาก   ขนาดแฟนคนปัจจุบันที่คบอยู่กว่าจะรวบรวมความกล้าบอกรักได้ยังใช้เวลาตั้งสามปี  แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้กัน  พี่ยงฮวายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้

            “บอกคุณป้าด้วยนะว่าวันนี้พี่จะไปกินข้าวด้วย”

            “อะไรนะ!

            “พ่อกับแม้พี่ไปต่างประเทศ เธอก็รู้นิว่าฝีมือทำอาหารของพี่มันน่ากลัวขนาดไหน  ขอไปกินข้าวเย็นที่บ้านเธอวันนึงก็แล้วกัน”

            “อีกแล้วเหรอ!

ฉันโวย  ที่ผ่านมาทุกครั้งที่พ่อกับแม่ของพี่ยงฮวาไปต่างประเทศเขาจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านของฉันเสมอ  บางครั้งถึงกับหอบเสื้อผ้ามานอนค้างกับพี่ชายของฉันเลยด้วยซ้ำ  ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรอกนะ  มีใครบ้างไม่ชอบเวลาได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่ตัวเองแอบชอบ  แต่ก็อีกนั่นแหละ การอยู่ใกล้กับเขามากๆมันก็ยิ่งทำให้ฉันต้องโกหก....

            “ทำไมต้องให้พี่เขามานอนค้างบ้านเราด้วยคะ!

          “กลับบ้านของพี่ไปซะ!

          “คราวหน้าห้ามพี่มาที่บ้านของฉันอีกนะ!!

และอีกบลาๆ สารพัดเรื่องโกหกที่ฉันต้องพูดออกมาทั้งๆที่ดีใจแทบตายเวลาพี่เขามาที่บ้าน.....ถ้าจมูกของฉันยาวออกมาทุกครั้งที่โกหกเหมือนกับพิน็อคคิโอ้ในนิทาน ป่านนี้มันคงจะยาวไปถึงทางช้างเผือกหรือไม่ก็ทะลุออกไปนอกจักวาลแล้วละมั้ง.....

            “อย่าลืมบอกคุณป้าด้วยนะตัวเล็ก”

พี่ยงฮวาย้ำอีกครั้งพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมของฉันอย่างเอ็นดู  เฮ้! นี่เขาไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่าไอ้ความอ่อนโยนแบบนี้น่ะมันมักจะทำให้ผู้หญิงหวั่นไหว  ยิ่งเป็นผู้หญิงชอบคิดไปเองอย่างฉันก็ยิ่งแล้วใหญ่...... พวงแก้มของฉันมันร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลนและมีเลือดสูบฉีดขึ้นมาหล่อเลี้ยงจนฉันต้องรีบก้มหน้าลงเพราะกลัวว่าพี่ยงฮวาจะสังเกตเห็นแก้มแดงๆสองข้างของฉันเข้า

............แต่แล้วหัวใจที่มันกำลังพองโตกลับค่อยๆห่อเหี่ยวลงทีละนิด

            พี่ยงฮวาลุกเดินออกจากโต๊ะของฉันไปด้วยท่าทางอามรณ์ดีสุดขีด  ก่อนจะไปหยุดยืนตรงหน้าผู้หญิงน่าตาน่ารักคนหนึ่งและเริ่มต้นคุยกับเธอด้วยเรื่องบางอย่างที่ฉันไม่ได้ยิน  ฉันจำผู้หญิงคนนี้ได้  อันที่จริงคนทั้งโรงเรียนก็คงจะจำเธอกันได้หมดนั่นแหละ  เพราะผู้หญิงคนนี้คือสาวสวยที่พึ่งได้รับตำแหน่งดาวโรงเรียนไปหมาดๆเมื่อสัปดาห์ก่อน

            “ดูนั่นสิแก รุ่นพี่ยงฮวากับรุ่นพี่อายองนิ”

            “พวกเขากำลังเดทกันอยู่เหรอ”

            “ไม่เห็นจะแปลก ผู้หญิงสวยๆกับผู้ชายหล่อๆมักจะดึงดูดเข้าหากันแบบนี้แหละ”

เสียงซุบซิบของพวกเด็กม.ต้นโต๊ะข้างๆมันทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของฉันปวดแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ  และเมื่อฉันหันกลับไปมองพี่ยงฮวากับ “อายอง” หรือคิมอายอง ดาวโรงเรียนคนนั้นอีกครั้งความจริงที่ลอยมากระแทกหน้าก็พาลทำให้ขอบตามันร้อนผ่าวและมีน้ำใสๆไหลเอ่อคลอออกมาอย่างช่วยไม่ได้

........ความจริงที่ว่าเด็กพวกนั้นพูดถูก  พี่ยงฮวากับคิมอายองดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ

.........ความจริงที่ว่าพวกเขาดูสนิทสนมกันมากจนทำให้ฉันหวั่นใจ

......... ความจริงที่ว่าสิ่งที่จองยงฮวาปฏิบัติกับฉันเมื่อครู่  ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ฉันมันไม่ได้พิเศษไปกว่าที่เขาให้ผู้หญิงคนอื่นเลยซักนิด

            เลิกบ้าได้แล้วซอฮยอน!! สำหรับเขาเธอก็เป็นได้แค่น้องสาวของเพื่อนสนิทเท่านั้นแหละ  ไม่มีน้องสาวที่ไหนเจ็บเวลาเห็นพี่ชายให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนอื่นมากกว่าตัวเองหรอก!

 









 

            หลังเลิกเรียนฉันแวะเข้าซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของสดสองสามอย่างมาทำมื้อเย็นให้กับแขกขาประจำที่จะมาทานข้าวด้วยวันนี้ ทันทีที่กลับมาถึงบ้านฉันรีบตรงดิ่งเข้าครัวและขอแม่ว่าจะเป็นคนทำมื้อเย็นเอง  ตอนแรกแม่มองฉันงงๆราวกับต้องการถามทางสายตาว่า “ร้อยวันพันปีไม่เห็นอยากเข้าครัว  วันนี้นึกคึกอะไรขึ้นมา”  แต่ท่านก็พยักหน้าเข้าใจและยอมตามใจฉันเมื่อฉันรายงานไปว่าวันนี้พี่ยงฮวาจะมากินข้าวกับเราด้วย  ครั้งแรกที่พี่ยงฮวามาทานข้าวที่บ้านของเราแม่เกือบฆ่าเขาตายด้วยซุปถั่วแบบฝรั่งเศสเพราะไม่รู้ว่าพี่ยงฮวาแพ้ถั่วขั้นรุนแรง  แม่รู้ดีว่าไม่มีใครรู้ว่าพี่ยงฮวาชอบหรือไม่ชอบอะไรดีเท่ากับฉัน….

            “น้องสาวฉันเข้าครัว วันนี้พายุจะเข้าเกาหลีรึเปล่าเนี่ย”

เสียงแซวดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของพี่ชายตัวขาวจั๊วราวกับตอนเด็กๆแม่ชงผงซักฟอกให้กินแทนนมของฉันที่ก้าวเข้ามาในครัว  พี่จงฮยอนทำจมูกฟุดฟิดๆดมกลิ่นในอากาศก่อนจะทำหน้าแหยเมื่อพบว่าฉันกำลังผัดซอสสปาเก็ตตี้อยู่ในกระทะ

            “แกก็รู้นิว่าฉันเกลียดอาหารอิตาเลี่ยน”

            “รู้”

            “แต่ก็ยังจะทำมื้อเย็นเป็นอาหารอิตาเลี่ยนเนี่ยนะ”

            “พี่เกลียดแต่พี่ยงฮวาชอบนิ  เขาเป็นแขกของเรานะ นานๆทีจะมากินข้าวกับครอบครัวเราทั้งทีก็ต้องทำอาหารเอาใจหน่อย”

พี่จงฮยอนบ่นอุบอิบทำนองว่า “นานๆทีตรงไหน  มันมาบ่อยจนแทบจะกลายเป็นลูกชายคนที่สองของบ้านไปแล้วมั้ง”  ก่อนจะทำให้ฉันตกใจจนเกือบเผลอทำตะหลิวในมือหล่นด้วยประโยคต่อมา

            “จำเรื่องของมันแม่นซะยิ่งกว่าข้อสอบอีกนะ แอบคิดอะไรกับเพื่อนฉันอยู่รึเปล่าเนี่ย”

            “จ.....จะบ้าเหรอ! พี่เพ้ออะไรออกมารู้ตัวรึเปล่าเนี่ย!

ฉันพูดเสียงดังจนแทบจะกลายเป็นตะโกน  ก่อนจะขุดหลุมฝังความตกใจทั้งหมดเอาไว้และแสร้งทำเป็นเหมือนไม่พอใจเมื่อถูกพี่ชายหรี่ตามองอย่างจับผิด

            “เพื่อนพี่ทั้งพูดมากทั้งกวนประสาท  แถมยังชอบทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตแบบนั้นใครหลงผิดไปชอบไม่โง่ก็คงตาบอดแล้ว!

..........รู้สึกเหมือนด่าตัวเองยังไงก็ไม่รู้แฮะ

            “เฮ้ๆ ฉันก็แค่พูดเล่นทำเป็นจริงจังไปได้”

พี่จงฮยอนพูดพร้อมกับโบกไม้โบกมือเป็นสัญญาณว่ายอมแพ้  เขาทำท่าเหมือนอยากจะพูดบางอย่างออกมาแต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงร้องครวญครางขึ้นเป็นสัญญาณว่ากำลังมีคนโทรเข้า  พี่จงฮยอนยิ้มหน้าบานเมื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาดู และนั่นทำให้ฉันเดาได้ทันทีว่าคนที่โทรมาคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแฟนคนปัจจุบันของเขาที่ชื่อแทยอน  ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกเมื่อพี่จงฮยอนเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์และไม่สนใจจะจับผิดเรื่องของฉันต่อ......อีกครั้งแล้วสินะที่การโกหกมันช่วยปกป้องความลับของฉันเอาไว้......

 



 

            กว่าพี่ยงฮวาจะมาถึงบ้านของเราก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็นแล้ว  ตลอดมื้ออาหารเขาชวนพ่อกับแม่ของฉันคุยและทำตัวกลมกลืนกับครอบครัวของฉันจนน่าหมั่นไส้  แถมพ่อกับแม่ยังชวนเขาพูดเรื่องน่าอายอย่างเช่น “ถ้ามีลูกชายอย่างยงฮวาซักคนก็คงดี  แต่ในเมื่อเป็นลูกชายของพ่อกับแม่ไม่ได้แล้ว งั้นมาเป็นลูกเขยแทนดีมั้ย”  แล้วหลังจากนั้น พ่อ แม่ พี่ยงฮวา รวมถึงพี่จงฮยอนก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น  มีแค่ฉันคนเดียวที่ก้มหน้างุดมองจานอาหารเพราะความเขินที่มากมายจนแทบจะล้นทะลักออกมาจากตัว  ให้ตายเถอะ!  ตอนนี้ฉันอยากละเหยเป็นไอแล้วหายไปจากตรงนี้จริงๆ!  หลังอาหารเย็นพี่ยงฮวาอยู่คุยกับพี่ชายของฉันอีกเป็นชั่วโมงก่อนจะขอตัวกลับบ้านเมื่อเห็นว่าถึงเวลาสมควรแล้ว  ฉันอาสาออกมาส่งเขาที่หน้าบ้านโดยพยายามไม่ทำเหมือนกะตือรือร้นจนเกินไปและทำเหมือนกับว่ามันเป็นแค่มารยาทที่ดีที่เจ้าของบ้านควรทำเวลามีแขกมาที่บ้านทั้งที่ความจริงมันไม่ได้จำเป็นเลยซักนิด

            อากาศข้างนอกไม่ได้หนาวแต่ก็ไม่ได้อบอุ่นจนเหมาะกับการออกมาเดินเล่น  ลมเย็นๆที่พัดผ่านตัวฉันไปทำให้รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว  ก่อนความอบอุ่นจะแผ่ซ่านเข้ามาหาเมื่อแขกขาประจำที่เดินตามฉันมาติดๆถอดแจ็กเก็ตของตัวเองออกและใช้มันคลุมไหล่ให้ฉัน

            “บอกแล้วว่าไม่ต้องออกมาส่งก็ไม่เชื่อ  ถ้าเธอไม่สบายฉันไม่รับผิดชอบหรอกนะ”

พี่ยงฮวาพูดทีเล่นทีจริง  ฉันหันไปยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ  เสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาที่คลุมอยู่บนไหล่ทำให้ร่างกายของฉันอบอุ่นขึ้นก็จริง  แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ  เขาถอดแจ็กเก็ตตัวเองให้ฉัน  เขากลัวว่าฉันจะไม่สบาย  แบบนี้มันเรียกว่าเป็นห่วงรึเปล่านะ?

            “ได้ข่าวว่าไอ้จงฮยอนกำลังคบกับผู้หญิงที่ชื่อแทยอนเหรอ”

พี่ยงฮวาหาเรื่องชวนคุยระหว่างที่เรากำลังเดินไปตามทางเดินแคบๆในสวนเพื่อตรงไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน

            “ใช่  ตอนนี้พี่ชายของฉันกำลังอยู่ในช่วงอินเลิฟเลยล่ะ”

            “ฉันว่าแล้วเชียวว่าสุดท้ายมันต้องลงเอยแบบนี้  ไอ้จงฮยอนน่ะปากแข็งเป็นบ้าถามอะไรก็ตอบว่าไม่ เปล่า  ไม่ได้คิดอะไร”

            “แสดงว่าพี่ก็รู้มานานแล้วสิว่าพี่จงฮยอนคิดยังไงกับผู้หญิงคนนั้น  หมายถึงรู้เองโดยที่พี่เขาไม่ได้บอกน่ะนะ”

ฉันถามทึ่งๆ  พี่ชายของฉันค่อนข้างเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงแถมยังเก็บอารมณ์เก่งขั้นเทพ กว่าฉันจะรู้ว่าเขามีแฟนแล้วก็ตอนที่เขามาเล่าให้ฉันฟังเองนั่นแหละ  แต่พี่ยงฮวากลับทำเหมือนว่ารู้เรื่องของพี่จงฮยอนมาตั้งนานแล้ว

            “เฮ้! นี่ฉันจองยงฮวานะยัยตัวเล็กไม่มีเรื่องไหนในโลกที่ฉันไม่รู้หรอก”

เขาพูดเมื่อพวกเราเดินมาถึงประตูรั้ว  พี่ยงฮวาหันมาบอกลาฉันก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมฉันอย่างเคยก่อนจะเดินจากไป  ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทพี่ชายไปจนกระทั่งเขาเดินหายไปในความมืด

          “ไม่มีเรื่องไหนในโลกที่ฉันไม่รู้หรอก”

ฉันว่าพี่เขาพูดผิดแล้วล่ะ  ก็จริงพี่ยงฮวาทั้งฉลาดไหวพริบดี  และช่างสังเกต  เขามักจะรู้อะไรๆก่อนคนอื่นเสมออย่างเช่นเรื่องของพี่จงฮยอนคราวนี้ไงล่ะ  มันเหมือนกับแววตาของเขาสามารถมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งไปซะหมด  ยกเว้นอยู่แค่อย่างอย่างเดียว



..............หัวใจของฉันไงล่ะ

 








 

 

            สิบนาทีหลังจากนั้นฉันเดินกลับเข้ามาในบ้านโดยลืมไปซะสนิทว่าแจ็กเก็ตของพี่ยงฮวายังอยู่กับฉัน  ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะเอามันไปคืนเขาที่โรงเรียนพรุ่งนี้แต่แล้วพี่ชายตัวดีของฉันก็เดินลงมาจากห้องพร้อมกับยื่นหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ฉัน

            “อะไร?”  ฉันถาม

            “หนังสือของไอ้ยงฮวา  เมื่อกี้ฉันลืมคืนให้มัน”

            “แล้ว......”

            “แล้วฉันก็อยากฝากให้แกเอาไปคืนมันน่ะสิ”

            “พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปคืนเขาให้ก็แล้วกันนะ”

ฉันรับหนังสือมาจากพี่จงฮยอน  ตั้งใจว่าจะรีบขึ้นไปที่ห้องนอนตัวเอง  แต่ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดพี่จงฮยอนกลับเอื้อมมือมาคว้าแขนของฉันเอาไว้

            “ถ้าเอาไปคืนพรุ่งนี้ฉันเอาไปคืนเองก็ได้ จะฝากแกไปทำไม”

            “หมายความว่าพี่จะให้ฉันเอาไปให้เขาตอนนี้เนี่ยนะ!

ฉันพูดพลางเหลือบไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง  และพบว่าตอนนี้มันเกือบจะสองทุ่มครึ่งอยู่แล้ว  แถมท้องฟ้าข้างนอกยังมืดตึดตื๋อ  ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยถ้าต้องออกไปข้างนอกตอนนี้

            “มันต้องใช้หนังสือเล่มนี้ทำรายงานส่งพรุ่งนี้  แถมพอโทรไปมันยังไม่ยอมรับรับอีกต่างหาก”

            “ถ้างั้นพี่ก็เอาไปคืนเองสิ!

พี่จงฮยอนยิ้มแหยๆพร้อมกับโชว์โทรศัพท์ที่ถือตืดมือมาด้วยขึ้นให้ฉันดู  สัญลักษณ์รูปโทรศัพท์สีเขียวบนหน้าจอบ่งบอกให้รู้ว่าใครบางคนกำลังถือสายรอพี่ชายของฉันอยู่

            “บังเอิญฉันไม่ว่างน่ะ  ไหนๆแกก็ต้องเอาเสื้อไปคืนมันอยู่แล้ว  ฝากหนังสือไปด้วยอีกเล่มไม่เห็นเป็นไรเลย”

            “แต่.......”

 “หรือคืนนี้แกจะเก็บเสื้อมันไว้นอนกอด”

ฉันกำลังจะอ้าปากเถียงว่าเสื้อแจ็กเก็ตนั่นฉันตั้งใจจะเอาไปคืนพรุ่งนี้  แต่ก็เกิดอาหารใบ้กินทันทีเพราะประโยคเมื่อกี้ของเขา

            “จ.....จะบ้าเหรอใครเขาจะไปทำแบบนั้นเล่า!

            “ถ้างั้นก็เอาไปคืนไอ้ยงฮวามันสิ  แล้วอย่าลืมหนังสือของฉันด้วยล่ะ  ขอบใจมากนะเด็กดี”

พี่จงฮยอนพูดตัดบท  เขาชิงวิ่งหนีขึ้นบันไดไปก่อนที่ฉันจะอ้าปากปฏิเสธ  ฉันก้มลงมองหนังสือในมือก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  ไม่ว่างเพราะกำลังคุยโทรศัพท์กับแฟนเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย! ฉันจำใจเดินดุ่มๆออกจากบ้านคนเดียวมืดๆอย่างไม่มีทางเลือก  ในใจกำลังนึกสาปส่งพี่ชายผู้แสนดีของตัวเองที่บังคับให้น้องสาวอย่างฉันออกมาข้างนอกตอนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้คนเดียวมืดๆ  โชคดีที่บ้านของพี่ยงฮวาอยู่ห่างจากบ้านของฉันไม่มากนัก  ใช้เวลาไม่นานฉันก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่ที่บ่งบอกรสนิยมและฐานะของเจ้าของบ้าน ได้เป็นอย่างดี  ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปกอออดแต่ก็ชะงักไปเมื่อเหลือบไปเห็นว่าประตูรั้วไม่ได้ถูลงกลอนเอาไว้อย่างที่ควรจะเป็น  บางทีพี่ยงฮวาอาจจะลืมหรือไม่ก็กำลังมีแขก  แต่แขกที่มาตอนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้เนี่ยนะ?  ฉันตัดสินใจเปิดประตูรั้วเข้าไปโดยไม่กดกริ่งเรียกเจ้าของบ้านเพราะถ้าพี่ยงฮวาลืมล็อคประตูจริงๆนี่จะเป็นการสอนให้เขารู้ว่าไม่ควรประมาทและถ้าคนที่แอบเข้าไปในบ้านของเขาแบบนี้ไม่ใช่ฉันมันจะอันตรายแค่ไหน  ฉันเดินไปหยุดหน้าประตูทางเข้า  ประตูไม้สีขาวหน้าบ้านปิดสนิททว่ากลอนกลับไม่ได้ล็อคเอาไว้เหมือนเดิม  ฉันกำลังจะผลักเปิดประตูและก้าวเข้าไปด้านในแต่แล้วหัวใจก็ต้องกระตุกแรงจนทำให้เจ็บแปลบขึ้นมาเมื่อพบว่ามีรองเท้าผู้หญิงคู่หนึ่งถูกถอดวางไว้ข้างๆรองเท้าของพี่ยงฮวา.......พี่ยงฮวาบอกว่าแม่ของเขาไปต่างประเทศถ้างั้นรองเท้าคู่นี้เป็นของใครกัน?  ความสงสัยที่ปะทุขึ้นในใจสั่งให้ฉันเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ และก้าวไปตามพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบด้วยฝีเท้าแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้.........แล้วสิ่งที่ฉันพบในห้องรับแขกมันก็ทำให้ลมหายใจของฉันติดขัดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

............พี่ยงฮวากำลังกอดรร่างบางของใครบางคนเอาไว้แน่น  หัวใจของฉันมันค่อยๆบีบรัดเข้าหากันทีล่ะนิดเมื่อจดจำได้ว่าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายที่ฉันแอบชอบคือคิมอายอง ดาวโรงเรียนแสนสวยคนนั้น  ภาพของคนสองคนตรงหน้ามันเริ่มพร่าเลือนขึ้นทีล่ะนิดเพราะม่านน้ำตาที่ไหลเอ่อคลอออกมา  ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองในเวลาแบบนี้มันทำให้ฉันแทบไม่ต้องจินตนาการต่อเลยด้วยซ้ำว่าถ้าไม่มีฉันโผล่เข้ามาเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น.....ในที่สุดพี่ยงฮวาก็หันมาเห็นฉัน เขาดูตกใจและผลักคิมอายองออกจากอ้อมแขน  แต่ฉันไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจว่าพี่เขาจะทำอะไรหรอก  ฉันหันหลังกลับและรีบเดินหนีออกมาพร้อมกับความรู้สึกมากมายที่ค่อยๆกลั่นตัวเป็นหยดน้ำอุ่นๆและไหลเอ่อคลอออกมาจากดวงตากลมโต  คิมอายองสวย น่ารัก และโดดเด่นในหมู่นักเรียนด้วยกันเสมอ แล้วเด็กผู้หญิงธรรมดาๆที่ยังไม่รู้จักแม้แต่วิธีแต่งหน้าอย่างฉันจะเอาอะไรไปสู้กับเธอล่ะ  ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี สำหรับพี่ยงฮวาฉันก็ยังคงเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดิมเสมอ  เป็นน้องสาวที่มีไว้สำหรับดูแล  มีไว้เพื่อปกป้อง  แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อรัก.........



.......พอกันทีกับความรักที่ไม่เคยถูกรักตอบ

 



 

            “เดี๋ยวซอฮยอน!

พี่ยงฮวาตะโกนพร้อมกับเอื้อมมือมารั้งแขนของฉันเอาไว้ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวออกไปจากบ้านของเขา

            “เธอร้องไห้.....”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับน้ำตาของฉันมันกำลังทำให้เขารู้สึกเจ็บ  พี่ยงฮวาเอื้อมมือมาใกล้กับใบหน้าของฉันเพื่อปาดคราบน้ำตาพวกนั้นออกให้  หากแต่ฉันกลับเบือนหน้าหลบก่อนที่ฝ่ามือหนานั่นจะสัมผัสกับผิวแก้ม

.......พี่ไม่เคยรู้อะไรเลยจริงๆสินะจองยงฮวา  ไม่เคยรู้เลยสินะว่าฉันรู้สึกยังไงกับพี่ ไม่รู้เลยสินะว่าความอ่อนโยนที่พี่กำลังมอบให้ฉันมันกำลังย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจของฉันอย่างเจ็บแสบ.....ความอ่อนโยนที่ทำให้ฉันคิดไปไกลแต่สุดท้ายมันกลับมีเพียงความว่างเปล่า.........

            “ฉันไม่เป็นไรหรอก  กลับไปหาเพื่อนของพี่เถอะอย่าสนใจฉันเลย”

ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและเริ่มสะอื้นออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่

            “จะให้พี่ไม่สนใจเธอได้ยังไงในเมื่อเธอเป็นน้องสาวของพี่ ร้อ.........”

            “ฉันมีพี่ชายคนเดียวคือพี่จงฮยอน!!

            “...”

            “เลิกเรียกฉันว่าน้องสาว  เลิกทำเหมือนฉันเป็นเด็กตัวเล็กๆซักที!!

            “...”

            “ฉันไม่อยากเป็นน้องสาวของพี่ได้ยินมั้ยจองยงฮวา  ไม่อยากเป็น!!!

            “ซอฮยอนพี่.....”

            “กลับไปหาคิมอายองของพี่เถอะ  ป่านนี้เธอคงจะรอพี่นานแล้ว”

ฉันพูดพร้อมกับหันหลังกลับ  หากแต่ยังไม่ทันจะเดินไปไหนพี่ยงฮวากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวและกอดร่างบางของฉันเอาไว้จากด้านหลัง  ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติมันคงจะทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงจนแทบบ้า  แต่สำหรับตอนนี้ฉันกลับสัมผัสได้เพียงความเจ็บปวด  อ้อมแขนที่ควรจะอบอุ่นมันกลับเย็นเฉียบและดูไร้ความหมายเมื่อมันไม่ได้มีไว้เพื่อฉันแต่เป็นผู้หญิงคนอื่น

.......แต่แล้วฉันก็ต้องกรีดร้องออกมาเพราะความตกใจเมื่อเขาไม่ได้เพียงแค่กอดฉันเอาไว้เฉยๆแต่กลับอุ้มร่างบางของฉันขึ้นทั้งแบบนั้น  ฉันทั้งดิ้นและกรีดร้องออกมาเพื่อให้เขาปล่อย  แต่มันกลับดูเปล่าประโยชน์เมื่อพี่ยงฮวาแทบไม่ฟังฉันเลย

            “ขอบใจมากนะสำหรับรายงาน  เธอกลับไปได้แล้วล่ะวันนี้ฉันมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย”

พี่ยงฮวาหันไปบอกอายองเมื่อเขาอุ้มฉันเข้ามาในห้องรับแขก  อายองดูงงๆแต่ก็พยักหน้าเข้าใจและเดินออกไปในที่สุด  และนั่นมันทำให้ฉันอยากกระโดดเข้าไปบีบคอยัยหน้าสวยนั่นขึ้นมาทันที  นี่หล่อนเห็นผู้หญิงโดนผู้ชายลากเข้ามาในบ้านแถมยังทั้งดิ้นทั้งร้องแบบนี้เป็นเรื่องปกติได้ยังไง  ทำไมถึงไม่เข้ามาช่วยฉันยะ!!  ฉันเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้าเมื่อพี่ยงฮวาอุ้มฉันตรงไปยังห้องนอนของเขาที่อยู่ชั้นสองของบ้าน  เขาเอื้อมมือไปเปิดประตูและบังคับให้ฉันเข้าไปในห้องมืดๆนั่น  ฉันก้าวขาถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อคนตัวสูงเดินตามเข้ามาพร้อมกับประตูที่ถูกปิดลง พร้อมกับสมองที่มันกำลังคิดจินตนาการไปไกลสุดกู่

            “พ.......พี่คิจะทำอะไร!

พี่ยงฮวาไม่ตอบ  เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็วจนฉันแทบไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับผลักให้ฉันไปยืนชิดหน้าต่าง  ที่ๆเดียวที่มีแสงไฟจากด้านนอกลอดเข้ามาในห้องก่อนจะจับร่างบางของฉันให้หันหน้าเข้าหาหน้าต่างและสวมกอดฉันจากด้านหลังเหมือนก่อนหน้านี้

            “ปล่อยนะ!  พี่ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! ฉันจะบอก........”

            “ดูนั่นสิ”

เสียงนุ่มของเขาที่ดังอยู่ข้างหูฟังดูจริงจังกว่าปกติ  พี่ยงฮวาชี้ให้ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง  แล้วคิ้วเรียวของฉันก็ขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อพบว่าสิ่งที่เขาต้องการให้ฉันดูคือคิมอายองที่กำลังก้าวขึ้นไปซ้อนมอเตอร์ไซต์ของผู้ชาย  ไม่สิ ของผู้หญิงต่างหาก  แต่เป็นผู้หญิงที่ตัดผมสั้นเกรียนจนเหมือนผู้ชายแถมยังใช้บางอย่างรัดหน้าอกสองข้างจนแบนแต็ดแต๋  สิ่งเดียวที่บอกให้รู้ว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงคือใบหน้าหวานน่ารักจนเกินกว่าจะเป็นผู้ชายนั่นเท่านั้น

            “พี่สาวของรุ่นพี่อายองเหรอคะ”

            “แฟนต่างหาก”

            “หา!

ฉันอุทานออกมาอย่างลืมตัวพร้อมกับหันกลับไปมองต้นเสียงโดยลืมไปซะสนิทว่าเขากำลังยืนกอดฉันอยู่  เพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาทีที่ตาของฉันประสานกับตาของเขาด้วยความบังเอิญหัวใจของฉันมันก็เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาอยู่นอกอก  ฉันรีบเบือนหน้าหนีเพราะกลัวว่าเขาจะสังเกตเห็นพวงแก้มสีแดงก่ำของฉันเข้า

            “อายองเอาข้อมูลสำหรับทำรายงานมาให้ฉัน  แล้วเกิดสะดุดล้มขึ้นมาฉันเลยเข้าไปช่วยก็เลยกลายเป็นภาพอย่างที่เธอเห็นนั่นแหละ ถ้าเธอกำลังคิดว่าฉันกับยัยนั่นมีอะไรในกอไผ่ก็เลิกคิดไปได้เลยเพราะอายองไม่ชอบผู้ชาย แล้วอีกอย่าง...........”

            “...ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นพี่ชายของเธอนักหรอก”

พี่ยงฮวากระซิบบอกประโยคหลังนั่นกับฉันเสียงเบา ฉันขมวดมุ่นคิ้วเข้าหากันจนกลายเป็นปมแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก่อนคนตัวสูงจะคลายอ้อมแขนออกจากเอวของฉัน และทำให้ความงุนงงทั้งหมดมะลายหายไปหมดด้วยการเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟที่อยู่ข้างประตู

........แล้วอัตราการเต้นหัวใจของฉันมันก็ค่อยๆถีบตัวสูงขึ้นทีล่ะนิดเมื่อแสงไฟสีนวลสาดส่องไปทั่วห้องนอนของพี่ยงฮวา และทำให้พบว่าบนผนังแต่ละด้านของห้องอัดแน่นไปด้วยรูปถ่ายมากมายที่ถูกแปะเรียงกันเอาไว้จนแทบทำให้มองไม่เห็นสีเดิมของผนัง  รูปถ่ายของเด็กผู้หญิงแก้มป่องคนหนึ่งตั้งแต่สมัย ม.ต้น  ไม่สิบางทีอาจจะเป็นตั้งแต่ประถม  ภาพถ่ายในงานปาร์ตี้วันเกิดอายุครบสิบสองขวบของเธอ   ภาพของเธอตอนไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวในหน้าร้อนเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว  ภาพของเธอในเครื่องแบบนักเรียนชั้นมัธยมต้น  ภาพแอบถ่ายตอนที่เธอกำลังหัวเราะเฮฮาอยู่กับกลุ่มเพื่อนในโรงอาหาร  ตอนรับใบจบการศึกษาชั้นมัธยมต้น  ในรูปถ่ายแต่ละใบเด็กสาวแก้มป่องคนนั้นค่อยๆเติบโตขึ้นทีละนิด  จนกลายเป็นหญิงสาวเจ้าของรูปร่างบางระหงส์ ผิวขาวเนียนละเอียด  ดวงตากลมโตสีกาแฟ  กลายเป็นเหมือนกับฉันคนนี้.....ใช่!รูปถ่ายทั้งหมดนี่มันคือรูปของฉัน!  แล้วบทสนทนาระหว่างฉันกับพี่ยงฮวาเมื่อหลายปีก่อนมันก็ค่อยๆดังขึ้นในหัวของฉันอีกครั้ง....

            “พี่ชอบถ่ายรูปเหรอ”

          “เปล่า......ถามทำไม”

          “ก็พี่ชอบพกกล้องไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลยนี่  ถ้าพี่ไม่ชอบถ่ายรูปแล้วเอากล้องมาทำไมเหรอ”

          “....”

          “นี่.....อย่าเงียบสิฉันสื่อสารกับพี่ผ่านทางโทรจิตรไม่ได้หรอกนะ”

          “เพราะฉันต้องใช่มันเก็บภาพอะไรสวยๆน่ะ”

 

ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจหรอกว่าพี่เขาหมายถึงอะไร แต่สำหรับตอนนี้......


...........อย่าบอกนะว่า “อะไรสวยๆ” ที่ว่านั่นมันหมายถึง..........ฉัน


            “พี่ไม่ได้โง่จนมองอะไรไม่ออกหรอกนะซอฮยอน”

พี่ยงฮวาพึมพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ  และทำให้ฉันรู้สึกราวกับถูกของหนักๆซักอย่างหล่นทับหัวเมื่อรู้ตัวว่าความลับที่ฉันพยายามเก็บรักษามาตลอดมันไม่เคยเป็นความลับเลย....

            “พ......พี่รู้”

ฉันพูด  แล้วการเงียบของคนตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มกริ่มบนริมฝีปากหนาก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนจนไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่ม

            “ถ้าพี่รู้ว่าฉันคิดยังไงกับพี่แล้วทำไมพี่ถึงยังทำตัวเหมือนเดิมล่ะ  ทำไมถึงทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น......”

            “พี่กำลังรออยู่น่ะสิ”

            “....”

            “รอว่าเมื่อไหร่เธอจะเลิกโกหก”

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พี่ยงฮวาสาวเท้าเดินกลับมาหาฉันรู้ตัวอีกทีเราสองคนก็ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบซะแล้ว

            ตึก   ตึก   ตึก

เสียงของอวัยวะในอกข้างซ้ายมันดังขึ้นทุกทีๆเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาหาฉันและกระซิบเสียงแผ่วเบา

            “ไม่ได้มีเธอแค่คนเดียวหรอกนะที่ทรมารเพราะการเป็นฝ่ายแอบรัก”

ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง  ไม่รู้ว่าฉันไปเอาความกล้าบ้าบิ่นแบบนี้มาจากไหน  ทันทีที่พี่ยงฮวาพูดจบประโยคความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจมาตลอดหลายปีมันสั่งให้ฉันเขย่งปลายเท้าของตัวเองขึ้นเพื่อให้เท่ากับความสูงของคนตรงหน้าก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปแตะริมฝีปากกับเขา พี่ยงฮวาดูทั้งอึ้งทั้งช็อกเมื่อฉันถอนจูบออกก่อนความตกใจทั้งหมดนั่นมันจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วมือหนาของเขาก็เอื้อมมารั้งใบหน้าของฉันเอาไว้พร้อมกับริมฝีปากหนาที่ขยับเข้ามาใกล้และเป็นฝ่ายเริ่มจูบฉันก่อน  จูบที่เนิ่นนานกว่า  ลึกซึ้งกว่า  และอ่อนหวานกว่าเมื่อครู่  ฉันแทบจะจูบกับเขาไม่ได้เพราะรอยยิ้มบนริมฝีปากที่หุบไม่ลงเสียที

            จองยงฮวาสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร  เป็นกับตันทีมบาสโรงเรียนผู้หล่อเหลาและเป็นขวัญใจของสาวๆทั้งโรงเรียน  เล่นกีต้าร์เก่งร้องเพลงเพราะ  ชอบเล่นสโนว์บอร์ดเป็นชีวิตจิตใจ มีไอดอลในดวงใจคือครอบครัวซิมสัน ชอบดื่มกาแฟแม้มันจะทำให้เขาปวดท้องและถูกฉันเทศน์จนหูชาทุกครั้งว่ามันไม่ตีต่อสุขภาพ  ชอบเนื้อมากกว่าผัก  ชอบกินอาหารอิตาเลี่ยน  และเป็นผู้ชายอายุสิบแปดที่ชอบทำตัวเหมือนเด็กอายุแปดขวบ  ดื้อ  ซน  กวนประสาท แต่น่ารัก และการไม่หลงรักเขาก็เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการสอนลิงชิมแฟนซีเต้นกังนัมสไตล์(?)

..........และถ้ามีใครซักคนถามฉันว่าทำไมฉันถึงรู้เรื่องพวกนี้ดีนัก  ฉันจะตอบพวกเขาไปว่า “แน่นอนก็เขาเป็นผู้ชายของฉันนิ!

            “ฉันเบื่อการเล่นเป็นพี่ชายของเธอเต็มทีแล้วยัยตัวเล็ก.....”

            “...”

            “เธอจะยอมเป็นมากกว่าน้องสาวของฉันได้มั้ย”



.........พวกคุณคงรู้ใช่มั้ยว่าคำตอบของฉันคืออะไร

 



 

The end


3/08/2556




*********************************************
เป็นช็อทฟิคที่ดราม่าที่สุดเท่าที่เคยแต่งมาเลย(เอาจริงๆมันก็ยังไม่ค่อยดราม่าเท่าไหร่เลยเนอะ5555)
ไรเตอร์จะรีบกลับไปปั่น Got a boy อย่างด่วน  ใครติดตามฟิคเรื่องนี้อยู่ อดใจรอหน่อยนะจ๊า
^^






 

ผลงานอื่นๆ ของ พันธนาการฟ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

35 ความคิดเห็น

  1. #35 _O28MS
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:51
    ซอฮยอนน่ารัก ><
    คู่นี้เหมาะสมกันมากจริงๆ 
    #35
    0
  2. #34 M๐Rtune
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 11:48
    >////////////////< อะไรกันเนี่ยยยยยยยยย ยย !!!!!!!!?
    อิจฉาๆๆๆๆ ซอฮยอน เธอจะโชคดีอะไรแบบนี้
    ทำไมความรักมันใกล้ตัวแบบนี้เนี่ยยย ยย เขินทน อ๊ากกกกกกกกกกกกกก กก >O< !!!
    ชอบมากๆ เลยค่ะ ที่ใช้ "การโกหก" มาเป็นประเด็นของเรื่อง
    โอ๊ยยยยย ยย ยงฮวาไมได้โง่นะตัวเอง ย๊งรู้อ่ะย๊งรู้ !!
    ตายๆๆๆ ได้ความรู้สึกของการแอบรักเลยอ่ะ
    รู้เรื่องของเขาไปหมดทุกอย่าง หลงรักกกกกกกกกก กก ><
    #34
    0
  3. #33 ant_ant
    วันที่ 27 กันยายน 2556 / 11:01
    อยากบอกว่าชอบมากกกกก น่ารักทั้งพี่ชายและน้องสาวหลอกๆ เลยค่ะ

    อยากกดไลค์ให้ซัก 100 ไลค์เลย..เจ้าเล่ห์นักนะพี่ชาย หลอกน้องสาวซะตายใจเลย

    เรื่องถ่ายรูปอ่านแล้วทำให้นึกถึงมาริโอ้ในเรื่องสิ่งเล็กๆ เลยค่ะ..

    อยากบอกไรเตอร์ว่า เขียนได้น่ารักมากกกก.^^
    #33
    0
  4. วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 22:09
    อ๊ายยย น่ารักจัง ยงซอต่างคนต่างชอบกัน มีพี่ชายเปิดทางให้อีก อิย้งลุยเต็มที่*-*
    #32
    0
  5. #31 Pa koy
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 21:10
    โอ้ยยยน่ารักมากมาย ทำไงดี ชอบมาก เอาอีกเอาอีก
    #31
    0
  6. #30 ชานม
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 23:34
    บอกตรงว่าฟินเว่อร์

    "เธอจะยอมเป็นมากกว่าน้องสาวของฉันได้มั้ย"

    ได้ยินประโยคนี้แล้วฟินเว่อร์ อยากเป็นน้องซอขึ้นมาทันที>
    #30
    0
  7. วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 22:41
    ว้าวววว ยงซอน่ารักจัง*-*
    #29
    0
  8. วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 05:34
    บอกได้คำเดียวว่าน่ารักมาก ฟินเลยค่ะ
    #28
    0
  9. #27 softhy
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 00:07
    อ้ากกกกกก หวาน น่ารัก สนุกมากกกกกเลยค่ะ  แอบหักมุมด้วยอะไรเตอร์ ตอนแรกอ่านไปก็ใจหายใจคว่ำ5555 นึกว่าน้องซอจะไม่สมหวังซะแล้ว แต่สุดท้ายก็แฮปปี้สุดๆ คงไม่ได้พี่ชายเพิ่มมาอีกคนหรอกน้องซอ แต่ได้ผู้ชายที่ดีๆที่น่ารักแบบยงมาดูแล หุหุหุ
    #27
    0
  10. #26 tum2511
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 17:01
    อ่านแล้วสนุกมากค่ะ

    ดีแล้วต่างคนก็ต่างแอบรักกัน 

    น่ารักแบบ puppy love
    #26
    0
  11. #25 parn
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 08:56
    สนุกมากๆๆเลยค่ะไรเตอร์ มีแอบร้องไห้ด้วยค่ะตอนน้องซอเห็นอิยงกอดกับสาวอื่น แต่งได้เยี่ยมมากๆๆค่ะไรเตอร์ สนุก น่ารัก กุ๊กกิ๊ก เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์แต่งsfแบบนี้บ่อยๆๆน่ะค่ะไรเตอร์fighting!!
    #25
    0
  12. #24 rasintt
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 21:44
    เป็น SF ยงซอที่สนุกมาก ๆเลยค่ะ  มีอะไรบ้างที่แกไม่รู้ใช่ไหมยง ไม่อยากเป็นพี่ชายที่แสนดีเหรอยง  แล้วน้องซอจะตอบยงว่าไงหล่ะ อยากเป็นมากกว่าน้องสาวอยู่แล้วใช่ไหมน้องซอ  อยากอ่านต่อจังค่ะ กำลังสนุกเลยค่ะ ไม่อยากให้จบเลย  มาต่ออีกนะคะอิๆๆๆๆ จะรอค่ะ อยากรู้ว่าตอนเค้าเป็นแฟนกันพี่ยงจะหึงโหดไหม  ชอบยงคูลเยอะๆๆๆๆ ค่ะ  จะรอฟิคยงซออีกนะคะ สู้ๆๆๆๆ ค่ะ
    #24
    0
  13. #23 หวานได้อีก^^
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 21:23
    ^^ น่ารักฝุดฝุด ขอบบอกเลยคร้าาา แอบหลงรักกันและกัน โกหกกันทั้งคู่ว่างั้น คิคิ
    #23
    0
  14. #22 only
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 08:25
    น่ารักที่สุดเลยอ่ะน้องซอจะตอบว่ายังไงนะคุณไม่คยเป็นพี่ขายของฉันเพราะคุณเป็นมากกว่นั้นมานานแล้วรึป่าวนะ ขอบจังซอจูถ้าถามว่าฉันรู้เรื่องเขาได้ไงยังฉันก็จะตอบไว่าเขาเป็นผู้ชายของฉัน
    #22
    0
  15. #21 Memo
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 01:05
    น่ารักมากอ่านแล้วมีความสุขว่าที่แท้อต่ละคนก็แอบชอบกันอยู่

    ไรเตอร์บรรยายยงซะเห็นภาพเลยยงเป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ ใครจะไม่หลงรักได้ไง

    รวมทั้งน้องซอด้วย อิอิ
    #21
    0
  16. #20 phitchy
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:49
    อ่านไปยิ้มไป น่ารักจังยงซอ
    #20
    0
  17. #19 putty delight
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:02
    กระทืบ like!!!!!

    น่ารักอ่ะ ไรท์เตอร์

    ขอบคุณมากสำหรับ sf น่ารักแบบนี้ค่ะ ไม่มาม่าดีแล้ว

    อ่านแนวนี้มีความสุขมาก
    #19
    0
  18. #18 oaeq
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 21:41
    น่ารักมากค่ะไรเตอร์ ตอนจบพลิกมากกกก โอโม่เป็นใจใช่ไหมค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ
    #18
    0
  19. #17 Moon in the sky
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 20:37
    โอ้ยยย น่ารักเว่อร์ โกหกเพราะรัก

    มันใช่เลยอะไรเตอร์ ถ้าเราเป็นซอก็คงต้องโกหกเหมือนกันแหละ >
    #17
    0
  20. วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 20:32
    เริ่ดมากค่ะไรท์เตอร์ สนุกครบรสมากๆ ><
    ชอบๆ พี่ย๊งกับซอนี่แทบจะบอกไม่ได้ว่าใครโกหกเรียนกว่ากัน
    พอกันทั้งคู่เลยค่ะ
    #16
    0
  21. #15 pigkrat
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 19:39
    น่ารักมากอะ แบบว่ารู้ว่าแอบรัก รู้ว่าโกหก แต่รอแค่อีกฝ่ายบอกแค่นั้น อร๊ายยย นึกถึงตัวเองขึ้นมา ณ บัดดล
    อยากให้เป็นอย่างนี้บ้างจังเลยย >.< อินไปปะ ฮาๆ
    #15
    0
  22. #14 Nu Joy
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 14:38
    ต่างคนต่างแอบชอบกัน แต่ไม่มีใครยอมบอกก่อน นี่ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ระเบิดอารมณ์ออกมา ก็คงไม่ได้สารภาพกันสินะ อย่านี้ความดีความชอบต้องยกให้จงนะ เพราะจงเป็นคนบอกให้น้องเอาหนังสือไปคืน ฮ่าๆ
    #14
    0
  23. วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 14:14
    เขิลอ่ะ ฟินมากกกก >\\\\\<
    #13
    0
  24. #12 hams_joon
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 11:16
    โหยยกว่าจะสารภาพกันออกมาได้นะ55555 ยงนี่ก็แกล้งน้องไม่ยอมบอกน้องเลยนะ ดีนะที่มีเหตุการณ์ทำให้น้องหลุดออกมาไม่งั้นตายงก็รอไปเห้อออว่าน้องจะสารภาพออกมา 5555 ต้องขอบคุณพี่จงฮยอนนะเนี่ยที่ให้เอาหนังสือมาคืนอะไม่งั้นก็ไม่เจอเหตุการณ์นี้
    #12
    0
  25. #11 P_KungMa
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 08:52
    น่ารักมากเลยคะ อ่านแล้วชอบจัง ใส ๆ วัยมัธยม อ่านแล้วยิ้มตามเลยทีเดียว
    น้องซอคงดีใจมากแน่เลย ที่รู้ว่าอิยงก็แอบชอบมาตั้งแต่เด็ก อร๊ายยย 
    ครอบครัวน้องซอคงสมหวัง ได้อิยงเป็นลูกเขยละ 555+ เขียนอีกเยอะ ๆ นะคะ
    อยากอ่านเรื่องอื่นๆ อีกคะ ไรเตอร์ Fighting!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 สิงหาคม 2556 / 08:53
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 3 สิงหาคม 2556 / 08:53
    #11
    0