นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF CNBLUE&SNSD] นางฟ้า {{YongSeo}}.......(100%)

"เขา" ถูกฝันร้ายจากการสูญเสียภรรยาตามหลอกหลอนมาตลอดสามปี จนกระทั่ง "เธอ" บินผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง และพัดพาเอาฝันร้ายไป

ยอดวิวรวม

1,737

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,737

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


8
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ม.ค. 58 / 19:41 น.
นิยาย [SF CNBLUE&SNSD] ҧ {{YongSeo}}.......(100%)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้







“เธอคนที่ฉันไม่อาจสัมผัส ไม่อาจกอดไว้ในอ้อมแขน

แม้หลับตาลงมันก็เหมือนสิ่งเร้นลับที่ไม่อาจฝันถึง

ไม่รู้ว่าจะจรดปากกาเขียนเรื่องราวของเธอให้จบลงอย่างไร

ยิ่งปรารถนาเท่าไหร่ เรื่องราวแสนเศร้านี้ก็ยิ่งเจ็บปวด”

Moonlight – EXO(Chinese Version)

Cr. L Rabbie



 

Talk
           SFยงซอที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบหลังจากฟังเพลงMoonlight ของexo ค่ะ
เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกแฟนตาซีตอนที่ฟัง และเศร้าตอนที่รู้ความหมาย
ไม่รู้ว่าถ่ายทอดออกมาได้ดีแค่ไหน ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะ
J


 

 Angel  Angel
(c) Chess them

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ม.ค. 58 / 19:41


[SF Yonghwa - Seohyun]

Angel

 นางฟ้า





“เธอคนที่ฉันไม่อาจสัมผัส ไม่อาจกอดไว้ในอ้อมแขน

แม้หลับตาลงมันก็เหมือนสิ่งเร้นลับที่ไม่อาจฝันถึง

ไม่รู้ว่าจะจรดปากกาเขียนเรื่องราวของเธอให้จบลงอย่างไร

ยิ่งปรารถนาเท่าไหร่ เรื่องราวแสนเศร้านี้ก็ยิ่งเจ็บปวด”

Moonlight – EXO(Chinese Version)

Cr. L Rabbie






 

            ภาพคืนนั้นยังคงติดตา  เสียงความวุ่นวายที่ดังรายล้อมอยู่รอบตัวยังคงติดตรึงอยู่ในทุกห้วงลมหายใจแม้วันเวลาจะร่วงเลยมาแล้วถึงสามปี  เขายังจำเสียงของตัวเองที่ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดได้แม่นยำ

            “คนไข้คลอดแล้วครับ คุณได้ลูกสาว...”

          “แล้วเมียผมละหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง!

          “หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ....คนไข้เสียเลือดมากและมีภาวะครรภ์เป็นพิษทำให้...”

          “พูดเ หี้ ย อะไรของมึง! มึงเป็นหมอไม่ใช่เหรอเป็นหมอก็ต้องรักษาคนไข้สิ!!

          “หมอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วครับ”

          “ฮึก....ไม่จริง....ไม่...”

แม้กระทั่งเสียงร้องไห้ก็ยังไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำ...

 





 

            ยงฮวาผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง เหงื่อเย็นๆผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าทั้งที่ในห้องอากาศเย็นฉ่ำเพราะลมหนาวที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้  ดวงตาคมหันไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเข็มยาวกับเข็มสั้นบนหน้าปัดกำลังบอกให้รู้ว่าเวลายังไม่ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่อย่างที่คิด



........ขนาดยานอนหลับก็ยังเอาไม่อยู่อีกงั้นเหรอ  อาการของเขามันชักจะหนักขึ้นทุกที



            ยงฮวามีอาการนอนไม่หลับ เป็นติดต่อมาแบบนี้เกือบสามปีเต็มจนหมอต้องสั่งยานอนหลับให้เพราะร่างกายทรุดโทรมลงจากการทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ  หมอบอกว่าอาการของเขาเกิดจากความฝังใจจากการสูญเสียภรรยา และจะค่อยๆดีขึ้นเองถ้าได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างและการเข้ารักษาอย่างต่อเนื่อง  แต่ยงฮวารู้ดีว่ามันเปล่าประโยชน์ ทุกอย่างในคืนนั้นยังติดแน่นอยู่ในความทรงจำ ฝังลึกอยู่ในหัวใจราวกับรอยเปื้อนบนผ้าขาวที่จะไม่มีวันซักออก  มันจะค่อยๆกัดกินและทรมารเขาไปจนวันตาย....

            “พ่อคะ”

เสียงเรียกปนสะอื้นดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่ถูกมือเล็กๆผลักเปิดออก ยงฮวาหันไปมองทางต้นเสียงก่อนจะคลี่ยิ้มบนริมฝีปากหนาเมื่อร่างเล็กๆของเด็กหญิงวัยสามขวบเดินเข้ามาหาพร้อมกับตุ๊กตากระต่างที่แทบจะตัวเท่ากับเด็กหญิง

            “ยังไม่นอนอีกเหรอแทยอน พรุ่งนี้เราต้องไปหาแม่กันแต่เช้านะ”

            “หนูฝันร้ายอีกแล้ว”

แทยอนพูดขณะกำลังพยายามใช้ขาสั้นๆปีนขึ้นมาบนเตียงของเขา

            “พ่อเล่านิทานให้ฟังหน่อย”

เสียงอ้อนๆของลูกสาวทำให้ยงฮวายิ้มกว้าง  ก่อนจะรั้งร่างเล็กเข้ามากอด กดจมูกโด่งหอมลงบนแก้มยุ้ยไปฟอดใหญ่

            “งั้นเอาเรื่องเจ้าหญิงนิทราดีมั้ย”

            “ก่อนหนูเข้านอนพ่อเล่าไปแล้วนี่”

แทยอนพูดขณะโดนคนเป็นพ่อจับให้นอนลงบนเตียง ก่อนแขนเล็กจะเปลี่ยนจากกอดตุ๊กตาคุณกระต่ายมากอดร่างหนาของคุณพ่อตัวโตแทน

            “สโนไวท์?”

            “เรื่องนี้พ่อก็เคยเล่าแล้ว”

            “บ้านขนมหวาน”

            “พ่อเคยเล่าแล้ว”

            “งั้นแทยอนของพ่ออยากฟังเรื่องอะไรล่ะ”

            “...”

            “...”

            “พ่อเล่าเรื่องคุณแม่ให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ”

            “...”

            “นะๆๆ”

            “ไม่เอาหรอก”

            “ทำไมล่ะคะ”

            “เพราะพรุ่งนี้เราต้องรีบไปหาคุณแม่กันแต่เช้าไง แทยอนของพ่อต้องนอนได้แล้วนะ”

โชคดีที่แทยอนไม่ใช่เด็กดื้อ หัวทุยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะผล็อยหลับไปเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆของผู้เป็นพ่อ  โชคดีที่เขาอดทนได้จนกระทั่งลูกหลับ เพราะมันคงไม่ดีซักเท่าไหร่นักถ้าปล่อยให้เด็กหญิงเห็นว่าพ่อของตัวเองกำลังร้องไห้....








 

20%






 

 

            ช่อกุหลาบขาวถูกวางลงตรงหน้าป้ายหินสีเทาหม่น  ตัวอักษรที่สลักเป็นชื่อของร่างที่หลับอย่างสงบอยู่ที่นี่ทำให้ขอบตาของยงฮวาร้อนผ่าว  และเรียกให้หยดน้ำอุ่นไหลเอ่อท้นออกมาจากดวงตาคู่คม เขากำลังจะร้องไห้ และคงจะร้องออกมาจริงๆถ้าไม่มีมือเล็กๆของเด็กหญิงวัยสามขวบเอื้อมมาจับแขน

            “คุณแม่อยู่ตรงนี้เหรอคะ”

แทยอนถามดวงตากลมใสแจ๋วจ้องมองป้ายหินตรงหน้าอย่างใคร่รู้ ก่อนนิ้วเล็กๆจะจิ้มลงไปบนอักษรภาษาเกาหลีที่สลักเป็นชื่อของผู้เป็นแม่ที่ตนไม่เคยเจอ

            “เขียนว่าอะไรเหรอคะพ่อ”

            “ชื่อของแม่หนูไงคนเก่ง”

ยงฮวาย่อตัวลงนั่งให้เท่ากับความสูงของเด็กหญิงพลางวางมือลงบนหัวทุยอย่างรักใคร่

            “แม่ชื่ออะไรเหรอคะ”

ยงฮวาหายใจผิดจังหวะไปชั่วขณะเพราะคำตอบของเด็กน้อย  แทยอนพึ่งสามขวบเด็กอายุเท่านี้ยังอ่านหนังสือไม่ออกไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เด็กน้อยไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของแม่ตัวเอง  ยงฮวาไม่เคยเอ่ยชื่อภรรยาให้ลูกได้ยิน  ไม่เคยเลยซักครั้งตั้งแต่เธอจากไปเมื่อสามปีก่อน  เพราะกลัวเหลือเกินว่าความทรงจำในอดีตจะทำให้ตนอ่อนแอ จะทำให้พ่อผู้เข้มแข็งของลูกสาวกลายเป็นพวกขี้แพ้  เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ไม่อยากให้สิ่งล้ำค่าอย่างสุดท้ายที่ภรรยามอบให้ต้องผิดหวัง

            “แทยอนรอพ่ออยู่ตรงนี้อย่าไปไหนนะรู้มั้ย พ่อจะไปหาอุปกรณ์มาทำความสะอาดแถวนี้ก่อน”

เด็กหญิงพยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจโดยไม่สงสัยซักนิดว่าทำไมอยู่ๆพ่อก็เปลี่ยนเรื่องพูด  ดวงตากลมมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนกระทั่งยงฮวาเดินหายไปจากกรอบสายตา  ความหมายของตัวอักษรสามตัวบนแผ่นหินยังคงติดค้างอยู่ในใจของเด็กหญิง  แทยอนจะตั้งใจเรียน  จะได้อ่านหนังสือออกไวๆ จะได้รู้ว่าคุณแม่ชื่ออะไรซักที 

            “คุณกระต่ายรู้มั้ย มีแต่คนบอกว่าคุณแม่ของแทยอนเป็นนางฟ้าใจดีแหละ”

เสียงใสเอ่ยกับคุณกระต่ายตัวอ้วนกลมด้วยนุ่นด้านใน  ก่อนปากบางที่ใครๆก็บอกว่าถอดแบบมาจากแม่จะย่นลงจนหลายเป็นเส้นโค้งเมื่อนึกถึงใบหน้าชุ่มน้ำตาของผู้เป็นพ่อเมื่อคืน  แทยอนหลับไปแล้ว ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงสะอื้นของยงฮวา  เด็กหญิงวัยสามขวบไม่ได้มีระบบความคิดซับซ้อนขนาดจะสงสัยว่าทำไมพ่อถึงร้องไห้  แทยอนแค่ไม่ชอบที่พ่อร้องไห้ไม่ชอบน้ำตาของพ่อ เพราะรอยยิ้มของพ่อมันน่าดูกว่าเป็นไหนๆ

            “ถ้าแม่เป็นนางฟ้าใจดี แทยอนขอพรกับแม่ได้รึเปล่า”

            “..”

            “ขอให้พ่อไม่ร้องไห้อีกได้มั้ยคะ”

 







 

            แทยอนผล็อยหลับไปหลังจากฟังนิทานของเขาไปสามเรื่อง  ยงฮวากลับมาที่ห้องของตัวเอง จัดการงานที่ยังคั่งค้างจากบริษัท ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเตียงนอนนุ่มเมื่อแน่ใจว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อย  ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาเมื่อเหลือบไปมองนาฬิกาบนหัวเตียงและพบว่าจวนจะเที่ยงคืนแล้ว แต่เขากลับยังไม่รู้สึกง่วงเลยซักนิด  ยงฮวาเอื้อมมือไปที่ลิ้นชักหัวเตียง คุ้ยหาตัวช่วยที่จะทำให้ตนนอนหลับตลอดคืนจนถึงเช้า  ก่อนซองยานอนหลับที่หมอจ่ายให้จากโรงพยาบาลจะถูกหยิบออกมา  ยาเม็ดเล็กถูกส่งเข้าปากพร้อมกับน้ำอึกใหญ่  ร่างสูงล้มตัวลงบนเตียงนอน  ปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้ฤทธิ์ของยานอนหลับค่อยๆทำงานและพาตนเข้าสู่ห้วงนิทรา  พรุ่งนี้มีอะไรที่เขาต้องไปจัดการที่บริษัทบ้างนะ  อีกสามวันต้องไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนแทยอนนี่นา  การ์ดวันพ่อที่ลูกให้เมื่อปีที่แล้วเขาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วนะ....

 


 

..........แล้วมันก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง





            “ฮึก”

            “คนไข้คลอดแล้วครับ คุณได้ลูกสาว...”

          “ไม่...”

          “หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ....คนไข้เสียเลือดมากและมีภาวะครรภ์เป็นพิษทำให้...”

            “อย่า.....อย่าไป”

          “หมอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วครับ”

          “อึก....”

 

 

            “ไม่เป็นไรนะ”

ก่อนทุกอย่างจะค่อยๆสงบลงเพราะเสียงหวานราวระฆังแก้วที่ดังคลออยู่ข้างหู  ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมาตลอดสามปีค่อยๆกลายเป็นสีดำพร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่ข้างแก้ม  เปลือกตาของยงฮวาหนักอึ้งเพราะยานอนหลับ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังค่อยๆเปิดขึ้นตามสัญชาตญาณเพื่อจะพบว่าร่างบางของใครบางคนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า  หัวใจของยงฮวาเต้นแรงจนเขาแทบจะได้ยินเสียงของมันดังออกมาจากอกข้างซ้ายเมื่อเผลอสบเข้ากับดวงตากลมสีดำขลับ  ผิวขาวเนียนราวกระเบื้องเคลือบ  ริมฝีปากสีแดงก่ำดุจกุหลาบและผมดำยาวสยายเหมือนยามรัตติกาล ในห้วงความคิดอันมึนเบลอและแทบจะกลายเป็นสีขาวโพลนในหัวของยงฮวามีเพียงคำๆเดียวที่เปล่งประกายและยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเมื่อพบว่ามือเรียวของคนตรงหน้าวางทาบอยู่บนผิวแก้มหยาบกร้านของตน



.........นางฟ้า



            “อย่า......อย่าไป”

เสียงแหบแห้งพยายามพูดพร้อมกับมือที่เอื้อมไปไขว่คว้าร่างบางเอาไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อหญิงสาวรู้ตัวว่าปลุกเขาให้ตื่นจากการหลับใหลและพยายามผละจากไป  ยงฮวาทรุดตัวลงบนพื้นอย่างน่าอับอาย ขาสองข้างราวกับไร้เรี่ยวแรงเพียงแค่ก้าวลงจากเตียง  คนตัวบางดูตกใจเธอทำท่าเหมือนอยากจะเข้ามาดูอาการของเขาแต่สุดท้ายก็เลือกปีนออกไปนอกหน้าต่าง  ยงฮวาไม่อาจละสายตาออกจากร่างบางระหงส์ เท้าเรียวที่โผล่พ้นออกมาจากชายกระโปรงสีขาวยาวกรอมเท้ายืนอยู่บนขอบระเบียงอย่างหมิ่นเหม่ราวกับไม่เกรงกลัวอันตรายจากความสูง  ริมฝีปากสีแดงก่ำแย้มรอยยิ้มหวานที่ทำให้เขาคิดว่าคงไม่อาจลืมได้ไปชั่วชีวิต ก่อนแสงจันทร์สีเงินยวงที่อาบอยู่ทั่วร่างระหงส์จะร้อยเรียงกลายเป็นปีกสีขาวบริสุทธิ์บนแผ่นหลัง


........ดวงตาของยงฮวาหนักอึ้งก่อนจะปิดลงอีกครั้งเมื่อปีกคู่นั้นพานางฟ้าโบยบินไปจากเขา









            “กูเคยบอกมึงแล้วไงว่าให้ลองไปนั่งสมาธิกับแม่กูที่วัด เผื่อจิตใจจะได้สงบลงบ้าง”

คังมินฮยอกเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนบริษัทคนสำคัญพูดพร้อมกับวางกาแฟกลิ่นหอมกลุ่นลงตรงหน้าเขา

            “ยังฝันเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอวะ”

            “ก็ไม่เชิง”

ยงฮวาตอบ พลางยกกาแฟขึ้นจิบรสขมปร่าของคาเฟอีนที่แผ่ซ่านไปทั่วปากทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างหลังจากตื่นขึ้นมาบนพื้นในสภาพเดียวกับตอนเห็น นางฟ้าบินหายไปในฝันเมื่อคืนเป๊ะ  เขาสามารถอธิบายได้ว่าที่ตัวเองลงมานอนบนพื้นเป็นเพราะอาการละเมอ  และคงจะไม่รู้สึกค้างคาใจเท่านี้ถ้าไม่ได้ตื่นขึ้นมาพบว่ามีขนนกสีขาวร่วงอยู่ข้างๆ

            “ไอ้ยงฮวา!

เสียงตะโกนของมินฮยอกคือสิ่งที่ปลุกให้เขาหลุดออกจากภวังค์ และลบภาพใบหน้าของนางฟ้าออกไปจากหัว

            “ถ้าจะเหม่อขนาดนี้กูว่ามึงไปหาหมอเถอะ อาการมึงชักจะน่ากลัวขึ้นทุกวันแล้วนะยงฮวา”

            “กูไม่เป็นไร...”

            “...”

            “มึงเชื่อมั้ยวะว่านางฟ้ามีจริง”

            “หะ?”

            “กูคิดว่ากูเจอนางฟ้าว่ะ”

            “ก็ก็คิดนะ...”

มินฮยอกพูดด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นเรื่อยๆ

            “คิดว่ามึงควรไปหาหมอน่ะ”

 









 

            วันนี้เขาเกือบโดนมินฮยอกจับส่งโรงพยาบาลหลังจากบอกว่าเมื่อคืนตัวเองเจอนางฟ้าตัวเป็นๆ มันคงจะน่าเอ็นดูกว่านี้ถ้าคนพูดคือแทยอนไม่ใช่คุณพ่อตัวโตวัยเกือบสามสิบของเธอ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นยงฮวาก็ยังไม่คิดว่าตัวเองฝันอยู่ดี  คงไม่มีฝันที่ไหนชัดเจนและเป็นรูปธรรมขนาดนั้น  จนถึงตอนนี้เขายังจำสัมผัสเย็นๆของมือนั่นบนแก้มตัวเองได้ด้วยซ้ำ....

            ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเตียงหลังจากส่งลูกสาวเข้านอนและเคลียงานทุกอย่างเรียบร้อย เปลือกตาคมปิดลงโดยไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของยานอนหลับ  แน่นอนตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยนอนหลับโดยไม่ใช้มันรวมถึงครั้งนี้ก็ด้วย และนั่นแหละคือสิ่งที่ยงฮวาต้องการ....

            เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไปอย่างไร้ค่า ยงฮวาเกือบจะคิดว่าตัวเองควรไปหาหมอตามคำแนะนำของมินฮยอกเมื่อเขานอนนิ่งๆแบบนั้นบนเตียงโดยไม่ได้หลับมาสี่ชั่วโมงเต็ม  ยงฮวาเกือบคิดว่าตัวเองบ้า  เกือบคิดว่าสิ่งที่เจอคืนก่อนคือภาพหลอนที่สร้างจากจินตนาการ


            ตุบ!


จนกระทั่งเสียงแผ่วเบาของฝีเท้าที่หย่อนลงบนพื้นดังแหวกอากาศเข้ามาในโสตประสาท  เขาหลับตาอยู่แบบนั้น ฝืนความอยากรู้อยากเห็นที่อัดแน่นอยู่เต็มอกจนสัมผัสได้ว่าที่ว่างข้างเตียงกำลังยุบตัวลง

            “แอบเข้าห้องคนอื่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”

เสียงของเขาพร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปคว้าแขนเรียวเอาไว้ทำให้หญิงสาวสะดุ้งไปทั้งตัวเพราะความตกใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่สีหน้าตื่นตระหนกนั่นน่าเอ็นดูเหลือเกินในความคิดของยงฮวา

            “เธอ...”

ประโยคที่เหลือสูญหายไปกับอากาศเมื่อนางฟ้าไม่ได้อ่อนหวานเรียบร้อยอย่างที่คิด มือบางอาศัยจังหวะที่เขาเผลอผลักอกแกร่งแรงๆจนร่างสูงเซล้มลงไปบนเตียงก่อนจะสลัดมืออีกข้างจนเป็นอัสระจากพันธนาการของยงฮวา  ร่างเล็กถลาไปที่หน้าต่าง แต่ก็ยังช้ากว่ายงฮวาที่รีบยันตัวลุกขึ้นยืนและตรงดิ่งไปที่หน้าต่างบานเดียวในห้องที่จงใจเปิดทิ้งไว้  ใบหน้าสวยของนางฟ้าดูผิดหวัง  ดวงตากลมๆแดงก่ำเหมือนกำลังจะร้องไห้เมื่อเขาเลื่อนปิดหน้าต่างลงแถมยังลงกลอนเสร็จสรรพ

            “ทีนี้จะหนีไปไหนได้อีก”

ยงฮวาพูดขณะสาวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็ก  เขาแทบกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่เมื่อก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าวคนสวยก็ก้าวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว

            “อ๊ะ!

เสียงอุทานด้วยความตกใจยามร่างบางเสียหลักล้มลงบนเตียงคือเสียงแรกที่ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ย  และก่อนเธอจะได้ตั้งหลักลุกขึ้นยืนยงฮวาก็ตามไปทาบทับคร่อมร่างนั้นเอาไว้  พวงแก้มของหญิงสาวซับสีเลือดฝาดอย่างหน้าชังเมื่อตระหนักได้ว่าตนกำลังตกอยู่ในท่วงท่าน่าอาย และชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหน  และใช่.....สติของยงฮวามันกำลังเตลิดไปไกลแล้วจริงๆ  มือหนาเอื้อมไปสัมผัสผิวแก้มเนียนแผ่วเบา  ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกแรงจนปวดแปลบไปทั้งอกเมื่อดวงตาดำขลับดุจรัตติกาลช้อนขึ้นมามองตน

            “อย่า”

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นกระซิบ  ยงฮวาปล่อยให้มันเป็นเพียงลมที่พัดผ่านหูเพราะในวินาทีต่อมาริมฝีปากสีกุหลาบที่เอื้อนเอ่ยประโยคเมื่อครู่ก็ถูกครอบครองเอาไว้ด้วยอวัยวะเดียวกันของเขา  ริมฝีปากของเธอเย็นเฉียบไม่ต่างกับส่วนอื่นของร่างกายที่กำลังค่อยๆถูกเขารุกราน แต่ก็ยังไม่เย็นพอจะดับความร้อนของจูบที่ทำท่าจะไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ



......คิดถึง  โหยหา  และอยากเติมเต็มให้กันและกันอีกครั้ง



            “คิดถึง”

เสียงแหบพร่าจนแทบกลายเป็นสะอื้นกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูสวยเมื่อละริมฝีปากออกจากกัน  ยงฮวากดจูบลงบนคอระหงส์แผ่วเบาสูดดมเอากลิ่นกายหอมหวานอย่างถะนุถนอมในขณะที่มือหนาเลื่อนขึ้นไปดึงรั้งเดรสสีขาวออกจากร่างบาง

            “คิดถึงมาก....”

            “ฮึก...”

เสียงสะอื้นของคนที่อยู่ใต้ร่างทำให้เขาปวดแปลบไปทั้งอก  แสงสีเงินยวงของดวงจันทร์ที่สาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทำให้มองเห็นหยดน้ำใสที่เปียกชุ่มอยู่บนใบหน้าสวย  ไม่ต่างกันกับเขา...

            “ฉันคิดถึงเธอ...”

            “...”

            “ซอฮยอน”

 



 

            ใครบางคนเคยบอกไว้ว่าเพราะอดัมกับอีฟแอบกินแอปเปิลของพระเจ้าทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบาปติดตัวมาตั้งแต่กำนิด  และบาปข้อหนึ่งคือการที่ชีวิตของมนุษย์เปรียบดังถนนเส้นตรงที่ทอดยาวสู่ปลายทาง  ไม่มีทางให้ย้อนกลับไปแก้ไข้สิ่งผิดพลาดในอดีต



......ต่อให้ร้องไห้คร่ำครวญจนแทบขาดใจ



            กริ๊ง...

 

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นซ้ำๆขณะกำลังเข้าประชุมสำคัญกับหุ้นส่วนบริษัททำให้ยงฮวาทั้งหัวเสียและขายหน้า เขาผละออกมาจากที่ประชุมอย่างเสียไม่ได้เพื่อกดรับโทรศัพท์

            (ยงฮวาเรา....)

            “ซอฮยอนเราบอกแล้วไงว่าวันนี้มีประชุม  มีอะไรก็โทรไปหาแม่ก่อน”

            (....)

            “แค่นี้ก่อนนะประชุมเสร็จแล้วเราจะโทรกลับ”

ยงฮวาเป็นฝ่ายกดตัดสายโดยไม่รู้ว่าซอฮยอนกำลังจะคลอดลูกของเขา  ไม่รู้ว่าเธอมีภาวะครรภ์เป็นพิษและกำลังต้องการกำลังใจ  ไม่รู้ว่าซอฮยอนจะไม่มีโอกาสได้รับโทรศัพท์เมื่อเขาโทรกลับไป  ไม่รู้ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ยินเสียงของผู้หญิงที่รักสุดหัวใจ….

 









 

            แสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านหน้าต่างทิ่มแทงจนเปลือกตาหนักอึ้งสั้นระริกก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้งอย่างยากเย็น  ยงฮวาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า  เสื้อผ้าที่เคยสวมใส่กองกระจัดกระจายอยู่บนพื้น  ขนนกมากมายร่วงหล่นรายล้อมอยู่รอบตัวราวกับจะย้ำเตือนให้คิดถึงคนที่บัดนี้ไม่ได้นอนอยู่ข้างกายอย่างที่ควรเป็น....

            หัวใจของยงฮวาหนักอึ้ง  พอๆกับดวงตาที่เริ่มพร่ามัวเพราะของเหลวอุ่นร้อนที่ไหลเอ่อออกมาเมื่อพบว่าหน้าต่างที่เมื่อคืนตนปิดเองกับมือถูกเปิดทิ้งไว้

            “ฮึก.......ให้อภัยกันไม่ได้เหรอ”

            “...”

            “ยกโทษให้ฉันไม่ได้เลยเหรอ”

            “...”

            “ซอฮยอน”


.........ต่อให้อ้อนวอนเท่าไหร่


..........ก็ไม่เคยมีโอกาสครั้งที่สอง








 

 

60 Years ago


            พ่อของแทยอนมักจะบอกเสมอว่าพระเจ้าบนสวรรค์ใจดีกับทุกคนยกเว้นตัวพ่อ  เพราะพระเจ้าพรากแม่ไปจากพ่อ  และทำให้พ่อจมอยู่กับความคิดถึงทุกวันเป็นสิบๆปี  แทยอนไม่เคยเห็นหน้าแม่นอกจากในรูปถ่ายเก่าๆ  ไม่เคยสัมผัสจริงๆว่าผู้หญิงที่พ่อรักสุดหัวใจเป็นคนยังไง  ทำไมถึงทำให้พ่อฝังใจและรักแค่แม่คนเดียวตราบจนกระทั่งวันสุดท้ายของลมหายใจ  แม้กระทั่งชื่อสุดท้ายที่พ่อเรียกก็ยังเป็น.........ซอฮยอน

            ช่อกุหลาบขาวถูกหญิงวัยหกสิบสามวางลงตรงหน้าหลุมศพของผู้เป็นแม่ที่เสียชีวิตในวันที่คลอดตน  ข้างๆกันคือหลุมศพของพ่อที่พึ่งจากไปเมื่อปีก่อน  พ่อไม่ได้ชอบกุหลาบขาว อันที่จริงไม่มีดอกไม้ซักชนิดด้วยซ้ำที่จองยงฮวาชอบ  แต่มันเป็นดอกไม่ที่แม่โปรดปราน  แทยอนจำได้ว่าสมัยก่อนทุกครั้งที่กลับจากโรงเรียนจะเจอแจกันดอกกุหลาบขาววางกระจายอยู่ตามมุมต่างๆทั่วบ้าน เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้พ่อคิดถึงแม่ และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่พ่อเลือกฝังร่างของแม่ไว้ที่สุสานนอกเมืองที่รายล้อมด้วยพุ่มกุหลาบขาวป่าแห่งนี้

            “แม่ครับกลับกันเถอะ เดี๋ยวจะถึงโซลค่ำนะครับ”

เสียงของลูกชายเรียกให้ดวงตากลมต้องละสายตาออกจากอักษรภาษาเกาหลีบนแผ่นหินที่ตนเคยอ่านไม่ออกและเฝ้าถามผู้เป็นพ่อเสมอว่าอ่านว่าอะไร

            “จ๊ะ งั้นก็ไปกันเถอะ”

แทยอนพูด หากแต่มือที่กำลังจะเอื้อมไปจับแขนผู้เป็นลูกกลับหยุดชะงักอยู่กับที่

            “มีอะไรเหรอครับแม่”

            “...”

            “...”

            “ป.....เปล่า เปล่าจ๊ะสงสัยแม่จะตาฝาด”


แทยอนพูด  ใช่ เธอคงตาฝาดที่เห็นชายหญิงคู่หนึ่งจูงมือกันอยู่ท่ามกลางทุ่งกุหลาบ  คนสองคนที่เคยโดนโชคชะตาพลัดพรากให้แยกจาก และนับจากนี้จะได้อยู่คู่กันไปจนชั่วนิจนิรัน

 




 

THE END






 

จบแล้วค่ะ! เป็นSFที่ได้พล็อตตอนฟังเพลง Moonlight โดยส่วนตัวแล้วชอบเวอร์ชั่นเกาหลีมากกว่า แต่รู้สึกว่าความหมายของเวอร์ชั่นจีนกินใจกว่า โดยเฉพาะท่อนที่ใส่เอาไว้ในหัวบทความ  มันเป็นอารมณ์โหยหาความรักจนแทบบ้าแต่สุดท้ายก็ไม่มีวันได้มาครอบครอง ฮุฮุ  เจ็บปวดจนต้องแอบแม่ไปซื้อน้ำใบบัวบกกินแกล้มกับแห้ว ท้อ ระกำ  555555555555555 



ผลงานอื่นๆ ของ พันธนาการฟ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 สาวน้อยสีชมพู
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 13:48
    เราว่ามันโรแมนติกดี ไม่รู้ทำไม

    ความรักที่ดูแลไว้ไม่ดี กว่าจะรู้ว่าสำคัญก็เอาคืนมาไม่ได้แล้ว

    โหยหาแค่ไหนก็ไม่มีทางได้คืน เรื่องจริงมากๆๆ
    #14
    0
  2. #13 mindmind
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 19:01
    ซึ้งจัง น้ำตาไหลเลย
    #13
    0
  3. วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 23:14
    ทดสอบบ
    #12
    0
  4. วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 23:13
    ทดสอบบ
    #11
    0
  5. #10 จุ๊บเปอร์จุ๊บ
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 05:08
    ขอถังมารองร้ำตาหน่อยครับ
    #10
    0
  6. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 22:46
    เป็นดราม่าที่โรแมนติกมากค่ะ ^^
    #9
    0
  7. #8 only
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 00:16
    ทำไมอ่านไปแล้วน้ำตาไหลได้นะ
    #8
    0
  8. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 08:53
    กว่าจะได้เจอกันอีกตั้ง 60 ปี การรอคอยก็สิ้นสุด เศร้าจังแต่แอบโรแมติคนะคะ
    #7
    0
  9. #6 momoseo
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 01:16
    เป็นเรื่องที่เศร้าแต่ก็ยังโรแมนติกค่ะ
    #6
    0
  10. #5 manowmissu
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 22:52
    อ้ายในที่สุด ยงซอก็อยู่ด้วยกัน
    #5
    0
  11. #4 Ppanit
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 21:15
    ว้าวววว นึกว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
    #4
    0
  12. #3 Ppanit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 20:41
    รอติดตามต่อค่ะ เรื่องน่าตื่นเต้นอ่ะ ตื่นเต้นตั้งแต่แทมาเป็นลูกย้งแล้ว อิอิ ไรเตอร์สู้ๆนะคะ
    #3
    0
  13. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 17:21
    โห้.....อ่านมาครั้งแรกตกใจกับประโยคของยง
    "พูดเ หี้ ยอะไรของ เป็นหมอรักษาคนไข้นะ" 
    พี่ยงเราโหดไปนะ -.,-
    #2
    0
  14. #1 ชานมไข่มุก
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 11:35
    ยงน่าสงสารจัง T^T
    #1
    0