นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF CNBLUE&SNSD]Love ya เรื่องรัก(ฉบับคิดถึง).....100%

เมื่อต้องเลิก"ลา"แต่ยังไม่เลิก"รัก" ความ "คิดถึง" จึงบังเกิด

ยอดวิวรวม

1,816

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,816

ความคิดเห็น


17

คนติดตาม


16
เรทติ้ง : 70 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ค. 57 / 20:14 น.
นิยาย [SF CNBLUE&SNSD]Love ya ͧѡ(ѺԴ֧).....100%

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





        
 



 

ช็อทฟิคชั่ววูบจากอารมณ์คิดถึงยงซอค่ะ มีพล็อตแวบเข้ามาในหัวมากมาย อยากแต่งยงซอมากๆ ยิ่งดูอย่าลืมฉันเห็นพี่ติ๊กเจษภาพพี่ยงแบบหล่อแบดๆก็แวบเข้ามาในหัว 5555 แต่ติดอยู่ตรงที่หลังจากเปิดเทอมไรเตอร์จะไม่ค่อยมีเวลาแล้วค่ะ  ฟิคเรื่องเก่าก็ยังไม่จบ ถ้าเปิดเรื่องใหม่สงสัยจะต้องตายหยั่งเขียด เพราะฉะนั้นพี่ยงเว่อร์ชั่นแบดบายพันธนาการฟ้าจึงต้องถูกพบใส่กระเป๋าไว้ก่อน และสนองneed ตัวเองด้วยช็อทฟิคเรื่องนี้แทน  Love ya เรื่องรัก(ฉบับคิดถึง) จะเป็นอยางไรเมื่อคนรักกลายเป็นคนเคยรัก โฮะๆ ติดตามกันในเรื่องจ๊า!

       


 











themy butter

 




themy butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ค. 57 / 20:14










[SF Yonghwa - Shoyeon]

Love ya เรื่องรัก(ฉบับคิดถึง)


 

7 วันก่อน

 

            [ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ววดี]

 

            [กลับไปเถอะเขมชาติ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว!]

 

            หยดน้ำอุ่นๆไหลเอ่อคลออกมาจากดวงตากลมโตของเจ้าของร่างบางที่นั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนโซฟาเพราะฉากดราม่าสะเทือนอารมณ์ของคู่พระนางในจอทีวี

 

.....ทำไมสุริยาวดีถึงได้ใจแข็งแบบนี้นะ ทั้งๆที่เขมชาติก็ตามง้อขนาดนี้แล้วแท้ๆ

 

            [วดีผมขอโทษ....]

 

            ติ๊ด!

 

            [สุดท้ายก็เข้าไปแล้วครับ  ในที่สุดทีมหงส์แดงก็นำไปแล้วหนึ่งประตูต่อศูนย์]

 

            แต่แล้วภาพพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ที่กำลังนั่งคุกเข่าเรียกคะแนนความสงสารจากคนดูในหน้าจอทีก็พลันเปลี่ยนไปเป็นภาพผู้ประกาศข่าวสายกีฬาหนวดเฟิ้มที่กำลังออกลีลาพากฟุตบอลคู่เด็ด

            “ตัวเอง!
 

ซอฮยอนแผดเสียงอย่างขุ่นเคืองพร้อมกับดวงตากลมโตที่ตวัดค้อนวงใหญ่ใส่คนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ
 

            “ไม่เห็นเหรอว่าเค้ากำลังดูละคร เปลี่ยนกลับไปช่องเดิมเดี๋ยวนี้เลยนะ!
 

ยงฮวาที่บัดนี้มีรีโมตคอนโทรลอยู่ในมือหันกลับมามองแฟนสาวที่อายุน้อยกว่าตนสองปีพลางถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

            “แต่ตัวเองดูละครมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ  ทีนี้ถึงตาเค้าดูบอลบ้าง”

            “แต่มันกำลังถึงตอนสำคัญเลยนะ!

            “บอลก็กำลังถึงตอนสำคัญเหมือนกัน  ไม่เห็นเหรอว่าทีมเค้าโดนนำไปแล้วอะ”

            “ไม่เห็นจะสนุกเลย!

ไม่พูดเปล่าแต่คนตัวเล็กยังพยายามยื้อแย่งรีโมตคอนโทรลไปจากมือเขาอีกต่างหาก

            “ละครก็ไม่เห็นจะสนุกเลย ก็แนวนี้ทั้งปีพระเอกแก้แค้น พอนางเอกโกรธก็มาขอคืนดี อีกหน่อยก็รักกันเหมือนเดิม น้ำเน่าจะตายชัก”

            “แต่เค้าชอบนี่! เค้าจะดูละคร!

            “แต่เค้าจะดูบอล”

            “ละคร!

            “บอล!

            “ถ้าไม่ดูละคร คืนนี้ก็นอนนอกห้อง!

 





 

3 วันก่อน

 

            ซอฮยอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างหัวเสีย  เมื่อหันไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะบนหัวเตียงที่เข็มสั้นและเข็มยาวกำลังบอกว่าเวลาใกล้ล่วงเลยเข้าวันใหม่เต็มทีก็ยิ่งหัวเสียเข้าไปใหญ่ ผลสุดท้ายร่างบางจึงยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขว้างหมอนใบใหญ่ใส่คนตัวสูงที่นั่งเล่นเกมมาราธอนมาตั้งแต่บ่ายจนกระทั่งถึงตอนนี้

            “อะไรเนี่ยตัวเอง! ปาหมอนมาทำไม”

ยงฮวาหันมาโวยเมื่อพลังหมอนแอทแทคของแฟนสาวทำให้เขาเล่นพลาดจนเกมโอเวอร์

            “เค้าจะนอน”

ซอฮยอนตอบเสียงขุ่น

            “ก็นอนไปสิ เค้าไม่ได้ห้ามซักหน่อย”

            “แต่เค้านอนไม่หลับ ตัวเองก็รู้ว่าเค้าเป็นคนหลับยาก ยังจะมาเล่นเกมรบกวนอีกเหรอ”

            “นี่ก็เสียบหูฟังแล้วยังจะเอาอะไรอีก”

            “แสงจากจอคอมตัวเองมันทำเค้าแสบตา  พอแสบตาเค้าก็นอนไม่หลับ”

            “งั้นอีกตานึงก็แล้วกัน”

            “ตัวเอง!

            “...”

            “ก็แล้วแต่นะ....”

            “...”

            “เลือกเอาก็แล้วกันว่าเค้าหรือเกม!

 




 

วันก่อน



  ยงฮวากำลังหัวเสีย.....ผู้คนมากมายที่เดินเบียดเสียดกันอยู่เต็มทางเท้าทำให้คิ้วหนาของชายหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากันจนผูกเป็นปมแน่น  เขากำลังรีบเพราะเลยเวลาที่นัดกับยัยผู้หญิงแก้มบวมมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว  แต่กลับแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้เพราะผู้คนที่เบียดจนเต็มทางเดิน

......ให้มันได้แบบนี้สิวะ! งานนี้มีหวังระเบิดลงกลางกะบาลเอ็งแน่ไอ้ยงฮวา!

คนอย่างจองยงฮวาไม่เคยเดาอะไรพลาด  ยิ่งเป็นเรื่องซวยๆที่มีผลกระทบกับชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองยิ่งไม่เคยพลาด  แน่นอนว่าครั้งนี้ก็ด้วยเหมือนกัน  สิ่งแรกที่ชายหนุ่มสัมผัสได้ทันทีที่ผลักเปิดประตูกระจกใสเข้าไปในร้านเบเกอรี่ร้านโปรดของยัยผู้หญิงแก้มบวมคือสายตาเชือดเฉือนประหนึ่งจะฆ่ากันให้ตายไปข้างจากเจ้าของร่างบางที่นั่งอยู่โต๊ะแถวกลาง

            “ตัวเองมาสาย!

ซอฮยอนเกรี้ยวกราดใส่คนตัวสูงที่ปล่อยให้ตนรอมาเกือบสามชั่วโมงทันทีที่เขาหย่อนตัวลงนั่งตรงหน้า

            “เค้าส่งข้อความมาบอกแล้วไงว่าติดประชุมอยู่กับค่ายเพลง”

ใช่ค่ายเพลง  คุณอ่านไม่ผิดหรอก ผู้ชายความสูงระดับมาตรฐานชายเกาหลีนามจองยงฮวาคนนี้เป็นนักดนตรี  มีดีกรีเป็นถึงนักร้องและหัวหน้าวงดนตรีร็อคแบรนด์ชื่อดัง  ยงฮวารักดนตรีมากพอๆกับที่รักซอฮยอน แต่ดูเหมือนคนตัวบางที่คบกันมาเกือบสี่ปีจะไม่เข้าใจเอาซะเลยว่าคนที่ทำมาหากินในวงการบันเทิงอย่างเขาไม่เคยมีอะไรแน่นอนโดยเฉพาะเรื่องเวลา

            “แต่เค้ารอตัวเองมาเกือบสามชั่วโมงแล้วนะ! ถ้ารากงอกออกมาจากก้นได้ก็คงออกมาแล้ว!

            “ก้นตัวเองก็ยังไม่มีอะไรงอกออกมานิ”

            “ตัวเอง!

            “ทำไมต้องโมโหด้วย คุยกันดีๆไม่ได้รึไงใจเย็นก่อนดิ”

            “จะให้ใจเย็นยังไง  คราวก่อนวันเกิดเค้าตัวเองก็ลืม  วันครบรอบสี่ปี่ตัวเองก็สาย รอบนี้ก็ยังจะสายอีก!

            “อย่างี่เง่าได้ปะ ที่สายก็เพราะเรื่องงานนะเว๊ย”

.........งี่เง่า  คำพูดง่ายๆแค่สองพยางค์สั้นๆแต่กลับทำเอาคนฟังสะอึก  ซอฮยอนกำมือเรียวเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ  ความน้อยใจก่อตัวและอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด

.....ผิดด้วยเหรอที่เธอจะเรียกร้องความใส่ใจจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของตัวเอง

            “ถ้าเค้างี่เง่านักแล้วมาทนคบอยู่ทำไม  ก็เลิกๆไปซะเลยสิ!

            “...”

            “...”

            “ก็ดี....”

ยงพึมพำเสียงแผ่ว ความเจ็บปวดปรากฏขึ้นในดวงตาคู่คมเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าว

            “เลิกก็เลิก!

            “...”

            “ตั้งแต่วันนี้พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!







 



 




โครม!


รูปคู่มากมายที่ถูกใส่กรอบและวางกระจายไว้ทั่วคอนโดถูกซอฮยอนโยนใส่ลังกระดาษอย่างไม่ใยดี  ก่อนมันจะถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาด้วยกระดาษกาวหลายชั้น

           

            ฮึ!  ย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนกับปลวกในห้องเก็บของซะเถอะความทรงจำเกี่ยวกับจองยงฮวา!


            ซอฮยอนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาจนเต็มใบหน้า  ของๆยงฮวาในคอนโดที่อยู่ด้วยกันมาเกือบสองปีมีมากเกินไป  กว่าจะเก็บทุกอย่างยัดใส่ลังหมดก็ทำเอาถึงกับเหนื่อยลิ้นห้อย  มือเรียวเอื้อมไปคว้าแก้วน้ำผักรวมที่ยงฮวาไมเคยชอบกลิ่นของมันแถมยังบอกว่าสีดูช้ำเลือดช้ำหนองเหมือนเป็นเครื่องดื่มทำลายสุขภาพมากกว่าจะบำรุงสุขภาพมาดื่มอึกใหญ่


.........อ๊า ดื่มแล้วสดชื่นชะมัด  นี่แหละเครื่องดื่มที่ซอฮยอนคู่ควร!


 โทรทัศน์จอแอลซีดีถูกกดเปิดหลังจากเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพถูกจัดการจนหมดแล้ว  ภาพของคู่พระนางสุดฮ็อตที่ปรากฏขึ้นบนจอเรียกรอยยิ้มพึงพอใจจากคนตัวเล็ก

......ข้อดีข้อที่หนึ่งของการเป็นโสดคือไม่ต้องแย่งโทรทัศน์กับผู้ชายบ้าบอลให้เสียอารมณ์

 
 

[ผมขอโทษวดี  ผมผิดไปแล้วผมรักคุณ]

พระเอกหน้าหล่อในจอโทรทัศน์พร่ำพูดขอโทษกับนางเอกซ้ำๆเหมือนกับตอนที่แล้ว  ดวงตาคู่คมมีน้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าสงสาร

            [ค่ะ ฉันให้อภัยคุณ]

            [เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะวดี]

ซอฮยอนเบะปาก  รู้สึกหัวเสียขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ตอนที่แล้วยังโกรธกันจะเป็นจะตายอยู่เลย บทจะดีกันก็ดีกันง่ายๆซะงั้น  ถ้าเป็นชีวิตจริงอย่าว่าแต่ให้อภัยเลยคงกรวดน้ำคว่ำขันเผาพริกเผาเกลือแช่งกันไปแล้วล่ะมั้ง!

 
 

            “ละครก็ไม่เห็นจะสนุกเลย ก็แนวนี้ทั้งปีพระเอกแก้แค้น พอนางเอกโกรธก็มาขอคืนดี อีกหน่อยก็รักกันเหมือนเดิม น้ำเน่าจะตายชัก

 
 

คำพูดของใครบางคนที่ดังขึ้นในหัวอีกครั้งทำให้ใบหน้าสวยหงิกงออย่างไม่ชอบใจ  ทำไมจะต้องไปคิดถึงเขาด้วยล่ะซอฮยอน!  มือเรียวถูกยกขึ้นตบพวงแก้มอิ่มรัวๆเพื่อไล่ภาพของคนใจร้ายออกไปจากหัว  พอจะหันกลับไปดูทีวีอีกครั้งละครหลังข่าวที่เคยคิดว่าสนุกกลับน่าเบื่อขึ้นมาซะอย่างนั้น

            ผลสุดท้ายโทรทัศน์เครื่องใหญ่จึงถูกปิดลงในที่สุด  เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรซอฮยอนจึงตัดสินใจกลับเข้ามาในห้องนอนของตน  เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำดีต่อสุขภาพจะตาย  แต่เมื่อประตูถูกผลักปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง  เธอถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดถนัด

......ห้องนี้มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของจองยงฮวา  ความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายตัวสูงทำให้ความรู้สึกบางอย่างตีรื้นขึ้นมาในอกอย่างช่วยไม่ได้

......ตอนอยู่ล่ะทำให้หงุดหงิดแทบบ้า

......แต่พอหายไปทำไมมันถึงเหงาจังเลย


นายเป็นตัวอะไรกันแน่นะจองยงฮวา


            [อู รี ซอ โร พัน มัล ฮา นึน ซา อี กา ทเว กี รึล ….. ]

เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ใช้เพลงเดิมมานานกว่าสี่ปีทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างคาดหวังว่าคนที่โทรมาจะเป็นผู้ชายที่แต่งเพลงนี้ให้  เพลงแห่งความทรงจำของเราสองคน.....

 
 

........แต่บางทีเธออาจจะหวังมากเกินไป

 
 

            “มีอะไรเหรอคะแม่”

ซอฮยอนกรอกเสียงลงไปหาคนที่ปลายสายเสียงแผ่ว  คนอย่างจองยงฮวาน่ะเหรอจะโทรมาง้อ  เธอนี่มันโง่จริงๆซอฮยอน

            [แม่จะโทรมาบอกว่า  เอ๊ะ เดี๋ยวนะทำไมเสียงหนูสั่นแบบนั้นล่ะลูก]

            “หนูเหรอคะเสียงสั่น....ฮึก....เปล่าซักหน่อย”

            [ซอฮยอนนี่ลูกร้องไห้เหรอ]

            “เปล่านะคะ...ฮือ....หนูไม่ได้ร้อง”

ซอฮยอนปฏิเสธทั้งที่กำลังสะอื้นไม่หยุด  มือเรียวยกขึ้นแตะดวงตาและพบว่ามันเปียก.....เธอกำลังร้องไห้อยู่จริงๆด้วย

            [ซอฮยอนเกิดอะไรขึ้น บอกแม่ซิ]

            “แม่คะ.....ฮึก”

            [ซอฮยอน.....]

            “หนูคิดถึงเขาจังเลยค่ะ”

[....]

“คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”

 







 

ยงฮวาทิ้งตัวลงนอนเหยียดขาบนโซฟาตัวหนาในห้องซ้อมส่วนตัวของวงหลังจากสั่งให้สมาชิกทุกคนในวงพักได้ยี่สิบนาที  การที่ต้องทั้งร้องและเล่นกีต้าร์ติดต่อกันนานๆหลายๆชั่วโมงทำเอาคนตัวสูงแทบจะหมดแรงล้มทั้งยืนแถมคอยังแห้งเป็นผง  แต่ดูจากการที่มักเน่ตัวสูงผู้มีตำแหน่งมือเบสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งไลน์หาสาวๆในสังกัดอย่างสนุกสนาน  มือกลองตาตี่กดสมาร์ทโฟนเครื่องบางโทรไปรายงานกับใครบางคนที่บ้านว่าวันนี้จะต้องอยู่ซ้อมจนดึกและมือกีต้าร์ตัวขาวราวกับกินกลูต้าแทนข้าวที่ถึงจะไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาใช้ก็ยังอุตส่าห์คว้ากีต้าร์โปร่งตัวโปรดมานั่งเล่นทั้งๆที่เป็นเวลาพัก  คงมีแค่เขาสินะที่รู้สึกเหมือนโดนสูบแรงไปหมดแบบนี้  หรือจองยงฮวาจะย่างเข้าสู่วัยชราแล้วล่ะเนี่ย....

“ไอ้จงฮยอน”

ยงฮวาตะโกนเรียก  มือกีต้าร์ตัวขาวที่กำลังด่ำดิ่งสู่อารมณ์ติสหันมาเลิกคิ้วมองคนอายุมากกว่าเหมือนอยากถามว่ามีอะไร 

“คืนนี้กูนอนบ้านมึงนะ”

“อะไรนะ!

หน้ามึนๆของจงฮยอนพลันเปลี่ยนเป็นตกใจ  ดวงตาคู่คมที่มองคนเป็นพี่เหลือกกว้างประหนึ่งพึ่งได้ยินว่าโลกกำลังจะแตก

            “ตกใจอะไรนักหนาวะ หรือมึงจะไม่ให้กูนอน”

ตาขวางๆของท่านหัวหน้าวงทำเอาคำปฏิเสธเลือนหายไปจากหัวมือกีต้าร์หนุ่มทันที

            “นอนน่ะนอนได้  แต่พี่คงต้องนอนที่ห้องรับแขกนะ”

            “ทำไมต้องนอนห้องรับแขก แล้วห้องนอนมึงล่ะ”

ยงฮวายันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนคิ้วหนาจะต้องขมวดมุ่นเข้าหากันจนผูกเป็นปมเพราะแก้มขาวๆที่เจือไปด้วยเลือดฝาดของจงฮยอน

            “ก็.............”

            “...”

            “ก็ผม......”

            “...”

            “ผมมีคนนอนด้วยแล้ว”

            ตาเถรหก!

 เมื่อกี้ไอ้จงฮยอนมันพูดว่าอะไรนะ  มีคนนอนด้วยแล้ว?  แบบเขากับซอฮยอนน่ะเหรอ?  ติสแตกอาร์ตตัวพ่ออย่างมันเนี่ยนะ!

            “นี่มึงแอบซุกผู้หญิงไว้ที่บ้านเหรอ!

            “ซุกอะไรเล่าพูดให้มันดีๆนะ  เขาเรียกว่าทดลองใช้ชีวิตคู่ก่อนแต่งงานต่างหาก  ว่าแต่พี่เหอะ...”

ยงฮวาเริ่มเบะปากเมื่อเดาทางได้ว่าจงฮยอนกำลังจะถามอะไร

 
 

.......อย่าพูดออกมาเชียวนะมึง!

 
 

            “มาขอค้างบ้านคนอื่นแบบนี้...”

 
 

........บอกแล้วไงว่าอย่าพูด!

 
 

            “ทะเลาะกับซอฮยอนมาล่ะสิ”


            เฟี้ยว!


หมอนอิงลายซิมสันใบโตถูกเปลี่ยนเป็นขีปนาวุธวิถีทำลายล้างสูงทันทีเมื่อมันหลุดออจากมือพี่ใหญ่พุ่งตรงใส่หน้ามือกีต้าร์ตัวขาว

            “เ  สื  อ  ก !!

คนอารมณ์ร้อนสบถคำด่าไปหนึ่งดอกก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนโซฟาอย่างเซ็งในอารมณ์  ในขณะที่มือกีต้าร์ตัวขาวกลับหัวเราะขบขันราวกับเห็นความเดือดร้อนของเขาเป็นเรื่องสนุก


            ติดิ๊ง!


            “ไม่หรอก  เค้ารักตัวเองมากกว่า”

เสียงไลน์และเสียงคุยโทรศัพท์ของมือเบสและมือกลองยิ่งทำให้รู้สึกอารมณ์เสียจนต้องใช้หมอนซิมสันใบเดิมที่จงฮยอนพึ่งปาคืนมาให้อุดหู


.....เออ  ให้มันได้แบบนี้สิ  รักกันเข้าไปเถอะ  หวานกันให้มดกัดไปเลย  ปล่อยให้ไอ้คนหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างเขามันเฉาตายคาที่ไปแบบนี้แหละ!

            ฮารุเอ ฮันบอนมัน คือเดน ตออลรยอจวอโย miss you

            (วันนึงผมเฝ้านึกถึงแต่คุณ คิดถึงแต่คุณ)

เสียงนุ่มๆของจงฮยอนและเสียงกีต้าร์ที่แว่วมาให้ได้ยินทำให้รู้สึกปวดแปลบในอกขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

            ฮารุเอ ฮันบอนมัน นานึน อิจจวอเกโย”

(วันนึง ผมพยายามที่จะลืมคุณ)

คือกอซโด อันดเวโย คือกอซโด อันดเวโย”

(ผมทำไม่ได้ ทำไม่ได้เลยจริงๆ)

คือกอซโด อันเดวมยอน คือรอม นันนอตอกคานาโย

(ถ้าผมทำไม่ได้ ผมควรต้องทำยังไง?)

 

.........ขนาดเพลงก็ยังซ้ำเติม  ให้มันได้แบบนี้สิจองยงฮวา!

 

ยงฮวาหยิบโทรศัพท์เครื่องบางออกมาจากกระเป๋ากางเกง  หยุดมองภาพวอลเปเปอร์รูปผู้หญิงแก้มบวมที่กำลังฉีกยิ้มกว้างให้กล้องอย่างน่าพุ่งเข้าไปฟัดแก้มอิ่มสองข้างนั่นให้หายคิดถึงนานหลายนาทีก่อนจะกดเปิดแอพพิเคชั่นไลน์  เลือนไปที่ชื่อใครบางคนและรู้สึกเหมือนหายใจติดขัดขึ้นมาดื้อๆเพราะประวัติการสนทนาเก่าๆที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

 

            Seo_roro : กินข้าวรึยัง?

Seo_roro : พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้ฝนจะตก อย่าลืมหยิบร่มออกไปด้วยนะ

Seo_roro  : สายอีกแล้วนะ! คราวนี้จะโกรธจริงๆแล้วด้วย!!! ;(((

เมื่อก่อนล่ะส่งมาวันล่ะเป็นสิบข้อความ  ทีตอนนี้อยากให้ส่งมาดันหายจ้อยไปเลยนะยัยแก้มบวม!

 

........อ่อจริงสิ  ก็เลิกกันแล้วนี่หว่า เขาจะส่งมาหาเราทำไมล่ะ

 

.......หรือเขาควรจะส่งข้อความไปหาซอฮยอนดี?

 

            Yongwha : ทำอะไรอยู่

นิ้วเรียวรัวพิมพ์ข้อความลงในช่องสนทนา  ช่างใจซักพักก่อนจะกดลบทิ้งแล้วเริ่มพิมพ์ข้อความใหม่ลงไป

            Yonghwa : เรื่องเมื่อวานเค้าขอโทษ...

.....แล้วทำไมเขาต้องขอโทษด้วยวะ! แบบนี้ก็เหมือนยอมรับว่าตัวเองผิดน่ะสิ  เรื่องอะไร ฝันไปเถอะ!

            Yonghwa :  คิดถึงนะ....

เป็นอีกครั้งที่ข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ถูกกดลบทิ้ง ก่อนจะตัดใจเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเหมือนเดิม

ซอฮยอนกำลังทำอะไร  อยู่ที่ไหน  คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่า  จะกินข้าวหรือยัง .........จะคิดถึงเขาบ้างไหมคำถามมากมายปรากฏขึ้นในหัวของยงฮวาพร้อมกับความร้อนผ่าวบริเวณดวงตาเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าถ้าไม่รีบสงบสติอารมณ์อีกไม่นานจะต้องมีน้ำใสๆไหลเอ่อตามออกมาแน่


...........เมื่อไหร่จะหายโกรธ  คิดถึงจะตายอยู่แล้ว

 






 

            “จะโทรจิกอะไรกันนักหนาวะ  กำลังจะถึงแล้วโว๊ย”

ยงฮวาตะคอกใส่สมอลทอล์คอย่างหัวเสียหลังจากโดนจองชินมือเบสตัวสูงของวงโทรตามเกือบสิบสาย

            “รู้แล้วๆ กำลังหาที่จอดรถเจอกันในร้าน แค่นี้นะ”

ยงฮวากดตัดสายในขณะที่กำลังถอยรถคันโปรดเข้าจอดในลานจอดรถของร้านกาแฟกึ่งคาเฟ่เล็กๆอันเป็นสถานที่นัดพบกับสมาชิกคนอื่นในวง วงของยงฮวากำลังจะได้ออกอัลบั้มใหม่ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า  พวกเด็กๆเลยอยากออกมาฉลองข้างนอก แต่เมาไม่ได้เพราะต้องกลับไปซ้อมดนตรีต่อ  ดังนั้นแทนที่จะเป็นผับสถานที่สำหรับการฉลองจึงถูกเปลี่ยนมาเป็นร้านกาแฟกึ่งคาเฟ่แห่งนี้แทน  ร่างสูงผลักประตูกระจกบานใส่เข้าไปด้านในร้าน  ดวงตาคมหลังแว่นกันแดดสีชากวาดมองหาสมาชิกร่วมวงทั้งสามไปทั่วร้าน ก่อนจะรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดขึ้นมาดื้อๆเมื่อสังเกตเห็นร่างบางของใครบางคนนั่งอยู่ในร้านด้วย


.......เขาควรจะเข้าไปทักเธอรึเปล่านะ  เข้าไปบอกว่าขอโทษ บอกว่าคิดถึงเธอขนาดไหน

ยงฮวารีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปทันที  เรื่องอะไรจะเข้าไปทัก แบบนั้นก็เสียฟอร์มแย่น่ะสิ

            “ยูฮูววววว ลีดเดอร์ทางนี้”

เสียงตะโกนโหวกเหวกลั่นร้านพร้อมกับแขนยาวเก้งก้างของจองชินที่โบกไปมาเพื่อเรียกให้เขาเดินเข้าไปหาทำให้ซอฮยอนสังเกตเห็นเขาเป็นครั้งแรก  ดวงตากลมโตละออกจากแก้วน้ำชาและหันมามองคนตัวสูง ก่อนอัตราการเต้นของหัวใจจะไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อดวงตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ ยงฮวาเป็นฝ่ายหลบตาก่อน ชายหนุ่มพยายามกลืนก้อนความรู้สึกที่กำลังจะไหลทะลักออกมาลงคอไป  ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาสมาชิกในวงที่นั่งอยู่ถัดจากโต๊ะของซอฮยอนพอดีราวกับจงใจ

            “ทำไมมาช้าจังวะพี่”

มินฮยอกมือกลองตาตี่ที่น้ำอัดลมของตนพร่องไปแล้วเกินครึ่งแก้วหันมาถามหัวหน้าวงที่หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ

            “ท่านประธานเรียกเข้าไปคุยเรื่องอัลบั้มใหม่น่ะ”

ยงฮวาตอบทั้งที่ตายังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวโต๊ะข้างๆ  ก่อนคิ้วหนาจะขมวดมุ่นเข้าหากันจนผูกเป็นปมแน่นเมื่อผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินดุ่มๆเข้ามาในร้านและหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะของซอฮยอน

            “ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับพี่ซอฮยอน”

น้ำเสียงสุภาพและรอยยิ้มหวานของคนแปลกหน้าทำให้ยงฮวารู้สึกหัวเสียขึ้นมาตะหงิดๆ

            “ไม่หรอกจ๊ะ พี่ก็พึ่งมาถึงเหมือนกัน”

พึ่งมาถึงที่ไหน! เห็นนั่งรออยู่ก่อนแล้วเป็นชาติชัดๆ  แล้วยังจะไปยิ้มให้มันอีกนะ ถ้าเปลี่ยนจากไอ้เด็กหน้าหวานนั่นเป็นเขาป่านนี้คงโดนวีนร้านแตกไปแล้วล่ะมั้ง!

            “พี่สั่งขนมไว้ให้ไม่รู้ว่าคยองซูจะชอบรึเปล่า”

            “พี่ซอฮยอนสั่งอะไรให้ผมก็ชอบหมดแหละครับ”

            “ปากหวานจังนะเรา”

 
 

ปึง!


หมั่นไส้โว้ย!

            “พี่ยงฮวาโว้ย!

เสียงเรียกปนตะคอกของมินฮยอกทำให้ยงฮวาต้องละสายตาออกจากโต๊ะข้างๆ ก่อนจะตะคอกมือกลองตาเรียวกลับไปอย่างหัวเสีย

            “อะไรวะ!

            “ผมต่างหากที่ต้องถามพี่ว่าเป็นอะไรวะ อยู่ๆก็ทุบโต๊ะ ดูดิน้ำผมหกหมดแล้วเนี้ย!

มินฮยอกโวยวายพลางชี้ให้ดูหยดน้ำสีเข้มที่กระฉอกออกมาจากแก้วจนเปรอะเปื้อนเต็มโต๊ะ

            “กูแค่.....”

            “นั่นมันซอฮยอนนี่หว่า”

ยังไม่ทันพูดจบประโยคจองชินก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน  เรียกให้จงฮยอนและมินฮยอกต้องหันไปมองโต๊ะข้างๆบ้าง

            “มากลับใครวะนั่น” จงฮยอน

            “หรือแฟนพี่ยงฮวาจะมีกิ๊ก” จองชิน

            “อ๋อ เพราะแบบนี้เลยหึงสินะ”

และปิดท้ายด้วยประโยคเรียบๆแต่ฟังแล้วเจ็บจี๊ดของมินฮยอก

            “หึง?  ใครหึง ทำไมกูต้องหึงด้วย ผู้หญิงเอาแต่ใจแบบนั้นออกไปจากชีวิตกูได้ซักทีต้องดีใจต่างหากถึงจะถูก”

            “นี่เลิกกันแล้วเหรอ”

มินฮยอกถาม  ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างจนแทบถลน

            “เออเลิกแล้ว!

           

“ร้านนี้เป็นร้านโปรดของพี่เลยนะ”

“งั้นคราวหน้าเรามาด้วยกันอีกนะครับ”


...ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยังไม่วายหันไปมองโต๊ะข้างๆอีกจนได้  ยงฮวาสบถคำหยาบออกมาชุดใหญ่เมื่อเด็กชื่อคยองซงคยองซูอะไรนั่นส่งยิ้มหวานไปให้ซอฮยอน

            “งั้นก็อย่าไปหึงเขาสิวะพี่”

จองชินพูด เรียกให้ดวงตาคมของคนเป็นพี่ตวัดหันมามอง

            “กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้หึง!

            “แบบนี้เขาเรียกว่าหึงชัดๆ”

            “กูไม่........”

           

“ครีมติดปากครับพี่ซอฮยอน”

            “อ๊ะ! จริงเหรอ”

            “อย่าใช้มือเช็ดแบบนั้นสิครับ อยู่นิ่งๆนะเดี๋ยวผมเช็ดให้”

           

            “ไม่ไหวแล้วโว๊ย!

ยงฮวาตะโกนเสียงดังลั่นก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาตกใจของสมาชิกร่วมวงทั้งสาม  จงฮยอนพยายามจะเอ่ยห้ามและบอกให้พี่ชายใจเย็นๆแต่ดูเหมือนมันจะสายไปเสียแล้วเมื่อร่างสูงย่างสามขุมไปหยุดยืนข้างๆโต๊ะของซอฮยอนและผู้ชายหน้าหวานคนนั้น  มือหนาคว้ามือของคนแปลกหน้าที่กำลังจะสัมผัสกับริมฝีปากของ(อดีต)คนรักพร้อมกับถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

            “ถ้าไม่อยากเจ็บตัว เก็บมือมึงให้ห่างๆจากคนของกูเลยไอ้หนู”

            “ยงฮวา! ทำอะไรบ้าไปแล้วรึไง”

ซอฮยอนตะโกนเสียงดังเมื่อยงฮวาออกแรงบิดแขนคยองซูจนคนอ่อนวัยกว่าร้องลั่น ยงฮวาเค้นยิ้มเหยียดขึ้นบนริมฝีปากหนา

            “เราต่างหากที่ต้องถามเธอว่าบ้าไปแล้วเหรอ  พึ่งเลิกกันได้ไม่กี่วันก็เปลี่ยนรสนิยมมากินเด็กแล้วรึไง”

            “อย่ามาทำตัวอันธพาลแถวนี้นะ  ปล่อยคยองซูเดี๋ยวนี้นะ!

            “ห่วงมันมากนักเหรอ  แค่นี้มันไม่ตายหรอกหน่า!

            “ยงฮวา!

            “ถ้าอยากให้เราปล่อยไอ้เด็กนี่ก็ออกไปคุยกับเราข้างนอก.......เดี๋ยวนี้!

ยงฮวากดเสียงเข้มจนฟังดูน่ากลัว

            “คยองซูรอพี่อยู่ที่นี่ก่อนนะ”

            “ต....แต่พี่ซอฮยอนจะออกไปกับเขาจริงๆเหรอครับ”

            “ไม่ต้องห่วงพี่หรอก  ก็แค่ไปสะสางเรื่องเก่าๆ”

ประโยคหลังดวงตากลมโตถูกตวัดไปมองยงฮวาที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงใส่คยองซูราวกับคนอ่อนวัยกว่าเป็นศัตรูมาตั้งแต่ชาติปางก่อนทั้งที่พึ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ

            “ก็ดี.....งั้นเราไปสะสางเรื่องของเรากันเถอะที่รัก!

 






 

            ซอฮยอนถูกคนตัวสูงลากให้ออกมาจากร้าน  มือหนาที่จับอยู่บนท่อนแขนเรียวทั้งกระชากทั้งดึงให้คนตัวบางเดินตามออกมา ยงฮวาไม่สนด้วยซ้ำว่ากำลังทำให้เธอเจ็บ  ไม่สนเลยซักนิดแม้หยดน้ำอุ่นๆจะกำลังไหลเอ่อออกมาจากดวงตากลมโต

            “มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา”

ซอฮยอนกระชากเสียงถาม พยายามให้น้ำเสียงของตนไม่สั่นเครือแม่จะมีก้อนสะอื้นไหลขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ

            “ทำไมของเก่าๆอย่างเรามันทำให้เธอรังเกียจมากจนเสียเวลาอยู่ด้วยซักนาทีไม่ได้เลยรึไง!

            “รู้ตัวก็ดีแล้ว!

            “ซอจูฮยอน!

ซอฮยอนเม้มริมฝีปากบางเข้าหากันแน่น  ตลอดสี่ปีที่คบกันยงฮวาไม่เคยตะคอกเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้เลยซักครั้ง  ไม่เคยมีเลย....

            “ไอ้เด็กนั่นมันดีกว่าเราตรงไหน หรือแค่เพราะมันเด็กกว่าเราเธอเลยเลือกมัน”

            “นี่นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร”

            “เราต่างหากที่ต้องถามเธอว่าเป็นบ้าอะไร  เลิกกันแค่แป็บเดียวหาใหม่ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ”

            “...”

            “อ๋อ  หรือว่าคั่วอยู่กับมันตั้งแต่ตอนคบกับเราล่ะ!

 

            เพี๊ยะ!

 

มือเรียวเล็กเหวี่ยงใส่ใบหน้าคมตายของคนตัวสูงเต็มแรง  หยดน้ำอุ่นร้อนกลั่นตัวจากความน้อยใจและไหลเอ่อออกมาจากดวงตากลมโตไม่ขาดสาย

            “เพราะนายมันทุเรศแบบนี้ไงเราถึงไปกันไม่รอด”

            “...”

            “คยองซูไม่ใช่ผู้ชายคนใหม่  แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่ต้องย้ายมาเรียนในโซล  แม่เลยฝากให้ฉันดูแลจนกว่าน้องจะหาหอพักอยู่ได้”

            “...”

            “นายชอบบอกว่าฉันเอาแต่ใจ  บอกว่าฉันขี้โวยวาย  แล้วทีนายล่ะเคยฟังฉันบ้างรึเปล่า เคยถามบ้างรึเปล่าว่าฉันน่ะเอาแต่ใจเพราะต้องการอะไร  เคยใส่ใจความรู้สึกของฉันบ้างรึเปล่า”

            “ซอฮยอนฉัน.....”

            “ขอบคุณมากนะที่ทำให้ฉันรู้ว่าคิดถูกแค่ไหนที่เลิกกับนาย  ต่อไปนี้จะได้หมดเหตุผลให้ตัวเองคิดถึงผู้ชายห่วยๆอย่างนายซักที”

หยดน้ำอุ่นร้อนที่ไหลลงมาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าถูกมือเรียวเช็ดออกลวกๆ ก่อนร่างบางจะหันหลังเตรียมเดินกลับเข้าไปหาญาติผู้น้องในร้าน  ยงฮวายืนมองแผ่นหลังบางที่ค่อยๆเดินห่างออกไปพร้อมกับอวัยวะสูบฉีดเลือดที่บีบรัดเข้าหากันแรงจนคล้ายกับทำให้เจ็บปวดทุกครั้งที่หายใจ

 

.........ซอฮยอนกำลังเดินจากไปแล้ว  เธอกำลังจะออกไปจากชีวิตเขา และหายไปตลอดกาล

 

วินาทีแรกยงฮวาคิดว่าตัวเองคงอยู่ได้ถ้าไม่มีเธอ  แต่ในวินาทีต่อมาความรู้สึกบางอย่างกลับปะทุขึ้นรุนแรงในอก  คล้ายกับคนจมน้ำที่ออกซิเจนในปอดใกล้หมดและกำลังจะขาดใจตาย

 

……และออกซิเจนนั่นสำหรับเขามันชื่อซอจูฮยอน

 

........ปล่อยเธอไปไม่ได้ ยังไงก็จะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด

 

รู้ตัวอีกทีขายาวๆสองข้างก็ก้าวเข้าไปประชิดคนตัวบางที่กำลังเดินหนี  มือหนาเอื้อมไปคว้าแขนเรียวเล็กเพื่อให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้าก่อนมืออีกข้างจะบังคับให้ใบหน้าสวยไม่ขยับหนี 

            “คิดจะทำอะไร!

            “เดี๋ยวก็รู้”

            “ฉันเกลียดน.........”

ริมฝีปากหนาทาบทับลงบนกลีบปากสีชมพูก่อนที่คนตัวเล็กจะพูดถ้อยคำไม่น่าฟังออกมา  บดเบียดช่วงชิงความหอมหวานจนคนที่กำลังพยศจนสิ้นฤทธิ์  ก่อนจะยอมปล่อยให้ริมฝีปากบางเป็นอิสระเมื่อซอฮยอนทุบที่แผงอกแรงๆเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ากำลังเริ่มหายใจไม่ออก

            “เธอโกหก”

เสียงแหบพร่าของยงฮวากระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู

            “ถ้าเกลียดเราแล้วจูบตอบทำไม”

            “นิสัยไม่ดี!

รอยยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์บนริมฝีปากหนาของชายหนุ่มทำให้ซอฮยอนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งแก้ม  จนต้องหาวิธีแก้เขินด้วยการทุบกำปั้นลงบนแผ่นอกกว้างแรงๆ

            “ดีกันเถอะ”

ยงฮวาพูดพร้อมกับหยุดมือเรียวที่กำลังประทุษร้ายร่างกายตนไม่หยุดด้วยการรวบคนตัวบางเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน คว้ามือเรียวมากุมก่อนจะฉวยโอกาสกดริมฝีปากร้อนลงบนมือนุ่มแรงๆ

            “เราเบื่อทะเลาะกับเธอจะแย่แล้ว”

            “ง่ายไปมั้ย  นายทำฉันนอนร้องไห้เป็นวันๆ แล้วจะมาขอคืนดีกันง่ายๆแบบนี้เนี่ยนะ”

            “ง่ายๆแบบนี้แหละ คนเราอายุสั้นจะตายเราอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่รักเธอมากกว่า”

            “คนบ้า!

            “เมื่อกี้เธอพึ่งจูบกับคนบ้าไปหยกๆนะ  ลิบสติกยังติดอยู่บนปากเราอยู่เลย โอ้โหรสตอเบอรี่ด้วย”

            “นี่!

            “ดีกันเถอะนะ”

ยงฮวาพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป  มือหนาที่กระชับแน่นรอบเอวบางบ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังจะเข้าสู่โหมดจริงจัง

            “ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนน่าเบื่อเท่ากับเธอมาก่อนเลย”

            “ห.....หา”

ซอฮยอนครางในลำคอ  อยากจะสลัดตัวออกจากคนตัวสูงแล้วเดินหนีไปให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่มือหนาสองข้าของยงฮวากลับไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระง่ายๆ

            “เธอทั้งเอาแต่ใจ ขี้วีนขี้บ่น  ทำอาหารก็ไม่เป็น แถมตอนต้นเดือนยังชอบไถเงินจากเราอีกต่างหาก”

            “นี่!

            “แต่พอไม่มีเธออยู่กวนประสาท  เราดันคิดถึงเธอเป็นบ้าเลยวะ”

            “...”

            “กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ”

            “ไม่”

ซอฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนฟังหน้าเสีย  ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เพราะหน้าตาเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ของคนตัวโต

            “ถ้าให้กลับไปสามวันดีสี่วันเลิกเหมือนเดิมไม่เอาด้วยหรอกนะ”

            “..”

            “ถ้าจะกลับมาคบกันเธอก็ต้องทำตามกฎ”

            “กฎ?”

            “ถ้าเรานัดห้ามมาสายเกินห้านาที  ถ้าเราถามว่าวันนี้ดูเปลี่ยนไปมั้ยเธอต้องมองที่ผมเราก่อน  ถ้าเราถามว่าเราดูดีมั้ยห้ามเธอตอบว่าไม่  ห้ามบอกว่าเราอ้วน เราหน้ากลม เวลาไปซื้อของด้วยกันเธอก็ต้องถือ  ห้ามบอกว่าเราเข้าใจยาก เพราะผู้หญิงก็เป็นแบบนี้แหละ ที่สำคัญห้ามโกหก ทำได้มั้ย”

            “เอ่อ...”

            “ทำได้มั้ย!

            “ไม่ได้หรอก”

            “...”

            “...”

            “...”

            “แต่จะพยายามครับ”

ซอฮยอนทุบกำปั้นลงบนแผงอกกว้างแรงๆอีกครั้งเพราะแววตาหวานเชื่อมที่อีกคนส่งมาให้  ก่อนแขนเรียวเล็กจะเอื้อมออกไปกอดตอบคนตัวสูง  ยงฮวากดใบหน้าสวยให้ซบลงบนแผงอก  ตรงตำแหน่งเดียวกันกับหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามไม่หยุด  เหมือนเมื่อสี่ปีก่อนที่ได้มีผู้หญิงคนนี้อยู่ในอ้อมแขนเป็นครั้งแรก ริมฝีปากอุ่นกดจูบลงบนกลุ่มผมสีเข้ม ก่อนจะกระซิบถ้อยคำหวานหูที่น้อยครั้งนักจะหลุดออกมาจากปากจองยงฮวาให้คนตัวเล็กได้ฟัง


            “แล้วพวกเขาก็ได้อยู่ครองรักกันจนชั่วนิรันดร์”


ถ้าจบด้วยประโยคนี้คงฟังดูเป็นเรื่องโกหก  หลังจากนั้นยงฮวาและซอฮยอนทะเลาะกันครั้งใหญ่อีกห้าครั้ง  เลิกกันสามครั้ง  และกลับมาคบกันใหม่ทุกครั้ง ไม่มีเหตุผล  ไม่มีคำอธิบาย บอกไม่ได้ว่าทำไมต้องทน ทำไมต้องเป็นคนเดิม  ก็แค่เรื่องเข้าใจยากที่อธิบายได้ง่ายๆด้วยคำเพียงคำเดียว

            “รัก”

 

The end


*************************************************************
เย้! 100% แล้วจ๊า กว่าจะร้อยได้ดองเอาไว้นานเลย
ตอนแรกไม่คิดว่าเปิดเทอมอาทิตย์แรกจะวุ่นวายขนาดนี้
ไปๆมาๆได้การบ้านกลับมาสามสี่วิชาพร้อมรายงานอีกหนึ่งฉบับซะอย่างนั้น5555




 

 


          

ผลงานอื่นๆ ของ พันธนาการฟ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

17 ความคิดเห็น

  1. #17 pun
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 02:10
    ฮืออ เรื่องนี้มันดี๊ดี~
    #17
    0
  2. #16 Pook
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 00:05
    ชอบอ่าาาาาาาาา~~
    #16
    0
  3. #15 rasintt
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 20:26
    นึกว่าจะห้ามใจไม่คูลไหวนะยง ดีที่ยอมขอโทษแล้วง้อคืนดี  คนมันรักมากใช่ปะ เลยยอมได้หมด แต่กว่าจะยอมต้องมีตัวกระตุ้นเนอะ555
    #15
    0
  4. #14 Ppanit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 20:52
    น่ารักอ่ะ...เพราะคำๆเดียวจริงๆ "รัก"
    #14
    0
  5. วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 20:19
    ชอบอะ!
    น่ารักมาก ชอบตอนจบสุดเลย
    ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย สุดท้ายก็แค่รัก 
    อยากจะกรี๊ดดดดดด
    #13
    0
  6. #12 hams_joon
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 12:45
    เนื่อเรื่องน่ารักมากๆเลย นี่แหละคู่รักจริงๆมีทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง
    #12
    0
  7. วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 11:02
    น่ารักที่สุดเบย
    #11
    0
  8. #10 Bluemaknae
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 07:52
    น่ารักมากกกเลยค่ะ
    #10
    0
  9. #9 only
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 07:50
    น่ารักมากค่ะเชื่อว่าต้องตรงกับความรักของใครหลายๆคนหรือเป็นความรักของไรเตอร์นะ
    #9
    0
  10. #8 Memo
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 00:22
    น่ารักอ่าาาา

    ขำจองยงฮวาเข้าสู่วัยชรา55

    กับตอนจงมีคนมาิยู่ห้องด้วย

    รักๆเลิกๆแต่ก็คล้องใจกันด้วยความรักล่ะเนอะ

    น่ารักม่กค่ะ ชอบจังเลย
    #8
    0
  11. วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 22:53
    รักๆเลิกๆแต่ก็รักกกกอยากจะกรี๊ดดดด
    #7
    0
  12. #6 rasintt
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 16:48
    ยงแกเป็นผู้ชายใจร้ายไปปะ ไม่เข้าใจผู้หญิง หวังว่าแกจะสำนึกได้ แล้วง้อน้องซอเร็วๆๆๆ
    #6
    0
  13. วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 10:35
    ยงทำไมพูดแบบนั้นหละ น้องซอเค้าแค่น้อยใจเอง รอที่เหลือคะ
    #5
    0
  14. #4 only
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 23:00
    น้องซออย่าลืมฉันมีซับเกาหลีใช่ไหม

    คู่รักที่ต่างไม่ปรับตัวเลยรำบากในการอยู่ด้วยกัน
    #4
    0
  15. วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 22:50
    อ่านแรกๆนี่มันชีวิตรีดเดอร์นะ ที่บ่นแฟนเรื่องบอลกะเล่นเกม ไปๆมาๆ ไหนงอนจนเลิกล่ะเนี่ย
    #3
    0
  16. #2 aommy
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 12:21
    อ้าว เลิกกันทำไมเนี่ย
    #2
    0
  17. #1 ชานม
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 09:45
    รอนะคะ
    #1
    0