คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

61

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


61

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 เม.ย. 63 / 19:26 น.
นิยาย The Nightmare 19xx The Nightmare 19xx | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



เมษา 

เธอเป็นนิสิตพยาบาล ปี 1 สาวหมวย เงียบขรึม เจ้าระเบียบ โต๊ะอ่านหนังสือหรือแม้แต่ในตู้เสื้อผ้าก็ห้ามมีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว เธอไม่ค่อยมีเพื่อนหรอกและไม่สนิทกับ Roommate คนไหนในห้องเลย


กุ้ง 

นิสิตเศรษฐศาสตร์ ปี 1 สาวใต้ตากลม สวยแบบเข้มๆ เธอเป็นคนห้าวๆ กินง่ายอยู่สบายและที่สำคัญเป็น Room mate คนเดียวที่ชอบเล่นเกมส์เป็นเพื่อนฉันได้


และนี่คือฉัน กช กชกร วรวีร์ 

ฉันเรียนสถาปัตย์ ปี 1 เป็นคนเก็บตัว ชอบฟังเพลงอินดี้ เช่น Alt j,Peach pit, The xx และอีกมากมาย ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนที่คณะหรอก จะมีก็แต่เพื่อนที่เล่นเกมส์ด้วยกัน และนี่แหละ Roommate 2 คนของฉัน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 เม.ย. 63 / 19:26


 

เมษา เธอเป็นนิสิตพยาบาล ปี 1 สาวหมวย เงียบขรึม เจ้าระเบียบ โต๊ะอ่านหนังสือหรือแม้แต่ในตู้เสื้อผ้าก็ห้ามมีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว เธอไม่ค่อยมีเพื่อนหรอกและไม่สนิทกับ Roommate คนไหนในห้องเลย

กุ้ง นิสิตเศรษฐศาสตร์ ปี 1 สาวใต้ตากลม สวยแบบเข้มๆ เธอเป็นคนห้าวๆ กินง่ายอยู่สบายและที่สำคัญเป็น Room mate คนเดียวที่ชอบเล่นเกมส์เป็นเพื่อนฉันได้

และนี่คือฉัน กช กชกร วรวีร์ ฉันเรียนสถาปัตย์ ปี 1 เป็นคนเก็บตัว ชอบฟังเพลงอินดี้ เช่น Alt j,Peach pit, The xx และอีกมากมาย ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนที่คณะหรอก จะมีก็แต่เพื่อนที่เล่นเกมส์ด้วยกัน 

เรา3 คนเป็นนิสิตปี 1 ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง มหาวิทยาลัยนี้จะให้นิสิตปีหนึ่งทุกคนพักอาศัยอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย   โดยจัดให้พักห้องละสี่คน  ภายในห้องจะมีเตียง 3.5 ฟุตทั้งหมดสี่เตียง  โดยวางอยู่คนละมุมห้อง  ปลายเตียงหันเข้าหากันโดยเว้นที่ว่างตรงปลายเตียงให้เป็นทางเดิน  มีตู้เสื้อผ้าประจำแต่ละเตียงพร้อมกับโต๊ะเขียนหนังสือ  ฉันนอนปลายเตียงตรงข้ามกับเมษา และเมษานอนข้างกับกุ้ง ส่วนเตียงข้างฉัน Roommate หนีไปนอนหอนอกจึงทำให้เตียงข้างๆฉันว่าง เตียงฉันกับเตียงเมษาจะอยู่ติดฝั่งประตูเข้าห้อง ส่วนเตียงกุ้งกับเตียงที่ว่างจะอยู่ฝั่งประตูระเบียงและประตูห้องน้ำ หอพักที่เราอยู่เป็นตึกทางเข้าเพราะฉะนั้นจะได้ยินเสียงคนพูดคุยตลอดเวลาเดินเข้าหอ ถ้าไปยืนที่ระเบียงจะเห็นคนเดินชัดเจน 

ฉันเป็นพวกแปลกประหลาด ฉันชอบนอนฝันซ้อนฝัน มันจะรู้สึกเหมือนเราตื่นแล้วแต่ขยับตัวไม่ได้พูดอะไรก็ไม่มีใครได้ยิน และสภาพแวดล้อมตอนเราตื่นจะเหมือนกับตอนฝันมาก เพราะฉะนั้นมันมีหลายครั้งที่ฉันแยกไม่ออกว่านี่เราตื่นแล้วหรือยังอยู่ในฝัน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฝันซ้อนฝันมันเกิดขึ้น

 

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมพ.ศ.2558

ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงภายในห้องของฉัน  ไม่สามารถขยับได้ มีเพียงตาที่สามารถมองเห็นการกระทำของเพื่อนทุกคนได้  ฉันพยายามมองและร้องเรียกพวกเขาแต่เหมือนไม่มีใครรับรู้ได้เลย  ทุกคนยังนั่งทำงานและหันมาพูดคุยกันบ้างตามปกติ  มีแต่ฉันที่นอนในตอนเย็น   มันไม่ใช่การนอนธรรมดา  ฉันพยายามทำให้ตัวเองขยับได้แต่พยายามจนเหนื่อยก็ไม่สามารถขยับได้เลย จนฉันหลับตาไปอีกรอบและลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพเบลอๆข้างหน้า   ฉันลุกขึ้นนั่งและหันไปมองเพื่อนๆ และพูดขึ้น

“แกเมื่อกี้เราฝันเหมือนเดิมอีกแล้วว่ะ”

ฉันพูดขึ้นพร้อมหันไปมองเพื่อนทั้ง 2 แต่ไม่มีใครหันมาคุยกับฉันเลย  หรือพวกเขาจะไม่ได้ยินที่ฉันพูดอย่างนั้นหรอ? 

น้ำตาเริ่มคลอมาพร้อมกับคิดว่าเพื่อนไม่ได้ยินที่เราพูดจริงๆหรอ? 

นี่เรายังฝันอยู่หรอ? 

ความรู้สึกที่ไม่มีตัวตนมันเป็นอย่างนี้เองหรอ? 

ความรู้สึกที่เคว้งคว้างนี่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน  เสียงพัดลมเพดานยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง จู่ๆเมษา เพื่อนที่อยู่เตียงตรงข้ามก็หันมาหาฉัน ฉันดีใจที่สุดท้ายเราก็ตื่นซักที เมษาคงได้ยินที่ฉันพูดแต่ทว่า ใบหน้าอันซีดเซียว ดวงตาที่ดูเหนื่อยเและปากที่ดูไม่มีสีสันนั้นกำลังพยายามยิ้มให้ฉัน  แล้วเธอก็หันกลับไปโดยที่ไม่พูดซักคำ

เมษาได้ยินเราใช่ไหม ?

ฉันได้คำตอบเป็นความเงียบงัน ในตอนนี้ฉันสับสนว่าตกลงนี่เป็นความฝันหรือเป็นความจริงกันนะ  ลมเพียงแผ่วเบาแต่ตอนนี้มันช่างหนาวเหลือเกิน   ฉันนั่งอยู่ที่เดิมบนเตียงฉันและเริ่มร้องไห้ ในหัวฉันกำลังคิดว่า ถ้าครั้งนี้ฉันไม่ตื่นล่ะ 

 

17.30 น.

ปัง!

เสียง เมษา ปิดประตูห้องอย่างเสียงดัง ทำให้ฉันสะดุ้งตื่น   ฉันมองไปรอบห้องสิ่งของทุกอย่างเหมือนกันกับตอนที่ฝัน จะมีที่แตกต่างไปแค่เพียง เมษาที่ได้กลับบ้านไปแล้ว 

ฉันฝันแบบนี้บ่อยๆ  ฝันซ้อนฝัน ฝันที่พยายามตื่นแต่ตื่นไม่ได้  ฝันที่เหมือนความจริงมากแต่ในฝันนั้นเราจะไม่มีตัวตน เมื่อตื่นมาก็ยังคงอยู่ในฝันอีก แต่ที่หน้าแปลกใจคือ  ถ้าฉันนอนตรงไหนก็จะฝันตรงนั้น ของทุกอย่างและคนที่อยู่ในห้องก็เหมือนกันราวกับเป็นความจริงจนแยกไม่ออกว่าอันไหนความฝันอันไหนคือความจริง จนบางครั้งก็กลัวว่า ฉันจะไม่ตื่น 

ปกติหอจะดูครึกครื้นในช่วงเย็น ถนนตามตึกจะมีคนเดินตลอด  ยกเว้นแค่วันเสาร์และอาทิตย์ที่คนจะกลับบ้านกันทำให้หอในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ดูเงียบจนน่ากลัว   เช่นเดียวกันกับวันนี้ซึ่งเป็นช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ทุกคนอยากจะกลับบ้านกันแต่คงไม่ใช่ฉัน วันเสาร์ฉันมีงานที่คณะ สัปดาห์นี้ฉันเลยไม่ได้กลับบ้านเหมือนใครๆ ตอนนี้ทุกคนกลับบ้านกันไปหมด จะเหลือก็แค่ฉันกับกุ้งเพราะว่ากุ้งจะกลับบ้านในวันพรุ่งนี้  อย่างน้อยคืนนี้ก็ยังมีกุ้งนอนเป็นเพื่อน

แกจบเกมส์นี้แล้วเราลงไปกินข้าวกันไหม ?

ฉันเอ่ยปากชวนกุ้งไปกินข้าวแต่กุ้งก็ไม่ตอบอะไร กุ้งเล่นเกมส์ไปเหมือนไม่ได้ยินที่ฉันเรียก ฉันเห็นกุ้งกำลังหัวเสียในเกมส์อยู่เลยไม่อยากกวน เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จค่อยชวนอีกรอบ

ฉันลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ ห้องน้ำของที่หอจะติดอยู่กับระเบียงนอกห้องพักซึ่งมีไว้ตากเสื้อผ้า  วันนี้ที่ระเบียงพอจะมีเสื้อผ้าของฉันอยู่บ้าง   ฉันยืนดูดาวที่ริมระเบียง ลมวันนี้มันช่างเย็นยะเยือกกว่าทุกวัน  มองลงไปที่ถนนระหว่างตึกก็ดูว่างเปล่า  ไม่มีคนเดินแม้แต่คนเดียวเนื่องจากผู้คนกลับบ้านกันไปหมด

 

ซ่าๆๆๆ

วันนี้ฉันรู้สึกได้ว่าน้ำเย็นกว่าทุกวัน  ฉันจึงปรับน้ำจนอุ่นทำให้กระจกในห้องน้ำเป็นฝ้า มองเห็นภาพในกระจกเพียงเบลอๆเท่านั้น ลมพัดเบาๆที่ด้านหลัง  ฉันนึกสงสัยในใจว่าในห้องน้ำถึงมีลมเข้ามาได้  ในจังหวะนั้นฉันหันไปมองที่กระจก  กระจกที่เบลอๆเพราะไอน้ำได้สะท้อนภาพฉันที่เห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ฉันจึงยื่นมือออกไปเพื่อที่จะเช็ดกระจก ลมพัดอีกครั้ง ครั้งนี้ช่างหนาวและรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก  กระจกที่เพิ่งเช็ดออกไปปรากฎภาพที่ทำให้ฉันแทบผงะ  เพราะในกระจกปรากฎภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีเลือดท่วมตัวกำลังก้มหน้ายืนอยู่ข้างหลังฉัน  ฉันตกใจจนแทบสิ้นสติพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง

“กรี๊ดดดดดดดดดด ! ”

 

 

วี้ หวอ วี้ หวอ !!!!!

  เสียงไซเรนรถฉุกเฉินดังขึ้นภายในหอพักของมหาวิทยาลัยก่อนเจ้าหน้าที่จะแห่กันลงมาจากรถแล้วตรงเข้ามาทางหอพักที่ฉันอาศัยอยู่ เสียงทุกคนที่อยู่ถนนระหว่างตึกดูวุ่นวายกันใหญ่ ฉันตัดสินใจลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นได้หายไปแล้ว  ฉันรีบอาบน้ำให้เสร็จ ใส่เสื้อผ้าแล้วออกมาจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วก่อนจะพาตัวเองออกมายังนอกระเบียงเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้รถฉุกเฉินได้ออกไปไกลแล้วเหลือเพียงแต่ผู้คนที่ยืนคุยกันหน้าหอ ทุกคนดูจะตื่นตกใจมากแต่ก็จับใจความไม่ได้ว่าใครเป็นอะไร ฉันรีบเข้าห้องเพื่อจะไปเล่าเหตุการณ์ในห้องน้ำให้กุ้งฟัง

ปัง!

“แกเมื่อกี้เค้าเจอ  เอ้า!!เมษา “ 

แค่กๆๆ 

เมษา นอนอยู่บนเตียง ดูท่าไม่ค่อยจะดีนัก  มือที่ซีดและดูไม่มีเรี่ยวแรงกำลังปิดปากไอ  ใบหน้าของเมษา ซีดเหลือเกิน  ตอนนี้เมษา ไม่เหมือนเมษา คนเดิมเลย  ถึงแม้จะป่วยขนาดไหนเมษา ก็ไม่ยอมให้หน้าโทรมขนาดนี้หรอก  เมษา ในตอนนี้ช่างเหมือนกับเมษา คนที่ยิ้มให้ฉันตอนเย็นนั้นเหลือเกิน 

 “วันนี้แกไม่ได้กลับบ้านหรอกหรอ?”  ฉันถามเมษา

“พอดีรถเสียนิดหน่อยอ่ะ เมื่อกี้จะพูดอะไรหรือเปล่า?” ฉันเห็นอาการเมษา ไม่ค่อยดีนัก เลยไม่อยากเล่าเรื่องในห้องน้ำให้ฟัง งั้นปล่อยมันไปดีกว่าแล้ววันพรุ่งนี้ค่อยไปทำบุญให้เค้าละกัน

 “เปล่า  ไม่มีอะไรอ่ะ  เอ้อเมื่อกี้รถฉุกเฉินมาทำไมหรอ?“ 

 “พอดีมีคนไม่สบายอ่ะ  เราขึ้นมาเมื่อกี้ก็เดินสวนกันพอดี”

“เฮ้ย! ตกลงเป็นตึกเราหรอ?”

”อืม  ชั้นสามด้วยแต่ไม่รู้ว่าห้องไหน “ ฉันนึกสงสัยในใจว่าแล้วทำไมเมษา ไม่มีต่อมอยากรู้อยากเห็นแบบเราบ้างนะ  ถ้าเป็นเรานี่คงรู้ห้องไปแล้ว แต่ก็ช่างเหอะ

”แล้วกุ้งไปไหนอ่ะ”

 “พอดีกุ้งกลับบ้านแล้วหละ  แม่กุ้งมารับเมื่อกี้อ่ะ แค่กๆๆๆๆ” 

”ดูแกไม่ค่อยสบายเลยนะ ไปหาหมอยังอ่ะ ไม่เคยเห็นแกหน้าซีดขนาดนี้เลย”

“เราไม่สบายนิดหน่อยแต่เดี๋ยวว่าจะอาบน้ำกินยานอนละ เอ้อ!เราซื้อข้าวมาฝาก เอาวางไว้ที่โต๊ะแกอ่ะ”

“ความจริงแกไม่ต้องลำบากก็ได้เราว่าจะลงซื้อข้าวอยู่พอดี”

ฉันเดินไปหยิบจานพร้อมเดินมาเปิดข้าวที่วางอยู่โต๊ะ 

“เฮ้ยนี่มันข้าวไก่ทอด เจ้าโปรดหนิ ขอบใจมากนะเมษา”

ฉันยิ้มและพยักหน้าให้เมษา แล้วยกจานข้าวมานั่งที่โต๊ะตัวเอง   พร้อมกับจะโทรไปเล่าเรื่องที่เจอในห้องน้ำให้แม่ฟังแต่ถ้าเล่าตอนนี้เมษาคงได้ยินและคงกลัวแน่ๆ  ฉันเลยคิดว่ายังไม่บอกแม่ดีกว่า ฉันเปิดFacebook เพื่อจะเล่าเรื่องที่เจอให้เพื่อนฟัง แต่เปิดมาก็เจอเพื่อนที่คณะเล่าเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแถวมหาวิทยาลัย  เป็นอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต 3 ราย แถมยังเป็นนิสิตที่นี่แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใคร  เรื่องเพิ่งเกิดตอนเย็นนี้เอง  วันนี้มันวันอะไรกันนะ ฉันปิดFacebook และนั่งดูคลิปต่างๆในยูทูป พยายามไม่สนโลก  แต่พรุ่งนี้ไปที่คณะเดี๋ยวก็มีคนพูดอยู่ดี

 

23.25 น.

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว เมษาซึ่งได้นอนไปเรียบร้อย ฉันจึงเดินไปปิดไฟกลางห้องแล้วเปิดไฟที่หัวโต๊ะไว้เพื่อจะนั่งเล่นโน้ตบุ๊กต่อ ข้างนอกมันมืดเหลือเกินมีเพียงแสงของไฟตามถนนที่ส่องลอดราวตากผ้าเข้ามาที่หน้าต่างบานเกล็ดและตกลงที่เตียงฉัน ปกติตึกตรงข้ามจะพอมีบางห้องที่ยังไม่นอนและเปิดไฟระเบียงอยู่และไฟก็ส่องมายังห้องเราแต่วันนี้มีเพียงแค่แสงไฟดวงเล็กๆที่อยู่ทางเดินระหว่างตึกเพียงเท่านั้น   แสงไฟหน้าจอโน้ตบุคที่ตั้งต่ำสุดแล้วยังดูสว่างอยู่ดี เวลาที่คลิปในยูทูปมืดไฟหน้าจอก็จะมืด ทำให้เห็นภาพสะท้อนได้ชัดเจน  จนในที่สุดขณะที่คลิปในยูทูปกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นคลิปใหม่ทันใดนั้นหน้าจอมืดมาก ภาพจากหน้าจอก็สะท้อนให้ฉันเห็นผู้หญิงนั่งก้มหน้าอยู่ที่ปลายเตียงเมษา และกำลังจะหันหน้าขึ้นมาทางฉัน  ด้วยความที่เตียงฉันกับเตียงเมษา อยู่ตรงข้ามกันแล้วโต๊ะอ่านหนังสือก็ตรงข้ามกันภาพที่สะท้อนจึงเห็นทุกอย่างที่อยู่ข้างหลังฉัน  ฉันตกใจอย่างมากรีบหันไปมองเงานั้นชัดๆ   เธอหายไปแล้ว ครั้งนี้ดูเหมือนใจกล้าแต่เปล่าเลย ภาพที่สะท้อนจากจอโน้ตบุคมันเห็นไม่ค่อยชัดเลยไม่มั่นใจว่าเป็นเมษา รึใครกันแน่  รึแค่เราตาฝาดไป  ตอนนี้อยากเปิดไฟนอนแบบสุดๆ  เตียงอีก2เตียงก็ว่างไม่รู้ว่าคราวนี้จะโผล่เตียงใคร  แต่จะกลัวมากไปก็ไม่ได้เดี๋ยวเมษา รู้

แค่กๆๆๆ

“กชยังไม่นอนหรอ”

“เดี๋ยวเราว่าจะนอนละ “

“อ่อ งั้นก็อย่าลืมปิดไฟนะ”

แหนะ! ยังไม่รู้ว่าฉันเจออะไรล่ะสิถึงกล้าพูดแบบนี้   ไม่เป็นไร ถ้าบอกไปเมษาจะกลัว เดี๋ยวไม่ยอมนอนหอเป็นเพื่อนเรา  ถ้าพรุ่งนี้นอนคนเดียวคงไม่ไหว   ยอมปิดไฟนอนก็ได้  ฉันปิดไฟและโดดขึ้นเตียงอย่างรวดเร็ว 

ตึกตักๆๆๆๆๆ

 ตอนนี้เสียงพัดลมเพดานยังดังเบากว่าเสียงหัวใจฉันอีก   ฉันหลับตาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่หลับซักที

แค่กๆๆ  แค่กๆๆ ฮึกๆๆๆแค่กๆๆๆๆ

เอ๊ะ!!!หรือเมษาจะเป็นหนักจริงๆ  ฉันลุกขึ้นมาดูพร้อมเปิดไฟหัวเตียง ฉันลุกขึ้นแล้วมองไปที่เมษา ที่กำลังนอนตัวงอไออย่างเอาเป็นเอาตาย

 “เมษา”

ฉันเรียกชื่อพร้อมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ  เมษาตะแคงหน้าไปอีกฝั่ง  ฉันยื่นมือไปจับแขนเมษา พร้อมถามว่า 

“เมษา แกไหวมั้ย”   

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆนอกจากเสียงไอของเมษา  ตัวก็เย็นเหลือเกิน  เย็นจนฉันรู้สึกว่าฉันกลัวเมษา  แล้วก็ถามตัวเองในใจว่าทำไมไม่เปิดไฟโต๊ะ  จะได้เห็นอะไรชัดๆ  ฉันยื่นมือไปเปิดไฟของโต๊ะเมษา   เธอนอนงอตัวหันไปอีกด้าน ฉันจึงจับแขนเมษา อีกครั้งเพื่อพลิกตัวให้หันมาทางฉัน  แต่เดี๋ยวก่อน!!ตอนนี้เมษา เริ่มร้องไห้และร้องดังกว่าเดิม  ที่ศีรษะเมษา เหมือนจะมีเลือดออก  เลือดที่สีแดงสดเปื้อนมาที่หมอนสีชมพูของเธอกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วขณะ  ตอนนี้ฉันรู้สึกกลัวมากจะวิ่งหนีออกจากห้องแต่ก็ก้าวขาไม่ออก เธอค่อยหันหน้ามาหาฉัน 

 เฮ้ยยย!!!!

ใบหน้าที่มีเลือดท่วมหน้า มองแทบไม่ออกว่าเป็นเมษา ฉันตกใจถอยหลังล้มลง 

 

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมพ.ศ.2558

04.00 น.

จิ๊บๆ    จิ๊บๆ   จิ๊บๆ

ฉันลืมตาขึ้นมาในห้องของฉัน  ฉันยังนอนอยู่บนเตียงของฉัน  แสดงว่าเมื่อกี้คงฝันไป ห้องที่ยังมืดอยู่แต่อาจใกล้เช้าแล้วเพราะนกเริ่มร้องแล้ว   ฉันพยายามพยุงตัวขึ้นแต่ก็เป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว  ฝันซ้อนฝัน ฝันที่ฉันไม่อยากจะฝัน ฉันอยากจะตื่นเต็มทนแต่ก็ขยับไม่ได้ ได้ยินแค่เสียงนก เสียง พัดลมเพดานและ

แค่กๆๆๆ ฮึกๆๆแค่กๆๆๆ

เมษา ยังคงไอขึ้นอีกครั้งและเริ่มร้องไห้  ตอนนี้ในห้องเริ่มมีไฟสลัวๆ  แสงจากถนนทางเดินระหว่างตึกที่พอมีแต่ก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่  ที่กลัวอยู่ตอนนี้ก็คงกลัวเมษา  กลัวสิ่งที่เจอเมื่อคืนจะเป็นความจริง กลัวเมษาเดินมาหาในตอนนี้  ฉันรีบหลับตาเพราะกลัวเมษาจะเห็นว่าตื่นแล้ว 

พรึบๆ 

เสียงผ้าห่มถูกสลัดที่ดูเหมือนว่าเพื่อนเตียงตรงข้ามจะตื่นละ

ตึกๆๆๆ  แอ๊ด

เมษา เดินออกไประเบียงสงสัยไปเข้าห้องน้ำ

พึ่บพรั่บๆๆๆ เสียงนกบินหนี  สงสัยมีนกอยู่ที่ราวตากผ้า โล่งใจไปหน่อยอย่างน้อยเมื่อคืนก็ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะผีอะไรจะเข้าห้องน้ำละว่ามั้ย แต่ถึงต่อให้คิดอย่างนั้นฉันก็ยังคงนอนหลับตาอยู่ดี

 ปัง!!!!!

เมษากลับเข้ามาในห้อง ฉันได้ยินเสียงเธอเดินลากขา ฉันไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาดูว่าเธอจะเดินไปที่เตียงตัวเองหรือเดินมาทางฉัน   ตอนนี้ขยับตัวไปไหนก็ไม่ได้ทำได้เพียงแค่หลับตาเพราะไม่อยากเห็น   ขอให้อย่าเดินมาหาฉันเลยแต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจ สิ่งที่กลัวที่สุดก็เกิดขึ้น

ตึกตักๆๆๆๆๆ 

เสียงหัวใจฉันที่เต้นรัวเป็นกลอง ความรู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรซักอย่างหยดที่หน้าผาก  ฉันกลั้นใจลืมตาดู เอาวะ!!

เฮ้ยยยยย  ใบหน้ายับบู้บี้ที่เปื้อนเลือดก้มมองดูฉันทำให้เลือดหยดลงบนหน้าฉัน  ฉันดูไม่ออกหรอกว่าเป็นเมษา  สภาพเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลย เป็นเมษาแบบที่ฉันอยากจะร้องไห้มากที่สุด เธอเอียงคอข้างหนึ่ง เลือดที่ไหลจากศีรษะตกลงบนพื้น  ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด  ดูหน้าตาแทบไม่ออก  ขาข้างหนึ่งที่ใช้การไม่ได้เธอจึงต้องเดินลากขา 

“ แกไหวมั้ย” เมษาเอ่ยปากถามฉัน ในตอนนี้ฉันได้แต่ร้องไห้ กลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วห้อง  ฉันทำได้แค่หลับตาและร้องไห้ต่อไป ซักพักได้กลิ่นธูปมาแทนกลิ่นคาว ลมหนาวเย็นยะเยือกมาอีกแล้ว ครั้งนี้มันช่างหนาวกว่าทุกครั้งฉันคิดว่าเวลามันเดินช้าเหลือเกินเมื่อไหร่จะเช้า  กลิ่นธูปแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

06.30 น.

แอ๊ดดดดด

ฮือๆๆๆฮึกๆๆ 

เสียงเปิดประตูห้องมาพร้อมเสียงร้องไห้    ฉันลืมตาขึ้นดู

เอ้า!!!!ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงร้องไห้ของเมษา  แต่ทว่าเป็นเสียงร้องไห้ของพ่อ แม่ของฉันเอง เมษาได้หายไปแล้ว ฉันรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียง อยากดีใจที่ครั้งนี้ตื่นได้อีกครั้ง พ่อแม่เดินมาหาฉันที่เตียงพร้อมกับร้องไห้  รูปขาวดำที่แม่ฉันถือมาด้วยมันทำให้เวลาของฉันมันหยุดเดินอีกครั้ง เหมือนทุกอย่างมันเงียบงันทั้งๆที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของพ่อกับแม่ ฉันยังเรียนไม่จบเลย ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จให้พ่อแม่ดูเลย นี่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายของฉันจริงๆหรอ หรือนี่ฉันยังไม่ตื่นจากฝัน

“กชอยู่นี่ไงแม่ แม่ไม่เห็นกชหรอ พ่อนี่กชลูกพ่อไง พ่อออ”

พระเริ่มบทสวด ฉันหัวไปมองรูปขาวดำของฉันเอง  

มรณะ 15 พฤษภาคม 2558...   

ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตน  มองดูพ่อแม่ร้องไห้แต่ทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่จะกอดยังทำไม่ได้น้ำตาไหลไม่หยุด พูดดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน จะมีก็เพียงแต่ เมษา  หญิงสาวเตียงตรงข้ามที่นั่งอยู่บนเตียง ครั้งนี้ใบหน้าเธอดูมีสีสัน เธอยิ้มให้ฉันแต่มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกที่เศร้า เธอยิ้มทั้งน้ำตาเหมือนกับฉันตอนนี้ที่ยิ้มกลับแต่ฉันก็ยิ้มทั้งน้ำตา   ที่โต๊ะของเมษา มีรูปขาวดำของเมษา  และ  มรณะ 15 พฤษภาคม 2558   เช่นกัน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานคงเป็นเมษาสินะ แล้วเมื่อวานที่กุ้งไม่ตอบคงเป็นเพราะกุ้งไม่ได้ยินที่ฉันพูดสินะ รถฉุกเฉินเมื่อวานกุ้งคงเป็นคนเรียกรถมาให้ฉันสินะ ความจริงฉันไม่ตื่นตั้งแต่เมื่อวานแล้วหรอ ฉันคิดไว้แล้วว่าต้องมีสักวันที่ฉันไม่ได้ตื่น ตอนนี้คงมีแค่เมษา ที่เข้าใจความรู้สึกฉันมากที่สุด  

 ขอบใจนะเมษา   ที่อยู่เป็นเพื่อนกัน

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ ชิโระคุโระ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น