แหวนมิติ

ตอนที่ 331 : หลงหยู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    20 ก.ค. 62

      แสงสีฟ้าสว่างไสว พริบตาแสงเหล่านั้นได้เคลื่อนตัวเข้าสู่อักษรรูนบนโซ่เส้นใหญ่ อักษรรูนที่ดำมืดพลันส่องสว่าง จากนั้นโซ่ที่รัดสัตว์ขนาดใหญ่ยักษ์ก็เริ่มขยับอย่างช้าๆ

      เทียนซีมองดูสัตว์อสูรที่มีขนาดราว 200 เมตร ด้วยดวงตาที่กำลั่งสั่นไหว อักษรรูนไม่เพียงนำพลังของเทียนซีคลายผนึกเท่านั้นแต่ยังช่วยให้สัตว์อสูรฟื้นคืนชีพจากนิทรา
ด้วยสายฟ้าระดับคริสตัล เป็นเรื่องง่ายมากที่จะกระตุ้นหัวใจที่หยุดเต้นแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หนวดเริ่มขยับและมันก็ยกหัวขนาดใหญ่ของมันขึ้น
จากนั้นร่างของมันก็ทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำจนท้องทะเลปั่นป่วน

      เทียนซีที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าเผยรอยยิ้มมุมปาก “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ หลงหยู”

      สัตว์อสูรสีดำขนาดมหึมาที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าพลันหยุดนิ่ง มันหันไปมองเทียนซีก่อนที่ร่างขนาดใหญ่จะเปลี่ยนไปเป็นเด็กสาวอายุ14ปี หลงหยูสูงเพียง 150 เซ็นติเมตร เธอเป็นเด็กสาวน่ารักไม่ต่างจากซายะ

      “นายท่าน...ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน” หลงหยูโผลเข้ากอดเทียนซี เขาลูบศีรษะเด็กสาวด้วยความรักใคร่

      “ข้าเองก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดถึงความหลัง ข้ามีศัตรูที่ไม่อาจต่อกรได้จึงต้องขอกำลังของเจ้า”

      “ข้าจะฆ่ามัน!” ดวงตาของเด็กสาวเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม

      “ดี...แต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้เราควรลงไปยังโลกใต้สมุทร ไม่รู้ว่าหลังจากผ่านมาห้าร้อยปีพวกมันจะเป็นเช่นไรบ้าง” เทียนซีคิดถึงความหลัง จนใบหน้าขมวดมุ่น

      “ตามประสงค์ของนายท่าน” หลงหยูเปลี่ยนร่างกายให้เป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่ยักษ์

      เทียนซียืนอยู่บนหัวของเธอ สายตาของเขาสว่างจ้าดุจดวงจันทร์บนท้องนภา จากนั้นร่างของมังกรดำก็ทะยานเข้าสู่ห้วงสมุทร!

................
      
       เช้าวันต่อมา หลางหลินขับรถเข้าไปที่บริษัทแวม ฯลฯ ทันทีที่เข้าไปก็พบกับเอียนซี
วันนี้เธอสวมชุดเดรสมีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าของเธอฉาบไว้ด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ริมฝีปากเธอยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นชายคนรัก

      “ท่านประธาน ในที่สุดท่านก็กลับมา” เธอเข้ามาคล้องแขนอย่างเช่นเคย กลิ่นกายจากหญิงสาวทำให้เขาอารมณ์ดี

      หลางหลินโอบเอวของเธอเข้ามา “คิดถึงฉันเหรอ? ว่าไง คล้องแขนจนหน้าอกมันโดนแล้วนะ”

       “ว้ายนี่พูดอะไรกันคะเนี่ย!” เอียนซีถอยออกมาด้วยใบหน้าแตกตื่น “เอาล่ะ ที่ท่านเข้ามาเพราะอาคารเซิร์ฟเวอร์เหรอคะ”

      เขาพยักหน้าก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน “นั่นเองก็ใช่ แต่อีกอย่างหนึ่งที่จะบอกคือตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่จะเปิดกล้องบัลลังก์สีเลือด!”

       “จริงเหรอคะเนี่ย!” เอียนซีตื่นเต้น

      หลางหลินพยักหน้า “จริง ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้วนักแสดง นางเอก พระสนม ฮ่องเต้ ที่เหลือตัวประกอบนั้นก็เอานักแสดงในบริษัทไปก็แล้วกัน”

       “นั่นเยี่ยมไปเลย แล้วพระสนมนี่คือ...?”

       “ถังอิงเออร์ หรือที่เรียกในวงการว่า...”

       “ว้าว ดาราที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เลยนะคะเนี่ย! รู้สึกตื่นเต้นชะมัด”

       “แล้วตอนนี้หลางอี้ฉงเป็นอย่างไรบ้าง”

      หลางอี้ฉงไม่ใช่นักแสดง หากแต่เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเขาฝึกฝน ถึงแม้หมอนี่จะขี้ขลาด แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว อีกอย่างก็มีรูปร่างและใบหน้าค่อนข้างเย็นชาจึงเหมาะที่จะรับบทฮ่องเต้ เพราะงั้นก่อนเปิดกล้องจึงจำเป็นต้องซ้อมบทเสียหน่อย

       “หลางอี้ฉงเหรอคะ ก็ดี ตอนนี้เขากำลังซ้อมบทอยู่เลย ท่านประธานอยากจะไปดูมั้ยคะ” เอียนซีถาม

       “ไปสิ ตอนนี้ก็ว่างไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

       “ถ้างั้นตามมาทางนี้เลยค่ะ”

      ถึงแม้ว่าบริษัทแวม ฯลฯ จะเป็นบริษัทของเขา แต่เจ้าของอย่างเขาเองก็ไม่รู้ทุกซอกทุกมุม นอกจากห้องทำงานที่ปล่อยร้างของเขากับห้องประชุมใหญ่ เขาก็ไม่รู้ว่าห้องอื่นๆนั้นมีไว้ทำอะไรบ้าง หากไม่ได้เอียนซีนำทางคงหลงทางอยู่ครึ่งค่อนวัน

       “เจ้าคนชั้นต่ำ!! สามัญชนอย่างเจ้ากล้าที่จะมองหน้าข้างั้นหรือ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ?เป็นบุตรมังกรเหมือนข้าหรือไงกัน!”

      ทันทีที่ทั้งสองเข้ามาในห้องซ้อม ก็ได้ยินเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดไปรเวทกำลังอ่านบทซีรีย์ด้วยอารมณ์ขึงขัง ที่ตรงหน้าเขามีคนอยู่สองคน เธอคือคิม กาอิน กับเสิ่นเหลียงมือเขียนบทของบริษัท ส่วนคิมกาอิน คือลูกจ้างชั่วคราวเท่านั้น

      เปาะ เปาะ เปาะ คิม กาอิน ปรบมือ “ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะคุณหลาง แต่ถ้าหากคุณใส่อารมณ์มากกว่านี้เป็นพิเศษ นั่นจะเพอร์เฟคมากเลย”

      “นั่นสิครับ ผมเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” เสิ่นเหลียงในคราแรกไม่ชอบขี้หน้าของคิมกาอินเลย เธอเป็นหน้าใหม่ในเส้นทางสายนี้ เธอไม่ควรที่จะมารับงานใหญ่อย่างบัลลังก์สีเลือด 

       ด้วยวัยเพียงแค่นี้เธอควรที่จะนอนเล่นเกมอยู่บ้านสิ แต่เมื่อเขาได้อ่านบทที่เธอเขียน ความคิดด้านลบก็เปลี่ยนไป กลับเปลี่ยนเป็นชื่นชมอย่างไม่ขาดปาก ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ถึงแม้การแต่งตัวจะแปลกๆก็เถอะ แต่ก็นะ เพราะอารมณ์อินดี้ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ เขาเองก็เหมือนกัน

       “ฮ่าฮ่า เรื่องนั้นต้องขอบคุณคุณทั้งสองคนมากที่ดูแลผม ไม่งั้นผมคงไม่สามารถทำอะไรที่น่าอายอย่างนี้ได้” หากเป็นเมื่อก่อนหลางอี้ฉงคงไม่สนใจอะไรคนเหล่านี้ แต่เพราะนี่คือเส้นทางที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นดารา เขาจึงต้องสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเองและบริษัท

       ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่ชอบงานแสดงแบบนี้เลยในตอนแรก เเต่เมื่อได้ลองเล่นกลับรู้สึกว่ามันก็ไม่เลวเลยนะ อีกอย่างหนึ่งนี่เองก็จะทำให้มีชื่อเสียง ทุกคนในประเทศจะต้องรู้จักเขา เข้ามาขอลายเซ็นเหมือนกับดาราที่เคยเห็นในข่าว แค่คิดก็ทำให้หลางอี้ฉงรู้สึกดีแล้ว

       “เป็นไปได้สวยเลยนี่” หลางหลินเข้ามาทักทาย

      คิม กาอินแทบจะเข้าไปคล้องแขนของชายหนุ่ม แต่เมื่อเห็นว่าเขามากับใครจำต้องกัดฟันแน่น “เป็นไปได้สวยเลยค่ะท่านประธาน คุณหลางเป็นคนที่เรียนรู้เร็วมาก”

       “ใช่แล้วท่านประธาน เด็กที่คุณหามาให้นั้นเรียนรู้ได้เร็วมาก เพียงเวลาไม่นานก็เป็นอย่างที่เห็นแล้ว ดูเหมือนเขาจะเป็นอัจฉริยะในด้านนี้!” เสิ่นเหลียงกล่าวชมจนหลางอี้ฉงแทบจะตัวลอย

       หลางหลินหัวเราะก่อนจะบอกว่า “ชมให้มันน้อยๆหน่อย ฉันไม่อยากจะให้เขาเหลิงจนเกินไป”

       “ฮ่าฮ่า นั่นน่าจะยากหน่อยนะครับ ก็เขาเก่งจริงนี่” เสิ่นเหลียงว่า “แล้วท่านประธานเข้าบริษัทมานี่ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ ใช่มั้ยครับ”

       “อะไรกันนี่เป็นบริษัทของฉัน มันต้องมีเรื่องอะไรด้วยเหรอถึงจะเข้ามาได้”

       “ก็แหม...” เสิ่นเหลียงอยากจะพูดเหลือเกินว่าหากไม่มีอะไรแล้วคนอย่างคุณคงไม่มีทางเข้ามาบริษัทหรอก เพราะตลอดเวลาก็ปล่อยให้เอียนซีจัดการสิ่งต่างๆงกๆ คนเดียวจนไม่ได้หยุดพัก

       “เอาล่ะช่างเรื่องนั้นเถอะ” หลางหลินโบกมือ “โดยปกติแล้ว หนังหรือซีรีย์เขาถ่ายกันที่ไหนนะ คงไม่ใช่พระราชวังจริงๆหรอกใช่มั้ย”

       ถึงแม้หลางหลินจะเป็นนักเขียนกัมมะลอ หากแต่ไม่รู้เรื่องเช่นนี้ เรื่องนี้นับว่าธรรมดายิ่ง ในความคิดของเขาราชบัลลังก์ขนาดใหญ่ หรือวังจักรพรรดิล้วนถ่ายทำในสถานที่จริง ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยเห็นว่าสถานที่นั้นเป็นเช่นไร มันจะงดงามอลังการเหมือนกับในหนังที่เคยดูหรือเปล่า

       “ไม่ใช่ครับ พวกเขาถ่ายที่เหิงเตี้ยน” เสิ่นเหลียงบอก

       “เหิงเตี้ยน มันคือ?”

      เสิ่นเหลียงมองหลางหลินอย่างว่างเปล่า แต่ยังบอกว่า “โดยปกติแล้วไม่ได้ถ่ายทำที่พระราชวังจริง เพราะที่นั่นต่างมีนักท่องเที่ยวเข้าออกตลอด ไหนจะการผุพังของสิ่งต่างๆเพราะงั้นเหิงเตี้ยนนี่แหละคือคำตอบ” เสิ่นเหลียงถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ

       “เหิงเตี้ยนคือสถานที่ถ่ายทำหนังหรือซีรีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในจีน หากเทียบกับพวกลิงเผือก ที่นั่นคงเป็นไม่ต่างจากฮอลลีวูด”

       ลิงเผือกที่ว่าคือพวกฝรั่ง ด้วยผิวขาวซีดของมันทำให้เสิ่นเหลียงเรียกเช่นนั้น

       “เห...งั้นเหรอเนี่ย นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ยิน” หลางหลินไม่คิดเลยว่ามันจะมีสถานที่เช่นนั้นอยู่ด้วย นี่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น

       ทุกคนมองหลางหลินแปลกๆ หลางหลินเองก็เช่นกัน “หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไงถึงมองอย่างนั้น”

       เอียนซีหัวเราะ “เปล่าหรอกค่ะ ทุกคนคงคิดว่ามันแปลก และฉันเองก็เหมือนกัน”

       “แปลก? แปลกยังไง” เขายังคงไม่รู้ตัว

       “มันน่าแปลกใช่มั้ยล่ะคะ ที่นักเขียนแห่งยุคไม่รู้จักเหิงเตี้ยน แต่กลับสามารถที่จะนำดาราอย่างลู่อิงเซี่ยนมาร่วมงานได้” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเอียนซี

      หลางหลินกระแอมครั้งหนึ่ง “ก็เพราะลู่อิงเซี่ยนนั่นแหละ ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้เธอมารับบทพระสนม เพราะงั้นฉันจึงไม่ได้ตรวจสอบสถานที่ถ่ายทำ”

      เขามองเสิ่นเหลียงก่อนจะพูดต่อ “เอาล่ะ ในเมื่อมันเป็นสถานที่ที่ไว้สำหรับถ่ายทำภาพยนต์ ซีรีย์ มันก็ต้องมีค่าสถานที่ด้วยใช่มั้ย”

       “ใช่ครับ และเราจำเป็นต้องจองไว้ด้วย ไม่งั้นมันจะเต็มเสียก่อน” เสิ่นเหลียงตอบ

       “ดี เรื่องนี้ฝากให้นายจัดการแล้วกัน ระยะเวลาที่ต้องถ่ายทำคือเท่าไหร่นะ จำเป็นต้องใช้เงินกับค่าสถานที่เท่าไหร่"

        ระยะเวลาที่ถ่ายทำน่าจะหกถึงเจ็ดเดือน ส่วนค่าสถานที่คงต้องตรวจเช็คอีกที”

        “โอเค ถ้าหากต้องการเงินเท่าไหร่ก็มาบอกเอียนซีนะ”

        “เข้าใจแล้วครับท่านประธาน”

       หลางหลินอยู่ที่นั่นดูหลางอี้ฉงซ้อมบทนิดหน่อย หมอนี่แรกๆเมื่อเห็นเขาอยู่ในห้องก็ค่อนข้างอายๆ แต่เมื่อสักพักผ่านไปราวกับถูกวิญญาณเข้าสิง เขากลับไปเป็นฮ่องเต้ผู้เย็นชาคนเดิม!

        “จะไปกินข้าวด้วยกันมั้ย” หลังจากที่เขาดูหลางอี้ฉงซ้อมบทมันก็เลยมาถึงเที่ยงแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปหาข้าวกิน และเขาเองก็เช่นกัน ตอนนี้นั่งอยู่ในรถกับเอียนซี

        “ไปสิคะ ไม่งั้นจะขึ้นรถมาด้วยเหรอ ว่าแต่ท่านประธานจะไปที่ไหนล่ะ” เอียนซียิ้มร่าที่ได้ไปกินข้าวกับเขา ถึงแม้ทั้งสองจะเป็นคนรักกันแต่ก็นานครั้งถึงจะไปกินด้วยกัน เพราะงั้นจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

        “ร้านไก่จักรพรรดิ!”





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

473 ความคิดเห็น

  1. #453 Atrno (@Atrno) (จากตอนที่ 331)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 07:41

    ขอบคุณค่า
    #453
    1
    • #453-1 skyling2 (@skyling) (จากตอนที่ 331)
      22 กรกฎาคม 2562 / 00:45
      ขอบคุณครับผม
      #453-1