แหวนมิติ

ตอนที่ 332 : มิติพ่อมด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    22 ก.ค. 62

      “ว้าว!! ฉันชอบมากเลยแหละค่ะ แต่ว่าช่วงนี้คนน่าจะเยอะนะคะ”

      ตอนนี้เป็นช่วงพักของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน คนทำงาน ฯลฯ ทุกอย่างล้วนหยุดพักในเวลานี้ และคนเขาจะแห่ไปทำอะไรกัน? ก็กินอาหารไง ตอนนี้ร้านไก่จักรพรรดิถือเป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งในหลี่หมิง หากพูดถึงร้านอาหารทุกคนต้องนึกถึงร้านไก่จักรพรรดิเป็นที่แรก!

      และเวลานี้เป็นเวลาเที่ยงพอดี นั่นหมายความว่าที่นั่นจะต้องยุ่งมาก

      “นั่นสินะ...” หลางหลินเองก็คิดเช่นนั้น ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของแต่ก็ไม่อยากใช้อำนาจให้ได้ห้องมา เมื่อมองนาฬิกาพลันเหลือบมองแหวนมิติ เห็นเนื้อสัตว์อสูรที่ยังเหลือ ยกยิ้มมุมปากจนเห็นไรฟัน

      “ถ้างั้นวันนี้ฉันจะทำอาหารให้เธอกินเองก็แล้วกัน” ชายหนุ่มมองหน้าเอียนซีก่อนจะยิ้มออกมา

      “เห...!! จริงเหรอคะเนี่ย ท่านประธานทำอาหารเป็นด้วย?” สีหน้าที่เธอแสดงออกมามันค่อนข้างทำให้เขาหงุดหงิด ดูเหมือนสาวเจ้าจะไม่เชื่อว่าท่านประธานอย่างเขาสามารถทำอาหารได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะให้เขายอมได้อย่างไร เขาต้องแสดงฝีมือให้เธอรับรู้!

      “แน่นอน ท่านประธานผู้เก่งกาจผู้นี้สามารถทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เขียนนิยายไปจนถึงทำอาหาร ล้วนเป็นสิ่งที่รังสรรค์มาจากสวรรค์!” เขาคุยโวโอ้อวดจนหญิงสาวหัวเราะคิกคัก

      “ถ้างั้นก็จัดเลยสิคะ หิวแล้วนะเนี่ย”

      “ได้....จะทำให้ดูว่าอาหารที่แท้จริงนั้นเป็นไง!”

      อาหารที่หลางหลินทำแน่นอนว่าฝีมือค่อนข้างธรรมดา แต่เมื่อเป็นเนื้อของสัตว์อสูรต่างมิติแล้ว รสชาติมันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น คำแรกที่เอียนซีพูดออกมาคือคำว่าอร่อย จากนั้นเธอก็ไม่พูดอีกเลย เพราะเอาแต่กินกินและกิน
แต่อย่างว่า เนื้อสัตว์อสูรนั้นเต็มไปด้วยพลัง คนธรรมดากินแค่หน่อยนึงก็อิ่มแล้ว เพราะงั้นที่เหลือจึงตกเป็นของหลางหลิน

      หลังจากจัดกับอาหารเสร็จเขาก็นอนที่คอนโดกับเอียนซี แน่นอนว่าที่บอกนอนน่ะจริงๆแล้วไม่ได้นอนหรอก พวกเขาทำกิจกรรมรักจนถึงช่วงเช้าก่อนจะผลอยหลับไป ตื่นมาก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว

      หลางหลินถูกเอียนซีเอ็ดยกใหญ่ เพราะเขาเล่นซะหมดแรงจนลืมเวลาไปทำงาน หลางหลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะหึหึ โอบเอวเธอเข้ามาแล้วจัดการอีกสักรอบ กว่าจะจบลงก็ทำเอาเอียนซีแทบขาดใจตาย
แต่เพราะเธอได้กินเนื้อของสัตว์อสูรจึงทำให้มีพลังพอที่จะสู้กับเขาได้ แต่อย่างใดก็ตาม เธอยังพ่ายแพ้เหมือนเดิม

      หลังจากมอบความสุขให้เอียนซีเสร็จ เขาก็ไปที่คลับเวอร์จิน มันเป็นช่วงเวลาที่วิเวียนกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นพอดี

      “เป็นไง ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่มั้ย” หลางหลินถาม

      วิเวียนเดินเข้ามาคล้องแขน ร่างกายของเธอยั่วยวน ทุกฝีก้าวของเธอทำให้หนุมๆในร้านหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน

      “ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ช่วยเปิดหูเปิดตาฉันจริงๆ”

      “นี่พี่ชายดูนี่สิคะ หนูได้ชุดใหม่มาด้วยแหละ” ซายะหมุนตัวเหมือนกับเด็กสาวตัวเล็กๆ ด้วยรูปลักษณ์ของเธอที่เหมือนกับตุ๊กตา เธอดูน่ารักเป็นอย่างมาก

      “ว้าว ชุดน่ารักดีนะ” เขาอดกล่าวชมจากใจริงไม่ได้ เธอเหมือนกับตุ๊กตาจริงๆ

      “คิกคิกคิก คนใส่ก็น่ารักนะคะ”

      “นี่ๆ อย่าชมแค่ซายะสิ ฉันเองก็ซื้อชุดใหม่มาเหมือนกันนะ” วิเวียนไม่ยอมน้อยหน้า เธอเริ่มอวดชุดด้วยการหมุนไปรอบๆ กระโปรงสั้นของเธอเลิกขึ้น มันแทบจะทำให้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้กระโปรง นี่ยิ่งทำให้ผู้ชายในร้านน้ำลายหกกันเป็นแถว

      “หลางอี้ฉง หายไปไหนกันนะ...” แอนนาไม่ได้สนใจหลางหลิน หากมองหาหลางอี้ฉง ตอนแรกเธอนั้นนึกดูถูกอีกฝ่ายว่าเป็นพวกขี้ขลาด ถึงแม้เลือดของหมอนั่นจะอร่อยก็เถอะ แต่เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมานั้นทำให้เธอประทับใจมาก การต่อสู้กับเฒ่าหวง ถึงแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ แต่สิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นนั้นทำให้เธอรู้สึก....

      “แล้วมิคาสะล่ะ เธอไม่ได้กลับมาด้วยเหรอ” เขาถาม

      หลางถิงตอบ “มิคาสะกำลังจัดการเรื่องบริษัทอยู่ค่ะ เห็นว่าอีกอาทิตย์หนึ่งถึงจะเรียบร้อย”

      “อย่างนั้นเหรอ...ถ้าเธอมาเมื่อไหร่ ให้เข้าไปที่บริษัทแวมด้วยก็แล้วกัน”

      “เข้าใจแล้วค่ะ” หลางถิงพยักหน้า

      “เอาล่ะซายะ ถึงเวลาแล้วที่หนูจะต้องไปกับพี่” หลางหลินจับไหล่ของซายะ ผิวขาวใสของเธอนั้นเนียนนุ่มดั่งทารกน้อย

      “คุณจะพาเธอไปที่ไหนกันคะ...?” วิเวียนถาม

      “นั่นสิคะ จะพาซายะไปที่ไหน?” แอนนาเองก็สงสัย เธอไม่อยากห่างจากซายะเลย

      ซายะและวิเวียนงงงวย หลางหลินจึงต้องลูบแหวนมิติ
      
      “แหวนไง จำไม่ได้เหรอ...”

     ซายะครุ่นคิดสักพัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นมา ยิ้มร่าแล้วบอกว่า “อ๋อเรื่องนั้นนี่เอง ถ้างั้นจะมัวรออะไรกันอยู่ล่ะคะ ไปเลยดีกว่า”

      “โอเคงั้นเราไปกันเลย” หลางหลินนำซายะเข้าห้อง

     สีหน้าของหลางถิงค่อนข้างแย่ เกิดคำถามขึ้นในใจ “พวกเขาจะทำอะไรกันนะ?”

      “ท่านพี่ คุณหลินจะพาซายะไปที่ไหนคะ?” แอนนาถาม

     วิเวียนเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มฝืนๆ “ไปเที่ยวเล่นน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

     ถึงแม้ว่าแอนนาจะพอรู้เรื่องของแหวนตั้งแต่ข้ามมิติ แต่มันก็ยังเป็นความลับของเขาอยู่ดี วิเวียนไม่อยากให้เธอรู้เรื่องนั้น เพราะเกรงว่าน้องสาวอยากจะเดินทางข้ามมิติเหมือนตน
ในต่างมิตินั้นอันตรายมาก วิเวียนเข้าใจถึงความอันตรายนั้นอย่างลึกซึ้ง

     แอนนาเลิกถาม เธอเลิกสนใจพี่สาวแล้วกลับเข้าห้อง วิเวียนส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เธอนั่งที่บาร์แล้วดื่มเหล้าอีกเช่นเคย

     “หวังว่า การข้ามมิติครั้งนี้จะไม่เป็นอะไรนะ” วิเวียนยังจำการต่อสู้กับหุ่นยนต์ครั้งนั้นได้ ถ้าหากไม่ได้เทียร์เธอและเขาคงตายไปแล้ว

........

      หลางหลินลูบแหวนมิติ ตั้งแต่ต่อสู้กับเทียนซีเขาก็ไม่ได้เปิดประตูมิติเลยสักครั้ง ประจวบเหมาะกับซายะกลับมา เลยอยากจะข้ามมิติไปกับเธอ เพราะคำสัญญานั้น ถ้าหากยัยตัวร้ายรู้เรื่องที่แอบข้ามมิติคนเดียวล่ะก็มีหวังเรื่องไม่จบแน่

     ปึก! ประตูโลหะสีเงินขนาดใหญ่ซ้อนทับกันถึงสามชั้น

     ดวงตาแดงโล่ทำให้ห้องสว่างดั่งโลหิต

     ประตูชั้นที่สามอ้าออก มีหมอกมืดอยู่ภายในนั้น

     ความรู้สึกหนาวเย็นแล่นไปถึงกระดูก ถึงแม้ว่าจะเป็นซายะที่รวมเข้ากับสิ่งประดิษฐ์แนวคิด แต่ยังขนลุกซู่จนเผลอก้าวถอยหลัง

     “กลัวหรือเปล่า...” เขาถาม

     ซายะส่ายหน้า มีรอยยิ้มบนริมฝีปาก “หนูไม่ได้กลัว แต่รู้สึกตื่นเต้นต่างหาก ถึงแม้ว่าหนูจะเคยออกมาจากประตูนี้ แต่นั่นก็นานมาแล้ว แต่ความรู้สึกนั้นยังไม่เคยจางหาย...”

     “ถ้างั้นก็ดี เราเข้าไปกันเถอะ”

     “ค่ะ” หลางหลินจับมือของเธอ พวกเขาก้าวเข้าไปในประตูหัวกระโหลก...

......................

      อีกมิติ..............
ท้องฟ้าสีแดงดั่งโลหิต น้ำวนสีแดงขนาดใหญ่กำลังหมุนอยู่ในท้องฟ้า ท้องฟ้าเต็มไปด้วยซากศพ มีมนุษย์หลายคนลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายของพวกเขาแห้งเหี่ยว พวกเขาดูเหมือนกับมัมมี่

      บนพื้นดินเป็นสีดำสนิท มันดำเหมือนกับเพิ่งถูกไฟคลอกมา ไม่มีผืนหญ้าหรือสัตว์บนพื้น มีเพียงเสียงนกร้องเพลงแปลกๆ เท่านั้น
นกมีขนาดเล็กมาก มันมีขนาดเท่ากับแมลงวัน ร่างกายของพวกมันเป็นสีดำสนิท ทุกครั้งที่มันขยับปีกจะเกิดเส้นสายสีดำขนาดเล็กลอยออกมา

      สายลมพัดโชย ต้นไม้แห้งเหี่ยว ไม่มีน้ำหรือพืชผัก หากมีเพียงโครงกระดูกจำนวนหนึ่งเท่านั้น
โครงกระดูกเหล่านั้นกำลังเคลื่อนตัวมาตรงเนินเขา มีราชรถสีทองขนาดใหญ่ลอยอยู่ในอากาศ

      ราชรถนั้นลอยเหนือพื้นดินเพียง 2 เมตรเท่านั้น

      ราชรถเป็นสีทอง มีรูปเปลือกหอยที่ประตูรถ ข้างในมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่กับหญิงสาว พวกเขาถือคทาแปลกๆ

      คทาถูกประดับด้วยอัญมณี สีสันของคทาทั้งสองช่างงดงามนัก มันเหมือนกับเครื่องประดับในงานแสดงโชว์ หากแต่พลังที่ลอยวนอยู่รอบๆคทานั้น ให้ความรู้สึกเหมือนศพ

      “อีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึงถ้ำมังกรซากศพ” โลเวล ชายถือคทาสีขาวถาม ใบหน้าของเขาดูธรรมดา หากแต่ด้วยชุดขุนนางที่หรูหรา ทำให้เขาดูเหมือนกับพ่อมด

      “ผ่านวันนี้ก็น่าจะถึงถ้ำของมันแล้ว” ไอราตอบ เธอเป็นหญิงสาวหน้าเละ มีแผลเหวอะจำนวนมากอยู่บนใบหน้าของเธอ แต่ถึงกระนั้นเธอกลับไม่พยายามที่จะปิดมัน ราวกับว่าไม่ใสใจ่ต่อแผลน่าเกลียด

      “นั่นนานมากเลยนะ มานาของฉันไม่สามารถบังคับรถให้บินไปถึงที่นั่นได้หรอก อันเดดของเธอก็ด้วยใช่มั้ย” โลเวลมีสีหน้าไม่ดีนัก การบังคับราชรถนานๆทำให้มานาในร่างของเขาเหือดแห้ง

      “ก็บอกตั้งแต่เเรกแล้วว่าให้ใช้ม้าเดินทาง แต่นายกลับเลือกที่จะใช้รถเวทมนตร์ แบบนี้ก็เปลืองมานาแย่สิ” ไอรามองอีกฝ่ายเหมือนกับคนโง่เขา “เอาล่ะ ผ่านหุบเขาสิ้นหวังนี้ไปแล้ว ค่อยพักก็แล้วกัน”

      พวกเขาทั้งสองเดินทางไปเรื่อยๆจนถึงภูเขาสีดำ ซึ่งเป็นหุบเขาที่มีแต่กลิ่นความตาย ทั้งสองเลือกตั้งกระโจมที่นั่น โดยใช้กองทัพอันเดดของไอราป้องกันเป็นวงกลม

      ทั้งสองเป็นพ่อมดแม่มดของอาณาจักรเหล็กดำ
อาณาจักรเหล็กดำคืออาณาจักรแห่งการค้า มีกิลพ่อมดแม่มดจำนวนมากอยู่ที่นั่น ทั้งสองเองหลังจากเรียนจบต่างก็ทำงานที่กิลผจญภัย
และครั้งนี้เองก็เช่นกัน พวกเขาเลือกภารกิจที่ยาก อย่างเช่นการสังหารมังกรซากศพ!

      นี่คือสัตว์อสูรระดับฝันร้าย มันเป็นสัตว์อสูรที่สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เป็นเหมือกับฝันร้าย ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่หลังจากมันปลดปล่อยพลัง พลังของมันนั้นเหมือนพิษ
ผู้คนจะอ่อนแอและติดเชื้อ ไม่นานก็ตายลง

      หุบเขาสิ้นหวังเองก็เช่นกัน เมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ก่อนเข้าอาณาจักรเหล็กดำ แต่ถึงกระนั้นกลับถูกมังกรซากศพทำลายสิ้น
มันใช้เวลาเพียงแค่คืนเดียว ในการคร่าชีวิตผู้คน รวมถึงเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นดินแดนแห่งฝันร้าย!!

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

471 ความคิดเห็น