แหวนมิติ

ตอนที่ 326 : ขาดเธอไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    12 ก.ค. 62

         ร่างเงาคู่หนึ่งทะยานผ่านผืนป่ายามค่ำคืน ด้านหลังของเขาตามมาด้วยสายฟ้าขนาดใหญ่!
สายฟ้านั้นกลืนกินท้องนภา!
พลังของมันราวกับจะแยกท้องนภาให้ออกจากกัน!

       “พลังอะไรกันนี่ นี่หรือคือขั้นคริสตัลของจริง พวกเขาเหมือนกับเทพเจ้าในตำนาน!” ก้วนเยี้ยหันไปมองยอดเขาม่านหมอกที่กำลังพังทะลายลง ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนกเมื่อเห็นคลื่นพลังทำลายยอดเขาของสุสาน ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสายฟ้าและพลังสีแดงทำลาย!

      พลังทั้งสองกำลังห้ำหั่นกันกลางท้องนภา!
      คลื่นลมแรงจนเกิดพายุ ท้องฟ้าที่มืดอยู่แล้วส่องสว่าง สายฝนอยู่ๆ กับตกลงมาดั่งมีผู้สั่งการ!
      ผู้ใช้สายฟ้ากำลังยืนอยู่เหนือเมฆา! มีกระบี่สายฟ้าหลายสายกำลังก่อตัวอย่างช้าๆ...

      สายฝนทำให้ร่างกายของก้วนเยี้ยเย็นเยือก และเพราะสายฝนนี้เองทำให้เหยาเหยาตื่นขึ้นมา

      “แค่กๆ” เธอไอออกมา ร่างกายสั่นเทา ใบหน้าเหยาเหยาซีดเผือด เมื่อเห็นว่าพ่อกำลังแบกผ่านต้นไม้และสายฝน ยิ่งทำให้เธองุนงง 

     “ท่านพ่อ เรามาอยู่ที่นี่กันได้ยังไง แล้วไหนเจ้าสัตว์อสูรระดับสี่นั่นล่ะ...” เหยาเหยาไม่สามารถเอ่ยปากได้อีก เพราะขาข้างหนึ่งของก้วนเยี้ยตอนนี้ได้หายไปแล้ว นี่ยิ่งทำให้เธอตกใจ

     “เกิดอะไรขึ้นกับขาของท่าน ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?”


      ก้วนเยี้ยถึงจะมีขาข้างเดียวแต่ยังวิ่งผ่านป่าไม้ได้ เขาเคลื่อนไหวดั่งภูติลมตัวเบาหวิว

     “เกิดการต่อสู้กันที่นั่น สัตว์อสูรระดับสี่เป็นมันที่เอาขาของพ่อไป แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอก ตอนนี้หลางหลินน่ะได้ฆ่าทุกคนในตระกูลเป่ยแล้ว” ก้วนเยี้ยที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งอ่อนแอเข้าไปอีกเมื่อเสียขา ถึงแม้ปากจะพูดว่าไม่เป็นไรแต่เขารู้ดีถึงกำลังของตน หรือไม่เขาอาจจะไม่ใส่ใจกับมันก็ได้ เพราะชีวิตเขานั้นอยู่ได้แค่อีกไม่กี่ปีเท่านั้น ก่อนจะให้พลังกับเหยาเหยา

      “อะไรนะ!! สัตว์อสูรนั่นทำให้พ่อเสียขาไปงั้นเหรอ แล้วหลางหลินยังฆ่าคนตระกูลเป่ยอีก เขาทำอย่างนั้นไปทำไม? ไม่ใช่ว่าเขาต้องการควบคุมตระกูลเป่ยหรือ?” เหยาเหยางุนงง เกิดคำถามขึ้นในใจเธอ

      ก้วนเยี้ยอธิบาย “นั่นเป็นเพราะว่าเขารู้เรื่องที่ตระกูลเป่ยวางแผนเรื่องแหวนมิติแล้วน่ะสิ แถมตอนนี้เขายัง...ต้องการตัวพ่อ!”

      “อะไรนะ?” หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ตอนนี้หลางหลินนั้นมีพลังขั้นคริสตัล เขาไม่ใช่คนที่เธอและก้วนเยี้ยสามารถต่อกรได้

      “แล้วเราจะเอายังไงกันดีท่านพ่อ จะหนีไปต่างประเทศมั้ย” เหยาเหยาเสนอ ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว หนีไปให้ไกลและซ่อนตัว ต่อให้เป็นขั้นคริสตัลก็เถอะการหาเธอและพ่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

       ก้วนเยี้ยส่ายศีรษะ “ขั้นคริสตัลคือผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของโลกผู้บ่มเพาะ ถึงแม้ว่าเราจะหนีไปได้ แต่สักวันเขาก็คงเจอตัวเราอยู่ดี”

       “ถ้างั้นเราจะทำยังไงกันดีคะ”

       ก้วนเยี้ยมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เหยาเหยามองตาม และนั่นทำให้เธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มือของเธอเอื้อมมาปิดปากอย่างไม่ตั้งใจ ริมฝีปากกำลังสั่นระริก “โอ้พระเจ้า...”

       “ใช่นั่นแหละพระเจ้า...ของมนุษย์!” ก้วนเยี้ยกลืนน้ำลาย สิ่งที่เห็นเป็นเทพสายฟ้าและเทพกระดูก พวกเขายืนประจันหน้ากันด้วยพลังที่ฉีกท้องฟ้า!!

.........
       บ้านตระกูลเป่ย
หลังจากกลับมาจากสุสานม่านหมอก หลางหลินก็มาที่ตระกูลเป่ย เขาจำเป็นต้องทำให้เป่ยเฟยฉานเป็นผู้นำตระกูล เมื่อเป็นเช่นนั้นตระกูลเป่ยก็จะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาโดยสมบูรณ์

      เป่ยเฟยฉาน เป่ยลู่หยี เป่ยผางฟาน แองเจโล่ ฟีนิกซ์ คือคนที่รอดมาจากสุสานม่านหมอก ส่วนคนอื่นๆนั้นตายทั้งหมด

      เป่ยผางฟานรู้เรื่องพ่อแม่และน้องสาวที่ตายแล้ว ข่าวที่เขาได้รับจากเป่ยเฟยฉานคือข้อมูลปลอม โดยบอกว่าถูกสัตว์อสูรระดับ 4 ฆ่าตาย แต่ความจริงแล้วถูกหลางหลินฆ่า
เป่ยผางฟานทำใจไม่ได้ เพราะงั้นเขาจึงไม่ได้มาร่วมงานขึ้นครองตำแหน่งของเป่ยเฟยฉาน

      ในตอนนี้เป่ยเฟยฉานเคารพหลางหลินไปถึงก้นบึ้งหัวใจ จากเหตุการณ์ในสุสาน ทำให้เขาเข้าใจคำว่าพระเจ้าเป็นเช่นไร
มันเป็นเช่นนี้นี่เอง คำๆนี้ เขาเข้าใจแล้ว

      ส่วนเป่ยลู่หยีเองก็เช่นกัน เธอรู้สึกกลัวหลางหลิน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกชื้นใจเมื่อมีเขาควบคุมตระกูลในเงามืด เมื่อเป็นเช่นนั้นตระกูลเป่ยจะเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในจีน!

       “นี่คือชั้นใต้ดินที่เก็บสมบัติไว้ประมูล เชิญนายท่านตรวจสอบ หากชอบชิ้นไหนท่านสามารถหยิบไปได้เลย”

      หลางหลินเข้ามาในชั้นล่างของบ้านตระกูลเป่ย คนที่พาเขาเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น หากเป็นผู้นำคนปัจจุบัน เป่ยเฟยฉาน
ข้างล่างเป็นชั้นใต้ดินขนาดใหญ่ กำแพงทำมาจากหินสีแดงชนิดพิเศษ มีห้องแยกออกจำนวนมาก แต่ละห้องล้วนเป็นที่เก็บสมบัติที่คัดแยกไว้แล้ว

      หลางหลินมองไปรอบๆอย่างไม่ใส่ใจนัก หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงสนใจสมบัติหรือเทคนิคบ่มเพาะพลัง แต่ตอนนี้เขาได้พลังที่สามารถฉีกท้องฟ้ามาแล้ว แล้วทำไมจึงต้องสนใจสิ่งเหล่านี้ด้วย?

      “มีแค่นี้เหรอ? สิ่งที่ฉันเห็นมีแต่ขยะ นี่ยังเรียกได้ว่าเป็นสมบัติ?” หลางหลินมองเป่ยเฟยฉานด้วยสายตาเย็นชา

      เป่ยเฟยฉานเมื่อได้ยินคำพูดของเขาจึงตอบว่า “นี่คือสมบัติทั้งหมดในตระกูล นายท่านไม่ถูกใจเลยหรือครับ”

       สมบัติแต่ละชิ้นมีอาวุธเวทจนไปถึงเทคนิคโบราณ แต่กระนั้นหลางหลินกลับไม่สนใจเลย
เป่ยเฟยฉานครุ่นคิด ตัวตนที่สามารถแบกท้องฟ้าให้แยกออกจากกันได้สนอะไร? สมบัติ? ผู้หญิง? ความร่ำรวย?

       ในขณะที่เป่ยเฟยฉานกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หลางหลินพลันได้ยินเสียง...เสียงของการทรมาน

       “มีห้องขังนักโทษอยู่ที่นี่ด้วย?” เขาถาม

       เป่ยเฟยฉานพยักหน้า “ใช่ครับ นักโทษของเราคือพวกที่ขโมยของในสุสาน หรือไม่ก็พวกที่มีของวิเศษ”

       “นี่สินะคือการหาอาวุธไปประมูลของตระกูลเป่ย เป็นวิธีการต่ำช้าสิ้นดี” เมื่อได้ยินคำพูดของหลางหลินใบหน้าของเป่ยเฟยฉานถึงกับเขียวคล้ำ เขาไม่สามารถโต้แย้งได้

       “พาฉันไปดูหน่อย”

       “เชิญทางนี้ครับ” 

        ด้วยการนำทางของเป่ยเฟยฉาน ในที่สุดก็มาถึงคุกหิน คุกหินถูกสร้างใต้ทะเลสาบจำลอง มันอยู่ข้างใต้ทะเลสาบราวสิบยี่สิบเมตร มีคนแก่และคนชราถูกขังอยู่ในคุก พวกเขาถูกล่ามโซ่ไว้และถูกทรมาน ร่างกายผอมกระหร่องจนเห็นซี่โครงที่ยื่นออกมา หากพวกเขาไม่ได้เป็นผู้บ่มเพาะคงเสียชีวิตไปนานแล้ว

       “พวกนายนี่มัน...เห้อ ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี” หลางหลินส่ายศีรษะอย่างเวทนาเมื่อเห็นคนในกรง ใบหน้าของเป่ยเฟยฉานยิ่งซีดเผือด

      “ได้โปรด พอแล้ว ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”

      “นังปากดี แกยังไม่พูดใช่มั้ย!” 

      “เสียงนี้มัน...คุ้นๆ แฮะ” หลางหลินนึกถึงเสียงร้องของหญิงสาวที่กำลังถูกทรมาน
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่เสียงร้องของผู้หญิงยิ่งดังให้ได้ยิน
เธออยู่ห้องถัดไปนี่เอง

       ด้วยความอยากรู้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงใคร ทำไมมันจึงคุ้นหูนัก เขาจึงเดินเข้าไปอีกหน่อย และนั่นเองทำให้เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย หลิวอี้ชิง!

      “บัดซบ!” ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ แต่เธอก็เป็นคนที่มอบหัวใจทั้งหมดให้เขาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

     ยอมได้แม้กระทั่งความตายของตนเอง!

     แล้วแบบนี้จะให้เขาทนอยู่เฉยได้ยังไง!

     ชายอ้วนที่กำลังทรมานเธออยู่หันกลับมา ในมือของมันมีแส้สีดำเปื้อนเลือด

     “นายท่าน...”

     หลางหลินไม่แม้แต่เสียเวลาสนใจสวะเช่นมัน เขาคว้าหัวของมันก่อนจะบดละเอียด!
จากนั้นเข้าไปหาหลิวอี้ชิง เธอถูกตรึงไว้กับผนังห้องด้วยโซ่ ร่างกายของเธอบอบช้ำ มีบาดแผลที่ถูกเฆี่ยนตีแทบทุกส่วนปรากฏอยู่ให้เห็น ดวงตาของเธอสะลึมสะลือ ใบหน้าขมวดมุ่นเมื่อเห็นชายคนรัก

      “คุณหลิน...คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? หรือว่าฉันจะฝันไปนะ” เสียงของเธอแหบพร่า

      ไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะเห็นเธอถูกทรมานจึงทำให้เขาร้องไห้ออกมา ลูบผมอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากของเขาบดเป็นรอยยิ้ม “ไม่นี่ไม่ใช่ความฝัน มันคือความจริง เธอไม่เป็นอะไรแล้ว...”

       หลิวอี้ชิงยิ้ม ลมหายใจของเธอกำลังอ่อนแรงนี่ยิ่งทำให้เขากังวลมาก

      “เป่ยเฟยฉาน!! รีบพาเธอไปรักษา หากเธอเป็นอะไรไปล่ะก็ตระกูลเป่ยจะเป็นยังไงฉันไม่ต้องบอก นายคงรู้นะ!” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาถึงกับทำให้เป่ยเฟยฉานคุกเข่า

      “เข้าใจแล้วครับนายท่าน เข้าใจแล้วครับนายท่าน!”


       ตระกูลเป่ยเป็นตระกูลผู้บ่มเพาะ เพราะงั้นพวกเขาจึงมีหมอประจำตระกูล หมอประจำตระกูลเป็นแพทย์แผนจีนโบราณ ด้วยการใช้สมุนไพรที่ดีที่สุด บวกกับยารักษาราคาแพงที่มีส่วนผสมนานาชิ้น ในที่สุดหลิวอี้ชิงก็ค่อยๆฟื้นตัว บาดแผลถูกรักษาในอัตราที่น่าอัศจรรย์ ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาด หากแต่ยังไม่ได้สติเท่านั้น

       หลางหลินเมื่อเห็นเช่นนั้นรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เขานั่งอยู่ข้างเตียงในขณะลูบศีรษะของเธอ

        “ครั้งหนึ่งเป็นเพราะฉันเธอถึงตาย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงอนาคต แต่สำหรับฉันมันคือเรื่องจริง ความรู้สึกนั้นวันนี้ฉันเพิ่งเข้าใจมัน หลิวอี้ชิง....” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ 

        “ฉันขาดเธอไปไม่ได้จริงๆ”

       
        เขาใช้เวลาอยู่กับเธอทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งเช้ามาถึง
หลางหลินออกมาจากห้อง ยืนอยู่หน้าเป่ยเฟยฉานและคนอื่นๆในตระกูลที่กำลังคุกเข่าต่อหน้าเขา

        “บอกมาหน่อยซิว่านี่มันคืออะไร? ตระกูลเป่ยต้องการสมบัติของเธอหรือไงถึงทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ ถ้าหากให้คำแก้ตัวกับฉันไม่ได้ ตระกูลเป่ยจะหายไปก็รุ่นนายนี่ละ!” อนุภาคพลังงานกระจายไปรอบๆ พลังของเขากำลังทำให้ทุกคนสิ้นหวัง!
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

471 ความคิดเห็น