แหวนมิติ

ตอนที่ 327 : ชุดเซ็ทสิบสองนักษัตร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

        อนุภาคพลังงานนั้นรุนแรงมาก มีหลายคนที่ทนพลังไม่ไหวถึงกับสิ้นสติไป

ใบหน้าของเป่ยเฟยฉานซีดเผือด ริมฝีปากมีเลือดไหล เอ่ยคำพูดอย่างยากลำบาก “นายท่านคือว่า...”

       หลางหลินโบกมืออย่างไร้อารมณ์ “ฉันไม่น่าเสียเวลาถามคำถามโง่ๆเลย เพียงแค่ฉันดูข้อมูลจากสมองของนาย เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว เพียงแต่การทำแบบนั้นจะทำให้สมองของนายเสียหาย”

       เขามองหน้าเป่ยเฟยฉานแล้วพูดต่อ “เอาล่ะเป่ยเฟยฉาน ขอฉันดูข้อมูลในสมองของนายหน่อยนะ อ้อ...ถ้าหากไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเข้าไปล่ะก็ สมองของนายระเบิดเละไม่รู้ด้วยนะ...”

       เป่ยเฟยฉานถึงกับมีใบหน้าตื่นตระหนก เขาไม่เข้าใจสิ่งพูดมา อ่านข้อมูลในสมองงั้นเหรอ? นั่นเป็นอะไรที่บ้ามาก และจากคำพูดของหลางหลินดูเหมือนว่าการทำเช่นนั้นจะมีโอกาสที่ทำให้สมองได้รับความเสียหาย
แต่อย่างใดก็ตาม เป่ยเฟยฉานมีทางเลือกอื่นหรือ? เขาทำได้เพียงยอมเปิดใจให้พลังจิตของหลางหลินเข้ามาในสมองเท่านั้น!

       ดวงตาของหลางหลินสว่างไสว มีจุดสีเขียวกระพริบในดวงตา พลังจิตสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่สมองของเป่ยเฟยฉาน!

       เป่ยเฟยฉานที่ปล่อยให้เขาเข้ามาดูข้อมูลถึงกับล้มลงไป ทุกคนนิ่งเงียบ พวกเขาไม่กล้าพูดอะไร ถึงแม้ว่าหลางหลินจะฆ่าเป่ยเฟยฉานหรือสังหารคนในตระกูล ด้วยความกลัว...พวกเขาทำได้เพียงยอมเท่านั้น

       หลางหลินหลับตา ปล่อยให้ข้อมูลไหลเข้าสู่สมองอย่างช้าๆ สักพักหนึ่งจึงลืมตาขึ้นมา
ไม่มีใครกล้ามองหน้าหลางหลิน พวกเขาทำได้เพียงก้มหน้าเท่านั้น

       “เป่ยคังดง...และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายนิกายกระเรียนครั้งนี้ออกมายืนข้างหน้าฉันซะ!” เขาพูด “อย่าแม้แต่เล่นตุกติกกับฉัน รู้ใช่มั้ยว่าข้อมูลของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นอยู่ในหัวฉันแล้ว ถ้าหากใครกล้าไม่ออกมาล่ะก็...ฉันคงต้องฆ่าทุกคนในตระกูล!”

       ทุกคนถึงกับสั่นเทา ในขณะเดียวกันก็มีคนโล่งอกที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้

       “ทำไมถึงยังเงียบกันอยู่ ฉันบอกว่าให้ออกมาไง!” ด้วยคำพูดของหลางหลิน ทำให้ตระกูลเป่ยแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย
       ด้วยความกลัวผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรีบขยับออกมา ส่วนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นไม่กล้าขยับไปไหน พวกเขากลัวเกินที่จะขยับไปได้

       “นายท่าน...” เป่ยคังดงเป็นชายวัยกลางคน ด้วยข้อมูลในหัว ตอนนี้เขาบอกได้เลยว่าเป็นชายคนนี้ที่อยู่แถวหน้าสุด

       “เป่ยลู่หยี ถึงแม้ว่าตระกูลเป่ยจะไม่เคยมีผู้นำตระกูลเป็นผู้หญิงมาก่อน แต่ตอนนี้ฉันอยากให้เธอดำรงตำแหน่งนั้น รู้ใช่มั้ยว่าต้องทำไง...” เขาเหลือบไปมองเธอ

        เป่ยลู่หยีไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเช่นนี้ เป่ยเฟยฉานถูกฆ่าตายหลังจากดำรงตำแหน่งเพียงแค่ไม่กี่วัน แล้วเธอยังต้องมารับตำแหน่ง ในขณะเดียวกันก็ต้อง...สังหารคนในตระกูลตัวเอง แบบนี้มัน...

       “เข้าใจแล้วค่ะนายท่าน!” เธอไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของเขาได้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วตระกูลเป่ยคงล่มสลาย

       “ถ้างั้นก็ดี หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้วให้ไปหาฉันที่ห้องนะ” หลางหลินออกจากห้องอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่แม้แต่มองศพของเป่ยเฟยฉานแม้แต่น้อย หมอนี่รู้เรื่องที่นายท่านเป่ยส่งคนไปที่นิกายกระเรียน แต่กลับบอกว่าไม่รู้เรื่อง คนแบบนี้ไม่อาจเชื่อใจได้ อีกอย่างหนึ่งนี่เป็นการแก้แค้นให้กับหลิวอี้ชิง
ถึงแม้ว่าจะต้องแต่งตั้งผู้นำตระกูลคนใหม่เป็นผู้หญิงแต่เขาไม่ได้แคร์ นั่นเพราะว่าเป่ยลู่หยีคือคนที่เหมาะสมที่สุด เธอไม่รู้ถึงภารกิจนี้ เขาจึงไว้ชีวิตเธอและให้อำนาจ

...……….

       “ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลย นี่เราเป็นคนในตระกูลเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องไปฟังคนนอกแบบมันด้วย นี่นี่ ถ้าหากเราร่วมมือกันล่ะก็ ไม่แน่ว่าจะสามารถฆ่ามันได้” เป่ยคังดงอ้อนวอน เขาพยายามชังจูงเธอ

       คนที่มีส่วนร่วมในภารกิจนี้เองก็พูดเหมือนกับเป่ยคังดง พวกเขาหวังให้เป่ยลู่หยีเปลี่ยนใจ

       เป่ยลู่หยีมองพวกเขาด้วยความรู้สึกซับซ้อน คนเหล่านี้ไม่เคยเห็นพลังของหลางหลิน จึงไม่ได้หวาดกลัวเท่ากับเธอ แต่เธอนั้นรู้ดีเลยแหละ ถึงพลังของเขาว่าทรงพลังมากขนาดไหน แล้วนี่พวกมันยังกล้าชวนเธอไปจัดการหลางหลินอีก ถ้าหากเขามาได้ยินล่ะก็แย่แน่ เพราะงั้นจึงพูดไปว่า

      “จะโทษกันก็ไม่ได้หรอกนะเป่ยคังดง นี่เป็นคำสั่งของนายท่าน เพราะงั้น....”


      “ไม่นะ...!!!” เป่ยคังดงกรีดร้อง เขาไม่อาจนั่งรอให้เธอสังหารได้ พลังในร่างขั้นหลอมเหลวพลันระเบิดออก ใช้ออกด้วยหมัดที่เหมือนกับหมี!

       เป่ยลู่หยีเองก็ระเบิดพลังเช่นกัน เส้นผมปลิวไสวไปด้านหลัง ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำเเข็ง 

      “คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจนิกายกระเรียนโปรดออกมา! ฆ่าคนเหล่านี้ซะ ระบายความโกรธของนายท่าน! แสดงให้ท่านได้เห็นความจงรักภักดีของพวกเรา!”

       ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคราเเรกเพียงต้องการยืนดูเฉยๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเป่ยลู่หยีพวกเขาไม่อาจทำอย่างนั้นได้อีกต่อไป และในที่สุดการต่อสู้ตะลุมบอนก็เริ้มขึ้น

       หลังจากที่หลางหลินออกจากห้องนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวเลือด ไม่นานเสียงเหล่านั้นก็เงียบไป ประตูเปิดและคนที่ก้าวออกมาก็เป็นเป่ยลู่หยี ตอนนี้ร่างกายของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเนื้อของคนในตระกูล สีหน้าของเธอตอนนี้ซับซ้อนยิ่ง ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปถูกต้องหรือไม่ ในเวลานี้ทำได้เพียงเดินไปหาหลางหลินด้วยความกลัวเท่านั้น!

      “นายท่าน ดิฉันจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอรายงาน

      หลางหลินพยักหน้า “ตอนนี้เธอรู้สึกยังไง การฆ่าคนในตระกูลเดียวกัน”

      “มัน....” ริมฝีปากของเธอบิดเบี้ยว มันยากเกินจะเอ่ยเป็นคำพูด

      “ไม่เป็นไร มันคงพูดยากสินะที่ต้องฆ่าคนในตระกูลตัวเอง แต่เธอไม่ต้องแบกรับมันไว้หรอกความรู้สึกนั้น ยิ่งคิดเท่าไหร่การบ่มเพาะของเธอก็จะยิ่งหยุดชะงัก ให้คิดซะว่าสิ่งที่ทำไปเพื่อตระกูล...เธอไม่ได้ผิด หลังจากนี้ฉันบอกได้เลยว่าตระกูลเป่ยจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม!” เขาบอก

      “ขอบคุณค่ะนายท่าน”

      “เอาล่ะที่ตระกูลเป่ยมีสิ่งประดิษฐ์แนวคิดด้วยสินะ” เขาพูดเข้าประเด็น

      “นายท่านรู้...” คำพูดของเธอติดอยู่ริมฝีปาก เป่ยลู่หยีเกือบลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น หลางหลินสามารถอ่านข้อมูลในหัวได้ เพราะงั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อเขามีข้อมูลของสิ่งประดิษฐ์แนวคิด

      “แน่นอนว่าฉันรู้ เอาล่ะรีบๆไปเอามาให้ฉัน” สิ่งประดิษฐ์แนวคิดนั้นทรงพลัง สมบัตินั้นถือว่ามีพลังเทียบเท่ากับขั้นคริสตัลเลย

       สิ่งประดิษฐ์แนวคิดนั้นอันตรายยิ่ง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่สมบูรณ์ แต่หากใช้ในระยะเวลาหนึ่งนั้นก็สามารถใช้ได้ เรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่อันตราย มันสามารถฆ่าคนที่ต้องการให้ลงหลุมไปกับมันได้

       เพียงไม่นานเป่ยลู่หยีก็กลับมาพร้อมกล่องโลหะ “นี่ค่ะนายท่าน”

       หลางหลินรับกล่องโลหะ เมื่อเปิดกล่องพบกับแท่งที่มีขนาดเท่าทองคำ มันมีอยู่สองแท่งและมีสีที่ต่างกัน ทันทีที่สัมผัสข้อความก็เด้งขึ้นมา

      “ติ้ง...สิ่งประดิษฐ์แนวคิดเกราะสุนัข หนึ่งในชุดเซ็ทสิบสองนักษัตร
ชุดเกราะนี้มีพลังมหาศาล แต่แลกมาด้วยอายุขัยของผู้สวมใส่
หากใช้พลังของมันมาก
อายุขัยของคุณจะเหลือศูนย์หรือตายนั่นเอง
แต้มประสบการณ์ที่ได้รับ 0 แต้ม”

      “ติ้ง...สิ่งประดิษฐ์แนวคิด ชุดเกราะแพะ หนึ่งในชุดเซ็ทสิบสองนักษัตร ชุดเกราะนี้มีพลังมหาศาล ฯลฯ...”

      “แท่งสีเหลืองคือชุดเกราะสุนัข ส่วนสีเงินคือชุดเกราะแพะ” เขาพึมพำในใจ “ตระกูลเป่ยมีอยู่ด้วยกันสองชุด และฉันก็มีอีกสองชุด รวมกันเป็นสี่...ขาดอีกประมาณแปดชิ้นมันก็จะครบเซ็ต แต่ก็นะจะไปหามันได้จากที่ไหนล่ะ...”

       หลางหลินไม่มีข้อมูลของชุดเซ็ทนักษัตรของนิกายหลอมสร้าง ที่เขาได้มันมาไว้ในมือก็แค่ความบังเอิญเท่านั้น

      “นายท่านสนใจสิ่งประดิษฐ์แนวคิดเหรอคะ” เป่ยลู่หยีถาม

       หลางหลินขยับมือครั้งหนึ่ง สิ่งประดิษฐ์แนวคิดก็หายไป “ใช่ฉันสนใจ มันเป็นเซ็ทนักษัตรที่สวยงามเธอว่ามั้ย อ้อและฉันคงต้องเอามันไปด้วยนะ เธอคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”

       เป่ยลู่หยีส่ายศีรษะ “นั่นเป็นสิ่งที่คู่ควรกับนายท่าน แต่ฉันมีอย่างหนึ่งที่อยากจะบอก สิ่งประดิษฐ์แนวคิดนี้มันไม่สมบูรณ์ เพราะงั้นมันจึงถูกทิ้งร้างไว้ในชั้นใต้ดิน มันถูกเก็บอยู่ที่นั่นมาตลอด จากข้อมูลที่ฉันได้มาดูเหมือนไม่นานมานี้มันเพิ่งจะส่องแสง เพราะงั้นเป่ยหนันจึงเคลื่อนไหว”

       “ใครบอกเธอ...”

       ริมฝีปากเป่ยลู่หยีแห้งผาก “คนเก็บของชั้นใต้ดินค่ะ ผู้เฝ้าสมบัติของตระกูลเป่ย เป่ยยี่คัง”

       “งั้นเหรอ...” หลางหลินไม่ได้แปลกใจที่เธอรู้ว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ไม่สมบูรณ์ ตระกูลเป่ยร่ำรวยจากการขุดสุสาน เพราะงั้นพวกเขาจึงต้องมีหนูทดลองอาวุธเป็นธรรมดา แต่ที่เขาแปลกใจคือสิ่งที่เธอบอกหลังจากนั้น สิ่งประดิษฐ์แนวคิดส่องแสง และนั่นเป็นช่วงเวลาที่เขาให้ชุดเกราะงูเล็กกับซายะพอดี

       “หรือว่ามันจะเป็นเพราะซายะใช้พลังในร่างสมบูรณ์?” หลางหลินมองเข้าไปในแหวนครึ่งค่อนวัน ถึงแม้ว่าจะคิดสักแค่ไหนแต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งคิดเท่าไหร่ดูเหมือนจะยิ่งปวดหัว เขาจึงเลือกที่จะไปหาหลิวอี้ชิง และทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เป็นช่วงเวลาที่เธอตื่นขึ้นมาพอดี…
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

473 ความคิดเห็น