แหวนมิติ

ตอนที่ 233 : ตกลงเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

      บนท้องฟ้าเมืองหนิงไห่ ราตรีเงียบสงัด บรรยากาศหนาวเย็น ใบหน้าของจางเปาซีดเผือด ตอนนี้จะยืนก็แทบจะไม่ไหวแล้ว
      เมฆทมึนเคลื่อนตัวราวกับปลาวาฬขนาดใหญ่ มองดูเหมือนเทพเซียนลงมาจุติมนุษย์
      หญิงสาวชุดดำยืนอยู่หน้าทุกคน ใบหน้าของเธองดงามแต่เต็มไปด้วยความอันตราย

     "จางเปา ชายคนนั้นคือใครงั้นเหรอ" หญิงชุดดำถาม

      จางเปาเหลือบมองเธอครู่หนึ่ง เขากระอักเลือดออกมา "เป็น...เป็นเจ้านายเก่าของผมครับ"

     "แค่นั้นเองเหรอ..?" น้ำเสียงนี้แฝงด้วยความประหลาดใจ

      จางเปาผงกศีรษะ "ใช่ครับ"

     "เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันนะ" เธอพูด

      บรรยากาศค่อนข้างหนักอึ้ง ไม่มีใครพูดอะไร เมฆเคลื่อนตัวออกจากหนิงไห่ และวังดาบสวรรค์เองก็เช่นกัน ดาบของผู้นำนิกายแผ่พุ่งทะยานกลางท้องฟ้า ราวกับแสงดาวสีน้ำเงินกำลังโผลบิน...
...............
       หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
      โรงพยาบาลหนิงไห่ ห้องพิเศษวีไอพี มีชายคนหนึ่งนอนซมอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขาซีดเหมือนกับยางลบ ผมสีแดงเพลิงของเขาดูโดดเด่น เขากำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่
       มันเป็นหลางหลินเองที่นอนอยู่ หลังจากจัดการสัตว์อสูรระดับสาม เขาก็ล้มฟุบไป สุดท้ายจึงมาจบที่โรงพยาบาล นี่เป็นอีกครั้งที่เขาเข้าโรงพยาบาล แต่ต่างจากครั้งก่อนที่ตอนนี้อยู่ในห้องพิเศษ

      "ฉันจำเป็นต้องเพิ่มพลังโดยเร็ว!"

       ผู้หญิงชุดดำน่ากลัว อีกทั้งตระกูลจางเองก็น่ากลัวไม่แพ้กัน ตอนนี้หลางหลินรู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้ระดับกลางเข้าไปทุกที แต่ก็ยังไม่ถึง นี่ทำให้เขาไม่ค่อยยินดีที่การเลื่อนระดับมันช้า
แต่เขาไม่ได้เร่งริบ เพราะรู้ดีว่ารากฐานเองก็สำคัญต่อการบ่มเพาะ

       ก๊อกก๊อกก๊อก เสียงเคาะประตูดัง หลางหลินสำรวจด้วยพลังจิต พบว่าเป็นหนิงกว๋อเองที่เข้ามา

      "เป็นยังไงบ้าง" หนิงกว๋อไม่ได้บาดเจ็บขนาดหลางหลิน ถึงแม้เธอจะนอนโรงพยาบาล แต่ยังสามารถเดินไปรอบๆ ได้

      "ก็สบายดีนะ ว่าแต่เธอเถอะ ดูดีขึ้นเยอะเลยนี่ในชุดคนไข้" ชุดสีเขียวรัดรูปดูเข้ากับเธอ ถึงแม้จะมีผ้าพันแผลอยู่ก็เถอะ แต่หนิงกว๋อก็สวยจริงๆ

      "ประชดฉันใช่มั้ย รู้น่า" เธอปฏิเสธ "ว่าแต่เรื่องที่คุยก่อนหน้านี้ทางโทรศัพท์น่ะ มันเป็นยังไงเหรอ"

      "เรื่องไหนล่ะ...?" เขาขมวดคิ้ว

      "ก็เรื่องที่นายถามเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะไง ที่ผู้หญิงอ่ะ..." หนิงกว๋อถามอายๆ

      หลางหลินคิดสักพัก ก่อนจะพูด "อ๋อ...ก็อย่างที่บอกไง ฉันแค่แปลกใจที่เห็นแต่ผู้บ่มเพาะคนแก่"

      "ไม่ใช่ว่านายทำผิดมางั้นเหรอ"

      "อย่างเช่น...?"

      "ก็...ก็เช่นทำผู้หญิงท้องไง"

      "...."

      "จริงสินะ ฉันว่าแล้วทำไมนายถึงถาม เฮ้อ"

      "ถอนหายใจทำไม เสียดายฉันงั้นเหรอ? หึหึ" หลางหลินหัวเราะกับท่าทางน่ารักๆ ของเธอ หนิงกว๋อเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็เบ้ปากมองบน

      "ใครเสียดาย? คนหลงตัวเองชิ!" เธอกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ "แต่ไงก็เถอะ ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นผู้บ่มเพาะ ไม่อย่างนั้นเธอจะตาย!"

      "ทำไมล่ะ?" หลางหลินเองก็พอรู้เหมือนกัน แต่ยังอยากฟังจากปากเธอชัดๆ อยู่ดี

      "ก็อย่างที่เคยบอกในโทรศัพท์ อนุภาคพลังฉีทำให้มนุษย์อ่อนแอ ยิ่งเราอยู่ระดับสูงเท่าไหร่ อนุภาคที่เราปลดปล่อยออกมาก็ยิ่งมากเท่านั้น เเละเมื่อเป็นอย่างนั้นอสุจิของนายก็เต็มไปด้วยพลังฉี เด็กที่เกิดมาก็เหมือนกับระเบิดเวลา เขาต้องการพลังฉี
      แต่อย่างใดก็ตาม อย่างที่นายรู้ปุถุชนเป็นแค่คนธรรมดา พวกเธอจะเอาพลังฉีจากที่ไหนมาหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์ เพราะงั้น จึงต้องทำให้เธอเป็นผู้บ่มเพาะซะ!"
      หนิงกว๋อกอดอกอธิบาย เธอดูเหมือนกับด็อกเตอร์จบใหม่ จนหลางหลินอดขำไม่ได้

     "ขำอะไรกันยะ! นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะ หากนายไม่เปลี่ยนให้เธอเป็นผู้บ่มเพาะล่ะก็ เธอจะตาย!" ถึงแม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่เธอเองก็รู้ดีว่าเทคนิคบ่มเพาะนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษ คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นบ่มเพาะหรอก...จริงมั้ย

     "ฉันเข้าใจเเล้ว" เขาผงกศีรษะ "อ้อแล้วที่เธอบอกว่าผู้บ่มเพาะด้วยกันเองมีลูกยาก หมายความว่าไง?"

     "ก็อย่างที่บอกไป ผู้บ่มเพาะพลังอย่างเราปลดปล่อยอนุภาคพลังฉีใช่มั้ยล่ะ ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งปลดปล่อยมากเท่านั้น เพราะงั้นเมื่ออสุจิ...เอิ่ม เข้าไปในร่างของพวกเธอ อนุภาคพลังฉีที่ว่าก็จะทำการกำจัดอสุจินั้นซะ!" หนิงกว๋อพูดเหมือนผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้

     "ทำไมถึงเป็นแบบนั้น" หลางหลินสงสัย

     "ก็เพราะพลังในร่างของเธอ มองว่าอสุจินั้นจะทำอันตราย จึงกำจัดไป"

     "ควบคุมพลังไม่ได้งั้นเหรอ?" หลางหลินมีสีหน้าไม่ค่อยดี

     "ไม่" หนิงกว๋อส่ายหน้า "แต่มันก็มีตัวยาที่สามารถทำให้ผู้หญิงปิดผนึกพลังในช่วงมีอะไรกันได้"

     "ยาอะไร?"

     "ยาสะกัดพลังฉี!" หลางหลินขมวดคิ้วเเต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เขามีสูตรของยาแล้ว และไม่คิดเลยว่ายาสะกัดพลังฉีจะนำมาใช้แบบนี้ได้ด้วย

     หนิงกว๋อไม่ได้ตระหนักถึงใบหน้าเขา เธออธิบายต่อ "ยาสะกัดพลังฉีจะปิดผนึกพลังในร่างกาย มันทำให้ผู้บ่มเพาะมีลูกได้ แต่อย่างใดก็ตาม ผลข้างเคียงของตัวยาทำให้ร่างกายไม่มีพลัง เซื่องซึมเหมือนคนเสียสติ อีกอย่างหนึ่งยานี้ก็หายสาบสูญไปนานแล้ว ตอนนี้มีสูตรยาตัวใหม่ออกมา ชื่อว่าเม็ดบัวสีชาท ราคาของมันค่อนข้างแพง ประสิทธิภาพด้อยกว่าแต่ก็โอเค เฮ้ฟังฉันอยู่มั้ยเนี่ย!"
     หนิงกว๋อมีสีหน้าไม่พอใจ เมื่อเห็นเขาเหม่อลอย

     "ฟังสิ" หลางหลินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย และเขารู้ว่าทำให้เธอไม่พอใจเข้าแล้ว หนิงกว๋อถอนหายใจเฮือก กำลังจะเดินออกจากห้อง หลางหลินพูดว่า
    
     "ขอบใจนนะ"
     "เรื่อง...?"
     "สำหรับข้อมูลไง"

     "ไม่เป็นไร ยังไงเราก็เป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรเหมือนกัน อื้ม...และฉันมีบางอย่างที่ต้องบอก ผู้บัญชาการของฉันสงสัยที่นายรู้จักกับชายคนนั้น แต่เขาก็ไม่สามารถคาดคั้นนายได้ ดูเหมือนเรื่องนี้จะเกี่ยวกับหน่วยทวิลสูทที่มาช่วยนายนะ"
      หนิงกว๋อแปลกใจ ปกติองค์กรแบล็คดราก้อนและบลูอายไม่ถูกกัน แต่ทำไมพวกนั้นถึงทำดีกับหลางหลินกันนะ?

     "อย่างนั้นเหรอ" หลางหลินหลับตาลง เขารู้ดีว่าตัวเองไม่รู้จักใคร และมีเส้นสายขนาดใหญ่นอกจากตระกูลเยว่แห่งเจียนหนิง และแม่ของเยว่ฉี ซูจีเหมย
      ตามข้อมูลครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวทหาร แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอำนาจมากมั้ย แต่เมื่อรวมกับคำพูดของทวิลสูทในวันนั้น หลางหลินคิดว่ามันจะต้องเกี่ยวกับตระกูลซู ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็อีกฝ่ายจะไม่พูดเลยเรื่องหลานเขยแบบนั้น

      หนิงกว๋อกลับออกไป ไม่นานก็มีคนอีกคนมาเยี่ยมเขา คนนี้แต่งตัวเหมือนกับหนิงกว๋อ ก็แน่ล่ะเธอเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บบนดาดฟ้าและพักอยู่ในโรงพยาบาลนี้นี่

      ถังอิงเออร์นั่งลงบนโซฟาสีครีม จนถึงตอนนี้เธอยังจำภาพบนดาดฟ้าได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ชายที่นอนอยู่บนเตียง เป็นตัวตนแข็งแกร่ง แม้แต่ถังติ่งคุนที่เป็นศิษย์ของสี่เฒ่าประหลาดก็เทียบกับเขาไม่ได้

      "คุณมาทำอะไรที่นี่" หลางหลินแปลกใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ดีใจที่เธอมาหา

      "ฉันก็จะมาขอบคุณ...คุณที่ช่วยฉันไว้" อันที่จริงที่เธอยังไม่ไปจากโรงพยาบาลไม่ใช่เพราะอะไร แต่เธอถูกเจ้าหน้าที่พิเศษกักตัวไว้ต่างหาก เรื่องของผู้บ่มเพาะและหน่วยเดลสูทถือเป็นความลับ โดยเฉพาะตัวตนของผู้บ่มเพาะนั้นยิ่งเป็นความลับ

      "ไม่เป็นไร ก็เธอเป็นน้องของถังเสี่ยวเฟยนี่" ไม่รู้ว่าทำไมเเต่เมื่อได้ยินชื่อของถังเสี่ยวเฟยเธอรู้สึกไม่ค่อยดี ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

      "อื้ม แล้วเรื่องที่คุณบอกว่าจะให้ฉันเป็นนางเอกล่ะ" เธอเปลี่ยนเรื่องคุย

      หลางหลินมีดวงตาวูบไหวครู่หนึ่ง ยิ้มแล้วพูดว่า "ใช่...แต่มันไม่ใช่บทนางเอกหรอกนะ แต่เป็นบทพระสนมน่ะ"

      "บทพระสนมงั้นเหรอ...?" ถังอิงเออร์ไม่ได้โวยวาย หากเป็นคนอื่นบอกว่าให้เธอไปรับบทอื่นที่ไม่ใช่นางเอกล่ะก็ ป่านนี้ถูกเธอโวยไปแล้ว แต่นี่เป็นเพราะหลางหลินช่วยชีวิตเธอ เพราะงั้นจึงยังนั่งฟังข้อเสนอของเขา

      "คุณเองก็รู้จักบัลลังก์สีเลือดใช่มั้ย"

      "ใช่ ทำไมงั้นเหรอ...?"

      "เพราะงั้นก็น่าจะรู้นี่ ว่าบทของพระสนมน่ะโดดเด่น มันโดดเด่นยิ่งกว่านากเอกของเรื่องอีกนะ"

      ถังอิงเออร์พยักหน้า เธอเองก็อ่านนิยายเหมือนกัน เพราะงั้นจึงรู้ดีว่าบทของพระสนมเป็นไง บทนี้โดดเด่นไม่แพ้นางเอกเลย หรืออาจจะโดดเด่นกว่าด้วยซ้ำ แต่ประเด็นมันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ ประเด็นคือเธอไม่ได้เป็นนางเอก

      หลางหลินเห็นเธอลังเลจึงพูดว่า "คุณจะกังวลไปทำไม คุณก็รู้นี่ว่านิยายเรื่องนี้ดังขนาดไหน เพราะงั้นถึงแม้จะไม่ได้รับบทนางเอกก็เถอะ แต่คุณก็จะถูกจดจำด้วยบทพระสนมเอกจอมวางแผน ฉลาด เจ้าเล่ห์ งดงาม ดุจเทพธิดา!"

     "คุณหลาง คุณนี่ช่างมีฝีปากชักจูงที่เจ้าเล่ห์ซะจริง" เธอหัวเราะ "เอางั้นก็ได้ ฉันจะรับบทพระสนมก็เเล้วกัน ว่าแต่จะเปิดกล้องเมื่อไหร่"

     "ยังไม่รู้ คงต้องรอบทเสร็จก่อน ผมถึงจะบอกได้" เขาตอบอย่างขอไปที

      ถังอิงเออร์แทบอยากจะกระโดดถีบขาสักครั้ง อะไรนะ? นี่เขาไม่รู้เหรอว่าเธอเป็นใคร แต่ดันพูดว่ายังไม่รู้ นั่นหมายความว่าเธอต้องรออย่างไร้ความหมายงั้นเหรอ? นี่เขาบ้าไปแล้ว

     "โอเคค่ะ ฉันจะรอนะ ถึงแม้ฉันจะต้องเลื่อนงานต่างๆ ออกไป แต่นั่นก็ไม่เป็นไร สำหรับคุณแล้ว..."
   
     "ขอบคุณ"

     "ด้วยความยินดีค่ะ!" ถังอิงเออร์ปั้นหน้ายิ้ม แต่ในใจกลับไม่ได้ยิ้มเลย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #382 NewGodZero (@NewGodZero) (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 16:53
    รอต่อไป
    #382
    1
    • #382-1 skyling2 (@skyling) (จากตอนที่ 233)
      3 เมษายน 2562 / 20:39
      ขอบคุณครับ
      #382-1