กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 127 : เปิดประตูสู่นรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    5 ก.พ. 61

ที่หัวเรือบิน ยืนไว้ด้วยชายสวมชุดสีม่วงคลุมด้วยชุดสีดำ ปักลวดลายมังกรท่องนภาเหยียบชั้นเมฆ อย่างงดงาม เรือนผมสีดำปลิวไสวไปมา ปักด้วยปิ่นสีเขียวดั่งหยกเนื้อดี ปรายตามองไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาสีแดงฉาน  หยางเฟย 

 เขาจ้องมองไปยังทัศนียภาพด้านหน้า ซึ่งคือทวีปฟ้าคำรน หากมองจากด้านบนลงไป ยังคงมองเห็นเมือง ผู้คนจอแยวุ่นวาย ร้านรวงต่างๆถูกแต่งเเต้มเป็นสีสันงดงามเพื่อดึงดูดลูกค้า

ซึ่งในตอนนี้ ถูกปกครองโดย พรรควิหคเพลิงสวรรค์  ซึ่งก่อนหน้านี้ ในสิบปีที่แล้วเกิดทัพปีศาจโครงกระดูกบุก ทำให้ตระกูล อู หนึ่งในมหาอำนาจล่มสลายไป

ในตอนนั้นเกิดการต่อสู้เพื่อครอบครองทวีปฟ้าคำรน ทำให้พรรคต่างๆ และสำนักบางสำนักและตระกูลบางตระกูลถึงกับล่มสลาย 

และผลที่ถูกตัดสินออกมาในตอนนั้นก็คือ พรรควิหคเพลิงสวรรค์ เป็นพรรคที่แกร่งที่สุดและได้ทำการกำจัดสังหารหัวหน้าตระกูลที่ขัดขวาง หรือสำนักพวกนั้น!!

ทำให้พรรควิหคเพลิงสวรรค์ครอบครองทวีปนี้ และค่อยๆดูดกลืนสำนักต่างๆ จนในตอนนี้ไม่มีใครกล้าท้าทาย ในอำนาจของพรรควิหกเพลิงสวรรค์อีก 

" กำลังคิดอะไรอยู่งั้นหรือ "

ในตอนนั้นหลางเว่ยหยางได้เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา พร้อมกับแอบอิงอยู่ข้างกาย

" ข้าแค่กำลังนึกถึงวันที่ข้าได้พบกับเจ้า ซึ่งมันคือทวีปแห่งนี้ และลานประหัตประหารนั่นมันยังคงอยู่ ในตอนนั้นความงามของเจ้ามันได้สะกดหัวใจของข้าไว้ " เงียบไปแล้วเชยคางของหลางเว่ยหยางเข้ามาใกล้ๆ แล้วกล่าวสืบต่อ " เจ้ารู้มั้ยว่าข้านั้น ได้ตกหลุมรักเจ้า ตั้งแต่เจ้าอยู่บนลานนั่นแล้ว "

 " เจ้าเด็กลามก " หลางเว่ยหยางมีใบหน้าเขินอาย นางนึกถึงวันเวลาในดินแดนทะเลทราย เมื่อนึกถึงมือของเขาที่จับหน้าอกนาง มันทำให้นางทุบอกเขาเบาๆ

หยางเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกอดนางด้วยความอ่อนโยน

อีกทางด้านนึง ณ พรรควิหกเพลิงสวรรค์ 

ตง!! ตง!! ตง!!

เสียงกลองได้ถูกตีดังขึ้น เมื่อพวกเขามองเห็นกองเรือที่บดบังปุยเมฆสีขาวโพลน เส้นแสงสีดำกลืนกินปุยเมฆสีขาว มองเห็นคล้ายกับหลุมดำจากนรก มันให้ความรู้สึกที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง เมื่อมองไปยังพวกมัน

" ท่านประมุข มีกองเรือไม่ทราบที่มา กำลังเดินทางมายังทางนี้ พวกเราจะทำอย่างไรดี " ศิษย์คนนึงได้กล่าวถาม 

ประมุขพรรควิหคเพลิงสวรรค์ มีนามว่า ฟางอิ่นจื่อ   เชิดคอตรงมองไปยังท้องฟ้า ซึ่งในเวลานี้ มองเห็นเรือสีดำนับได้ราวๆ สี่สิบลำ จำนวนของมันนับว่ามาก และมีสัญลักษณ์ วิหารแปดดวงดารา มันเต็มไปด้วยรางร้ายจากที่นางสัมผัสได้ 

ฟางอิ่นจื่อ ขดริ่มฝีปากเมื่อมองเห็นเหล่าโครงกระดูกพร้อมกับสัญลักษณ์พวกนั้น " นั่นมันโครงกระดูกของชายคนนั้น ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่า " เงียบไปแล้วมองเห็นชายคนนึง สวมชุดคลุมสีดำกำลังมองมา และข้างกายมีหญิงสาวนางนึง และหญิงสาวนางนั้น ฟางอิ่นจื่อ รู้สึกคล้ายๆเหมือนกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นางก็นึกไม่ออก นึกออกแต่เพียงชายที่สวมชุดคลุมสีดำ หยางเฟยนั่นเอง 

" เหตุใด ชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งและทรงอำนาจที่สุดในโลก ถึงมาที่นี่ได้ " ศิษย์คนนึงได้กล่าวและจ้องมองหยางเฟยด้วยตาเป็นประกาย 

ในตอนนี้ วิหารแปดดวงดารา ยิ่งใหญ่อย่างมาก จึงทำให้หญิงสาวหลายคน ต่างอยากตกเป็นหญิงสาวของจ้าววิหาร พวกนางอยากอยู่ภายใต้ร่มเงาของผู้ยิ่งใหญ่ และทรัพยากรอันมากมาย ลองคิดดูสิ ว่าหากพวกนางตกเป็นของจ้าววิหารอนาคตย่อมสดใส กว่าเป็นศิษย์ของพรรคพรรคนึงอย่างแน่นอน 

และนี่มันทำให้หญิงสาวหลายๆคน เผยท่าทางยั่วยวนพร้อมทั้งใช้วงแขนดันหน้าอกให้ชูชัน เพื่อดึงดูดจ้าววิหาร

" ตามข้ามา " ฟางอิ่นจื่อกล่าวบอกพวกผู้อาวุโสของพรรค จากนั้นพวกนางตรงมาหยุดด้านหน้าเรือของหยางเฟย 

เมื่อพวกนางเข้ามาใกล้ๆตัวเรือ พวกนางรู้สึกอึดอัดและอยากจะบินหนีไปไกลๆ ใช่ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากจะอยู่ตรงนั้น แม้แต่วินาทีเดียว 

เมื่อมองไปเห็นเหล่าโครงกระดูกที่อยู่รายล้อมเรือ มันเป็นการป้องกันที่แน่นหนาและไร้ช่องโหว่ ยังมี ปราสาทที่ดูน่าเกรงขามมันให้ความรู้สึกว่า ตัวของพวกนางเป็นแค่มดตัวเล็กๆเท่านั้น

" โฮ่ ไม่ได้เห็นหน้าเจ้าตั้งนาน ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ ฟางอิ่นจื่อ " หยางเฟยปรายตามองนาง และคิดว่านางนั้นยังคงเหมือนกับวันที่เจอใน การประหัตประหาร นางยังสวยและเต็มไปด้วยพลังที่มากกว่าเมื่อก่อน นี่คือสิ่งที่เขาสัมผัสได้

" บังอาจ!! ใครใช้ให้ลิงเหลืองเช่นเจ้า เรียกชื่อของประมุขกัน "

ผู้อาวุโสคนนึงกล่าวและพุ่งตรงไปยังหยางเฟย

ฟางอิ่นจื่อเห็นเช่นนั้น จึงจะกล่าวปากห้ามปรามแต่ก็สายไป ร่างของผู้อาวุโสคนนั้น ได้ระเบิดกลายเป็นละอองเลือดเสียแล้ว

เพียงเวลาแค่เสี้ยววินาที ก็สามารถสังหารคนพลังระดับ เซียน ให้เป็นแบบนั้นได้ เพียงแค่ปล่อยแรงดันลมปราณที่ชวนขนลุก นี่มันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะต้องมีพลังที่เหนือกว่าระดับ เซียน อย่างในข่าวลือแน่นอน

" ต้องขออภัย ที่คนของข้าล่วงเกินเช่นนั้น "  ฟางอิ่นจื่อกล่าวขอโทษจากใจจริง ในตอนนี้ถึงแม้พรรควิหกเพลิงสวรรค์ของนางจะยิ่งใหญ่ 

แต่อย่างไรก็ตาม ต่อหน้าคนด้านหน้านั้น พรรคของนางเหมือนกับมดตัวน้อยๆในสายตาของเขา นางจึงทำได้เพียงกัดฟันและขอโทษต่อเขา 

ในโลกนี้ หมัดของใครใหญ่กว่าก็คือผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้เป็นได้แค่ทาสให้เขาได้กดขี่ เหมือนดั่งเช่นนางในตอนนี้ นางทำได้เพียงมองดูคนของนางตายโดยที่ทำอะไรไม่ได้ ฟางอิ่นจื่อ รู้สึกเศร้าใจในความอ่อนแอของตนเองอย่างมาก ที่ไม่สามารถปกป้องคนของตนเองได้ 

" คราวหน้าก็อบรมคนของเจ้าดีๆหน่อยล่ะ " หยางเฟยระบายลมออกจากปากครานึง แล้วกล่าว

 

" ผู้น้อยทราบแล้ว " ฟางอิ่นจื่อกล่าวด้วยความนอบน้อม เงียบไปแล้วกล่าวถามไปว่า " ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด นายท่านถึงได้เดินทางมายังที่แห่งนี้หรือเจ้าคะ "

นางถามไปด้วยความสงสัย เพราะระยะทางจากดินแดนทะเลทรายและทวีปฟ้าคำรนนั้นห่างไกลกันอย่างมาก และเหตุใด จ้าววิหารที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ถึงได้มายังทวีปฟ้าคำรนที่นางปกครอง หรือว่าเขาจะมาประกาศสงคราม และเอาทุกอย่างไปจากนาง นี่คือสิ่งที่นางกลัวที่สุด

หยางเฟยมองดูสีหน้าของนางกังวล รับรูถึงสิ่งที่นางรู้สึกได้ทันที ยิ้มบางแล้วกล่าวว่า " วางใจได้ ข้าไม่ได้มาที่นี่อย่างที่เจ้าคิดหรอก ที่ข้ามาที่นี่ แค่แวะมาดูลานประหัตประปารที่คิดถึงนั่นเท่านั้น และกำลังจะกลับแล้ว "

ฟางอิ่นจื่อมีสีหน้าดีขึ้นอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นพวกนางรีบหลีกทางให้เขาผ่านไป 

เมื่อพวกนางมองเห็นกองทัพจากไปแล้ว อาวุโสคนนึงกล่าวว่า " นี่พวกมันเพียงแค่ผ่านมาดูเท่านั้นจริงๆงั้นรึ ข้าว่า มันแปลกๆนะท่านประมุข "

ฟางอิ่นจื่อเชิดคอตั้งตรงมองลงมา กล่าวว่า " แล้วเราจะทำอะไรได้? ต่อหน้าพลังระดับนั้น เราเป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆเท่านั้น เมื่ออยู่ในสายตาพวกมัน แต่คอยดูเถอะ ข้า ฟางอิ่นจื่อ จะต้องทำให้เจ้าอยู่แทบเท้าข้าให้ได้เลย หยางเฟย " กล่าวจบสะบัดแขนเสื้อจากไป

 " ที่นี่งั้นหรือ ทางกลับบ้านของท่านแม่ นี่มันบ้านอะไรกัน มีแต่ภูเขาเต็มไปหมด แล้วไหนละบ้าน? " 

หยางหมิงเซียนกล่าวขณะมองไปยังภูเขาด้านล่าง ด้วยความรู้สึกงงงวย 

" ใช่เป็นที่นี่แน่นอน เพราะก่อนออกจากบ้านนั้น แม่ได้แปะยันต์ไว้ยังสถานที่แห่งนี้ นี่ย่อมมิผิดพลาดแน่นอน " 

หลางเว่ยหยางก่อนหน้านี้สิบปีที่แล้ว นางได้ทิ้งยันต์แผ่นนึงไว้ยังสถานที่แห่งนี้จึงทำให้นางนั้น มั่นใจอย่างมาก และเมื่อมายังภูเขาแห่งนี้ นางรับรู้ได้ถึงยันต์แผ่นนั้นได้อย่างชัดเจน นี่ย่อมเป็นทางเข้าสู่นรกอย่างแน่นอน 

หยางเฟยมองภูเขาที่หลางเว่ยหยางบอก และใช้เนตรจุติสวรรค์ตรวจสอบดู พบประตูเก่าแก่ ด้านข้างสองด้านยืนไว้ด้วยรูปปั้นสุนัขสองตน เมื่อเขาเห็นทางเข้าที่เล็กนิดเดียว เขาจึงได้ลดขนาดของเรือบินพวกนั้นและเก็บไว้ภายในแหวนมิติ 

ในตอนนี้ แหวนมิติและเรือสามารถที่จะย่อขนาดและเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ภายในนั้นได้ ด้วยความรู้ของเขาที่สั่งสมมา จึงได้สร้างมันขึ้นมาโดยเฉพาะ 

ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกลงมายังประตูแห่งนั้น เมื่อมาถึงประตูนั้น รูปปั้นหัวสุนัขสั่นไหวและขยับกายออกมา ราวกับว่ามันคือผู้พิทักษ์ของประตูแห่งนี้ 

เมื่อพวกมันขยับกายขุนเขาทั้งลูกสั่นไหวด้วยพลังของพวกมันนั้น พอที่จะระเบิดภูเขาลูกนี้ได้อย่าง่ายดาย

หยางเฟยเตรียมจะจัดการกับพวกมัน ทันใดนั้นหลางเว่ยหยางหยิบตราสัญลักษณ์บางอย่างออกมา พวกมันเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์นั้นก็รีบคุกเข่าในทันที มันคือตราสัญลักษณ์ของจ้าวนรกที่พ่อของนางได้ให้ไว้ติดตัว เผื่อเกิดเรื่องต้องใช้ยามฉุกเฉิน 

เช่นนั้นแล้วยามหัวสุนัขทั้งสองจึงเปิดประตู หยางเฟยมองเห็นเส้นสีดำที่ดูเหมือนกับหลุมมิติ ที่จะกลืนกินทุกๆอย่างเมื่อก้าวขาผ่านเข้าไป เขากล่าวในใจว่า " ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง เจียวลู่ วิญญาณของเจ้า ข้าจะต้องเอามันกลับคืนมาให้ได้ " ร่างของทั้งสามคนหายลับเข้าไปในนั้น ราวกับพวกเขาถูกหลุมสีดำนั้นดูดกลื่นลงไป

ณ ตำหนักแห่งหนึ่ง ของหวินหนานเทียน 

   เขานั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังเช็ดบาดแผลอันเก่าแก่ และในขณะนั้น ดวงตาซ้ายของเทพแห่งกาลเวลาดูจะมีปฏิกิริยาบางอย่าง เขารับรู้ถึงพลังบางอย่างได้ ทันใดนั้นเขามองไปยังทิศทางใต้ของดินแดนนรก เขาพรึมพรํากับตนเองว่า " เหตุใด ดวงตานี้จึงได้มีความรู้สึกที่แปลกประหลาดเช่นนี้กัน..........หรือว่า!! ในทิศทางนั้น จะมีร่างคนที่เหมาะกับดวงตานี้งั้นรึ "  เมื่อคิดได้เช่นนั้น หวินหนานเทียนเลียริมฝีปาก ก่อนจะพันผ้าพันแผลและสวมทับด้วยชุดเกาะ!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น

  1. #960 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 07:51
    จบแบบนี้จิค้างสิ
    ขอบคุณครับ
    #960
    1
    • #960-1 skyling2 (@skyling) (จากตอนที่ 127)
      20 เมษายน 2560 / 21:07
      ขอบคุณที่ชอบครัช
      #960-1
  2. #959 pichitfeepakpor (@pichitfeepakpor) (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 01:23
    ขอบคุณค้าบ
    #959
    0
  3. #958 ວๅઈຮ้ๅઈ (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:20
    รอตอนต่ไปคับผม. ชอบเรื่องนี้มากครับ
    #958
    1
    • #958-1 skyling2 (@skyling) (จากตอนที่ 127)
      20 เมษายน 2560 / 21:08
      ขอบคุณที่ติดตามจ้า
      #958-1