เกมวิวาห์เจ้าสาวมาเฟีย (วางแผงงานหนังสือ 13 ตุลาคมนี้)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 เทพีนำโชค 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    20 ก.ย. 59



เสียงนาฬิกาปลุกจากอุปกรณ์สื่อสารของแต่ละคนดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ร่างของนักศึกษาฝึกงานสามคนซึ่งเช่าอพาร์ตเมนต์ในแมนฮัตตันยังพลิกตัวไปมาอยู่ใต้ผ้าห่ม มีเพียงกาบี้ที่ขุดตัวเองให้ลุกจากที่นอนก่อนเพื่อนๆ เช่นเคย ขนาดของห้องซึ่งไม่ได้กว้างขวางมากนัก ตั้งเตียงสองชั้นติดผนังไว้ ชายหนุ่มจึงต้องเสียสละให้เพื่อนทั้งสองคนนอนบนเตียง ส่วนตนนั้นปูฟูกนอนบนพื้น

            ผู้หญิงอะไร ปากน่าจูบชะมัดแม้จะคิดในใจแต่รอยยิ้มที่เกิดขึ้นกลับเป็นสิ่งที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว หนุ่มอิตาเลียนลอบมองเพื่อนนักศึกษาสาวชาวไทยซึ่งนอนหลับอยู่ไม่ไกล ในขณะที่สองมือพับฟูกแล้วสอดเข้าไปเก็บไว้ใต้เตียง

            จากแรกตั้งใจว่าจะเพ่งพิศใบหน้างดงามนั้นเช่นทุกวัน แต่ความรู้สึกที่มีให้พราวพุธนั้น เกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปมากนัก ทั้งในช่วงนี้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวมากขึ้น ไปทำงานพร้อมกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ที่สำคัญยังได้เห็นหน้าเธอทั้งก่อนนอนและตอนตื่นเช้า กาบี้จึงคิดว่าในเร็ววันนี้ตนคงต้องสารภาพความในใจออกไปให้พราวพุธได้รับรู้

            ใบหน้างดงามพลิกไปมาอยู่บนหมอนใบนุ่ม ถ้าลองได้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับนั้นใครบ้างจะไม่หลงวนเข้าไปในแววตาน่าค้นหาคู่นี้ นั่นยังไม่นับรวมริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่เหมือนเคลือบสีเอาไว้ตลอดเวลา

            ด้วยนิสัยใจคอที่ไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ ประกอบกับลูกล่อลูกชนในคำพูด ความคิดที่ทำให้กาบี้รู้สึกเหมือนต้องวิ่งตามตลอดเวลานั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าพราวพุธไม่ใช่ผู้หญิงสวยหวาน ไม่ได้อ่อนแอ ไร้กระดูกสันหลังแบบที่ผู้หญิงส่วนมากชอบใช้มารยาเหล่านี้กับผู้ชาย

            “ทำอะไรน่ะกาบี้” เสียงของโคโน่ที่ดังขึ้นอยู่เหนือศีรษะ ทำให้ฝ่ามือของกาบี้ชะงักค้างกลางอากาศ

            ดวงตาดำขลับของพราวพุธเปิดขึ้นมองตนราวกับสับสวิตช์ แน่นอนว่าแววตานั้นทำให้ต้องนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแหงนหน้ามองโคโน่ซึ่งชะโงกหน้าลงมาจ้องตาไม่กะพริบ สลับกับสีหน้าตั้งคำถามของพราวพุธ

            “ปะ...เปล่า ก็ฉะ...ฉันเห็นว่า” ตอบกระอึกกระอักแล้วต้องแหงนหน้าขึ้นสบสายตาโคโน่ รีบอธิบายการกระทำของตนก่อนที่เพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นจะซักไซ้ไปมากกว่านี้ “พราวไม่สบาย เลยจะแตะหน้าผากดูว่ามีไข้ไหม เท่านั้นเอง”

            โคโน่เบ้ปาก ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อในคำพูดพลางขยับตัวลงบันไดปลายเตียง ในขณะที่พราวพุธชันตัวลุกขึ้นแล้วดึงเอาหมอนอีกใบมาซ้อนด้านหลังตนไว้

            “ไม่มีไข้แล้วล่ะ วันนี้คิดว่าจะไปทำงานแล้วด้วย” พราวพุธบอกและไม่ทันได้อธิบายอะไรต่อ เสียงของเพื่อนทั้งสองคนก็ค้านขึ้นเกือบจะพร้อมๆ กัน

            “ไม่ได้ เพิ่งไปหาหมอมาเมื่อวานเอง อะไรจะหายเร็วขนาดนั้น” โคโน่บอก

            “ห้ามไปทำงานเด็ดขาด ยังไงวันนี้เธอก็ควรพักผ่อนนะพราว” กาบี้เสริม

            “แต่ว่า...”

            “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ถ้าเธอยืนยันว่าจะไปทำงานล่ะก็ วันนี้ได้มีเรื่องกับฉันแน่ๆ กาบี้ขู่ด้วยน้ำเสียงเอาจริง

            สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยนั้นยิ่งทำให้โคโน่ต้องปั้นหน้าเมื่อย แต่ยังเลือกที่จะไม่ใส่ใจแล้วหันไปคุยกับพราวพุธอีกครั้ง “พักสักวันเถอะ เมื่อวานนี้หัวหน้าก็ฝากมาบอกว่าให้เธอพักจนกว่าจะหายดี ถ้าไปทำงานก็อาจจะไปแพร่เชื้อให้คนอื่นเปล่าๆ แค่อย่าลืมส่งอีเมล์ใบลาไปให้เป็นเรื่องเป็นราวก็พอ”

            เหตุผลนั้นทำให้พราวพุธต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ หากสายตากลับเหลือบไปเห็นเวลาจึงชี้นิ้วไปยังนาฬิกาที่ติดไว้บนผนังห้อง “ถึงหัวหน้าจะไม่ว่าที่ฉันลางานแต่พวกเธอไม่รอดแน่ๆ ถ้าไปทำงานสาย”

            จบคำพูดโคโน่และกาบี้ก็หันไปมองนาฬิกาที่ติดไว้บนผนังห้อง กาบี้จึงชันตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ท่าทางเช่นนั้นทำให้สองสาวหัวเราะร่วน เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำปิดลง พราวพุธจึงเอื้อมมือไปแตะบนท่อนแขนของเพื่อนในทันที

            “โคโน่ คืนนี้เจอกันที่คลับเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องบอกกาบี้ให้รู้ด้วย ฉันขี้เกียจจะอธิบาย” พราวพุธมองเพื่อนด้วยแววตาขอร้อง

            “ความจริงพักก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวฉันคุยกับมิกิให้ ก็เธอไม่สบายจริงๆ โคโน่กล่าวถึงมิกิ ซึ่งเป็นน้าของตน เดินทางจากเกียวโตมาตั้งรกรากอยู่ในนิวยอร์กหลายปีจนได้ทำงานในโรเซ่ วาเคชั่นคลับ

            มิกิสาวใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ เป็นเอ็กซ์คลูซีฟเมเนเจอร์ของโรเซ่ วาเคชั่นคลับ จึงมีอำนาจรับโคโน่และพราวพุธเข้าทำงานพาร์ทไทม์ในช่วงที่สองสาวอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก

            พราวพุธส่ายหน้าทั้งยังเป็นฝ่ายจับฝ่ามือของโคโน่มาอังหน้าผากของตนเสียเอง “ตัวไม่ร้อน ไม่เจ็บคอ ไม่ปวดหัวตั้งแต่ฉีดยาไปเข็มหนึ่งแล้วละ”

            “ยาวิเศษหรือไงยะ ถึงได้หายเร็วขนาดนี้” แม้รู้สึกได้ตามที่เจ้าตัวบอก แต่โคโน่ก็อดที่จะถามอย่างประชดไม่ได้

            “ถ้าไปหาหมอตั้งแต่สองวันก่อนก็คงต้องลาพักแหละ แต่นี่ไปหาตอนเชื้อไวรัสในตัวฉันมันอ่อนแรงเต็มที เจอยาเข้าไปหนึ่งเข็มเชื้อมันเลยตายเรียบ” ปกติแล้วเธอก็เป็นไข้หวัดราวสองสามวัน ยิ่งได้ฉีดยารักษาด้วยแล้วยิ่งหายไวกว่าเดิม พราวพุธคิดในใจพร้อมเขย่าแขนเพื่อนให้เข้าใจตน “นะ... เธอก็รู้ว่าพนักงานเสิร์ฟที่คลับกำลังขาด ถ้าฉันหายไปอีกคนคงยุ่งแน่ๆ อีกอย่างเกรงใจมิกิด้วย”

            สีหน้าท่าทางสดใสขนาดนี้ใครบ้างจะไม่เชื่อว่าพราวพุธหายดีแล้ว เป็นเช่นนี้โคโน่ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องเซ้าซี้อะไรอีก “เอาล่ะๆ ฉันไม่ใช่กาบี้นะถึงจะต้องยกเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง แค่บอกความจริงมาว่าเสียดายทิปก็จบแล้ว”

            พราวพุธมองค้อนเพื่อนที่รู้ทันความคิด แต่ก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อนั่นเป็นความจริงทุกประการ “หรือเธอไม่เสียดาย ทิปมากกว่าค่าจ้างในแต่ละวันด้วยซ้ำ”

            บทสนทนาของสองสาวต้องหยุดชะงักเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของกาบี้ หนุ่มอิตาเลียนที่อยู่ในชุดพร้อมทำงาน

            “รีบๆ ไปแต่งตัวสิโคโน่” กาบี้บอกพลางส่องกระจกเงาที่ติดไว้ตรงกันข้ามกับประตูห้องน้ำพลางส่ายหน้าให้กับเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นซึ่งลุกจากข้างเตียงแล้วเดินลงส้นเท้าหนักๆ มายังห้องน้ำ ถึงอย่างนั้นยังไม่วายตะโกนไล่หลังเร่งให้เธอทำเวลา “ให้สิบนาทีนะ ถ้าช้ากว่านี้ฉันไปก่อนแน่ๆ

            พราวพุธอมยิ้มพลางลดตัวลงนอนอีกครั้งหนึ่ง “รอโคโน่หน่อยน่า... ปล่อยให้ไปไหนมาไหนคนเดียว เดี๋ยวได้หลงทางหรอก”

            เรื่องจริงที่ทุกคนต้องใส่ใจ เมื่อสาวญี่ปุ่นคนนี้ดูแผนที่ไม่เป็นและหลงทิศตลอดเวลา แม้จะเป็นสาวโซเชียลมีเดีย ในโทรศัพท์มือถือมีทุกแอปพลิเคชันที่กำลังได้รับความนิยมก็ตามที ถ้าไม่อยากเสียเวลาย้อนกลับไปรับโคโน่ตามสถานที่ต่างๆ ก็ควรจะหนีบเธอไว้ข้างกายตลอดเวลา เห็นจะเป็นเรื่องดีที่สุด

            “ขู่ไปงั้นแหละ ถ้าไม่พูดอย่างนี้สิจะอ้อยอิ่งไม่เสร็จสักที เออ... แล้วนี่พราวจะกินมื้อเช้าเลยไหม เดี๋ยวจะเอาซุปครีมในตู้เย็นมาอุ่นให้” กาบี้ถามด้วยความเป็นห่วง

            “ว่าจะงีบต่ออีกสักชั่วโมง ไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวฉันจัดการเอง” พราวพุธบอกพร้อมทั้งโบกมือห้าม ทว่ากลับมีอีกเรื่องหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองและปากก็ถามออกไปในทันที “กาบี้... ภาษาอิตาเลียนนี่ยากไหม”

            “ก็ไม่ยากนะ รากศัพท์ก็คล้ายๆ ภาษาสเปน โปรตุเกสอะไรเทือกๆ นั้น ถ้าเรียนจริงจังก็น่าจะใช้เวลาไม่ต่างจากที่เราเรียนภาษาสเปนหรอก” อธิบายพร้อมทั้งเลิกคิ้วมองคนถามด้วยความแปลกใจ “ถามทำไม อยากเรียนเหรอ”

            ทั้งสามคนเป็นนักศึกษาทุนมูลนิธิเด มาร์คอส เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาทุกรุ่นที่ในยามว่างนักศึกษาสามารถเข้าเรียนภาษาสเปน เพราะดีเอ็ม เทเลลิ้งก์นั้นมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงบัวโนส ไอเรสประเทศอาร์เจนตินา องค์กรนี้จึงใช้ภาษาสเปนและอังกฤษเป็นหลัก

            “อื้อ... มีความรู้สึกว่าอยากจะเรียน” ตอบสั้นๆ แต่เหตุผลในใจนั้นกลับยืดยาวจนไม่รู้ว่าความรู้สึกที่อยากสื่อสาร อยากเข้าใจในภาษาอิตาเลียนนั้นเกิดขึ้นได้เช่นไร ที่ร้ายไปกว่านั้นความโรแมนติกในสำเนียงพูดของผู้ชายคนนั้นยังส่งผลต่อความรู้สึกของเธออย่างคาดไม่ถึงและไร้ซึ่งเหตุผล แม้จะได้ยินเขาพูดเพียงประโยคสั้นๆ

            ทว่าคนฟังกลับยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นสีหน้าและรอยยิ้มของพราวพุธ จนคิดไปไกลว่าหญิงสาวอาจจะมีใจให้ตนบ้างกระมังถึงได้อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับชนชาติของตนบ้าง

            “เอาสิ พราวอยากเรียนเมื่อไหร่บอกได้เลยนะ จะสอนให้สุดความสามารถเลย” กาบี้บอกพร้อมกับแสดงสีหน้าดีใจสุดชีวิต

            “สอนอะไรกันยะ” เสียงแหลมของโคโน่แทรกขึ้น ทำให้ทั้งสองหันไปยังต้นกำเนิดเสียงจึงได้เห็นสาวญี่ปุ่นกำลังยืนเท้าสะเอว มองกาบี้อย่างเอาเรื่อง “อ้าว! เร่งฉันยิกๆ เนี่ย ก็นึกว่าเรียบร้อยทุกอย่างแล้วทำไมยังไม่ใส่ถุงเท้ารองเท้าอีก”

            กาบี้ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วเดินไปสวมถุงเท้ารองเท้าด้วยความรวดเร็ว ไม่กี่อึดใจต่อมาก็เปิดประตูห้องออก ก่อนจะเดินออกไปยังไม่วายจะต่อล้อต่อเถียงกับโคโน่ซึ่งกำลังสวมรองเท้า “ยังไงฉันก็เสร็จก่อนเธอล่ะน่า...”

            “ชิ!” โต้กลับได้เพียงเท่านั้นแล้วหันมาล่ำลาเพื่อนซึ่งนอนหัวเราะอยู่บนเตียง “ไปแล้วนะพราว เจอกันคืนนี้”

            พราวพุธพยักหน้ารับพร้อมหย่อนสองเท้าลงจากเตียง เดินมาล็อกประตูอีกครั้งแม้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของอพาร์ตเมนต์นี้จะต้องกดรหัสเป็นเลขห้าหลักทุกครั้งในการเปิดประตูห้อง แต่หญิงสาวก็ยังล็อกประตูในทุกแบบที่สามารถจะทำได้เพื่อความปลอดภัยของตน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น

  1. #40 Love Have (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 19:06
    เมื่อไหร่พราวกับนีละได้เจอกันค่ะไรท์เตอร์

    รอนะคะ
    #40
    0
  2. #36 beenny91 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 18:37
    รอยุนะคะ

    #36
    0