SF/OS : Our Story #BinMin #NenNyeon

ตอนที่ 21 : 모자를 눌러 쓰고 (Without you)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    28 ก.ค. 62

     






     Title: 모자를 눌러쓰고 (Without You)


     Pairing: Hyunbin x Minhyun


     Tag: #OurStoryบินมิน


     Note: ไปฟังเพลงนี้กันก่อนนะคะ ย้ำ! ไปฟังเพลงนี้ก่อนเน้อออ       

Note2 : แต่งไปร้องไห้ไป อินเพลงจัด...ฮุกㅠㅠ


















     แสงแดดที่น่ารำคาญยามเช้าสอดส่องผ่านผ้าม่านมาจนทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรำคาญ อันที่จริงผมไม่ได้หลับเพียงแค่พักสายตาเท่านั้น



     ผมนอนไม่หลับ ถึงหลับได้ก็หลับไม่สนิท ผมเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่ไม่แน่ใจ น่าจะตั้งแต่เขาจากไป



     ผมนอนมองเพดานอยู่อย่างนั้น ไม่สนว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอย่างไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น



     Hosh.K : วันนี้นะพี่ อย่าลืม 
     Hosh.K :แข็งใจหน่อยนะ มาเถอะ



     เมื่ออ่านข้อความที่ควอนซูนยองลูกพี่ลูกน้องส่งมา ผมไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงแค่กดปิดหน้าจอแล้วหลับตาลงนอนนิ่ง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น



     วันนี้น่ะจะลืมได้ยังไง ไม่มีทางลืม ไม่มีวัน



    “ลุกได้แล้ว เดี๋ยวสายนะ”



    เสียงหวานทำให้ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับขอบตาที่ร้อนผ่าว พยายามอดกลั้นอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้น้ำใสไหลออกมา



     สุดท้ายก็ทำไม่ได้



     ผมได้แต่นอนกอดตัวเอง ปล่อยให้น้ำใสไหลออกมาอย่างไม่คิดเช็ดมันออก ปล่อยเสียงสะอื้นจนดังทั่วห้องอย่างไม่อาย



     ในวันที่ไม่มีคุณทำไมมันถึงยากแบบนี้นะ ผมเหนื่อยเหลือเกิน กลับมาได้ไหม
 

     คุณอยู่ที่ไหน กลับมาหาผมเถอนะ










     *****






     “จะไปไหนครับ ดึกแล้วนะ”

     “ลืมเอกสารน่ะ ไปไม่นาน”

     “ผมไปส่งไหม”

     “ไม่เป็นไร”

     “งั้นรีบกลับมานะครับ ผมจะอยู่รอ”

     คนตัวขาวเข้ามากอดคนรัก เขาไม่ได้พูดอะไรทำเพียงพยักหน้าให้คนตัวสูงกว่าแล้วยิ้มให้เหมือนอย่างเคยก่อนเปิดประตูออกไปและไม่กลับมาอีกเลย





     *****









     Rrrr

     เฮือก!

     เสียงเรียกเข้าทำให้ผมสะดุ้งตื่นอีกครั้งหลังจากร้องไห้จนเผลอหลับไปแล้วฝันเรื่องบ้าๆนั่น ผมนวดตาตัวเองเบาๆก่อนกดรับสาย



     “อือ”


     [พี่ฮยอนบิน] เสียงปลายสายของซูนยองเรียกชื่อผมแค่นั้นแล้วเงียบไป


     “รู้แล้ว เผลอหลับ” 


     [จะมาจริงใช่ไหม] 


     “อืม แต่คงหลังทุก-”


     [ผมเข้าใจ ยังไงผมก็จะอยู่รอ วอนอู มินกยู พี่มินกิก็จะอยู่ด้วย] 


    “ขอบใจ”



     หลังจากวางสายผมก็ดันตัวลุกขึ้น เผลอคิดอะไรเพลินๆอยู่ได้สักราวๆสิบนาทีก่อนลุกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำตรียมตัว



     คนตัวสูงมองตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาโดนไรหนวดปกคลุม ปากแห้งแตกจนเลือดไหลออกมากเล็กน้อย และดวงตาเรียวคมกริบที่เหนื่อยล้ากำลังสั่นไหวอีกครั้ง 



     สภาพของฮยอนบินนั้นแย่จริงๆ



     ถ้าใครคนนั้นยังอยู่คงมีเสียงบ่นปนห่วงใยลอยมาแน่ๆ




     “อยากได้ยินเสียงของพี่จัง”



     “แต่ผมคงไม่สำคัญกับพี่แล้ว.. ถึงได้… ทิ้งกันไปแบบนี้”




     แล้วในที่สุดเขาก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง




     “ร้องไห้เป็นเด็กเลยนะ”



     เสียงหวานที่ได้ยินเข้าโสตประสาททำให้คนตัวสูงทรุดตัวลงกับพื้น มือใหญ่ทุบเข้าที่อกข้างซ้ายหนักๆหลายทีอย่างไม่นึกเจ็บ



     เพราะก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายนั้นเจ็บปวดกว่าหลายเท่า




     จะทำยังไงไม่ให้คิดถึงคุณอีกดี ผมต้องทำยังไง  




     สุดท้ายแล้วควอนฮยอนบินก็ยังคงอ่อนแอไม่เคยเปลี่ยน








***** 








     มือหนาจับสูทสีดำตัวนอก กระชับเข้ากับตัว จัดผมตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก




     “หมวกนั่นเข้ากับนายดี”




     แต่มันไม่เข้ากับชุดที่ใส่ตอนนี้



     แม้คนตัวสูงจะประท้วงในใจแต่มือใหญ่นั้นกลับหยิบหมวกแก๊ปใบสวยนั้นสวมเข้าที่ศีรษะ มือใหญ่นั้นสั่นเทาจนต้องกุมมือตัวเองไว้



    “ชอบไหม”



     อีกคนถามพร้อมกับยิ้มน่ารักส่งมาให้ ชอบสิ ชอบมาก ก็คุณซื้อให้ผมนี่หน่า



      ยิ่งคิดแบบนั้นในใจก็ยิ่งปวดร้าว 




    ดวงตาพร่ามัวจากน้ำใสที่คลออยู่ในดวงตา มองคนในรูปถ่ายส่งรอยยิ้มที่เขาเคยบอกว่าน่ารักและสวยที่สุด แต่ในตอนนี้รอยยิ้มนั้นกลับเป็นรอยยิ้มที่กำลังทำร้ายเขาอยู่



    เพราะคนในรูปไม่สามารถยิ้มให้เขาดูต่อหน้าได้อีกแล้ว




     “ใจร้ายจังเลยนะ”








*****









     ร่างสูงใหญ่ของฮยอนบินเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไม่นึกเร่งรีบ เขาก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือก่อนจะหยุดเดินเมื่อมีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องหรู




Minkii: ออกมาหรือยัง

HB: ครับ


Minkii: ไหวไหม ให้มินกยูไปรับไหม


HB: ไหวครับ พี่อยู่จัดการทางนั้นเถอะ


Minkii: เอางั้นก็ได้ ทางนี้เสร็จแล้วล่ะ นายก็รีบมานะ เดี๋ยวเขาน้อยใจ




     เขาที่ว่าของมินกิทำเอาคนตัวสูงหลุดยิ้ม คนตัวสูงไม่ตอบอะไรกลับไปเพียงกดล็อคโทรศัพท์แล้วออกเดินต่อ



     นั่นสิ เขาน่ะ ขี้น้อยใจยิ่งกว่าอะไร แต่สำหรับฮยอนบินแล้วเขายังคงน่ารักเสมอ



    “รีบเดินสิ ไม่ร้อนหรือยังไง”




    เสียงหวานที่ชอบบ่นใส่ดังขึ้น หน้าตาบึ้งตึง ปากสีสวยที่เบะขึ้นอย่างน่ารัก จนทำให้มุมปากหยักของฮยอนบินยกขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มปากแน่น หลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ 



    เมื่อลืมตามาคนตัวขาวเมื่อครู่ก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ฮยอนบินไม่ได้แปลกใจอะไร มีเพียงความปวดหนึบในอกข้างซ้ายที่เกิดขึ้นเท่านั้น



     เพราะรู้ดีว่าเขาคนนั้นที่ต่อให้ฮยอนบินวิ่งตามจนสุดลมหายใจก็คงไม่มาปรากฎตรงหน้า



     ทั้งที่พยายามแล้วที่จะไม่คิดถึงคุณ แต่ทำไมในหัวผมกลับมีแต่เรื่องของคุณนะ



    ฮยอนบินยิ้มสมเพชให้ตัวเอง ก่อนกระชับหมวกให้แน่นขึ้นแล้วออกเดินอีกครั้ง







*****
    





     ร่างกายสูงใหญ่เปิดประตูรถแท็กซี่ ขายาวก้าวออกมาจากตัวรถอย่างนึกลังเลจนคนขับรถมองอย่างสงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยถามอะไร


     แม้แต่คนไม่รู้จักก็ยังเข้าใจดีว่าสถานที่แห่งนี้คงไม่ใช่ที่ที่ใครก็อยากจะมา ไหนจะใบหน้าหล่อที่ดูหมองคล้ำ แววตาคมที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้


     ฮยอนบินพยายามสงบสติอารมณ์อีกครั้ง กลั้นน้ำตาเม็ดโตที่ดูเหมือนจะไหลออกมาอีก ก่อนเอ่ยขอบคุณ คุณลุงแท็กซี่แล้วเดินลงจากรถ 


     ตาเรียวคมที่ติดบวมนิดๆกวาดตามองไปยังสถานที่ตรงหน้า ผืนหญ้ากว้างสุดสายตา ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น สายลมพัดผ่านอย่างเย็นสบายแต่กลับให้ความรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก



     “พี่ฮยอนบิน” 



    เสียงทุ้มแหบเอ่ยเรียกคนอายุมากกว่าที่ดูเหม่อเลยไปไกลให้ได้สติ ฮยอนบินยิ้มให้คนตรงหน้าเล็กน้อยทั้งที่ดวงตาพร่ามัว แขนแกร่งกอดตัวเองเมื่อรู้สึกถึงสายลมที่พัดผ่านตัวมานั้นแรงขึ้นเรื่อยๆ



     “ว่าไงมินกยู สบายดีไหม พี่มินกิด้วย วอนอูล่ะ ซูนยองคงไม่ต้องถา-”



     ฮยอนบินเอ่ยถามทั้งที่เสียงสั่นแบบนั้น ก่อนน้ำใสในดวงตาเรียวนั้นจะไหลออกมาจนมินกิที่ทนไม่ไหวแล้วเข้ามากอดคนตัวสูงทั้งที่อีกคนยังพูดไม่จบ



    ไม่มีเสียงสะอื้นจากฮยอนบินมีเพียงน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด เป็นมินกยูเองที่ทนไม่ไหวจนต้องเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เสียงสะอื้นจากมินกิและวอนอูทำให้ทุกอย่างแย่ลง เขาคว้าตัวแฟนหนุ่มตัวบางที่กำลังก้มหน้าสะอื้นเข้ามากอดปลอบ เหลือบมองเพื่อนอย่างซูนยองที่กำลังเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วหลับตาแน่น




     ทั้งที่อดกลั้นกันมาได้ทั้งวันแต่พอได้เห็นสภาพของฮยอนบินทุกอย่างก็พังหมด 



     ถ้าพี่มินฮยอนยังอยู่ไอ้พี่ฮยอนบินนี่ต้องโดนด่าแน่ๆ ที่ปล่อยให้ตัวเองโทรมจนเหมือนผีแบบนั้น




     “ไปหาเขาสิ คงรออยู่” 




     มินกิบอกพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้คนตัวสูงทั้งที่บนใบหน้าของตัวเองก็ยังคงมีน้ำตาอยู่เช่นกัน



    ฮยอนบินพยักหน้าให้ก่อนขายาวจะค่อยๆก้าวไปอย่างเชื่องช้า ตาคมจ้องไปยังจุดหมาย ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เขาก็ยิ่งก้าวช้าลง จนหยุดอยู่ตรงหน้าแท่นป้ายหินที่สลักชื่อที่คุ้นเคย



     ใบหน้าน่ารักยังคงยิ้มให้เขาเหมือนเคย 


    “เป็นไงบ้าง”



     เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นี่คงเป็นคำทักทายที่โง่ที่สุด แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไป



     “ที่นี่ลมแรงนะ พี่หนาวไหม”



     ฮยอนบินถามพร้อมกับกวาดสายตามองแท่นหินอันอื่นในเนิน มองต้นไม้ ใบหญ้าที่ปลิวไสวไปตามลม มองอะไรก็ที่ไม่ใช่แท่นหินที่สลักชื่อ ‘ฮวัง มินฮยอน’ ตรงหน้า



     “ผมไม่ได้มาหาบ่อยๆ ขอโทษนะ ผม..ขอโทษ…พี่ เหงาไหม ฮึก”



     แค่เพียงคิดว่าคนตัวขาวที่เขาเคยกอดให้ความอบอุ่นต้องนอนหนาวและเหงาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง หัวใจก็เจ็บปวดเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ



    “ขอโทษนะ ที่ผมไม่มีดอกไม้มาให้ พี่แพ้เกสรผมเลยไม่ได้เอามาให้… ผม… ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ผมแค่…อึก คิดถึงพี่”



     คิดถึงจนทนไม่ไหว ผมจะทนอยู่ได้ยังไง…




    “ทำไมใจร้ายกับผมขนาดนี้ ไม่รักผมแล้วเหรอ ไหนบอกว่าผมสำคัญ ทำไมถึง…”



    เสียงตัดพ้อปนร้องไห้ของฮยอนบินดังไปทั่วบริเวณที่เงียบสงบแต่กลับไม่มีใครเข้ามาบอกให้หยุด กลับกันในตอนนี้คนตัวสูงนั้นยิ่งดูน่าสงสารเข้าไปใหญ่




    ‘สวัสดีค่ะ ญาติของคุณฮวังมินฮยอนใช่ไหมคะ เราขอแจ้งข่าวร้ายให้ทราบ คุณฮวังมินฮยอนประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตคาที่ ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ตอนนี้ศพของคุณฮวังมินฮยอนอยู่ที่โรงพยาบาล…’



     ไม่มีแม้แต่คำร่ำลาหรือสัญญาณเตือน



     ข่าวร้ายที่ได้รับรู้อย่างกะทันหันเมื่อหนึ่งปีก่อน  ทำให้ทุกคนไปไม่เป็น สติขาดหาย แต่หนักสุดคงเป็นคนรักของฮวังมินฮยอนอย่างฮยอนบิน 



     ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเรายังกอดกันอยู่เลย 



     ถ้าหากเขาดื้อดึงที่จะไปกับมินฮยอนอีกสักนิด เขาอาจจะไม่ต้องมาทนเจ็บปวดอยู่แบบนี้



     “คิดถึง… ทำไมถึงใจร้ายไม่เปลี่ยน … อึก วันนี้ผมไม่ได้โกนหนวดมาถ้าพี่อยู่ก็คงบ่นผมแล้ว ผมก็ยาวไม่ได้ตัด สภาพแย่มากเลย กลับมาบ่นผมที...”


     “พี่ได้ยินเสียงผมไหม.. ได้ยินหรือเปล่า ถ้าได้ยิน.. กลับมา เถอะ.. ผมอยากได้ยินเสียงพี่… ผมคิดถึงเสียงของพี่…”



     เขาทรุดตัวลงหน้าแท่นหินก่อนมือหนาจะเอื้อมไปยังรูปแล้วเช็ดคราบฝุ่นที่ติดตามรูปบนแท่นทั้งที่ยังไม่น้ำตายังไม่หยุดไหล



     “ถ้าพี่เห็นผมตอนนี้ พี่ต้องล้อผมแน่เลย”



     มินฮยอนเคยบอกว่าเขาร้องไห้แล้วเหมือนเด็กแถมยังตลก คนตัวขาวจะชอบปรบมือชอบใจทุกครั้งที่เวลาดูหนังเศร้าๆแล้วเขาร้องไห้



     “วันก่อนพี่มินกิมาที่ห้อง พี่มินกิบ่นใหญ่เลย แถมบอกว่าจะเอามาฟ้องพี่ว่าผมดูแลห้องไม่ดี.. อึก”



      “พี่มินกิบอกให้ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อพี่.. ผ..ผมไม่รู้เลย ไม่มีพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ไปทางไหน”



     “ผมไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อไม่มีพี่… ผม..”



     ฮยอนบินหลับตาลงรับสายลมอ่อนที่พัดผ่านมา เขาไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ไม่รู้ว่าต้องทำเพื่อใคร ฮยอนบินไม่มีใครในชีวิตนอกจากมินฮยอน พ่อกับแม่เขาก็เสียไปนานแล้ว ทั้งชีวิตเขามีแค่มินฮยอน 



     สายลมเย็นที่พัดผ่านราวกับกำลังโอบกอดฮยอนบินทำให้เขาน้ำตาไหลทั้งที่กำลังหลับตา



     ทั้งที่สายลมนั้นเย็นยะเยือกจับใจแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ สายลมนั้นเหมือนกับอ้อมกอดที่เขาคุ้นเคย



     “ฮยอนบิน”



     แรงสะกิดจากมินกิทำให้คนตัวสูงลืมตาขึ้น ก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือแล้วพยักหน้าให้ก่อนจะลุกขึ้น ดวงตาเรียวยังคงมองไปยังแท่นหินตรงหน้า นัยน์ตาสะท้อนรูปติดหน้าแท่นของฮวังมินฮยอนที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข




     “ขอโทษที่เอาแต่โทษพี่ พี่ก็คงเจ็บปวดไม่ต่างจากผมใช่ไหมมินฮยอน”



     “ผมรักพี่นะ พี่ยังเป็นคนเดียวที่ผมรักและก็คงรักตลอดไป”



     มือหนากระชับหมวกใบสวยที่คนที่นอนอยู่ในที่แสนหนาวเหน็บนั้นเป็นคนซื้อให้



     “ผมต้องไปแล้ว ผมจะพยายามมาหาบ่อยๆ ถ้ามาแล้วร้องไห้ก็อย่าล้อผมแล้วกัน”



     “ผมจะมาหาบ่อยๆจนกว่าวันที่เราได้พบกันเลย”







      ต้องมีสักวันที่เราได้พบกันแน่ๆ ช่วยรอผมจนถึงวันนั้นด้วยนะมินฮยอน ถ้าถึงตอนนั้น อย่าหนีไปไหนแบบตอนนี้อีกนะ
















FIN








ปกติชอบเพลงนี้มาก ชอบแบบยังไม่ได้ไปหาความหมาย พอไปหาดูเต็มๆ เท่านั้นแหละ โอโหหหหหห เศร้าจ้นนน เศร้าจัดดด จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ยังคิดถึงคุณ ตอนนี้ผมไม่สำคัญกับคุณแล้ว อะไรแบบนี้ฟังแล้วใจเจ็บแรง ฮุก พอตอนนี้ก็เลยแต่งไปร้องไห้ไป แง อินจ้นนนน
  

ตอนนี้เป็นยังไง ฝากคอมเม้นต์ด้วยนะคะ อาจจะยังไม่เก่งเรื่องดราม่าอะไรมาก เพราะชอบอินคนเดียว555555  

คอมเม้นต์หรือติดแท็กในทวิตเตอร์ #OurStoryบินมิน ไปเล่นกันได้นะคะ แท็กเง๋าๆ55555 วันนี้ไปแล้ว ซียูค่าาา 


ด้วยรัก from มินฮยอนบินชิปเปอร์ที่มีกัปตันขี้ขิงชื่อฮยอนบินและมินฮยอน


28/07/19

     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #484 N_udaen_G (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:35
    แบบไม่มีเธอจริงๆ อะ เศร้ามากเลย ฮือออออ

    แต่ฮยอนบินต้องเข้มแข็งนะ ;(
    #484
    0
  2. #427 chockypeach (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 23:33
    น้ำตาคลอเลย เศร้ามากทางนี้
    #427
    0
  3. #426 SEANNNQ' (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 23:57
    ก็ครือหมอนเปียก ฮือออ
    #426
    0
  4. #425 dlmn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 23:02
    น้ำตาไหล ฮืออ เศร้าจัง
    #425
    0
  5. #424 EMO_TUNG (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:45

    เศร้ามาก ฮืออออ ไม่ไหว หน่วงไปปปป
    #424
    0
  6. #423 puroi1113 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 02:27
    ขอบคุณคุณไรท์ที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านนะคะะ อย่าพึ่งทิ้งเรือไปนะคะะ จะพยายามเม้นทุกฟิคที่คุณไรท์แต่งเลยค่าา สู้ๆนะคะ รักกก
    #423
    0
  7. #422 puroi1113 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 02:25
    แงงงง เส้ามากกกกก ไม่ไหวเเล้วววว ใจจะพัง
    #422
    0
  8. #421 NotJoyyy_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 04:31
    ร้องไห้เป็นหมาเลยจ้าทางนี้ เส้ามาก มาเป็นสาย ฮืออออ เจ็บปวดที่สุดคือการจากลาแบบที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาและไม่มีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีก ไม่ไหวจริงๆ ;-;
    #421
    0
  9. #419 HSKKHB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 01:54

    คนอ่านก็ร้องค่าาา ใจจะสลายไปกับฮยอนบิน
    #419
    0