คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

504

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


504

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 เม.ย. 61 / 19:44 น.
นิยาย Aomine x Kise

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Aomine x Kise






เรื่องราวสั้นๆที่จะทำให้คุณหลงรักพวกเขา


Lóngxīn



ขอบคุณภาพสวยๆจาก google
b
e
r
l
i
n
?
>

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 เม.ย. 61 / 19:44


         

     หลังจากการแข่งขันวินเนอร์คัพสิ้นสุดลง การกล่าวถึงทีมบาสก็ค่อยๆหดหาย รุ่นปาฏิหาริย์หรือทีมบาสเก็ตบอลเก่าแห่งโรงเรียนไทกอร์นจึงได้นัดรวมตัวกันเพื่อเลี้ยงฉลองให้กับมิตรภาพอันเหนียวแน่นที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถแยกจากกันได้ ที่เกาะส่วนตัวของอาคาชิ เซย์จูโร่โดยเฉพาะ 


     กล่าวถึงทีมปาฏิหาริย์แล้ว คงไม่มีใครในวงการบาสที่ไม่รู้จักเหล่านักบาสทั้งหกคนที่สร้างปรากฏการณ์เป็นที่น่าจดจำแห่งวงการบาสเก็ตบอล นำโดยกัปตันทีม อาคาชิ เซจูโร่ เจ้าของดวงตาคนละสีกับสีผมสีชมพูเข้มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทีมปาฏิหาริย์ที่มีสีผมและสีตาเป็นสีเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้นั่งหัวโต๊ะเอนหลังพิงกับระเบียงไม้ที่มองออกไปเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน ถัดไปคือมิโดริมะ ชินทาโร่ รองกัปตันทีมปาฏิหาริย์ที่นั่งลูบตุ๊กตากบสีเขียวซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นไอเท็มนำโชคข้างกันนั้นคือกองขนมหลากหลายยี่ห้อที่คงจะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่มุราซากิบาระ อัตสึชิ ชายหนุ่มที่พกความสูงเกือบสองร้อยเซ็นติเมตรซึ่งนั่งกินขนมอย่างไม่สนใจใครนั่นเอง มองไปทางอีกฝั่งของโต๊ะจะพบกับอาโอมิเนะ ไดกิ ร่างสูงผิวสีแทนเข้ม  เจ้าของผมสีน้ำเงินกับดวงตาสีเดียวกันที่นั่งจิบไวน์เบาๆอยู่ตรงนั้น มองไปที่มุมระเบียงจะเห็นหนุ่มร่างบางผมสีฟ้าที่ยืนคุยโทรศัพท์ คุโรโกะ เท็ตสึยะ นักแข่งเงาดวงตาสีฟ้า  อีกมุมคือโค้ชของทีมปาฎิหาริย์และเป็นผู้หญิงคนเดียว โมโมอิ ซาสึกิ ที่ตอนนี้รับจ๊อบเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนายแบบหนุ่มที่กำลังจะพูดถึง คิเสะ เรียวตะ นายแบบหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเหลืองทองสดใสรับกับเส้นผมสีเดียวกันที่ยิ่งขับให้เรือนร่างขาวของเจ้าตัวให้ขาวขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ซึ่งตั้งแต่มาถึงเจ้าตัวก็กระดกแต่น้ำสีม่วงเข้มเข้าไปในลำคอแบบไม่ฟังใครทั้งนั้น


“คิเสะ ไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เหรอครับ” ชายหนุ่มผมสีเขียวถามขณะที่มือก็ยังคงลูบตุ๊กตาไอ้เท็มอยู่อย่างนั้น ทำให้คนที่กำลังจะกระดกไอ้น้ำสีม่วงเข้มไปแก้วที่เท่าไหร่ไม่รู้ต้องชะงัก ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะยานเพราะฤทธิ์ไวน์ชั้นดีนั่น


“มิโดริมัจจิอ่าาา ก็น้ำนี่มันอาาหร่อยดีนี่นาา ผมไม่มาวง่ายหรอกครับ” เสียงใสว่าก่อนจะกระดกน้ำที่ตนว่าลงคอไปอีกหนึ่งแก้ว แล้วเอนหัวทุยของตนซบกลับไหล่เล็กบางของคุโรโกะที่กลับมานั่งหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จไปเมื่อครู่


“ให้มันจริงเถอะครับ”


“กินขนมแก้เมามั้ย คิเสะจิน” ร่างสูงของมุราซากิบาระพูดขึ้นก่อนจะยื่นถุงขนมถุงใหญ่ให้กับร่างขาวจัดผมสีเหลืองทอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหัวจนผมกระเซอะกระเซิงพร้อมกับหยิบขวดไวน์รินใส่แก้วเตรียมจะดื่มเข้าไปอีก


หมับ!


“คิเสะคุง เมามากแล้วนะครับ” เสียงหวานนิ่งเอ่ยออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปแย่งแก้วไวน์จากมืออีกฝ่ายมาถือไว้ หยุดดื่มเถอะครับ


“ฮื่ออ ไม่อาววว โผมม่ายมาวซักหน่อย เอาแก้วคืนมานะ คุโรโกจจิ” เสียงใสของคนเมาว่าก่อนจะพยายามเอื้อมมือแย่งแก้วของตนคืน 


“ไมแก้วมันหลายใบอย่างนี้อ่าาา คุโรโกจจิอย่าแกล้งโผมเซ่!” คนเมาที่หยิบแก้วไม่ได้เริ่มงอแงคิดว่าอีกคนแกล้ง แต่ที่จริงแล้วคุโรโกะแค่ถือแก้วไวน์ไว้เฉยๆ แต่คนเมาก็หยิบไปไม่ได้สักที


“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ” เสียงหวานว่าพลางมองร่างขาวของคิเสะอย่างขบขัน มือเรียวขาวที่พยายามแย่งแก้วไปจากเขาทั้งๆที่เขาเพียงแค่ยกขึ้นเฉยๆเท่านั้นเอง อย่างนี้ไม่เมาแล้วเรียกว่าอะไรล่ะครับ คิเสะคุง


“เฮ้ คีจัง ทำไมมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ล่ะเนี่ย” เสียงแหลมจากผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่ผละจากการสูดบรรยากาศที่ระเบียงมาดูนายแบบที่เมาเละอยู่ตรงหน้าแทน


“แงงง โมโมอิจจิ คุโรโกจจิ ขโมยแก้วของผมไปอ่ะ” ดวงตาเรียวสีเหลืองทองที่หันมาเห็นผู้จัดการของตนก็รีบเบะปากฟ้องทันที 


“โมโมอิ คิเสะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงดื่มหนักขนาดนี้ ปกติไม่ค่อยแตะแอลกอฮอลล์เลยนี่ครับ” เจ้าของผมเขียวมิโดริมะ ชินทาโร่ว่า ดวงตาสีเขียวมรกตก็จ้องมาที่เธอด้วยสายตาคำถามพร้อมมองคนเมาที่พยายามเบะปากทำตัวน่าสงสารไม่รู้เรื่องอยู่นั่น ชิส์ คิดว่ามันน่ารักนักหรือไงนั่น ถึงแม้ว่ามันจะน่ารักจริงๆก็เถอะ ผู้จัดการสาวคิดพลางมองหน้านายแบบคนเก่งที่ตั้งท่าจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ จะบอกว่าเธอไม่รู้สาเหตุที่คิเสะเมาขนาดนี้ก็ไม่ได้ เพราะผู้จัดการอย่างเธอต้องรู้ทุกเรื่องของนายแบบตัวเองอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้คิเสะถึงขนาดขอร้องเขาไม่ให้บอกกับใครโดยเฉพาะเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินคมเข้มที่มองเพื่อนของเธอไม่วางตาอยู่ที่หัวโต๊ะนั่น!


“ไม่มีอะไรนะ มิโดริน แต่ถ้าจะมีก็คงเป็นเรื่องแมวหน้าคอนโดคีจังที่ถูกรถชนตายเมื่อหลายวันก่อน เรื่องนี้คีจังก็เศร้าๆอยู่เหมือนกัน” หญิงสาวว่าก่อนจะแสร้งหลุบตาหันไปถามคนเมาที่ทำตาปรือเอาหัวตนเองมาซบที่ไหล่บางของเธออยู่ ขืนมิโดจินรู้ว่าเธอโกหกอีกล่ะก็ ต้องโดนมิโดรินทำโทษให้ไปทำความสะอาดไอเท็มเหมือนคราวที่แล้วอีกแน่ๆ แค่คิดก็รู้สึกขนลุกขึ้นทันทีเลยล่ะ


“คีจัง ยังไหวอยู่มั้ย” แสร้งถามทั้งๆที่ดูก็รู้ว่าอีกคนเมาเละขนาดไหน แต่ก็ยังปรือตายิ้มหวานมาตอบเธอจนได้


“อื้ออ หวายยอยู่แล้วว นี่งายย ลุกยืนยางด้ายเล้ยย เหวออ!!” คนเมาว่าก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเสียหลักหน้าเกือบจะไปจูบกับพื้นถ้าไม่มีมือหนาของอาโอมิเนะเอื้อมมารับไว้ก่อน ทำให้ร่างขาวจัดอยู่ในอ้อมกอดแกร่งอย่างช่วยไม่ได้


“อะ เอ่อ โทษทีนะไดจัง คีจังคงเมามากไปหน่อยน่ะ” โมโมอิว่าก่อนจะคว้าร่างขาวของคนเมาออกมาจากอกแกร่งของอาโอมิเนะได้สำเร็จ


“ม่ายมาวซักหน่อย” เสียงคนเมาว่าอย่างสะลึมสะลือ 


“โมโมอิ พาคิเสะไปพักเถอะ” เสียงนิ่งดังมาจากหัวโต๊ะของชายหนุ่มผมสีชมพูเข้มที่มองเหตุการณ์นี้มานานเอ่ยบอกแกมบังคับว่าควรให้คนเมาตรงหน้าไปพักได้แล้ว


“อะ เอ่อ นั่นสิเนอะ งั้นฉันขอตัวก่อนละกัน” หญิงสาวว่าก่อนจะค่อยๆพยุงร่างโงนเงนของคนเมาขึ้นอย่างทุลักทุเลเตรียมจะ


ฟึ่บ!!


“อ๊ะ” เสียงร้องตกใจไม่ดังนักก่อนที่ร่างขาวจัดจะถูกอุ้มขึ้นสูงอยู่ในอ้อมแขนของอีกคน สัญชาติญาณการเอาตัวรอดทำให้แขนเรียวขาวคว้าหมับเข้าที่คอร่างแกร่งอย่างพอดิบพอดี 


“อะ อาโอมิเนจจิ” ร่างขาวในอ้อมกอดเอ่ยชื่อคนอุ้มเบาๆก่อนจะหลุบตาลงต่ำหนีสายตาคมเข้มที่ก้มมองลงมา


“เดี๋ยวฉันพาไปเอง” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยบอกสั้นๆก่อนก้าวยาวๆออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้จัดการสาวมองตามอย่างงงๆก่อนที่ริมฝีปากดเคลือบลิปสติกสีหวานจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์โดยไม่ทันที่ใครจะสังเกตุเห็น


ฟึ่บ!


          ร่างสูงวางร่างขาวของคนเมาลงบนเตียงคิงไซต์อย่างเบามือก่อนดวงหน้าคมเข้มจะก้มลงมองคนบนเตียงนอนชัดๆ พร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ตาคมมองร่างขาวจัดที่แดงระเรื่อจากพิษแอลกอฮอลล์เสริมให้อีกคนดูยั่วยวนกว่าเดิม ดวงตาสีเหลืองทองมีน้ำปริ่มขอบตาปรือใสน่ามอง ปากแดงๆฉ่ำน้ำระเรื่อที่เดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบลง ราวกับจะพูดแต่ไม่พูด เส้นผมสีเหลืองทองที่รับกับใบหน้าเรียวขาวที่ดูน่ามองอย่างประหลาด ทั้งหมดนี้สามารถปลุกอารมณ์ดิบของเขาขึ้นอย่างที่เจ้าตัวคงไม่รู้


“อาโอ มิเนจจิ” เสียงเรียกเบาๆก่อนที่แขนเรียวขาวจะโน้มคอของเขาลงมาใกล้ ปากแดงระเรื่อที่เผยอออกราวกับเชิญชวนให้เขาสัมผัสยิ่งปลุกอารมณ์บางอย่างขึ้นอย่างง่ายดาย เจ้าตัวจะรู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่ทำอยู่มันยั่วยวนขนาดไหน 


          สิ้นความคิดริมฝีปากเข้มจึงประกบทาบทับกับริมฝีปากระเรื่ออย่างเร่าร้อน ฟันคมกัดริมฝีปากล่างให้อ้าออกอย่างรุนแรงก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปทักทายลิ้นเล็กในริมฝีปากหวานเนิ่นนาน จนคนใต้ร่างเริ่มส่งเสียงครางประท้วงให้ผละออกพร้อมกับทุบไหล่หนาแรงๆแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ช่วยอะไร 


           มือหนารวบแขนขาวเอาไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่มืออีกข้างจะสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนสัมผัสผิวขาวนวลเนียนของคนใต้ร่างอย่างจาบจ้วง ขาเรียวขาวที่พยายามปัดป่ายก็ถูกร่างสูงกดทับไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ ทำได้เพียงปล่อยหยาดน้ำใสให้ไหลลงมาจากดวงตาสีเหลืองทองที่แทบจะสร่างจากความมึนเมาทันทีหลังจากโดนอีกคนบดขยี้ริมฝีปากเข้มลงมา 


          ความเค็มปร่าที่ไหลลงมาสัมผัสกับริมฝีปากเรียกให้ร่างสูงรู้สึกตัวต้องผละออกจากร่างขาวอย่างอ้อยอิ่ง นัยตาคมสีน้ำเงินเข้มทอดมองร่างขาวที่หอบหายใจหนักๆอยู่ใต้ร่างเขาอย่างรู้สึกผิดก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาเรียบนิ่งอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเหลืองทองของอีกคนเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อล้นเต็มดวงตา ที่ยิ่งทำให้คนมองอยากรังแกคนใต้ร่างมากกว่าเดิม 



“ฮึก” เสียงสะอื้นเบาๆเรียกให้สติที่กระจัดกระจายของเขาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม คนใต้ร่างที่เริ่มสะอื้น รั้นให้เข้าต้องเปลี่ยนเป็นจับอีกฝ่ายมาไว้แนบอกพลางลูบแผ่นหลังบางอย่างปลอบโยนแทน 


“ร้องไห้ทำไม หืม” เสียงทุ้มเอ่ยถามกับคนในอ้อมกอดที่สะอื้นสั่นจนตัวโยนพร้อมกับมือหนาที่ยังคงลูบแผ่นหลังบางไปด้วย


“ฮึก อาโอมิเนจจิใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย” เสียงหวานใสพึมเพาเบาๆบนอกแกร่งพร้อมกับมือที่ขยำเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายจนยับยู่ยี่ แต่ถึงอย่างนั้นคนโอบกอดก็ไม่ว่าอะไรซ้ำยังถามกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ฉันใจร้ายอะไร บอกหน่อยได้ไหม” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถาม


“ฮึก อาโอมิเนจจิ ฮึก เมินผม” เสียงคนในอ้อมกอดสะอื้นบอกเบาๆเล่นเอาคนฟังใจอ่อนยวบ ก่อนจะมองอีกคนอย่างเอ็นดู ใครบอกกันว่าเขาไม่อยากเจอคนตรงหน้านี้ แต่เจ้าตัวต่างหากที่มาถึงก็เอาแต่ดื่มท่าเดียวจนเขาทำได้แค่มองห่วงๆนึกว่ามีเรื่องไม่สบายใจที่ไหน ที่แท้ก็น้อยใจเขานี่เอง แล้วอย่างนี้ใครจะทำใจร้ายได้ลงกัน

 
“ใครบอกว่าฉันไม่อยากเจอนาย แต่เพราะมาถึงนายก็เอาแต่ดื่มท่าเดียวเลยนี่ แล้วฉันจะเอาเวลาไหนไปคุยกับนายล่ะหืม” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยบอกอย่างใจคิดทำเอาคนร้องไห้ก่อนหน้านั้นหยุดร้องขึ้นมาดื้อๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อที่ค่อยลามทั่วใบหน้าจนถึงใบหูอย่างรวดเร็ว


          ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคิเสะคิดกับเขายังไง สายตาที่เจ้าตัวมองมาทางเขามันบอกออกมาทุกอย่าง เพียงแต่เขาไม่พูดออกมาเท่านั้น ส่วนถ้าถามว่าเขารู้สึกยังไงล่ะก็ ก็ให้เจ้าตัวดูเอาเองก็แล้วกัน


END

ผลงานอื่นๆ ของ เจ้าแม่ย้อย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 08:46
    อยากอ่านเรื่องยาวของคู่นี้ น่ารักมากค่ะ
    #2
    1
    • 17 กันยายน 2560 / 20:59
      ถ้ามีเรื่องยาว ทางเราจะแจ้งไปนะคะ
      #2-1
  2. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:01
    สนุกอะคับอยากให้แต่งเรื่องยาว
    #1
    1