[END] SCENT : SILVER BULLET [OMEGAVERSE]

ตอนที่ 14 : SILVER BULLET [13]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 433 ครั้ง
    21 ก.ย. 62

-13-


“ผมถามได้ไหมครับว่าแม่ตอบว่าอะไร”

“...ไม่คิดว่าแม่นายจะปฏิเสธฉันแล้วโวยวายเหรอ” 

โรมันที่นั่งหลบมุมอยู่ทางซ้ายของเบาะรถและกอดกระเป๋าใบเล็กของตัวเองเอาไว้แน่นยกยิ้มพลางส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธ ไม่ว่าอย่างไรแม่ของเขาก็ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่... ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่กล้าต่างหาก

“ผมไม่คิดว่าพออยู่ต่อหน้าคุณ ท่านจะกล้าโวยวายหรือปฏิเสธ” 

“หึหึ” มิคาเอลหัวเราะในลำคอ มือที่กำลังลูบไล้ศีรษะของคนบนตักเปลี่ยนเป็นแตะนิ่งอยู่ที่ข้างแก้มเย็นเฉียบแทน “ไม่ได้ตอบอะไร แต่แค่มองก็รู้ว่าปฏิเสธ อา...ต้องบอกว่าไม่มีทางเลือกต่างหาก”

“แม่ไป...ตกลงกับใครบางคนเอาไว้แล้ว” 

“ดูท่าที่เคยให้นายพาโอเมก้ามาเสนอตัวให้ฉันก็คงไม่ใช่ความคิดตัวเองทั้งหมด ได้ข่าวว่าช่วงนี้ไปเจอผู้นำตระกูลเชรีเยฟบ่อยๆ นี่”

“เชรีเยฟเหรอครับ” โรมันขมวดคิ้วครุ่นคิด เขาพอจะรู้ว่าแม่ออกไปข้างนอกพร้อมการ์ดกลุ่มใหญ่บ่อยๆ แต่ไม่เคยสนใจว่าท่านจะไปไหน เพราะคิดว่าอาจไปเจอเพื่อนๆ เพื่ออวดเครื่องเพชรตามประสา ไม่คิดเลยว่าแม่จะไปรู้จักกับผู้นำเชรีเยฟที่เพิ่งฟื้นตัวกลับมาได้ หลังจากผู้นำคนเก่าเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน

“ดูเหมือนแม่นายคิดจะปูทางให้นายกลายเป็นผู้นำชาลอฟเต็มที่เลยนะ ถึงขั้นไปสมคบคิดกับคนที่อยากฆ่าฉันเพื่อแก้แค้นแทนพ่อเสียด้วย” มิคาเอลโคลงศีรษะอย่างไม่ใส่ใจแม้จะรู้ว่ามีคนหมายชีวิตตัวเองอยู่ ถึงอย่างไรอังเดรย์ก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว เพิ่มมาอีกสักคนจะเป็นไรไป

“หมายความว่า...ที่ผู้นำคนก่อนของเชรีเยฟเสียชีวิตเป็นฝีมือของคุณเหรอครับ”

“เป็นคำสั่งของพ่อนาย”

มิคาเอลแทบจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ที่เขานึกถึงขึ้นมาก็เป็นเพราะลูก้าช่วยเตือนความจำให้ อดีตผู้นำเชรีเยฟทำธุรกิจสีเทา ไม่ถึงขั้นดำมืดอย่างที่ชาลอฟทำ ทว่าเรื่องของผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร หลังเริ่มมีความบาดหมางสองตระกูลก็หันคมดาบเข้าใส่กัน ดูคล้ายจะเป็นสงคามยืดเยื้อหากชาลอฟเป็นคนในระดับเดียวกันล่ะก็นะ

น่าเสียดายที่ไม่ใช่... เมื่อทีมทหารรับจ้างที่ถูกส่งมาจัดการผู้นำชาลอฟทำงานไม่สำเร็จ มิคาเอลจึงถูกส่งไปบ้างพร้อมทีมลูกน้องเพียงสิบคน เขายังจำภาพลูกชายของอีกฝ่ายที่ยืนตัวสั่นมองมาอย่างหวาดกลัวได้ดี ทว่ามิคาเอลในเวลานั้นเป็นเพียงเครื่องจักรสังหาร เขารับคำสั่งและทำตามแค่ที่ถูกสั่ง เมื่อผู้นำไม่ได้บอกให้ฆ่าใครอีก เขาจึงไม่ฆ่า ปล่อยเด็กคนนั้นกับความแค้นเอาไว้เบื้องหลังและไม่คิดจะใส่ใจจนถึงตอนนี้

“ให้ผมจัดการได้ไหมครับ”

“หืม” มิคาเอลเลิกคิ้วเล็กน้อย เสียงดูเหมือนจะประหลาดใจแต่หน้าตากลับเรียบเฉยคล้ายคาดเดาได้อยู่แล้ว

“ผมไม่อยากอยู่เฉยๆ เป็นภาระให้คุณ ยังไงผมก็มีลูกน้องเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องเชรีเยฟผมจะจัดการให้เอง พวกนั้นจะไม่มีเวลาไปยุ่งวุ่นวายกับคุณแน่นอน” โรมันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่าคนรักที่นั่งอยู่เบาะหน้าหันมามองด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย “ผมจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง ยังไงสิ่งที่ผมมีก็คือสมองอยู่แล้ว”

“ถ้าจะตัดก็ตัดให้ขาดแล้วกัน” 

คำพูดทิ้งท้ายของมิคาเอลทำให้โรมันเงียบไปนาน ทว่าเมื่อก้มลงมองหน้าท้องที่ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนักของตัวเองเขาก็มั่นใจ มารดาที่ไม่ได้มีความรักความเข้าใจต่อกันกับลูกตัวน้อยที่กำลังจะเกิด อะไรสำคัญกว่าก็เห็นๆ อยู่แล้ว

“จะว่าไปแล้ว...คุณบอกว่าถ้ากลิ่นของคู่แท้ทำให้คุณคนนั้นคลุ้มคลั่งคุณจะฆ่าตัวปัญหาทิ้ง.."

“ก็ถ้ามันเป็นตัวปัญหาจะเก็บเอาไว้ทำไมล่ะ”

“..นี่คุณไม่ได้เกลียดโอเมก้าใช่ไหมครับ” โรมันหันไปมองคนที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้านายของเขาเต็มตัวอย่างเป็นกังวล แม้จะโล่งใจที่อย่างน้อยคุณเขาก็เสนอทางเลือกให้ ไม่ได้ดูรังเกียจกันแต่อย่างใด แต่ถ้าได้รับคำตอบตรงๆ ก็คงจะดีกว่า

“เกลียดเหรอ” มิคาเอลแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ “อิจฉาต่างหาก”

“อิจฉา?"

“ก็โอเมก้ามีลูกได้ไม่ใช่เหรอ” แววตาสงบนิ่งที่มองไปยังหน้าท้องของโรมันคล้ายจะลุกโชนขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วยามเขาก้มลงมองคนบนตักที่เริ่มขยับตัวคล้ายจะตื่น

“..."

“น่าเสียดายที่เราเป็นอัลฟ่าด้วยกันทั้งคู่"

โรมันยังไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงความหมายของคำพูดแฝงความเสียดายของคนข้างกาย รถคันหรูก็จอดหน้าบ้านหลังหนึ่งเข้าเสียก่อน ลูก้าเป็นคนแรกที่ลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูด้านหลัง ส่งมือให้คนรักที่กำลังท้องเดินลงไปอย่างปลอดภัยแล้วจึงก้มศีรษะรอให้นายทั้งสองคนตามลงไป

“ลูก้า ยกห้องของนายให้การ์ดคนอื่นของโรมันไป ส่วนนายพาโรมันไปนอนชั้นบน” ประโยคคำสั่งที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธดังขึ้นแทบจะทันทีที่เท้าของผู้พูดแตะพื้น เมื่อสั่งการเสร็จเรียบร้อยแล้วมิคาเอลก็จูงมือไคพาเดินเข้าไปด้านในโดยไม่รอฟังอะไรอีก ทิ้งให้ผู้มาใหม่ยืนเคว้งอยู่ด้านหลังกับคนรักของเจ้าตัวเพียงลำพัง

ไม่รู้ว่าตั้งใจเปิดโอกาสให้อยู่ด้วยกันหรือแค่ไม่สนใจอะไรนอกจากอยากพาไคไปนอนดีๆ กันแน่

แต่ดูท่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า...

พอได้กลับมาอยู่ในห้องด้วยกันสองคน มิคาเอลก็แปลงร่างเป็นมิคาเอลที่ชอบออดอ้อนไคแทบจะทันที เขาให้ไคนอนบนเตียง พิงพนักดูโทรทัศน์แบบที่ไม่ค่อยได้ทำนัก ส่วนตัวเองเอนกายนอนพาดอกเหมือนเป็นชายหนุ่มตัวเล็กตัวน้อย หากจะโทษว่าเป็นความผิดใครก็คงต้องโทษไคที่ไม่เคยปฏิเสธหรือบ่นตรงๆ ว่าหนักเสียที นอกจากนี้ยังอ้าแขนกระชับช่วงไหล่ของเขาเอาไว้ตามความเคยชินอีก

“เมื่อวาน...” มิคาเอลค่อยๆ พูดออกมาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทั้งที่ตาไม่ละไปจากหน้าจอโทรทัศน์ “มีคนส่งอีเมลมาหาไค ขอให้ช่วยเรื่องงานจัดแสดงภาพวาดช่วงอาทิตย์หน้า”

“…”

“ตอนแรกฉันว่าจะไม่สนใจ แต่คิดว่าไคน่าจะรู้จักคนคนนั้น... คุโจ อิชิดะ อะไรสักอย่าง”

“อาจารย์” ไคตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เพียงเท่านั้นมิคาเอลก็นึกออกแทบจะทันที เพราะตอนสืบประวัติของไค เขาจำได้ว่าในชีวิตที่แสนมืดมิดของอีกฝ่ายมีคนคนหนึ่งเคยให้ความช่วยเหลือด้วยการมอบอุปกรณ์วาดภาพให้เนื่องจากเห็นว่าไคมีพรสวรรค์ ทั้งยังให้ยืมทุนก้อนหนึ่งไปเล่าเรียนทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไคเลยด้วยซ้ำ

คนคนนั้นคือผู้มีพระคุณของไค...

“ดูเหมือนอาจารย์ของไคจะจัดนิทรรศการเพื่อเอารายได้ไปทำบุญแต่ได้รับเสียงตอบรับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ได้มีช่องทางโปรโมตอะไรมากมาย เลยส่งอีเมลมาขอให้ไคช่วยเอาภาพไปจัดแสดง ไคอยากไปเจออาจารย์หรือเปล่า”

“…อืม”

“ฉันเพิ่งเอามาบอกวันนี้เพราะต้องสืบให้แน่ใจก่อนว่าคนคนนั้นไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกที่จ้องจะทำร้ายเรา ใจจริงช่วงนี้ฉันไม่อยากให้ไคออกไปไหนเท่าไหร่ แต่ยังไงฉันก็ต้องทำงานให้ครบตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทอยู่แล้ว งั้นเราไปงานนี้ด้วยกันเลยก็แล้วกัน ฉันจะได้ถือโอกาสขอบคุณที่อาจารย์เคยช่วยเหลือไคด้วย”

ถึงคำพูดจะดูน่าสงสัยว่าทำไมมิคาเอลต้องไปขอบคุณอาจารย์ของเขาด้วย หากไคก็ไม่ได้สงสัยหรือถามไถ่อะไร เขาเพียงรับฟังด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วเอ่ยตอบรับทุกสิ่งตามที่มิคาเอลต้องการเหมือนเช่นทุกครั้งเท่านั้น

“อืม”

“เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง ไคไม่ต้องเป็นห่วง” 

“อา…” ไคส่งเสียงตอบรับในลำคอแล้วทำท่าจะเงียบไม่พูดอะไรอีก ทว่าจู่ๆ เขาก็ชะงักเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เคยพูดคุยกับคนข้างกายเมื่อหลายวันก่อน คนคนนี้บอกว่าไม่พูดก็ไม่เป็นไร แต่ก็ชัดเจนว่าหากพูดแล้วคงจะชอบมากกว่า 

“ไค?”

“ไป...ด้วยกัน” คนพูดน้อยขมวดคิ้วยุ่งยากใจ ไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะปกติแค่มองตามิคาเอลก็รู้ทันไปหมดทุกอย่างจนไม่ต้องพยายามอธิบายอะไรอยู่แล้ว “ได้เหรอ”

มิคาเอลผละกายออกจากอ้อมกอดของไค ก่อนจะคุกเข่านั่งทับขา จ้องมองคนที่พูดออกมาเกินสามพยางค์ด้วยสีหน้าที่ปกปิดความตกใจเอาไว้ไม่มิด

“ไค ทำไม...”

“ไม่ดี?”

“ดีสิ ดี ดีมากเลย” สุดท้ายคนถามก็หลุดหัวเราะออกมา หัวใจพองโตจนคับอกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นาทีนี้เขาไม่อยากรู้แล้วว่าอะไรทำให้ไคเปลี่ยนไป รู้เพียงการเปลี่ยนแปลงนี่ทำให้เขามีความสุขสุดๆ ไปเลย

“ยิ้มกว้าง...” 

“ต้องยิ้มกว้างสิ ก็ฉันมีความสุขนี่” ว่าจบคนตอบก็ฉีกยิ้มกว้างกว่าเก่า ขณะทอดสายมองคนที่กะพริบตามองกันนิ่งๆ อย่างอ่อนโยน “ไคก็มีความสุขเหมือนกันใช่ไหม”

ความสุขเหรอ...

ไคนิ่งไปเล็กน้อยเพื่อทบทวนคำถามและควานหาคำตอบในใจ ฉับพลันเมื่อได้เห็นรอยยิ้มรอคอยของคนตรงหน้า หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาจังหวะหนึ่ง แค่นี้ก็น่าจะเป็นคำตอบได้แล้ว

“อืม... มีสิ”

มีมานานมากแล้ว แค่เพิ่งรู้สึกตัวชัดๆ ก็เท่านั้นเอง



“นี่มัน...อะไรกัน”

“ผมให้คนจัดการเปลี่ยนพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นงานนิทรรศการกึ่งเดินแบบ มีกล่องรับบริจาคตั้งไว้ตามจุดต่างๆ นอกเหนือจากการเก็บค่าเข้างานเพื่อให้ได้เงินบริจาคมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ด้านนอกมีผู้รอเข้าร่วมงานเกินร้อยคนแล้วทั้งที่เราเพิ่งประกาศว่าคุณมิคาเอลจะมางานนี้เมื่อสิบนาทีก่อน คาดว่าอีกสองชั่วโมงตอนที่งานเริ่มจะมียอดผู้รอเข้าร่วมงานมากกว่าห้าร้อยคน”

“ดะ...เดี๋ยวนะ”

“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายให้การดำเนินงานเพื่อปรับปรุงนิทรรศการธรรมดาๆ ให้กลายเป็นงานใหญ่แบบนี้ คุณมิคาเอลบอกว่าจะถือเป็นการทำบุญในนามของคุณไค รายได้ทั้งหมดไม่จำเป็นต้องนำมาหักค่าใช้จ่ายให้ส่วนที่ถูกออกไปก่อน” ลูก้าหันหน้าไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านข้าง “ไม่ทราบว่ามีข้อสงสัยตรงไหนไหมครับ”

“ผม...ผมไม่เข้าใจ” 

“ผมขออนุญาตตอบคำถามในส่วนที่คุณน่าจะสับสนอยู่ในตอนนี้... คุณมิคาเอลเป็นคนอ่านอีเมลขอความช่วยเหลือของคุณครับ พอรู้ว่าคุณไคต้องการช่วยคุณจึงมีคำสั่งให้ผมเข้ามาจัดการดูแลงานในบริเวณนี้แทน ผมอาศัยช่วงที่คุณวุ่นวายอยู่กับงานวาดแทรกแซงติดต่อกับผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ แล้วก็ส่งคนเข้ามาปรับปรุงให้งานใหญ่เหมาะสมกับจำนวนคนที่คาดว่าจะมาเข้าร่วมเมื่อรู้ว่าคุณมิคาเอลจะมาเดินแบบการกุศลที่งานนี้ รวมถึงจัดการเรื่องระบบการตรวจคนเข้างานเพื่อป้องกันปัญหามีโอเมก้าฮีทกะทันหันจนงานพังด้วย” 

 คุโจ อิชิดะถอดแว่นออกจากใบหน้าแล้วเช็ดมันเข้ากับชายเสื้อของตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา เมื่อตั้งสติได้แล้วเขาจึงใส่แว่นแล้วกวาดตามองไปทั่วบริเวณอีกครั้ง หากมันก็ยังเป็นภาพงานนิทรรศการกว้างขวางแบบที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอยู่ดี

ห้าวันก่อนเขายังเข้ามาดูงานแล้วเห็นพื้นที่โล่งๆ ที่มีจุดให้จัดวางภาพเพียงไม่กี่จุดอยู่เลย ทว่าวันนี้เมื่อได้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่มีจุดแสดงภาพเพิ่มจากเดิมหลายเท่า ทั้งยังประดับตกแต่งตามจุดต่างๆ อย่างสวยสดงดงาม ไม่ว่าจะยืนอยู่มุมใดก็มองเห็นเวทีสีขาวยาวเหยียดที่ไม่รู้ว่าถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างไรได้อย่างชัดเจน เขาก็อดสะพรึงให้พลังอำนาจของผู้ที่ลูกศิษย์ไปรู้จักสนิทสนมด้วยไม่ได้

เด็กที่แสนน่าสงสารคนนั้นไปรู้จักกับคนระดับนี้ได้ยังไงกันนะ...

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้คุโจก็เบนสายตาไปมองภาพแผ่นหลังกว้างของอัลฟ่าสองคนที่ยืนมองภาพถ่ายภาพหนึ่งอยู่ไม่ไกล เพียงเห็นสีหน้าเย็นชาสูงส่งของชายผู้นั้นตอนเข้ามาทักทายเขาแล้วกล่าวขอบคุณที่เคยช่วยเหลือไคด้วยท่าทีไม่อ่อนน้อมหากก็ไม่ได้แข็งกร้าว เขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าชายผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดาหรือนายแบบธรรมดาแน่นอน คุโจยังจดจำช่วงเวลาที่ดวงตาคู่คมตวัดมาหาคล้ายจะประเมินจนร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวได้ดี

ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการของอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างเขานี่ก็เหมือนกัน มองจากบุคลิกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แค่ผู้จัดการธรรมดา หากบอกว่าเป็นทหารอะไรพวกนั้นยังจะน่าเชื่อกว่าอีก

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ” คุโจทอดถอนใจแล้วโยนเรื่องทุกอย่างในหัวทิ้งไป ในเมื่อคนคนนั้นดีกับเด็กน่าสงสารอย่างไค เขาก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน มองดูภาพใบหน้าที่แม้จะเฉยชาไม่เปลี่ยน หากก็ไม่ได้ว่างเปล่าราวกับพร้อมจะหายไปได้ทุกเมื่อเหมือนสมัยก่อนก็พอจะบอกให้รู้ได้แล้วว่าไคยินดีอยู่กับคนผู้นั้น

“ไม่เป็นไรครับ นั่นเป็นสิ่งที่คุณมิคาเอลยินดีทำเพื่อคุณไค”

ไม่ใช่เพื่อเขาหรือเพื่อทำบุญใดๆ แต่ทั้งหมดเพื่อไค

“เป็นเด็กที่ชัดเจนดีนะ” 

“ครับ...” ลูก้าตอบรับด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนลงเล็กน้อย “เขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

การเดินแบบภายในงานไม่ได้มีเพียงมิคาเอลคนเดียวที่เป็นนายแบบ แต่ยังมีนายแบบและนางแบบอีกหลายคนที่ลูก้าเรียกมา ลำพังอาศัยชื่อของเจ้านายก็ตกคนที่อยากทำงานกับเขามาได้เยอะแล้ว พอผนวกรวมกับเอาชื่องานการกุศลใส่เข้าไปอีก พวกนายแบบนางแบบที่อยากได้หน้าก็เต็มใจมายิ่งเข้าไปใหญ่

นี่คือการเดินบนเวทีเดียวกับมิคาเอลเชียวนะ... ไม่ว่ายังไงคนกับนักข่าวก็ต้องมาเยอะแน่ แถมยังได้ชื่อว่าเป็นงานการกุศลไม่หวังผลกำไรอีก หากไม่เรียกว่าโอกาสแล้วจะเรียกว่าอะไรได้

มิคาเอลยืนกอดอกมองคนของตัวเองเอาภาพวาดของไคมาชัดแสดงตามจุดต่างๆ อย่างระมัดระวังด้วยแววตาคมกริบ ข้างกายมีคนตัวสูงเจ้าของผลงานที่ดูจะไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่นักยืนอยู่ไม่เคยห่างเกินสามก้าว กระทั่งมั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเขาจึงจูงมือคนสำคัญไปด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินแบบเป็นคนสุดท้าย ทิ้งบริเวณหน้างานให้ลูก้ากับพิธีกรที่ถูกว่าจ้างมาทำหน้าที่กันเอง

“ฉันไม่แต่งหน้า ไปดูแลคนอื่น” มิคาเอลโบกมือไล่ช่างแต่งหน้าที่ยืนตัวสั่นคล้ายไม่ได้เต็มใจอยากมาทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว พออีกฝ่ายได้รับคำอนุญาตก็วิ่งแจ้นหนีไปแทบจะทันที ในห้องส่วนตัวซึ่งถูกแยกออกมาจากจุดแต่งตัวของนายแบบนางแบบคนอื่นๆ ยามนี้จึงเหลือเพียงเขากับไคเท่านั้น

ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อหันไปเห็นไคเอียงศีรษะด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ต้องรอให้สงสัยนาน เขาก็จัดการเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกาย เผยให้เห็นความสมบูรณ์แบบที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน 

ไคกะพริบตาช้าๆ จ้องร่างกายเปลือยเปล่าของคนตรงหน้านิ่งๆ อยู่ไม่กี่วินาทีก็ลุกขึ้นยืน คว้าหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีแดงสดที่ถูกแขวนไว้มาถือ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาแล้วคลุมมันลงบนร่างของคนที่เอาแต่ยืนมองเขายิ้มๆ 

“ไม่หนาว?”

“ไม่หนาวหรอก” 

มิคาเอลกดบ่าไคให้นั่งลงบนเก้าอี้หลังจากเจ้าตัวช่วยเขาผูกผ้าคาดเอวจนเสร็จ จากนั้นจึงก้าวไปนั่งคร่อมตักแล้วเอาแขนคล้องลำคอแข็งแกร่งของคนที่ยกมือขึ้นมาโอบเอวกันตามสัญชาตญาณเอาไว้

“ทำอะไร” ประกายอันตรายวาบผ่านดวงตาเฉื่อยชาไร้อารมณ์ไปอย่างเงียบงัน น่าเสียดายที่มิคาเอลกะพริบตาพอดีจึงไม่ทันได้เห็นมัน แล้วก็คงเพราะไม่เห็น เขาจึงยังกล้าพูดต่ออย่างอารมณ์ดี

“ยั่ว”

“…” ฝ่ามือที่เกาะกุมเอวสอบเอาไว้เลื่อนต่ำลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดน่าตีของอัลฟ่าชั้นสูงตรงหน้า ไคลอบถอนหายใจอย่างเงียบงันขณะออกแรงบีบผิวเนื้อบริเวณนั้นเป็นการเตือนคนแสนซนที่ยังไม่ยอมหยุดทำสิ่งที่เรียกว่ายั่วเสียที 

“วันนี้ฉันช่วยไคทุกอย่าง ถึงตาไคช่วยฉันบ้าง” 

“ช่วย?”

“ใช่ ช่วย” มิคาเอลยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันหน้าไปหยิบจานสีที่วางเตรียมพร้อมอยู่บนโต๊ะมาส่งให้ไค “นี่เป็นงานแสดงโชว์ศิลปะ นายแบบก็ต้องทำตัวให้เข้ากันกับงาน...”

“…”

“ที่ไคต้องทำก็แค่...ทาสีลงบนตัวฉัน” มิคาเอลกดมือของไคลงบนจานสี จากนั้นดึงมาวางที่ซอกคอขาวผ่องของตัวเอง บังคับให้มือนั้นลากไล้เป็นทางยาวผ่านหน้าอกลงไปยังหน้าท้องแข็งแรง สีสันหลากหลายบนสีที่ถูกผสมเอาไว้แล้วกลายเป็นทางยาวซึ่งอาจถูกมองว่าเลอะเทอะได้ง่ายๆ หากไม่ใช่ว่ามันอยู่บนเรือนร่างของบุคคลผู้สมบูรณ์แบบอย่างมิคาเอล

“ซน” ไคกำมือตัวเองไว้เมื่อรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าชักจะดันมือกดลึกจนเกินไป เมื่อรวมเข้ากับคำพูดเหมือนกำลังตำหนิเด็กตัวเล็กตัวน้อย เทวทูตตรงหน้าก็ยอมผละมือออกกลับมาคล้องคอเขาแล้วเอาแต่ยิ้มเหมือนเดิม

“ถ้าไคทำไม่เสร็จฉันจะไม่ลุกนะ”

คนฟังตอบแทนคำพูดด้วยการปาดมือลงบนแก้มขาวๆ แสนน่าหมั่นไส้ ถึงอย่างนั้นมิคาเอลก็ยังยิ้มไม่หุบ ดูจะมีความสุขมากจนผิดปกติ ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเนื้อตัวจะเลอะเทอะขนาดไหน

“เวลา...”

“ช่างมัน” มิคาเอลพูดปัดอย่างไม่ใส่ใจ พลางโน้มใบหน้าเข้าใกล้คนที่กำลังปาดสีลงบนแก้มเขาช้าๆ ยิ่งยามเห็นดวงตาคู่คมจ้องมองกลับมาโดยไม่ปฏิเสธเขายิ่งได้ใจ ปัดป่ายปลายจมูกของตัวเองกับของไคไปมาอย่างมีความสุข

ชั่วขณะหนึ่งดวงตาคู่คมของคนเฉื่อยชาดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนโดนโจมตีโดยไม่คาดคิดหยุดชะงักทุกสิ่งอย่างมองตาค้าง กว่าจะรู้ตัวริมฝีปากบางเฉียบก็กดทับลงมาตรงๆ มิคาเอลกะพริบตาปริบๆ เมื่อถูกรุกก่อน แต่แค่ไม่กี่วินาทีเขาก็ตั้งสติได้ มือกดท้ายทอยของไคให้ริมฝีปากแนบชิดกว่าเดิมเพื่อรับสัมผัสอบอุ่นอย่างเต็มใจ

มิคาเอลดูดดึงริมฝีปากล่างของคนหน้าตายเบาๆ แล้วผละออกอย่างเสียดายเพราะรับรู้ได้ว่าอีกไม่นานคงมีคนเข้ามาตามเป็นแน่ สองแขนที่ยังกอดรอบลำคอของไคเอาไว้ออกแรงกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อออดอ้อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะต้องแยกตัวไปทำงาน

“นี่รางวัลของฉันเหรอ”

“…อืม” 

“เป็นรางวัลที่คุ้มค่ามาก... แต่คราวหน้าขอมากกว่านี้ได้ไหม” คนพูดคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้วางใจ ทว่าเพียงไม่นานก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเป็นประหลาดใจแทนเมื่อถูกไคบีบจมูกด้วยความมันเขี้ยว

“ไปทำงาน...”

“ไปแล้วก็ได้ เดี๋ยวเจอกันนะ”

ไครั้งแขนของคนที่ทำท่าจะลุกออกจากตักเอาไว้พร้อมออกแรงดึงให้อีกฝ่ายทรุดตัวลงบนตักอีกครั้ง หากคราวนี้เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ ทว่ากอดรั้งร่างที่ผอมกว่าเล็กน้อยเข้ามาแนบตัวแล้วกดริมฝีปากลงที่ข้างขมับขาวแผ่วเบา

“กลับบ้าน...ค่อยว่ากัน”

ให้ตายเถอะ... 

ตอนเขาแยกไปคุยโทรศัพท์ คุโจพูดอะไรกับไคกันแน่ ทำไมจู่ๆ ถึงขยันทำดาเมจใส่กันแรงขนาดนี้นะ

ในขณะที่มิคาเอลเดินอึนเตรียมไปขึ้นเวที การ์ดที่ยืนรออยู่ด้านนอกก็เข้ามารับไคออกไปเดินดูงานต่อตามหน้าที่แทนลูก้าที่ต้องดูแลหน้างาน ตอนนี้บรรดาแขกที่เข้ามาร่วมงานพากันเดินไปเดินมาดูนิทรรศการศิลปะจนพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้อัดแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งริมเวทีที่อีกไม่นานจะมีนายแบบหลายชีวิตออกมาเดินโชว์ตัว

คุโจที่ยืนคุยกับผู้ร่วมงานอยู่ไม่ไกลนักเดินเข้ามาหาทันทีที่เห็นไคออกมาจากหลังเวที พอได้เห็นสีหน้าของลูกศิษย์ที่ดูเฉยชาไม่เปลี่ยน เขาก็ยกยิ้มอย่างรู้ทัน

“มีความสุขจริงๆ ด้วยสินะ... ใช่เพราะพ่อหนุ่มไม่ธรรมดาคนนั้นหรือเปล่า”

ไคกะพริบตามองอาจารย์ตัวเองซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มองอารมณ์ภายในของเขาออก แม้จะไม่มากและเข้าใจทุกอย่างเหมือนมิคาเอล แต่ก็ถือว่าพอจะจับความรู้สึกได้ไม่น้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบรับง่ายๆ 

คำพูดของผู้มีบุญคุณยามเดินเคียงข้างกันตอนมิคาเอลแยกตัวไปรับโทรศัพท์ยังคงดังก้องอยู่ในหัวไม่จางหาย


‘เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ... ในที่สุดก็ตามหาที่ที่เป็นของตัวเองเจอแล้วใช่ไหม’

‘ไม่ว่าจะเพราะอะไร รักษามันเอาไว้ให้ดีละ’

‘รู้ตัวว่าเป็นคนพูดน้อยก็แสดงออกให้เยอะหน่อย คนเขาจะได้เข้าใจว่ารู้สึกอะไร ไม่หมดกำลังใจไปเสียก่อน’ 


แม้แต่คนอื่นยังรู้ว่าเขามีความสุขเวลาได้อยู่เคียงข้างคนคนนั้น แล้วตัวเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร ไคไม่เข้าใจเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกว่าต้องแสดงออกอย่างไรให้อีกคนเข้าใจ แต่เขารู้ว่าต้องทำแบบไหนมิคาเอลถึงจะใจเต้นแรงและฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข 

“ตอนเจอกันครั้งแรก นายยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียวที่ใส่เสื้อผ้ามอซออยู่เลย ดูวันนี้สิ... กลายเป็นหนุ่มหล่อมีฐานะไปแล้วไม่ใช่หรือเนี่ย” คุโจยิ้มกว้างพลางกวาดตามองร่างกายของศิษย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เขายังจำได้ดีว่าสีหน้าว่างเปล่าราวกับพร้อมจะหายไปได้ทุกเมื่อของไคเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมันดูน่าหวาดกลัวขนาดไหน ทั้งยังรู้ดีว่าเด็กนี่เคยเจออะไรมาบ้าง เนื่องจากช่วงเดินทางไปทั่วโลกแล้วแวะเวียนมาจัดแสดงงานที่รัสเซีย เขาเคยไปเช่าบ้านพักอยู่แถวสลัมห่างไกลเมืองใหญ่เพื่อพักผ่อน และมันก็อยู่ไม่ไกลจากห้องเช่าเก่าๆ ของไคนัก

คุโจเอ็นดูเด็กคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นการได้เห็นไคเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข เขาจึงยินดีเป็นอย่างมาก แม้จะไม่ได้เหมือนคนทั่วไปทุกประการตรงที่เจ้าตัวไม่อาจแสดงความรู้สึกหรือเข้าใจอารมณ์ต่างๆ ได้เต็มร้อยเพราะเหตุการณ์ที่เคยเจอมาก็ตาม

“อาจารย์จะอยู่ที่นี่อีกอาทิตย์สองอาทิตย์เพื่อจัดการเรื่องงานการกุศลนี่ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะเดินทางต่อเลย คงไม่ได้มาอีกนาน เอาไว้ว่างๆ ก็มานัดกินข้าวกันสักครั้งนะ”

ไคพยักหน้ารับเงียบๆ โดยไม่ได้เอ่ยอะไร ส่วนคุโจก็เข้าใจนิสัยของลูกศิษย์ดีอยู่แล้วเลยไม่ได้ถามซ้ำ ในช่วงนั้นเองที่มีเสียงฮือฮาดังมาจากทางเวที คนทั้งคู่หันไปจ้องมองแล้วก็พบว่าในจังหวะที่พวกเขาพูดคุยกัน นายแบบคนอื่นๆ ได้เดินออกมาโชว์ตัวกันไปหมดแล้ว ยามนี้จึงถึงคิวของนายแบบคนสุดท้ายที่เป็นไฮไลต์แสนสำคัญ

มิคาเอลที่สวมชุดคลุมอาบน้ำสีแดงสดเดินออกมาจากหลังเวทีด้วยสีหน้าเย็นชาทว่าทำเอาใครต่อใครจ้องมองตาค้าง ตามตัวของเขาเปรอะเปื้อนคราบสีไม่แตกต่างจากนายแบบนางแบบคนอื่นๆ ทว่าดูน่าดึงดูดกว่ามากด้วยรูปร่างหน้าตาอันแสนสมบูรณ์แบบ ในวินาทีที่ดวงตาเย็นชาเบนมาเห็นไคเข้า มุมปากของนายแบบผู้ไม่เคยเผยรอยยิ้มให้ผู้ใดเห็นพลันยกขึ้นเล็กน้อย เรียกเสียงกรีดร้องจากผู้มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี

นายแบบผู้มีชื่อเสียงสาวเท้าเดินมาให้ถ่ายรูปถึงด้านหน้าเพียงไม่นานก็หมุนตัวเดินกลับ หากความรู้สึกตกค้างที่อยู่ในใจของผู้ชมไม่ได้จางหายตามไปด้วย ถ้ามีคนบอกว่ามิคาเอลเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็คงไม่มีใครเถียงได้

น่าเสียดายที่สำหรับมิคาเอล... เขาคิดว่าตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นของไคเท่านั้น

“ไปเถอะ” 

เสียงเตือนของอาจารย์ที่ดังอยู่ด้านข้างทำให้ไครู้สึกตัว เขาละสายตาจากเวทีหันไปมองอาจารย์อีกครั้ง ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงบอกลาและขอบคุณไปพร้อมๆ กัน จากนั้นหมุนกายเดินไปทางหลังเวทีโดยไม่หันกลับมาอีก 

เมื่อหลุดจากด้านหน้ามาได้เสียงพูดคุยจอแจก็จางหาย ไคกับการ์ดอีกคนที่เดินตามเขาแบบเนียนๆ อยู่ตลอดเวลาเดินตรงไปตามทางเดินที่ต้องผ่านห้องพักนายแบบกับห้องเก็บของอื่นๆ ก่อนสี่ห้าห้องจึงจะถึงห้องวีไอพีส่วนตัวของมิคาเอล ในตอนนั้นเองที่เสียงฝีเท้าไม่ได้รับเชิญดังขึ้นจากด้านหน้า ด้านหลัง รวมถึงด้านข้างที่มีคนเปิดประตูออกมา 

บอดี้การ์ดหนุ่มที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีพุ่งตรงเข้าคว้าแขนเจ้านายคนที่สอง กระชากดึงให้หลบคมมีดซึ่งพุ่งออกมาจากห้องด้านข้างอย่างรวดเร็วพร้อมแตะอุปกรณ์ข้างใบหูเพื่อแจ้งเตือนคนอื่นๆ ทว่าก่อนจะได้หันกลับไปตอบโต้ คมมีดของศัตรูจากด้านหลังก็ตวัดเข้าหาร่างกาย แทงลงมาที่หน้าท้องของเขาจนมิดด้าม ชายหนุ่มล้มลงพร้อมกันกับที่เห็นร่างเจ้านายอีกคนยืนนิ่งไม่ไหวติง ยินยอมให้ฝ่ายตรงข้ามพาตัวไปอย่างง่ายดาย

“อึก…” ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลไคแทนลูก้าฝืนร่างกายพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมติดต่อไปหาคนอื่นๆ ในทีมอย่างรวดเร็ว “ปิดทางเข้าออกให้หมด คุณไคถูกพาตัวไป”

[…รับทราบ]

ตาย... 

ตายกันหมดแบบไม่ต้องสงสัย... ไม่ว่าจะพวกเขาหรือศัตรูก็ตาม



“ข้างนอกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” 

“ครับท่าน” ลูก้าค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วรายงานความเป็นไปด้านนอกคร่าวๆ “ตอนนี้พิธีกรกำลังเปิดประมูลรูปภาพของคุณไคครับ ดูเหมือนจะเริ่มมีคนรู้แล้วว่าคุณไคเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง”

มิคาเอลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จยกมือเสยผมที่เป่าให้แห้งเรียบร้อยแล้วด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อผ้าที่วางทิ้งไว้มาใส่ เมื่อไคมาถึงจะได้กลับบ้านกันเลยไม่ต้องรั้งรออะไรอีก

“ไคยังคุยกับคุโจไม่เสร็จอีกหรือไง” 

“ตอนผมเดินเข้ามาหาท่านก่อน เห็นยืนเหม่อปล่อยให้คุณคุโจพูดอยู่ฝ่ายเดียวนะครับ”

“หึหึ ก็สมเป็นไคดี”

“แล้วก็...นี่เป็นอีเมลที่ทางโมเดลลิ่งส่งมาครับ” 

มิคาเอลเลิกคิ้วพลางรับโทรศัพท์มากวาดสายตาอ่านข้อความแบบไวๆ เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่สำคัญลูก้าคงไม่เอามารายงานให้เขารำคาญใจ


Dear MICHAEL,

We are so happy to have you back at your LAST significant work. We've informed you already about 'A sense of Silver Bullet' -- a perfume collection that is made JUST FOR YOU. 


Your photoshoot schedule will be at the time as I mentioned before. Please see to it that you fulfill your contract. We've all missed you, and we wish you were here ASAP.

Take whatever time you need to settle in and get back up to speed. We're grateful to have you back so soon.

Kind Regards,

Garan Hardner.


อา...งานสุดท้ายนั่นเอง เกือบลืมไปเสียสนิทว่ามีงานนี้รออยู่

‘Silver Bullet’ งั้นเหรอ เข้าใจคิดดีนี่

“ตอบกลับไปว่ารู้แล้ว” มิคาเอลส่งโทรศัพท์คืนให้ลูก้าอย่างไม่ใส่ใจ 

เมื่อเห็นเจ้านายไม่ได้ดูอารมณ์เสียและไม่คิดให้เขาไปเร่งคนสำคัญให้เข้ามาหา ลูก้าจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตัดสินใจพูดธุระที่ทำให้เขาเดินเข้ามาหาอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านครับ ผมอยากจะขอบคุณ...เรื่องของโรมัน”

มิคาเอลเหลือบมองการ์ดคนสนิทด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยขณะยกแก้วน้ำส่วนตัวขึ้นดื่ม ในดวงตาเย็นชาไม่ปรากฏวี่แววของอารมณ์ใดๆ ราวกับจะบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ก็แค่เสนอทางเลือกและยอมให้ทางนั้นมาอยู่ในความดูแลของตัวเองเฉยๆ

“ถือเป็นค่าตอบแทนที่คอยดูแลไค” …และคอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด 

เพราะนอกจากไค ก็มีแค่ลูก้าเท่านั้นที่มิคาเอลเชื่อใจ

“ขอบคุณครับ...” ลูก้าหยุดคำพูดและรอยยิ้มกะทันหันเมื่อหูฟังที่ใส่อยู่ตลอดมีเสียงแหบแห้งของหนึ่งในทีมการ์ดเล็ดลอดเข้ามา เขารับฟังถ้อยคำรายงานสั้นๆ และเสียงตอบรับของการ์ดคนอื่นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หากแผ่นหลังกลับชื้นเหงื่อขึ้นมากะทันหันอย่างผิดปกติสุดๆ

“มีอะไร” มิคาเอลยกแก้วขึ้นดื่มแล้วมองคนสนิทด้วยสีหน้าเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะรู้ว่าเรื่องที่ทำให้ลูก้าหลุดมาดได้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วไปก็ตาม

“ท่านครับ...”

“…”

“คุณไคถูกพาตัวไปแล้ว”

เพล้ง!

หยดเลือดสีแดงฉานไหลออกจากฝ่ามือขาวผ่อง ผ่านเศษแก้วแหลมคมอันเกิดจากแก้วที่ถูกบีบจนแตกกระจาย และล่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างเงียบงัน

“ว่าไงนะ”

เทวทูตพิโรธแล้ว...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 433 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #551 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 03:39
    ตาย พวกเราจะตายกันหมด555555555555555
    #551
    0
  2. #535 NACHI1743 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 09:58
    ก็คือยังดีที่มีความขี้เล่นอยู่นิดหน่อย
    ตาย ตานกันหมดทั้งตัวเองและศัตรู555
    #535
    0
  3. #497 baekbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:48
    ใครหนอช่างกล้าหาเหาใส่หัวตัวเองแบบนี้ ไม่ได้ตายดีแน่งานนี้ ไคสำคัญสำหรับมิคาเอลขนาดไหนก็รู้อยู่ // หวังว่าทีมการ์ดจะไม่ถูกพายุลูกนี้ซัดจนราบไปหมดนะ
    #497
    0
  4. #473 premmiii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:18
    เอาแล้วนหรหาไสฟจยไรดสฟวได
    #473
    0
  5. #219 เมี๊ยว~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 00:30
    ตายกันหมดแน่ 555555555555555 เอาจริงๆมันกำลัวเคร่งเครียดแต่นี่ขำมาก ตายกันหมด พี่มิโกรธแล้วววว
    #219
    0
  6. #185 DayLemons (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:49
    เอาแล้วๆๆ ตายกันเป็นแทบแน่ๆ
    #185
    0
  7. #184 ooy1565 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:09
    ใครมันช่างกล้าหาญเล่นกับเทพแห่งความตายนะชอบโรมันลูก้ายินดีด้วย
    #184
    0
  8. #183 susu@dcvc (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:56
    มิพิโรธแล้ววววววว ได้ตายกันทั้งคณะแน่ 555555555 โอ๊ยยยยยยย ต้องการเปย์เล่มเดี๋ยวนี้เลย ใจขะขาดแล้ว ค้างงงงงง
    #183
    0
  9. #182 MYild22 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:36
    โอ่ยยยย คุณมิโดนแย่งไคไปแล้ว มีแต่ตายกับตายแน่ๆ ท่านแม่ทรงกริ้วนัก555555
    #182
    0
  10. #181 Nun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:26

    อยากอ่านตอนต่อไปเลยอ่ะ

    #181
    0
  11. #180 punch98line (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:26
    ตาย ตายกันหมดทั้งฝั่งทางนี้เเละศัตรูเลยจ้าา เเม่พิโรธเเล้ว ไคอุส่าห์เริ่มเข้าใจตัวเอง ฮือออออ
    #180
    0
  12. #179 BifernSasikan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 09:49
    แย่แน่ๆ อดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ววววว
    #179
    0
  13. #178 Papillon Papillon de Nuit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 04:31
    อ่าโศกนาฏกรรมจะบังเกิดขึ้นในตอนหน้าแล้วววววว
    #178
    0
  14. #177 G__. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 00:58
    ตาย ตายหมดแน่จ้าแม่จ๋า ไม่เหลือแน่นอนงานนี้ ฮือ พิไครีบกลับมาหามิคาเอลเร็วววㅠㅠ
    #177
    0
  15. #176 FDB88 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:28

    คือเขินที่ไคแสดงออกกับพี่มิเยอะขึ้น ชัดเจนขึ้นมากเลย แต่ตอนนี้จะเป็นห่วงไคหรือคนที่กล้าบุกมาจับไคก่อนดี ใครกันนะที่กล้ามาแตะต้องไคของพี่มิ อาจจะเป็นเชรีเยฟก็ได้ แต่ว่านะ กล้าแตะคนสำคัญขนาดนี้ คงไม่ได้ตายดีแน่ๆ เชื่อพี่มิได้เลย เทวทูตจะสำแดงฤทธิ์เดชก็ครานี้

    #176
    0
  16. #175 Bluebia-sky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:09
    โอ๊ย อีน้องไคขัดขืนบ้างก็ดี การ์ดตายทั้งฝูงแน่งานนี้ อิลูก้าอดเจอลูกแล้ว
    #175
    0
  17. #174 Cnpt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:49
    คือไม่รู้จะเม้นตรงไหนก่อน แต่ตอนนี้ทำเขินมากน้ำตาจิไหล ดีใจกับพี่มิ แต่พอไคถูกจับตัวไปนี่ กลัวเลย กลัวฝ่ายตรงข้ามตายหมด5555555555
    #174
    0
  18. #172 Vanuda (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:15
    ตายหมดแน่ยุ่งกับคนสำคัญจัดการมันเลย
    #172
    0
  19. #171 yuki5555 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:50
    ไม่อยากจะคิดสภาพเลยจ้า ตายแน่ๆ
    #171
    0
  20. #170 earnnaruk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:36
    ตายๆ ตายแน่ๆ
    #170
    0
  21. #169 You Yoshino (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:33

    ตอนหน้ากี่ศพน้ออ~
    #169
    0
  22. #168 Rujie Taew (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:25
    ตอนหน้าได้ตายเกลื่อนแน่ พี่มิไม่เอาไว้สักคนแน่ๆจ้า
    #168
    0
  23. #167 leel26092545 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:24
    แม่มิมีความอิจที่ตัวเองท้องไม่ได้
    #167
    0
  24. #166 leel26092545 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:24
    องค์แม่ลงแล้วจร้าาา
    #166
    0
  25. #165 Ppm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:23

    ขอให้ไคปลอดภัยเด้อออ

    #165
    0