[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 19 : PRAMUK-17-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,040 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

-17-


ประมุขจัดแต่งชุดสูทสีครีมของตัวเองให้เข้าที่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันกลับไปหาคนที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลังแล้วถามด้วยน้ำเสียงภูมิใจทั้งที่ยังไม่ได้รับคำชมใดๆ

“ผมใส่สูทแล้วดูดีไหม”

ดีใจไปล่วงหน้าอย่างนี้แล้วจะถามทำไมอีก...

“ลูกแกะเหมาะกับสีนี้มาก” เกรย์เอ่ยชมจากใจตามประสาคนหลงแกะ และช่วยติดกระดุมสูทตัวนอก รวมถึงจัดไทด์สีดำที่เข้ากันกับเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในให้ลูกแกะน้อยอย่างปราณีต “อันที่จริงน่าจะบอกว่าเหมาะกับทุกสีมากกว่า”

“คุณต่างหากที่เหมาะกับทุกสี” ไม่ว่าเปล่า เพราะทันทีที่พูดจบลูกแกะก็เป็นฝ่ายลากเกรย์ไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ บังคับให้เขาหันไปมองสภาพตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้มเข้ากับไทด์สีเดียวกันและเสื้อเชิ้ตสีดำด้านในซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้เลือกให้อีกรอบ “นี่ถ้าไม่กลัวคุณเด่นเกินไป ผมอยากให้ลองสีเลือดหมูนะ ต้องดูดีมากแน่ๆ เลย”

“งั้นเรารีบไปก่อนลูกแกะจะบอกให้ฉันเปลี่ยนดีกว่า”

“ผมไม่บอกให้เปลี่ยนหรอกน่า”

ชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนเดินพูดคุยขำขันกันไปจนถึงด้านล่าง ซึ่งคุณท่านกับคุณผู้หญิงของบ้านยืนรออยู่ก่อนแล้ว เอริคในชุดสูทภูมิฐานยังคงดูดีแม้จะอายุขึ้นเลขห้า ขณะที่คาร่าในชุดราตรีดูสวยสดงดงามราวกับหญิงสาวอายุสามสิบต้นๆ เท่านั้น ความหน้าตาดีที่สืบทอดกันมาถึงคนเป็นลูกทำให้แม้แต่ประมุขที่เพิ่งเดินลงมายังอดมองด้วยความตกใจไม่ได้

“คุณผู้หญิงสวยมากๆ เลยครับ คุณท่านเองก็ดูดีมากเหมือนกัน” หากเป็นคนอื่นมาพูดคงไม่พ้นถูกกล่าวหาว่าประจบสอพลอ แต่พอออกมาจากปากของคนที่ดูซื่อทั้งเสียงทั้งหน้า มันก็กลายเป็นดูน่าเชื่อถือขึ้นมาจนคาร่าลอบเชิดหน้าด้วยความพอใจอยู่ครู่หนึ่ง

การเดินทางไปงานเลี้ยงในครั้งนี้ใช้รถสองคัน ไม่นับรถการ์ดที่ขับนำและขับตามอีกหลายคัน ประมุขแยกนั่งอยู่กับเกรย์ที่รถคันหลัง ตามติดรถของเอริคและคาร่าไปติดๆ หากยังไม่ทันได้ออกจากตัวบ้าน ลูกแกะน้อยก็ต้องหันซ้ายหันขวา มองหน้ามองหลังด้วยความสนใจอยู่หลายครั้ง เพราะเหมือนคราวนี้คนติดตามของพวกเขาจะเยอะมากเป็นพิเศษ

“งานอันตรายแบบนี้ แขกทุกคนต้องขนการ์ดตามติดไปเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พวกที่จะเข้าไปในเขตงานด้านในมีจำนวนจำกัด เพราะแบบนั้นเราถึงต้องระมัดระวังตลอดเวลา”

“ผมจะระวังตัวให้ดี คุณห่วงตัวเองด้วยนะ”

“เข้าใจแล้ว” เกรย์ยิ้มจางให้ลูกแกะน้อย มือลูบแก้มขาวไปมาเบาๆ ด้วยความรักใคร่ จากนั้นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายแง้มม่านมองวิวทิวทัศน์ในยามค่ำคืนตามต้องการโดยไม่ได้กวนอีก

หลังใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็ไปถึงสถานที่จัดงาน ซึ่งเป็นคฤหาสน์หรูติดทะเลที่โทมัสใช้สำหรับการจัดงานสังสรรโดยเฉพาะ ขบวนรถยาวเหยียดและบอดี้การ์ดในชุดสูทที่เดินผ่านไปมาพร้อมสรรพบ่งบอกได้ดีว่างานเลี้ยงในครั้งนี้มีคนสำคัญมาร่วมเยอะขนาดไหน แม้แต่ประมุขยังประหลาดใจจนต้องหันไปถามคนข้างกาย เมื่อได้รับคำตอบว่ามันเป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดและเป็นปีสุดท้ายในตำแหน่งของโทมัสด้วยจึงเข้าใจ

จากที่คิดว่าทำใจได้หลายวันแล้ว พอถึงเวลาเข้าจริงๆ ประมุขก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เขาสูดลมหายใจเข้าเพื่อควบคุมสติอยู่หลายครั้ง ซึ่งการ์ดที่รออยู่ด้านนอกก็ไม่ได้มีท่าทีจะเปิดประตูกดดัน ราวกับจะรอให้คนด้านในพร้อมที่สุดก่อน และในช่วงเวลาที่กำลังทำใจอยู่นั่นเอง จู่ๆ คนที่นั่งด้านข้างก็ประคองหน้าเขาให้หันไปหา แล้วจ้องมองมาด้วยดวงตาเยือกเย็นที่ทำให้จิตใจสงบตามไปด้วย

“ลูกแกะช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งได้หรือเปล่า”

“ได้ครับ” ประมุขพยักหน้ารับคำทันควันโดยไม่เสียเวลาคิด แล้วก็ได้รับรอยยิ้มอ่อนโยนตอบกลับมาเหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่าก่อนจะได้ถามว่าอยากให้ช่วยอะไร ฝ่ามือข้างหนึ่งก็วางทับลงบนใบหน้าจนเขาต้องหลับตาลงตามสัญชาตญาณ

“หลังจากฉันปล่อยมือออก นายต้องใส่หน้ากากนักแสดงเอาไว้ คิดเสียว่ากำลังเล่นละครอยู่บนเวทีที่มีผู้คนจับจ้องอยู่มากมาย อย่าให้ใครเห็นอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ทำได้หรือเปล่า”

ประมุขไม่ได้ตอบรับในทันที แต่ค่อยๆ คิดตามคำพูดนั้น และใช้เวลารวบรวมสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าตัวเองทำได้แล้ว เขาจึงพยักหน้าช้าๆ รอคอยให้เกรย์ปล่อยมือออก

“ผมทำได้...เพื่อคุณ” สีหน้ายากจะคาดเดา ดวงตาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น และใบหน้าที่ถูกประดับประดาด้วยรอยยิ้มสุภาพตามมารยาทซึ่งดูแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงทำให้คนมองยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

เกรย์เคาะกระจกรถเบาๆ จากนั้นเขาก็สวมหน้ากากการค้าที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาเช่นเดียวกันกับประมุข หากดูลึกลับซับซ้อนกว่ามากด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำลงไปก่อนเมื่อการ์ดเปิดประตูให้

โชคดีที่งานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นงานภายในที่มีการตรวจตราดูความปลอดภัยอย่างเข้มงวด บรรดานักข่าวจึงถูกกั้นให้ถ่ายรูปได้เฉพาะภายนอกรั้วคฤหาสน์ซึ่งอยู่ห่างไกลพอสมควร หมายความว่าแม้จะถ่ายภาพได้อย่างไรก็ไม่มีทางเห็นชัดและไม่มีโอกาสสัมภาษณ์อะไรได้เลย

ระหว่างทางเดินเข้าไปในคฤหาสน์หรูพร้อมพ่อแม่ของเกรย์และบรรดาการ์ดที่ห้อมล้อมทุกทิศทาง ประมุขมองไปรอบกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเหมือนปกติ เขาเชื่อฟังเกรย์ทุกคำพูดโดยการสวมหน้ากากตลอดเวลา แม้แต่เอริคและคาร่าที่ลงจากรถมาเห็นในทีแรกยังมองด้วยความประหลาดใจ...

ความประหลาดใจที่เกรย์เชื่อว่ามันจะยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก หากเข้าไปในงานแล้วพ่อกับแม่ของเขาได้เห็นว่าลูกแกะคนนี้ทำอะไรได้บ้าง

เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปด้านในพร้อมการ์ดสี่นายที่ถูกคัดเลือกไว้แล้ว ครอบครัวของผู้มาใหม่ก็กลายเป็นเป้าสายตาแทบจะทันที ทั้งนี้เพราะมีชื่อเสียงกันทั้งครอบครัวและยังมากันครบ แม้กระทั่งลูกชายคนสำคัญของเอริคที่ไม่ได้ออกงานมานานก็ยังมาด้วย นอกเหนือจากนั้นยังมีหนุ่มน้อยชาวเอเชียที่ดูโดดเด่นเมื่ออยู่ท่ามกลางคนฝรั่งเศสจำนวนมากมาดึงความสนใจให้ทวีคูณขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะถูกจับจ้องยิ่งกว่าใคร

การ์ดที่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาในงานแบบหนึ่งคนต่อหนึ่งเจ้านายกระจายตัวยืนอยู่ตามจุดต่างๆ อย่างแนบเนียน หากลูคัสที่ประกบเกรย์และวิคเตอร์ซึ่งอยู่ข้างกายประมุขกลับไม่เดินไปไหน หูคอยฟังถ้อยคำรายงานจากสมาชิกในทีมอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ตามองสังเกตสภาพแวดล้อมรอบด้านตามไปด้วย

“นาย…” เสียงกระซิบเรียกของลูคัสทำให้เกรย์ที่กำลังเดินตามหลังพ่อแม่หยุดเท้าและเอียงหัวไปหาโดยอัตโนมัติ “หนอนรายงานว่าตัวตลกเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”

“อืม ดูท่าพ่อแม่ก็ได้รับรายงานแล้วเหมือนกัน เรารีบเข้าไปทักทายแล้วแยกตัวออกมาเถอะ”

ประมุขที่พอจะจับใจความทุกอย่างได้โดยไม่ต้องให้ใครบอกคลี่ยิ้มจริงใจที่ไม่ใช่หน้ากากให้คนสำคัญที่หันมามองวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบปกปิดความรู้สึกทั้งหมดลงไปและเดินนำไปก่อนโดยไม่ได้พูดหรือถามอะไรสักคำ ทิ้งให้เจ้าของแกะยืนมองด้วยความพอใจและมันเขี้ยวอยากจับมาฟัดอยู่ครู่ใหญ่

“มัวชักช้าอะไรอยู่” คาร่าที่ยืนถือแก้วไวน์์รออยู่ก่อนแล้วหันไปมองลูกชายกับคนของอีกฝ่ายที่เพิ่งเดินเข้ามาหาด้วยแววตาตำหนิ “รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วก็เร่งหน่อย”

เพียงแค่ได้เห็นสายตาแหลมคมคู่นั้น ประมุขก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเขาเป็นผู้ถูกตำหนิอยู่เพียงคนเดียว หากลูกแกะน้อยของเกรย์กลับไม่แสดงอารมณ์หรือถกเถียงอะไร เพียงแค่ก้มหัวน้อยๆ โดยไม่คลายรอยยิ้ม และตอบกลับด้วยความสุภาพเท่านั้น

“ขออภัยด้วยครับคุณผู้หญิง”

“คุณแม่อย่าว่าน้องเลยครับ” คนที่เพิ่งเดินตามมาถึงวาดยิ้มและเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนนุ่มเหมือนเช่นที่ลูกที่ดีควรใช้กับพ่อแม่ หากดวงตาเยือกเย็นกลับทอประกายวาววับราวกับจะบอกให้มารดาหยุดคิดหักหน้าคนของเขา และการที่เกรย์ยกมือโอบบ่าประมุขเอาไว้เป็นเชิงปกป้องก็ดูจะได้ผลดีในหลายๆ ด้าน เพราะนอกจากจะเรียกสายตาของคนรอบด้านให้หันมามองด้วยความสนใจแล้ว ยังเป็นการทำให้แม่ของเขาพูดอะไรต่อไม่ได้ เนื่องจากต้องรักษาหน้าเอาไว้อีกด้วย

หากสิ่งที่คาร่าและเอริคคาดไม่ถึงกลับไม่ใช่การแสดงออกของลูกชายที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว...

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเดินมาช้าจะถูกคุณผู้หญิงตักเตือนก็ไม่แปลกอะไร ปล่อยให้เจ้าของงานรอนาน ไม่ยอมเข้าไปทักทายแบบนี้ถือว่าผิดมารยาทอยู่มาก ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

แม้ประมุขจะไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร แต่เพราะแขกคนสำคัญของที่นี่เกินครึ่งล้วนรู้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว พวกเขาจึงได้ฟังถ้อยคำเหล่านั้นเข้าเต็มๆ น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอของหนุ่มเอเชียซึ่งดูจะมีความสำคัญกับชายผู้ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในฝรั่งเศสสามปีซ้อนอย่างเกรย์ทำให้เริ่มมีเสียงพูดคุยนินทาในเชิงบวกดังขึ้นโดยรอบ กระทั่งผู้ที่ใครต่อใครต่างหลีกทางให้อย่างเอริคยังดูพอใจอย่างเห็นได้ชัด

“ไปเถอะ” คราวนี้ชายผู้เป็นใหญ่ที่สุดในครอบครัวเป็นผู้แตะแขนภรรยาซึ่งยืนนิ่งอยู่เป็นเชิงเตือน และเดินนำไปยังจุดที่เจ้าของงานยืนอยู่ด้วยตัวเอง การแสดงออกที่เหมือนจะช่วยเหลือของพ่อทำให้เกรย์ลอบมองคนข้างกายด้วยความยินดี น่าเสียดายก็ตรงที่ลูกแกะของเขาดูจะไม่รับรู้และไม่ได้สังเกตเห็นว่าพ่อของเขาเริ่มเปิดใจให้แล้ว

ลุงโทมัสที่เกรย์เรียกเป็นชายผมขาวสูงอายุ หน้าตาดูน่ากลัวและมากเล่ห์คล้ายจิ้งจอกจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนักการทูตคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้เอริค และทันทีที่อีกฝ่ายหันมาเห็นว่าใครกำลังเดินเข้าไปหาก็รีบตัดบทกับคนที่พูดคุยอยู่แล้วหันมายิ้มต้อนรับอย่างรวดเร็ว

“เอริค...” ชายสูงวัยทั้งสองกอดและตบบ่ากันไปมาราวกับจะให้กำลังใจ หลังจากนั้นก็เอ่ยคำทักทายอีกสองสามประโยคก่อนจะหันมาหาคาร่าและเกรย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “คาร่า... เกรย์ นี่หลานก็มาด้วยหรือ”

“วันเกิดคุณลุงทั้งที จะไม่มาได้ยังไงกันครับ” เกรย์ยกยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย ขณะที่โทมัสเองก็ยิ้มแย้มตอบอย่างอารมณ์ดี หากยังไม่ทันได้ชวนหลานชายพูดคุยเรื่องอื่น คาร่าก็ก้าวเท้าเข้าไปหาและยื่นของขวัญในมือไปให้เพื่อตัดบทเสียก่อน

“คุณโทมัส นี่ของขวัญจากครอบครัวดิฉันค่ะ”  

“ไม่น่าต้องลำบากเลยคาร่า แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะ น่าเสียดายจริงๆ ที่วันนี้ลูกสาวของฉันมาไม่ได้ รถเสียกลางทางน่ะ” ท่าทางที่ดูราวกับจะขอโทษอยู่ในทีขัดกันโดยสิ้นเชิงกับคำพูดที่ดูไร้เหตุผลเป็นอย่างยิ่ง และคนฟังก็ดูจะยิ้มค้างไปครู่หนึ่งเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอริคหรือคาร่าที่หน้าเริ่มนิ่ง หรือเกรย์ที่สีหน้าดูน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

จากข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งที่ต้องการพาลูกชายและลูกสาวมาทำความรู้จักกัน โดยแยกชัดเจนว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะยอมทิ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่หากไม่มีก็จะเข้าทางของการจับคู่โดยแท้จริง การที่โทมัสจงใจไม่พาลูกสาวมาแต่แรกและมาบอกหลังได้รับข่าวว่าอูโก้เริ่มเคลื่อนไหวย่อมหมายถึงการไม่ทำตามคำพูด ยึดเอาความปลอดภัยของลูกสาวเป็นหลัก และล่อให้ครอบครัวของเกรย์มากันให้ครบเพื่อให้กลายเป็นพยานคนสำคัญรวมถึงทำให้งานดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

ทว่าเกรย์ไม่ได้โกรธที่ตัวเองถูกดึงมา... เพราะสิ่งที่ทำให้เขาโมโหคือการที่อุตส่าห์พาลูกแกะน้อยมาด้วยเพื่อเปิดตัวในงานที่เห็นได้ชัดว่าอันตราย แต่กลับไม่มีความจำเป็นต้องทำเลยสักนิด เนื่องจากอีกฝ่ายไม่คิดพาลูกมาแนะนำตัวตั้งแต่แรกแล้ว

“น่าจะบอกกันก่อนนะ โทมัส” เอริคที่เก็บอารมณ์ด้านลบกลับมาได้เป็นคนแรกยังคงยกยิ้ม หากดวงตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

“ถ้าบอกก่อน พวกนายก็คงไม่มาที่นี่กันน่ะสิ ธุรกิจก็เป็นแบบนี้ เอริค... ฉันจำเป็นต้องใช้ชื่อเสียงของคนสำคัญบางคนเพื่อเชื้อเชิญให้แขกคนอื่นๆ มาร่วมงานด้วย น่าเสียดายที่นายดันเป็นคนที่มีชื่อเสียงและน่าไว้วางใจมากที่สุด ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งหลัก ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาภายในแทนแล้วแท้ๆ หากไม่ใช่เพราะนายตอบรับ มีหรือคนอื่นๆ ที่รู้ดีว่าฉันมีปัญหากับอูโก้อยู่จะยอมตามมา”

คาร่าที่ได้ยินถ้อยคำอธิบายเหล่านั้นถึงกับกำมือแน่นด้วยความหัวเสียที่ดันเสียรู้ให้ตาแก่คนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะโทมัสเป็นตาแก่ที่มีอำนาจและฐานะเหมาะสม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจมืดใดๆ เธอคงไม่คิดอยากจับคู่ให้ลูกชายจนต้องยอมมาถึงที่นี่ กระทั่งเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับ หากต้องมาเจอสถานการณ์ย่ำแย่ในงาน อย่างเช่นเรื่องที่อูโก้จะมาจัดการโทมัสก็คิดไว้หมดแล้ว

แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือตาแก่โทมัสมั่นใจแต่แรกแล้วว่ายังไงอูโก้ก็ต้องมา...

“คุณมีสายอยู่ในนั้นสินะคะ”

“ฉลาดสมเป็นภรรยาของเอริค” โทมัสชมจากใจจนใบหน้าเจ้าเล่ห์ดูจริงใจขึ้นมาชั่วครู่ แต่แล้วเมื่อสายตาเบนไปสบเข้ากับดวงตาสงบนิ่งคู่หนึ่งที่จ้องมองมา ชายสูงวัยก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “แล้วนั่น...”

“ประมุข คนของผมเองครับ” เกรย์ที่ยืนเงียบอยู่นานพูดขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษเพื่อบอกให้คนข้างกายได้รู้ไปในตัวว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงเจ้าตัวอยู่ และเมื่อได้ยินดังนั้น โทมัสจึงหันไปทักทายประมุขเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง หลังจากใช้ภาษาฝรั่งเศสพูดคุยกับแขกมาตั้งแต่แรก

“เธอดูน่าสนใจดีนะ”

“ขอบคุณครับ”

เกรย์ลอบยิ้มพอใจเมื่อลูกแกะของเขาตอบตามมารยาทและไม่คิดพูดอะไรมากไปกว่านั้น ดูท่าคงจะจับสัญญาณความไม่พอใจของเขากับพ่อแม่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ได้ แม้จะฟังไม่เข้าใจก็ยังรู้ว่าควรทำอย่างไร

“เชิญลุงโทมัสเตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับ” เขาหันไปตัดบทบอกเจ้าของงานที่ดูจะสนใจคนของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แค่เห็นสายตาก็รู้แล้วว่ายังอยากชวนคุยต่อ หากไม่ใช่เพราะสีหน้าน่าสนใจของลูกแกะ ก็คงเป็นเพราะสถานะที่เขาบอกไปอย่างชัดเจนว่าเป็นคนของตัวเอง “จะว่าไปแล้วการที่คุณลุงไม่พาลูกสาวมาก็ดีเหมือนกัน... ผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหักหน้าใครเพราะมีคนของตัวเองอยู่แล้ว”

ประมุขที่ครั้งนี้เข้าใจคำพูดทุกประโยคอย่างชัดเจนแอบหันไปมองเอริคกับคาร่าเล็กน้อย แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าทั้งคู่เพียงยืนมองลูกชายพูดจาไม่เหมาะสมใส่คนสูงอายุโดยไร้ท่าทีใดๆ แม้เขาจะถูกแนะนำในฐานะคนของเกรย์ก็ยังไม่คิดปฏิเสธ

เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันนะ...

ลูกแกะน้อยได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจโดยไม่แสดงออกให้ใครเห็น แม้ยามเจ้าของงานที่ยิ้มมาโดยตลอดหุบยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของเกรย์ และเขาถูกคนข้างกายโอบไหล่พาเดินถอยออกมาแล้ว ความงุนงงก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

“เกรย์... เราจะกลับกันแล้วเหรอ” ประมุขเงยหน้าถามเมื่อถูกพาเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่โทมัสอยู่ หันไปมองข้างหลังก็พบว่าเอริคกับคาร่ารวมถึงการ์ดทั้งสี่คนล้วนเดินตามมากันหมด

“ยังกลับไม่ได้หรอกลูกแกะ แต่ตอนนี้โอกาสที่อูโก้จะส่งคนมาที่นี่กลายเป็นหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์แล้ว เราต้องระวังตัวให้ดี”

“ครับ”

เนื่องจากงานในครั้งนี้เป็นงานเลี้ยงแบบค็อกเทลที่ไม่ได้มีโต๊ะนั่งประจำอะไร แขกทั้งหลายจึงเดินไปมาหาสู่พูดคุยกันได้ตามสะดวก เพราะเหตุนั้นเองกลุ่มของครอบครัวเกรย์เลยถูกคนจับจ้องอยากเข้ามาพูดคุยด้วยตลอดเวลา ทว่าการที่มีการ์ดยืนขวางสายตาย่อมบ่งบอกได้ว่าหากไม่ใช่ผู้ที่มีความสนิทสนมกันจริงๆ พวกเขาจะไม่ต้อนรับ ดังนั้นผู้คนที่ยืนมองมาด้วยความสนใจจึงทำได้เพียงวนเวียนอยู่ด้านนอก ไม่ได้เข้ามาหาในทันที ราวกับจะรอดูว่าใครจะเป็นผู้กล้ากลุ่มแรก

“คุณพ่อคุณแม่ของคุณไม่ต้องไปพูดคุยกับแขกเหรอครับ” สุดท้ายลูกแกะของเกรย์ก็ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหว ต้องหันไปกระซิบถามคนสำคัญเสียงค่อย พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ผู้ที่ถูกพูดถึงได้ยิน ซึ่งดูจะเป็นไปได้ยากหากพวกเขายังยืนรวมกันอยู่อย่างนี้

“ไม่ต้องหรอก เพราะถ้ามีคนอยากพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญมากพอ เดี๋ยวพวกเขาก็เข้ามาหาเอง” เกรย์พยายามอธิบายอย่างเป็นกลาง ไม่ให้ครอบครัวของเขาดูยิ่งใหญ่เกินไปนักสำหรับลูกแกะน้อย แม้ความเป็นจริงเขาควรจะบอกว่าสถานะของตนอยู่เหนือกว่าคนอื่นๆ ในงานนี้ก็ตาม “ส่วนเรื่องที่ลูกแกะสังเกตเห็นความผิดปกติตอนคุยกับตาลุงนั่น... เอาไว้ถึงบ้านแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”

“ครับ ผมจะรอฟังนะ”

ลูกแกะแสนว่าง่ายก้มลงมองนิ้วมือเย็นเฉียบของตัวเองที่ถูกใครอีกคนกอบกุมไว้แล้วยิ้มออกมาจากใจ ดวงตาสงบนิ่งฉายแววสดใสออกมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำและสีหน้าทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่สองคนที่ลอบสังเกตอยู่ตลอดเวลา

“นาย…” เสียงเรียกจากลูคัสที่ยืนบังอยู่ด้านหน้าทำให้คนทั้งหมดรู้สึกตัวและหันไปมองอีกทาง พอพบว่ามีหญิงชราบนรถวีลแชร์กับชายสูงวัยที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วเดินเข้ามาหาพร้อมผู้ติดตามนับสิบอันบ่งบอกถึงสถานะพิเศษได้อย่างชัดเจน เกรย์จึงพยักหน้าน้อยๆ เพื่อให้การ์ดถอยออกไป และเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาหญิงชราผู้นั้นด้วยตัวเอง

“ท่านย่า มางานนี้ด้วยเหรอครับ”

“หากไม่มาจะได้เจอหลานหรือเกรย์” อลิเซียจ้องมองพันธมิตรทางธุรกิจที่เธอมองเป็นหลานชายคนสำคัญนิ่งงัน หากดวงตาเยือกเย็นอันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ในโลกสายนี้มานานหลายสิบปีกลับยังคงดูสว่างจ้าและเต็มไปด้วยความรอบรู้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน และเธอก็สังเกตเห็นความสำคัญของประมุขได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้ถูกแนะนำ “แนะนำพ่อหนุ่มคนนั้นให้ย่ารู้จักหน่อยสิ คงพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้สินะ”

“ถ้าเป็นคำง่ายๆ ก็พอรู้เรื่องบ้างครับคุณผู้หญิง” โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยเตือน ประมุขเป็นผู้ก้าวเท้าเข้าไปหาหญิงชราและเอ่ยบอกด้วยภาษาฝรั่งเศสชัดถ้อยชัดคำ รวมถึงหันไปก้มศีรษะให้ลูกชายของเธอด้วยตัวเอง “ผมกำลังศึกษา ต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจคุยเป็นภาษาฝรั่งเศสได้”

“จริงๆ เท่านี้ก็น่าประหลาดใจแล้วนะ” ประโยคภาษาอังกฤษแท้ที่แค่ฟังก็รู้ว่าเจ้าของภาษามาเองทำให้ประมุขเผลอแสดงสีหน้าประหลาดใจออกไปชั่วครู่ “ฉันเป็นลูกครึ่ง เกิดที่่อังกฤษก่อนจะย้ายมาที่นี่ จะบอกว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกที่พูดได้ก็ไม่ผิดนัก... นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ออกจากบ้านมาใช้ภาษานี้ มาคุยกับฉันหน่อยเป็นไงพ่อหนุ่ม”

ประมุขสบตาเกรย์เป็นลำดับแรก แม้ใจนึกอยากเข้าไปพูดคุยกับผู้เรียกหาอยู่แล้ว เพราะเขารู้สึกอบอุ่นเมื่อได้สบตากับหญิงชราผู้นั้น ทว่าในความเป็นจริงกลับเลือกที่จะถามความเห็นของคนที่เชื่อฟังมาโดยตลอด หากเกรย์ส่ายหน้าเพียงนิดเดียวเขาก็พร้อมจะปฏิเสธทุกเมื่อ

“ลูคัส”

“อีกสี่สิบห้านาทีพวกมันน่าจะมาถึง”

เกรย์พยักหน้าเมื่อได้ยินคำตอบจากการ์ดคนสนิทที่รู้ทันทุกความต้องการของเขา หนุ่มตาฟ้าหันกลับไปหาหญิงชราที่จ้องมองมาอย่างรอคำตอบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วคลี่ยิ้มจางที่ดูจริงใจกว่าทุกครั้ง

“สิบห้านาทีครับท่านย่า”

“สิบห้านาทีจะพออะไร ไม่ใช่ว่าให้เขามาอยู่กับย่าจะปลอดภัยกว่าหรือ หลานไปจัดการดูละครให้สนุก ปล่อยให้เด็กคนนี้จิบชารอกับย่าดีกว่าไหม”

“ผมเชื่อว่าเขาจะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่ข้างกายผมครับ”

อลิเซียกลอกตาให้เห็นจะๆ ขณะให้ลูกชายของเธอที่เงียบไม่แพ้พ่อแม่ของเกรย์พยุงลุกขึ้นยืน และยื่นมือไปให้ประมุขประคองต่อด้วยตัวเอง

“พาฉันไปเดินเล่นหน่อยแล้วกันพ่อหนุ่ม เดินไปแบบนี้จะได้ช้าหน่อย พ่อหลานชายของฉันคงไม่ใจร้ายถึงขนาดนับรวมเวลาเดินของคนแก่ด้วยหรอกใช่ไหม”

คนฟังอมยิ้มขำและหันไปพยักหน้าให้เกรย์ที่ยืนกอดอกมองด้วยรอยยิ้มไม่ต่างกัน รวมถึงเผื่อแผ่การขออนุญาตไปยังคาร่ากับเอริคที่แลดูจะเงียบผิดปกติด้วย

“ค่อยๆ เดินนะครับคุณผู้หญิง”

“เรียกย่าเหมือนเกรย์เถอะ สมัยนี้ใครเขาจะมากีดกันคนรักของลูกของหลานที่นิสัยน่ารักรู้จักวางตัวอย่างเธอกัน แค่มองตาก็รู้แล้วว่าเป็นคนใสซื่อแต่ไม่โง่ คนประเภทนี้หาได้ง่ายๆ ที่ไหน ใครมองก็รู้ว่าไม่ใช่เด็กรับใช้ ถ้าแม่ของเกรย์ไม่ยอมรับก็มาอยู่กับย่าก็ได้”

เสียงพูดคุยของคนต่างวัยค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ เนื่องจากประมุขพาหญิงชราเดินห่างไปไกลแล้ว หากประโยคสุดท้ายที่ได้ยินกลับกระทบกลางใจคาร่าเข้าอย่างจังจนเธอเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

“ขอโทษด้วยนะครับคุณคาร่า” ลูกชายของอลิเซียที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ตามผู้เป็นแม่ไปด้วยเพราะถูกห้ามด้วยสายตาได้แต่ยิ้มแห้ง ก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอโทษสองสามีภรรยาที่อายุพอๆ กันด้วยท่าทีที่ไม่ได้ดูแข็งกร้าวหากก็ไม่ได้ดูนอบน้อมจนเกินไป

“ขอโทษอะไรกันคะคุณนิโคลัส ท่านอลิเซียมีความสุขก็ดีแล้วค่ะ”

“ผมเกรงใจคนรักของเกรย์น่ะครับ ดูก็รู้ว่าคงรักกันมาก พ่อหลานชายจ้องไม่ละสายตาเลย ท่าทางคงไม่อยากปล่อยให้ไกลหูไกลตา โดยเฉพาะช่วงเวลาอันตรายแบบนี้” นิโคลัสยกมือตบบ่าเกรย์เบาๆ เป็นเชิงแซว ทั้งยังพูดคำว่าช่วงเวลาอันตรายออกมาได้หน้าตาเฉย ราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งสำหรับคนระดับนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก

“อานิคไม่ต้องเป็นห่วงครับ คนของผมเขาน่ารักมาก พอเห็นท่านย่าก็ตาเป็นประกาย คงจะนึกถึงครอบครัวขึ้นมาเลยอยากเข้าไปพูดคุยด้วยอยู่แล้ว” เกรย์จำได้ว่าอีกฝ่ายเคยพูดถึงญาติผู้ใหญ่ที่เสียไปตั้งแต่ตอนเด็กๆ ให้ฟัง แล้วก็บอกว่าคิดถึงท่านมาก การได้เห็นท่านย่าคงจะทำให้นึกถึงจนอยากเข้าไปออดอ้อนตามนิสัย

“แต่ท่านย่าของหลานชอบใจตั้งแต่แรกเห็นแบบนี้ เห็นทีหลานคงต้องพาไปเยี่ยมบ่อยหน่อยนะเกรย์”

“ด้วยความยินดีครับอานิค”

สองอาหลานต่างสายเลือดพูดคุยกันต่อหลายประโยค ขณะที่เอริคกับคาร่าได้แต่ฟังคำพูดเกี่ยวกับเรื่องของประมุขและความชอบพอของอลิเซียที่มีต่ออีกฝ่ายไปเรื่อยๆ โดยไม่มีแขกคนไหนกล้าเข้ามาทักทายอีกเลย คงเป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าผู้ที่มีความสำคัญมากในงานกำลังพูดคุยกับแขกที่สำคัญมากกว่าทั้งยังไม่มีใครคาดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ จึงทำได้เพียงยืนมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น

“เราไม่ได้เจอกันมานานเท่าไหร่แล้วนะ ปีกว่าแล้วหรือเปล่า”

“น่าจะเกือบสองปีแล้วครับอานิค ตั้งแต่ที่อากับท่านย่าไม่เปิดรับแขกที่คฤหาสน์ และไม่ไปออกงานสังคมใดๆ อีกเลย”

“อา... นั่นสินะ” นิโคลัสคลี่ยิ้มจนเห็นรอยยับย่นบนใบหน้า ทว่าประกายในดวงตากลับเต็มไปด้วยความสุขเสียจนคนมองยังอดแปลกใจไม่ได้ “พอหยุดมือจากงานทุกอย่างมันก็ว่างอยู่ไม่น้อย แต่พอได้เห็นลูกๆ หลานๆ วิ่งไปวิ่งมา ได้พักผ่อนโดยไม่ต้องสนใจอะไรอีกมันก็มีความสุขมากทีเดียว ก็อย่างว่า... อยู่มาเกินครึ่งชีวิตขนาดนี้แล้ว คนแก่ๆ อย่างเราจะต้องการอะไรนอกจากการได้เห็นคนที่เรารักอย่างลูกๆ หลานๆ มีความสุข ว่าไหมครับคุณคาร่า”

คนที่ถูกเรียกชื่อโดยตรงมีหรือจะไม่เข้าใจว่านิโคลัสต้องการสื่ออะไร แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจ กลับเป็นคำถามที่ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมามากกว่า

“ดิฉันขออนุญาตถามตามตรงนะคะ ทำไมคุณกับท่านอลิเซียถึงได้ดูชื่นชอบเด็กคนนั้นนัก”

“คาร่า!” เอริคที่ยืนเงียบมานานตวาดใส่ภรรยาด้วยเสียงไม่เบาไม่ดัง ราวกับจะต่อว่าที่เธอเสียมารยาทกับแขกคนสำคัญ แต่นอกจากจะไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจแล้ว นิโคลัสยังยิ้มออกมาและส่ายหน้าน้อยๆ อย่างระอาใจให้เห็นจะๆ อีกต่างหาก

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเอริค ผมเองก็อยากจะตอบคำถามนั้นอยู่เหมือนกัน”

“…”

“อันที่จริงเรื่องที่คุณแม่ชื่นชอบเด็กคนนั้นก็ออกจะเหนือความคาดหมายของผมเช่นกันครับ แต่เพราะทั้งผมและคุณแม่ต่างก็รักเกรย์ราวกับเป็นหลานแท้ๆ เห็นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนตัวโตขนาดนี้แล้ว คุณคาร่าคงไม่คิดว่าแปลกหากเราสองแม่ลูกจะเป็นห่วงหลานคนนี้ และอยากเจอจนถึงขั้นยอมลงทุนมาที่งานเลี้ยงอันตรายๆ โดยไม่บอกล่วงหน้า ส่วนเรื่องที่ผมกับคุณแม่พูดก็คงจะเป็นเพราะมองเห็นความรักที่ถูกส่งออกมาจากแววตาของหลานคนสำคัญทั้งที่ปกติเจ้าตัวไม่เคยหลุดอารมณ์ใดๆ ออกมาเลยสักนิด อีกอย่าง...ต่อให้เป็นคนนอกก็มองออกครับว่าคุณไม่ชอบเขานัก ฟังเอาจากคำที่ใช้เรียกก็พอจะเข้าใจ ดังนั้นถึงได้เผลอพูดแนะนำอะไรออกไป อย่าได้ถือสาเลยนะครับ”

“ดิฉันไม่ได้...”

“คุณแม่ของผมผ่านโลกมามาก แค่มองตาท่านก็รับรู้ได้ว่าใครเป็นคนอย่างไร และในเมื่อท่านชื่นชอบมากถึงขนาดนี้ ผมจึงมั่นใจว่ายังไงเด็กคนนั้นก็ต้องเป็นคนดีแน่นอน แล้วยังไม่นับเรื่องที่เขาทำให้ลูกชายผู้แสนเย็นชาของคุณรักได้อีก เหตุผลเท่านี้ยังไม่เพียงพอจะทำให้คุณยอมรับเขาอีกหรือครับ” นิโคลัสพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็หันไปมองหน้าหลานชายคนโปรดอีกครั้ง “ท่านย่าเองก็เคยผ่านเหตุการณ์คล้ายกันกับหลานมา เพราะแบบนั้นถึงได้เข้าใจ และพูดให้อาเข้าใจด้วยเสมอ หากคำพูดของอาในครั้งนี้ช่วยให้แม่หลานยอมรับได้ง่ายขึ้นสักหน่อย ก็อย่าได้ถือว่าเป็นโชคดี จำไว้ว่ามันเป็นผลจากการที่หลานกับเด็กคนนั้นพยายามมาโดยตลอด”

“ขอบคุณครับอานิค” เกรย์เอ่ยคำขอบคุณและยิ้มออกมาจากใจจริง ขณะที่คาร่าได้แต่ยืนเงียบเพราะพูดอะไรไม่ออก

แม้จะไม่ได้มียศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆ นำหน้าเหมือนเช่นต้นตระกูลในอดีต หากผู้ที่อยู่สูงกว่าก็ยังอยู่สูงกว่าอยู่วันยันค่ำ ทว่านั่นไม่ใช่เพราะพวกเขากดขี่คนอื่น หากเป็นเพราะความดีความชอบที่มีอยู่มากมายทำให้ถูกมองเป็นคนที่คู่ควร และการที่ถูกคนเหล่านั้นตักเตือนย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้

“ดิฉันจะจำเอาไว้ค่ะ”

เกรย์มองมารดาที่ค้อมศีรษะลงต่ำ ก่อนจะหันไปหาอาคนสนิทที่ขยิบตาใส่อย่างขี้เล่นแล้วผงกหัวขอบคุณท่านอย่างจริงใจ

นับจากที่ได้รู้จักกับท่านย่าและอานิคโดยบังเอิญเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่เขาเข้าไปช่วยหลานคนหนึ่งของท่านที่ถูกทำร้ายร่างกายอยู่ เกรย์ก็กลายเป็นหลานอีกคนของครอบครัวคนใหญ่คนโตที่มีมากกว่าอำนาจและเงินทอง ครั้งหนึ่งเขาเคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กผู้ชายตัวน้อยที่ตนหลงชอบตั้งแต่เห็นภาพถ่ายให้ท่านย่าฟัง และให้คำสัญญาว่าหากได้เจอกันแล้วและความรู้สึกของเขายังไม่เปลี่ยนไปก็จะพามาพบท่านย่า เวลาผ่านมานานนับสิบปี ท่านยังคงจดจำคำพูดนั้นได้และมาหาด้วยตัวเองเพื่อช่วยเหลือ เพราะรู้ดีว่าแม่ของเขามีนิสัยแบบไหน ความเมตตาในครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะใช้คำพูดใดๆ อธิบายได้

แม้รู้ว่าลำพังคำพูดของท่านย่ากับอานิคไม่อาจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ในทันทีทันใด แต่เขาก็ยังเชื่อว่าหากแม่เปิดใจเพียงนิด ลูกแกะตัวน้อยของเขาจะต้องเจาะกำแพงสูงตระหง่านนั้นเข้าไปได้อย่างแน่นอน

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น...คือผลจากความอดทนและความพยายามของเกรย์กับประมุขที่สั่งสมมานานนับสิบปี



--------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.04K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1437 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 09:29
    ยังไม่ทันไรก็มีแบคดีซะแล้วมุข

    มีคนเชียร์เยอะแบบนี้ มุขต้องสู้ให้ถึงที่สุดนะ เราเชื่อว่าเดี๋ยวแม่เกรย์ก็ใจอ่อน
    #1,437
    0
  2. #1397 maybee23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:37
    ท่านย่ากับอานิคคือตัวแปรคนสำคัญเลยนะเนี่ย
    #1,397
    0
  3. #1391 ojay2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 10:14
    เปิดใจให้น้องเร็วๆนะ คุณแม่
    #1,391
    0
  4. #1360 ying-b (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 02:00
    รักคุณย่ากับคุณอามากๆ เหมือนมาเพื่อพูดให้คุณแม่เปิดใจให้น้องมุขเร็วๆ กรี๊ดๆ ลุ้นๆ
    #1,360
    0
  5. #1337 CallistoJpt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 16:34
    เลิฟๆท่านย่าเลยค่ะ อยากเห็นท่านย่ากับน้องมุขอยู่ด้วยกันจัง
    #1,337
    0
  6. #1271 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:20
    คุณย่ามาเพื่อช่วยลูกแกะเลยนะเนี่ย ดีใจๆ
    #1,271
    0
  7. #1148 Amporn-Melon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 09:34
    คุณย่าน่าร้ากกกจุง
    #1,148
    0
  8. #1140 itzmebb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:55

    ตัวช่วยชั้นเยี่ยมปรากฏตัว แถมยังดูถูกใจน้องไม่น้อย

    #1,140
    0
  9. #1072 rainjar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:52

    คิดถึงแล้วววววววววววววววว
    #1,072
    0
  10. #1070 Zknightmare (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:53
    รอค่ะะ ท่านย่าน่ารักกลูกแกะมีคนเอ็นดูเพิ่มแล้วว
    #1,070
    0
  11. #1069 Hilong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 19:03

    รออออออ
    #1,069
    0
  12. #1067 PloyPaksa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 12:44
    ท่านย่าน่ารัก​มากๆเลยอ่ะอยากเห็นตอนลูกแกะอยู่กับท่านย่าจังเลยอ่ะ
    #1,067
    2
  13. #1066 Mysterygrey (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:39
    ทีมรอดูละคร
    #1,066
    0
  14. #1065 Yuumiiz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 16:07
    น่ารักมากๆแง ชอบฉากที่อานิคและท่านย่าสอน

    และเหนือกว่าอื่นได้ อยากดูละครฉากสำคัญในงานเลี้ยงไวๆ ต้องสนุกมากๆแน่ๆ
    #1,065
    0
  15. #1063 rainjar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:41

    มาอ่านซ้ำอีกรอบ คิดถึงลูกแกะแล้วอะ
    #1,063
    0
  16. #1062 DayLemons (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:28
    มีคนเอ็นดูลูกแกะเพิ่มแล้ว
    #1,062
    0
  17. #1061 BaiTong23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 12:42
    ท่านย่าน่ารัก
    #1,061
    0
  18. #1060 mintgirl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 07:55
    ท่านย่าสุดจะเฟี้ยวววววว วัยรุ่นนำหน้าพวกหนูไปอี้กกกก
    #1,060
    0
  19. #1059 KritchayaDonsing (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 04:30
    ท่านย่าน่ารักมากเลย อะฮือ
    #1,059
    0
  20. #1058 mon9228 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 02:03
    มีตัวช่วยลูกแกะมาเพิ่มแล้ว ^^
    #1,058
    0
  21. #1057 rainjar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:29

    มาต่อเร็วๆนะคะ ลูกแกะน่ารักมาก ขอให้เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี ลูกแกะไม่ได้รับอันตรายนะคะ
    #1,057
    0
  22. #1056 aammu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:14

    ลูกแกะน่ารักกกกใครๆก็รัก รอนะค้าาา

    #1,056
    0
  23. #1055 Akachiji (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 00:44

    ลูกแกะน่ารัก ใครๆก็รักลูกแกะ เราเชื่อว่ายังไงลูกแกะก็เจาะกำแพงคุณแม่ได้!!! ลูกแกะสู้ๆ ไรท์ก็สู้ๆนะคะ
    #1,055
    0
  24. #1054 ITMEMOJIPEACH (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:58
    ลูกเเกะเป็นที่รักของทุกคนมากกกก สู้ๆนะเดี๋ยวคุณเเม่ก็ยอมรับ
    #1,054
    0
  25. #1053 Alleytama (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:26
    โฮ่ยยยยย อยากมีลูกแกะเป็นของตัวเองบ้าง 555555 น้องน่าร๊าก ไปไหนใครก็ร๊ากกก อิอิ คุณเกรย์ยังไม่รอดเล้ย
    #1,053
    0