[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 20 : PRAMUK-18-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,055 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

-18-


“จะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอครับท่านย่า”

“ไม่เป็นไรหรอก เชื่อย่าสิ”

“แต่ว่า...”

ปัง!

“ลองทานนี่ดู ย่าให้คนอบมาจากบ้าน”

“ครับ...”

ปัง!

บนรถคันหรูที่มีพื้นที่มากพอจะจัดเป็นโต๊ะกินข้าว ประมุขกะพริบตามองหญิงชราผู้มีฐานะไม่ธรรมดาตาปริบๆ ก่อนจะหยิบคุ้กกี้ชิ้นเล็กบนโต๊ะขึ้นมาชิมอย่างเสียมิได้ หากเป็นเวลาปกติเขาคงชื่นชมและกินจนหมดจานแบบไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากจะเป็นขนมที่ชื่นชอบแล้วยังมีรสชาติถูกปากเอามากๆ อย่างกับคนทำรู้ว่าเขาชอบอะไร

ทว่าในยามที่มีเสียงกึกก้องของกระสุนปืนดังประกอบ เห็นทีคงไม่มีใครมีอารมณ์สุนทรีย์พอจะพูดถึงรสชาติของขนม อย่างน้อยก็ไม่ใช่เขาคนหนึ่ง

“ท่านย่าครับ ผมเป็นห่วงเกรย์ แล้วยังมีคุณท่านกับคุณผู้หญิงที่อยู่ในงานด้วย”

อลิเซียจ้องมองใบหน้าของเด็กน้อยจิตใจดีที่แสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงคนที่ยังอยู่ในงานมากจริงๆ ด้วยความเอ็นดู ยิ่งได้ใกล้ชิด ได้พูดคุยก็ยิ่งชื่นชอบเด็กคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่ามากเสียจนอยากพามาอยู่ด้วยกัน ให้พูดจ้อนั่นนี่ให้เธอฟังทั้งวันเห็นทีคงไม่มีทางเบื่อ แต่หากทำเช่นนั้นจริง เห็นทีหลานชายคนโปรดคงจะโยนความเป็นย่าหลานต่างสายเลือดทิ้งและบุกมาชิงตัวคนรักคืนเป็นแน่

“น่าเสียดายจริงๆ” ถ้าคนที่ได้เจอเด็กคนนี้ก่อนเป็นหลานแท้ๆ ของเธอก็คงจะดี หากเป็นแบบนั้นเธอคงไม่ลังเลเลยที่จะรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

“ท่านย่า... ผมต้องกลับไปหาเกรย์จริงๆ ครับ” คราวนี้คนที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อย แต่ดูกังวลอยู่ตลอดเวลาเริ่มอยู่ไม่สุข ดวงตาที่เคยอ่อนน้อมฉายแววมุ่งมุ่นไม่ยินยอม ราวกับจะบอกว่าหากยังคิดจะรั้งเขาไว้ ไม่ยอมพาไปส่งคืนทั้งที่เลยเวลามากว่าสี่สิบนาทีแล้ว คนที่อ่อนนอกแข็งในก็พร้อมจะเปิดประตูและวิ่งออกไปด้วยตัวเอง

“ใจเย็นๆ ก่อนเถอะพ่อมุข” หญิงชราจ้องมองท่าทีที่ได้เห็นด้วยความพอใจ ก่อนจะเอนกายพิงพนักนุ่มช้าๆ “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก หากเจอเหตุการณ์แค่นั้นยังมีบาดแผลกลับมา แสดงว่าเกรย์ยังไม่พร้อมจะดูแลใคร เชื่อเถอะว่าเขาจะตามหาเราจนเจอแน่ๆ”

“ผมถามได้ไหมครับว่าท่านย่าทำแบบนี้ทำไม”

“ทำอะไรเหรอ”

“ให้ผมพามาเดินเล่นแล้วก็บอกให้ขึ้นมานั่งพักเป็นเพื่อนบนรถคันนี้ที่อยู่ห่างจากงานมาไกลพอสมควร ท่านย่ากักตัวผมไว้ทำไมเหรอครับ” แม้ประมุขจะเป็นคนซื่อ แต่เขาไม่ใช่คนโง่ กระทั่งฮ่องเต้ที่ชอบด่ากันอยู่บ่อยๆ ก็รู้เรื่องนี้ดี บางทีอาจเป็นเพราะไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าควรใส่ใจจึงปล่อยผ่านไปราวกับไม่ได้คิดจะฟังตั้งแต่แรก ทำให้ใครต่อใครเข้าใจไปเองว่าเขาเป็นพวกบื้อหัวช้า ทว่าเรื่องราวในครั้งนี้มีความสำคัญ ทั้งเกี่ยวพันกับตัวเองและคนที่รักมาก มีหรือที่ลูกแกะของเกรย์จะไม่สนใจ “ตอนที่พาท่านย่าเดินมาทางนี้ สองข้างทางในตอนแรกเป็นสวนดอกไม้ก็จริง แต่จู่ๆ ก็ทะลุเชื่อมมายังจุดที่คล้ายจะเป็นป่า เหมือนกับมีใครเตรียมทางไว้อยู่แล้ว ผมพอจะเข้าใจว่าท่านย่าต้องมีทางที่ปลอดภัยกว่าคนอื่น...”

“แต่ที่ไม่เข้าใจคือย่าพาเรามาด้วยทำไมสินะ” อลิเซียหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดีจนใบหน้าสูงวัยมีร่องรอยยับย่นปรากฏให้เห็น “ไหนเกรย์เคยบอกว่าลูกแกะของตัวเองเป็นลูกแกะตัวน้อยๆ แสนใสซื่อกัน ดูท่าทางจะเก่งกว่าที่เห็นมากเลยนะนี่”

“คงเพราะผมไม่ต้องการเป็นตัวถ่วงของเกรย์”

“ย่าแค่ยื่นมือมาช่วยเท่านั้น ไม่ต้องกลัวว่าเกรย์จะโมโหหรอก เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่าหากอยู่กับย่า มุขจะไม่เป็นไรแน่นอน อาจจะดูเป็นการคิดแทนไปสักหน่อย แต่งานในวันนี้จะมีคนเสียเลือดเนื้อ และย่าคิดว่ามุขยังไม่ควรได้เห็นอะไรพวกนั้น อย่างน้อยก็จนกว่าจะเรียนจบและได้มาอยู่เคียงข้างเกรย์ตลอดเวลา”

ประมุขหลุบตาลงต่ำเมื่อได้ฟังคำพูดของคนที่มองเขาออกจนทะลุปรุโปร่ง ต่อให้เป็นคนสบายๆ อย่างไร เขาก็ไม่ได้โง่พอจะทำอะไรโดยไม่รู้จักประมาณตนเอง อันที่จริงเขาหวาดกลัวมาโดยตลอด ทั้งกลัวว่าจะเผลอถอยหนีเมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์น่าหวาดกลัว และหากทนผ่านมันไปได้ก็ยังกังวลว่าพอต้องแยกกับเกรย์เพื่อไปเรียนต่อให้จบจะต้องตกอยู่ในภวังค์ เห็นภาพหลอนของอะไรก็ตามที่อาจจะเกิดขึ้นในวันนี้เพียงลำพัง

หากถึงตอนนั้นแล้วเกรย์ไม่อยู่เคียงข้างจะทำอย่างไร...

“ไม่จำเป็นต้องรีบ” อลิเซียวางมือทาบทับลงบนฝ่ามือที่กำแน่นของเด็กน้อยซึ่งกำลังสับสน ก่อนจะเบนสายตาออกไปมองนอกหน้าต่าง เมื่อเห็นเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ “แค่เห็นแววตาของมุข ย่าก็รู้แล้วว่าเราเข้าใจดีทุกอย่าง แต่เพราะรักถึงเลือกหนทางที่จะช่วยเหลือเกรย์ได้มากที่สุด แม้ตัวเองจะต้องเจ็บหรือหวาดกลัวขนาดไหนก็ตาม"

“…”

"แต่จำเอาไว้ว่าการถอยหลังเพื่อมองหาหนทางใหม่ที่จะไม่ทำให้ใครต้องเจ็บปวดไม่ใช่เรื่องผิด และยิ่งไม่ได้หมายถึงความพ่ายแพ้ เพราะบางครั้งชัยชนะก็ไม่ได้หมายถึงการเผชิญหน้าเสมอไป”

“ท่านย่า...”

“หากอยากได้รับการยอมรับก็จงพยายามให้มาก จับจุดให้ถูกแล้วค่อยๆ คิดและลงมือทำ การพยายามเผชิญหน้ากับสิ่งสกปรกและความสูญเสียไม่ได้ช่วยยกใครให้สูงกว่าเดิม ถ้าเป็นไปได้ก็เลี่ยงมันเสียดีกว่า เพราะต่อให้เรายืนมองคนยิงกันได้โดยไร้ความรู้สึกใดๆ มันก็ไม่ได้ช่วยให้ใครมองเราด้วยความเชิดชูอยู่ดี”

อลิเซียยิ้มให้เด็กน้อยที่เธอนึกเอ็นดูอีกครั้ง ก่อนจะเคาะกระจกรถเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้คนด้านนอกรับรู้ และหลังจากนั้นไม่นานนักประตูรถก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มตัวสูงผู้มีดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นซึ่งกำลังจ้องมองไปที่ประมุขโดยไม่ละสายตา

“ลูกแกะ... ฉันมารับแล้ว”

ผู้ถูกเรียกหันกลับไปหาอลิเซียเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มจาง เขาก็สูดลมหายใจเข้าจนสุดและเดินลงจากรถ ตรงเข้าไปกอดใครอีกคนเอาไว้แน่น

“คุณไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม”

“ไม่มีใครเป็นอะไร เรากลับบ้านกันเถอะ” เกรย์อาศัยช่วงเวลาที่ลูกแกะยังซุกอยู่กับอกเบนสายตาไปมองท่านย่าของเขาด้วยความสงสัย แต่เมื่อไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ กลับมา นอกจากสีหน้าที่เหมือนจะบอกให้กลับไปถามกันเอง เขาก็ถอนหายใจและผงกหัวร่ำลาตามมารยาท “กลับบ้านดีๆ นะครับ”

“อย่าลืมพามุขมาหาย่าบ้างล่ะ”

“ถ้าเกรย์ลืม ผมจะเตือนให้เขาพาไปแน่นอนครับท่านย่า” เสียงพูดแทรกของคนร่าเริงทำให้เกรย์ที่กำลังจะตอบชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ต้องส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ เพราะดูท่าลูกแกะของเขาคงไม่ยอมผิดคำพูดแน่ๆ

“แล้วเจอกันครับท่านย่า”

หลังจากแยกกับอลิเซีย เกรย์ก็จูงมือพาลูกแกะไปขึ้นรถซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลพร้อมการ์ดสี่คนที่คอยระแวดระวังภัยให้ตลอดเวลา กระทั่งขึ้นมาอยู่บนรถแล้วลูกแกะตัวน้อยก็ยังเกาะติดอยู่กับอกไม่ไปไหน โดนโจมตีด้วยท่าทีออดอ้อนที่แสนแพ้ทางเข้าไป สุดท้ายก็ต้องหยุดปากที่กำลังจะถามว่าเจ้าตัวคุยอะไรกับท่านย่าบ้าง แล้วกลายเป็นฝ่ายเปิดปากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังแทน

“จำตอนที่พวกเราเดินเข้าไปทักลุงโทมัสได้หรือเปล่า...”

“จำได้ครับ”

“ตอนนั้นเขาบอกว่าลูกสาวรถเสียเลยมางานไม่ได้ แต่จริงๆ คือไม่ได้กะจะให้มาตั้งแต่แรกแล้ว ที่ทำทั้งหมดก็เพราะต้องการให้ฉันกับพ่อแม่มางานนี้เพื่อดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ”

“แบบนี้นี่เอง” พอได้ฟังคำอธิบายประมุขก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมในช่วงเวลานั้นทุกคนถึงทำหน้าตาน่ากลัวกันหมด “แล้วตอนที่ผมอยู่กับท่านย่าเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ผมได้ยินเสียงปืนด้วย”

“เกิดความวุ่นวายขึ้นในงานน่ะ เหมือนฝั่งอูโก้จะส่งคนแฝงเข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว พอได้รับสัญญาณก็มีคนบุกเข้ามาเพิ่ม โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรเพราะฝั่งนั้นวางแผนมาดี แต่ที่วางแผนดียิ่งกว่าก็คงเป็นลุงโทมัสที่ให้ตำรวจปะปนอยู่ในงานเกินสิบคน สุดท้ายก็จับได้หมด เหลือก็แต่สาวไปหาตัวการแล้วลากเข้าคุกเท่านั้น เรื่องนี้คงไม่ยากเท่าไหร่เพราะยังไงก็มีสายอยู่ในนั้นแล้ว ยิ่งมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น มีคนสำคัญๆ เสี่ยงอันตรายอยู่หลายชีวิต ยังไงก็ดิ้นไม่หลุด โทษอย่างต่ำคือตลอดชีวิตแน่นอน”

“คุณไม่กลัวใช่ไหม” คำถามซื่อๆ ที่ดังออกมาจากปากคนน่ารักทำให้เกรย์ชะงักไปนานเกือบนาที ก่อนเขาจะเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นแววตาเป็นห่วงเป็นใยของลูกแกะน้อยที่ไร้ซึ่งวี่แววของการล้อเล่น

“ฉันชินแล้ว สำหรับงานนี้ถือว่าเสียเลืิอดเสียเนื้อน้อยมาก แต่บอกตามตรงว่าพอเห็นความวุ่นวายพวกนั้นก็อดดีใจไม่ได้เหมือนกันที่ท่านย่าพาลูกแกะออกมาไกลถึงที่นี่ เพราะภาพพวกนั้นมันไม่ใช่อะไรที่น่าดูนัก...” ท้ายประโยคเขาเบาเสียงลงจนแทบไม่ได้ยิน แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าคนข้างกายกำลังจ้องมองกันอยู่ก็รีบพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “แล้วท่านย่าพูดอะไรกับลูกแกะบ้างเหรอ เหมือนจะคุยเพลินจนไม่ยอมพากลับไปส่งเสียด้วย”

“ตอนแรกท่านย่าเล่าเรื่องคุณให้ฟังครับ” พอพูดถึึงเรื่องนี้ขึ้นมา ประมุขก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง “ท่านเล่าให้ฟังว่าเจอคุณได้ยังไง ตอนเด็กๆ คุณเป็นคนแบบไหน แล้วก็เล่าเรื่องที่คุณพูดถึงผมให้ท่านฟังด้วย”

“หึหึ... ดีแล้วที่ฉันเคยหลุดเล่าเรื่องของลูกแกะให้ท่านฟัง เพราะแบบนั้นท่านถึงได้มาที่งานนี้เพราะอยากจะเจอ แล้วก็ช่วยพาลูกแกะออกมาที่นี่ ทำให้ไม่ต้องพบเจอเหตุการณ์พวกนั้น...”

เพียงแค่นึกถึงภาพของเลือดที่เจิ่งนองเต็มพื้นซึ่งเขาชินชามาตั้งแต่เด็ก เกรย์ก็อดรู้สึกหนักอึ้งในอกไม่ได้ ลำพังตัวเขาไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่กับลูกแกะที่อยู่ในโลกสีขาวสะอาดมาโดยตลอด คงต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปจริงๆ

จะว่าไปแล้ว...

“เกรย์... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ลูกแกะ” เกรย์จับมือของคนสำคัญเอาไว้หลังจากนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “กลัวมากหรือเปล่า”

“ครับ?”

“พอรู้ว่าต้องมาเจอเหตุการณ์พวกนี้ นายกลัวมากหรือเปล่า”

“…”

ความเงียบและใบหน้าหงอยๆ ของลูกแกะน้อยแลดูจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคำถามของเขา เพียงแค่นั้นหัวใจคนมองก็กระตุกวูบ สองแขนรีบรั้งคนสำคัญเข้ามากอดแล้วลูบหัวปลอบเบาๆ อย่างอ่อนโยน

“ขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมเต็มใจมาที่นี่เอง แล้วสิ่งทำให้ผมกลัวก็ไม่ใช่การที่จะต้องพบเจอกับเหตุการณ์พวกนั้นหรอก” ประมุขยกแขนขึ้นกอดตอบ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ และพูดความรู้สึกทั้งหมดออกมาโดยไม่ปิดบัง “ผมกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น กลัวว่าภาพของมันจะติดตา กลัวว่าถ้าต้องแยกกลับไปเรียน ไม่มีคุณคอยอยู่เคียงข้างแล้วจะทนไม่ไหว ผมคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมจะเจอเรื่องราวน่ากลัวเหล่านั้นเพียงลำพัง ไม่พร้อมจะก้าวผ่านมันไปโดยไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง”

“ลูกแกะ...”

“เป็นเพราะผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่ของคุณยอมรับ แต่กลับลืมนึกถึงเรื่องอื่นๆ หลังจากนั้นไป ท่านย่าบอกว่าการที่ผมพยายามเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนั้นไม่ได้เป็นการยกตัวเองให้สูงขึ้น แล้วก็ไม่ได้ช่วยทำให้ใครหันมาเชิดชู บางครั้งการหลีกเลี่ยงอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า... ผมขอโทษที่ไม่ได้วิ่งกลับไปอยู่เคียงข้างคุณ”

“ลูกแกะไม่ผิด ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว” เกรย์โคลงตัวไปมาช้าๆ เพื่อปลอบประโลมลูกแกะน้อยที่ดูจะคิดมากกว่าที่เห็นภายนอก “เป็นฉันเองที่ผิด เอาแต่มองเป้าหมายของตัวเองโดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของนายเลย”

“คุณไม่ผิด”

“งั้นเราผิดกันคนละครึ่งแล้วกัน” เขาจับใบหน้าของคนในอ้อมแขนด้วยมือทั้งสองข้าง ค่อยๆ ประคองให้เงยขึ้น และส่งผ่านความรักความห่วงใยทั้งหมดไปให้ผ่านทางแววตา “ท่านย่าพูดถูกแล้ว ฉันควรจะปกป้องลูกแกะจากเรื่องสกปรกที่ไม่ควรพบเจอ ไม่ใช่พาไปเผชิญหน้าทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเพียงเพื่อเป้าหมายเล็กๆ ที่จะมาตามแก้ทีหลังก็ไม่ได้สายเกินไป อีกอย่าง...ฉันเป็นคนบอกเองให้ลูกแกะเป็นตัวของตัวเองเวลาเจอพ่อแม่ แต่กลับบีบบังคับให้มาที่นี่ สวมใส่หน้ากากที่ไม่จำเป็นเพียงเพื่อแนะนำให้คนอื่นรู้จักและทำให้พ่อแม่ยอมรับ นั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาดที่สุด”

พอเห็นแววตาสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัดของคนพูด ลูกแกะน้อยที่รักเกรย์ยิ่งกว่าอะไรก็เป็นฝ่ายยกมือขึ้นประคองใบหน้าคมเอาไว้ และกดจูบลงที่ปลายคางของคนตัวสูงอย่างอ่อนโยน

“เราตัดสินใจร่วมกันครับ คุณไม่เคยบังคับผม เป็นผมเองที่ไม่ยอมพูดว่ากำลังคิดหรือรู้สึกอะไร”

“งั้นต่อจากนี้เราจะบอกกันทุกเรื่อง... ไม่ใช่แค่สิ่งที่กำลังทำอยู่เหมือนปกติ แต่รวมถึงสิ่งที่กำลังคิดหรือรู้สึกด้วย ดีไหม” เกรย์ใช้ปลายนิ้วไล้แก้มใสของคนน่ารักด้วยความรักใคร่ ยิ่งได้เห็นลูกแกะของเขาพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความยินดีก็ยิ่งมันเขี้ยวจนอยากจับฟัดสักหลายรอบ “จากนี้เป็นตัวเองให้เต็มที่ ถ้าถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับอะไร หรือต้องสวมใส่หน้ากากเพราะความจำเป็นเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นคนบอกและจะอยู่ตรงนั้นกับลูกแกะ ไม่ปล่อยให้เก็บไปคิดหรือนึกถึงเพียงลำพังแน่นอน”

“ครับ ผมเชื่อคุณ”

หลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจ พวกเขาก็นั่งจับมือกันไปเงียบๆ ตลอดทางกลับบ้าน กระทั่งเดินลงจากรถเข้าไปด้านในแล้วก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรมากไปกว่านั้น หากในความรู้สึกกลับเหมือนได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

ประมุขกวาดตามองไปรอบโถงด้วยความประหลาดใจเมื่อไม่เห็นเจ้าของบ้านทั้งสองคน และดูเหมือนเกรย์จะจับความสงสัยของเขาได้ จึงอธิบายให้ฟังโดยไม่ต้องรอให้ถาม

“วันนี้พ่อกับแม่ไปนอนโรงแรม เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องคุยธุระในเมือง แล้วก็อีกสามสี่วันพ่อน่าจะต้องบินไปธุระต่างประเทศ ถึงจะไม่ได้ทำหน้าที่ทูตต้องไปประจำที่ไหนแล้วแต่ก็ยังงานหนักเหมือนเดิม ช่วงนั้นฉันก็คงต้องไปดูงานเหมือนกัน แล้วก็จะถือโอกาสพาลูกแกะไปเที่ยวด้วยเลย”

“หมายถึงให้ผมไปกับคุณด้วยเหรอ”

“ฉันไม่อยากปล่อยลูกแกะไว้คนเดียว ไปด้วยกันได้ไหม”

“ได้อยู่แล้ว!”

เกรย์อ้าแขนรับร่างของคนที่พุ่งเข้ามากอดเขาอย่างอารมณ์ดีเพราะได้ยินคำว่าเที่ยวด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ลูกแกะตัวนี้ก็ยังทำให้เขายิ้มได้เสมอ

โชคดีจริงๆ...

โชคดีที่วันนี้ลูกแกะไม่ต้องไปเจอเหตุการณ์น่ากลัว

โชคดีที่ลูกแกะของเขายังยิ้มได้อยู่

“ขอบคุณครับท่านย่า”



สามวันต่อมา เอริคเดินทางไปทำงานต่างประเทศตั้งแต่เช้า ส่วนเกรย์กำลังจะพาลูกแกะของเขาตามติดไปทำงานด้วย เพื่อจะได้แวะพาเที่ยวทิ้งท้าย เพราะอีกไม่นานประมุขก็ต้องเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ประเทศไทยแล้ว พวกเขาช่วยกันถือกระเป๋าลากไปส่งให้การ์ดเอาขึ้นรถ ก่อนจะยืนยิ้มมองบรรยากาศในยามเช้าด้วยความสดใส

อากาศในเวลานี้ไม่ได้ร้อนและไม่ได้เย็นจนเกินไป ให้ความรู้สึกสบายเหมาะแก่การเดินทางไปเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ทว่าจู่ๆ ก็เหมือนจะหนาวเย็นขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อคุณผู้หญิงของบ้านเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาด้านนอกและส่งให้การ์ดของเธอเอาขึ้นรถคันเดียวกันกับเกรย์และประมุขหน้าตาเฉย

“ทำอะไร”

คาร่าเหลือบตามองลูกชายอย่างเย็นชา ก่อนจะดึงแว่นกันแดดที่ใส่อยู่ออกช้าๆ และค่อยๆ พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

“ได้ข่าวว่าจะไปเที่ยว แม่อยากพักผ่อนพอดีเลยจะไปด้วย”

“ผมจะแวะไปทำงานก่อน” เกรย์หรี่ตามองมารดาอย่างระแวดระวัง ไม่ไว้ใจการกระทำใดๆ ของแม่บังเกิดเกล้าเลยสักนิด แม้ยามนี้แม่ของเขาจะไม่ได้มองลูกแกะด้วยแววตาน่ากลัวเหมือนช่วงแรกๆ แล้วก็ตาม

“ทำก็ทำสิ แม่อยู่เป็นเพื่อนคนของลูกจะได้ไม่เหงา ไม่ดีหรือไง”

“ไม่…”

“ดีสิครับ!” ลูกแกะน้อยที่ได้ยินว่าจะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนรับคำทันควัน ดวงตาเป็นประกายแสดงออกถึงความดีใจอย่างชัดเจน ไร้ซึ่งการเสแสร้งใดๆ จนคนมองทั้งสองที่ตั้งท่าจะเถียงกันต่อต้องหยุดพูดไปโดยไม่รู้ตัว

“คนอะไรอารมณ์ดีได้ตลอดเวลา” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มชายหนุ่มและบอดี้การ์ดตัวโตพึมพำอยู่กับตัวเอง จากนั้นก็หมุนกายเดินไปขึ้นรถโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ปล่อยให้เกรย์ขมวดคิ้วมองตามด้วยความไม่พอใจ ซึ่งก็จางหายไปอย่างรวดเร็วยามพบว่าลูกแกะของเขาดูจะดีใจเอามากๆ ที่แม่จะไปด้วย

พื้นที่บนรถตู้คันหรูที่ใช้ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยโซฟาตัวยาวซึ่งจุคนได้หลายคน ทั้งยังมีโต๊ะทำงานและพื้นที่สำหรับวางเครื่องดื่มรวมถึงข้าวของพร้อมสรรพ มีการ์ดนั่งอยู่ด้านหน้าหนึ่งคนเคียงข้างคนขับรถ ส่วนที่เหลือขับรถประกบอยู่ด้านหน้ากับด้านหลังไม่ต่ำกว่าสองคัน ต้นเหตุมาจากที่คราวนี้มีผู้ร่วมเดินทางคนสำคัญมากกว่าหนึ่ง

“คุณผู้หญิงลองกินขนมหน่อยไหมครับ” คุ้กกี้ของโปรดที่เตรียมไว้กินในยามหิวถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะและเลื่อนไปให้คนที่นั่งห่างออกไปเล็กน้อยอย่างใจดี แต่แค่มองดูใครก็รู้ว่าเจ้าตัวอยากกินมากขนาดไหน ที่ต้องยื่นส่งให้ผู้ใหญ่ก่อนก็เพราะต้องทำตามมารยาทเท่านั้น

“เพิ่งทานข้าวเช้าไป เธอหิวอีกแล้วเหรอ”

“ปกติหลังอาหารผมจะกินขนมด้วยครับ” ประมุขหัวเราะอารมณ์ดีและรีบหยิบคุ้กกี้ชิ้นหนึ่งเข้าปากเมื่อคาร่าส่ายหน้าปฏิเสธ หลังจากนั้นเหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีคนบ้างานก้มหน้าก้มตาคุยกับโน้ตบุ๊กอยู่อีกคนจึงรีบหยิบคุ้กกี้รสกาแฟไปป้อนให้ถึงที่ ซึ่งเกรย์ก็อ้าปากรับขนมเข้าไปเคี้ยวตามความเคยชินโดยไม่สนใจสายตาของมารดาที่มองมาด้วยความสนใจ

“เกรย์ก็กินด้วยงั้นเหรอ” คาร่าเลิกคิ้ว จำได้ว่าลูกชายของเธอไม่เคยแตะต้องขนมชนิดใดเลยมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าใครจะบอกว่าอร่อยเพียงใดก็ไม่สนใจ หากเมื่อถูกเด็กคนหนึ่งป้อนให้กลับรับไปกินอย่างง่ายดาย ต่อให้ชอบพอกันอย่างไรก็ดูจะน่าประหลาดใจเกินไปหน่อย “ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือไง”

“ผมไม่ได้ฝืน” คนที่ก้มหน้าก้มตามานานเหลือบมองมารดาครู่หนึ่งแล้วก็ไม่สนใจอีก กลายเป็นคนทำคุ้กกี้ที่ยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจขณะเฉลยคำตอบให้คนที่สงสัยฟัง

“ผมรู้ว่าเกรย์ชอบรสชาติแบบไหนก็เลยลองผิดลองถูกทำดูครับ ตอนแรกๆ เขาก็ไม่กินหรอก แต่เพราะคอยบอกตลอดว่าหวานไป ขมไป หรืออะไร สุดท้ายก็เลยได้รสชาติที่เขากินได้ออกมา คุณผู้หญิงลองทานดูสิครับ” พอพูดจบลูกแกะน้อยก็ขยับกล่องคุ้กกี้ไปให้คาร่าอีกครั้ง ทั้งยังเฝ้ามองด้วยแววตาคาดหวังชนิดที่ไม่ว่าใครก็คงปฏิเสธไม่ลง แม้แต่คนที่เกือบจะทำตัวเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายก็ยังต้องเบนหน้าหนีความใสซื่อนั้นเช่นกัน

สุดท้ายคาร่าก็หยิบคุ้กกี้รสกาแฟขึ้นมาหนึ่งชิ้น และค่อยๆ ชิมรสชาติของมันด้วยความสนใจ คุ้กกี้รสกาแฟที่ประมุขทำไม่ได้อร่อยเลิศจนเทียบเท่ากับแบรนด์ดังๆ แล้วก็ยังห่างไกลจากความชอบของคาร่าไปมาก หากในฐานะแม่ เธอกล้าพูดว่ามันคือรสชาติแบบที่ลูกชายของเธอกินได้จริงๆ เป็นรสแบบที่ต่อให้ลงมือเข้าครัวเองก็ไม่รู้ว่าจะทำออกมาได้หรือเปล่า

“ขมไปหน่อย” ดวงตาคมคล้ายลูกชายเหลือบมองใบหน้าจ๋อยสนิทของคนฟัง ก่อนจะกระแอมออกมาและพูดต่ออย่างไม่แน่ใจนัก “มีรสอื่นที่หวานกว่านี้หรือเปล่า”

คำถามนั้นไม่ได้ทำให้ประมุขตกใจเพียงผู้เดียว เพราะแม้แต่เกรย์ซึ่งกำลังทำงานแต่ก็ยังเงี่ยหูฟัง เนื่องจากกลัวมารดาพูดจาทำร้ายลูกแกะของเขาก็ยังเงยหน้ามองด้วยความไม่เข้าใจ กระทั่งผ่านไปนานนับนาที เมื่อคาร่ากระแอมอีกครั้ง ประมุขจึงหลุดออกจากภวังค์และยิ้มด้วยความยินดี

“มีครับ ด้านนี้จะเป็นรสวนิลากับช็อกโกแลต ครั้งหน้าผมว่าจะลองทำรสอื่นๆ เพิ่มอยู่เหมือนกัน ถ้าอยากลองรสไหนบอกได้เลยนะครับ”

“อืม”

พอเห็นว่าคาร่ายอมพูดคุยด้วย ลูกแกะของเกรย์ก็ยิ่งอารมณ์ดี หานั่นหานี่มาชวนคุยไม่มีหยุด หากสิ่งที่น่าแปลกกลับเป็นการที่คาร่าไม่ได้เอ่ยขัดหรือหันหน้าหนีอะไร เธอเพียงพยักหน้าบ้างเป็นบางคราว และตอบเท่าที่อยากตอบ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้บรรยากาศอันน่าอึดอัดบนรถดูดีขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว

หลังจากใช้เวลาเดินทางนานเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดรถก็มาจอดอยู่หน้าบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่เกรย์ต้องเข้าไปคุยงาน ตอนแรกเขาคิดว่าจะให้ลูกแกะนอนรออยู่บนรถ แต่พอมีแม่มาด้วยอีกคนจึงไม่แน่ใจนักว่าจะเอาอย่างไร หากในขณะที่กำลังคิดอยู่ ลูกแกะที่ดูอารมณ์ดีเกินกว่าจะง่วงนอนก็หันมาเขย่าแขนออดอ้อนทั้งหน้าซื่อๆ ที่เขาแพ้ทาง

“คุณรีบไปทำงานสิครับ เดี๋ยวสายนะ เราจะได้รีบไปเที่ยวกันต่อด้วย”

“ฉันไม่อยากปล่อยให้นายอยู่คนเดียว”

“ไม่ได้อยู่คนเดียวนะ มีพี่การ์ดอยู่ด้วย แล้วก็มีคุณผู้หญิงอีกคน”

ก็นั่นแหละที่น่าเป็นห่วง...

เกรย์มองแม่ตัวเองด้วยความไม่ไว้วางใจ แม้เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาจะดูเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน แต่เขาก็ยังไม่อยากให้ลูกแกะพูดคุยกับแม่เพียงลำพังสองคนอยู่ดี

“แม่ไม่รังแกคนของลูกหรอก” เสียงเย็นๆ ของคาร่าทำให้คนทั้งคู่หันกลับไปสนใจอีกครั้ง ซึ่งประมุขที่ได้ฟังก็ทำได้เพียงยิ้มและหันมาพยักหน้าเด๋อๆ ให้คนข้างกาย ขณะที่เกรย์ขมวดคิ้วมุ่นเพราะไม่อยากยินยอมเท่าไหร่นัก

“ฉันจะรีบกลับมา รออยู่บนรถนะ”

“ครับ” คนว่าง่ายพยักหน้าหงึกๆ หลับตาลงให้คนตัวสูงก้มลงจูบที่หน้าผากตามความเคยชินโดยไม่ได้สนใจสายตาของใคร ก่อนจะโบกมือส่งจนเกรย์เดินลงจากรถไปหาจิมที่รออยู่ด้านนอกแล้วก็รีบหันกลับมาทางเดิมอีกครั้ง

พอเกรย์จากไป บรรยากาศบนรถก็กลับมาเงียบสงบอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากการ์ดกับคนขับด้านหน้าทำตัวเป็นอากาศธาตุอันไร้ตัวตนมาตั้งแต่ต้น คาร่าเองก็เอาแต่จับจ้องคนสำคัญของลูกชายคล้ายอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงต่อ ในเมื่อตอนนี้ไม่มีเกรย์คอยให้เอาหน้าแล้ว หากเด็กคนนี้ไม่ได้จริงใจกับเธอจริงๆ ก็คงเผยตัวตนออกมาจนหมด

ทว่า...

“คุณผู้หญิงจะทำอะไรระหว่างรอดีครับ ผมเห็นบนรถมีหมากรุกอยู่ เรามาเล่นด้วยกันดีไหม” รอยยิ้มใสซื่อและคำพูดที่ไม่ได้แตกต่างจากยามอยู่กับเกรย์ทำให้เธอดูราวกับเป็นคนโง่ ไม่รู้ว่าเมื่อกี้คิดอะไรแบบนั้นออกไปได้ยังไง ทั้งที่มองคนขาดมาโดยตลอดแท้ๆ

คงจะจริงอย่างว่า... พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับลูก ผู้เป็นแม่ก็ดูจะเอาความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่โดยไม่รู้ตัว

“เอาสิ”

“รอสักครู่นะครับ” คนที่สดใสเหมือนดวงตะวันคลี่ยิ้มกว้าง รีบหันไปคุ้ยหาเกมกระดานที่ตัวเองหยิบติดมาด้วยเพราะกะจะเอามาเล่นในช่วงที่ว่างออกมา พอตั้งกระดานเรียบร้อยแล้วก็เปลี่ยนท่าทีเป็นเคร่งขรึมจริงจัง “คุณผู้หญิงจะเริ่ม...”

“เธอเริ่มก่อนเลย”

“งั้นผมขอเล่นเต็มที่ ไม่เกรงใจนะครับ”

“เอาสิ”

คาร่าเอนกายพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ ขณะลอบสังเกตท่าทีของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความสนใจไปด้วย มีหลายครั้งที่เจ้าของใบหน้าใสซื่อเผยสีหน้าเฉียบคมออกมายามต้องวางแผน และมีอีกหลายครั้งที่เผยใบหน้ามู่ทู่ยามพบว่าเธอดักทางได้หมด แต่ไม่ว่าจะพ่ายแพ้สักกี่เกม บนใบหน้านั้นกลับไม่ปรากฏวี่แววของการยอมแพ้เลยสักครั้ง

ยิ่งเล่นเกมที่ต้องใช้สมองมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งได้เห็นอะไรๆ ในตัวประมุขมากขึ้น และสิ่งที่ดูจะชัดเจนมากที่สุดก็คือความพยายามกับความอดทน...

“รุกฆาต!” เสียงประกาศชัยชนะด้วยความดีอกดีใจเป็นครั้งแรก หลังจากเล่นเกมมาเกือบสิบตาของประมุขไม่ได้ทำให้ผู้ฟังแสดงท่าทีไม่พอใจใดๆ ออกไป ตรงกันข้าม...คาร่ากลับมองคนที่ฉีกยิ้มกว้างและมองหน้าเธอด้วยแววตาคาดหวังราวกับอยากได้รางวัลเป็นคำชมนิ่งงัน

วินาทีนั้นเธอเพิ่งรู้ตัวเป็นครั้งแรก...ว่าเธอโง่มากเพียงใดที่ใช้เวลาไปอย่างเสียเปล่ากับการพยายามไล่เด็กคนนี้ออกไปจากชีวิตเกรย์

“ฉันแพ้แล้ว” ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้า ก่อนร่างบอบบางของผู้ที่เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองมาโดยตลอดจะเอนกายพิงพนักโซฟาอีกครั้งด้วยความสบายใจ ไม่มีวี่แววของความเกลียดชังใดๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีก

แม้จะยังไม่ได้อ้าแขนรับอย่างเต็มตัว ทว่าหัวใจของเธอกลับเริ่มเปิดออกทีละน้อย

และสักวันหนึ่งก็คงจะพ่ายแพ้ให้แก่เด็กตรงหน้าเหมือนเช่นหมากรุกตานี้

พ่ายแพ้...เหมือนเช่นลูกชายของเธอ


----------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.055K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1496 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 21:20
    น้องน่ารักใช่มั้ยคะคุณเเม่่่่่่่่่่
    #1,496
    0
  2. #1490 นุ่มนิ่ม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 21:16

    สู้อีกนิดนะประมุข ใกล้แล้ว

    #1,490
    0
  3. #1438 baekbow (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 10:27
    งื้อออออออ คุณแม่เริ่มเปิดใจให้น้องแล้วอ่ะ เดี๋ยวคุณแม่ก็จะได้รู้ว่าน้องน่ารักมากแค่ไหน // คุณย่าเอ็นดูน้องมากเลย แถมสอนให้น้องลองมองมุมใหม่ด้วย ดีจัง
    #1,438
    0
  4. #1398 maybee23 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:57
    น้ำตาจะไหลน่องมุขทำสำเร็จแล้วววว คุณแม่สามีเปิดใจให้น้องแล้ววววว
    #1,398
    0
  5. #1392 ojay2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 10:26
    น้องน่าเอ็นดูวววขนาดนี้ ฮรืออออ
    #1,392
    0
  6. #1361 ying-b (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 02:10
    โอ๊ยย น้ำตาไหลล ดีใจกับน้องมากเลยยย คุณแม่ยอมเปิดใจแล้วววว งื้อออออ
    #1,361
    0
  7. #1338 CallistoJpt (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 17:17
    เย้ๆ ในที่สุดคุณแม่ก็เปิดใจรับน้องแล้ว แงงงงงงงง ดีใจไปกับน้องด้วยเลย ลูกแกะของคุณเกรย์เก่งที่สุดเลยลูก
    #1,338
    0
  8. #1306 Strawberrybunny (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 11:40
    น้องงงงงงง ความสดใสของฝรั่งเศส5555
    #1,306
    0
  9. #1274 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 07:04
    ใกล้แล้วๆ ลูกแกะ พยายามอีกนิดนึงก็จะสำเร็จแล้วน้าาาา เก่งมากๆเลย
    #1,274
    0
  10. #1153 8018s (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 03:59
    #ทีมคุณย่า ><
    #1,153
    0
  11. #1150 rainjar (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 10:31
    คิดถึงแล้วจ้า
    #1,150
    0
  12. #1149 rainjar (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 10:31
    คิดถึงแลเวจ้า
    #1,149
    0
  13. #1145 paechx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 17:58
    น้อนนนนเก่งมากกกกก
    #1,145
    0
  14. #1143 fhanatic (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 18:34
    คุณแม่เริ่มใจอ่อนแล้วสินะคะ น่ารักขนาดนั้นใครจะห้ามไหวละคะ
    #1,143
    0
  15. #1142 DayLemons (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 16:00
    คุณแม่เริ่มใจอ่อนแล้ว งุ้ยๆๆๆ
    #1,142
    0
  16. #1141 itzmebb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 23:29

    รุกฆาต!

    #1,141
    0
  17. #1133 Nattha_rika (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:27
    เข้าใจแม่เด้อ ใครก็อยากให็ลูกได้กะคนดีๆ แต่แม่เล่นเเรงเกิ๊นบ้างที
    #1,133
    0
  18. #1132 Mysterygrey (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:01
    ย่าน่ารัก
    #1,132
    0
  19. #1131 ขีดเส้นใต้เอาไว้ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 02:07
    แงงงงง เก่งมากเลยลูก
    #1,131
    0
  20. #1130 mon9228 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 01:42
    เจอความน่ารักของลูกแกะเข้าไป กลายเป็นหลงรักกันหมดเลย เกรย์สบายละ 5555
    #1,130
    0
  21. #1129 rainjar (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 01:09

    รออ่านตอนต่อไป มาอัพไวๆนะคะ
    #1,129
    0
  22. #1128 PKTD (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:02
    น้องมุขเป็นกำลังใจที่ดีมากเลย อ่านแล้วมีกำลังฮึดสู้เลยย
    #1,128
    0
  23. #1127 taytrya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 18:36
    น้อง เก่งมากคั้บ!
    #1,127
    0
  24. #1126 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 17:28
    ในที่สุดก็แพ้จนได้! เจ้าลูกแกะเก่งมากๆเลยครับบบ แงงง
    #1,126
    0
  25. #1125 BaiTong23 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 16:31
    ก็มุขน่ารักกก
    #1,125
    0