[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 10 : PRAMUK-8-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 950 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

-8-


“ทำหน้าคิดหนักอะไรอยู่”

“เกรย์...” ประมุขหันไปยิ้มให้คนที่เดินมาจากด้านหลัง รอให้อีกฝ่ายนั่งลงข้างกายแล้วจึงขยับเข้าไปใกล้จนแนบชิด เอียงตัวพิงโดยใช้โซฟาช่วยรับน้ำหนัก เป็นท่าทางออดอ้อนประจำตัวที่ใครมองก็ได้แต่อมยิ้ม ยิ่งเป็นคนที่โดนอ้อนยิ่งแล้วใหญ่

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า ผมแค่คิดอะไรเพลินๆ”

“คิดเพลินซะหน้าเครียดเชียว” เกรย์ลูบหัวคนในอ้อมแขนเบาๆ ก่อนจะดันคางให้เงยขึ้นสบตาเขา แค่มองเห็นดวงตาสดใสคู่นั้นดูผิดแปลกไปจากเดิมเพียงนิดเดียว เขาก็รู้แล้วว่าเรื่องที่ลูกแกะคิดอยู่ต้องไม่ใช่เรื่องทั่วไปแน่นอน “บอกฉันสิว่าอะไรทำให้ลูกแกะคิดมาก”

“ผมแค่...คิดว่ามีเรื่องอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด ทั้งเรื่องแม่แล้วยังมีเรื่องคนที่พยายามจะหาเรื่องคุณด้วย” แม้เรื่องแรกจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะแม่น่าจะเปิดศึกกับพี่จักรมากกว่า แต่อย่างไรพี่จักรก็เป็นพี่ชายของเขา ส่วนเรื่องหลังที่เป็นเรื่องของเกรย์นั่นเรียกว่าได้รับผลกระทบตรงๆ เพราะฝั่งนั้นน่าจะเหมารวมเขาไปด้วยแล้ว

พอคิดมาถึงตรงนี้ก็อดเครียดไม่ได้...

“อย่าคิดมากเลย...” คนที่เฝ้ามองสีหน้าและท่าทางของประมุขมาโดยตลอดบอกเสียงอ่อน มือข้างที่โอบไหล่เจ้าตัวไว้วางทาบลงบนหน้าผากขาว ดันให้เงยกลับมามองหน้ากันอีกครั้ง “ฉันจะดูแลลูกแกะเอง”

“แล้วคุณไม่เหนื่อยเหรอ”

“หืม”

“คุณทำอะไรคนเดียวตั้งหลายอย่าง ไม่เหนื่อยเหรอครับ”

คำถามที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินทำเอาคนฟังชะงักค้างไปครู่ใหญ่ เกรย์กะพริบตาช้าๆ มองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยที่ไม่มีอะไรแอบแฝงของลูกแกะเงียบๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ขณะประทับริมฝีผากลงบนขมับอีกคนเป็นเชิงปลอบประโลม

“ฉันไม่เป็นไรหรอก” อันที่จริงต้ังแต่จำความได้ก็เคยชินกับอะไรพวกนี้อยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อมีคนเป็นห่วง สิ่งที่ถูกกักเก็บไว้จะโดนดึงออกมาจนหมด เขาเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองเหนื่อยหน่ายกับเรื่องราวน่ารำคาญพวกนี้ขนาดไหน ใจจริงถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล ไปใช้ชีวิตเงียบๆ แบบที่ไม่ต้องแบกอะไรมากมายไว้บนบ่ากับลูกแกะสองคน ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้...

“เกรย์...”

“แค่นายอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก” กับคนน่ารักที่ไม่เคยพูดจาเป็นห่วงตัวเองเลยสักนิด ยังไงเขาก็ต้องดูแลให้ดี จะไม่ยอมให้มีใครหรืออะไรมาทำร้ายโดยเด็ดขาด

“ผมบอกคุณแล้วว่าไม่ไปไหนแน่นอน” ประมุขในชุดนอนลายแกะสีขาวสะอาดหันไปกอดเกรย์ไว้แน่น แต่ไม่รู้กอดยังไง ไปๆ มาๆ ตาเริ่มปรือจนถูกแกะมือออก ดันให้นอนลงบนตักดีๆ ก็เหมือนจะไม่รู้สึกตัว ทั้งยังขยับขยุกขยิกหาท่านอนอย่างสบายอกสบายใจอีกต่างหาก

“เดี๋ยวคิงจะมาหานะ ไม่รอเจอก่อนเหรอ”

“ฮื่อ…” รับคำคล้ายอยากเจอ แต่สุดท้ายก็นิ่งสนิทไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เกรย์มองตามแล้วลูบหัวให้อย่างอ่อนใจ

หลังจากที่เดินทางมายังภาคใต้ โดยพูดคุยเอาไว้ว่าจะพากันเที่ยว สองวันมานี้ประมุขยังไม่ได้ออกไปไหน เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องกับเขาทั้งวัน เจ้าตัวบอกว่าได้ยินวิคเตอร์รับโทรศัพท์ ฟังดูก็รู้ว่าเกรย์ถูกตามให้จัดการงาน เพราะดันปิดโทรศัพท์เพื่อรักษาสัญญาจะพาไปเที่ยว จากนั้นมาลูกแกะตัวน้อยก็บอกให้เคลียร์งานอีกวันสองวัน เอาไว้เจอพี่ชายก่อนค่อยไปเที่ยวกันก็ได้

สุดท้ายที่อุตส่าห์พาลูกแกะไปพักโรงแรมริมทะเลระหว่างรอเวลานัดก็เปล่าประโยชน์ เขาใช้เวลาสองวันจัดการงานยิบย่อย ตอนเช้าของวันนี้ถึงได้ย้ายมานอนโรงแรมเดียวกันกับเพื่อน เพื่อรอพูดคุยกันในตอนกลางคืนก็คือตอนนี้

แต่นี่ก็ดึกมากแล้ว...

หนุ่มต่างชาติตาฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด รอกระทั่งปลายสายกดรับแล้วจึงออกคำสั่งสั้นๆ ได้ใจความในประโยคเดียว

“อีกสิบนาทีถ้ายังไม่มาบอกว่าฉันนอนแล้ว”

[คุณคิงขึ้นลิฟต์มาแล้วครับนาย]

“อา... งั้นให้เข้ามาได้เลย”

โชคดีที่ก่อนเขาจะตัดสินใจพาลูกแกะไปนอนในห้อง คนที่เหมือนรู้ทันกันไปหมดเพราะคบมานานก็โผล่มาพอดีเสียก่อน เกรย์ก้มลงมองหน้าลูกแกะอย่างใจเย็น กระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูจึงใส่หน้ากาก ยกยิ้มขึ้นช้าๆ เนื่องจากรู้ดีว่าเพื่อนคงพาคนสำคัญมาด้วย เขาหันหน้ากลับไปมอง ก่อนจะยกนิ้วแตะริมฝีปากเพื่อบอกให้เงียบโดยไม่ได้อธิบายอะไร รอจนทั้งคู่เดินมาตรงหน้าแล้วจึงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“มุข” เสียงเรียกของคนหวงน้องดังขึ้นพร้อมกันกับที่ใบหน้าเย็นชาของจักรพรรดิแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวน่ากลัว ชายหนุ่มบนรถวีลแชร์เบนสายตาดุดันไปมองเพื่อน แล้วเอ่ยเตือนโดยใช้ภาษาฝรั่งเศสที่เข้าใจกันเพียงสองคน “นายบอกว่าจะไม่แตะต้องเขา”

“ก่อนเวลา” เกรย์ต่อคำโดยใช้ภาษาไทยแปร่งๆ ของตัวเอง “ไอบอกว่าจะไม่แตะต้องลูกแกะก่อนเวลา”

“…”

“ไม่เอาน่าคิง... นี่มันก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วนะ”

อันที่จริงจักรพรรดิควรจะขอบคุณเขาเสียด้วยซ้ำที่ยอมอดทนรอมาจนถึงตอนนี้ ทั้งที่คนอย่างเกรย์ หากอยากได้อะไรแล้วไม่เคยต้องรอ ขอแค่ชี้นิ้วสั่งทุกสิ่งก็พร้อมจะมากองอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญานั่น เขาก็คงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองและลูกแกะรอนานขนาดนี้

“เราเลิกพูดเรื่องลูกแกะของฉันแล้วมาคุยกันเรื่องของนายดีกว่าไหม ฉันยังอยากรักษาสัญญาอีกข้อของเราอยู่นะ” เกรย์เอ่ยเตือนเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ภีมภัทรเข้าใจด้วย ขณะที่มือยังคงลูบหัวลูกแกะตัวน้อยที่เริ่มขยับตัวอย่างอ่อนโยน

ดูท่าอีกสองคนในห้องคงไม่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของคนที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล ซึ่งเหมือนว่าเจ้าตัวเองก็ไม่ได้อยากให้รู้เท่าไหร่นัก เห็นแบบนั้นเกรย์จึงไม่ได้พูดบอกอะไร เพียงปล่อยให้ลูกแกะแอบฟังตามที่ต้องการ

“คือว่า...” ภีมภัทรที่นั่งเงียบมานานเอ่ยแทรกขึ้นมาลอยๆ ใบหน้าดูงุนงงจนถึงขีดสุด “สัญญาที่ว่านี่อะไรเหรอ บอกได้ไหม”

“อา...บอกได้ไหมคิง” เพียงแค่ได้เห็นท่าทีมึนตึงของเพื่อนที่ไม่ได้เห็นมานาน เกรย์ก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้ใส่ใจบรรยากาศที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาจ้องมองหน้าเพื่อนด้วยความสนใจ คิดว่าคนอย่างคิงจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ภีมภัทรฟังหรือเปล่า และการที่อีกฝ่ายดึงมือคนสำคัญให้นั่งลงบนโซฟาก็เป็นคำตอบของคำถามนั้น

“เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่พี่รู้จักเกรย์เราเคยสัญญากันไว้สองข้อ”

“สัญญา...”

“ข้อแรกคือถ้าพี่ยอมให้รูปถ่ายรูปหนึ่งกับเกรย์ เขาจะยอมช่วยจนกว่าพี่จะหลุดพ้นจากพันธนาการของมินตรา”

เกรย์ก้มหน้าลงมองลูกแกะน้อยที่ตัวกระตุกราวกับได้ยินเรื่องไม่คาดฝันแล้วยกยิ้มจาง คงเพราะเขาไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังตั้งแต่แรกก็เลยตกใจ ท่าทางน่าเอ็นดูของคนแกล้งหลับทำเอาเขาเกือบอดใจไม่ไหว อยากจะก้มลงไปจูบหน้าผากขาวๆ นั่นเหลือเกิน แต่ขืนทำอย่างนั้นเห็นทีคงมีคนพุ่งเข้ามาบีบคอแน่

“รูปถ่าย...” เสียงพึมพำด้วยความงุนงงของภีมภัทรทำให้เกรย์รู้สึกตัวอีกครั้ง เขาหยิบรูปถ่ายที่ว่าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเรียกให้อีกคนหันมาดู

“รูปนี้ไง”

“พี่พกรูปนี้ไว้ในกระเป๋าตอนที่ถูกแม่พาตัวไป ใครจะไปคิดว่าแค่หยิบขึ้นมามองแล้วจะโดนเจ้านั่นหมายตาแทบจะทันที นอกจากนั้นยังกล้าฉีกรูปอีกครึ่งที่มีพี่กับเต้ออกด้วย” จักรพรรดิเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่เจือความไม่พอใจเอาไว้จนเต็มเปี่ยม

“ฉะ...ฉีกออก”

“ก็ไออยากได้แค่รูปของลูกแกะนี่นา” เกรย์แสร้งจีบปากจีบคอพูดเป็นภาษาไทยเพื่อเสริมความน่าหมั่นไส้ให้ตัวเอง แล้วมันก็ได้ผลเมื่อเพื่อนสนิทหันมาจ้องเขาด้วยแววตากินเลือดกินเนื้อ

“เพราะเห็นว่าเกรย์สนใจมุขจริงๆ...จริงมากเกินไป พี่เลยขอให้สัญญาว่าจะไม่แตะต้องมุขก่อนเวลาที่สมควร”

“พี่จักรรักน้องๆ น่าดูเลยนะครับ”

“ถึงแม้พอเวลาผ่านไปพี่จะจำความทรงจำที่มีกับน้องได้ไม่มากนัก แต่รูปที่เก็บไว้ทำให้พี่ไม่เคยลืมว่าเต้กับมุขคือน้องที่ต้องดูแล...ถึงจะโดนฉีกไปคนก็เถอะ”

“ถ้าภีมรู้ล่วงหน้าว่าพี่จักรจะไป ภีมจะหารูปตัวเองให้พี่เอาติดตัวไปด้วย”

“ถ้าพี่รู้ล่วงหน้า พี่ก็จะมาขอรูปภีมไปเหมือนกัน”

เกรย์นั่งมองท่าทีอ่อนโยนที่ไม่เคยเห็นของคิงผู้แสนเย็นชาด้วยความสนอกสนใจ และสุดท้ายเขาก็ลอบยิ้มออกมาอย่างจริงใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้เพื่อนมีคนคอยดูแลแล้ว ถึงจะทำเหมือนนึกถึงแต่เรื่องของผลประโยชน์ แต่คนที่คบกันมานานย่อมมีความหวังดีต่อกัน หากไม่นับลูกแกะกับครอบครัว ผู้ที่อาจนับได้ว่ามีความสำคัญกับเขาก็คงมีเพียงคิงเท่านั้น

แต่ตอนนี้คงปล่อยให้หวานกันต่อไม่ได้... เพราะลูกแกะคงไม่อยากแกล้งหลับแล้ว

“มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ไอจะได้พาลูกแกะกลับเข้าไปนอนในห้องเสียที” เขาเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานขึ้นเล็กน้อย ดวงตาและริมฝีปากไม่มีรอยยิ้มเหมือนเคย

“ว่ามา”

“ข้อมูลผิดกฎหมายของบริษัทหลังจากที่แม่นายเข้ามาบริหารงานด้วยตัวเองรวมถึงคนผิดทั้งหมดถูกรวบรวมไว้แล้ว ทั้งจากที่นายเคยรวบรวมไว้ให้ แล้วก็จากที่ฝ่ายนั้นพยายามเอางานผิดกฎหมายมาเสนอขายฉัน เหลือแค่รอคำสั่งจากนายว่าจะให้เปิดเผยตอนไหน แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าแม่นายจะโยนความผิดมาให้ ไม่มีเรื่องแบบนั้นแน่นอน แต่นายแค่อาจต้องกลับไปจัดการอะไรๆ ที่ฝรั่งเศสสักพัก” ประโยคบอกเล่าเป็นภาษาอังกฤษที่จงใจให้ภีมภัทรและคนแกล้งหลับฟังรู้เรื่องไปด้วยทำให้บรรยากาศรอบห้องดูอึดอัดกว่าที่เคย

เกรย์ลอบมองท่าทีของเพื่อนสนิทก็บอกได้ในทันทีว่าคิงที่เคยอยู่เหนือใครกำลังรู้สึกเช่นไร แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะเจ้าตัวซึมซับความอ่อนโยนจากใครบางคนมามากหรือเพราะอะไร เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซังอีก

ยังมีอะไรอีกมากที่ต้องจัดการ...

“ฉันเคารพการตัดสินใจของนาย จะเอายังไงก็ว่ามา” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วนั่งรอคำตอบอย่างใจเย็น

“วันนี้มินตราส่งคนเข้ามาใกล้ฉันกับภีม” จักรพรรดิเริ่มเอ่ยขึ้นถึงเรื่องที่กังวลใจ “พวกนั้นเข้ามาถึงตัวฉันได้ง่ายๆ ถ้ามินตราได้เข้าไปอยู่ในคุกแล้วเกิดแค้นขึ้นมาจริงๆ ฉันกลัวว่าภีมจะเป็นอันตราย”

“ตอนนี้ก็อันตรายอยู่แล้วคิง...ก็แค่แม่นั่นยังไม่กล้าพอจะเล่นจนมีอันตรายถึงชีวิต คนจิตใจต่ำตมแบบนั้นพอถึงเวลาต้องกล้าทำแน่ และถ้ายังปล่อยให้ลอยไปลอยมาสั่งการอยู่ข้างนอก มันคงน่ากลัวกว่าให้ไปสั่งการอยู่ในคุกมากเลยล่ะ” เกรย์พูดออกมาตามความจริงโดยไม่มีท่าทีล้อเล่นเหมือนเคย “ฟังนะคิง...ฉันรู้ว่านายไม่อยากให้ฉันช่วยไปมากกว่านี้ แต่ถ้าอยากปกป้องคนที่อยู่ข้างนาย ยอมลดศักดิ์ศรีลงแล้วให้คนของฉันไปติดตามนายซะ พอส่งแม่นั่นเข้าคุกจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องใครจะมาทำร้ายอีก เก็บกวาดได้หมดนายก็ค่อยคืนคนมาก็แค่นั้น”

“…”

“ฉันพูดในฐานะเพื่อน...” เขาเว้นช่วงไปเล็กน้อยยามก้มลงมองคนบนตัก “และช่วยในฐานะน้องเขย”

“เกรย์” จักรพรรดิจ้องหน้าคนที่สถาปนาตัวเองเป็นน้องเขยของเขาด้วยแววตาดุดัน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่จางหายไปกว่าครึ่ง และมันช่วยให้ภีมภัทรที่นั่งลุ้นอยู่หายใจได้คล่องขึ้นเล็กน้อย

“เก็บไปคิดเถอะคิง อย่าลืมว่าตอนนี้ถึงนายจะมีธุรกิจที่ทำร่วมกับฉันหรือมีหุ้นที่เล่นไว้เยอะขนาดไหน แต่อำนาจของนายมันไม่ได้ต่างไปจากคนธรรมดา ถ้าคิดจะสู้กับคนแบบนั้น ให้ฉันช่วยดีที่สุดแล้ว”

“…”

“มันคือสายใยระหว่างแม่ลูกใช่ไหม” เกรย์ชักสีหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นความลังเลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนสนิท

“ฉัน…”

“ต่อให้โดนทำร้ายขนาดไหน วางแผนจะเอาคืนมานานกี่ปี แต่นั่นก็คือแม่แท้ๆ เพราะแบบนั้นนายถึงลังเลว่าควรจะส่งหล่อนเข้าคุกด้วยตัวเองหรือเปล่า” เขายังคงพูดจี้ใจดำเพื่อนต่อไป และไม่ได้คิดจะหยุดอยู่แค่นั้น แต่เมื่อรับรู้ได้ว่าคนแกล้งหลับเริ่มขยับตัวขยุกขยิกด้วยความไม่สบายใจจึงต้องถอนหายใจออกมาแล้วเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ “เอาเถอะ...ฉันเองก็เข้าใจ เพราะงั้นใช้เวลาคิดให้คุ้มค่าก็แล้วกัน อย่าให้มันนานเกินไปจนนายต้องสูญเสียก็พอ”

“อืม”

“ฉันไม่อยากให้ลูกแกะร้องไห้” คนพูดหยิบมือขาวของประมุขขึ้นมาแล้วกดจูบลงไปเบาๆ ต่อหน้าต่อตาจักรพรรดิ แต่คงเพราะมีอะไรอยู่ในหัวมากมาย พี่ชายหวงน้องจึงไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา นอกจากหันไปหาคนข้างกายและบอกให้อีกฝ่ายพากลับห้อง

หลังจากคนทั้งคู่ออกไปจากห้องแล้ว ผู้ที่หลับตานิ่งมาตลอดก็ลืมตาขึ้นช้าๆ ประมุขหมุนตัวเข้าไปหาเจ้าของตัก ก่อนจะกอดเอวแกร่งไว้แน่นโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

“ถ้าเป็นลูกแกะ...จะตัดสินใจแบบไหนเหรอ” เกรย์ถามขึ้นลอยๆ ขณะที่มือยังลูบหัวทุยของคนขี้อ้อนเบาๆ

“ไม่รู้” เสียงอู้อี้ตอบกลับ “ผมคงไม่กล้าตัดสินใจ”

“อืม…”

“แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ” ประมุขเงยหน้าขึ้นถาม พริบตาหนึ่งเขาเห็นดวงตาคู่นั้นฉายแวววาววับน่ากลัวจนเกือบเผลอผละกายออกห่างถ้าไม่ติดว่าคนรู้ทันรั้งตัวไว้ก่อน

“ฉันไม่ได้ใจดีเหมือนพี่นายหรอกนะ เพราะนอกจากจะไม่ส่งตำรวจแล้วฉันยังจะหั่นมันเป็นชิ้นๆ ด้วย” คำพูดเหล่านั้นดูขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับใบหน้าอ่อนโยนยามก้มลงมองหน้าเขา ประมุขเผลอกำชายเสื้อนอนสีดำแน่นและเกือบจะแสดงความหวาดกลัวให้ได้เห็น แต่แล้วเมื่อได้ยินประโยคต่อไปเขาก็ชะงักและเป็นฝ่ายขยับเข้าไปกอดคนตัวโตเอาไว้ด้วยตัวเอง “และถ้าคนที่ต้องเจ็บปวดเป็นนาย...”

“…”

“ฉันจะทำให้มันตายทั้งเป็น”

“ฮือ น่ากลัว”

“น่ากลัวแล้วยิ้มทำไม” เกรย์หัวเราะเมื่อเห็นลูกแกะอมยิ้มจนแก้มพอง เหมือนจะพออกพอใจกับคำตอบของเขาสุดๆ แต่กลับบอกว่าน่ากลัวออกมาซะอย่างนั้น น่าตีจริงๆ

“เออใช่...” คนที่เอาแต่ยิ้มขยับขยุกขยิก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเมื่อนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “ที่คุณบอกพี่ว่าผู้หญิงคนนั้นเอางานผิดกฎหมายมาเสนอแล้ว..."

“อา... ตอนนี้แม่มดเดินเข้ามาในกับดับที่เราวางไว้แล้ว ฉันมีหลักฐานทุกอย่างที่จะทำให้เธอไม่อาจโผล่ออกมาข้างนอกได้อีกตลอดชีวิต เหลือก็แต่รอการตัดสินใจของพี่ชายนายเท่านั้น”

“อือ…”

เกรย์มองใบหน้าคิดหนักของลูกแกะน้อยโดยไม่ได้พูดอะไร แม้ตอนเพื่อนทำเหมือนจะใจอ่อนกับคนที่ทำร้ายตัวเองมาโดยตลอดเขาจะแอบหงุดหงิดกับความอ่อนแอนั้นอยู่ไม่น้อย ทว่าเมื่อคนที่คิดมากกลายเป็นลูกแกะ ความรู้สึกแบบนั้นกลับไม่มีอยู่ในหัวเลยสักนิด

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” อ้อมแขนที่กอดรัดไหล่ผอมเอาไว้ออกแรงบีบกระชับมากกว่าเดิม “คนอย่างแม่มดไม่มีทางยอมถอย ถึงยังไงคิงก็ต้องถูกบีบให้ลงมืออยู่ดี”

และถ้าคิงไม่ยอมลงมือ...

หากเขาเห็นว่าแม่นั่นคิดจะดึงลูกแกะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเมื่อไหร่ ครั้งนี้จะไม่มีคำว่าใจเย็นเหลืออยู่อีกต่อไป








เช้าวันถัดมา หลังจากเมื่อคืนประมุขนอนหลับคาอกของคนตัวโตบนโซฟา เขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนิ่มแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครพามา ใบหน้าของเกรย์ในยามหลับไม่ได้ดูอ่อนโยนไร้พิษสงแบบใครเขา ทว่ากลับดูเฉยชาน่ากลัว มีอำนาจโดยไม่ต้องทำอะไร กระทั่งตอนหลับก็ยังไม่อาจลดทอนมันลงไปได้

หลังจากเขี่ยหน้าคนที่ปกติจะรู้สึกตัวไวจนมั่นใจว่าอีกคนคงเพิ่งนอนได้ไม่นาน เพราะน่าจะเคลียร์งานจนดึก เขาก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปอาบน้ำช้าๆ โดยไม่ได้ปลุกคนหลับขึ้นมาเหมือนทุกที เนื่องจากรู้ดีว่าที่เกรย์ยอมหลับสนิทแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่มีค่าเอามากๆ ช่วงแรกที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกัน อีกฝ่ายมักจะตื่นง่ายเหมือนยังไม่คุ้นชินกับการมีคนมานอนอยู่ข้างๆ พอเห็นทุกอย่างเริ่มแปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นก็อดดีใจไม่ได้

“คุณจะไปไหน”

เสียงทักที่ดังขึ้นแทบจะทันทีที่เปิดประตูห้องทำเอาคนที่หลงลืมไปเสียสนิทว่าหน้าประตูมีบอดี้การ์ดเฝ้าอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงสะดุ้งจนตัวโยน แต่พอเห็นว่าเป็นวิคเตอร์ที่ยืนจ้องกันอยู่ก็ถอนหายใจออกมาจนหมดปอด

“จะไปซื้อกาแฟข้างล่างครับ พาผมไปหน่อยนะ” ประมุขยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ดื้อเพ่งจะลงไปคนเดียวให้ใครรำคาญใจ แต่ร้องขอในสิ่งที่รู้ดีว่ายังไงการ์ดก็ต้องอนุญาต สุดท้ายก็มีวิคเตอร์กับอเล็กซ์เดินตามหลังมาด้วยสองคน ขณะที่บนห้องยังคงมีคนอื่นๆ ยืนเฝ้าระวังให้เจ้านายที่ยังไม่ตื่นนอนตามปกติเหมือนเคย

พื้นที่ด้านล่างของโรงแรมที่ประมุขพักอยู่มีร้านกาแฟชื่อดังตั้งอยู่ด้านใน เมื่อเดินมาเห็นว่าร้านไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไรนัก อีกทั้งยังไม่มีลูกค้า เขาจึงบอกให้วิคเตอร์กับอเล็กซ์ยืนรออยู่หน้าประตูร้าน แล้วเดินเข้าไปส่ังกาแฟด้านในเพียงลำพัง เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงหันไปยืนมองตู้กระจกเพื่อเลือกของกินต่อด้วยความสนอกสนใจ

“ซื้ออะไรให้เกรย์ดีนะ...”

คนสบายๆ ที่พิถีพิถันอยู่แค่เรื่องเดียวคือเรื่องความชอบของคนสำคัญจ้องมองขนมให้ตู้อยู่นาน ลังเลไปหมดว่าจะเลือกอันไหนดี อาจเรียกได้ว่ามีสมาธิยิ่งกว่าตอนซ้อมบทละครเสียอีก กระทั่งมีใครบางคนเดินมายืนอยู่ด้านข้างก็ยังไม่รู้สึกตัว

“เธอ…” เสียงเรียกเป็นภาษาไทยที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำให้คนที่กำลังก้มหน้ามองของกินต้องยืดตัวตรงแล้วหันไปมองคนข้างกายด้วยความไม่เข้าใจ แต่แล้วเมื่อได้เห็นใบหน้าสะสวยของหญิงสาววัยกลางคน รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไปช้าๆ

ระยะเวลานับสิบปีที่ไม่ได้เจอหน้าไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ดวงตาที่สะท้อนความโลภและมักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินตัวนั่น ไม่ว่าจะผ่านมานานเพียงไรก็ยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ประมุขกลับมาคลี่ยิ้มอีกครั้งเมื่อรู้สึกตัว หากรอยยิ้มนั้นกลับส่งไปไม่ถึงดวงตา มือสองข้างลอบกำกางเกงเอาไว้แน่น ขณะหันไปส่ายหน้า ส่งสัญญาณไม่ให้วิคเตอร์กับอเล็กซ์เดินเข้ามาหาในตอนนี้

เขาอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไร...

“ไม่เจอกันนาน ทักทายแม่แบบนี้เหรอ” รอยยิ้มน่าสะอิดสะเอียนปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวยของคนจิตใจสกปรกที่ประมุขนึกชังมาโดยตลอด และยิ่งได้รู้ว่าเธอทำอะไรกับพี่จักรเอาไว้บ้าง เขาก็ยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นเท่านั้น

“คุณอยากจะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า”

“อกตัญญูจริงๆ...” มินตราฉีกยิ้ม ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าใกล้ลูกชายคนเล็กที่ไม่ได้เจอมานาน “ไปบอกพี่ชายของเธอซะ ว่าถ้ามันทำให้ไอ้ฝรั่งนั่นเลิกยุ่งกับฉันได้ ฉันจะยอมคืนฐานะให้มัน”

วินาทีที่ได้ยินคำพูดของแม่แท้ๆ ประมุขเผลอกำหมัดแน่น ดวงตาที่ใสซื่ออยู่เสมอทอประกายเกลียดชัง กระทั่งหลุดปากพึมพำออกไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

“จะตายวันตายพรุ่งอยู่แล้วยังไม่รู้สึกตัว...”

“แกว่าอะไรนะ!”

“คุณลูกค้า... กาแฟได้แล้วครับ”

ประมุขหันกลับไปยิ้มขอบคุณพนักงานที่มองมาแบบหวาดๆ มือรับแก้วกาแฟมาถือไว้แล้วหันกลับไปมองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่แท้ๆ อย่างไร้ความรู้สึกอีกครั้ง

“ลาก่อนครับ” เขาพูดเพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นฝ่ายเดินจากไปก่อน เพราะไม่ต้องการให้แม่เห็นว่าตัวเองมีการ์ดตามติดมาด้วย ดูท่าทางเธอคงไม่รู้เรื่องระหว่างเขากับเกรย์ ไม่อย่างนั้นคงไม่นิ่งขนาดนี้แน่

ต่อให้เป็นลูกแกะซื่อบื้อ แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนสำคัญประมุขไม่มีทางประมาท ในเมื่อไม่มีกำลังพอจะทำอะไร เขาก็จะไม่ยอมเป็นภาระ ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองกับเกรย์โดยเด็ดขาด

ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่จ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยแววตากราดเกรี้ยว หากก็ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เธอปรายตามองเด็กที่เคยขี้กลัวซึ่งตอนนี้ดูจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก

ประมุขมองแม่แท้ๆ เดินหายไปจนลับสายตาแล้วจึงเดินเข้าไปหาการ์ดทั้งสองคนที่ยืนรออยู่ เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากส่งยิ้มไปให้ และเดินไวๆ ไปที่ลิฟต์เพราะอยากเจอคนคนหนึ่งไวๆ จนขึ้นมาถึงห้องแล้วคนที่ตามหลังมาตลอดก็ไม่ได้พูดถาม เหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะอย่างไรประมุขก็ต้องเล่าให้เจ้านายฟัง

ตอนแรกประมุขคิดว่าเขาไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัวอะไรต่อแม่แล้ว เพราะไม่ได้เจอกันมานาน แม้จะมีหวาดๆ บ้างยามนึกถึง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ไม่คิดเลยว่าแท้จริงเขายังคงหวาดกลัวผู้หญิงคนนั้นอยู่มาก ภาพเหตุการณ์ที่เธอเคยบีบแขน พยายามเอาตัวเขาไป หรือพูดจาไม่ดีใส่สมัยเป็นเด็กยังคงตามหลอกหลอน ช่วงแรกๆ ที่รู้เรื่องแม่กับพี่จักรก็ฝันร้ายจนเกรย์ต้องปลุกขึ้นมากอด พอเผลอเล่าเหตุการณ์ในวัยเด็กให้ฟัง คนคนนั้นก็ทำแววตาดุดัน ก่อนจะบอกว่าจะเอาคืนให้อย่างสาสม

นั่นเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกปลอดภัยที่สุด... เพราะงั้นตอนนี้ต้องรีบกลับไปหา

“ฝั่งนั้นเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงเย็นชาที่ดังขึ้นมาจากคนที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาทำให้ประมุขก้าวเท้าช้าลงเล็กน้อย เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหา รอจนคนที่ยังอยู่ในชุดนอนหันมาเห็นและอ้าแขนออกจึงโถมตัวเข้าไปกอดไว้แน่น

“คุยต่อเถอะครับ” พอยึดพื้นที่ประจำตัวมาได้แล้วเขาก็เงยหน้ากระซิบบอกคนข้างกายที่กำลังคุยโทรศัพท์ยิ้มๆ คราวนี้เกรย์หัวเราะออกมา ก่อนจะส่งมือมาลูบหัวกันด้วยความเอ็นดู แม้แต่ภาษาที่ใช้ก็เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนอยากให้เขารู้เรื่องด้วย

“ธุระยิบย่อยช่างมันก่อน เอาเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยเป็นหลัก...อืม...ถึงเวลาต้องเร่งอะไรต่อมิอะไรได้แล้ว ดูเหมือนแม่นั่นจะบังอาจมายุ่งกับคนของฉัน”

ประมุขตาโตเมื่อได้ยินคำพูดที่เหมือนจะรู้ว่าเขาเพิ่งไปเจอกับแม่แท้ๆ มา ซึ่งเมื่อได้เห็นดวงตาเป็นประกายแวววาวของคนสำคัญ คำถามทั้งหมดในใจก็จางหายไป

หากเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขา... ไม่มีเรื่องไหนที่เกรย์ไม่รู้

“ทำยังไงก็ได้ให้บริษัทนั่นตกต่ำลงจนถึงขีดสุด เดี๋ยวแม่มดก็หาทางดิ้นด้วยวิธีโง่ๆ เอง ทีนี้คิงจะได้ตัดสินใจเด็ดขาดเสียที” ความดุดันเย็นชาที่ถูกส่งผ่านมาทางน้ำเสียงของคนที่ดูราวกับคาดเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้อยู่แล้วทำให้ประมุขเผลอย่นคิ้วจนหน้ามุ่ย ต้องแอบสะกิดเตือนให้คุณเกรย์รู้สึกตัวสักหน่อย

“น่ากลัว” เขากระซิบบอกเมื่อเกรย์ก้มลงมองเป็นเชิงถาม แล้วก็ได้รับรอยยิ้มขำขันตอบกลับมา

“เราจะรับศึกสองทางไม่ได้ นายรีบจัดการตามที่บอก ส่วนอีกเรื่อง...ฉันให้เวลามามากพอแล้ว หาข้อมูลมาให้มากกว่านี้ อย่าทำให้ฉันผิดหวัง จิม”

หลังจากวางโทรศัพท์ไปแล้ว เกรย์ก็หันกลับมาบีบลูกแกะโดยใช้อ้อมแขนของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว บีบไปบีบมาจนลูกแกะเริ่มหัวเราะคิกคักถึงได้ยอมปล่อยออก

“คุณรู้เรื่องที่ผมเจอผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอครับ”

“ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่วิคเตอร์ต้องรายงานฉันอยู่แล้ว” เขาตอบตามความจริงพลางบีบจมูกลูกแกะไปหนึ่งทีคล้ายเป็นการลงโทษ “ทำไมไม่ปลุกให้ลงไปด้วยหืม”

“เห็นคุณนอนสบายก็เลยไม่อยากปลุก เออใช่...” ลูกแกะน้อยกระดุกกระดิกให้หลุดออกจากอ้อมกอด ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นหันมาสบตาเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนที่เจอแม่ เธอบอกให้ผมบอกพี่จักรว่าถ้าเขาทำให้คุณเลิกยุ่งเรื่องของเธอได้ เธอจะคืนฐานะให้เขา”

“งั้นเหรอ...” เกรย์รับคำเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความประหลาดใจ ไม่แปลกที่แม่มดจะไม่รู้เรื่องระหว่างเขากับลูกแกะ ยังดีที่มีดวงอยู่บ้าง ไม่คิดดึงเด็กคนนี้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องรอให้คิงตัดสินใจอะไรอีกแล้ว “แล้วลูกแกะตอบว่ายังไง”

“ผมโกรธจนไม่ได้ตอบอะไรเลย”

“เหรอ...” เกรย์รับคำยิ้มๆ โดยไม่ได้พูดอะไร ทั้งที่รู้ดีว่ายังไงแม่มดก็ต้องพูดจาไม่ดีใส่ลูกแกะแน่ๆ แต่ในเมื่อเจ้าตัวอยากให้มองข้ามไป เขาก็จะยอมทำตามนั้นแล้วกัน

“คุณรีบไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้ออกมากินข้าวกัน”

“โอเค... แต่วันนี้ลูกแกะไม่ต้องทำอาหารนะ ฉันสั่งเอาไว้แล้ว นั่งดูทีวีไปก่อนเลย”

“อื้อ”

เกรย์ลูบหัวคนที่พยักหน้าหงึกหงักรับคำด้วยความรักใคร่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในส่วนของห้องนอน ทว่าเขาไม่ได้เดินเข้าไปในห้องน้ำตามที่พูดในทันที แต่เลือกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารอการรายงานแทน

แล้วก็ตามคาด...

[คุณประมุขลงไปที่ห้องคุณคิงแล้วครับ]

การเคลื่อนไหวทุกอย่างของลูกแกะอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด...

แม้แต่เรื่องที่แม่มดมาเหยียบไทย เขาก็รู้ว่าเธอจะมาถึงตอนไหนตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะจองตั๋วเมื่อไหร่ หรือเปลี่ยนจุดหมายปลายทางเป็นที่ใดก็รู้หมด และแน่นอนว่าคำเตือนที่จำเป็นย่อมถูกส่งให้คิงอยู่แล้ว

แต่ในเมื่อลูกแกะน้อยอยากลงไปเตือนพี่ชายกับเพื่อนด้วยตัวเอง เขาก็จะปล่อยให้ทำตามที่ต้องการ

“ดูแลลูกแกะให้ดี อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด”

[ครับนาย]




---------------------


TALK: ขออภัยที่หายไปนาน กลับมาแล้วค่ะ หมดภารกิจเรียบร้อย พร้อมลุยงานต่อ มาติดตามไปพร้อมๆกันน้า







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 950 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1411 byjune96 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 01:39
    คนเก่งงงงง
    #1,411
    0
  2. #1381 ojay2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 11:11
    น้องเก่งมากกกกก
    #1,381
    0
  3. #1351 ying-b (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 18:48
    ลูกแกะของพี่เก่งมากกกก หอมหัวเลยย
    #1,351
    0
  4. #1327 CallistoJpt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 19:23
    ลูกแกะเก่งมากเลยลูก ถึงจะยังกลัวอยู่แต่น้องก็เข้มแข็งขึ้น หนูทำดีแล้วลูก
    #1,327
    0
  5. #1202 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
    เจ้าลูกแกะ เข้มแข็งมากลูก แบบนี้ซิถึงจะอยู่กับเกรย์ได้
    #1,202
    0
  6. #1018 gabriel.la(: (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 13:51
    ตอนอ้าแขนให้น้องกอดคือน่ารักมากกก แถมยังเป็นคนเก่งที่ทำอะไรก็คิดอย่างดี
    #1,018
    0
  7. #893 maybee23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 06:38
    น้องยังกลัวอยู่แต่ก็เข้มแข็งไปด้วย
    #893
    0
  8. #647 itzmebb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:22

    ลูกแกะเก่งขึ้นอีกแล้ว

    #647
    0
  9. #641 baekbow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 13:21
    เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจมากจริงๆ // มุขรับมือได้ดีอยู่นะ เพราะถ้านางรู้ว่ามุขเป็นคนของเกรย์ นางต้องสร้างความเดือดร้อนให้เกรย์แน่ๆ
    #641
    0
  10. #595 ooy1565 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 15:08
    อิจฉาลูกแกะน้อยจังเกรย์ทั้งรักและห่วงหวงทีาสุดแม่มดหาเรื่องตายแท้ๆ
    #595
    0
  11. #594 fy_mhiw12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 14:11

    คิดถึงลูกแกะกับคุณเกรย์มากๆเลยยยยยยยยย
    #594
    0
  12. #593 FDB88 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 18:58

    ลูกแกะของพี่เก่งมากๆเลยนะ

    #593
    0
  13. #592 Notty Kero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:06
    เก่งขึ้นแล้วลูกแกะ
    #592
    0
  14. #591 Rujie Taew (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 10:32
    ลูกแกะเก่งมาก เจอแม่แล้วด่าได้ถือว่าพัฒนา สงสัยออสโมซิสมาจากเกรย์กับพี่จักร 555
    #591
    0
  15. #589 Raveep (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:49
    เอ็นดูลูกแกะ
    #589
    0
  16. #588 Mysterygrey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 19:46
    คุณเกรย์โหดดี
    #588
    0
  17. #587 mon9228 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 15:30
    เกรย์รู้ทุกเรื่องของลูกแกะจริงๆ ^^
    #587
    0
  18. #586 jadefloral (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 15:06
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-11.png Happy New Year
    #586
    0
  19. #585 Whatever it is (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:29
    ขอบคุณค่ะ
    #585
    0
  20. #584 jeeniediamond (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 10:33
    ลูกแกะ ทำไมน่ารักแบบนี้ โอ็ยลูกกกกกกกก
    #584
    0
  21. #583 mintgirl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 08:07
    อยู่ในสายตาตลอดเวลาาาาา น่าร้ากกกกกกก เอาจริงๆตอนอ่านตอนจักรพรรดิคือเครียดนะ แต่พอมาเป็นประมุขดูแบบซอร์ฟลงเยอะ เออ ฟีลลิ่งมันต่างอะ
    #583
    0
  22. #582 Kyoheizing (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 03:09
    กลับมาในวันเคาท์ดาวน์ HNY2019 นะจ๊ะไรท์ เลิฟๆนะยู
    #582
    0
  23. #581 H i k a w a (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:42
    สัมผัสได้ว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหาแค่นี้ใช่ม้ายยย เพราะเรื่องมินตรา เกรย์ดูชิวๆมากแง้ ต้องมีอีกแน่ / แฮปปี้นิวเยียร์นะคะคุณเชส ^^
    #581
    0
  24. #580 AI.tang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:00
    อ่านข้ามปีเลยทีเดียวไรท

    อยากเปนคนในสายตาคุณเกรย์้บ้างจัง
    #580
    0
  25. #579 may (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:58

    ลูกแกะน่ารัก แบบนี้เฮียจะไปไหนรอด

    มินตรานี่หาเรื่องใส่ตัวจัง

    #579
    0