ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 42 : ร้ายสลักรัก - บทที่ 3 อดีตแสนหวาน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ก.ย. 63



บทที่ 3 อดีตแสนหวาน (2)

“...ขอบคุณคุณหินมากเลยนะครับที่อุตส่าห์ลงมาคุมงานด้วยตัวเอง ผมก็เกรงว่าทำแล้วจะไม่ถูกใจทางผู้บริหารอยู่เหมือนกัน ถ้ายังไงวันนี้คุณหินอยู่ดูคัดเลือกนางแบบด้วยกันเลยก็แล้วกันนะครับ คุณลูกปลาเขาเตรียมแคสนางแบบกับชุดที่จะใช้พอดีเลย”

พี่เป็ดออแกไนซ์เซอร์ฝีมือดีที่ถูกว่าจ้างให้มาดูแลงานเดินแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ชาร์โก้วิงค์ปราดเข้ามารายงายเมื่อเห็นสิงขรลงมาตรวจงานนี้ด้วยตัวเอง

ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มหันกลับมามองคนรายงานและชวนให้อยู่ด้วยความรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงเขาว่าจะแวะเข้ามาดูแบบเสื้อผ้าอีกสองสามชุดที่ส่งเข้าไปบริษัทเมื่อวันก่อนไม่ครบเท่านั้นเอง แต่เมื่อช่วงบ่ายวันนี้เขาว่างก็เลยต้องพยักหน้ารับแบบตกกระไดพลอยโจรอย่างเสียไม่ได้

สิงขรเดินตามหลังพี่เป็ดไปนั่งลงบนเก้าอี้เลคเชอร์ตัวหนึ่งที่มุมห้องโดยมีพี่เป็ดและคุณลูกปลาดีไซน์เนอร์ของงานแสดงแฟชั่นโชว์ชุดนี้เข้าร่วมคัดเลือกตัวนางแบบในครั้งนี้ด้วย

การแสดงแฟชั่นโชว์ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับทุกครั้งจะต้องมีการคัดเลือกนางแบบที่เหมาะสมกับชุดและเครื่องประดับที่สวมเพื่อดึงความโดดเด่นของชุดที่ใช้แสดงออกมาให้เต็มที่ นางแบบแต่ละคนจะมีหุ่นและรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันบางคนดวงหน้าเหมาะกับชุดที่แสดงถึงความสวยเฉี่ยวและมั่นใจ ขณะที่อีกคนอาจจะเหมาะกับชุดสีหวานๆ ซึ่งนั้นทำให้ต้องมีการคัดเลือกนายแบบนางแบบก่อนที่จะมีการแสดงแฟชั่นโชว์ในแต่ละครั้ง แม้ว่าหลายครั้งจะมีบ้างที่ถูกล็อกตัวนางแบบกิตติมศักดิ์บรรดาลูกท่านหลานเธอทั้งหลายให้มาเดินบ้างอยู่ก็ตามที

“คุณหินครับผมอยากจะแนะนำให้คุณหินได้รู้จักทีมงานของเรา คุณโอ๊คครับ ควบคุมการแสดงบนเวทีทั้งเรื่องการจัดแสงและฉากต่างๆ” พี่เป็ดผายมือไปทางชายหนุ่มมาดเซอร์ที่นั่งข้างๆ เขา ก่อนจะได้รับการแนะนำว่าเป็นผู้ควบคุมเวทีทั้งแสง สี เสียงและฉากการแสดงทั้งหมดมีความสำคัญอย่างมากในการนำเสนอสินค้าให้ผู้ชมสนใจในตัวสินค้า บวกกับแสงไฟที่ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อให้รูปลักษณ์ของนางแบบแต่ละคนออกมาดูดีที่สุด และเมื่อนางแบบดูดีสินค้าที่แสดงก็จะดูดีไปด้วย

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ”

“เช่นกันครับ” อีกฝ่ายตอบกลับพร้อมค้อมศีรษะเบาๆ จากนั้นพี่เป็ดก็หันมาแนะนำช่างผมและช่างแต่งหน้าอีกสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักเพราะต้องรอเก็บรายละเอียดของนางแบบแต่ละคนเมื่อคัดเลือกได้แล้วว่าใครจะสวมชุดไหนและเครื่องหน้ากับทรงผมควรเป็นไปในลักษณะใด

หลังจากแนะนำตัวผู้ร่วมงานทั้งหมดเรียบร้อยไม่กี่นาทีต่อมาพี่เป็ดก็หันไปบอกลูกน้องให้พานางแบบที่รออยู่ด้านนอกเข้ามาในห้องทีละคนโดยจะมีทีมงานช่วยวัดตัวและถ่ายรูปไว้เพื่อใช้ในการทำงานอีกจำนวนหนึ่ง ความโกลาหลเล็กๆ จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อนางแบบสาวคนแรกย่างกายเข้ามาในห้อง ใบหน้าที่ไร้การตกแต่งทำให้สิงขรต้องหันมาถามพี่เป็ดที่นั่งอยู่ข้างๆ และก็ได้รับคำตอบว่าเมื่อได้นางแบบที่ต้องการแล้วก็จะมีการทดลองแต่งหน้าตามที่เราตั้งใจเอาไว้ อีกอย่างการที่นางแบบบางคนแต่งหน้ามาก่อนทำให้มองเห็นเครื่องหน้าไม่ชัด และเมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็จะหาบุคลิกที่เหมาะสมกับสินค้าและเสื้อผ้าของเรายากขึ้น

“สวัสดีค่ะ เอลล่าค่ะ” เสียงแนะนำตัวของนางแบบคนแล้วคนเล่ายังคงดำเนินไปอย่างช้าๆ เหล่านางแบบจะถูกเชิญเข้ามาทีละคน แนะนำตัวเอง ถูกจับไปวัดตัว ถ่ายรูปไว้ก่อนจะออกไปรอด้านนอกเพื่อรอทางทีมงานคัดเลือก ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ ในงานแสดงแฟชั่นโชว์จนกลายเป็นเรื่องปกติของออแกไนซ์ฝีมือดีเช่นพี่เป็ด แต่กับคนที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิงขรกลับรู้สึกอึดอัดอย่างไรชอบกล อาจเป็นเพราะคำสั่งของพี่ชายที่เอกวีร์พูดก็เป็นได้

...นายกลัวว่าคุณหินจะมัวแต่ทำงานจนหลงลืมดูของสวยๆ งามๆ อย่างพวกนางแบบที่จะมาเดินให้ นายอุตส่าห์ส่งคุณหินมาดูแลโปรเจคนี้ก็เพราะเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ

เพราะรู้สึกว่าถูกยัดเยียดจึงทำให้เขาไม่สนุกกับงานนี้เหมือนครั้งแรกที่ได้รับมอบหมาย พี่ชายคงกลัวว่าเขาจะเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันถึงได้ส่งให้มาทำงานที่มีแต่ผู้หญิง แต่พี่ชายจะรู้หรือไม่ว่านอกจากผู้หญิงที่พี่ชายอยากจะให้เขามาดูแล้วยังมีกลุ่มเก้งกวางอีกตั้งฝูงอยู่ด้วย

“สวัสดีค่ะ ชาลิสา แอนเดอร์สันค่ะ” เสียงใสๆ จากใครสักคนทำให้คนที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยต้องหันกลับมามองก่อนจะจ้องมองเขม็งเพื่อให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มตา

ดวงหน้าหวานใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบไว้หลวมๆเหนือกระหม่อมบางเผยให้เห็นเครื่องหน้าอย่างสาวลูกครึ่งชัดเจน ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูสดเผยอค้าง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลออกเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่บนเก้าอี้ของทีมงานผู้คัดเลือกนางแบบในครั้งนี้

“ที่รัก/ที่รัก”


สองเสียงสอดประสานคล้องกันอย่างลงตัวทำให้ทีมงานในห้องต้องหันมามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาสงสัย โดยเฉพาะสะดุดหูกับคำเรียกขานของสิงขรและนางแบบร่างบางที่เพิ่งแนะนำตัวว่าชื่อ ชาลิสา แอนเดอร์สัน

“คุณหินรู้จักนางแบบคนนี้เหรอครับ” พี่เป็ดกระแซะถามเพราะหากว่าคำเรียกขานที่ได้ยินไม่ผิดเมื่อครู่คือความสัมพันธ์ที่แท้จริงของคนทั้งสอง เขาอาจจะเสนอชื่อให้นางแบบสาวได้งานชิ้นนี้และดันให้ขึ้นเป็นนางแบบแสดงเครื่องประดับชุดฟินาเล่เพื่อเอาใจผู้ว่าจ้างก็เป็นได้

คำถามของพี่เป็ดทำให้สิงขรที่กำลังจ้องมองร่างโปร่งบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้นต้องหันกลับมามองคนข้างตัวที่ตอนนี้มีความใคร่รู้ฉายชัดอยู่เต็มหน้า

“ครับ เธอชื่อ...” เสียงทุ้มลากประโยคยาวขณะที่สมองกำลังประมวลผลและรื้อฟื้นความจำเมื่อหนึ่งนาทีก่อนของตนเอง

“ชาลิสาค่ะ ชาลิสา แอนเดอร์สัน”

จากจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ไม่ไกลไปจากระดับการได้ยินมากนักชาลิสาจึงเอ่ยแนะนำตัวอีกครั้ง ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มกระจ่างเมื่อผู้มีพระคุณของตนเองหันกลับมา

สิงขรส่งยิ้มกลับเผยให้เห็นรอยบุ๋มบนแก้มซ้ายที่ทำให้ใบหน้าคมเข้มดูอ่อนโยนจนคนมองต้องเผลอยิ้มตาม ขณะที่พี่เป็ดยังคงมองคนทั้งสองสลับกันไปมาอย่างสงสัยในความสัมพันธ์ แค่เขาอาศัยความสัมพันธ์ของนางแบบสาวและชายหนุ่มสร้างกระแสอีกนิดงานแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ต้องได้รับความสนใจเป็นอย่างมากแน่ๆ

“ครับ ชาลิสา” สิงขรหันกลับมาตอบพี่เป็ดที่ตอนนี้ในหัวของออร์แกไนซ์เซอร์คนเก่งกำลังคำนวณผลได้ผลเสียอย่างหนักจากข่าวที่คิดจะประโคม ก่อนจะถามผู้ว่าจ้างออกไป

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นคนกันเอง ให้น้องเขาเดินชุดฟินาเล่เลยดีมั้ยครับ”

คำถามกึ่งขอความคิดเห็นทำให้สิงขรต้องหันกลับมามองนางแบบสาวคนเดิมที่ตอนนี้ถูกช่างเสื้อวัดตัวอีกครั้ง ดวงตาคมกวาดมองร่างของหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และรีบตอบออกไป

“ไม่ดีครับ ผมว่าเธอหน้าหวานไปหน่อย ฟินาเล่เป็นแซฟไฟร์สีน้ำเงินล้อมเพชรชุดใหญ่ มันเหมาะกับผู้หญิงที่มีบุคลิกเหมือนราชินี มีอิทธิพลต่อคนที่ได้เห็นและรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่ต้องส่งเสริมกันทั้งตัวนางแบบ ชุด และเครื่องประดับ” คำอธิบายยืดยาวจากชายหนุ่มทำให้พี่เป็ดถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่คุณลูกปลาเจ้าของชุดรู้สึกถูกใจในคำตอบของสิงขรไม่น้อย

เพราะมีหลายครั้งที่เหล่าผู้ว่าจ้างจะพยายามยัดเยียดนางแบบหรือนายแบบที่เป็นลูกหลานของตนเองให้มีโอกาสได้ขึ้นเดินบนเวทีและหลายครั้งเช่นเดียวกันที่ความเหมาะสมจากผู้คนเหล่านั้นแทบไม่มีเลย เสื้อผ้า เครื่องประดับต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม และหากงานไหนที่เปลี่ยนแปลงยากอย่างเช่นงานแสดงโชว์เครื่องเพชร หากบุคลิกของตัวนางแบบกับเครื่องประดับไม่ส่งเสริมกันต่อให้เส้นใหญ่แค่ไหนงานก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเท่านั้นเอง

“แล้วคุณหินคิดว่าไงคะถ้าพี่จะให้เธอใส่ชุดทับทิมสีชมพู” คุณลูกปลาพยายามหาชุดเครื่องเพชรที่เหมาะกับหญิงสาวมานำเสนอชายหนุ่มที่ตอนนี้หันกลับไปมองนางแบบสาวอีกครั้ง

“ในลิสต์ไม่มีทับทิมสีชมพูไม่ใช่หรือครับ” สิงขรผู้ดูแลโปรเจคตั้งแต่ต้นหันกลับมาถาม ดวงตาคมเต็มไปด้วยความสงสัย คุณลูกปลาอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะสาละวนหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดหาเครื่องประดับชุดที่เธอเอ่ยถึงและยื่นให้ชายหนุ่ม

สิงขรรับมากวาดตามองก่อนจะร้องอ้อออกมาเมื่อเห็นว่าชุดที่อีกฝ่ายพูดถึงนั้นคือ โรสควอตซ์สีชมพูคล้ายกลีบกุหลาบสมชื่อ เครื่องประดับประเภทหินควอตซ์เป็นที่ต้องการอย่างมากในฝั่งยุโรปเพราะนอกจากจะราคาไม่แพงนักแล้วยังเพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้สวมอีกด้วย

“คุณหินเห็นว่ายังไงคะ”

“ตกลงครับ” เสียงทุ้มตอบเห็นด้วยว่ามันเหมาะกับเธอจริงๆ เรียบร้อยดูอ่อนหวานมองนานๆ ไม่น่าเบื่อ

นางแบบคนต่อไปถูกเรียกเข้ามาในห้องทีละคนอีกครั้ง บรรยากาศก่อนที่จะมีผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องกลับสู่สภาพปกติ มีเสียงถกเถียงของออร์แกไนเซอร์คนเก่งและดีไซเนอร์เจ้าของชุดที่จะใช้งานนี้เป็นระยะๆ

...ถ้าเขาใช่จริงสักวันฉันต้องได้เจอเขาอีก

อยู่ๆ คำพูดในคืนนั้นของตัวเองก็ดังขึ้นมาในห้วงความคิด สิงขรมองไปยังร่างของเธออีกครั้ง เธอไม่ใช่คนที่ผ่านมาเข้ามาแล้วเลยผ่านไปอย่างที่เขาเคยคิด แต่เธออาจจะเป็นใครสักคนที่ถูกลิขิตให้มาเจอเขา มุมปากหยักกระตุกยิ้มเบาๆ ขณะมองภาพเธอถูกจับหมุนซ้ายหมุนขวาก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องเมื่อการคัดเลือกนางแบบที่ใช้ในงานครั้งนี้ยังดำเนินต่อไป

ร่างสูงในชุดสูทยืนพิงตัวถังสีเงินของรถปอร์เช่นำเข้าอยู่บริเวณหน้าสตูดิโอของบริษัทออแกไนซ์ของพี่เป็ด เขากำลังรอ...รอทั้งที่ตัวเองก็ไม่มั่นใจนักว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น สิงขรหมุนพวงกุญแจรถในมือเล่นไปมาขณะที่ดวงตาคมกลับคอยชะเง้อไปที่หน้าประตูที่บัดนี้นางแบบหลายคนเดินออกมาเป็นระยะๆ หลังจากที่อยู่ช่วยพี่เป็ดและคุณลูกปลาคัดเลือกนางแบบเสร็จเมื่อเกือบสองชั่วโมงก่อนเขาก็พาตัวเองออกมายืนรออยู่ตรงนี้ เพื่อให้เหล่าทีมงานทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ชาลิสาค่ะ ชาลิสา แอนเดอร์สัน

ชื่อที่ไม่คุ้นหูแต่กลับจำได้แม่นยำ สิงขรส่ายศีรษะให้กับความคิดของตัวเองอีกครั้งเมื่ออยู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกลับไปเป็นเด็กชายสิงขรวัยสิบสี่ที่กำลังริจีบสาว ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิตเขาไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อนด้วยซ้ำ เขาเชื่อว่าหากได้เจอใครสักคนที่ใช่เธอจะเป็นเพียงคนเดียวที่เขาจะรักไปตลอดชีวิต และเหมือนเธอคนนี้จะทำให้เขากำลังรู้สึกเช่นนั้น

...ถ้าเขาใช่จริงสักวันฉันต้องได้เจอเขาอีก

แล้วถ้าแกได้เจอเขาอีก แกจะทำยังไง’ เขาจำได้ว่าพีระพลถามเขากลับมาอย่างนั้น สิงขรเมื่อหนึ่งเดือนก่อนนั่งนิ่งหมุนแก้วเหล้าในมือเล่นก่อนจะยกขึ้นดื่ม ไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากหยักสีสดจวบจนเพื่อนในกลุ่มที่เฝ้ารอคำตอบต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นแทน

“ถ้าเจอแล้วเราจะทำยังไงว่ะเนี่ย” เสียงพึมพำถามตัวเองจากร่างสูงดังขึ้นเมื่อรู้สึกว่านางแบบที่ถูกคัดเลือกเริ่มทยอยออกมามากขึ้น อีกไม่นานเธอคนนั้นคงจะออกมาเช่นกันเพราะชุดฟินาเล่ได้นางแบบชื่อดังคนหนึ่งที่มีบุคลิกตามที่เขาต้องการเป็นผู้เดิน ส่วนเธอได้สวมอัญมณีชุดโรสควอตซ์สีชมพูอ่อนซึ่งไม่น่าจะทำให้เธอต้องใช้เวลาภายในนั้นนานมากนัก

ขณะที่สิงขรกำลังบ่นก่นด่าตัวเองที่นึกวิธีจีบสาวไม่ออก หางตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นว่าเธอกำลังเดินออกมาพอดี ร่างสูงรู้สึกลนลานขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุแทนที่ขาจะก้าวเข้าไปหาอย่างที่ควรจะเป็นมือหนากลับเอื้อมเปิดประตูรถปอร์เช่สีเงินและเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยหน้าตาเฉย มือไม้ดูเหมือนจะเกะกะไปหมดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ใจเย็นๆ ไอ้หิน แค่เดินเข้าไปพูดสวัสดี และแนะนำตัวเองเท่านั้น” สิงชรพยายามปลอบใจตัวเองที่กำลังกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล

ภาพหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้นอวดเรียวขาขาวสะพายกระเป๋าย่ามใบใหญ่เดินผ่านหน้าไปริมถนนเพื่อเรียกรถแท็กซี่สักคันทำให้เวลาของคนบนรถดูเหมือนจะหมดลงเรื่อยๆ จนเริ่มใจแกว่ง

ถ้าไม่ทำแกอด และอาจจะอดไปตลอดชีวิต’ สมองซีกหนึ่งสั่งการณ์หลังจากใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการคิดและประมวลผล แต่เมื่อเห็นว่าเธอยื่นมืออกไปหมายจะโบกรถสิงขรก็รีบเปิดประตูและวิ่งเข้าไปหาร่างนั้นทันทีด้วยกลัวว่าหากช้าอีกเพียงนิดเธอจะหนีหายไปเสียก่อน

“ขอโทษครับ”

เสียงคนทักกระหืดกระหอบจนคนที่ยืนรอรถต้องหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ ใบหน้าคมปรากฏริ้วแดงเข้มน่าจะเป็นเพราะวิ่งมาในระยะทางที่ไกลพอสมควร ไรผมยังมีหยาดเหงื่อให้เห็นแต่กระนั้นเขาก็ยังคงยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มข้างแก้ม

“คะ” เสียงหวานใสตอบกลับ สิงขรเริ่มหายใจโล่งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแท็กซี่คันที่เธอโบกเมื่อครู่บัดนี้ได้ขับผ่านเลยไปแล้ว และที่ทำให้เขาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องน่าจะเป็นดวงตากลมแป๋วของคนตรงหน้านี่กระมัง ความเงียบคืบคลานเข้ามาปกคลุมอาณาบริเวณจนเขารู้สึกได้ถึงเจ้ากาน้อยสักตัวบินผ่านไปหลังไวๆ เมื่อครู่

“เออ...คือ สวัสดีครับ” เสียงลากยาวก่อนจะหลุดคำทักทายออกไปทำให้คนฟังสงสัยหนัก ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความฉงนแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ตอบกลับเสียงหวานไม่เปลี่ยนแปลง

“สวัสดีค่ะ”

“คุณชาลิสา”

“ค่ะ” คำรับที่มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ ทำให้คนตั้งใจจะมาทักไปต่อไม่ถูก ใบหน้าคมเก้อไปเล็กน้อย อยากทักทายมากกว่านั้นแต่ก็คิดหาคำไม่ออกจนได้แต่ยืนยิ้มอายๆ ส่งไปให้

“ไปทานกาแฟด้วยกันหน่อยมั้ยครับ”

“กาแฟ?”

เป็นอีกครั้งที่คำตอบของเธอทำให้เขาเก้อไป แต่ไม่ถึงนาทีต่อมาเสียงหวานๆ ก็ทำให้คนฟังรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาอีกครั้ง

“ตกลงค่ะ ร้านไหนดีคะ”

“ผมรู้จักร้านที่มีเค้กอร่อยๆ อยู่แถวนี้ ไปไหมครับ”

ดวงหน้าสวยขยับขึ้นลงเมื่อสิงขรผายมือเชื้อเชิญ ซึ่งเธอก็ยอมตามเขาไปแต่โดยดี ดูเหมือนว่าเธอจะใจง่ายไปสักหน่อยแต่อะไรบางอย่างในตัวผู้ชายตรงหน้าที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา และมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายเธอ เขาอาจจะเป็นคนที่เธอกำลังเฝ้ารออยู่ก็ได้ ชาลิสาคิดในใจยามมองแผ่นหลังที่เดินอยู่ตรงหน้า พระเจ้าค่ะ ขอให้เขาเป็นคนนั้นทีเถอะนะคะ


 






ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น