ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 41 : ร้ายสลักรัก - บทที่ 2 อดีตแสนหวาน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ย. 63





บทที่ 2 อดีตแสนหวาน (1)

“...ออกจากบริษัทแล้วครับ วันนี้ผมมีนัดเลี้ยงกับเพื่อนต่ออีกนิดหน่อย” เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อถูกแซวจากปลายสาย ใบหน้าคมที่มีลักยิ้มบนแก้มข้างซ้ายคลี่กระจ่างเผยให้เห็นความอ่อนโยนจนทำให้สาวๆ หลายคนพากันเลี้ยวมอง

สิงขร ภักดีบุรมย์ ในวัยยี่สิบสี่ยังดูอ่อนเยาว์นักกับวงการธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ แต่ด้วยความสามารถที่ไม่เป็นสองรองใครทำให้ชายหนุ่มก้าวขึ้นมาเป็นมือขวาของพี่ชายได้ในเวลาไม่ถึงปี และเป็นที่ไว้ใจมากพอที่จะให้ดูแลงานทั้งหมดเมื่อพี่ชายไปดูงานที่ต่างประเทศอย่างเช่นเวลานี้

บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงในวัยยี่สิบหกประสบความสำเร็จอย่างมากตั้งแต่เข้ามาบริหารชาร์โก้กรุ๊ปเมื่อสองปีก่อน และน้องชายเพียงคนเดียวก็กำลังก้าวเข้ามาเจริญรอยตามเขาในสองปีถัดมา ด้วยไวพริบ ความสามารถ รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่ถอดแบบกันมาราวกับพี่น้องท้องเดียวกันทั้งๆ ที่สองหนุ่มเป็นลูกคนละแม่ ทำให้ใครต่อใครเฝ้าจับตามองสองพี่น้องทั้งเรื่องงานและเรื่องความรัก

“ไม่มีหรอกน้า ยังไงผมก็ต้องรอให้พี่แต่งก่อนอยู่แล้ว อย่าพาสาวฮ่องกงกลับมาล่ะ คุณลดายิ่งบ่นอยู่ด้วยว่าพี่นุไปกับคุณแดนต้องไปเที่ยวผู้หญิงกันแน่ๆ” สิงขรหมายถึงกุลลดาแฟนสาวของอนุชิตเลขานุการส่วนตัวของบุรินทร์ที่ติดตามผู้เป็นนายไปดูงานบริษัทในเครือที่ฮ่องกง กุลลดาคือหัวหน้าแผนกบุคคลของบริษัทที่ตอนนี้ถูกเรียกตัวมาเป็นผู้ช่วยของเขาระหว่างที่บุรินทร์และอนุชิตยังคงอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมบอดี้การ์ดคู่ใจอย่างเอกวีร์และธีรวิทย์

“ขอให้จริงเถอะ” สองพี่น้องโต้ตอบกันทางโทรศัพท์อีกเล็กน้อยสิงขรก็ขอตัววางสายเมื่อเดินมาถึงสถานที่นัดหมาย ไนท์คลับบนถนนสายท่องเที่ยวยามค่ำคืนคือสถานที่ที่เพื่อนในกลุ่มนัดสังสรรค์กันเป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยจนปัจจุบันแยกย้ายกันไปทำงาน บ้างก็มีครอบครัวแต่กระนั้นทุกคนก็ยังรวมกลุ่มเพื่อนัดสังสรรค์เสมอและวันนี้ก็เช่นกัน หลังจากเลิกงานตอนเกือบหกโมงเย็นสิงขรก็ตรงมาที่นี่ทันที กว่าจะผ่านการจราจรช่วงเวลาเร่งด่วนมาได้ก็ปาไปเกือบสามทุ่มแล้ว ซึ่งระหว่างทางที่ขับปอร์เช่คู่ใจมานั้นบุรินทร์ก็โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเรื่องงานที่บริษัทพอดี

ชายหนุ่มเดินผ่านกลุ่มหญิงสาวนักท่องราตรีหลายคนที่คอยชะเง้อส่งสายตาหวานหยดมาให้แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะยังไม่เจอใครสักคนที่อยากจะวางหัวใจไว้ก็เป็นได้

มือหนาเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงขณะที่ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ อีกครั้งก่อนจะก้าวเข้าไปยังบริเวณที่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยหลายสิบคนยืนอยู่ ขาที่กำลังก้าวเดินชะงักค้างเมื่อหางตาเจ้ากรรมกลับมองเห็นอะไรบางอย่างที่บริเวณมุมตึกของไนท์คลับ

แสง สีและเสียงเพลงยังคงดังกึกก้อง กลุ่มชายวัยรุ่นสี่ถึงห้าคนกำลังหันหลังให้กับบุคคลภายนอกที่หากไม่สังเกตจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าชายเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ แต่สิงขรกลับไม่เป็นเช่นนั้นเขานิ่งมองจนแน่ใจว่าเกิดเรื่องไม่ปกติแล้วเป็นแน่ ขาที่กำลังก้าวไปยังประตูของไนท์คลับแปรเปลี่ยนเป็นทิศทางตรงข้าม สาวเท้าเร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าอาจมีใครบางคนกำลังต้องการความช่วยเหลือ

“ไปกับพวกพี่เถอะน่า วันนี้เราจะได้สนุกกันทั้งคืนไง” ผู้ชายคนหนึ่งยื่นมือเข้าไปใกล้หมายจะฉุดแขนเรียวขาวของคนที่อยู่กลางวงแต่เจ้าตัวกลับเบี่ยงหลบและพยายามจะหาทางออก เสียงหวานๆ จึงขู่ฟ่อขึ้นเมื่อพวกมันไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ ถอยไป”

“ทำเป็นเล่นตัวไปได้ ถ้าไม่อยากเสียตัวฟรีเดี๋ยวพวกพี่จะจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้น้องเอง”

คำพูดจาบจ้วงทำให้คนถูกเรียกว่าน้องหน้าตึงขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ ดวงตาคู่สวยตวัดมองคนพูดอย่างไม่ชอบใจที่มีใครมาดูถูก

“ฉันไม่ใช่อย่างที่พวกนายคิดนะ หลีกไปฉันมีนัดกับเพื่อน

“แหม...ก็เห็นอยู่ว่ามาคนเดียว คิดจะโก่งค่าตัวหรือไง อยากได้เท่าไหร่ล่ะ พวกพี่มีจ่ายเสมอ” คนพูดหวังว่าจะได้เห็นดวงตาลุกวาวด้วยความตื่นตระหนกจากคนที่อยู่กลางวง แต่ดวงตากลมที่เบิกกว้างนั้นกลับลุกวาวและเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวที่คนเหล่านี้บังอาจดูถูกเธอเป็นหนที่สอง มือบางยกขึ้นผลักคนที่อยู่ตรงหน้าเต็มแรงโดยหวังที่จะเปิดทางหนี แต่พวกมันกลับล้อมลงเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นมือเข้ามาฉุดดึงเธอด้วยท่าทางหื่นกระหายในร่างเย้ายวนตรงหน้าเต็มที่ บ้างก็พยายามยื่นหน้าเข้าไปหมายจะดมดอมแก้มนวลจนหญิงสาวต้องหลบลี้เป็นพัลวัน และก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไรมากกว่านั้นเสียงห้าวทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้น

“ที่รัก!” ประโยคแรกสิงขรจงใจเรียกความสนใจของคนเหล่านั้นให้หันกลับมาก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปกลางวงที่มีหญิงสาวในชุดสีเหลืองมะนาวยืนตัวสั่นอยู่อย่างไม่กลัวเกรง ใบหน้างามซีดขาวราวกับกระดาษ ดวงตาแดงช้ำเหมือนพร้อมที่จะร้องไห้ตลอดเวลาทำให้ความตั้งใจที่จะเดินผ่านเลยต้องแปรเปลี่ยน

“ขอโทษนะครับเธอมากับผม ขอตัวก่อนนะครับ”

แขนแกร่งรวบร่างเล็กเข้ามากอดแนบลำตัวให้สมกับคำเรียกขานที่เขาใช้เมื่อครู่ พร้อมกับเอ่ยขอตัวเมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นยังคงตกตะลึงกับการปรากฏตัวของเขาอยู่ สิงขรรีบพาร่างแน่งน้อยเดินออกมาจากบริเวณดังกล่าวและแฝงตัวเข้าไปกับกลุ่มฝูงชนที่บัดนี้กำลังหลั่งไหลหมายที่จะเข้าไปในแหล่งบันเทิงแทบจะทั้งสิ้น

เมื่อเดินออกมาได้ไกลพอสมควรสิงขรจึงได้ก้มลงมองคนข้างตัวที่ตอนนี้มีอาการสั่นเป็นลูกนกจนดูน่าสงสาร ชุดเดรสสายเดี่ยวสีเหลืองมะนาวทำให้ร่างงามดูสวยโดดเด่น ผิวขาวอมชมพูผุดผาดสะกดให้เขาต้องนิ่งมองเนิ่นนาน โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่มีแววตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลา ริมฝีปากจิ้มลิ้มและจมูกโด่งสวย เครื่องหน้าที่ลงตัวทำให้คนมองแทบลืมหายใจไปกับความสวยของคนตรงหน้า ไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดที่เด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นจะคิดมิดีมิร้ายกับเธอ

“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยฉัน”

เจ้าของร่างงามขยับออกจากอ้อมแขนของคนตัวใหญ่ แม้จะรู้สึกปลอดภัยแต่เธอก็ไม่แน่ใจนักว่าคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกจะเป็นอย่างกลุ่มวัยรุ่นเมื่อครู่หรือเปล่า

“ไม่เป็นไรครับ” สิงขรยกมุมปากขึ้นยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มที่ข้างแก้มซ้าย ก่อนจะเอ่ยขอตัวเมื่อบริเวณโดยรอบเริ่มคึกคักตามประสาสถานท่องเที่ยวยามค่ำคืน “ผมมีนัดกับเพื่อน ถ้ายังไงขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

“ครับ”

ค้อมศีรษะให้เพียงเล็กน้อยและผละห่าง ร่างสูงใหญ่หายไปกับกลุ่มผู้คนขณะที่เจ้าของเรือนร่างในชุดเดรสตัวสวยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นี่ถ้าไม่เป็นเพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนสนิทเธอคงไม่มีวันมาอยู่ในสถานที่อโคจรเช่นนี้เป็นแน่ กวาดตามองหากลุ่มเพื่อนก่อนจะพบเข้ากับกลุ่มสาวสวยที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนัก

แผ่นหลังเบาะบางและหัวไหล่ขาวเนียนทำให้คนที่หันกลับมามองอีกครั้งต้องนิ่งมองนานกว่าที่คิด ความนุ่มนิ่มยามที่มือได้สัมผัสมันเหมือนมีประกายไฟบางอย่างให้เขาต้องก้มลงมองมือของตัวเอง รอยยิ้มและท่าทางตื่นๆ ของเธอทำเอาเขาแทบลืมไม่ลง แม้จะเห็นเพียงครั้งเดียวแต่เขาก็ลงความเห็นได้ทันทีว่าเธอสวยมาก สิงขรเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวคนนั้นอีกครั้งแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใบหน้าคมส่ายไปมาให้กับความคิดของตัวเองและหมุนตัวกลับเข้าไปในร้านที่นัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ ตามเดิม แค่คนที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านเลยไป


 

“ลิสา เมื่อกี้ฉันเห็นนะว่าเธอมากับผู้ชาย ใครย่ะ” ปัทมาสาวเปรี้ยวเข็ดฟันเจ้าของวันเกิดกระแซะถามคนข้างตัวทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาถึง ดวงตากลมที่ถูกกรีดอายไลน์เนอร์ไว้อย่างดีปรายมองเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กลืนหายไปกับนักเที่ยวยามค่ำคืน

ชาลิสา แอนเดอร์สัน’ ก้มหน้างุดเมื่อถูกเพื่อนเย้าแต่กระนั้นก็ยังแอบมองกลับไปหาเขาอยู่ในที ความว่างเปล่าทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ อาจเพราะกำลังคาดหวังว่าเขาจะยืนอยู่ตรงนั้นและหันกลับมาก็เป็นได้ ใบหน้างามสะบัดไปมาเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังหวังอะไรไม่เข้าเรื่อง

พิมผกาสาวมั่นเพื่อนร่วมแก๊งค์อีกคนที่เห็นฉากการโอบกอดของชายหนุ่มกับเพื่อนตั้งแต่ต้นขยับเข้ามากระแซะอีกข้างพร้อมกับร่ายถึงสรรพคุณคนที่เป็นหัวข้อสนทนาเสร็จสรรพ

“นั่นสิแก ใครน่ะ ทั้งหล่อ ทั้งสูง ผิวก็ขาว ไหล่ก็กว้าง ล่ำบึก น่าซบเป็นที่สุด” ท่าทางเคลิ้มฝันของพิมผกาทำให้ชาลิสาต้องหรี่ตามองเพื่อนรักทั้งสองอย่างอ่อนใจกับท่าทางคลั่งไคล้หนุ่มหล่อของสองสาวเพื่อนซี้

“ว่าแต่แกยังไม่บอกเราเลยนะลิสาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ปัทมารีบทวงอย่างไม่ยอมให้เสียเวลาอีกต่อไป ชาลิสาไล่ตามองเพื่อนในกลุ่มที่ละคนก่อนจะค่อยๆ เปิดปากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเดินมาเข้ามาในร้านที่นัดเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับปัทมาพร้อมกับจับจองที่นั่งมุมในติดกระจกสีใสมองเห็นวิวด้านนอกที่ถัดลึกเข้าไปในร้านจะเป็นส่วนของคลับสำหรับนักท่องราตรีที่ต้องการวาดลวดลายและเมื่อเหล่าเพื่อนสาวได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลงก็ถึงกับครางโอ้ยออกมาอย่างเสียดายจนคนเล่าหน้าเหวอ

“ฉันก็เล่าให้พวกแกฟังหมดแล้วไง”

“ใช่แกเล่า แต่แกลืมถามว่าสุดหล่อคนนั้นชื่ออะไร” พิมผกาตอบแทนเพื่อนๆ ปัทมาและคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างถึงที่สุด

“แล้วมันแย่มากตรงที่เขาเรียกแกว่า ที่รัก’ เรื่องโรแมนติกแบบนี้ทำไมต้องมาเกิดขึ้นกับแกด้วยฉันไม่เข้าใจ” เอวิตราสาวช่างเพ้อของกลุ่มว่าต่อและเพื่อนๆ ในกลุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยอีกหน

“และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือแกไม่ขอเบอร์เขาไว้” ปัทมาเสริมทัพ

“ใช่!

อีกสองเสียงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง ชาลิสาหน้าตูมเมื่อถูกรุม มือเรียวยกขึ้นกอดอกพิงพนักโซฟาสีแดงตัวสวยด้วยท่าทางแง่งอนเต็มที่โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาอีกสี่คู่มองมาที่เธออย่างไม่วางตา

“แล้วทำไมแกไม่ขอเบอร์เขาไว้ว่ะ” ภูมิเดชหนุ่มกะล่อนประจำกลุ่มเอ่ยถามหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากปากของสิงขรจบลง ทายาทคนรองแห่งภักดีบุรมย์กอดมองเพื่อนแต่ละคนนิ่งๆ ก่อนจะยักไหล่อย่างเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ

“หรือว่าคนนี้ก็ไม่ใช่” พงษ์พัฒน์เจ้าของสวนยางพาราจากสงขลาว่าขึ้นอย่างรู้ใจ สิงขรเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ยังโสดและยังไม่เปิดโอกาสให้สาวใดก้าวเข้ามาในชีวิตเสียที จนพวกเขาหวั่นว่ามันอาจจะกลายเป็นไม้ป่าเดียวกัน แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันว่ายังชอบผู้หญิงและไม่ได้พิศวาสผู้ชายพวกเขาจึงสะดวกใจที่จะคบมันขึ้นมาหน่อย

“ไม่เชิง” ว่าพร้อมกับยกแก้วของตัวเองขึ้นจิบ ดวงตาคมมองไปยังกลุ่มของหญิงสาวที่เขาช่วยไว้อีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ถูกแต้มที่มุมปากจนเกิดรอยบุ๋มข้างแก้ม

ท่าทางและคำพูดทำให้ร้อยตำรวจโทพีระพลหูผึ่ง ใบหน้าคมเข้มและผมรองทรงสั้นขยับเข้าไปนั่งใกล้เพื่อนรักก่อนจะถามออกมาอย่างที่ใจคิด

“แสดงว่าคนนี้ใช่ ใช่มั้ยว่ะ”

“เฮ้ย! ฉันยังไม่ได้พูด”

“เอาน่า แกจะได้ลงจากคานเสียที รู้มั้ยว่าพวกฉันโดนบรรดาแม่ยาหยีจับผิดอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นคู่ขากับแกหรือเปล่า ถ้าคิดจะลงจากคานตอนนี้นะเว้ยพวกฉันช่วยเต็มที่”

ท่าทางอยากช่วยเต็มที่ของผู้หมวดหนุ่มทำให้สิงขรต้องหรี่ตามองเหล่าเพื่อนซี้ที่กำลังเฝ้ารอคำตอบอีกหนก่อนจะถอนหายใจและส่ายหน้าไปมาช้าๆ อีกครั้งอย่างที่เคยทำเสมอมา

“ไม่ดีกว่า ถ้าเขาใช่จริงสักวันฉันต้องได้เจอเขาอีก”

 

ชาร์โก้ทรานสปอร์ตเป็นบริษัทขนส่งระหว่างประเทศด้วยระบบโลจิติกส์ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ เนื่องจากเป็นบริษัทเก่าแก่ของตระกูลชาร์โก้จากกรีซที่มีคุณย่าลีน่าเป็นทายาทรุ่นสุดท้ายก่อนจะตกทอดมายังตระกูลภักดีบุรมย์ของคุณปู่คีรีผู้เป็นสามี ถูกสานต่อด้วยบุตรชายเพียงคนเดียวอย่างคุณบรรพตและปัจจุบันมีบุรินทร์ทายาทคนโตของตระกูลรุ่นต่อมานั่งเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัท ซึ่งปัจจุบันได้ขยายอาณาจักรไปยังธุรกิจประเภทอื่นหลายแขนงที่รวมกันเป็นชาร์โก้กรุ๊ปกลุ่มธุรกิจที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองในฐานะมีนักธุรกิจรุ่นใหม่เป็นผู้บริหารถึงสองคน

“...ดูแลชาร์โก้วิงค์” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแปลกใจทำให้คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ต้องเลิกคิ้วมองผู้น้องชายด้วยสายตาค้นคว้ายิ่งขึ้น

“ใช่ พี่อยากให้นายเป็นคนรับผิดชอบโปรเจค ไหนๆ นายก็เป็นคนเสนอโครงการบริษัทนี้ขึ้นมาอยู่แล้ว ทดสอบฝีมือตัวเองหน่อยเป็นไง” บุรินทร์ว่าด้วยท่าทางสบายๆ เพราะอยากให้น้องชายได้ฝึกการทำงานจริงอย่างเต็มที่โดยที่ไม่มีเขาเป็นพี่เลี้ยงอีกต่อไป

“ขออนุญาตครับนาย อีกสิบนาทีจะเวลาประชุมแล้วครับ” เสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำให้บุรินทร์ละความสนใจไปจากน้องชายชั่วคราวและเงยหน้าขึ้นมาพูดต่อ

“พี่จะเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมด้วย” ว่าขณะลุกขึ้นจัดเครื่องแต่งกายของตัวให้เรียบร้อยเหมาะกับมาดผู้บริหารสูงสุดของบริษัทที่เข้ามานั่งได้ไม่นาน ร่างสูงใหญ่กว่าผู้เป็นน้องชายเล็กน้อยเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับวางมือลงบนบ่าแกร่งและออกแรงบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “ตั้งใจทำให้ดีที่สุด อย่าทำให้พี่ผิดหวังเป็นอันขาด”

“ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ” สิงขรตอบรับพร้อมรอยยิ้มที่เปิดกว้าง รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้มีโอกาสแสดงฝีมือการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาไม่ใช่เงาของบุรินทร์ที่ทำได้เพียงเดินตามรอยและคำสั่งของพี่ชายอีกต่อไป

“ดีมาก ไปประชุมกันได้แล้ว” เสียงเอ่ยชวนง่ายๆ ทำให้คนที่เพิ่งได้รับมอบหมายงานใหม่พยักหน้ารับในทันที ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบกันมาทำให้สองพี่น้องมีเสน่ห์ดึงดูดจากเพศตรงข้ามอยู่เสมอ แม้ว่าสิงขรจะไม่สูงเท่าพี่ชายแต่ไม่ได้ทำเขาอ่อนด้อยจากพี่ชายเลยสักนิด ยิ่งเมื่อสองหนุ่มเดินเคียงคู่กันในเวลานี้กลับยิ่งส่งเสริมกันและกันจนพนักงานสาวๆ ของบริษัทต้องชะเง้อมองตามหลังเป็นแถว

การประชุมในช่วงบ่ายจบลงเกือบสามชั่วโมงต่อมาและหน้าที่ใหม่ที่สิงขรได้รับก็คือการดูแลโครงการชาร์โก้วิงค์ธุรกิจส่งออกเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ชาร์โก้วิงค์ในเครือชาร์โก้กรุ๊ปที่อีกไม่นานจะกลายเป็นบริษัทส่งออกเครื่องประดับรายใหญ่ของประเทศ ด้วยฝีมือของช่างไทยที่มากด้วยฝีมือบวกกับการตลาดที่ชาร์โก้ไม่เป็นสองรองใครทำให้บุรินทร์ตัดสินใจขยายธุรกิจในเครือนอกจากบริษัทขนส่งระหว่างประเทศและเฟอร์นิเจอร์จากปางไม้ที่ลำปาง

และสิ่งที่แรกที่เขาต้องทำในฐานะคนดูแลโครงการคือการแสดงสินค้าที่งานแสดงเครื่องเพชรของกระทรวงพาณิชย์ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องประดับฝีมือคนไทยภายใต้แบรนด์ต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และชาร์โก้วิงค์ต้องเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน

 

“ขออนุญาตครับ”

เสียงขออนุญาตดังขึ้นถัดจากเสียงเคาะประตูทำให้คนตัวใหญ่ที่กำลังเคร่งเครียดกับเอกสารบนโต๊ะต้องเงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาเก๊กหน้าดุที่หน้าประตูทำให้สิงขรคิ้วขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าใจที่เห็นบอดี้การ์ดคู่ใจของพี่ชายอย่างเอกวีร์มายืนอยู่ตรงหน้า

“มีอะไรหรือเปล่า” เพราะอายุเท่ากันทำให้สิงขรไม่มีคำลงท้ายเหมือนอย่างที่ทำกับอนุชิตเลขาฯ หน้าห้องของบุรินทร์ เพราะถึงแม้เขาและพี่ชายจะมีหน้าที่การงานที่เป็นถึงระดับผู้บริหารแต่ทั้งเขาและบุรินทร์ก็ไม่ลืมว่าคนที่ทำงานให้กับตนมีอายุมากกว่า จึงมักมีคำลงท้ายให้กับผู้สูงวัยกว่าอยู่เสมอ

“นายให้ผมมาคอยช่วยคุณหินครับ” สิ้นประโยคบอกเล่าของอีกฝ่ายสิงขรก็ขมวดคิ้วมุ่นขณะที่คนมาคอยช่วยยังคงหน้านิ่งเรียบดุจเดิม

“ช่วยฉันนี่นะ”

“ใช่ครับ” สีหน้าคนตอบราบเรียบไม่ต่างจากน้ำเสียง ขณะที่ยืนรอรับคำสั่งออยู่ในฐานะตามระเบียบพักไม่เปลี่ยนแปลง

“นายฟังคำสั่งมาผิดหรือเปล่า”

ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายเคยรับราชการทหารมาก่อนจึงอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อความแน่ใจ และแน่นอนว่าเอกวีร์ไม่ทำให้คนถามต้องรอนานเขารีบรายงานคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างบุรินทร์ทันที

“ไม่ผิดครับ นายมีคำสั่งให้ผมมาคอยดูแลคุณหินโดยเฉพาะเวลาออกไปทำงานเพราะงานแสดงเครื่องเพชรครั้งนี้คุณหินต้องทำงานเองทุกขั้นตอน นายกลัวว่าคุณหินจะมัวแต่ทำงานจนหลงลืมดูของสวยๆ งามๆ อย่างพวกนางแบบที่จะมาเดินให้ นายอุตส่าห์ส่งคุณหินมาดูแลโปรเจคนี้ก็เพราะเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ”

คำสั่งที่ถูกถ่ายทอดพร้อมใบหน้าที่ตายสนิทของเอกวีร์ทำให้คนฟังถึงกับเสียจังหวะการทรงตัวเล็กน้อยเมื่อรู้แน่แล้วว่าเหตุผลจริงๆ ของพี่ชายไม่ใช่อยากให้เขาแสดงฝีมือการทำงานแต่เป็นเพราะพี่ชายเองก็กลัวว่าเขาจะเป็นอย่างที่เพื่อนในกลุ่มว่าเหมือนกัน

สิงขรถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย ใบหน้าคมส่ายไปมาอย่างเห็นว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูดมานั้นช่างไร้สาระเหลือเกิน มือหนายกขึ้นโบกไล่ให้ออกไปของานทำจากกุลลดาที่ตอนนี้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นเลขานุการส่วนตัวของเขาเป็นการชั่วคราว

 




ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น