คัดลอกลิงก์เเล้ว

Special Short Fiction KNB MayuAka AkaMayu

โดย Michiy'o

นิยายสั้นเรื่องนี้เราแต่งเพื่อสนองความฟินในวันเกิดค่ะ คู่มายุอาคาหรืออาคามายุ ♥ แม้อนิเมะและมังงะจะจบไปแล้ว แต่ความชิปยังไม่จบบบบ

ยอดวิวรวม

657

ยอดวิวเดือนนี้

13

ยอดวิวรวม


657

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


28
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ต.ค. 60 / 22:43 น.
Special Short Fiction KNB MayuAka AkaMayu | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แต่งเนื่องในวันเกิดของตัวเองค่ะ คู่มายุอาคาหรืออาคามายุนี่แหละ 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ต.ค. 60 / 22:43


Title -  I want to be with you 

Pairing - MayuAka and AkaMayu (The characters of Kuroko no basket)

Rate and Type - PG-13 Short Fiction

Writer - มิจจี้ลิซ (Michiyo_Alice)

Warning - ฟิคนี้มีความหวานมากเพราะไรเตอร์รักคู่นี้มากเป็นชีวิต

 

แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิในเดือนมีนาคมแต่วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวเลยทีเดียว แถมเป็นวันที่มีพิธีจบการศึกษาของรุ่นพี่ปีสามด้วยสิ

อาคาชิยังคงมาเรียนตามปกติในฐานะนักเรียนปีหนึ่งเทอมสุดท้าย หากแต่จะมีอะไรพิเศษสักนิดหน่อย เนื่องจากชมรมบาสเกตบอลเองก็มีนักเรียนปีสามเข้าร่วมอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะคนคนนั้น

เขาจะมารึเปล่านะ…. หนุ่มน้อยผมแดงขบคิดกับตัวเอง อันที่จริงเขาคิดเรื่องมายุซึมิซังตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สงสัยใคร่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมารึเปล่า กัปตันชมรมอย่างเขาอยากให้เงาของตัวเองอย่างรุ่นพี่คนนั้นมา อย่างน้อยแค่ช่วงสุดท้ายก็ยังดี

สั่งอย่างที่โบขุชอบทำเลยดีมั้ยนะ หรือเขาควรจะสลับตัวกับโบขุเพื่อความสมจริงดี?

ใช่ เขาควรจะสลับตัวกับโบขุชิ เพราะงั้น….

หยุดความคิดของนายที่จะหลอกใช้ผมเพื่อสนองความต้องการของตัวเองเดี๋ยวนี้

!!!

เสียงของคนที่ถูกพาดพิงซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวตนของอาคาชิดังขึ้นในหัวแทรกความคิดของโอเรชิจนเจ้าตัวเผลอสะดุ้งแรง เมื่อเงยหน้าก็สบตาเข้ากับแว่นกันแดดสีดำสนิทของคนขับรถกำลังมองมาทางเขา โดยไม่มีการสื่อสารทางคำพูดใดๆ ผู้เป็นนายน้อยส่ายหน้าเชิงว่าไม่มีอะไร เท้าคางมองปล่อยสายตาคลอไปตามพื้นถนนอย่างเดิม

โบขุชิ เดี๋ยวนี้รู้ดีนักนะ

บรรยากาศข้างนอกช่างเงียบเหงาเสียจริง อาจเพราะนี่ยังเช้าอยู่ด้วย ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะมาเช้าขนาดนี้หรอกหากไม่ใช่ตัวแทนของนักเรียนปีหนึ่งและประธานนักเรียนซึ่งมีหน้าที่สำคัญต่อพิธีจบการศึกษานี้เป็นอย่างยิ่ง ไม่สิ ต้องบอกว่าเพราะเป็นอาคาชิ เซย์จูโร่ต่างหากเลยถือเป็นคนสำคัญ

ทิวทัศน์ภายนอกมันคงจะน่าเบื่อสำหรับอาคาชิไปจนถึงโรงเรียนราคุซันเลยล่ะหากอัญมณีสีทับทิมไม่เผลอไปมองเห็นใครบางคนที่แสนคุ้นตาเสียก่อน  ดวงตากลมหรี่ลงจนแทบหลับเป็นเส้นตรงอยู่แล้วเพราะจุดที่อีกฝ่ายอยู่ค่อนข้างไกลเลยทีเดียว

 เรือนผมแบบนั้น ตัวสูงแบบนั้น แถมเงาจางแบบนั้น ไม่ผิดแน่

“มายุซึมิซัง

พึมพำออกมาคนเดียวให้คนขับรถต้องชำเลืองมองอีกรอบ แต่คราวนี้นายน้อยคนเดิมไม่ได้ส่ายหน้า

“หยุดรถ ฉันจะลงตรงนี้ล่ะ”

“เอ๊ะ แต่มันค่อนข้างอีกไกลเลยนะครับ”

“นี่มันยังเช้าอยู่ ไม่เป็นไร ไม่สายหรอก”

คุณชายผู้มักมีความเยือกเย็นในทุกๆเรื่องคราวนี้กลับร้อนรนจนเห็นได้ชัด ไม่ยืนกรานความคิดของตัวเองเปล่ายังกดสายตาส่งคำสั่งมองผ่านกระจกด้านหน้าอีกต่างหากจนคนขับรถต้องรีบปลดล็อกประตูให้ กลัวนายท่านก็กลัว แต่คุณชายน้อยเองก็น่ากลัวไม่แพ้กัน

“ดูแลตัวเองด้วยนะครับนายน้อย”

พอเปิดประตูได้ร่างโปร่งบางก็ลุกออกไปจากรถหรูอย่างไวราวสายลมขนาดที่ยังไม่สิ้นเสียงประตูปิดให้เสร็จดีร่างนั้นก็ถลาออกไปไกลเสียแล้ว ฝีเท้าก้าวฉับๆตัดลมหนาวของฤดูใบไม้ผลิเหมือนกลัวคนที่อยู่ในสายตาจะเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา

……………………………………………………………………………………………

“อยู่เฉยๆสิ”

หากเช้านี้มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาให้รำคาญตามายุซึมิ จิฮิโระคงกลายเป็นคนเพี้ยนอย่างช่วยไม่ได้ เขาดูเหมือนกำลังพูดอยู่คนเดียว แต่จริงๆไม่ได้พูดคนเดียวสักหน่อย พูดกับนกต่างหาก

ใช่ นกนั่นล่ะ… อย่างที่พยากรณ์อากาศของเมื่อคืนเตือนว่าเช้านี้อุณหภูมิในจังหวัดเกียวโตจะลดต่ำลงมาถึง 12 องศา มันไม่มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตของมนุษย์ผู้ขึ้นชื่อว่ามีปัญญาเป็นเลิศหรอก แต่มันทำให้สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆเดือดร้อนต่างหาก อย่างเช่นเจ้านกน้อยนี่ ที่บังเอิญว่ามันมายืนเกาะตรงราวสะพานเหล็กด้วยความไร้เดียงสา ถึงคราวจะบินถลาสองเท้าน้อยๆนั่นกลับติดเหล็กเปียกความชื้นอยู่อย่างนั้น สิ่งที่มันทำได้คือร้องตีปีกไปมาเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

และเขาก็เดินมาเจอมันอย่างพอดิบพอดี….ปกติไม่มาโรงเรียนเช้าหรอก แค่โดนอาจารย์บังคับ

“โอ๊ย อย่าจิกสิ นี่ฉันกำลังจะช่วยแกนะ”

คิ้วเรียวสีควันบุหรี่ขมวดมุ่นบ่งบอกความเจ็บเมื่อฝ่ามือของเขาที่กำลังให้ความอบอุ่นคลุมเจ้านกตัวกลมกำลังโดนจะงอยปากทื่อๆนั้นจิก มันเจ็บก็จริง แต่เขาปล่อยให้เด็กคนนี้ตายไม่ได้หรอก น่าเวทนาเกินไป

“ดีอยู่นิ่งๆอย่างนั้นล่ะ”

เหมือนมันจะรับรู้เจตนาของเขาแล้วนะ รอยยิ้มบางๆระเรียดตามใบหน้ารูปหล่ออย่างอ่อนโยนซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ทำบ่อยนัก นิ้วเรียวของมืออีกข้างไล้ตามขนนุ่มๆของเพื่อนร่วมโลกตัวจิ๋ว เมื่อสังเกตเห็นว่าอาการตกใจของมันเริ่มลดลงถึงคราวสงบบ้างแล้วคนร่างสูงจึงค่อยๆโน้มตัวเข้าหาเป่าลมอุ่นๆจากริมฝีปากรนเข้าไปละลายน้ำแข็งบางๆซึ่งหนาพอจะพันธนาการฝ่าเท้าเล็กๆนั้นได้

ฟู่ว ~ ฟู่ว ~

ไออุ่นแทรกซึมจนสามารถละลายรอยน้ำแข็งสำเร็จในไม่กี่ระลอก มายุซึมิค่อยๆดึงอุ้งเท้าเล็กๆนั้นออกจากการจับกุมอย่างเบามือ แม้จะโดนเจ้านกน้อยจิกสู้ตามสัญชาตญาณเมื่อเจอความเจ็บไปบ้างแต่สุดท้ายเขาก็ได้ช่วยเหลือมันให้สามารถกลับไปกางปีกบินบนผืนฟ้ากว้างได้อีกครั้ง ถึงจะโดนจิกจนมือแทบพรุนแต่ก็ทำเอาอดกลั้นยิ้มไม่ได้ภูมิใจในตัวเองจริงๆ

“โชคดีล่ะ”

……………………………..

“คุยกับใครอยู่เหรอครับ”

!!!....

คนที่ทึกทักเอาเองว่าอยู่คนเดียวจนถึงเมื่อกี้ถึงกับสะดุ้งเมื่อเสียงปริศนาแต่ตรงกันข้ามมันก็แสนคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง หนุ่มม.ปลายเงาจางหันขวับกลับไปมองอย่างไว แก้วตาอ่อนบางดุจจะกลืนหายไปกับตาขาวเบิกน้อยๆด้วยความตกใจสุดขีดราวเห็นผี

“อาคาชิ?”

“เหกับผม ? ผมพึ่งจะมาถึงเองนะครับ”

“อย่ามากวนประสาทนะ นายรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”

รุ่นพี่ปีสามขมวดคิ้วเป็นครั้งที่สองรับพระอาทิตย์ขึ้น ใบหน้ารูปไข่กระจ่างใสเบือนสายตาหนีออกไปรวมอยู่ตรงทางฝั่งแม่น้ำซึ่งทอดตัวเป็นสายยาวลอดใต้สะพาน ลมหนาวโบกพัดผ่านทั้งสองร่างยิ่งทำให้อาการแก้มแดงของรุ่นพี่มายุซึมิเห็นได้ชัดจนฝ่ายรุ่นน้องอมยิ้มขำ

“ผมเพิ่งมาถึงก็จริง แต่ก็ทันเห็นที่มายุซึมิซังพูดกับนกนะครับ”

พอรุ่นน้องบอกความจริงเข้าหน่อยก็เล่นเอารุ่นพี่แก้มแดงกว่าเดิม

“ถ้านายยังล้อฉันอีกฉันจะเดินไปอีกทาง”

“ผมไม่ได้ล้อครับ”

………………..

“พอเห็นเรื่องดีๆตั้งแต่เช้า มันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกด้วยซ้ำ”

ได้ยินคนอย่างอาคาชิพูดแบบนี้เล่นเอามายุซึมิต่อบทสนทนาไม่เป็น ปกติการพูดคุยกับคนอื่นๆก็ไม่ใช่เรื่องถนัดของซิกส์แมนผู้เป็นเพียงเงาอย่างเขาอยู่แล้ว โดยเฉพาะการที่เจ้าเด็กผมแดงเปลี่ยนเป็นคนละคนตั้งแต่ถูกเขาผู้มีฝีปากกล้ายืนด่าแสกหน้าอยู่ข้างสนามตอนแข่งวินเทอร์คัพกับเซย์ริน ถึงในใจลึกๆจะยังรู้สึกและรู้ดีว่าอาคาชิก็คืออาคาชิก็เถอะ

“ไปล่ะ”

หนุ่มปีสามเลือกตัดบทสนทนาเอาดื้อๆ มือเรียวล้วงกระเป๋าเสื้อสูทนักเรียนตัวนอกทำท่าจะคว้าเอาไลท์โนเวลเล่มเล็กที่ตนชอบซุกเอาไว้ออกมาแต่ก็พลันต้องชะงักเอาไว้เมื่อมือของคู่สนทนาคนเดิมยื่นมาแตะแขนเขา แค่แตะจริงๆ เหมือนแค่อยากจะห้ามมากกว่า

“มายุซึมิซังครับ”

……..

………

“อะไร ว่ามา”

สุดท้ายเจ้าของชื่อก็เป็นฝ่ายยอมแพ้หลังยืนจ้องตาเล่นสงครามประสาทกันอยู่นาน เมื่อเห็นเขาทำท่าจะตามใจเจ้าเด็กหัวแดงก็เปรยยิ้มบางน่าหลงใหลในสายตาใครต่อใคร แต่สำหรับคนอย่างเขาน่ะ มันรู้สึกทะแม่งๆจนเผลอขมวดคิ้วอีกรอบ อีกฝ่ายชอบสร้างบรรยากาศที่เขาไม่รู้จักทุกที ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร รู้ตัวบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

“คบกับผมได้มั้ยครับ”

… !!! ….

“คบกับผมนะ มายุซึมิซัง”

เอ่ยย้ำเจตนารมณ์ไม่พอคราวนี้มือเรียวสวยอย่างคนที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดิบดีไม่เพียงแตะเฉยๆกลับคว้าจับแขนของฝ่ายได้รับคำสารภาพเอาไว้แน่น บรรยากาศจริงจังก่อร่างปกคลุมรอบตัวของแสงและเงาแห่งราคุซันตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แต่สิ่งที่เงาแสดงออกมีเพียงแค่ใบหน้าเหวอๆกับดวงตาสีเจือจางที่กำลังกระพริบปริบๆ แหงสิ เจอแบบนี้ใครจะไม่ช็อคบ้างล่ะ แถมเป็นแสงของตัวเองอีก!

ที่เขาตกใจไม่ใช่ว่าคนระดับอาคาชิ เซย์จูโร่มาขอคบหรอก(อันนั้นมันเกินคำว่าตกใจแล้ว) แต่หมอนี่มีหนุ่มสาวสุดเพอร์เฟคที่คู่ควรตั้งหลายคน ไม่ใช่แค่ในราคุซันด้วยนะที่เคยได้ยินสาวๆหรือหนุ่มๆบางคนกรี๊ดมา

หรือว่า…. คิดจะใช้ประโยชน์อะไรอีก ? ฉุกคิดได้แผลฝังใจกลางสนามในคราวนั้นก็แล่นเสียเจ็บจี๊ด

“นี่ ถ้านายคิดจะคบฉันเพราะอยากมีเงาไว้อวดอย่างคางามิละก็เลิกคิดซะนะ”

“ผมไม่ได้คิดอะไรกับคุโรโกะ ผมไม่ได้ชอบผู้ชายครับ”

“แล้วฉันไม่ใช่ผู้ชายรึไง?”

“แต่ผมชอบมายุซึมิซัง”

… !!?....

อะไรของมัน ไม่เข้าใจเฟ้ย หนาวจนเพี้ยนไปแล้วรึไงและเหมือนฝ่ายมายุซึมิจะเก็บคำพูดที่ออกมาทางสีหน้าไม่อยู่จนอาคาชิต้องเป็นฝ่ายอธิบายความรู้สึกซับซ้อนของตัวเองให้ละเอียดกว่าเดิม

“ผมหมายความว่า ผมไม่ได้ชอบมายุซึมิซังเพราะเป็นผู้ชาย แต่ผมชอบที่คุณคือมายุซึมิซัง”

…………………………………….

คำตอบของเจ้าเด็กเอาแต่ใจนั่นถึงมันจะฟังดูเข้าใจยาก แต่เล่นเอาแก้มเขาร้อนขึ้นมาเลย

ตั้งใจจะบอกว่าตัวเองไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่ชอบตัวเขาที่แม้จะเป็นเพศเดียวกันสินะ

ชอบที่เป็นมายุซึมิซังงั้นเหรอ พูดจาอย่างกับเด็กอยากได้ของเล่นเลยแฮะไอ้หมอนี่ เจ้าของชื่อมายุซึมิฉุกคิดพลางยกมืออีกข้างลูบใบหน้าตัวเอง จริงจังใส่โดยไม่ให้ทันตั้งตัวแบบนี้ใครมันจะไปตอบได้เลยล่ะ อาคาชิเองก็ดูจะไม่ปล่อยแขนเขาง่ายๆด้วยถ้าไม่ได้คำตอบตรงนี้

“ขอไปคิดดูก่อน”

คำตอบสั้นกระชับมาพร้อมกับดวงตาสีจางที่เลือกจะมองใบหน้าทรงเสน่ห์ของหนุ่มน้อยจักพรรดิผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วแทน ตอนนี้แก้มเขาร้อนไปหมดแล้ว จะให้มองกันตรงๆคงมองไม่ติด ไม่ได้รังเกียจอะไรกับความรู้สึกของเด็กนี่หรอก เขายอมรับกับตัวเองเลยล่ะว่าแค่กำลังเขิน

“ปล่อยสิ”

“ไม่ปล่อยครับ”

ไม่ปฏิเสธเปล่าอาคาชิทำตรงกันข้าม จับล็อกแขนรุ่นพี่ตัวเองไว้แน่นกว่าเดิมเมื่อมือข้างนั้นทำทีจะดึงคืนกลับ เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็รู้แล้วว่ากำลังซึน ปากไม่ตรงกับใจ

โอเรชิ นายมัวแต่เล่นละครอะไรอยู่ได้ รีบๆบังคับจิฮิโระซะสิ

นายน่ะเงียบไปเลย ห้ามออกมาทำให้วิธีการของฉันพังเด็ดขาดนะ

“ถ้าจะปฏิเสธผมก็ปฏิเสธตรงนี้” ที่ทำเป็นพูดใจดีเพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายไม่มีทางปฏิเสธ

“ก็บอกว่าขอคิดดูก่อนไง”

“ทำไมต้องขอคิดดูก่อนด้วยถ้ามายุซึมิซังไม่ได้คิดอะไรกับผม”

… !! …

ไอ้เด็กนี่ทำเป็นรู้ดีอีกแล้วนะ ! มาถึงตรงนี้มายุซึมิกัดฟันกรอดๆ ทั้งเขินทั้งหมั่นไส้กับความฉลาดไปซะทุกเรื่องของแสงตัวเอง

ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปสักพักใหญ่ ตัวอาคาชิเองก็เริ่มผ่อนแรงลง ดวงตาที่เคยสบประสานกับผู้เป็นเงาเริ่มเบนไปมองพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นสาดแสงสีอร่ามจากขอบฟ้ามาหน่อยๆ บ่งบอกว่าใกล้จะได้เวลาเร่งด่วนแล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงนักเรียนคนอื่นและคนอื่นๆน่าจะเริ่มทยอยกันมาและมันคงไม่ดีหากเขาสองคนมายืนจับมือถือแขนกันกลางสะพานแถมขวางทางชาวบ้านเขาอีก

“จะเอาคำตอบตรงนี้ใช่มั้ย?”

 ใช่ครับ”

เขาสังเกตเห็นอาคาชิชะงักไปเล็กน้อย แล้วสุดท้ายก็เลือกพยักหน้า ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างอาคาชิจะหวั่นใจเป็นด้วย โดยเฉพาะกับเรื่องของเขา เห็นก่อนหน้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกัน ออกจะทิ้งๆขว้างๆด้วยซ้ำ ชอบจริงๆงั้นเหรอถึงได้คิดมากขนาดนั้นตัวมายุซึมิไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรด้วยสิ

คนตัวสูงกว่าเงียบอยู่นาน ฝ่ามือที่เคยปิดซ่อนใบหน้าไปกว่าครึ่งลดลงกลับมาวางข้างตัวอย่างเดิม

“เรียกฉันว่าจิฮิโระแล้วไปโรงเรียนกันได้แล้ว”

………………

“พ  พอใจรึยัง ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้น”

            คำตอบของอีกฝ่ายคลุมเครือ แต่มันสามารถทำให้อาคาชิ เซย์จูโร่อมยิ้มและยิ่งอมยิ้มกว้างกว่าเดิมจนเต็มแก้มเมื่อเห็นคนที่เขาบอกว่าชอบมีท่าทางเขินแต่ก็ไม่ได้เดินหนีไปอย่างที่ชอบทำ เป็นคนปากแข็งมากจริงๆ หากคนที่มาสารภาพรักไม่ใช่เขาแต่เป็นคนอื่นคนคนนั้นจะเข้าใจมายุซึมิซังคนซึนรึเปล่านะ

            “ถ้าอย่างนั้นจิฮิโระซังก็คงไม่รังเกียจที่จะเรียกผมว่าเซย์จูโร่ใช่มั้ยครับ”

            …………………” เงียบอีกแล้วแต่เขารู้หรอกว่าเงียบเพราะเขินน่ะ

            “ว่ายังไงครับจิฮิโระซัง ?” อาคาชิจงใจย้ำแต่ชื่อ จิฮิโระ อย่างเต็มปากเต็มคำ

            “นายก็น่าจะรู้คำตอบของฉันไม่ใช่รึไง”

            “……………….

            “เซย์…. จูโร่”

            เพราะฉันก็เคยบอกนายจนขี้เกียจบอกแล้วไง ว่าอย่าเรียกฉัน มายุซึมิซัง มันไม่ชินเอาซะเลย

            …………………………………………………………………………………..

            หลังพิธีจบการศึกษาจบลงอย่างสมบูรณ์ พิธีถอนตัวของนักเรียนปีสามในชมรมก็จบลงด้วยดีไม่แพ้กัน (สุดท้ายอาคาชิยอมตามใจไม่ให้มายุซึมิเข้าพิธีถอนตัวก็ได้เพราะเขาได้ฐานะ แฟน มาแล้ว) ต้องยอมรับว่าอาคาชิเหนื่อยมาก เขารู้สึกว่าวันนี้ใช้ตัวเองไปอย่างเต็มวันตั้งแต่เช้า โชคดีที่เรื่องดีๆของมายุซึมิซังซึ่งเขาบังเอิญไปเห็นพอดีรดน้ำให้ดอกไม้ที่ถูกแช่แข็งอยู่ในใจมานานชุ่มชื้นจนเติบโตขึ้นมาได้ในที่สุด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นจู่ๆก็รู้สึกว่าต้องคบกับคนคนนี้ให้ได้ เขาแค่คิดว่ามันยากนะกับการจะหาคนที่ยอมทำเรื่องที่หลายๆคนเลือกจะมองข้าม มันแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนยังไงและอีกหลายๆการกระทำที่เขาและโบขุชิสังเกตตั้งแต่เริ่มสนใจเงาของตัวเองมากกว่าการเป็นแค่เงา เหมือนกับการยินยอมให้มายุซึมิคนนั้นละลายปราการน้ำแข็งในใจไปเรื่อยๆเปรียบการสังเกตหาคนที่ใช่นั่นล่ะ จนวันนี้เลยตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไป ไม่รู้หรอกตัวเองจะคิดผิดมั้ย แต่เขาก็ทำไปแล้วโดยปราศจากการคัดค้านจากโบขุชิอย่างสิ้นเชิง และเขาไม่รู้สึกเสียใจหรือคิดว่ามันเป็นอารมณ์อยากลองชั่ววูบเลยสักนิด

            ครืด ครืด 

            เสียงอะไรบางอย่างสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง เรียกให้อาคาชิหลุดจากภวังค์เหม่อกลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง เมื่อหยิบวัตถุเครื่องบางออกมาหน้าจอสว่างวาบที่ดูจะค้างมาจนถึงตอนนี้ก็ปรากฏชื่อชัดเจน เรียกรอยยิ้มของคนเหนื่อยมาทั้งวันอย่างง่ายๆ ไม่ปล่อยให้เจ้าของสายในจอรอนานเขารีบกวาดนิ้วเร็วๆเพื่อรับสายทันที

            “ครับ จิฮิโระซัง”

            ร้อยวันพันปีมีเบอร์ก็โทรคุยกันแค่เรื่องในชมรม ชื่อที่เคยถูกเมมเอาไว้ว่า จิฮิโระ อย่างห้วนๆกลายเป็น มายุซึมิซังได้ไม่นานวันนี้คือ จิฮิโระซัง เสียแล้ว ด้วยความไม่ชินแม้เป็นอาคาชิก็ยังรู้สึกเขินตกค้างอยู่ในใจ

            ( อยู่ไหน ? หลังเสร็จงานก็หายไปเลยนะ )

            “ก็จิฮิโระซังบอกว่าไม่ให้ผมยุ่งด้วยจนกว่าจะเรียนจบ” (อ้างอิงจากเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง)

            ( แล้วตอนนี้ฉันยังเรียนไม่จบ ? )

            “ ……… ครับ ?”

            อาคาชิกระพริบตาปริบๆ จนได้ยินเสียงปลายสายถอนหายใจหน่ายๆออกมาแรงๆนั่นล่ะเจ้าตัวถึงได้นึกความหมายโดยนัยออกแล้วก็หลุดขำออกมา ให้ตายสิ ที่ตอนนั้นบอกว่าไม่ให้ยุ่งจนกว่าจะเรียนจบเพราะรู้ว่าทั้งวันเขาต้องยุ่งอยู่กับโรงเรียนและชมรมในฐานะประธานและกัปตันสินะ

            แล้วก็ใช่ อีกฝ่ายเรียนจบแล้วได้ใบจบมาแล้วนี่นา ทำไมเขาถึงตามลูกไม้นี้ไม่ทันกัน

            “ รู้สึกว่าจะเป็นคนติดแฟนเหมือนกันนะครับ ”

            ( นายไม่ติดรึไง ? )

            “ ตอนนี้จิฮิโระซังอยู่ไหนล่ะครับ ผมจะไปหา ”

            ท้ายที่สุดแล้ว ก็ติดแฟนกันทั้งคู่นั่นล่ะ มันเป็นการเริ่มต้นสายสัมพันธ์อย่างคนรักที่ดีไม่น้อยเลย

……………………………………………..……………………………………

นับตั้งแต่เหตุการณ์ในตอนนั้นมันก็ผ่านมาประมาณ 10 ปีแล้ว เด็กน้อยปีหนึ่งคนนั้นเรียนจบอีก ปีให้หลัง โดยในขณะเรียนม.ปลายปีสองอาคาชิก็สูญเสียโบขุชิที่เป็นอีกตัวตนหนึ่งไปตลอดกาล เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับมายุซึมิซึ่งเป็นสถาบันชื่อดังในย่านโตเกียว เรียกว่าแม้ฝ่ายอดีตเงาจะเรียนจบก่อนแต่เพราะเขารู้ดีว่าประกายแสงสีแดงดวงนี้เก่งระดับหัวกะทิอันดับหนึ่งของประเทศ และต้องถูกทางบ้านบังคับให้สอบเข้าที่ที่ดีที่สุดแน่ๆเพื่อเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล และเพื่อไม่ให้หมอนั่นต้องลำบากใจ มายุซึมิจึงตัดสินใจขุนสมองตัวเองอย่างหนักสอบเข้าคณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาลัยนั้นๆจนได้ ในขณะที่อาคาชิสอบเข้าคณะมานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่างคนอื่นจนเห็นความต่างชั้นชัดเจนสมกับเป็นอาคาชิ เซย์จูโร่

แน่นอนว่าชีวิตในรั้วอุดมศึกษา บ่อยครั้งทั้งสองคนต้องห่างกันไกลมาก ไม่อาคาชิก็มายุซึมิ คนใดคนหนึ่งต้องไปเรียนในต่างแดนหรือไปทั้งคู่ เพราะต่างคนต่างเก่ง มายุซึมิก็ถนัดและชื่นชอบในสาขาวิชาของตัวเองมากเขาเลยเทพกว่าใครๆแบบหาตัวจับได้ยาก และอาคาชิรายนั้นเก่งไปเสียทุกๆเรื่อง หนักสุดคือทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลยเป็นอาทิตย์เพราะต่างฝ่ายต่างเรียนและอุปสรรคสำคัญคือเวลาที่ห่างกันเป็นวัน เรียกว่าความสัมพันธ์เคยมาถึงจุดระหองระแหงจวนเจียนจะเลิกกันหลายครั้ง การร้องไห้สำหรับทั้งคู่เริ่มเป็นเรื่องปกติไม่ว่าใครจะร้องหรือร้องทั้งคู่ก็ตาม เพราะระยะทางแสนไกลทำให้ความรู้สึกสั่นคลอนและทุกครั้งก็จบโดยคนใดคนหนึ่งใจอ่อนด้วยคำว่ารักมันชัดเจนจนสามารถประคับประคองกันมาได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาบอบบางแบบนี้อยู่ 3-4 ปี จนถึงวันที่ทั้งสองคนต่างมีทุกอย่างเพียบพร้อม

ทุกวันนี้อาคาชิและมายุซึมิเช่าคอนโดหรูใจกลางเมืองกรุงอยู่ในห้องเดียวกันเพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน แน่นอนว่าเมื่อพวกเขามีอาชีพเป็นตัวเป็นตนเรียบร้อยแล้วต่างฝ่ายต่างก็สวมแหวนหมั้นแสดงความเป็นเจ้าของกันและกันอย่างเงียบๆ  ใครหลายคนโดยเฉพาะเพื่อนรุ่นปาฏิหาริย์ของอาคาชิมักจะออกปากถามอยู่บ่อยๆว่าเมื่อไรคู่นี้จะแต่งงานสักที เขาก็อยากแต่งหรอก แต่เพราะงานมันรัดตัว คนเงาจางตอนนี้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และเป็นโปรแกรมเมอร์สายการเขียนโปรแกรม ส่วนตัวอาคาชิเองได้รับมรดกจากพ่อ ขึ้นเป็นประธานบริษัทเครือยักษ์ใหญ่ตั้งแต่เรียนปริญญาโทจบ

“เซย์ Maxes ขอให้ฉันแก้โปรแกรมอีกแล้ว”

“คราวนี้เขาว่ายังไงครับ?”

“ทางนั้นบอกว่าโปรแกรมใช้ยากไป พนักงานต้องใช้เวลาเรียนรู้มากซึ่งมันเสียเวลา แต่ถ้าฉันไม่เขียนแบบนี้โปรแกรมมันก็จะไม่ได้คุณภาพอย่างที่เขาต้องการไง”

“ผมแนะนำว่าให้ใช้โค้ดยากไปเลยครับถ้าเขาต้องการทดเวลา แล้วจิฮิโระซังก็คิดค่าความยากเพิ่มเป็นยังไง?”

โปรแกรมเมอร์หนุ่มผู้มักมีใบหน้าตายสนิทชอบถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเขาแล้วก็บ่น ซึ่งอาคาชิไม่เคยโกรธหรือรำคาญ เขาชินและชอบจะให้คำแนะนำแถมด้วย เพราะจิฮิโระซังของเขาก็แค่อยากหาที่ระบายกับความวุ่นวายของชีวิต อาคาชิบางครั้งก็เคยรบกวนเวลางานของอีกฝ่ายเพราะความเหนื่อยเหมือนกัน ตอนแรกมันก็จะมีปัญหาหน่อยๆ แต่สุดท้ายตกลงกันได้ มันก็ไปได้สวย

บริษัทที่จิฮิโระซังบ่นถึงเมื่อกี้เป็นหนึ่งในเครือคู่ค้าทางธุรกิจของอาคาชิเช่นกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องยากหากเขาจะแนะนำอะไรไป มือเรียวจัดค่อยๆวางเอกสารในมือลง ถอดแว่นวางทับแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานตรงไปหาคนที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงโซฟา

“เครียดเหรอครับ หืม?”

คนผมแดงเอ่ยถามพลางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ นิ้วเล็กไล้เกลี่ยเก็บเส้นไหมสีจางจัดราวกับจะกลืนหายไปกับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องที่หล่นปรกดวงตาสีอ่อนอย่างทะนุถนอม มายุซึมิพยักหน้า ความอ่อนล้าคืบคลานชัดเต็มใบหน้าหล่อเหลาซึ่งอาคาชิได้เห็นไม่นานอีกฝ่ายก็เอนศีรษะพิงตรงไหล่อุ่นเสียก่อน ประธานคนเก่งอมยิ้ม หยิบใบขอปรับแก้งานในมือคนตัวสูงกว่ามาดูอย่างถือวิสาสะ พลางหูก็ฟังคำบ่นแผ่วๆอยู่ใกล้ๆ

“จริงๆฉันก็อยากจะทำแบบนายว่า แต่ฉันขี้เกียจ”

“ขี้เกียจก็ไม่ต้องทำสิครับ จริงๆคุณปฏิเสธงานไปก็ได้นะในเมื่อเขามาขอแก้งานครั้งที่ 8 แล้ว”

“จำได้ด้วยเหรอ?”

“ใครทำให้จิฮิโระซังรู้สึกไม่ดีผมก็จำไว้หมดนั่นล่ะครับ”

“เจ้าคิดเจ้าแค้นนะนาย”

ประโยคสุดท้ายทำให้ทั้งคู่หัวเราะออกมาก่อนริมฝีปากจะประกบจูบกันเบาๆอย่างรู้ดี มันเป็นวิธีการเยียวยาอาการเหนื่อยล้าที่ทั้งสองคนชอบทำหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการกำลังใจ คนตัวสูงทิ้งกายลงวางศีรษะลงบนตักของคนตัวเล็กกว่า นอนมองหน้าใบหน้าคนคนเดิมที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด 10 ปีของชีวิต อาคาชิดูจริงจังกับเอกสารในมือมากทั้งๆที่มันเป็นปัญหาของเขาแท้ๆ ในหัวนึกไม่ออกเลยว่าหากวันใดวันหนึ่งความสัมพันธ์นี้จบลงตนจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปยังไง

“ไม่อยากปฏิเสธงานเสียดายเงิน”

ร่างที่นอนขี้เกียจอยู่ว่าพลางจับมืออ่อนบางของคนรักข้างที่ว่างจากใบงานแสนเรื่องมากมาซุกไว้ตรงแก้มแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ตามประสาคนทำงานแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาแล้วหลายวัน จำได้ว่าตั้งแต่รับงานนี้มาได้นอนแค่ 3-4 ชั่วโมงก็ต้องตื่นเช้าเอางานที่แก้ไปให้ลูกค้าดูถึงที่ มันวนลูปแบบนั้นมาอาทิตย์กว่าแล้วและวิถีชีวิตผิดๆนั่นก็อยู่ในแก้วตาสีทับทิมเปี่ยมอำนาจคู่นี้ทั้งหมด

 “เงินของเรามีเยอะครับ แต่จิฮิโระซังน่ะมีคนเดียวนะ”

………………..

“ผมเห็นว่าคุณฝืนงานมากจนเกินไป เลยไม่อยากให้ทำต่อแล้ว”

ความเงียบปกคลุมเข้ามาแทนที่คำพูดใดจนได้ยินเสียงแอร์ทั้งที่ปกติมันแสนจะเงียบเฉียบ แต่ถึงอย่างนั้นต่างฝ่ายกลับมีรอยยิ้ม มือของมายุซึมิที่ใหญ่กว่าประคองใบหน้าเนียนใสของคนด้านบนให้โน้มลงมาประกบจูบแลกรสหวานอีกครั้ง เนิ่นนานจนเยียวยาความเหนื่อยล้าในใจจนหมด รับรู้ถึงการถูกรักแล้วจึงผละออกแต่ดวงตายังสบมองหาไม่ห่าง

…. อยากให้ความเป็นนิรันดร์มีจริงขึ้นมาอีกแล้วสิ….

“นายจะไปดูงานที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อไรนะ”

“วันอังคารหน้าครับ”

“แบบนี้ก็ต้องเดินทางตั้งแต่ค่ำวันจันทร์?”

“เย็นวันจันทร์ครับ หลังประชุมเสร็จก็จะไปที่สนามบินเลย”

พอได้ยินคำตอบใบหน้าคมคายก็ปรากฏริ้วรอยแห่งความไม่พอใจขึ้นมา อาคาชิได้แต่ขำอย่างนึกเอ็นดู รู้ว่าอีกฝ่ายไม่งี่เง่าหรอก ใครจะอยากอยู่ไกลคนที่ตัวเองรักบ้างล่ะแน่นอนว่าตัวเขาเองก็ไม่ สำหรับทั้งสองคน คนที่อยู่ตรงหน้ากันตรงนี้คือคนที่ไม่อยากจะเสียไปมากที่สุด อยากจะอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดเพราะรู้ดีว่าชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งบนโลกนี้มันช่างแสนสั้นนัก

ไม่สิ หรือจริงๆแล้วคนรักของเขาอาจจะหมายถึงเรื่องอื่น

“หรือว่าจิฮิโระซังกำลังจะทวงมัลดีฟส์จากผม?”

…………………..

เงียบ แกล้งทำเป็นหลับตาหนีอีก สงสัยจะจริง ?

“ผมไม่ได้ลืมนะครับ แต่เราจะไปกันต้นเดือนหน้าไง ผมจำได้”

“ฉันรู้ ฉันไม่ได้ว่าอะไร นายก็คิดมากไป”

คนบนตักอุ่นลืมตามองงงๆ เขาแค่อยากจะพักสายตาเพราะจ้องคอมพิวเตอร์อยู่แทบทั้งอาทิตย์แม้จะมีแว่นสำหรับการนี้โดยเฉพาะก็เถอะ นิ้วเรียวเอื้อมไปดีดหน้าผากเด็กอายุน้อยกว่าเบาๆซึ่งอีกฝ่ายดูมีสีหน้าอ่อนลงมากด้วยความโล่งใจ ตั้งแต่งานจากบริษัทหนักขึ้น ตั้งแต่อาคาชิขึ้นเป็นประธานอย่างเต็มตัวก็ดูจะเครียดง่ายและคิดมากกว่าเดิมถึงอย่างนั้นยังคงความสุขุมไว้ ครั้งหนึ่งประธานที่ใครก็เห็นว่าเก่งเคยเครียดจนจิตตกทั้งที่ปกติเป็นคนเข้มแข็งมากๆมาตั้งแต่เด็ก มายุซึมิซึ่งเป็นคนรักใจเสียพาส่งโรงพยาบาลแผนกจิตเวชแทบไม่ทัน หลังจากนั้นเขาเลยถนอมความรู้สึกอาคาชิจนกลายเป็นคนเริ่มพูดจากับคนอื่นดีขึ้นบ้างแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าใคร ต่อให้เก่งแค่ไหนสุดท้ายก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งอยู่ดี ต้องการกำลังใจ ต้องการคนอยู่ข้างๆ และต้องการความเข้าใจ

“นายโชคดีแล้วที่มีฉันนะเซย์”

เพราะเขาเป็นคนไม่คิดมากคิดเยอะไงล่ะ ….บางครั้งเลยดูขวางโลกหน่อยๆ

“ใช่ครับ ผมโชคดีมาก โชคดีตั้งแต่จิฮิโระซังรับรักตอนม.ปลายแล้วครับ”

แล้วเจ้าเด็กตัวดีก็จัดการขุดเรื่องสมัยปีมะโว้มาทำให้เขินจนได้ มายุซึมิก็รู้สึกว่าตัวเองประสาทหน่อยๆเพราะไม่ว่าจะโดนล้อเรื่องนี้เท่าไรเขาก็ยังรู้สึกเขินราวว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานสดๆร้อนๆ

“รับรักตั้งแต่ม.ปลายแล้วตอนนี้เป็นยังไง?”

ทั้งที่แก้มยังเป็นสีแดงจัด แต่ก็ยังไม่วายยิ้มมุมปากให้คนถูกถามต้องยิ้มเขินๆตาม

“ตอนนี้…. รักมากกว่าตอนม.ปลายเยอะครับ”

คนฟังได้ใจ ยิ่งยิ้มเจ้าเล่ห์กว้างกว่าเดิม ร่างสูงดีดตัวลุกจากตักเล็กแล้วหยิบกระดาษแก้งานของตัวเองคืนมา เขาจัดการหอมแก้มคนปากหวานแล้วทำท่าจะลุกเดินออกไปจากห้องเหมือนได้กำลังใจพร้อมจะกลับไปทำงานต่อเต็มร้อย แต่อาคาชิรู้สึกว่าตัวเองยังเสพคนรักไม่เต็มอิ่ม คิดแบบนั้นนิ้วเรียวก็เกี่ยวชายเสื้อลุ่ยๆของคนอายุมากกว่าไว้เรียกให้ร่างสูงหันกลับมาเลิกคิ้วมอง

“ว่า?”

“ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ”

“ยังไงล่ะ แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายก็มีกันทั้งคู่นี่”

แต่คนหน้ามึนก็ยังทำเป็นไก๋ขี้แกล้งไม่เลิก อาคาชิแอบขมวดคิ้วแถมยังบ้าจี้เหลือบมองแหวนตรงนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองและอีกฝ่ายจริงๆแล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ มายุซึมิหลุดขำ นานๆอาคาชิจะน้อยใจเขาแฮะ ไม่สิ ถ้าไม่ยอมบอกรักเวลาจริงจังก็จะเป็นแบบนี้ทุกที

เมื่อรู้ตัวว่าโดนงอนก็ต้องง้อ มายุซึมิเขยิบฝีเท้าไปยืนตรงหน้าคนบนโซฟา ย่อตัวลงนั่งพลางเงยหน้ามองใบหน้าที่ปรากฎเค้าโครงความเป็นผู้ใหญ่ตามวัย แต่เขาก็รู้สึกว่าอาคาชิเหมือนเดิมน่ารักเหมือนเดิม

“ถ้าฉันไม่รักฉันไม่รับรักหรอก”

…………

“และถ้าฉันไม่รักนายมากกว่าตอนม.ปลายฉันไม่มานั่งง้ออยู่ตรงนี้หรอกนะ”

“รักนายเซย์จูโร่”

ประทับคำหวานซึ่งนานๆทีคนปากหนักจะยอมพูดออกมาให้ตรึงอยู่ในอกซ้ายของอาคาชิ ก่อนริมฝีปากอุ่นที่พรมจูบนัวเนียกันก่อนนอนทุกคืนจะประทับแผ่วเบาลงไปตรงหน้าผากมน เลื่อนลงมาจูบตรงกลีบปากสีกุหลาบซ้ำ แก้วตาสีแดงเหลือบมองเห็นว่าเจ้าของคำพูดบอกรักเมื่อกี้มีอาการเขินหน่อยๆ เมื่อผละจูบออกก็อดจะอมยิ้มไม่ได้

มีความสุขจัง มีความสุขมาก เรียกได้ว่ามากจนไม่กลัวความทุกข์ไหนๆอีกแล้ว

“เย็นนี้ออกไปทานข้าวข้างนอกกันนะครับ”

“ภัตตาคารที่มีเมนูเต้าหู้ออกใหม่ใช่มั้ย?”

“จิฮิโระซังรู้ทันผมอีกแล้วนะ”

“หึ…..” คนถูกพาดพิงเปรยยิ้มอย่างผู้ชนะ

“อย่างนายกับฉันเขาเรียกรู้ใจต่างหาก เซย์”

 

--------------------------------------- The End ---------------------------------------

สวัสดีค่ะ ! ไม่ได้แตะบอร์ดนักเขียนนานมากกก ตั้งแต่ม.ต้นจนตอนนี้มหาลัยแล้ว 555 มิจจี้ชอบคู่นี้มากๆค่ะ จะอาคามายุหรือมายุอาคาก็ได้ทั้งนั้น และฟิคเรื่องนี้ก็คลอดออกมาเนื่องในวันเกิดของเรานั่นเอง หากพิมพ์ฟิคผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วยนะคะ พล็อตเรื่องหากขาดๆหายๆก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ แล้วก็ถ้าฟิคหวานไปปปป จะขอน้อมรับคำชมนี้ไว้อย่างยินดีค่ะ อิ___อิ 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Michiy'o จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 00:51
    ฮืออออ น่ารักก แบบว่าละมุนมากค่า
    #8
    0
  2. #7 I'm Pencil (@momayioveli) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 03:31
    ฮืออออออ น่ารักมากเลยค่ะ อบอุ่นมาก ทั้งคู่เป็นทั้งคนรักและความรักที่ดีให้แก่กัน คอยซัพพอร์ตและประคับประคองกัน ชอบมากเลยค่ะ ฮืออออ
    #7
    0
  3. วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 18:30
    แงงงงงงงงงฮือออออออออ น่ารักจังเลยค่ะ ฮือ บรรยากาศมันน่ารักมากๆ น่ารัก น่ารักสุดๆ มีแต่คำว่าน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักแงงงงงงงงงงง

    เปิดเรื่องมาด้วยมายุซึมิช่วยนกได้น่ารักมากเลยค่ะตัวเองงงงง ฮือออออ เห็นภาพตามเลยอ่ะ พ่อคนดีของน้อง แง ทำเป็นหน้าตายไม่สนใจโลก ที่ไหนได้ จิตใจพี่อ่อนโยนยิ่งกว่าแก้วบางอีก แงงงงง แพ้้้้้้ แพ้มากผู้ชายแบบเนื้ยยยยยย ฮื่ออออออออออออ//ชูป้ายไฟfcพี่มายุซัง

    อยากจะหวีดอาคาชิแรงๆๆๆๆๆๆหนักๆๆๆๆๆๆๆจังเลยค่ะ กรี๊ดดดดดบหหยงแยกยอยอย น้องน่ารัก น่ารักมาก น่ารักน่ารักน่ารักน่ารักที่สุด!!!! ฮืออออออออ เป็นการสารภาพรักที่น่ารักมาก เหมือนเด็กน้อยยยยย แงงงงงงง นี่ถ้าเป็นพี่มายุ โดนน้องสารภาพแบบนี้นี่ต้องเขินตายตรงนั้นแน่ๆเลยค่ะ ฮือ เหืนภาพเลยอ่ะ ทำไมน่ารักหยั่งงี้!

    คู่นี้ต้องเรียกว่าแรร์มากค่ะ แรร์จนอยากจะร้องให้ ร้องเลยดีมั๊ย55555555 ส่วนตัวเราชอบคู่นี้มากเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆๆแงงงงง(ชอบรองลงมาจากไฟดำ ฟ้าเหลืองเลยค่ะ เอ้ะ บอกทำไม555555) เราดีใจมากๆเลยที่มีคนแต่งออกมาซะที แถมภาษาก็สวย เนื้อเรื่องก็ดี หวานเจี๊ยบเลย ชอบมากเลยค่ะ แงงงงงงง

    สำหรับคู่นี้ก็ต้องซึนๆทั้งคู่นั่นแหละเนอะ55555 ถ้าอีกฝ่ายไม่พูดอะไร หรือแสดงความรู้สึกอะไรออกมา อีกฝ่ายก็จะไม่แสดงออกมาเหมือนกัน55555 ชอบความซึนของทั้งคู่ตรงนี้ แต่จริงๆแล้วลึกๆรักกันมากสินะคะ เขิน555555

    ตรงช่วงตอนโตไรท์บรรยายเล่าเรื่องได้เขินมากเลยค่ะแงงงงงง มันหวานมากกกกกกกก โอ้ยยยเขินนนนนน ยิ่งตอนพวกเขาแสดงความรักกันนี่แบบโอ้ยเขินไนยฟยหสแยกขกแล แงเขินมากกกฮือออออออออออ รักกันมากๆทั้งคู่ แต่ก็ซึนปากแข็งทั้งคู่จริงๆ แงงงงงงงง

    จริงๆแล้วเราสายนายน้อยเคะค่ะ งื้อออออ หวีดมายุอาคาหนักมาก แต่เอาจริงๆอาคามายุก็ได้ เรายังไงก็ได้ ขอแค่พวกเขาคู่กัน5555555(แอบอยากเห็นอาคาชิกับแก๊งปฏิหาริย์แล้วพี่มายุหึงจังเลยค่ะ555555 ฟีทเหล่าบรรดาแฟนของรุ่นปฏิหาริย์ด้วยก็ดีนะคะ55555 แอบเห็นไฟดำในฟิคเรื่องนี้ด้วย ใช่หรือเปล่าน้า55555)

    สุดท้ายนี้ขอขอบคุณไรทที่แต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ฮืออออออ มันทำให้ชิปเปอร์อย่างเราๆมีพลังในการพายมากเลยค่ะ มันทำให้เรามีความสุขมากๆ แงงงงงงงงง แอบรู้สึกผิดที่ดันมาเจอฟิคเรื่องนี้ตอนปีนี้ ฮือ อยากให้แต่งต่อจัง เราไม่รู้ว่าตัวเองจะเห็นคอมเม้นของเราหรือเปล่านะคะ แต่อยากให้รู้ว่าชอบมากจริงๆ ยังไงถ้ายังไม่หมดไฟหมดกำลังในการแต่งฟิคคู่นี้ หรือถ้าเห็นคอมเม้นของเราและของทุกคนแล้วอยากแต่งต่อ เรายินดีเลยนะคะ อยากอ่าน555555 ยังไงก็สู้ๆนะคะ แง รักน้าาาาา
    #6
    1
    • 31 มีนาคม 2561 / 01:05
      ฮือออออ อ่านคอมเม้นแล้วมีความสุขมากๆๆเลยค่ะ ชื่นใจ น้ำตาจะไหล T/////T ขอบคุณมากนะคะที่ชอบงานเขียนของเรา เราก็ชอบคู่นี้มากๆเลยค่ะ จริงๆก็อวย MayuAka หนักกว่าด้วยแต่บังเอิญตรงนี้ให้อาคาชิลองเป็นคนจีบ ทางอาคาชิเลยดูรุก ส่วนตัวก็ชอบอาคาชิเคะค่ะ น่าร๊ากกกก พี่มายุก็จะเป็นเมะซึนๆ ซึนจัด 55555 ตอนแรกมาลงฟิคนึกว่าจะไม่มีคนมาอ่านแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคอมเม้นเยอะขนาดนี้ เกินคาดมากค่ะ ! ได้พบเจอแม่ยก MayuAka AkaMayu อีกหลายคนแล้วปริ่มใจ จริงๆตอนนี้ไฟคู่นี้เรามอดนิดหน่อยค่ะ ;____; พอมาเจอคอมเม้นตัวเองแล้วดีใจมากๆเลยค่ะ เดี๋ยวจะแต่งคู่นี้ต่อนะคะ อาจจะเอามาลงเป็นฟิคสั้นเรื่อยๆก่อนเพราะเราติดเรียน แต่วางแผนจะแต่งเรื่องยาวของคู่นี้เหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ >____<
      #6-1
  4. วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 01:50
    หวานนนมากง่ามดขึ้นจอแล้วววนะ>///<
    #5
    1
    • 31 มีนาคม 2561 / 00:58
      เน้ออออ หวานมากเลยค่ะ 55555 ขอบคุณมากนะคะ >___<
      #5-1
  5. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:03
    งืออออออ น่ารักมากค่ะ อ่านแล้วแบบนั่งยิ้มคนเดียวจนโดนด่าว่าบ้าน ฮาาา หาคนแต่งคู่นี้ยากมากก ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ ไว้มาแต่งคู่นี้อีกนะคะ XD ชอบบบบ รักก
    #4
    1
    • 31 มีนาคม 2561 / 00:57
      ดีใจที่ชอบนะคะ ! นึกว่าจะไม่มีคนอ่านแล้วซะอีก ไว้จะมาแต่งอีกนะคะะะะะะะ >____<
      #4-1
  6. วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 03:44
    อ่านตั้งแต่ตอนลงวันแรกๆยังไม่ได้มาเม้นต์ 
    วนกลับมาอ่านหลายรอบเพราะชอบบรรยากาศในเรื่องมาก//-//
    ในที่สุดก็มีโอกาสมาเม้นต์กับเขาซักที
    ชอบความเรียบง่ายของเรื่องในตอนแรกค่ะ ส่วนตอนโตนี่หวานหยดย้อยเหลือเกิน
    เราเองก็แต่งฟิคคู่นี้เหมือนกันค่ะแต่ดองยาวมากไม่ค่อยได้ลง(ฮา) 
    โมเม้นต์ตอนโตดีงามมาก มันคือฮีลลิ่งของแท้เลยค่ะ
    ขนาดเราชอบแต่งคู่นี้หวานๆมาเจอฟิคนี้ก็ยังยิ้มบานเลยค่ะ
    เราเองก็ชอบคู่นี้มากเลยค่ะ ทั้งโมเม้นต์ทั้งเคมีเข้ากันมาก
    ดีใจที่มีคนเข้าใจในคำพูดสุดท้ายของพี่มายุเหมือนเราด้วย😂 แถมยังตีความได้ไกลกว่าเราอีก
    ตอนที่อ่านฟิคไปถึงช่วงกลางๆที่มีการอธิบายถึงคำพูดพี่มายุเราก็พึ่งนึกได้ว่านายน้อยเป็นประธานนักเรียนนี่หว่า
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ภาษาก็ดี อ่านง่าย 
    #3
    1
    • 31 มีนาคม 2561 / 00:57
      ฮือออ ดีใจที่ชอบนะคะ กลัวว่าจะหวานไปแต่ถ้าคนอ่านได้ฮีลลิ่งไรท์ก็เป็นปลื้มมม 5555 ส่วนตัวชอบคาร์พี่มายุเพราะงี้แหละค่ะ ต้องมานั่งคิดว่าซึนๆแบบพี่แกจะตอกอะไรเจ็บๆกลับไปบ้างหนาา ส่วนคาร์อาคาชิคือสนุกค่ะ 555555
      #3-1
  7. วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 09:38
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เรารักเค้าาาาา เราชอบคู่นี้มากเลยยยยT/////T ฮืลลลล คู่นี้มีนต้องแบบนร้แหละคนนึงซึนอึนมึน อีกคนเจ้าเล่ห์เจ้าคิดเจ้าแค้นเจ้าแผรการ ความลงตัวนี้แหละคืออาคามายุ~~~~~~~~ //เพ้อ
    #2
    1
    • 31 มีนาคม 2561 / 00:55
      ขอบคุณมากๆค่ะ เราเองก็ชอบคู่นี้ ดีใจมากๆนะคะที่ได้เจอคนร่วมพายแล้ว &#128150;&#128150;&#128150;&#128150;&#128150;
      #2-1
  8. วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 02:01
    โอ้ยยยยยย เปิดมาตอนแรกซึนเลยเกินนะคะมายุซึมิซัง
    มีการแบบเป่าปีกให้นกด้วย จินตนาการออกเลยว่ามันน่ารักแค่ไหน ถ้ามาเห็นภาพแบบนั้น 
    ปกติพี่ท่านออกจะเป็นคนหนาตายๆซึน สารภาพรักที่ดูไม่เหมือนสารภาพรักเอาซะเลย
    คู่นี้ก็ประมาณนี้ล่ะ คนหนึ่งต้องพูดขึ้นหนึ่งต้องซึนใส่กัน ขนาดผ่านไปสิบปียังไม่ค่อยต่าง

    แต่ตอนอายุยี่สิบกว่านี้ หวานมากเลย อ่านไปยิ้มไป ปกติไม่ค่อยมีคนแต่งคู่นี้นักหรอก
    เราหรือก็ชอบอาคามายุ เป็นสายมายุซึมิหาเสพยากมาก ถือว่าเป็นคู่ที่แรร์พอตัว
    พล๊อตชอบครึ่งแรกมากๆ น่ารักแล้วก็อบอุ่น ส่วนเล่าเรื่องเราขอข้ามไปดีกว่า ตอนหลังนี้เป็นคู่รักที่หวานมาก
    แต่ถ้าไม่ได้ขนาดนั้นคงเลิกกันไปนานแล้ว เพราะหน้าที่การงานมันต้องอดทนพอสมควรเลย 
    ถ้าไม่ให้กำลังใจกันเองใครจะไปเข้าใจเรา ตอนท้ายแอบมีความนัวเนียนิดๆ 

    จะบอกว่ายังไงดีค่ะ บรรยากาศเรื่องมันอบอุ่นมาก อ่านแล้วรู้สึกดี 
    จากนั้นยิ้มก็ค่อยๆยิ้มกว้างมากขึ้นกับความน่ารักของท่านสองคนเลยคะ
    ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมาก 

    #1
    1
    • 2 ตุลาคม 2560 / 20:07
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ดีใจมากเลย ชื่นใจมากๆค่ะ T////////////////T เราชอบคู่นี้มากๆเช่นกันค่ะ เมื่อก่อนเป็นฝ่ายเสพอย่างเดียวแต่ฟิคคู่นี้มีน้อยมากจริงๆเราเลยเอามาลงเอง 5555 มีกำลังใจในการเขียนฟิคต่อเลยค่ะ ถ้ายังไงจะเขียนคู่นี้มาให้อ่านอีกนะคะ >___<
      #1-1