นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Short Fic : Detective Conan "Never Forgive" [Rye x Sherry]

โดย Sherry R

หากพระเจ้ามิอาจปล่อยคนแปดเปื้อนอย่างเธอให้เป็นอิสระ... ก็ขออย่าได้ให้อภัยต่อความผิดบาปมหันต์ของเธอด้วยเช่นกัน!!!

ยอดวิวรวม

1,075

ยอดวิวเดือนนี้

26

ยอดวิวรวม


1,075

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


31
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ม.ค. 63 / 14:43 น.
นิยาย Short Fic : Detective Conan "Never Forgive" [Rye x Sherry]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


หากการทำตามความรู้สึกตัวเอง จึงจะพบพานซึ่งความสุขได้
งั้นก็ขอให้เธอเป็นอิสระจากทุกสิ่ง ละทิ้งเหตุผลทุกอย่างแล้วมีความสุขเถอะ


...แค่เพียงครั้งเดียว

แม้หลังจากนั้นเธอจะต้องถูกติดตรึงด้วยตราบาปก็ไม่เป็นไร

.
.
.

หากพระเจ้ามิอาจปล่อยคนแปดเปื้อนอย่างเธอให้เป็นอิสระ
ก็ขออย่าได้ให้อภัยต่อความผิดบาปมหันต์นั้นของเธอเช่นกัน


เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ม.ค. 63 / 14:43


Short Fic : Detective Conan

[Akai Shuichi (Rye) x Miyano Shiho (Sherry)]

Title : “ Never Forgive ”

 

 

 

 

 

ท้องฟ้ายามราตรีมิได้มืดสนิทเช่นทุกวัน ตัวแทนแห่งความพิสุทธิ์จากพระแม่มารีอากำลังโปรยปรายลงมา

 

I don't want a lot for Christmas

There is just one thing I need

I don't care about the presents

Underneath the Christmas tree

I just want you for my own

More than you could ever know

Make my wish come true oh

All I want for Christmas is you

 

ร้านรวงริมถนนอิฐเบื้องล่างต่างประดับไปด้วยแสงไฟเทศกาล หนึ่งในนั้นแขวนกระดิ่งนกไนติงเกลไว้เหนือประตู

กรุ๊งกริ๊ง~

ร่างบอบบางเดินเข้ามาพร้อมชายหนุ่มสวมหมวกไหมพรมที่เป็นฝ่ายเปิดประตู ปล่อยเธอเดินนำหน้า ก่อนจะก้าวฝีเท้านำขึ้นมาเมื่อหญิงสาวเดินไปใกล้โต๊ะอาหารเพื่อเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ

เจ้าของเรือนผมสั้นสีน้ำตาลแดงเหลือบสายตาไปมาอย่างช่วยไม่ได้ ลูกค้ารายอื่นต่างสวมเสื้อผ้าซึ่งวางขายตามแฟชั่นฤดูกาลเท่านั้น

แชนเดอร์เลียแขวนบนเพดานที่ตอนนี้มีพวงหรีดเมเปิ้ลพันอยู่ก็ค่อนข้างมีราคา

“รสนิยมสูงผิดคาด” เชอรี่เปรยขึ้น พลางยกมือพลิกเมนูอาหารฝรั่งเศสทีละหน้า

“ขอบใจ”

“ฉันไม่ได้ชม” เธอขัด เงยมองอีกฟากของโต๊ะ

ผู้ชายผมยาวตรงหน้าเพียงยกยิ้มขันให้เธอเล็กน้อย หากแต่เขาไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไร

ใบหน้าหล่อเหลาไล่สายตาอ่านแผ่นเมนูไม่ถึงครึ่งนาที จึงส่งมันคืนพนักงานพร้อมออเดอร์ ก่อนหันมาเอ่ยกับเธอ

“ฟัวกราส์เหมาะกับเรียกน้ำย่อย หลังจากนั้นค่อยเป็นหอยทากอบเนย ซุปหัวหอม เลอทาโคส เดอ ปารีส เธอน่าจะลองมันนะ”

“เอาแบบนั้นหนึ่งที่ เครื่องดื่มไว้ทีหลัง”

เธอหันไปบอกพนักงาน แล้วถอนใจเบาๆ

ถ้ารู้ว่าเขาจะพามาที่แบบนี้ คงใส่สิ่งอื่นแทนเดรสสีมะฮอกกานีกับโค้ทสีเดียวกันไปแล้ว

“ไม่ใช่ย่านลาเดฟองส์ ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มว่าพลางเลื่อนสายตากวาดมองลูกค้าผู้ชายในร้านที่กำลังส่งสายตามายังพวกเขาทั้งคู่

“นายเคยกินที่นั่นรึไง” เชอรี่พูดพลางทำหน้านิ่งเมินเฉยต่อสายตาที่จ้องมอง

อีกฝ่ายรู้ว่าเธอเกลียดการเป็นเป้าสายตา...

ชุดที่แตกต่างคงทำให้ผู้ชายพวกนั้นมองเธอ และคนอ่อนกว่าก็มองข้ามความจริงอีกข้อไป

เด็กหนอเด็ก... เธออ่อนกว่าเขาหลายปีจึงอาจจะไม่เข้าใจสายตาที่ส่งมาพวกนั้น

เด็กสาวนัยน์ตาอมโศกซึ่งมักจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทดลองขององค์กร ไร้อิสรภาพจะไปไหนมาไหน

แม้แต่วันคริสต์มาส เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปได้ไกลเกินกว่า ที่ท่านผู้นั้น อนุญาต

“ที่แอลเอมีอีกสาขาคล้ายกัน” ไรย์มองร่างเล็กเบื้องหน้า แววตาพลันวูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่าง

“นายเคยไปอเมริกาเหรอ” น้ำเสียงเฉยชาสดใสขึ้นอย่างน่าประหลาด

เธอเคยอยู่ที่นั่น ...เมื่อตอนยังเด็ก

“ใช่”

ไรย์ตอบ ก่อนเลื่อนมือหยิบน้ำเปล่าจิบ เขาเห็นเธอชำเลืองมองหิมะตกนอกหน้าต่างขณะเอ่ยต่อ

“องค์กรส่งฉันไปเรียนที่นั่น เกรด ผลสอบวัดคะแนน สิ่งที่คนพวกนั้นต้องการ มันสมองที่ไม่ต่างจากทาสรับใช้”

ปากอิ่มยิ้มหยัน เธอต่อว่าองค์กร กับคนในองค์กรอย่างเขา หรือ... อย่างน้อยก็คนที่เธอเข้าใจว่าเขาเป็น

“ท่านผู้นั้นคงไม่ชอบใจคำนั่นเท่าไหร่นะ”

“อย่าห่วงเลย นายไม่เดือดร้อนเพราะฉันหรอก คนพวกนั้นไม่มีทางสนว่าฉันพูดอะไร” เด็กสาวว่าพลางหลุบตาต่ำไปชั่วครู่ก่อน จะปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยแล้วทอดมองแสงไฟระยิบระยับด้านนอก

เธอสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองบ้างเล่า...

“เธอสนไหม”

“อะไรนะ?”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำนั่นทำให้เชอรี่ละสายตาจากภาพทิวทัศน์ข้างตัว มาเป็นใบหน้าของชายหนุ่ม

“เธอควรสนใจคำพูดตัวเอง ชิโฮะ ก่อนคนอื่นจะสนใจ แล้วใช้ประโยชน์จากมัน”

“นายจะใช้ประโยชน์จากมันหรือไง” เด็กสาวเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจในคำพูดของเขามากนัก

...เขาคิดจะใช้ประโยชน์อะไรในคำพูดของเธองั้นเหรอ?

“ฉันจะจดจำทุกคำพูดของเธอ”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฮีตเตอร์ในร้านอยู่ใกล้โต๊ะที่เธอนั่งหรืออะไร เธอถึงได้รู้สึกถึงไออุ่นวาบหวามพาดผ่านอกซ้ายไปอย่างรวดเร็ว

 

I don't want a lot for Christmas

There is just one thing I need, and I

Don't care about the presents

Underneath the Christmas tree

I don't need to hang my stocking

There upon the fireplace

Santa Claus won't make me happy

With a toy on Christmas day

 

ตับห่านปรุงรส ซุปหัวหอมใหญ่ต้ม หอยทากผัดเนยกระเทียมอบสมุนไพร และสเต็กเนื้อฝรั่งเศสชั้นเลิศเสิร์ฟลงบนโต๊ะกรุ่นกลิ่นหอมโชย

ดวงหน้างามเผลอยิ้มพึงใจ นัยน์ตาคู่สวยแวววาว จนกระทั่งเธอใช้มีดกับส้อมหั่นมันเข้าปาก รสชาติแปลกใหม่ออกอร่อยล้ำทำแววตาคู่นั้นเป็นประกายคล้ายเด็กได้ขนมที่ถูกใจอย่างไรอย่างนั้น

กว่าจะรู้ตัว อาหารตรงหน้าก็หมดลง และก็เพิ่งได้เห็นว่าคนเบื้องหน้าจับจ้องมองเธอพร้อมกดยิ้มมุมปาก

"ใช้ได้นี่" เสียงหวานเอ่ย พลางดึงสีหน้าตัวเองให้เรียบเฉย

"อ๋อ..."

"นายมองอะไร"

เชอรี่ไม่แน่ใจว่าไอ้อาการลากเสียงของหมอนี่คืออะไร แต่นั่นทำให้เธอต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างรู้สึกไม่สบอารมณ์

"เธอชอบฉันก็ดีใจ" เขาตอบ พลางรินขวดไวน์ที่เพิ่งสั่งมา แล้วขยับน้ำองุ่นบ่มครึ่งแก้วให้เธอ

เด็กสาวรับมาจิบ ชำเลืองนอกหน้าต่าง คู่รักหวานชื่นตรงมุมตึกท้าทายอากาศหนาวด้วยการแลกจูบดูดดื่ม รสหวานในไวน์พลันจางหาย

"นายมากับพี่บ่อยสินะ"

"ที่นี่ยังไม่เคย"

แววตาวูบหนึ่งของไรย์อ่อนลง แต่เด็กสาวคงไม่ทันสังเกต

เธอมองไปรอบๆ ลูกค้าส่วนมากมากันเป็นคู่ การตกแต่งด้วยศิลปะเรเนซองส์ แชมเปญเปิดขวด บรรยากาศหรูหราและกลิ่นน้ำหอมกุหลาบลอยคลุ้งเป็นละอองเจืออยู่ในอณูอากาศ

ช่างดูโรแมนติกเหลือเกิน...

เขามักจะพาเธอออกมาเปิดหูเปิดตาบ่อย ทว่าร้านรวงเหล่านั้นต่างจากสถานที่นี้หลายเท่าตัว

ที่นี่สวยงามเกินไป ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ...

เธอเห็นภาพผู้หญิงอีกคนนั่งอยู่ตรงนี้

...แฟนของเขา ...พี่สาวของเธอ

พลันหัวใจก็เจ็บเหมือนถูกฟาดโบย กระตุกหนึบหน่วงอยู่กลางอก

เชอรี่ปรับลมหายใจตัวเอง พลางหยิบผ้าซับปาก

ขณะเอ่ยถามคนตรงหน้า

"นายคิดจะขอพี่แต่งงานที่นี่เหรอ"

คนฟังคล้ายกับมีก้อนหินถ่วงอยู่ในอกซ้าย มันคือบาปที่ไม่สมควรได้รับการชำระล้าง และเขาสาบานว่าจะไม่มีวันให้อภัยตนเอง

เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่ง เธอจึงเอ่ยต่อไปตามความเข้าใจของตนเอง

“ถ้าจะถามความเห็นฉันล่ะก็ ไม่รู้สิ ฉันคิดแทนพี่ไม่ได้หรอก”

และถึงเขาจะดูแลเธอเพราะพี่ พาเธอมาฉลองคริสต์มาสแทนที่เธอจะอุดอู้อยู่แต่ในองค์กร เธอก็รู้ขอบคุณเขาจากใจจริง แม้นั่นจะเป็นเพียงเสี่ยวความรู้สึกหนึ่งในใจก็ตาม

“ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำ เมอร์รี่คริสต์มาส”

นัยน์ตาสีเขียวมรกตเผยรอยอ่อนโยนขณะเลื่อนแก้วไวน์ชนกับเธอเบาๆ

“เมอร์รี่คริสต์มาส เธอจะอธิษฐานอะไร”

แม้หิมะภายนอกจะตกหนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคู่ก็ยังมองเห็นต้นสนใจกลางเมืองรายล้อมไปด้วยกล่องของขวัญและดวงดาวขอพร

“ขอให้พี่มีความสุข ขอให้คนพวกนั้นละเว้นพี่”

เด็กสาววัยสิบหกไม่มีใครอื่นอีกนอกเหนือจากพี่สาว เป็นครอบครัวคนสุดท้ายของเธอเพียงคนเดียว เธอจึงตอบไปอย่างง่ายดายด้วยแววตาว่างเปล่าราวกับตัวเธอนี้ไม่เหลือความหวังอะไรต่อชีวิตตนเองแล้ว

“อาเคมิรู้หรือเปล่า ว่ามีน้องสาวคิดอะไรตื้นเขินแบบเธอ”

“เอ๊ะ นาย” เชอรี่ไม่แน่ใจว่าน้ำเสียงนั่นกวนประสาทหรือเปล่า เธอจึงต้องหันกลับมามองเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

“ไม่ต้องไปคิดแทนคนอื่นหรอก เธอควรจะทำตามความรู้สึกตัวเอง”

เชิงเทียนบนโต๊ะล้อแสงเงาวาบไหว คำพูดนั้นของเขาสะกิดหัวใจเธอจนคันยิบ

เชอร์รี่หลุบตาต่ำก่อนเอ่ยคำถามออกไปเสียงเบา "นายจะขอพี่ตอนไหนล่ะ"

"แล้วเธอ..คิดว่าตอนไหนดีล่ะ"

นัยน์ตาคู่สวยฉายแววตำหนิ เมื่อเสียงทุ้มที่ตอบกลับกลายเป็นคำถามตัดบทว่าเธออิ่มหรือยัง อยากทานอะไรเพิ่มไหม พอเธอปฏิเสธ เขาจึงจ่ายเงินและพาเธอเดินออกมาจากร้านอาหาร

หิมะสีขาวที่ตกลงมาเริ่มซาลงแล้ว ระหว่างทางเดินกลับไปยังรถของเขาเป็นอุโมงค์ซุ้มไฟประดับประดาไปด้วยแสงสีน้ำเงินแกมม่วงที่ระยิบระยับส่องสว่างไปตามรายทาง

ร่างสูงผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง คนอ่อนกว่าทำตาม เดินก้าวเข้าใกล้รอดูว่าเขาจะหาโอกาสไหนซ้อมขอพี่แต่งงานกับเธอ

"ถ้าเป็นที่นี่ล่ะก็นะ"

เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเมื่อทั้งสองเดินพ้นตุ๊กตาหิมะตัวที่สาม เข้าใกล้ต้นคริสต์มาสมากยิ่งขึ้น

เด็กสาวหยุดมองด้วยใจสงบ บทเพลงค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองแว่วคลออยู่ในสายลมหนาว รู้สึกได้ถึงความชื้นจากเกล็ดหิมะที่พรมเปื้อนบนเสื้อผ้า ฉับพลันก็ตัวแข็งขึ้นมาเมื่อถูกจู่โจมด้วยสัมผัสแผ่วเบาตรงผิวแก้ม

ชายหนุ่มสางเส้นผมเธอเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน แววตาเข้มนั่นไหวอ่อนวูบวาบ ก่อนเขาจะเลื่อนปลายนิ้วจับคางมนไว้

เชอรี่ใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แสงไฟรอบกายสะท้อนใบหน้าของกันและกัน ณ ห้วงเวลานั้น นัยน์ตาสีเขียวมรกตของเขาเหมือนดั่งน้ำวนดึงดูดเธอให้จมลงสู่มหาสมุทรที่ไม่อาจหยั่งรู้ความลึก

 

I just want you for my own

More than you could ever know

Make my wish come true

All I want for Christmas is you

 

มือถือในเดรสสั่นกะทันหัน เด็กสาวพลันได้สติผละออกก่อน ยังมีอาการสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มจึงก้าวถอยห่างออกมาเช่นกัน

ข้อความที่ส่งมาไม่ทำให้แปลกใจแต่อย่างใด

เธอรู้อยู่แล้ว... ว่าองค์กรจะต้องตามตัวเธอ

ต้องกลับไปที่นั่น กลับไปยังรังสีดำนั่นอีกครั้ง

ทว่าบรรทัดสุดท้ายของอีเมล อักษรภาษาอังกฤษเรียงต่อกันสามตัว ...GIN

ชื่อที่ลงท้ายชัดเจนนั่น บ่งบอกได้ดั่งคำขู่ว่าถ้าเธอขัดขืน พี่เธอจะโดนไม่ต่างกัน

เชอรี่เย็นไขสันหลังวาบ ยังจำได้ดีถึงครั้งล่าสุดที่ยินนำอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้าเข้าชาร์จเธอ เมื่อส่งรายงานช้าเกินกำหนดเป็นบทลงโทษ

ความเจ็บแปลบไร้ที่มาแล่นเข้ากลางมโนสำนึกของเด็กสาว

ถ้าพี่จะโดนแบบนั้น... ถ้าพี่ถูกพวกมันทำร้าย...

"ชิโฮะ ไม่มีอะไร ไม่เป็นไรแล้ว..."

ไหล่บางที่สั่นราวกับลูกนกเปียกฝน หยุดสงบลงได้ เป็นไรย์นั่นเอง เขาจับมือสองข้างเธอไว้ ก่อนเลื่อนขึ้นมากุมไหล่มน แล้วพาตัวเธอหันมาอีกทางเผชิญหน้ากับตน

เมื่อตั้งสติปรับอารมณ์ให้นิ่งสงบลงเช่นเดิมได้ ร่างเล็กจึงหันเหสายตาไปสนใจกลางลานต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ด้านข้าง

ชายชรามีเคราสวมชุดสีแดงและหมวกสีเดียวกันยืนอยู่ข้างทิวต้นสนประจำเมือง กำลังส่งกล่องของขวัญใบเล็กใบน้อยแก่เด็กๆ

ร่างสูงหันไปมองตามสายตาของเชอรี่ก่อนจะจูงมือพาเธอเดินต่อ

"นายอยากได้ของเล่นหรือไง"

เมื่อเห็นชายหนุ่มก้าวเข้าไปทางที่กลุ่มเด็กน้อยยืนมุงอยู่ เธอจึงอาศัยเรื่องอื่นมาพูดปิดบังความอ่อนไหวของตนเอง

"ทำนองนั้น"

"อะไรล่ะ ทำนองว่า..เป็นตุ๊กตาขนาดเท่าผู้หญิงสินะ"

เชอรี่ยิ้มเยาะ ทว่าเธอพลาดเสียแล้ว อีกฝ่ายกดยิ้มมุมปากเอ่ยตอบขึ้นทันที

"หึ ฉันชอบคนจริงๆ มากกว่านะ"

ร่างบางร้อนผ่าวไปทั้งหน้าและลำคอ ทั้งโกรธทั้งอายที่ถูกตอกกลับจนต้องจ้ำเท้าหนี บังเอิญชายชราร่างท้วมมองเห็นเธอพอดี เขาส่งยิ้มอารีพร้อมยื่นแผ่นขนมปังรำลึกถึงพระเยซูคริสต์ให้เด็กสาว

"จะอ้อนวอนสิ่งใดต่อพระเจ้าหรือ"

พระเจ้างั้นหรือ...

ซานต้าคลอสสีเทาอย่างเธอ จะได้ของขวัญเหมือนคนอื่นเขาไหมนะ?

...เธอมองก้อนขนมปังในมือ

วันใดที่ยินล็อกเธอ สนองความต้องการจะลงโทษสั่งสอนมันสมองขององค์กรไม่ให้คิดอวดดี

นั่นหมายถึงเธอกับพี่จะมีลมหายใจต่อไปอีกวัน พี่สาวเธอจะปลอดภัยไปได้อีกวัน

แล้วตัวเธอล่ะ...

ดวงตาหวานซึ้งเหลือบมองคนมาด้วยกัน สายตาของเขาราวกำลังเอ่ยประโยคเดียวกับเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนหน้า

'ไม่ต้องไปคิดแทนคนอื่นหรอก เธอควรจะทำตามความรู้สึกตัวเอง'

...ความรู้สึกตัวเอง

พระเจ้ามิอาจปล่อยคนแปดเปื้อนอย่างเธอเป็นอิสระ ฉะนั้นพี่คะ...

เชอรี่กัดขนมปังเพียงบางส่วน แล้ววางส่วนที่เหลือไว้ใต้ต้นคริสต์มาส อย่างรอการปลดปล่อยซึ่งไม่มีวันจะมาถึง

"กลับได้แล้ว"

เธอบอกความต้องการกับชายหนุ่มที่มาด้วยกัน เขารับรู้และพาเธอเดินลอดอุโมงค์ไฟประดับสู่ลานจอดรถ

ชายหนุ่มเปิดประตูให้เธอขึ้นไปนั่ง ก่อนจะอ้อมมาประจำยังตำแหน่งของคนขับ ร่างบางจึงปิดเปลือกตาลงอย่างต้องการพักสมอง

"อยู่ต่อกับฉันนะ..." แว่วเสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว

"...อื้อ" เด็กสาวส่งเสียงตอบกลับสั้นๆ

เธอคิดว่าเธอเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ และตัวเธอเองก็รู้สึกต้องการ

...ต่อให้การทรมานนี้จบลงด้วยความเจ็บปวดอย่างที่ใครบางคนอาจไม่ต้องการ เธอก็ยังยินดีจะให้มันดำเนินไปเช่นนั้น

บาปครั้งนี้ เธอยินดียอมรับมัน

ถึงจะมีบางคนต้องเสียใจ

ใครบางคนต้องรู้สึกผิด

ตราบาปที่จะตามติดเธอไปตลอดกาลก็มิอาจจะให้อภัย

แต่เธอจะขอทำตามใจตัวเองสักครั้งนึง..แค่ครั้งเดียว

เชอรี่ได้ยินเสียงปิดประตูฝั่งคนขับ ไรย์คงกำลังสตาร์ทเครื่องยนต์ ไม่นานก็รู้สึกว่ารถเริ่มเคลื่อนตัวออกมาอย่างช้าๆ

เอาเถอะ... ชีวิตนี้ของเธออุทิศให้พี่ไปแล้ว

ทางที่เธอเลือกเพื่อฝืนความรู้สึกข่มกลั้นตัวเองนั้น...เธอจะขอเดินจากมันออกมาด้วยขาของเธอเอง

สุดท้ายแม้ทางจะเต็มไปด้วยหนามแหลมแห่งกุหลาบ มันก็ยังคงเป็นบาดแผลที่หอมหวาน ติดตรึงจิตวิญญาณเธออยู่ดี

 

.

.

.

 

"ทำไมเป็นที่นี่ล่ะ"

ฝีเท้าเล็กหยุดลง หลังเดินตามคนตัวสูงมาจนถึงห้องพักของเขา คนอายุมากกว่าเพียงหันกลับมาส่งยิ้มให้แล้วไขกุญแจเปิดประตู กว้างราวกับเชื้อเชิญเธอเดินเข้าไป

แต่มีหรือที่คนอย่างเชอรี่จะกลัวเกรงชายหนุ่มตรงหน้า เธอสาวเท้าก้าวผ่านธรณีประตูก่อนจะหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงพร้อมสีหน้าเรียบเฉย แต่ร่างเล็กของเธอก็ถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องก้าวถอยหลังเข้าไปชิดกำแพง

ไรย์ลากปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมจากแก้มนิ่ม ก่อนจะเลื่อนเข้าไปประทับจูบที่ริมฝีปากได้รูปของร่างบาง

"ชิโฮะ เปิดปากสิ" เสียงแหบพร่าที่เอ่ยกระซิบข้างหู เมื่อคนอายุน้อยกว่าเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบรับการกระทำของชายหนุ่ม เรียกให้ใบหน้าสวยขึ้นสีร้อนผ่าว

เด็กสาวยอมเผยอริมฝีปากรับลิ้นสากร้อนที่แทรกเข้ามา สัมผัสแปลกใหม่เรียกให้หัวใจเต้นระรัว

"อื้อ.." เสียงหวานเอ่ยคราง เมื่อสิ่งที่รุกล้ำเข้ามาแปรเปลี่ยนจากเนิบช้านุ่มนวลเป็นดุดันเร่าร้อนอยู่ในที

ร่างสูงใช้แขนโอบรับท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่าดันให้มุมองศาของใบหน้าสวยเงยขึ้นรับพอดีกับสัมผัสร้อนแรงจากเขา พลางยกมืออีกข้างที่ยันกำแพงอยู่มากอดรัดเอวบางไว้

หัวใจดวงน้อยหลุดลอยไปกับเขา ทว่าการกดจูบเนิ่นนานของอีกฝ่ายทำให้เธอขาดออกซิเจน พลันได้สติกลับมาจึงยกมือดันและรัวกำปั้นทุบอกแกร่งของเขาอย่างต้องการอากาศหายใจ ร่างสูงจึงผละกายออก

“ดะ เดี๋ยวก่อน..”

“มีอะไร” น้ำเสียงตอบกลับอ่อนโยนเหมือนเคย

เขามองเด็กสาวที่กำลังพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แล้วจึงยกมือเชยคางมนขึ้น แต่กระนั้นนัยน์ตาคู่สวยก็ยังหลุบตาต่ำ

ไรย์เขยิบเข้ามาใกล้เชอรี่อีกครั้ง สิ่งนั้นของเขาแนบตัวเด็กสาว จนเธอต้องสะดุ้ง สบตาเขาอย่างไม่ตั้งใจ

เธอทั้งตระหนกและหวั่นไหว ลมหายใจร้อนของบุรุษเป่ารดซอกคอพร้อมถ้อยกระซิบข้างหู
“ฉันต้องการเธอ...”

มือหนาลากสาบเสื้อเดรสขึ้นมาจากขาอ่อน คนฟังสั่นสะท้าน เขาเอื้อมมือไปด้านหลัง ปลดโค้ทตัวยาวอย่างเชื่องช้า อ้อยอิ่ง

โค้ทสีมะฮอกกานีร่วงลงไปกองกับพื้น

เชอรี่หายใจไม่ทั่วท้อง ไรย์จ้องเธอกลับด้วยสายตาจริงจังลึกซึ้ง ตรงมุมปากกดยิ้มเล็กๆ ทั้งที่รู้ว่าเขาจะทำอะไร เธอกลับไม่ได้เอ่ยห้าม

เขาจึงฉวยโอกาสอุ้มกอดร่างบางเดินเข้าไปยังส่วนของห้องรับแขก ก่อนวางเธอลงที่โซฟาบุหนัง

"นี่.." เสียงหวานขาดห้วงไป เมื่อคนด้านบนก้มหน้ามาประทับจูบอีกครา

ลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดกับลิ้นเล็กหยอกล้อกันไปมา ก่อนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายถอนออกไปพรมจูบใบหน้าเนียน

ราวกับรู้ว่าในใจเธอคิดอะไรอยู่ เสียงนุ่มทุ้มจึงเอ่ยกระซิบข้างหู "เธอไม่ผิดหรอก..." ไรย์เลื่อนใบหน้าเข้าใกล้เด็กสาวแล้วมองผ่านนัยน์ตาเธอเข้าไปด้วยแววตาจริงจัง "หรือไม่เราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่"

จบประโยคก็เคลื่อนเรียวนิ้วแกร่งไปหยุดที่ซิปชุดเดรสของเธอพอดี

เชอรี่ปิดเปลือกตาลง พลางนึกถึงใบหน้าของผู้หญิงที่เธอรักหมดใจ

...ขอโทษนะคะพี่ ต่อให้หลังจากนี้ฉันอาจจะต้องขอโทษอีกเป็นล้านครั้งก็ตาม

'ไม่ต้องไปคิดแทนคนอื่น... ทำตามความรู้สึกของตัวเอง...'

ขอให้ฉันได้มีความสุขกับการทำตามความรู้สึกของตัวเองสักครั้งนะคะพี่...

เหตุผลทั้งหมดถูกโยนทิ้งไป เหลือเพียงความรู้สึกในใจกับความต้องการ

สิ่งห่อหุ้มร่างกายชิ้นสุดท้ายก็ถูกปลดออกพร้อมกับบราเซียและชั้นใน

อากาศแห่งเหมันต์สาดกระทบผิวเนื้อขาวสวย ยอดทรวงเย็นเยือก เบื้องล่างหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจ ไอร้อนจากท้องน้อยค่อยๆ ดันขึ้นมาถึงอก เชอรี่หายใจไม่ออก ขยับกายไม่ได้ แทบหลอมละลายเมื่อชายหนุ่มมิได้ปกปิดรอยพึงใจในแววตาสักน้อย

"ชิโฮะ.."

เสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกเหมือนจะทำให้สติสัมปชัญญะทั้งหมดหลุดลอยไป ร่างบางขยับตัวตอบรับเมื่ออีกฝ่ายซุกไซร้หยอกเย้ากับอกนุ่ม

ไรย์พรมจูบตามแนวซอกคอและเนินอก บางแห่งถูกดูดขบเม้มจนขึ้นรอยสีชาด มือหนาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เคลื่อนยกลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กายของร่างเล็กอย่างมิอาจพอใจ

เด็กสาวต้องสะดุ้งขึ้นเพราะความรู้สึกวาบวามที่ด้านในต้นขาอ่อนของเธอ เมื่อร่างสูงเคลื่อนตัวลงไปคุกเข่าแล้วจับยกขาเธอขึ้นพาดบ่า แล้วพรมจูบทั่วหน้าขาสร้างรอยกัดรอยเม้มเป็นระยะด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะลากจมูกคมมาใกล้กุหลาบงาม และฝังใบหน้าตนลงไป

เชอรี่ตัวเกร็งฉับพลัน ไรย์ขบเม้มกลีบอ่อนนุ่มทีละน้อย ค่อยๆละเลียดชิมตัวเธออย่างไม่รีบร้อน ไม่นานเขาก็ส่งลิ้นร้อนเข้ามาดื่มด่ำน้ำหวานฉ่ำชื้นภายใน

“อื๊อ..”

ลิ้นร้อนตวัดรัวเร็ว กลืนกินน้ำอันหอมหวานจากกุหลาบแรกแย้มอย่างหื่นกระหาย เขาตักตวงจากเธอราวกับครั้งนี้คือครั้งสุดท้าย

เด็กสาวแอ่นกายขึ้นด้วยความซาบซ่าน หัวสมองว่างเปล่า รับรู้เพียงความรู้สึกดีที่ไม่เคยได้รับมาก่อน

ชายหนุ่มผละออก แววตาพึงใจ เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาหาเธอที่หอบหนัก เกลี่ยเส้นผมเธอเบาๆ “เธอหวานไปทั้งตัวเลยรู้ไหม”

ดวงหน้าสวยผุดผาดเห่อร้อน ชำเลืองมองไปทางอื่นทว่าเขาเชยคางเธอไว้ เธอจึงได้เห็นสิ่งที่อยู่ในใจอีกฝ่ายสะท้อนผ่านแก้วตา

ไรย์ต้องการให้เธอมองเขา มองมาที่เขา สนใจแต่เขา เป็นของเขาเพียงคนเดียว

“นะ นาย...”

บางสิ่งที่แกร่งร้อนทาบเหนือใจกลางร่างเธอ เชอรี่รู้สึกร่างกายร้อนวูบวาบขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานซึ้งแดงซ่านเมื่อคนตรงหน้าปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างตนเองเช่นกัน

ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้ม เธอในเวลานี้ที่ไร้ชุดกาวน์เหมือนทุกวันช่างดูแปลกตา เรือนร่างอวบอิ่มใต้ร่างเขาช่างเย้ายวนใจจนเขาปรารถนาจะเสพสมกับเธอ ไวเท่าใจคิด เขาก็แทรกกายเข้าไปในตัวเธ

สิ่งที่แกร่งร้อนดุนดันถลำเข้าใจกลางร่าง เชอรี่กรีดร้องด้วยความเจ็บจนสะอื้นไห้ สะโพกกลมกลึงของเธอถูกเขาประคองไว้ แล้วเขาก็จึงค่อยขยับเคลื่อนกายไหวเป็นจังหวะเนิบช้าแลอ่อนโยน

“อื๊อ... อะ อ๊า..”

“ชิ..โฮะ...” ไรย์พึมพำเสียงแหบพร่า ความอ่อนหวานชุ่มชื้นโอบรัดตัวตนเขาแนบแน่น ความปรารถนาที่มีต่อเธอมันมากกว่านี้ เขาจึงเคลื่อนสะโพกเข้าไปลึกขึ้น

“ทนหน่อย นะ..”

ชายหนุ่มจุมพิตที่เปลือกตาสวย เมื่อแน่ใจว่าเธอพร้อมสำหรับเขาแล้ว จึงแทรกกายเข้าไปในตัวเธอจนมิด

เชอรี่สะท้านวาบไปทั้งร่าง สิ่งนั้นแทรกเข้ามาถึงท้องน้อยเธอจนเจ็บเหมือนทั้งร่างถูกฉีกขาด “ฮึก..”

ไรย์โอบอุ้มคนใต้ร่างทั้งที่ยังอยู่ในตัวเธอมาที่โต๊ะทานอาหาร วางแผ่นหลังขาวเนียนแนบโต๊ะ ผ้าปูถูกดึงออกพร้อมแจกันและที่เขี่ยบุหรี่ร่วงลงไปแตกกระจายเต็มพื้น

เขาจับขาเธอสองข้างพาดบ่า เปิดเปลือยกลีบกุหลาบให้เขาได้เข้าไปลึกขึ้น แล้วจึงก็โถมตัวใส่เธอเป็นจังหวะกระชั้น ความซาบเสียวโยนใส่เธอเข้ามาครั้งแล่วครั้งเล่า เด็กสาวพยายามเม้มปากกลั้นเสียงน่าอาย

“ร้องออกมาเถอะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกคนใต้ร่างที่กำลังกัดมือตัวเองเพราะทนไม่ไหว

"แต่..."

"ไม่เป็นไรหรอก" ไรย์ปลอบ ลมหายใจร้อนเป่ารดริมหูเธอ เขาคร่อมเธอไว้ เคลื่อนกายเข้าใส่เธอช้าลง ก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นจนขาโต๊ะสั่น เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องห้องนั่งเล่น

เชอรี่ไม่อาจข่มความกระสันที่อีกฝ่ายมอบให้ได้อีกต่อไป เธอบิดตัวเร่า ครางเสียงหวานยวนใจออกมาให้เขาได้ฟัง

"อึก อ๊า อ๊า.. อ๊ะ อ๊าาาา"

ท่อนแกร่งร้อนแห่งบุรุษโถมเข้าใส่เธออย่างดุดัน เร่าร้อน ลึกล้ำเท่าที่เขาจะเข้าไปได้ กระทั่งความกระสันสุดท้ายพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เขาก็กระแทกเข้าใส่เธออย่างหนักหน่ว

โลหิตหลั่งรินออกมาพร้อมน้ำขาวขุ่น เชอรี่หอบหายใจถี่รัว คิดว่าทุกอย่างจบลงทว่าไม่ใช่ ไรย์ประคองเธอพลิกคว่ำคว้าสะโพกกลมมนไว้

"อึก.. อ๊าาาาา" เชอรี่เผยอคราง สองแขนเกาะเกี่ยวโต๊ะเป็นที่พึ่งพิง ขณะคนข้างหลังเบียดแทรกแก่นกายแนบสะโพก กระแทกลึกเข้ามายังใจกลางร่างเธอ

"อ๊า.. อ๊า.. อุ ฮึกกก" เสียงหวานหวีดร้องสั่นกระเส่า ทั้งร่างผวาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาดึงดันสะโพกเธอแนบตน ก่อนจะโอบเธอไว้หลวมๆ สองมือกอบกุมอกอวบ ผ่อนจังหวะช้าลงบางคราและเบียดแทรกเข้าไปจนถึงท้องน้อยอีกฝ่าย

เด็กสาวเกาะขอบโต๊ะแน่น หน้าแนบกับโต๊ะอย่างเหนื่อยอ่อน ทว่าใต้มดลูกเธอกลับอบอุ่นเมื่อความแกร่งร้อนแห่งบุรุษโอบอุ้ม ขยับไหวอยู่ภายในตัวเธอ ไรย์ผ่อนจังหวะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระแทกเข้ามาไม่ยั้ง "อ๊า อ๊า อ๊าาา..."

"ชิโฮะ.." เขาเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ แนบสะโพกกลมกลึงไว้อย่างหลงใหล สองมือก็เคล้นคลึงอกอวบผ่อง บีบขยำ นวดเฟ้นเม็ดทับทิมไปมา เบื้องล่างยังโถมตัวใส่ร่างนุ่มนิ่มต่อเนื่อง กระทั่งเธอได้รับความสุขลึกซึ้งจากเขา ร่างสูงจึงถอนกายออกมาทั้งที่ยังไม่เสร็จสม

ชายหนุ่มพลิกตัวเธอให้หันหน้าเช่นเดิม ดวงหน้างามแดงซ่าน ดวงตาคู่สวยปรือฉ่ำ อกอวบอิ่มกระเพื่อมตามลมหายใจหอบถี่ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนอุ้มเธอขึ้นจากโต๊ะ คนอ่อนกว่าสะดุ้ง

"นะ นี่ยังจะ... อีกเหรอ..."

นัยน์ตาสีเขียวมรกตฉายแววเอ็นดู "ก็มันยังไม่จบนี่ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปทั้งคืนเลย"

ไรย์นั่งลงบนโซฟาและอุ้มวางเชอรี่ไว้บนตัก ซุกไซร้ใบหน้าเข้ากับอกนิ่ม ใช้สองแขนโอบสะโพกผายและเอวคอดกิ่วเอาไว้ ก่อนจะแทรกแท่งร้อนแกร่งที่ยังคงแข็งตัวเข้าไปในร่างเธออีกครั้ง

เด็กสาวผวาเฮือกโถมตัวโอบกอดคนด้านล่างไว้แน่น ไม่นานเขาก็ขยับร่างเคลื่อนไหวภายในกายเธอ ขาเรียวเผลอโอบรัดเอวหนาเอาไว้ด้วยความซาบซ่าน จังหวะเนิบช้าแต่หนักแน่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียวกระสันอย่างเด่นชัด

ร่างสูงลุกขึ้นยืนทั้งที่ท่อนอุ่นร้อนยังคงคาอยู่ในร่างเล็ก แล้วใช้แขนแกร่งกอดรับน้ำหนักของเด็กสาวเอาไว้ก่อนพาเดินไปที่มุมห้อง

แผ่นหลังเนียนแนบกับผนังห้องเพื่อผ่อนน้ำหนัก จากนั้นเขาจึงโถมตัวเข้าใส่ด้วยจังหวะกระชั้นถี่ ไม่วายก็เลื่อนริมฝีปากไปขบเม้มอกนุ่มของอีกฝ่าย

เมื่อรู้สึกว่าภายในของเชอรี่บีบตอดรัดกับความเป็นชายของตนแน่น เขาจึงหยุดการเคลื่อนไหว แล้วอุ้มกอดคนตัวเล็กเดินเข้าไปยังส่วนของห้องนอน

ร่างบางในอ้อมแขน ปรือตามองไรย์ด้วยแววตาตำหนิ เนื่องจากเมื่อสักครู่ก่อนที่เขาจะหยุดการกระทำ ความกระสันสูงสุดกำลังพุ่งเข้าจู่โจมเธอ แต่แล้วมันก็หยุดลงและจางหายไป เหลือไว้แต่เพียงความเสียวซ่านที่ตกค้างให้ร่างกายรวดร้าวดิ้นพล่านต่อสู้กับความรู้สึกต้องการ

"คนขี้โกง" เสียงหวานบ่นอุบ เมื่อคนตัวสูงนั่งลงที่ขอบเตียงฟูกนุ่มยุบยวบเนื่องจากต้องรับน้ำหนักของคนทั้งสอง

ไรย์จัดท่าให้เชอรี่นั่งอยู่บนตักก่อนจะเริ่มขยับกายเข้ายังกึ่งกลางร่างของเธอ เขาลูบไล้บีบเฟ้นเนื้อนุ่มอย่างหลงใหล ก่อนยกแขนขึ้นโอบแผ่นหลังเนียน เมื่อร่างบางสะบัดหน้าแอ่นกายรับความเสียวซ่านที่เขาเป็นผู้มอบให้

"อืม..อ๊ะ อ๊าาา"

แว่วเสียงครางกระสันเป็นระยะ ก่อนชายหนุ่มจะพลิกประคองวางร่างเล็กลงราบไปกับที่นอน ขึ้นคร่อมล็อคสะโพกบางแล้วขยับกายเร่าร้อนต่ออีกยก

ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นพลิกให้เชอรี่นอนคว่ำแล้วชันเข่าของเธอขึ้นดันสะโพกและบันท้ายกลมกลึงขึ้นท้าทายสายตาเขา แล้วโน้มตัวลงไปชิดกับร่างเล็กเบื้องล่าง

ไรย์ขยับแทรกความเป็นชายเข้าไปจนสุดความลึก ขยับตัวเนิบช้าแล้วแปรเปลี่ยนเป็นเร่งจังหวะ เมื่อโพรงนุ่มภายในร่างของเด็กสาวตอดรัดเขาถี่รัว จนสติแทบเลือนมลายหายไป เผลอรุนแรงกับคนตัวเล็กไปชั่วขณะ

"อ๊ะ อ๊าาา..." เสียงหวานหอบหายใจ หน้าสวยซุกอยู่กับที่นอนนุ่ม อย่างไม่ต้องการให้อีกคนได้เห็นสีหน้าขึ้นสีแดงเห่อร้อนของเธอ

ความเสียวกระสันซาบซ่านสูงสุดของความหฤหรรษ์พุ่งจู่โจมคนทั้งคู่ ก่อนที่น้ำขาวขุ่นจะอุ่นรดไหลออกมาจากทางสีกุหลาบ

ชายหนุ่มถอนกายออกล้มตัวลงนอนข้างเด็กสาวแล้วจึงพลิกยกคนตัวเล็กให้ขึ้นมานอนอยู่บนอกกว้างของตน จ้องมองใบหน้าขึ้นสีแดงสุกปลั่งของเชอรี่ เรียกให้มีรอยยิ้มบางขึ้นอย่างพึงพอใจ

ไรย์ปล่อยคนในอ้อมแขนได้หายใจหายคอพักนึงจึงผุดลุกขึ้นมาวางศีรษะเธอแนบฟูกและท้าวแขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางไว้ คนใต้ร่างมีอาการเหวอเล็กน้อย ยกมือห้ามด้วยความอ่อนเพลีย รอยอ่อนโยนในแววตาผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

เขาโน้มตัวมายังทรวงอกอวบผ่องทั้งสองข้างก่อนจะฝังจมูกลงไปคลุกเคล้า เชอรี่เสียววาบไปทั่วช่องท้องอีกครั้ง จมูกคมไล้มาตามเนินอกอิ่ม สูดกลิ่นกายหอมรัญจวนปลุกสิ่งนั้นของเขาที่เพิ่งสงบไม่นานก็ตื่นตัว จมูกโด่งยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ยอดทรวง

เชอรี่สะดุ้งเฮือกเมื่อแก่นกายแกร่งร้อนทาบบนผิวกุหลาบงาม เขาไล้ลูบใจกลางร่างเธอด้วยสิ่งนั้น ก่อนริมฝีปากหนาจะเข้าครอบครองอกอวบผ่อง ลิ้นสากร้อนไล้วนเม็ดทับทิมสีหวาน โลมเล้าทรวงงามทั้งสองข้างสลับกัน

"อือ..." เสียงหวานหยดคราวแผ่ว

เขายังคงดูดดื่มดอกบัวเต่งตูมอยู่อย่างนั้น กระหายมันราวกับว่าถ้ามิได้ลิ้มรสแล้วเขาจะขาดใจตาย
เมื่อตักตวงนวลเนื้ออวบอิ่มจนพอใจ ชายหนุ่มจึงผละออกพร้อมกับช้อนร่างนุ่มนิ่มแนบอก

ดวงหน้าหวานซึ้งเบิกตากกว้างอย่างคาดไม่ถึง "นี่... ฉันเหนื่อยแล้วนะ"

เขาอุ้มเธอมายังหน้าต่างห้องนอนก่อนจะเลื่อนประตูกระจกออกแล้วพลิกตัวคนอ่อนกว่าให้หันหลังกอดราวระเบียงไว้

เชอรี่ตระหนกเมื่อต้องอากาศหนาวกลางกรุงโตเกียว แสงจันทร์นวลสวยสาดกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอ และเวลานี้เธอก็กำลังกอดราวระเบียงไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว โดยมีชายหนุ่มกำลังล็อกสะโพกเธอเข้ากับแก่นกายเขาจากด้านหลัง

"ไม่เอา เดี๋ยวใครมาเห็น...อ๊าาาา"

ไรย์สอดแท่งแกร่งร้อนเข้ามายังตัวเธอจนมิดภายในครั้งเดียว

เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า "ไม่มีใครเห็นหรอก" ก่อนจะโถมตัวโยกใส่สะโพกอวบอัดไม่ยั้ง
ความเสียวกระสันกระแทกใส่ร่างเล็กจนตัวโยน เด็กสาวกอดราวเหล็กแน่น มองทิวทัศน์ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เธอกลับ.. ทำเรื่องน่าอายเช่นนี้

“อึก.. ฮึก.. อึก..”

เชอรี่ไหวตัวไปด้านหน้ามากขึ้นทุกครั้งที่เขาบดขยี้กลืนกินเธอจากข้างหลัง เธอทั้งเจ็บและจุก ความเป็นบุรุษของเขานั้นมันร้อนระอุ แกร่งกร้าน และลึกล้ำหนักหน่วง

“อื๊อ อื๊อ อื๊อ...” เสียงหวานหวิววาบไปกับสายลมเหน็บหนาว

คนอายุมากกว่าขยับเอวช้าลงทีละน้อย ก่อนจะเร่งจังหวะกระชั้นจนราวเหล็กสั่นสะท้าน ความฉ่ำชื้นรัดรึงเขาคับแน่น ไรย์โถมตัวใส่สะโพกอวบเป็นครั้งสุดท้าย หิมะตกลงบนกายเปลือยเปล่าที่จมลงสู่ความสุขสมพร้อมกัน

ร่างนุ่มนิ่มเกือบล้มลงถ้าคนตัวสูงไม่ดึงเธอมาแนบอกแล้วอุ้มกลับเข้าไปด้านในพร้อมล็อกประตูระเบียง

ดวงหน้าสวยซุกกับอกกว้างไม่พูดไม่จา เธอตกเป็นของเขาอย่างแท้จริง... หมดสิ้นทุกตารางนิ้วบนกายนี้ ไม่มีส่วนไหนที่เขาไม่ได้สัมผัสครอบครอง

“ชิโฮะ” เสียงเรียกที่เขย่าหัวใจดวงน้อยแว่วขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มมากดจูบกลีบปากอิ่ม เขาจูบเธอแผ่วเบาราวกับปลอบประโลมจากสัมผัสร้อนเร่ารุนแรงที่ตนเผลอกระทำลงไปเมื่อได้เข้าไปอยู่ในตัวของเธอ

เชอรี่เหลือบมองนาฬิกาเมื่อเขาถอนจูบออก อีกไม่นานก็เช้ามืดแล้ว เธอต้องรีบนอนก่อนรุ่งสางเพื่อตื่นไปห้องวิจัยขององค์กร “พรุ่งนี้... นายช่วยไปส่งหน่อยได้ไหม” เธอถามทั้งที่ยังถูกเขาอุ้มแนบอก

“พักผ่อนเถอะ สามวันหลังจากนี้เธอก็ยังไม่พร้อมหรอก”

ดวงหน้าสวยขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะเข้าใจปนผวาเมื่อสัมผัสอันคุ้ยเคยแตะโดนเข้ากับกลีบสีกุหลาบงามของเธออีกครา

“นะ นาย...”

ร่างสูงอุ้มร่างงามมายังห้องอาบน้ำ วางเธอลงในอ่างอย่างทะนุถนอมก่อนจะเปิดฝักบัวให้น้ำอุ่นไหลลงมายังเขาและเธอ

คนใต้ร่างแหงนมองสายน้ำที่พรมลงมา ทำหน้ายุ่งเล็กน้อยด้วยน้ำเข้าตา แว่วเสียงหัวเราะหึเบาๆ ในลำคออีกฝ่าย

เชอรี่จ้องตาเขาอย่างตำหนิ หากวินาทีต่อมาหัวใจเธอพลันกระตุกเฮือก เมื่อเขาดันตัวเธอให้นอนลงแล้วขึ้นคร่อมเธอไว้ ก่อนจะเอื้อมหยิบขวดครีมอาบน้ำมาเปิด และโน้มตัวมาใกล้

หญิงสาวขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่เข้าใจการกระทำของคนตรงหน้า เหมือนกับว่าเขาจะแกล้งหยอกให้เธอตื่นตระหนกเล่น แต่ก็คล้ายกับว่าเขาจะทำมันต่อจริงๆ

"นาย... ไม่ต้อง" เชอรี่พูดพลางเอื้อมมือไปคว้าจะแย่งขวดครีมอาบน้ำมาจากมือของไรย์

"อาบน้ำซะจะได้สบายตัว" อีกฝ่ายพูดตอบกลับหน้าตาย พร้อมกับชโลมสบู่ในมือไล้ลงบนอกอิ่ม แล้วเอ่ยต่อ "คิดเหรอว่า ฉันจะปล่อยเธอไปถ้ายังไม่ถึงเช้าน่ะ..." สิ้นประโยคสิ่งคุ้นเคยก็แทรกเข้าไปยังร่างของคนตัวเล็ก

"อ๊ะ.." เสียงหวานร้องตระหนกด้วยความตกใจ

ไรย์ขยับกายของตัวเองให้นอนเอนพิงอ่างอาบน้ำไว้ แล้วยกตัวเชอรี่ให้ขึ้นไปคร่อมอยู่บนร่างของเขา ก่อนจะขยับเอวบดสะโพกบางของคนด้านบน

แรงสั่นไหวของสองร่างที่กระทบกันเรียกให้น้ำในอ่างสั่นกระเพื่อม ยิ่งเร่งจังหวะรัวเร็วเท่าใดน้ำที่เกือบเต็มอ่างก็ยิ่งสาดกระเซ็นเต็มพื้นห้อง

เชอรี่หอบหายใจหนักหน่วงเมื่อร่างกายเริ่มรับกับความเสียวกระสันที่อีกฝ่ายมอบให้ไม่ไหว จึงโน้มตัวลงไปโอบรัดร่างสูงไว้อย่างต้องการที่พึ่งพิง

"อ๊าาา" เสียงร้องครางกระเส่าดังขึ้นครั้งสุดท้ายพร้อมกับคนทั้งคู่ที่ได้เสร็จสมเสพสุขซึ่งกันและกัน
ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียเข้าโจมตีร่างเล็กทันที ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ถอนกายออก เชอรี่ก็ซุกตัวหลับตาพริ้มอยู่บนอกแกร่งแล้ว

ไรย์ขยับตัวออกจากเชอรี่ เปิดปล่อยน้ำในอ่างทิ้ง แล้วขยับร่างบางมาใกล้ฝักบัวปล่อยให้น้ำไหลรดร่างเล็กที่ทั่วเรือนกายปรากฏรอยขบกัดและขึ้นจ้ำแดงที่เกิดจากการกระทำของตน

พลันยกมือเลื่อนลากไล้ไปตามร่องรอยเหล่านั้น แววตาสีมรกตสาดแสงอ่อนโยนแลรู้สึกผิด

ใบหน้าหล่อเหลาหลุบตาลงก่อนจะคว้าขวดครีมอาบน้ำมาเทใส่ฝ่ามือจัดแจงอาบน้ำชำระร่างกายให้ตนเองและเด็กสาว เพียงชั่วครู่ก็เสร็จ จากนั้นก็เอื้อมคว้าผ้าขนหนูจากราวมาสองผืนเพื่อคลุมกายร่างบาง แล้วใช้อีกผืนมัดพันที่เอวของเขาเอาไว้

ไรย์อุ้มเชอรี่ออกจากห้องน้ำมาวางไว้ที่เตียงนุ่ม จัดการเช็ดหยดน้ำที่เกาะตามเรือนกายสาว แล้วเดินหายไปทางตู้เสื้อผ้า ไม่นานจึงกลับมาพร้อมกับเชิ้ตแขนขาวที่คิดว่าเธอน่าจะใส่ปกปิดร่างกายไปก่อนได้ เพราะถ้าหากปล่อยให้ผิวเนื้อสวยเปลือยเปล่าแบบนี้ เธอคงจะได้ตื่นมาพร้อมพิษไข้เป็นแน่

เมื่อจัดการสวมเสื้อผ้าและยกผ้าห่มคลุมกายให้เด็กสาวแล้ว ไรย์จึงล้มตัวเอนลงที่ด้านข้างเชอรี่ หมุนพลิกตะแคงข้างท้าวแขนลอบมองใบหน้าสวยยามหลับใกล้ๆ ความหลงใหลแวววับเป็นประกายในดวงตา มุมปากหยักยกยิ้มขณะเลื่อนแขนไปโอบกอดร่างบางอย่างแสนหวง

เธออาจจะลืมไปแล้ว...ว่าเราเคยพบกันเมื่อเกือบสิบปีก่อน

 

.

.

.

 

สายลมเหน็บหนาวกรีดผ่านผิวเนื้อนุ่มของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดคลุมสีแดงสดราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ดวงหน้าหวานซึ้งเฉยชาผิดกับเด็กวัยเดียวกัน ทว่าดวงตากลมใสกลับวูบไหว

เด็กน้อยจ้ำเท้าผ่านกลุ่มคนตาสีน้ำข้าวที่เดินกันอย่างขวักไขว่

หิมะโปรยปรายลงมาหนักกว่าเดิม ปกคลุมพื้นถนนอิฐแบบชาติตะวันตกที่ทอดยาว ริมทางประดับประดาไปด้วยต้นสนแขวนของตกแต่งหลากสีสัน

มิยาโนะ ชิโฮะ วัยเจ็ดขวบ คลุมกระชับเสื้อคลุมหนังสัตว์แน่นบทเพลงแห่งการเฉลิมฉลองค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ดังก้องบริเวณ ฝรั่งมากหน้าหลายตาที่ผันผ่านไม่มีคนไหนเลยจะเหมือนกับกลุ่มคนดูแลชาวญี่ปุ่นที่ติดตามเธอมา

เด็กหญิงพะวงละล้าหลัง เหลียวซ้ายแลขวาหาผู้ใหญ่ในชุดสูทสีดำปานขนอีกามาสามชั่วโมงแล้ว นิวยอร์กกว้างใหญ่และเหงาหงอยสำหรับคนต่างชาติที่เพิ่งย้ายมาได้แค่อาทิตย์เดียวอย่างเธอยิ่งนัก

ไม่ว่าขาเล็ก จะจ้ำไปทางใดก็เหมือนจะห่างไกลคนพวกนั้นออกไปทุกที

ไม่มี.. ไม่มีเลย...

เด็กหญิงอยากร้องไห้เมื่อเดินหลงเข้ามาในซอยมืดจนไม่รู้ทางออกแต่ก็กลั้นน้ำตาไว้ ตรงหน้าเธอคือร้านรวงปิดป้ายห้ามคนอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเข้า กลิ่นฉุนประหลาดโชยออกมาจากตรงนั้น

ชิโฮะน้อยจ้ำเท้าเข้าไปตรงซอกตึก อาศัยหลังคาไม้มะค่าที่โผล่พ้นชานร้านออกมากำบังหิมะที่กำลังตกหนัก

ดวงหน้าหวานเหลียวมองอีกที ไม่มี ไม่มีใครที่เธอรู้จักเลย...

หัวใจดวงน้อยหล่นตุ้บถึงตาตุ่ม ร้องหาพี่สาวทั้งน้ำตาซึม "พี่..."

 

เพราะคืนนี้เป็นคริสต์มาสอีฟ ลูกค้าถึงบางตากว่าปกติ อากาอิ ชูอิจิ ในวัยยี่สิบสองปี เป็นคนสุดท้ายที่เก็บเครื่องดนตรีในบาร์ เนื่องจากเสียเวลาเลี่ยงแหม่มอยู่หลายคนด้วยหน้าตาคมสันเช่นญี่ปุ่น และความสง่างามเฉกคนอังกฤษที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มเต็มที่

หลังพ้นสาวน้อยใหญ่ที่พยายามติดพันแล้วเขาจึงล็อกประตู

ก้าวขาออกจากบาร์รับลมฤดูหนาว ด้วยเหตุผลกลใดมิอาจล่วงรู้ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยต่อทุกสิ่งกลับปรากฏความฉงน ร่องรอยประหลาดใจฉายบนนัยน์ตาสีมรกต

ซอกมุมร้านอันมืดมิดยามนี้มีเด็กหญิงในชุดคลุมสีแดงสดยืนกลั้นน้ำตากอดตัวเองไม่ให้สะอื้นออกมา ฟังจากคำร้องเรียกหาพี่ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นทำให้เขารู้ว่าเธอคงมาจากดินแดนแห่งปลาดิบ

ดวงหน้าหวานซึ้งพยายามซ่อนสีหน้าหวาดผวาต่อสิ่งแปลกหน้ามากมายรอบกาย แม้แต่เสียงสะอื้นก็ยังเบาจนเกือบกระซิบ

...เธอคงข่มกลั่นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล

หึ... รอยยิ้มบางกดตรงมุมปาก

เพียงความชอกช้ำของเด็กหญิงตัวเล็ก เขาที่เคยสงบนิ่งกลับพาตนเองเข้าไปหาร่างน้อยนั่น

"เป็นคนญี่ปุ่นสินะ" นั่นคือประโยคเอ่ยทักทายของเขา

เด็กหญิงตรงหน้าผวาเฮือกขึ้นฉับพลันจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความตื่นตระหนก จนเผลอก้าวถอยหลังไปโดยไม่ทันมองว่าพื้นด้านหลังเธอนั้นเป็นที่ต่างระดับ

ชายหนุ่มอุ้มคว้าเอวเล็กของคนตัวน้อยไว้พร้อมส่งยิ้มบางให้ "เดี๋ยวล้มลงไปเจ็บตัว.. ที่พยายามกลั้นอยู่ก็ไร้ประโยชน์สิ"

ดวงหน้าจิ้มลิ้มน่ารักฉายแววฉงน พลางขืนตัวดิ้นเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของคนตัวสูง

"ฉันไม่ได้จะร้องไห้สักหน่อย ปล่อยนะ" คิ้วเล็กขมวดยุ่งส่งให้ผู้ชายแปลกหน้า

"ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอร้องไห้นี่"

รอยยิ้มใจดีของชายหนุ่มที่ส่งมาจากใบหน้าหล่อเหลานั่นทำให้การดิ้นรนของเด็กหญิงตัวน้อยพลันหยุดชะงักไป

ชูอิจิวางชิโฮะลงก่อนเปลี่ยนมาจับจูงมือเล็กแล้วพาเดินออกมาจากตรอกซอยมืด เดินตรงไปยังที่สว่างไสวจากดวงไฟด้านนอก

เขาก้าวมาหยุดที่ร้านกาแฟห่างจากลานต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ที่จัดแสดงอยู่ออกมาเล็กน้อยแล้วย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กหญิง

"รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปหาอะไรอุ่นๆให้ดื่ม เธอคงจะหิว" เขาบอกก่อนเดินหายเข้าไปยังประตูกระจกของร้าน

ชิโฮะมองตามร่างชายแปลกหน้าไป แล้วหมุนตัวยืนหันหลังพิงกระจกบานใหญ่ของร้านกาแฟ ก่อนทอดสายตาเศร้าสร้อยเหม่อมองออกไปยังลานกว้างที่ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินกันขวักไขว่

พลันสายตาก็สบเข้ากลับร่างของบุคคลที่คุ้นตาในฝูงคนเหล่านั้น และก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นเธอแล้วเช่นกัน เขาสะกิดเรียกชายอีกคนและเดินตรงเข้ามาหาเธอ

ร่างเล็กของชิโฮะก้าวเดินออกไปหาคนทั้งคู่อย่างรู้หน้าที่

ชูอิจิที่ในมือถือแก้วโกโก้ร้อนกับคุกกี้เปิดประตูออกจากร้านมาทันเห็นเด็กหญิงกำลังเดินเข้าไปหากลุ่มชายฉกรรจ์สองคนนั้น

"กลับกันได้แล้ว ชิโฮะจัง" หนึ่งในสองชายเอ่ยพลางยกมือดันหลังคนตัวน้อยให้เดินนำหน้าไป

"ถ้าหนีไป รู้ไหมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพี่สาวเธอ" ชายอีกคนกล่าวก่อนเดินเข้ามาประกบด้านหลังของชิโฮะ

"ฉันไม่ได้จะหนี..." ร่างเล็กก้มหน้างุดพึมพำกับตนเอง แล้วเดินตามชายทั้งสองไปแต่โดยดี

ชูอิจิที่ตอนแรกนั้นคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยกำลังมีอันตราย พลันหยุดชะงักลงเมื่อชายคนหนึ่งเรียกชื่อของร่างเล็ก แล้วบทสนทนาที่ตามมาก็ทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง เพราะไม่อาจเข้าใจว่าชิโฮะจังน้อยนั้นอยู่หรือไม่อยู่ในอันตรายกันแน่

ขายาวที่กำลังจะก้าวเดินตามไปนั้นหยุดลง เมื่อเด็กหญิงที่กำลังหมุนตัวเดินตามผู้ใหญ่ไม่น่าไว้ใจสองคนไป ส่งสายตาแสนเศร้ามองมาที่เขาแล้วสั่นศีรษะน้อยๆ พลางยกมือโบกไหว แล้วขยับริมฝีปากโดยไม่มีเสียง ในช่วงที่ชายทั้งสองไม่ทันสังเกต

บ๊ายบาย...

ชายหนุ่มคิดว่าคงไม่มีทางที่จะได้เจอกันกับเด็กหญิงตัวน้อย...ชิโฮะจัง คนนั้นจากความบังเอิญได้อีกแน่

.

.

.

แต่ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง คงจะมีแต่โชคชะตาฟ้าลิขิต

อากาอิ ชูอิจิ ในวัยยี่สิบเจ็ดปีสวมชุดคลุมที่กลางหลังมีคำว่า FBI ประดับอยู่นั่งมองภาพผู้หญิงคนหนึ่ง หรืออาจเรียกได้ว่าเด็กสาว พลางยกมือที่คีบบุหรี่อยู่ขึ้นจุดสูบ

'เป้าหมายของเราคือเข้าให้ถึงตัวเด็กคนนี้ เพราะเธอสำคัญต่อพวกนั้นมาก'

คำสั่งที่ได้รับมอบหมายนั้นไม่ได้ทำให้คนฟังเปลี่ยนความเคลื่อนไหวใด หากแต่เมื่อได้เห็นรูปภาพของเป้าหมายนั่น ใจพลันกระตุกรุนแรง ริมฝีปากที่เคยเรียบเฉยเหยียดยิ้มบางขึ้น

คงไม่ใช่ความบังเอิญแล้วล่ะ... ชิโฮะจัง

ชายหนุ่มเป่าควันออกจากริมฝีปาก ก่อนจะนึกย้อนไปถึงแผนการที่บอสของเขาบอกไว้

 

"เธออายุพอกับเด็กเกรดเจ็ด ชื่อมิยาโนะ ชิโฮะ นั่นคือสิ่งที่เรารู้มา แต่การจะเข้าถึงตัวเธอโดยตรงนั้นเป็นไปได้ยาก เราจึงจะจับตาดูความเคลื่อนไหวเพื่อสืบหาคนรอบตัวของเธอก่อน.. เธอมีความเห็นอะไรไหมอากาอิคุง" ท้ายประโยคชายชราหันมาถามความคิดเห็นของเขา

"ไม่ครับ ขอเวลาผมไปสืบเรื่องของเธอให้มากกว่านี้ก่อนดีกว่า.."

"อ๋อจริงสิ แหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลมาบอกเราว่า อีกสองเดือนเธอจะไปญี่ปุ่น แต่ยังไม่รู้ว่าเธอจะเดินทางไปทำไมนะ" ชูอิจิขมวดคิ้วอย่างต้องการใช้ความคิด ครู่ต่อมาจึงเอ่ยตัดบทสนทนาแล้วหายออกมาจากห้องประชุม

ร่างสูงก้าวเท้าไปตามทางเดินพลางนึกถึงเรื่องราวครั้งอดีต

เป็นเด็กคนนั้นไม่ผิดแน่ นัยน์ตาสีสวยที่เฉยชาแต่แฝงแววเศร้าสร้อยเจืออยู่ภายใน กับเส้นผมสีน้ำตาลแดงที่เขาไม่มีทางลืม

โตขึ้นขนาดนี้แล้วเหรอ... คิดแล้วพลางยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

"จริงเหรอที่เป้าหมายของเราจะกลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่นน่ะชู"

เสียงเอ่ยถามจากโจดี้ดังขึ้นเรียกให้ชายหนุ่มที่จมอยู่ในห้วงความคะนึง ดึงสติตัวเองกลับมาได้ พลางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคู่สนทนา

"ใช่ ฉันบอกเจมส์แล้วว่าจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ฉันจะเป็นคนแฝงตัวเข้าไปเป็นคนพวกมันเอง"

เขามีเป้าหมายที่จะต้องทำ แล้วต้องทำให้สำเร็จลุล่วงด้วยเช่นกัน

แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงแต่เพราะเคยรับปากกับมารดาเอาไว้ และก็ยังเป็นความต้องการของเขาเองด้วย

หลังจากติดตามความเคลื่อนไหวของมิยาโนะ ชิโฮะ มาเกือบสองเดือน พวกเอฟบีไอก็ได้รู้ว่าเป้าหมายของพวกเขาจะเดินทางกลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่นกับพี่สาว

ใช่เธอมีพี่สาว.. เด็กน้อยในคืนคริสต์มาสอีฟคนนั้นก็เคยเรียกหาพี่ของเธอ

พี่...ที่เป็นเป้าหมายใหม่ของเหล่าเอฟบีไอ

วิธีที่จะเข้าให้ถึงตัวคนน้องได้นั้น ถ้าเทียบกันแล้วการเข้าหาตัวคนพี่ดูจะเป็นวิธีที่ง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย นัยน์ตาสีมรกตพลันวูบไหวเป็นประกาย

เขาไปสืบมาแล้วว่าพี่สาวของเธอชื่อ มิยาโนะ อาเคมิ และชายหนุ่มเองก็มีแผนที่จะเข้าใกล้เป้าหมายใหม่แล้ว

และมันจะต้องเป็นไปตามแผน

จะได้เจอกันแล้วนะ ชิโฮะ...

 

.

.

.

 

"ฉันเจอเธอแล้วเด็กน้อย.."

ไรย์ขยับเคลื่อนริมฝีปากจุมพิตเปลือกตาที่ปิดสนิทของเชอรี่ แววตาอ่อนโยนพลันแปรเปลี่ยนเมื่อจ้องมองใบหน้าสวย

"ฉันขอโทษ และจะขอโทษอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ถึงเธอจะไม่ให้อภัย แต่ฉันก็อยากขอโทษ..ชิโฮะ..จัง"

ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเมื่อนึกไปถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่ตนเองแบกเอาไว้ ไหนจะยังคำมั่นที่ให้ไว้กับมารดาและความแค้นของครอบครัวที่มีต่อพวกมัน

แม้ใจจะอยากทิ้งทุกสิ่ง สารภาพผิดทุกอย่าง และจากไปพร้อมกับเธอ แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความคิดที่ไม่สามารถทำตามได้

"มีอะไร..."

เสียงหวานแทรกเข้ามาในโสตประสาท กระแสความคิดพลันหยุดชะงักลง สีหน้าเคร่งเครียดจางหายกลายเป็นรอยยิ้มบางที่ส่งออกไป

ร่างบางใต้ผ้าห่มหนาขยับเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

เธอรู้สึกไม่สบายตัวจึงลืมตาตื่นขึ้นมา และได้ทันมองเห็นสีหน้าเคร่งขรึมจากคนข้างตัวจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

"คิดเรื่องนี้อยู่เหรอ.. มันจบแล้ว และจะไม่เกิดขึ้นอีก" เด็กสาวกล่าวพร้อมสีหน้าจริงจัง

เธอไม่ต้องการทำผิดต่อพี่สาวไปมากกว่านี้อีกแล้ว เขาเป็นแฟนของพี่และเธอก็เป็นน้องสาวที่ทรยศต่อพี่ตัวเอง มันจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกเป็นครั้งที่สอง ไม่มีทางเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด...

ไรย์ขมวดคิ้วยุ่งอยู่ชั่วครู่ รับรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ และเข้าใจถึงเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เด็กสาวเอ่ยออกมาเช่นนั้น

ถึงแม้เขาเองจะไม่อยากยอมรับ แต่นั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาทั้งคู่

ถ้าหากยังไม่สามารถจัดการบดขยี้พวกมันให้สิ้นซาก ปัญหานี้ของเขาก็คงยังไม่ถูกแก้ไข

แม้ว่านั่นจะทำให้เขากลายเป็นคนที่ดูเลวร้ายเพียงใดต่อเธอหรือพี่สาวของเธอ

แต่ได้โปรดช่วยรอก่อน รอจนถึงวันนั้น วันที่ฉันจะได้เอ่ยสารบาปในความผิดทั้งหมดของตัวเองให้เธอฟัง ชิโฮะ...

"อืม มันจะไม่เกิดขึ้นอีก..."

ชายหนุ่มส่งยิ้มเล็กก่อนเอ่ยต่อ "พักผ่อนเถอะ ถึงเที่ยงเธอก็ยังลุกไม่ไหวหรอก"

หลังมือหนาเอื้อมไปอิงหน้าผากมน ก่อนจะประคองกอดร่างของคนตัวน้อยให้เข้ามาซุกอยู่ตรงอกกว้าง ดูเหมือนว่าเธอจะมีไข้อ่อนๆ หากพักผ่อนน้อยไปไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไข้หนักอีกหลายวัน

"หลับเถอะนะ ชิโฮะจัง"

ไรย์กระชับวงแขนกอดเชอรี่เอาไว้แน่นชั่วขณะก่อนคลายอ้อมแขนออกราวกับว่าจะโอบกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย

คนตัวเล็กขยับกายซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้าง แล้วพาดแขนโอบร่างชายหนุ่มเอาไว้อย่างต้องการครอบครอง เพราะเมื่อหากตื่นขึ้นมาอีกคราโอกาสที่จะได้สัมผัสเขาอีกมันจะไม่มีแล้ว

หิมะด้านนอกยังคงตกลงมาปกคลุมทุกอย่างจนขาวโพลน เหมือนดั่งเช่นความผิดบาปที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้นั้น ก็จะถูกกลบฝังเอาไว้ในใจของคนทั้งสองไปตลอดกาล

...รอวันที่พระเจ้าจะพร้อมรับการอภัย

 

 












 

 

Fin.

________________________________________________________________________________

กราบสวัสดีพี่น้องเรือนี้ค่ะ ฟิคนี้มันฟิคบาปชัดๆเลยค่ะ //กราบขออภัยพี่อาเคมิด้วยนะคะ แล้วก็ต้องขอโทษด้อมอากาอาเคอย่างยิ่งด้วย //โค้งขอขมารอบทิศ

ฟิคเรื่องนี้ได้น้องสาวที่น่ารักก็ช่วยมาเขียนฉากเรทเช่นเคยค่ะ //โค้งขอบคุณน้องสาวรัวๆ ที่จริงในการแต่งเรื่องนี้ไรท์ฯแค่รู้สึกอยากจะแต่งเรทไรย์เชอรี่ ช่วงที่เฮียยังอยู่องค์กร กับเรื่องที่ทั้งคู่เคยเจอกันตอนเด็กแค่นั้นเองค่ะ (งานมโนงอกมาก ตอนดูคดีจอมเวทย์แห่งคลื่น เฮียดูหนุ่มกรุบกริบ 555+) ก็เลยมโนยาวต่อมาว่าเฮียอาจจะเคยได้เจอหนูชิโฮะตอนเป็นเด็กก็ได้ เพราะชิโฮะก็เรียนที่อเมริกามาก่อนเหมือนกับเฮียที่อยู่อังกฤษก่อนจะหนีไปญี่ปุ่น แล้วไปเรียนต่อที่เมกาแล้วไปเป็นเอฟบีไอ และเพราะเฮียเคยเจอกับชิโฮะมาก่อนเลยไปเข้าทางพี่สาวเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในองค์กร (มโนล้วนๆ) อ.ไม่ช่วยส่งกระแสน้ำ ติ่งก็จะพายเองค่ะ!! 555+

ชื่นชอบประทับใจหรือไม่ชอบอะไรยังไง หรือว่าเพื่อนๆมโนเรื่องเฮียยังไงก็คอมเมนต์บอกกันได้นะคะ

ป.ล.หลังจากไม่ได้เขียนฟิคนาน ภาษาสำนวน ความลื่นไหลของเนื้อหา การดำเนินเรื่องอาจจะไม่ดี ขออภัยจริงๆค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้มากนะคะ //กราบหน้าตัก

ผลงานอื่นๆ ของ Sherry R

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:01

    คิดถุงไรต์มากเลยยยย คิดว่าจะไม่เขียนนิยายเเล้วสะอีก อยากให้ไปอัพนิยายโรบินด้วยอะ ????????????

    #3
    0
  2. #2 Conan
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:37

    เลือดไหลไม่หยุดใครก็ได้ขอเลือดหน่อยยยยย????????????????????????

    #2
    1
    • #2-1 Sherry R
      24 มกราคม 2563 / 22:10
      ต้องการเลือดกรุ๊ปไหนคะ 5555
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์นะคะ //โค้งงง
      #2-1
  3. วันที่ 23 มกราคม 2563 / 05:15

    ดาร์กสุดในจักรวาลโคนัน.. /ร้องไห้เหมือนคนบ้า จบได้บาดใจมากค่ะ สงสารทั้งเฮียชูทั้งชิโฮะ หวังว่าเขาจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆ ในวันข้างหน้า เนื้อคู่เนอะ ขอให้หากันเจอนะT^T

    #1
    1
    • #1-1 Sherry R
      24 มกราคม 2563 / 22:09
      ต้องได้อยู่ด้วยกันแน่ๆค่ะ ไรท์ฯคิดว่านะคะ แม้แสงแห่งความหวังจะริบหรี่ก็ตาม //ฮือออ ร้องไห้เหมือนคนบ้า
      #1-1