นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Short Fic : Detective Conan "Christmas Day" [Subaru x Ai]

โดย Sherry R

[ความทรงจำอันเลือนรางในวันคริสต์มาส.. จะหวนกลับคืนมาเพื่อเติมเต็มตัวตนและหัวใจของเธอ ..ได้มั้ยนะ?] [ถ้าเธอต้องการทบทวนและยืนยันเรื่องราวในวันคริสต์มาสปีนั้น ฉันก็จะเป็นคนช่วยเธอเอง พร้อมกับสิ่งนี้..]

ยอดวิวรวม

3,589

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


3,589

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


88
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ธ.ค. 58 / 10:53 น.
นิยาย Short Fic : Detective Conan "Christmas Day" [Subaru x Ai]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคฉลองคริสต์มาสค่ะ
แต่ไรท์เตอร์เองไม่ได้คาดคิดว่ามันจะออกมาเป็นสองพาร์ทเช่นนี้

อันที่จริงไรท์ฯตั้งใจเขียนแค่ช่วงพาร์ทแรกเท่านั้นค่ะ
แต่เมื่อได้ไปอ่านฟิคเรื่องหนึ่งซึ่งดราม่านางเอกตาย ไรท์เลยต้องหาอะไรทำย้อมใจ
ชดเชยที่ไปนั่งร้องไห้ตอนกำลังเดทกับแฟน(หัวเราะ)

ปล.ไรท์ฯไม่ได้พาดพิงถึงใครนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ธ.ค. 58 / 10:53




Short Fic : Detective Conan

[Subaru x Ai]


Part I : Haibara Ai

Title : “ Christmas in Memories ”

 

 

 

 

 

“ดูเหมือนคริสต์มาสปีนี้ หิมะจะยังไม่ยอมตกลงมานะคะ”

เสียงผู้ประกาศข่าวในโทรทัศน์กำลังพูดถึงเรื่องงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส พร้อมตัดไปฉายภาพบรรยากาศครื้นเครงของผู้คนมากมายตามท้องถนนและในห้างสรรพสินค้าดังทั่วห้อง ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นใบหน้าสวยของผู้สื่อข่าวคนเดิม

“แต่ยังไงนี่ก็ยังไม่เย็น บางทีหิมะอาจจะตกลงมาช่วงหัวค่ำก็ได้ค่ะ”

ติ๊งต่อง

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นเรียกให้คนที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ต้องลุกขึ้นเดินออกไปเปิดประตูรับแขก

ไม่นานประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างของแขกผู้มาเยือนที่ทำให้เจ้าของบ้านต้องแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลแดงยืนอยู่หน้าประตูพร้อมสีหน้าเรียบเฉย

“เธอเองเหรอ” น้ำเสียงพร้อมใบหน้าแสดงออกมาว่าประหลาดใจที่เห็นเธอมายืนกดกริ่งที่หน้าบ้านของเขา

คำพูดของคนที่เป็นเจ้าของบ้านในตอนนี้ ทำให้ร่างเล็กต้องตวัดสายตากลับขึ้นมามอง

“เธอมีอะไรงั้นเหรอ” ผู้ชายที่มาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่เอ่ยถามเด็กหญิงอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ยอมพูดอะไร

เด็กหญิงจ้องใบหน้าของชายหนุ่มเจ้าของบ้านอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหลุบสายตาลงมองต่ำไปยังพื้นหน้าประตูบ้าน

“เปล่า” เธอเงยหน้าขึ้นตอบ แล้วเดินเข้าไปใกล้ประตูบ้านของชายหนุ่ม “พอดีด็อกเตอร์ไม่อยู่บ้าน..”

คำตอบที่ลอดออกมาจากริมฝีปากเล็กไม่ได้ช่วยไขข้อข้องใจของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มแสดงสีหน้าว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด ก่อนเด็กหญิงจะถอนหายใจสั้นๆออกมาแล้วยอมพูดต่อ

“ไม่มีอะไรทำ ฉันเลยเบื่อ ..ขอมาอยู่กับนายซักพักได้มั้ย

คำตอบของเธอเรียกให้รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มปรับสีหน้าเป็นแสดงอาการประหลาดใจปนเหลือเชื่อออกมาอีกครั้ง

อันที่จริงแล้วเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

แล้วจะไม่ให้ประหลาดใจได้อย่างไรล่ะ

เพราะไม่มีสักครั้งเลยที่เด็กหญิงผู้มีผมสีน้ำแดงเป็นเอกลักษณ์คนนี้จะยอมเดินเข้าหาหรือเป็นฝ่ายพูดคุยกับเขาเองสองต่อสอง

มีแต่เขาที่เป็นฝ่ายเริ่มเข้าหาก่อน

และทั้งที่พยายามทำอะไรต่ออะไรหลายอย่างเพื่อเอาใจเธอ

เธอกลับคอยหวาดระแวง และปฏิเสธทุกสิ่งอย่างอยู่ร่ำไป

...แต่ครั้งนี้

ไม่ใช่แค่เธอเป็นฝ่ายมาคุยกับเขาก่อน

เธอยังจะขอมานั่งเล่น? กับเขา...

ชายหนุ่มส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบตกลง “ได้สิ”

 

“คริสต์มาสปีนี้คุณให้อะไรคนรักหรือยังคะ”

เสียงผู้ประกาศข่าวกล่าวคำถามทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจบรายการเงียบลง พร้อมโทรทัศน์ถูกกดเลื่อนเปลี่ยนช่องไปเป็นรายการเด็ก

ไฮบาระที่นั่งมองโทรทัศน์อยู่ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันขวับกลับไปหาชายหนุ่มกดเปลี่ยนช่อง

“ไยบะคิก ย๊าาาา”

เสียงการ์ตูนเรื่องโปรดของเหล่าแก๊งค์นักสืบจิ๋ว ดังลอดออกมาจากโทรทัศน์ขัดอารมณ์เด็กหญิง

“ฉันไม่ดูการ์ตูน” เสียงเล็กแหวใส่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ

“อ้าว ฉันนึกว่าเธอจะชอบดูรายการพวกนี้มากกว่าข่าวซะอีก ...ทั้งที่ยังเป็นเด็กอยู่แท้ๆ” นักศึกษาปริญญาโทหน้าหล่อตอบกลับเด็กหญิงพร้อมรอยยิ้ม

...รอยยิ้มที่กวนอารมณ์มากในความคิดของเธอ

สึบารุกดเปลี่ยนช่องไปเป็นละครรักโรแมนติก เรียกให้ร่างเล็กต้องตวัดสายตาไม่พอใจกลับไปมองอีกครั้ง

แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายหนุ่มกลับทำให้เด็กหญิงต้องสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะตีสีหน้าเรียบเฉยนั่งดูละครในโทรทัศน์ไปเงียบๆ

ไฮบาระนั่งดูละครทีวีนั้นอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อยื่นมันส่งให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“อ่ะ ของขวัญคริสต์มาส”

นอกจากคำพูดของเด็กหญิงที่ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจแล้ว ของในมือเธอกลับยิ่งทำให้เขาตกใจได้มากกว่าอีก

เพราะในมือเธอเป็นซองบุหรี่ยี่ห้อดัง...

สึบารุปรับสีหน้าเป็นไม่เข้าใจก่อนจะส่งยิ้มธรรมดาที่ดูกวนประสาทให้กับเด็กหญิง

“หืม? แต่ว่าฉันไม่สูบ...” ชายหนุ่มดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนกล่าวตอบเธอ

“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่านายชอบสูบยี่ห้อนี้นี่น่า” ไฮบาระพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมใบหน้าเฉยเมยเหมือนไม่ได้ตั้งใจพูดกับชายหนุ่ม

เด็กหญิงเหลือบตามองใบหน้าของชายหนุ่มที่สวมแว่นอยู่นั้น ก่อนจะละสายตาก้มมองที่ซองบุหรี่ในมือเธอเอง

“แหะๆ ฉันสูบไม่เป็นหรอกนะ” สึบารุหัวเราะแห้งๆ  ก่อนเอ่ยสำทับไปอีกประโยค

“งั้นเหรอ” เด็กหญิงปรายตาหน้าใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของชายหนุ่ม ก่อนจะเห็นภาพผู้ชายอีกคนซ้อนทับขึ้นมา

ความทรงจำเมื่อครั้งอดีตย้อนกลับเข้ามาเหมือนหนังฉายซ้ำ

.

.

.

“นายจะสูบอะไรนักเนี่ย เดี๋ยวปอดก็พังหมดพอดี

เสียงหญิงสาวที่สวมเสื้อกาวน์เป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นทักชายหนุ่มที่ยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่อยู่หน้าประตู เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องแลบ

ตาบ้านี่ มายืนทำเท่อะไรอยู่หน้าห้องแลบฉันเนี่ย

หญิงสาวทำหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเดินหนีชายหนุ่มออกมาตรงทางเดิน

“อ่า ถ้าเธอไม่ชอบกลิ่นมัน ฉันจะไม่สูบต่อหน้าเธออีก” ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อเดินตามหญิงสาวมาจนทันที่ข้างตัวเธอ

“เปล่า แค่เป็นห่วงว่าพี่สาวฉันจะเป็นหม้าย สามีตายเพราะมะเร็งปอดย่ะ” หญิงสาวหยุดเดินก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มด้วยใบหน้าเรียบเฉย

แต่น้ำเสียงและแววตาของเธอที่กำลังกระแทกแดกดันเขานั้น บ่งบอกว่าเธอตั้งใจประชดประชัน...

“หึหึ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอกับท่าทางของหญิงสาว

และนั่นเรียกให้เธอต้องตวัดสายตาเขียวปั๊ดกลับมาค้อนเขา

ชายหนุ่มล้วงซองบุหรี่ยี่ห้อโปรดออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ก่อนจะยื่นมันส่งให้หญิงสาวที่ยืนกอดอกจ้องหน้าเขาอยู่

“งั้นเธอก็เก็บเอาไว้” เสียงเรียบเอ่ยพร้อมยกยิ้มมุมปาก

“อะไรของนาย” เสียงหวานจากหญิงสาวเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของเขา

ร่างบางกอดอกขมวดคิ้วมุ่นพร้อมจ้องมองซองบุหรี่ในมือของชายหนุ่ม

“เธออยากให้ฉันสูบแค่ไหนก็ค่อยให้ ..เป็นไง?” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มกล่าวขึ้น โดยปลายเสียงเปลี่ยนเป็นเอ่ยเชิงถามความเห็นของหญิงสาว

“เฮอะ ทำอย่างกับนายจะไม่แอบไปซื้อเองงั้นแหละ” ร่างบางยกมือขึ้นไปรับซองบุหรี่ที่ยังเหลือเกือบเต็มซองจากชายหนุ่ม พร้อมส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อที่เขาพูด เรียกให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ต้องยกยิ้มขำขันขึ้นที่มุมปาก

“ฉันไม่ทำหรอก

เสียงเรียบของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่หญิงสาวเก็บซองบุหรี่นั่นลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเธอ

.

.

.

เธอที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กหญิงชั้นประถมยังคงจดจำมันได้ดีหลังจากตอนนั้นว่าบุหรี่ยี่ห้อไหนเป็นที่โปรดปรานของผู้ชายคนนั้น

ไฮบาระละสายตาจากชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มมาให้เธอไปมองซองบุหรี่ในมือ ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อ แล้วจึงลุกขึ้นจากโซฟา

“ช่างเถอะ” เด็กหญิงหันไปพูดกับชายหนุ่มที่ยังคงยิ้มให้เธอ “เย็นนี้นายว่างหรือเปล่า

เป็นอีกครั้งที่คำพูดของเธอเรียกให้ชายหนุ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป

สึบารุทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างตามแบบฉบับพี่ชายใจดี

“เอ๊ะ ก็ว่างนะ.. เธอมีอะไรงั้นเหรอ” เขาตอบกลับเด็กหญิงก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัยตรงท้ายประโยค

“พาฉันไปข้างนอกหน่อย” เสียงเล็กของเด็กหญิงตอบกลับ

แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่คำขอจากปากของเด็กหญิง เรียกให้ชายหนุ่มต้องออกอาการประหลาดใจขึ้นทางสีหน้าทันที

ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเธอจะเอ่ยขอให้เขาพาไปข้างนอก

และก็ไปแค่เพียงพวกเขาสองคน...

สึบารุส่งยิ้มกว้างกลับให้เธอ ก่อนจะเอ่ยตอบตกลง “อืม..ได้สิ”

 

ภายในห้างสรรพสินค้ากลางเมือง

ผู้คนจำนวนมากเดินขวักไขว่กันจนเต็มพื้นที่ บางส่วนภายในห้างฯก็มีคนพลุกพล่านซะจนไม่สามารถเดินเข้าไปได้

ร้านค้ามากมายในตัวห้างประดับตกแต่งด้วยไฟกระพริบหลากสีสันเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้าไปชมสินค้าภายในร้าน อีกทั้งยังมีต้นไม้ปลอมที่ถูกนำมาวางเรียงจัดประดับไปด้วยของตกแต่งมากมาย

เนื่องจากวันนี้เป็นวันคริสต์มาส...

สึบารุยืนมองฝูงชนจำนวนมากภายในห้างสรรพสินค้า ก่อนจะหันไปคว้าข้อมือเล็กอย่างถือโอกาสจูงมือไฮบาระเอาไว้

“จะได้ไม่หลง” ชายหนุ่มยิ้มและตอบกลับสีหน้าไม่พอใจที่ถูกส่งมาจากเด็กหญิง

ไฮบาระจำยอมให้เขาเป็นคนจูงมือเธอเอาไว้ ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มไปทางร้านอาหารที่เธอบอกว่าอยากกิน

เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างของสึบารุโดยมีภาพของผู้ชายอีกคนในความทรงจำซ้อนทับขึ้นมา

เด็กหญิงหลุบตาต่ำลงมองพื้นเพื่อปัดความคิดของตัวเองทิ้ง

จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าร้านอาหาร ไฮบาระที่มัวแต่มองพื้นไม่ทันได้มองทางก็สะดุดเข้ากับพื้นต่างระดับ

ร่างเล็กของเธอล้มลงสู่วงแขนแกร่งของชายหนุ่มหน้าหล่อก่อนใบหน้าที่แสดงอาการตื่นตกใจของเธอจะซบลงตรงกลางอกของเขาพอดี

“เป็นอะไรหรือเปล่า ฉันไม่ได้ทำเธอเจ็บใช่มั้ย” เสียงอ่อนโยนเอ่ยถามขึ้นพร้อมสีหน้าแสดงความเป็นห่วงกังวลอย่างชัดเจน

แต่เด็กหญิงยังคงอยู่ในอาการตกใจจนนิ่งค้างไป

“ฉันไม่ได้ออกแรงดึงแขนจนเธอล้มใช่มั้ย” สึบารุเอ่ยถามย้ำด้วยความเป็นห่วงร่างเล็กอีกครั้ง

“อ๊ะ เปล่า ขอบคุณ...” ไฮบาระที่ได้สติกลับมารีบตอบกลับชายหนุ่มไปทันที

ร่างสูงยิ้มให้เธอก่อนจะลุกยืนขึ้น

“ถึงแล้วล่ะ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะเดินจูงมือเด็กหญิงเข้าร้านอาหารไป

 

ภายในร้านอาหาร

พนักงานสาวสวยเดินมาให้บริการพร้อมรับออเดอร์จากทั้งสองคน

“รับอะไรดีคะ วันนี้ทางร้านเรามีเมนูพิเศษฉลองวันคริสต์มาสด้วยนะคะ” บริกรสาวคนสวยพูดแนะนำรายการอาหารตามหน้าที่ แต่ไม่ก็วายคอยส่งยิ้มหวานแววตาหยาดเยิ้มโปรยเสน่ห์ให้กับสึบารุทุกครั้งที่ชายหนุ่มหันไปกล่าวสั่งอาหารกับเธอ

ไฮบาระมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยสั่งอาหารด้วยโทนเสียงที่ดังมากกว่าปกติ

เรียกให้พนักงานสาวที่กำลังยิ้มหว่านเสน่ห์อยู่ต้องตกใจสะดุ้งสุดตัว

“คะ..คะ?”

“แซลมอนย่างซีอิ๊วกระทะร้อน แซลมอนมากิ ทาโกะยากิ และชาเขียวร้อน...ค่ะ!

เด็กหญิงเอ่ยซ้ำด้วยน้ำเสียงแดกดันอย่างรู้สึกไม่พอใจ

แต่เธอเองกลับตอบไม่ได้ว่าไม่พอใจอะไรและเพราะสาเหตุใดกันแน่

“อย่าถือสาน้องสาวผมเลยนะครับ

เสียงเข้มของสึบารุเอ่ยกับพนักงานสาวสวยพร้อมส่งยิ้มให้เธอ จนทำให้สาวเจ้าบิดม้วนตัวด้วยเขินอาย ก่อนจะหายกลับไปส่งออเดอร์

“ใครเป็นน้องสาวนาย” ไฮบาระแว้ดใส่ชายหนุ่มที่นั่งส่งยิ้มกวนประสาทมาให้เธอ ก่อนจะหันหน้าหนีทำเมินไปสนใจรอบตัว ไม่ยอมมองหน้าสึบารุอีก

สึบารุหัวเราะขำออกมาเบาๆ กับท่าทางของเด็กหญิง

ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาวางจัดเสิร์ฟบนโต๊ะ

ทั้งสองใช้เวลารับประทานอาหารกันไปอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งของคาวหมดลง

ไฮบาระจึงเอ่ยสั่งไอติมชาวเขียวมาทานปิดท้าย

ในช่วงที่กำลังรอของหวานมาเสิร์ฟอยู่นั้น เด็กหญิงก็เผลอหันไปจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่ม

วันนั้นก็คริสต์มาสสินะ...

ภาพในความทรงจำที่แสนเลือนรางหวนกลับเข้ามาในความนึกคิด

.

.

.

เมื่อหลายปีก่อน

ในวันคริสต์มาสที่ผู้คนออกไปสนุกสนานปาร์ตี้เฮฮาสังสรรค์กัน แต่เธอกลับเพิ่งจะได้วางงานที่ทำเสร็จเมื่อกี้ก่อนจะกดบันทึกข้อมูลลงแผ่นดิสก์ แล้วเหลือบสายตาไปมองเวลาในคอมพิวเตอร์ที่บอกว่าขณะนี้เลยสามทุ่มครึ่งไปแล้ว

ร่างบางก้าวเดินออกมาจากห้องแลบ ก่อนจะพบชายหนุ่มผมดำยาวยืนพิงกำแพงรอเธออยู่หน้าประตู

“นายว่างหรือไง” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ต้องการคำตอบมากนัก

“เปล่า ฉันเพิ่งทำงานเสร็จ” ชายหนุ่มตอบพร้อมดึงกระเป๋าและเสื้อกาวน์ที่พาดแขนเธอไว้ไปถือเอง

หญิงสาวปรายตามองตามสัมภาระของเธอที่ถูกร่างสูงยึดไปถือเอาไว้ ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจแล้วก้าวเท้าเดินต่อ

“แล้วมาที่ห้องแลบทำไม” ร่างบางยังคงเอ่ยถามขณะที่ชายหนุ่มก้าวเดินมาอยู่เคียงข้างเธอ

“ชวนเธอไปกินข้าว”

คำตอบของเขาทำให้ร่างบางหยุดชะงักไป ก่อนจะหันมาทำหน้ายุ่งคิ้วขมวดให้พร้อมสายตาเคืองขุ่นไม่พอใจ

“วันนี้คริสต์มาส ทำไมไม่ไปชวนพี่” หญิงสาวกล่าวถามด้วยความสงสัย

“ก็นี่มันสามทุ่มครึ่งแล้ว อาเคมิยกเลิกนัดฉันไปแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยตอบคลายความสงสัยให้แก่หญิงสาว

ร่างบางทำหน้าเรียบเฉย พร้อมยกมือกอดอกอย่างเอาเรื่อง

“สมน้ำหน้า ..แล้วทำไมไม่ไปง้อพี่ล่ะ ตาทึ่ม” หญิงสาวพูดพร้อมส่งยิ้มทะเล้นให้ชายหนุ่ม ก่อนจะตีหน้าเฉยเมยในตอนหลัง

“เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่อาเคมิบอกว่าอยากพักผ่อน แล้วค่อยไปวันหลัง” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยใบหน้าตาย

“อ่า งั้นเหรอ” ร่างบางทำท่าเข้าใจ ก่อนจะก้าวขาออกเดินอีกครั้ง ไม่สนใจชายหนุ่มที่กำลังเดินตามหลังเธอมา

ร่างสูงก้าวเดินตามหญิงสาวมาจนทัน ก่อนจะรั้งแขนเธอให้หันกลับมาหาเขา “ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยสิ”

“อืม” คำตอบรับสั้นๆ จากร่างบางเรียกให้รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม

 

ที่ร้านอาหารชื่อดังในห้างสรรพสินค้า

พนักงานต้อนรับสาวเอ่ยเสียงเย้ายวนพร้อมรอยยิ้มหว่านเสน่ห์และแววตาหวานเยิ้มให้ชายหนุ่มจนหญิงสาวรู้สึกหมันไส้

ไม่วายตอนรับออเดอร์กับเสิร์ฟอาหารพนักงานสาวสวยคนเดิมก็ทำเป็นเล่นหูเล่นตาส่งสายตายั่วยวนให้ร่างสูงที่มาด้วยกันกับเธอจนเริ่มทนไม่ไหว

“เดี๋ยวฉันจะฟ้องพี่” หญิงสาวเอ่ยกับชายหนุ่มพร้อมสายตาที่แสดงความไม่พอใจอย่างไม่ปกปิด

“หึ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงขบขัน

หญิงสาวตวัดสายมองคาดโทษเขา ก่อนจะเปลี่ยนไปสนใจอาหารบนโต๊ะแทน

.

.

.

“นี่ เดี๋ยวก็ละลายหมดหรอก

เสียงจากสึบารุเรียกให้คนตัวเล็กหลุดจากภวังค์ความคิดตัวเอง แล้วเลื่อนสายตาไปมองถ้วยไอติมชาเขียวที่ถูกเสิร์ฟตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบจนเริ่มละลายไปแล้วส่วนหนึ่ง

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เด็กหญิงเอ่ยก่อนดันถ้วยไอติมไปทางชายหนุ่ม

“หืม?” สึบารุส่งเสียงถามเธอด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่กินแล้ว นี่มันหน้าหนาว ฉันไม่อยากเป็นไข้หวัด” ไฮบาระกล่าวตอบ ก่อนยกมือขึ้นกอดอกพยักพเยิดหน้าให้ชายหนุ่มเป็นผู้จัดการมัน

“อ่า..” สึบารุตอบกลับอย่างเข้าใจ พลางยกมือตักไอติมที่เด็กหญิงเป็นคนสั่งเข้าปาก

ใช้เวลาครู่เดียวไอติมถ้วยเล็กก็หมดลง

“กลับบ้านได้แล้ว” เสียงจากคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นหลังเห็นว่าชายหนุ่มจัดการไอติมในถ้วยหมดแล้ว

“อือ” สึบารุตอบรับก่อนจะหยิบใบเสร็จไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน ไม่ลืมคว้าข้อมือเล็กของไฮบาระให้เดินตามไปด้วย

เด็กหญิงเพียงใช้สายตามองมือหนาที่กุมมือเธอเอาไว้ ก่อนจะเดินตามเขาไปอย่างไม่อิดออด

 

ในรถสีแดงคันเล็กของนักศึกษาปริญญาโทหน้าหล่อ

“นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่” เสียงจากร่างเล็กเอ่ยท้วงขึ้น เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเจ้าของรถไม่ได้กำลังขับรถไปตามเส้นทางกลับบ้านของพวกเธอ

“จะพาไปที่ที่หนึ่งก่อนน่ะ” ชายหนุ่มหันมาตอบพร้อมรอยยิ้ม

ไฮบาระเพียงปรายตามองก่อนจะหันไปสนใจวิวนอกตัวรถแทน

 

จุดชมวิวบนเนินเขานอกเมือง

แสงสว่างระยิบระยับจากหลอดไฟหลากสีภายในเมืองแต่งแต้มบรรยากาศดำมืดของรัตติกาลให้ดูสวยงามจนยากเกินจะบรรยาย

ไฮบาระเพ่งมองวิวงดงามเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มพอใจ

“คริสต์มาสทั้งที แต่หิมะกลับไม่ตก” เด็กหญิงเปรยกับตัวเอง แต่ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างกันก็ได้ยิน

ไฮบาระแหงนหน้าขึ้นเงยทอดมองดูท้องฟ้าสีดำทมิฬมืดมิดและดวงดาวพราวระยิบระยับไม่กี่ดวงบนนั้น

เธอหวนกลับไปคิดถึงวันนั้นอีกครั้งหนึ่ง แม้เรื่องราวในความทรงจำจะไม่ปะติดปะต่อมากนักก็ตาม

.

.

.

หลังจากจัดการอาหารบนโต๊ะจนหมด และต่อด้วยของหวานจนเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็ยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นดูเวลา

“กลับได้แล้ว จะห้าทุ่มแล้ว” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เมื่อเห็นว่าได้เวลาที่เธอควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้ว

“อืม” ชายหนุ่มผมยาวเพียงพยักหน้าตอบรับสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามเธอเพื่อไปจ่ายเงินค่าอาหารที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน

 

“นี่นายจะไปไหน” เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยท้วงขึ้น เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังขับรถออกนอกเส้นทางกลับที่พักของเธอ

“ไปดูอะไรหน่อยก่อนกลับ” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมรอมยิ้มทรงเสน่ห์ที่มุมปาก เรียกให้หญิงสาวที่มองอยู่ต้องเบือนหน้าหนีอย่างหมันไส้

“ก็ไปดูคนเดียวสิ” เสียงหวานวีนใส่ชายหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่

ก่อนร่างบางข้างคนขับจะยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าตามสไตล์ของเธอ พร้อมทำท่าฮึดฮัดขัดใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มทำอะไรโดยพลการ

“ฉันตั้งใจจะพาเธอไป” เสียงเรียบจากฝั่งคนขับเอ่ยกลับมา

เมื่อได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม ก็ทำให้ร่างบางชะงักนิ่งไปอย่างครุ่นคิด

“งั้นก็เชิญตามสบาย” เสียงหวานตอบกลับโดยไม่ยอมหันหน้าไปพูดกับเขา แต่ท่าทางของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มต้องยิ้มขำออกมา

 

ที่เนินเขาจุดชมวิวนอกเมือง

ดวงตากลมโตสีเทาคู่สวย ทอดสายตามองภาพเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มและแววตาระยิบระยิบ

ในดวงตาเธอสะท้อนแสงสว่างระยิบระยับจากหลอดไฟหลากสีภายในเมืองใหญ่ที่แต่งแต้มเติมเต็มบรรยากาศดำมืดยามกลางคืนให้ดูสวยงามจนยากจะลืมเลือน

“สวยดีนะ แต่เหมือนขาดอะไรไป...” หญิงสาวพูดขึ้นพลางทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย

“อืม” เธอส่งเสียงยานครางเมื่อคิดอยู่นาน

“หิมะ... ทำไมถึงไม่ตกวันคริสต์มาสแบบนี้นะ” ในที่สุดหญิงสาวก็ได้คำตอบ

หิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่ควรโปรยปรายลงมาในวันงานเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูเหมันต์กลับไม่ยอมตกลงมาให้เข้ากับบรรยากาศช่วงคริสต์มาส

มันเลยทำให้คริสต์มาสนี้ดูจืดจางลงไป

“เพราะยังไม่มีคู่รักที่ใจตรงกันน่ะสิ”

เสียงเข้มจากคนข้างตัวเรียกให้หญิงสาวต้องหันไปสนใจ พลางขมวดคิ้วมองหน้าหล่อของเขาด้วยความงุนงง

“อะไรของนายน่ะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มข้างตัวอย่างไม่เข้าใจในเรื่องที่เขาพูด

“ไม่เคยได้ยินเหรอ หิมะจะตกลงมาในคริสต์มาสก็ต่อเมื่อมีคู่รักที่ใจตรงกันคิดเหมือนกันไง”

คำตอบของร่างสูงที่กำลังส่งยิ้มบางมาให้หญิงสาว ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งหนักยิ่งขึ้นว่าเดิม เพราะไม่สามารถเข้าใจเรื่องที่เขาพูดได้เลย

“นายไปเอามาจากไหนน่ะ ฉันไม่เห็นจะเคยได้ยิน” ร่างบางเขยิบไปด้านหน้าของชายหนุ่มก่อนพูดตอบกลับเขาไป

แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงยิ้มมุมปาก ไม่ยอมตอบคำถามของเธอ

หญิงสาวจึงหันไปสนใจแสงสว่างจากไฟของเมือง กระทั่งเธอชื่นชมจนพอใจ

ร่างบางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาที่ระบุว่าตอนนี้ห้าทุ่มห้าสิบนาทีที่ใกล้จะเปลี่ยนเป็นวันใหม่แล้ว ทำให้เธอต้องหันไปกระตุกแขนเสื้อชายหนุ่มข้างตัว

“กลับกันเถอะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อร่างสูงหันกลับมาสนใจเธอ

“อื้อ” เขาพยักหน้าเข้าใจ แล้วตอบรับเธอสั้นๆ

ร่างบางของหญิงสาวหมุนตัวเดินกลับไปทางรถประจำตัวของชายหนุ่มที่จอดสนิทดับเครื่องยนต์อยู่ไม่ห่าง

และในขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูรถนั่นเอง

...เกล็ดหิมะสีขาวก็ตกโปรยปรายล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองหิมะที่เริ่มตกหนักลงมาจากเบื้องบน ก่อนจะเปลี่ยนไปมองภาพความสวยงามของเกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาตัดกับแสงสว่างจากหลอดไฟในเมือง

นี่สิคริสต์มาส...

ร่างบางเหม่อมองสิ่งที่เห็นพลางคิดชื่นชมบรรยากาศงดงามตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มอย่างสุขใจ

.

.

.

“คริสต์มาสแท้ๆ แต่หิมะดันไม่ตก” เสียงจากร่างเล็กของเด็กหญิงที่เอ่ยออกมาด้วยความเสียดายดังขึ้นเรียกให้ชายหนุ่มต้องหันมามองเธอ

“อืม นั่นสิ” สึบารุตอบกลับอย่างนึกเห็นด้วยกับไฮบาระ ก่อนจะส่งรอยยิ้มบางให้เธอ

ไฮบาระมองรอยยิ้มของเขา ก่อนจะหันกลับไปมองวิวเบื้องหน้าอีกครั้ง

“คงยังไม่มีคู่รักใจตรงกันล่ะมั้ง...” เสียงเด็กหญิงเอ่ยพึมพำพอให้คนข้างตัวได้ยิน

ชายหนุ่มเพียงลอบยิ้มเล็กน้อยกับตัวเอง

ไฮบาระหันกลับมามองสึบารุที่กำลังทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าชมความงามของแสงไฟระยิบระยับจากตัวเมือง

“นายว่ามั้ย...” คำถามถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากเล็กของเด็กหญิงเพื่อพูดต่อประโยคก่อนหน้าของเธอให้จบ

สึบารุหันกลับมามองใบหน้าเรียบนิ่งของเด็กหญิงที่ทำตัวเกินอายุ ก่อนจะทำสีหน้าไม่เข้าใจในเรื่องที่เธอเอ่ยถาม

“หืม?

สีหน้าที่แสดงความไม่เข้าใจจากชายหนุ่มที่ส่งมาทำให้เด็กหญิงเบือนหน้าไปสนใจวิวเมืองเบื้องหน้าแทน

ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “ช่างเถอะ... กลับบ้านกันได้แล้ว”

“อื้อ” สึบารุตอบกลับสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มแบบฉบับของเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินตามร่างเล็กของเด็กหญิงไปที่รถซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ

ในจังหวะที่มือเล็กกำลังจะเปิดประตูรถนั่นเอง หิมะสีขาวเกล็ดเล็กก็ตกลงมาบนมือของเด็กหญิง

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้ามืดสนิทด้านบน ก่อนเบนสายตากลับไปมองวิวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสีระยิบระยับพร้อมหิมะโปรยปรายลงมา

ให้อารมณ์ความรู้สึกของวันคริสต์มาสอย่างแท้จริง

...เหมือนวันนั้นไม่มีผิด

ไฮบาระนึกขึ้น ก่อนจะสะบัดศีรษะไล่ความคิดที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นทิ้งแล้วเปิดประตูรถแล้วก้าวขาขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว

 

ในรถที่กำลังแล่นกลับไปยังตัวเมือง

เด็กหญิงนั่งเท้าคางทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถ พร้อมคิดถึงเรื่องเดิมที่เกิดขึ้นในวันคริสต์มาสปีนั้น

.

.

.

ภายในรถสีดำที่กำลังมุ่งกลับเข้าตัวเมืองเพื่อขับไปส่งหญิงสาวให้ถึงยังที่พัก

ชายหนุ่มผมสีดำยาวในชุดโค้ทสีเดียวกันนั้นเหลือบมองคนข้างตัวอยู่สักพัก

ก่อนจะยื่นส่งห่อของขวัญสีแดงขนาดพอดีมือที่ถูกผูกด้วยโบว์และริบบิ้นสีเขียวให้หญิงสาวที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

Merry Christmas” เสียงเข้มเอ่ยทั้งที่สายตายังคงมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้า

“หืม?ร่างบางของหญิงสาวหันมามองสนใจกล่องของขวัญในมือของชายหนุ่ม ก่อนเธอจะเอื้อมมือไปรับมันมาถือไว้

ร่างสูงเหลือบมองท่าทางของหญิงสาวอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันไปสนใจมองทางข้างหน้าต่อ

หญิงสาวพลิกกล่องของขวัญดูด้านซ้ายทีขวาที ก่อนจะลงมือแกะกระดาษห่ออย่างบรรจงเพื่อเปิดมันออกดู

“อะไรน่ะ” เสียงดังลอดออกจากริมฝีปากบางเอ่ยถามไปพลางด้วยความแปลกใจ

จนกระทั่งแกะกระดาษห่อสีแดงสดออกจนหมดก็พบกับกล่องกระดาษแข็งสีเรียบ มือเรียวไม่รอช้าเปิดกล่องกระดาษนั้นออกดู

ด้านในกล่องปรากฏขวดโหลใสลายดอกไม้สีสวยที่ถูกบรรจุด้วยช็อคโกแลตเอาไว้จนเต็มโหล

หญิงสาวเปิดปากขวดโหลออก ก่อนจะล้วงช็อคโกแลตจากในนั้นออกมาชิ้นหนึ่งแล้วนำมันใส่เข้าปากของเธอ

“ขอบใจนะ” เสียงหวานพูดก่อนจะหยิบช็อคโกแลตชิ้นใหม่ออกมา

ร่างบางเคี้ยวช็อตโกแลตพร้อมสีหน้าที่แสดงถึงความพึงพอใจและท่าทางมีความสุข พลางทอดสายตาออกไปมองบรรยากาศด้านนอกรถที่หิมะโปรยปรายอยู่ด้วยรอยยิ้ม

ชายหนุ่มมองเงาใบหน้าสวยที่สะท้อนกับกระจกรถ ก่อนจะยกยิ้มตามหญิงสาว

.

.

.

“อ่ะนี่.. ฉันให้”

ไฮบาระที่กำลังเหม่อมองด้านนอกรถ เลื่อนสายตาหันกลับมามองคนในรถเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเขาจนทำให้เธอได้สติ

สึบารุส่งยิ้มให้เล็กน้อย พร้อมยื่นกล่องของขวัญสีแดงลายกุหลาบที่ผูกด้วยริบบิ้นสีขาวและโบว์สีเดียวกันให้เด็กหญิง

ไฮบาระมองกล่องของขวัญในมือชายหนุ่ม ก่อนจะปรายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของสึบารุที่ส่งยิ้มมาให้

Merry Christmas” เสียงทุ้มแบบบุรุษเอ่ยพลางดันมือที่มีกล่องของขวัญอยู่ไปด้านหน้าร่างเล็ก เพื่อบอกให้เธอรับมันไป

“ของขวัญวันคริสต์มาส ซานตาคลอสเขาจะต้องเอาไปใส่ในถุงเท้าไม่ใช่เหรอไง” เด็กหญิงว่าพลางยื่นมือไปรับกล่องของขวัญนั้นมาถือเอาเอง

สึบารุเพียงยิ้มบางให้แล้วเลื่อนสายตาหันไปมองถนนเบื้องหน้า

ไฮบาระมองกล่องของขวัญในมือครู่หนึ่งก่อนจะวางมันลงบนหน้าตักของเธอ

“ช็อคโกแลตสินะ...” เด็กหญิงว่า

“ไม่แกะมันเหรอ” สึบารุเหลือบมองเด็กหญิงที่วางกล่องของขวัญเอาไว้บนตักของตัวเอง ก่อนเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ไม่จำเป็นหรอก” ไฮบาระเอ่ยก่อนจะละสายตาจากกล่องของขวัญที่ตัก แล้วหันออกไปมองวิวด้านนอกกระจกรถ

พร้อมรอยยิ้มบางกับตัวเอง...

ขณะเดียวกันชายหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่ก็ลอบยิ้มที่มุมปากด้วยเช่นกัน

ไฮบาระโอบรวบกล่องของขวัญสีแดงนั้นเอาไว้จนมันเลื่อนชิดกับตัวของเธอ พลางเหม่อมองหิมะสีขาวที่กำลังตกล่วงหล่นลงมาหนักขึ้น

ตอนนี้ความทรงจำที่เลือนรางของเธอปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวแล้ว...

เธอรู้แล้วว่า..เป็นเขา...

เช่นที่เขาเองก็รู้..ว่าเธอรู้...

...แต่ตราบใดที่เขายังคงไม่ยอม..เอ่ยปากยอมรับ

...เธอเองก็จะถือซะว่าเธอไม่รู้ว่าเขา..เป็นผู้ชายคนนั้นก็แล้วกัน

แล้วเธอจะรอ...

รอวันที่เขาจะพูดมันออกมา

รอวันที่เธอจะได้เผชิญหน้ากับเขา

ด้วยตัวตนที่แท้จริงของเขาและเธอ...

 

...เรื่องทุกอย่างกระจ่างแจ่มชัดแล้ว..ทั้งจากในความคิดความทรงจำ และในวันคริสต์มาส...

 









 

Fin.


 

******************************************************************************************* 



Part II : Okiya Subaru

Title : “ Christmas Gift ”

 

 

 

 

 

“ฉันเหรอ..ช็อคโกแลตล่ะมั้ง”

เสียงหวานของหญิงสาวที่กำลังนั่งทำหน้าเคร่งเครียดเปิดเอกสารปึกหนาพูดขึ้น ในขณะที่สายตาไม่ได้ละออกจากข้อมูลในกระดาษมากมายนั่น

ร่างบางขยับเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อยเนื่องจากนั่งอยู่ในท่านั้นมานานแล้ว ก่อนจะก้มหน้าเพ่งมองเอกสารสำคัญของงานเธอต่อ

“ง่ายดีจัง”

เสียงเรียบของชายหนุ่มที่เดินมานั่งอยู่ด้านตรงข้ามเอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นส่งถ้วยเครื่องดื่มร้อนในเธอ

“ดื่มก่อนสิ”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองถ้วยแก้วเครื่องดื่มร้อนก่อนจะทำหน้ายุ่ง แล้วจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง เมื่อเห็นว่าเขาส่งอะไรให้กับเธอ

“ฉันบอกว่ากาแฟดำไง” เสียงหวานแหวใส่เนื่องจากเครื่องดื่มที่ชายหนุ่มไปชงมาให้เธอไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการจะดื่มตามที่บอกเขาไปก่อนหน้า

เธอบอกเขาว่าเธอต้องการดื่มกาแฟดำ และเธอมั่นใจมากด้วยว่าเขาเองก็ได้ยินมันอย่างชัดเจนเต็มสองหู

แต่เพราะเหตุใดกาแฟดำที่ควรอยู่ในถ้วยตามที่เธอต้องการถึงได้กลายเป็นโกโก้ร้อนแทนไปได้

หญิงสาวเหลือบมองเครื่องดื่มสีน้ำตาลเข้มในถ้วยแก้วที่ชายหนุ่มกำลังยื่นส่งให้ ก่อนจะขมวดคิ้วมองหน้าชายหนุ่มอย่างต้องการทราบเหตุผลที่กาแฟดำของเธอถูกเปลี่ยน

“ดื่มแต่กาแฟมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงราบเรียบพลางทำหน้านิ่งแล้วยื่นถ้วยโกโก้ร้อนถ้วยนั้นไปจ่อตรงหน้าเธอ เรียกให้หญิงสาวต้องมองส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เขา

“นายพูดได้หรือไง ทีนายยังดื่มกาแฟกระป๋องเลย”

คำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างรู้สึกขบขัน

มันก็จริงของเธอ...

เพราะเขาเองก็เป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟมากไม่ได้แพ้หญิงสาวเลย

“เปลี่ยนบ้างจะเป็นอะไรไป” ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงติดตลก ก่อนพยักพเยิดหน้าไปทางถ้วยโกโก้ร้อนที่เริ่มอุ่นแล้วในมือ

“...”

หญิงสาวยอมยื่นมือไปรับโกโก้ร้อนแก้วนั้นมาดื่ม ก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะแล้วหันไปสนใจเอกสารจำนวนมากที่วางกองอยู่ข้างกัน

“ว่าแต่นายถามเรื่องนั้นทำไม” ร่างบางเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากกระดาษพวกนั้น เหมือนว่าไม่ได้สนใจในสิ่งที่เธอพูดมากนัก

“ไม่มีอะไรหรอก” ชายหนุ่มตอบพลางมองหญิงสาวกำลังหัวหมุนกับเอกสารปึกหนา

“อือ...” หญิงสาวตอบรับส่งๆ อย่างไม่ได้สนอะไรกับคำตอบของเขามากนัก

“...ก็สมเป็นเธอดี”

ร่างสูงลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เดินเข้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านตรงข้ามกับเขา

“ชิโฮะ...” เสียงเข้มของชายหนุ่มเงียบไป เมื่อรอการตอบรับจากร่างบาง

ชายหนุ่มผมสีดำยาวที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำไปทั้งร่างหยุดยืนตรงพนักพิงโซฟาที่ด้านหลังของหญิงสาวก่อนเอ่ยเรียกชื่อของเธอ พลางเอนตัวพิงกับโซฟาเพื่อพักขา

“อืม...” เสียงหวานครางงึมงำตอบรับ แต่ยังคงก้มหน้าวุ่นวายกับเอกสารกองโต

ร่างสูงก้มหน้ามองร่างบางที่กำลังตั้งใจรวบรวมเอกสารข้อมูลงานวิจัยของเธอเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างนั่น ก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่นแล้วพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

“ไม่มีอะไร... ฉันไปล่ะ” ชายหนุ่มว่าพลางยันตัวยืนขึ้นเตรียมจะเดินออกจากห้องพักของหญิงสาว

“โมโรโบชิ ได”

แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้เดินออกไป เสียงหวานของหญิงสาวเจ้าของห้องก็เอ่ยเรียกชื่อเพื่อรั้งเขาเอาไว้ซะก่อน

“หืม?” ร่างสูงหันกายกลับมามองชิโฮะที่กำลังหันหน้ามามองเขาอยู่เช่นกันด้วยความสงสัย

“อย่าลืมไปหาพี่ล่ะ” เสียงหวานเอ่ยพร้อมใบหน้านิ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำงานของเธอต่อ ไม่ทันได้เห็นสายตาและสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยของเขา

.

.

.

ร่างสมส่วนแบบผู้ชายสุขภาพดีสะดุ้งลุกพรวดพราดขึ้นจากที่นอน ก่อนจะยกมือซ้ายข้างที่ถนัดลูบใบหน้าเพื่อเรียกความสุขุมเยือกเย็นของตัวเองกลับมา

ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะเหลือบตามองนาฬิกาเรือนเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กข้างเตียงบอกเวลาตอนนี้ว่าเลยตีห้ามาเกินสิบนาทีแล้ว

เขาลุกขึ้นจากเตียงพลางขยับกายบิดแขนไล่ความปวดเมื่อยตามร่างกาย แล้วจึงเดินออกจากห้องนอนเข้าห้องน้ำไป

สายน้ำอุ่นจากเครื่องปรับน้ำอุ่นพรมสาดรดทั่วร่างกายแบบบุรุษเพศ ผมดำที่เคยยาวถึงกลางหลังถูกตัดจนสั้นตกลงมาปรกหน้าเพราะน้ำที่สาดลงมา

รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากอย่างขบขัน...

...ขบขันกับความฝันที่เข้ามาจู่โจมเขา

...ขบขันกับความคิดที่เขากำลังคิดอยู่

ร่างสูงใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการอาบน้ำแต่งตัวและปลอมตัว... ให้ตัวเองกลายเป็นนักศึกษาปริญญาโทหน้าหล่อ ...โอกิยะ สึบารุ

ก่อนจะเดินหายเข้าไปภายในห้องครัว

สึบารุหยิบขวดทรงเหลี่ยมที่ใส่น้ำสีอำพันชื่อ Bourbon วิสกี้ชั้นดีจากสหรัฐอเมริกา และแก้วพร้อมน้ำแข็งจากชั้นเก็บของในตู้เย็น เดินไปทำหน้าที่ประจำของตัวเองที่ห้องหนังสือบ้านคุโด้

บ้านที่เขาเข้ามาอาศัยเพราะต้องแอบทำเรื่องบางอย่างที่เป็นความลับร่วมกันกับนักสืบเด็กแว่นสุดฉลาด โดยไม่ให้มีใครอื่นรู้เรื่อง...โดยเฉพาะเธอ

เด็กหญิงผมสีน้ำตาลแดงที่อยู่ข้างบ้าน ...ไฮบาระ ไอ

เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยในร่างของเด็กประถม รอยยิ้มมุมปากก็ปรากฏขึ้นประดับบนใบหน้าหล่อ

ชายหนุ่มเปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปขึ้นมาพลางจัดการเสียบสมอลทอร์คไร้สายกับหูของตัวเองเพื่อดักฟังเรื่องราวต่างๆจากบ้านข้างเคียง แล้วจึงรินวิสกี้เบอร์บอนสุดโปรดลงแก้ว

แม้จะรู้ดีว่าที่บ้านหลังนั้นในตอนนี้จะยังไม่มีใครตื่นก็ตาม...

เมื่อปล่อยให้สมองว่างเปล่า ภาพความฝันก่อนหน้าก็ย้อนเข้ามาในความคิด แจ่มชัดซะยิ่งไปกว่าที่เห็นในฝัน

.

.

.

“อย่าลืมไปหาพี่ล่ะ”

“อืม” เขาตอบรับกลับไปสั้นๆ ก่อนจะออกจากห้องของเธอ

ทั้งที่วันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ และพรุ่งนี้ก็จะเป็นเทศกาลคริสต์มาส แต่เธอก็ยังคงวุ่นวายอยู่กับงานของตัวเอง โดยไม่คิดจะหาเวลาว่างให้ร่างกายได้พักผ่อน

ทั้งที่เขาตั้งใจจะชวนเธอไปกินข้าวข้างนอก...

ร่างสูงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาก่อนจะกดพิมพ์ข้อความประโยคสั้นๆ แล้วส่งมันไปยังที่อยู่อีเมล์ของหญิงสาวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเขา

ข้อความอีเมล์ถูกตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึงนาที

ไม่เป็นไรหรอก ไดคุง ไว้วันอื่นก็ได้...

เขาเหลือบมองอีเมล์ฉบับนั้น พลันท่าทางที่เคยเย็นชานิ่งสนิทก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิดจะปรากฏขึ้น

ขอโทษนะ...

...คือคำที่เขาคิดเสมอ คิดมาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้พูดเอื้อนเอ่ยมันออกไปเลยแม้สักครั้งเดียว

.

.

.

สึบารุกระดกน้ำสีอำพันแสบร้อนเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว ก่อนจะกลืนมันลงไป ความขมที่ไหลซึมผ่านลำคอยังไม่สามารถเทียบได้กับความรู้สึกภายในใจ

เขาเทวิสกี้เบอร์บอนลงแก้วก่อนจะกระดกมันครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งพอใจ

ชายหนุ่มวนแก้วเหล้าในมือจนเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกับแก้วดังแก็งเป็นจังหวะ ก่อนเขาจะวางมันลงบนโต๊ะ แล้วเหลือบมองไปทางปฏิทิน

25 ธันวาคม...

“หึ...”

เขาหัวเราะอยู่ในลำคอเมื่อจะคิดเรื่องบางอย่างได้ ช่างเหมาะเจาะซะเหลือเกิน...

“ช็อคโกแลตล่ะมั้ง...” เสียงหวานจากหญิงสาวในความทรงจำดังขึ้น

สึบารุส่ายศีรษะไล่ความมึนเบลอที่เกิดขึ้น พลางหันไปมองขวดเหล้าเบอร์บอนที่เหลือเพียงก้นขวด ก่อนจะลุกจากเก้าอี้กลับไปที่ครัว

มือหนาหยิบโทรศัพท์ติดมือมาด้วยเพราะว่าเขาจำเป็นต้องใช้มัน

ชายหนุ่มล้างหน้าด้วยน้ำจากก๊อกที่อ่างล้างจานเพื่อไล่อาการมึนของตัวเอง ก่อนจะยันตัวขึ้นเมื่อกลับมาเป็นปกติ

สึบารุมองเวลาในโทรศัพท์ที่เกือบหกโมงเช้าแล้ว จากนั้นจึงกดต่อสายไปยังคนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาขณะนี้เมื่อคำนวณเรื่องเวลาแล้วว่าไม่เป็นการรบกวนเธอ

“คุณยูกิโกะเหรอครับ คือว่าผม...”

 

ร่างสูงนำแม่พิมพ์ทั้งบล็อกรูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปหัวใจหลายบล็อกออกจากตู้แช่แข็ง แล้วจึงทำการแกะก้อนสีน้ำตาลเข้มทรงต่างๆเหล่านั้นออกจากแม่พิมพ์ใส่มันลงในโหลแก้วขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก

ก่อนจะหยิบมันออกมาชิมชิ้นหนึ่ง

ช็อคโกแลต ขนมหวานที่เขาไม่ค่อยชื่นชอบเท่าไรนัก หรือจะพูดให้ถูกว่าเขาไม่ได้โปรดปรานชื่นชอบขนมหวานเลยก็ว่าได้

ก็รสชาติดีใช้ได้...

นั่นคือสิ่งที่คิดเมื่อได้ชิมรสช็อคโกแลตฝีมือของตัวเอง ที่ตั้งใจทำออกมาเพื่อให้ใครบางคนได้กินมัน

ชายหนุ่มปิดขวดโหลแก้วอย่างแน่นหนาก่อนจะนำโหลที่ว่านั่นไปใส่กล่องกระดาษแล้วห่อมันด้วยกระดาษห่อของขวัญสีแดงสดลายกุหลาบสวย สุดท้ายก็ผูกริบบิ้นสีขาวและติดโบว์สีเดียวกันที่กล่อง

กลายเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เขาเป็นคนทำเองกับมือ

...ของขวัญคริสต์มาสที่เขาจะให้เธอ

สึบารุยิ้มกับตัวเองเล็กน้อยก่อนจะมองนาฬิกาบนผนังบอกว่าตอนนี้ล่วงเลยมาจนกระทั่งบ่ายโมงครึ่งแล้ว

เขาเก็บกล่องของขวัญนั่นเอาไว้ในช่องแช่กันมันละลายก่อนเวลาอันควร แม้จะไม่จำเป็นที่ต้องกังวลเรื่องนั้นเพราะสภาพอากาศที่หนาวเย็นตามฤดูกาลก็ตาม

ชายหนุ่มเดินไปเปิดโทรทัศน์ในห้องรับแขก พลางล้มตัวลงนั่งอย่างต้องการพัก

พอเขาคุยกับเจ้าของบ้านหน้าสาวที่อายุไม่สาวแล้วถึงวิธีการทำช็อคโกแลตอย่างง่ายเสร็จ เขาก็ออกไปซื้อของในช่วงเริ่มสาย แล้วกลับมาลองผิดลองถูกกับสูตรของเจ้าบ้านคุโด้ ยูกิโกะจนช็อคโกแลตของเขาเพิ่งจะสำเร็จไปเมื่อสักครู่

สึบารุเปิดโทรทัศน์แล้วปล่อยให้มันทำหน้าที่แสดงภาพและเสียงไป โดยที่เขาเองไม่ได้สนใจจะดูหรือฟังมันมากนัก

จนกระทั่ง...

ติ๊งต่อง

เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังเข้ามาในโสตประสาทเรียกสติเขาให้กลับมา

ผมลุกขึ้นจากโซฟาที่เพิ่งนั่งได้ไม่นาน ก่อนจะเดินออกไปทางหน้าบ้านที่ตอนนี้ผมเป็นคนดูแลอยู่ด้วยความสงสัย

ใครมากันนะ...

เมื่อผมเปิดประตูออกไป คนที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านด้วยสายตาเรียบเฉยนั่นก็ทำให้ผมประหลาดใจ

ทำไมถึงเป็นเธอ...

ผมสีน้ำตาลแดงเป็นเอกลักษณ์ซึ่งผมชอบและขนาดตัวที่เล็กเท่าเด็กประถมของเธอทำให้ผมต้องก้มหน้าลงเพื่อมองดูเธอ

จากนั้นใบหน้าประหลาดใจของผมเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มให้เธอทันที

“เธอเองเหรอ”

มีเพียงความเงียบตอบกลับมา แต่ใบหน้าเรียบที่กำลังมองผมอยู่นั้นคล้ายกับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่างอยู่

“เธอมีอะไรงั้นเหรอ” ผมเอ่ยถามไปอีกประโยคหนึ่ง

เธอหลุบสายตากลับลงไปมองพื้นโดยไม่ยอมมองหน้าผม

กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ...

“เปล่า พอดีด็อกเตอร์ไม่อยู่บ้าน... ร่างเล็กของเธอขยับเข้ามาใกล้ผมตรงประตูบ้าน

แต่ผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด

ผมรู้อยู่แล้วจากการแอบดักฟังที่บ้านของด็อกเตอร์อากาสะ ว่าวันนี้เขาจะไม่อยู่บ้านเพราะไปร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับเหล่านักประดิษฐ์ ซึ่งเด็กหญิงตรงหน้าปฏิเสธที่จะไปกับชายชรา

“ไม่มีอะไรทำ ฉันเลยเบื่อ ..ขอมาอยู่กับนายซักพักได้มั้ย

คำตอบจากคนตัวเล็กตรงหน้าทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นประหลาดใจอย่างรวดเร็ว

อันที่จริงก็รู้สึกแปลกใจในการกระทำของเธออยู่หรอก

แต่ลึกลงไปในใจกลับรู้สึกยินดีมากกว่า

เธอเป็นพวกปากหนัก ปากไม่ตรงกับใจ หรือพวกซึนเดเระนั่นแหละ...มั้งนะ

ผมส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบตกลง “ได้สิ”

 

เสียงพูดของนักข่าวรายงานข่าวเทศกาลคริสต์มาสในโทรทัศน์ดังลอดออกมา แต่ผมกลับไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากเท่าไหร่เพราะมัวแต่แอบลอบมองใบหน้าของร่างเล็กที่นั่งอยู่ด้วยกัน

จนกระทั่งถึงประโยคสุดท้ายเอ่ยปิดรายการข่าว

“คริสต์มาสปีนี้คุณให้อะไรคนรักหรือยังคะ”

ผมแอบยิ้มกับตัวเองพลางเหลือบมองใบหน้าเบื่อหน่ายของร่างเล็กด้านข้าง จึงจัดการกดรีโมทเพื่อเลื่อนช่องทีวีไปรายการอื่น

“ฉันไม่ดูการ์ตูน” คนตัวเล็กผมสีน้ำตาลแดงหันมาแว้ดใส่ผม พร้อมสีหน้าเอาเรื่อง

ผมไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเธอหรอกนะ และก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้อยู่ในวัยที่จะดูอะไรพวกนี้

แต่ว่า...

“อ้าว ฉันนึกว่าเธอจะชอบดูรายการพวกนี้มากกว่าข่าวซะอีก ...ทั้งที่ยังเป็นเด็กอยู่แท้ๆ”

หยอกเล่นหน่อยจะเป็นอะไรไป ท่าทางไม่พอใจพร้อมสายตาที่จะเอาเรื่องของเธอมันน่ารักจะตายไปสำหรับผม...

ผมส่งยิ้มให้เธอก่อนจะเลื่อนเปลี่ยนช่องอีกครั้ง

ภาพในโทรทัศน์ถูกเปลี่ยนเป็นละครรักโรแมนติก ผมมองภาพในจอพลางลอบยิ้มกับตัวเองเล็กน้อย เมื่อหางตาเห็นว่าร่างเล็กกำลังจ้องเขม็งมาที่ผมก่อนจะเบนหน้าหนีไปทางอื่น

ผมรู้ว่าเธอเองก็ไม่ได้ชื่นชอบละครรักหวานแหววโรแมนติกซึ่งดูราวกับเรื่องในเทพนิยายที่ห่างไกลจากความเป็นจริงเช่นกัน

“อ่ะ ของขวัญคริสต์มาส” เสียงจากเธอทำให้ผมหันไปมองด้วยความสนใจ

แต่ผมก็ต้องแสดงอาการตกใจออกมาเมื่อมองเห็นของในมือเธอ

ตั้งใจแกล้งกันสินะ...

ซองบุหรี่ยี่ห้อดังซึ่งผมโปรดปรานอยู่ในฝ่ามือเล็กที่ยื่นส่งมันมาตรงหน้าผม

ผมทำหน้าไม่เข้าใจก่อนพูดกับเธอ พลางยกมือดันแว่นเพื่อปิดบังรอยยิ้ม “หืม? แต่ว่าฉันไม่สูบ...”

“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่านายชอบสูบยี่ห้อนี้นี่น่า” เธอเอ่ยตัดบทรวดเร็ว จนผมเกือบหลุดสีหน้าไม่เข้าใจแล้วเปิดปากพูดยอมรับเอาง่ายๆ

“แหะๆ ฉันสูบไม่เป็นหรอกนะ” ผมหัวเราะแห้งๆ ตอบเธอกลับไป

“งั้นเหรอ” ร่างเล็กพูดขณะที่มองหน้าผมเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

“ช่างเถอะ เย็นนี้นายว่างหรือเปล่า” เธอเอ่ยอีกครั้งหลังจากเงียบไปนาน และคำพูดเธอก็เรียกให้ผมต้องแปลกใจได้ไม่น้อยเลย

“เอ๊ะ ก็ว่างนะ.. เธอมีอะไรงั้นเหรอ”

“พาฉันไปข้างนอกหน่อย

คำขอของเธอทำให้ผมต้องรู้สึกประหลาดมากขึ้นกว่าเดิม จนต้องถามตัวเองหลายครั้งว่าไม่ได้ฟังผิดไปหรืออย่างไรหรอกนะ

อืม..ได้สิ” ผมส่งยิ้มแล้วตอบกลับเธอไป

หลังจากนั้นเธอจึงเดินออกจากห้องไปทางหน้าบ้านเพื่อกลับบ้านของด็อกเตอร์อากาสะ

 

“รับอะไรดีคะ วันนี้ทางร้านเรามีเมนูพิเศษฉลองวันคริสต์มาสด้วยนะคะ” พนักงานผู้หญิงหน้าตาใช้ได้คนหนึ่งเอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ให้ผม

ผมยิ้มรับบางๆตามมารยาทก่อนจะเอ่ยรายการอาหารกับเธอ

“แซลมอนย่างซีอิ๊วกระทะร้อน แซลมอนมากิ ทาโกะยากิ และชาเขียวร้อน”

เสียงจากคนตัวเล็กเอ่ยแทรกขึ้นเรียกให้ผมหันกลับไปสนใจทันที แตกต่างจากพนักงานสาวที่ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองหน้าผมไม่เลิก

ร่างเล็กพูดเสียงดังขึ้นอีกนิดหน่อยเพื่อดึงสติของบริกรสาวกลับมา “คะ..คะ?”

เด็กหญิงเอ่ยทวนเมนูอาหารสำหรับเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่ปลายประโยค จนผมต้องแอบยิ้มขันอยู่ในใจ

เหมือนวันนั้นเลย...

ผมนึกถึงคริสต์มาสปีนั้น ในวันที่ผมไปกับเธอสองคน

หรือว่านี่เธอจะจงใจ...

“อย่าถือสาน้องสาวผมเลยนะครับ” ผมหันไปพูดกับพนักงานสาว ก่อนที่เธอจะเดินหายไป

“ใครเป็นน้องสาวนาย”

เป็นไปตามที่คิดเธอวีนใส่ผมทันที

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเองก็เลิกสนใจ แล้วหันไปมองอาหารหลากหลายเมนูที่เริ่มถูกทยอยนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ

 

“นี่ เดี๋ยวก็ละลายหมดหรอก” ผมพูดเมื่อเห็นร่างเล็กกำลังคิดอะไรอยู่จนไม่ได้สนใจของหวานด้านหน้าเธอ

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว... ไม่กินแล้ว นี่มันหน้าหนาว ฉันไม่อยากเป็นไข้หวัด” เธอดันถ้วยไอติมมาทางผม คงจะบอกว่าให้ผมจัดการเอาเอง

“กลับบ้านได้แล้ว” เสียงจากคนตัวเล็กพูด หลังจากผมได้จัดการกินไอติมที่เธอเป็นคนสั่งมาจนหมดถ้วยแล้ว

ผมตอบรับก่อนจะจูงมือพาเธอเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์

 

“นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่” เสียงจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้างร้องทักท้วงขึ้น เมื่อจำได้ว่าทางที่ผมกำลังขับรถมุ่งหน้าไปไม่ใช่ทางกลับบ้านของเธอ

“จะพาไปที่ที่หนึ่งก่อนน่ะ” ผมตอบพร้อมหันไปยิ้มกับเธอ

ถ้าเธอจงใจทำให้เหมือนวันนั้นจริงมันก็ยังมีอะไรที่ขาดไปอยู่...

ผมคิดพลางเหลือบมองร่างเล็กข้างตัวไปด้วย จนกระทั่งขับมาถึงจุดชมวิวบนเนินเขานอกเมือง แม้จะเป็นคนละที่กับตอนนั้นก็ตาม

คนตัวเล็กปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะเปิดประตูก้าวเท้าลงจากรถแล้วเดินไปยังจุดชมวิวเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร

ผมเดินตามเธอไป ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ข้างๆร่างเล็กของเด็กหญิง

“คริสต์มาสทั้งที แต่หิมะกลับไม่ตก” เธอเปรยกับตัวเองขณะสายตาทอดมองออกไปยังภาพวิวเบื้องหน้า แต่ผมได้ยินมันอย่างชัดเจน

ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่าเธอตั้งใจ...

ตั้งใจย้อนรอยเรื่องราวในวันนั้น

แต่หิมะเจ้ากรรมเองก็ดูเหมือนจะเป็นใจจริงๆ ที่ปีนี้ก็ไม่ยอมตกลงมา ผมเงยหน้าทอดมองท้องฟ้าดำมืดในฤดูหนาว

“...คริสต์มาสแท้ๆ แต่หิมะดันไม่ตก” เธอเอ่ยพลางเหล่มองมาที่ผมก่อนจะเบือนหน้าหนี เมื่อผมมองตอบกลับเธอ

“อืม นั่นสิ” ผมตอบรับอย่างเห็นด้วยแล้วยิ้มบางให้เธอที่หันมามองหน้าผมด้วยความสนใจ ก่อนเธอจะเบนหน้ากลับไปมองทิวทัศน์เมืองเบื้องหน้าอีกครั้ง

“คงยังไม่มีคู่รักใจตรงกันล่ะมั้ง...” เธอพึมพำอย่างตั้งใจให้ผมได้ยิน

ผมลอบยิ้มกลับตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเธอ ก่อนจะหันหน้ามองแสงสว่างระยิบระยับจากหลอดไฟหลากสีภายในเมืองใหญ่ที่แต่งแต้มเติมเต็มบรรยากาศดำมืดยามกลางคืน

“นายว่ามั้ย...” เธอต่อประโยคจนจบพลางหันมาจ้องหน้าผม

ผมหันไปมองพร้อมตีสีหน้าว่าไม่เข้าใจในเรื่องที่เธอพูด “หืม?

เธอมองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเบนหน้าหนีไปมองวิว พร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ “ช่างเถอะ... กลับบ้านกันได้แล้ว”

“อื้อ” ผมตอบรับกลับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินตามร่างเล็กของเธอไปที่รถคันเล็กสีแดงคันใหม่ของผม

ในขณะที่กำลังเดินกลับไปที่รถ เหตุการณ์ที่ราวกับเป็นเดจาวูก็เกิดซ้ำรอยขึ้นอย่างน่าประหลาด

หิมะสีขาวตกโปรยปรายล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า แต่งแต้มบรรยากาศในวันคริสต์มาสให้ดูสมกับเป็นคริสต์มาส

ผมแหงนหน้าขึ้นมองหิมะที่เริ่มตกหนักลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ก่อนจะเปลี่ยนไปมองภาพความสวยงามของเกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาตัดกับแสงสว่างจากหลอดไฟหลากสีระยิบระยับในเมือง

จากนั้นจึงเปลี่ยนเป้าสายตากลับไปมองร่างเล็กของเด็กหญิงที่นิ่งค้างจับประตูรถอยู่

ไม่คิดว่าจะเหมือนขนาดนี้...

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้ามืดสนิทด้านบน ก่อนเบนสายตากลับไปมองวิวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟพร้อมหิมะที่ตกโปรยปรายลงมา

ผมยิ้มเล็กน้อยกับภาพที่เห็น

ภาพของเด็กหญิงที่ซ้อนทับกับภาพของร่างบางที่เคยคุ้น

เหมือนจริงๆ เหมือนวันนั้นไม่มีผิด...

ร่างเล็กหลุดจากภวังค์ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปในนั้น ผมจึงเดินตามแล้วก้าวขึ้นรถตามเธอไปทันที

ผมสตาร์ทรถ ก่อนจะขับมันกลับไปทางถนนเข้าเมืองเพื่อกลับบ้าน พร้อมรอยยิ้ม

มันยังมีอีกสิ่งหนึ่ง...

...สิ่งสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้

ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน

.

.

.

ร่างสูงของสึบารุเหลือบมองเวลาจากนาฬิกาแขวนบนผนังบอกว่าตอนนี้ได้เวลาที่เขานัดกับเธอแล้ว

ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้เย็นในห้องครัวก่อนจะหยิบกล่องของขวัญคริสต์มาสสีแดงที่เขาตั้งใจทำออกมาแล้วจัดการใส่มันไว้ในเสื้อนอกของเขาเอง

จากนั้นจึงหยิบกุญแจรถและกุญแจบ้านเดินออกมาหน้าบ้าน แล้วจัดแจงใส่กุญแจปิดล็อกบ้านอย่างแน่นหนาจนเรียบร้อย

ก่อนจะขึ้นรถสีแดงของตนแล้วเลื่อนมันไปจอดที่หน้าบ้านอากาสะรอให้เด็กหญิงผมสีน้ำตาลแดงเดินออกมาจากตัวบ้าน

รอเวลาไม่นานร่างเล็กของไฮบาระก็เดินออกมาที่หน้าบ้าน

เธอเอ่ยบอกจุดหมายปลายทางและสิ่งที่ต้องการทำก่อนจะเปิดประตูแล้วขึ้นรถของเขา

ไม่นานรถของเขาก็ขับมาจนถึงห้างสรรพสิค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟกระพริบ และต้นสนปลอมที่ถูกจัดวางประดับตกแต่งเต็มพื้นที่ห้าง

 

ในขณะที่อยู่ภายในร้านอาหาร

ชายหนุ่มตั้งใจจะส่งของขวัญคริสต์มาสที่อยู่ในเสื้อนอกให้เด็กหญิงเลยในตอนนั้น แต่เมื่อเผลอคิดว่าเธอตั้งใจจะให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำกับในอดีตวันนั้น

ชายหนุ่มจึงตัดสินใจจะเก็บของขวัญเอาไว้ก่อนเพราะมันยังไม่ถึงเวลาสำคัญ

มันยังไม่เหมือนกับคริสต์มาสในวันนั้น

.

.

.

จนกระทั่งมาถึงช่วงเวลานี้

ผมเหลือบมองร่างเล็กที่กำลังเท้าคางตัวเองสอดส่องสายตาให้ความสนใจกับหิมะที่ด้านนอกหน้าต่างรถ ก่อนผมจะล้วงหยิบกล่องของขวัญชิ้นสำคัญนั้นออกมาจากเสื้อนอก

ผมก้มมองของในมือครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมันออกไปหาเธอตรงที่นั่งข้างคนขับ

“อ่ะนี่.. ฉันให้” เสียงผมพูดขึ้นเพื่อเรียกให้เธอหันมาสนใจ

และเธอก็ละสายตาจากหน้าต่างรถ หันกลับมามองผมจริงๆ

ร่างเล็กมองหน้าเปื้อนยิ้มของผม ก่อนจะเลื่อนมันลงไปมองกล่องของขวัญในมือของผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกับคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้

เธอปรายตากลับขึ้นมามองผมอีกครั้ง ผมจึงได้โอกาสพูด

Merry Christmas

ก่อนจะยื่นของขวัญในมือไปจ่ออยู่ตรงหน้าของเธอ เพื่อให้ร่างเล็กรับมันไป

“ของขวัญวันคริสต์มาส ซานตาคลอสเขาจะต้องเอาไปใส่ในถุงเท้าไม่ใช่เหรอไง” เธอพูดพลางเอื้อมมือมารับกล่องสีแดงจากมือของผมไปถือไว้

ผมมองพร้อมส่งรอยยิ้มแบบสึบารุให้เธอ ก่อนจะหันไปมองถนนเบื้องหน้า

“ช็อคโกแลตสินะ...” เธอว่าพลางก้มมองกล่องของขวัญบนตัก

“ไม่แกะมันเหรอ” ผมเลื่อนสายตากลับมามองร่างเล็กที่กำลังรวบแขนกอดกล่องของขวัญบนตักเธออยู่พร้อมเอ่ยถาม

“ไม่จำเป็นหรอก” เธอพูด ก่อนจะเบนหน้าหันไปมองวิวด้านนอกกระจกรถ

คงเดาได้สินะ...

หรือเธออาจจะมั่นใจแล้วจริงๆ...

ไม่ใช่แค่เรื่องช็อคโกแลต...

ผมหันกลับไปมองทางถนนข้างหน้ารถ พร้อมลอบยกยิ้มที่มุมปาก

“ไม่จำเป็นหรอก”

คำพูดนี้ของเธอทำให้ผมเข้าใจในที่สุด...ว่าเธอมั่นใจในความคิดของตัวเองแล้ว

มั่นใจว่าของที่อยู่ในกล่องของขวัญสีแดงนั่นคือช็อคโกแลต

และมั่นใจว่าผมเป็นคนคนนั้น

แต่ถ้าเธอมั่นใจแล้วว่าฉันเป็นผู้ชายคนนั้นทำไมถึงไม่คิดจะเอ่ยถามนะ...

...หรือบางที

เธอคงจะกำลังรอให้ฉันเป็นฝ่ายเข้าไปพูดกับเธอเอง อย่างนั้นสินะ...

ชิโฮะ...

 









 

Fin.



__________________________________________________

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าฟิคเรื่องนี้(ช่วงพาร์ทแรก)แต่งเสร็จตั้งแต่ก่อนคริสต์มาสอีกค่ะ 
แต่ไรท์ฯตั้งใจจะอัพฉลองคริสต์มาสนะคะ (อันที่จริงไรท์ฯหนีไปเที่ยว 555) 
ฟินกันหรือเปล่าไรท์ฯก็ไม่แน่ใจ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีซีนสวีทเลย//หัวเราะ
ยังไงก็ฝากติดตาม ติชมผลงานด้วยนะคะ//โค้งงง

ในตอบจบสำหรับไฮบาระคือเธอมั่นใจแล้วจริงๆว่าพี่แดงเป็นแฟนของพี่สาวเธอ ไม่ใช่แค่เพียงรู้สึกสงสัย
และสึบารุก็พอจะดูออกแล้วว่าไอจังก็สงสัยเขามากขึ้นและพยายามหาหลักฐานมาอ้างอิงความคิดตัวเองแล้ว
แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้เงียบๆ 
คนหนึ่งก็ไม่ถาม ทั้งที่อยากรู้แต่รอเขามาพูดกับเธอเอง อีกคนก็ไม่ยอมพูด เพื่อรอให้เธอเป็นคนเข้ามาถามเขาเอง
ทั้งคู่เลยปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป... 
แต่ที่สุดแล้วนั้นไอจังก็ทิ้งทิฐิและอคติที่มีต่อตัวพี่แดงไปหมดแล้ว เพราะว่าเริ่มไว้ใจเขาแล้ว ที่เขาเป็น...คนคนนั้น นั่นเองค่ะ
ประมาณว่าเปิดใจแล้ว 55555

ผลงานอื่นๆ ของ Sherry R

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. #12 Patt
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 01:44

    ชอบบรรยากาศ อารมณ์ ดูเหงาๆ เศร้า ซึมๆ ไม่ต่างจากเราเลย ในเรื่องไม่ได้บอกว่าตัวละครเหงา แต่เรารู้สึกเหลือเกินว่ามันไม่ต่างอะไรกับเราตอนนี้แน่ๆ :) ขอบคุณนะคะ

    #12
    0
  2. #11 Future
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 23:02
    กลับมาอ่านวันคริสต์มาส ฟินนนน~
    #11
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #9 punny-choco (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 14:24
    น่ารักเบาๆ //แค่นี้ก็ฟินเวอร์
    #9
    1
    • #9-1 Sherry R(จากตอนที่ 1)
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:11
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ^^
      #9-1
  5. วันที่ 15 มกราคม 2559 / 08:34
    จริงๆไม่ควรอ่านฟิคตอนเดทกับแฟนอยู่แล่วล่ะค่ะพี่จัส .... //ลอยๆไม่ได้พิงเลยยยยย

    คือ...อืม.... เอาไงดี..... ดีที่ไม่แสดงออกว่ากุ๊กกิ๊กกัน มันดูเรียลมากค่ะ -..-
    คือไม่รู้จะพูดอะไร ตอนนี้ใจอยู่ที่ลูกพี่เต็มร้อยจริงๆ (อาจจะมีไปหาสึบารุ แต่ถ้าเมื่อใดสึบารุกลับเป็นชู.... ไม่รู้สิตอนนี้เราจิ้นไม่ออก จิ้นออกแต่ให้ชูเจ็บๆ 5555555)
    น่ารักมุ้งมิ้งใสๆมีโมเม้นน่ารักๆ คือยังไงก็ชอบสายโลลิสึบารุไอ มากกว่าชูเชอรี่ ค่ะ -..- (จริงๆมันก็กินเด็กหมดแหละเคมีไฮบาระ แต่ไฮบาระมันเด็กประถมแต่ชิโฮะมันม.ปลายมหาลัยไง) เพราะงั้นเลยมองพี่แดงและเฮียชูเป็นคนละคนกัน ... สึบารุเรายังอวยค่ะ นางน่ารัก 555555555 (จริงๆนะ สึบารุดูน่ารักกว่าชูหลายเท่าเลย ._.)

    #8
    1
    • #8-1 Sherry R
      29 มกราคม 2559 / 03:01
      จริงๆไม่ควรอ่านฟิคตอนเดทกับแฟนอยู่แล่วล่ะค่ะพี่จัส... <<< หนูยังกล้าพูดกับพี่แบบนี้เหรอ... ก็นึกว่าจะมีโมเม้นอะไรหวานๆซึ้งๆ ที่ไหนได้.. กลายเป็นดราม่าที่ต้องเบลอ.....

      ก็แบบตั้งใจให้ไม่มีอะไรเลย เอาแบบเรียลสุดๆเลย แต่ก็อยากให้แฝงความอบอุ่นไว้นิดๆ ตามภาษาวันคริสต์มาสที่คนต้องการไออุ่น

      เรื่องอวยลูกพี่ยินนี่ไปตามๆกันเลยจ้า เกลียดเฮียจริงจังมากจนแต่งฟิคเฮียไม่ได้แล้วค่ะเนี่ยคุณน้องงงง
      พี่ชอบสายโลลิมั้ง แต่เป็นพี่แดงมันอบอุ่นกว่า 5555 มองให้เป็นเฮียชูไม่ได้จริงๆ มันคนละความรู้สึกเลย
      ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ค่ะ
      #8-1
  6. วันที่ 1 มกราคม 2559 / 23:30
    เม้นได้แล้วอ่ะ ดีใจ>_< กริ๊ดดังๆได้มั้ยคะ...กริ๊ดดดด >0< น่ารัก น่ารักมากๆ น่ารักที่สุด พี่แดงอบอุ่น โรแมนติก เป็นเพอร์เฟกต์แมน พิสูจน์แล้วสินะ ไม่ว่าจะร่างไหน คนที่เฮียรักและให้ความสำคัญมาตลอดคือไอจัง ถึงขนาดปัดอาเคมิเพื่อชิโฮะอ่ะ.. ยิ่งตัดมาตอนปัจจุบัน พี่แดงดูแฮปปี้มกับการดูแล คอยเป็นห่วงไอจังทุกๆวัน ดูเป็นความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนอ่ะค่ะ ชอบ>_< น่ารักมากๆ ทุกๆอย่างที่พี่แดงทำเพื่อไอจัง ไอจังเองก็รับรู้ได้สินะ ว่าเฮียเขารักมากแค่ไหนน่ะ555 ตอนนี้ควรจะมีในออริจินัลค่ะ! ควรมากกก >< #ไร้สาระพอแล้วเรา555 ขอบคุณสำหรับฟิคอบอุ่นหัวใจนะคะ^^
    #7
    0
  7. วันที่ 1 มกราคม 2559 / 23:28
    เม้นได้แล้วอ่ะ ดีใจ>_< กริ๊ดดังๆได้มั้ยคะ...กริ๊ดดดด >0< น่ารัก น่ารักมากๆ น่ารักที่สุด พี่แดงอบอุ่น โรแมนติก เป็นเพอร์เฟกต์แมน พิสูจน์แล้วสินะ ไม่ว่าจะร่างไหน คนที่เฮียรักและให้ความสำคัญมาตลอดคือไอจัง ถึงขนาดปัดอาเคมิเพื่อชิโฮะอ่ะ.. ยิ่งตัดมาตอนปัจจุบัน พี่แดงดูแฮปปี้มกับการดูแล คอยเป็นห่วงไอจังทุกๆวัน ดูเป็นความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนอ่ะค่ะ ชอบ>_< น่ารักมากๆ ทุกๆอย่างที่พี่แดงทำเพื่อไอจัง ไอจังเองก็รับรู้ได้สินะ ว่าเฮียเขารักมากแค่ไหนน่ะ555 ตอนนี้ควรจะมีในออริจินัลค่ะ! ควรมากกก >< #ไร้สาระพอแล้วเรา555 ขอบคุณสำหรับฟิคอบอุ่นหัวใจนะคะ^^
    #6
    1
    • #6-1 Sherry R
      29 มกราคม 2559 / 02:55
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ก่อนเลยค่ะ อิอิ ไรท์ชอบพี่แดงเป็นพิเศษค่ะ ส่วนเรื่องในอดีตอย่าไปพูดถึงเลยค่ะ ไรท์จะพาลนึกเกลียดเฮียขึ้นมาอีก ตั้งใจให้ฟิคออกมาอบอุ่นนิดๆไม่หวานเลี่ยนดูเรียลๆค่ะ เพราะไรท์นอนตายกับฟิคไลแลคของบางคนไปแล้วค่ะ ร้องไห้ตอนเดทมันไม่ตลกเลยนะคะ 555555 ขอบคุณที่ติดตาม อิอิ
      #6-1
  8. วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 01:10
    โอย ตายแล้ว คู่นี้มาหวานอีกแล้ว 55.

    ในส่วนของพาร์ทแรก...สำหรับเรา มันให้ความรู้สึกเหงาแบบอบอุ่น จะว่าไงดี ความเหงาที่ว่ามันเหงาแบบ..มันเงียบนิ่ง ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากเหมือนในอดีต เพราะต่างคนต่างก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่แท้จริงของตัวเอง เหมือนไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเข้าหากันเหมือนเมื่อก่อน ส่วนความอบอุ่นนั้น...แน่นอนล่ะว่าพี่แดงดูอบอุ่นอีกแล้ว(ในตอนที่เป็นเฮียชูก็ด้วย) ถึงจะทำอะไรนิดๆหน่อยๆ แต่มันดูอบอุ่นไปหมดเลย 

    แต่คู่นี้นี่มัน..ไอจังก็รู้ตัวจริงอีกฝ่ายแล้วอ่ะเนอะ ส่วนพี่แดงก็ยังจะแกล้งทำเป็นว่าไม่ใช่อีก แต่ไอจังน่ารักตรงที่ว่าจะยอมรอจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมรับความจริงว่าเขาเป็นใคร แม้จะอยากรู้ใจจะขาดก็เถอะ 55.  ถือเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายดีนะ เป็นผู้หญิงที่ดีจริงๆ 55.

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...ไม่ว่าจะคริสต์มาสนี้หรือในอดีต ก็ยังคงได้อยู่ด้วยกันอยู่ดีเนอะ ดีจังเลยนะไอจัง



    ส่วนในพาร์ทของพี่แดง...ฝันถึงเรื่องราวเมื่ออดีตเลยเนอะ แถมตื่นมาก็ซัดเหล้าแต่เช้าเชียว 55. ดีหรอกว่าไม่เมา แต่น่ารักอ่ะ จดจำเรื่องราวและรายละเอียดของอีกฝ่ายได้ดีอย่างไม่มีลืมเลยเนอะ ถึงได้โทรไปถามยูกิโกะเพราะอยากจะทำช็อกโกแลต มันแบบเห้ย! ทำให้เองเลยเหรอ? ของขวัญชิ้นแรกที่ทำเองซะด้วย ให้คนสำคัญก็งี้แหละเนอะ 55.

    ไอจังโผล่มาก็พาให้พี่แดงประหลาดใจไปหลายรอบเลยเหมือนกัน ชอบจัง ชอบที่พี่แดงคิดว่าไอจังตั้งใจจะแกล้งกันตอนที่ยื่นบุหรี่ให้ น่ารัก

    แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันสร้างเรื่องราวให้มันเป็นเหมือนกับอดีตที่เคยได้ใช้วันคริสต์มาสร่วมกัน...รวมทั้งโชคชะตายังเข้าข้างด้วยการที่หิมะยังไม่ตก  แต่สุดท้ายก็มาตกเอาตอนท้ายเหมือนในวันนั้นซะด้วย คิดเอาเถอะ ขนาดโชคชะตายังเป็นใจ แล้วคุณทั้งสองจะไม่รักกันได้อย่างไรกันล่ะ? ฮา.  แต่นะ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ถึงตัวตนอีกฝ่ายกันขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังถือตัวไม่ยอมพูดยอมถามอีก ก็คงต้องรอให้ถึงเวลาที่พร้อมกันทั้งฝ่ายนั่นแหละเนอะ

    และพี่แดง...คุณคงมีความสุขมากสินะกับการเฝ้ามองชิโฮะร่างเด็กน้อยแบบนี้น่ะ?? 55.



    สุดท้ายก็ขอบคุณไรต์เตอร์สำหรับฟิคสนุกๆ ที่มาพร้อมบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่ชวนให้โหยหา 55. คู่นี้ยังคงน่ารักเสมอ.

    รอติดตามผลงานของคู่นี้เรื่องต่อๆ ไปนะคะ สู้ๆ ค่ะ :) 

     
    #5
    1
    • #5-1 Sherry R
      29 มกราคม 2559 / 02:52
      มายาวอีกแล้วววววว ต้องขอบคุณมากเลยนะคะ อ่านคอมเมนต์ทีไร เป็นปลื้มทุกที
      เหงาแบบเหงา...แบบเงียบนิ่ง จะพยายามทำความเข้าใจนะคะ 5555
      อันที่จริงไอจังก็มีมุมแบบนี้เสมอนะคะ ขมๆดี แต่ว่าตั้งใจให้พาร์ทพี่แดงอบอุ่นค่ะ เพราะแบบนั้นดูเป็น"สึบารุ"มากกว่า
      ไรท์ฯมองว่าสึบารุ ไม่ใช่ ชูอิจิ นะคะ มองให้เป็นคนละคนคนละความรู้สึกน่ะค่ะ ไรท์ฯชอบมาดสึบารุมากกว่าค่ะ
      เลยเอนเอียงเขียนหวานๆอบอุ่นให้พี่แดง อันที่จริงในเนื้อเรื่องโคนันจริงๆ ไฮบาระก็ระแคะระคายมากแล้วค่ะ
      แต่เหมือนว่าจะไม่ยอมเอ่ยถามตรงๆ คล้ายจะรอฝั่งพี่แดงมาพูดมาอธิบายมากกว่า
      อันนี้เขียนให้ตั้งใจอยู่ด้วยกันในคริสต์มาสค่ะ เนื่องมาจากไรท์ฯขมขื่นกับฟิคไลแลคสีม่วงตอนเดทกับแฟนเลยมาแก้ขัดในฟิคตัวเองแทน

      เอิ่มฉากฝันนั่นอันทีจริงก็ไม่คิดจะใส่ แต่ฝันต่อให้มันเป็นเรื่องราวเลยจะดูอินกว่า เรื่องจดจำรายละเอียดของกันและกันได้นี่คือ ในความเห็นส่วนตัวนะคะ
      ไรท์ฯเห็นไฮบาระพยายามซอกแซกถามเด็กแว่นเสมอว่าอากาอิ นี่มีลักษณะคล้ายคนที่เธอรู้จักเลยนะ
      ก็เลยปักหลักเชื่อว่าไอจังต้องสนิทกับแฟนพี่สาวพอสมส่วนถึงจดจำรายละเอียดของเขาได้ จากแค่การบอกเล่าของเด็กแว่น
      ส่วนของสึบารุนี่ ไรท์ฯคิดว่าความสามารถของเฮียแกน่าจะจดจำอะไรเล็กๆน้อยๆของน้องสาวแฟนได้เหมือนกันค่ะ

      เรื่องดำเนินรอยตามอดีตทบทวนความจำนั่น เป็นโมเม้นที่ไรท์ตั้งใจเขียนค่ะ ^^ แล้วโชคชะตาก็เป็นใจให้ตอนท้ายปิดฉากหวานๆเล็กๆ
      ปล่อยให้ทั้งสองคนเข้าใจอะไรอยู่ในใจตัวเอง แล้วรอพูดออกมาเมื่อพร้อม

      เอิ่ม ไรท์ฯแอบปลื้มผู้ชายที่อายุมากกว่าผู้หญิงมากๆน่ะค่ะ จะเรียกโลลิค่อนก็ไม่เชิง เพราะถ้าหากไอจัง17 พี่แดง 37อะไรงี้ ไรท์ก็ปลื้มค่ะ
      รุ่นไฮสคูลแล้วจะเรียกโลลิได้มั้ยนะ เอาเป็นว่าชอบความห่างของอายุฝ่ายชายหญิงค่ะ 55555 ไรท์ชอบคนแก่

      สุดท้ายขอบคุณที่ติดตามฟิคมาตลอดนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ที่น่าปลื้มนี้ด้วยค่ะ
      #5-1
  9. #4 i jung
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 10:43
    ชอบๆๆๆมากๆๆเลยค่ะ ขอบคุณไรท์ที่แต่งมาให้อ่าน ฟินกันก่อนวันคริสมาต //โค้งๆ
    #4
    1
    • #4-1 Sherry R
      24 ธันวาคม 2558 / 12:21
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์เช่นกันนะคะ อันที่จริงว่าจะอัพวันคริสต์มาสหรือคริสต์มาสอีฟ แต่ไรท์มีนัดเลยกลัวจะไม่มีเวลาอัพค่ะ
      #4-1
  10. วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 23:32
    ถึงจะไม่หวานหวือหวามาก แต่ก็ทำให้อ่านแล้วฟินได้ค่ะ>< (มโนว่าอนาคตอยากได้แฟนแบบสึบารุ(?) ชอบตอนที่เฮียชูโทรไปหายูกิโกะขอสูตรทำช็อกโกแลต มันแบบว่า.... อยากให้มีในเนื้อเรื่องหลักจริงๆเลยยย><
    #3
    1
    • #3-1 Sherry R
      24 ธันวาคม 2558 / 12:19
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ คนอ่านฟิน ไรท์ก็ดีใจ
      ไรท์ก็อยากได้แฟนแบบสึบารุค่ะ ที่โทรหายูกิโกะเพราะว่าเธอเป็นคนสอนพี่แดงทำอาหาร เพราะงั้นขนมก็น่าจะสอนทำให้ได้ค่ะ อิอิ
      #3-1
  11. #2 ainaniya
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 14:42
    อ๋อยย ชอบมาก รู้ทันกันตลอดแต่ก็ยังกั๊กไว้ ต่างคนต่างจำรายละเอียดของอีกฝ่ายได้ น่ารักอ่ะ เฮียทำชอคโกแลตเองด้วย ถ้าแฟนทำอย่างนี้มั่งรักตายเลยย fin
    #2
    1
    • #2-1 Sherry R
      23 ธันวาคม 2558 / 15:31
      ถ้าจำไม่ได้เฮียก็คงไม่รู้ทันความคิดของไอจัง แล้วไอจังก็ไม่สะกิดใจเรื่องพี่แดงหรอกค่ะ อิอิ ตอนแรกไรท์กะเขียนให้เฮียซื้อ แต่ในฐานะที่เป็นพี่แดง ก็ต้องทำเองสิถึงจะน่ารักกว่า >.,<
      #2-1
  12. วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 12:45
    ชอบค่ะ อ่านแล้วฟิน
    #1
    1
    • #1-1 Sherry R
      23 ธันวาคม 2558 / 15:29
      ขอบคุณมากค่ะ ไรท์ก็ดีใจที่คนอ่านชอบ ^^
      #1-1