นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

4,767

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


4,767

ความคิดเห็น


22

คนติดตาม


105
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ธ.ค. 58 / 02:29 น.
นิยาย Short Fic : Detective Conan [Subaru x Ai / Shuichi x Shiho]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ธ.ค. 58 / 02:29




Short Fic : Detective Conan

[Okiya Subaru x Haibara Ai / Akai Shuichi x Miyano Shiho]

Title : “ Again ”

 

 

 

 

ภายในบ้านหลังใหญ่ในเมืองเบกะหมู่สอง

“จะดีเหรอ” เสียงผู้เป็นเจ้าของบ้านอากาสะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะกังวลใจอยู่ในที

“ดีค่ะ” เสียงเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นผู้อาศัยตอบกลับมาทันที

“แต่ว่า...” เสียงของคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่ายังคงพึมพำออกมาด้วยความกังวล

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” แต่คนที่เด็กกว่ากลับเอ่ยขัดจังหวะการพูดของอีกฝ่าย

“หนูไอ..” ผู้ใหญ่เจ้าของบ้านจึงยอมจำนนต่อท่าทีคัดค้านของเด็กหญิง ทำได้เพียงเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยเสียงอันเบาหวิว

“ด็อกเตอร์รีบไปเถอะค่ะ แค่ก แค่ก” เสียงเด็กหญิงเอ่ยแกมไล่กรายๆ ให้ชายชรารีบออกไปจากที่ตรงนี้

“ฉันว่า..”

“ถ้าไม่รีบเดินทาง แค่กๆ จะไปถึงที่นู่นค่ำซะก่อนนะคะ”

เสียงของด็อกเตอร์อากาสะ ถูกเด็กหญิงเอ่ยขัดขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะยกเอาเหตุผลมาพูดถึงเรื่องการเดินทางที่เขาต้องไปเป็นข้ออ้างเพื่อเร่งให้เขารีบไป

“ฉันไม่ไปดีกว่านะ” ด็อกเตอร์เอ่ยพร้อมมองสภาพของเด็กหญิงที่เป็นห่วงเหมือนลูกหลาน

“ไม่ดีค่ะ แค่กๆ แค่กๆ” เด็กหญิงเอ่ยโต้แย้งขึ้นเสียงดัง เรียกให้อาการไอของตัวเองรุนแรงขึ้นมาเล็กน้อย

ด็อกเตอร์อากาสะมองร่างเล็กของเด็กหญิงนอนซมไอค่อกแค่กเพราะพิษของไข้หวัด ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาปลงตกกับความดื้อรั้นและหัวแข็งของเธอ

อันที่จริงแล้ววันนี้ชายชราจะต้องเดินทางไปที่ซัปโปโรเพื่อไปร่วมงานนักประดิษฐ์ประจำปีในวันรุ่งขึ้น แต่ไฮบาระ ไอ เด็กหญิงที่เขาเป็นคนช่วยดูแลหลังจากที่เธอหนีออกมาจากองค์กรชุดดำพวกนั้นแล้ว กลับมาป่วยนอนซมเพราะพิษไข้ฤดูหนาวเอาซะได้

ในตอนแรกนั้นด็อกเตอร์เองก็คิดที่จะยอมตัดใจไม่ไปร่วมงานนักประดิษฐ์ที่ว่านั่น แต่เมื่อเด็กหญิงรู้ว่าเขาจะทิ้งโอกาสในการนำผลงานไปโชว์ก็คัดค้านยืนกรานให้เขาไปเข้าร่วมงานให้ได้ เพราะเธอไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ชายชราเสียโอกาสที่ดีแบบนี้ไป

ครั้นชายชราจะเอาเธอไปด้วยเพราะความเป็นห่วง ร่างกายของเด็กหญิงก็สู้สภาพอากาศของจังหวัดฮอกไกโดไม่ไหว ถ้าพาเธอไปก็มีแต่จะรังให้อาการไข้หวัดของเธอแย่ลงอีก

สุดท้ายแล้วด็อกเตอร์อากาสะจึงต้องตัดใจ และไปงานนักประดิษฐ์เพียงคนเดียว แต่พอจะออกเดินทางอาการของเด็กหญิงกับทรุดลงไปอีก ไอติดต่อกันไม่หยุด แถมไข้ก็สูงขึ้น ทั้งที่เมื่อตอนกลางวันชายชราก็พาเธอไปหาหมอให้ตรวจอาการเรียบร้อยแล้ว

ชายเจ้าของบ้านมองเด็กหญิงด้วยแววตากังวลอีกครั้งก่อนจะเดินหายออกไปจากส่วนของห้องนอน แล้วกลับเข้ามาพร้อมตลับใส่ยาแบบสามช่องที่เขาจัดชุดยามาไว้ให้เธอกิน

ในตลับยาแต่ละช่องมีเม็ดยาอยู่ในนั้นช่องละสามเม็ด เด็กหญิงคาดว่านั่นคงเป็นยาลดไข้ แก้ไอ และแก้หวัด

ด็อกเตอร์วางตลับยานั้นลงที่โต๊ะเล็กข้างเตียงบริเวณหัวนอนของเด็กหญิงในตำแหน่งที่เธอสามารถเอื้อมมาหยิบถึง พร้อมกับแก้วน้ำและขวดน้ำ

“เอื้อมหยิบถึงมั้ย ไอคุง” ด็อกเตอร์อากาสะเอ่ยถาม ทำให้เด็กหญิงที่กำลังนอนไอไม่หยุดเงยหน้าขึ้นมองตำแหน่งที่วางยา

“ถึงค่ะ แค่กๆ” ไฮบาระตอบรับก่อนจะหันไปไออีกครั้ง

“งั้นฉันไปก่อนนะ”

ด็อกเตอร์พูดถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้เด็กหญิงเปลี่ยนความคิดใหม่ ยอมให้เขาดูแลเธอแล้วไม่ไปร่วมงาน แต่ไฮบาระกลับพยักหน้าตอบรับง่ายๆ แล้วนอนหันหลังให้แกล้งทำเป็นจะหลับ

“ยานี่กินหลังอาหารตอนเย็น แล้วก็พรุ่งนี้เช้ากับเย็นนะ” อากาสะ ฮิโรชิ มองเด็กหญิงด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใยก่อนจะเอ่ยให้เธอทราบถึงกำหนดการกินยา

เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงนอนนิ่งเงียบไปแล้ว เขาจึงหันหลังเดินออกจากห้อง แต่ในตอนที่กำลังจะพ้นระยะนั้น ชายชราก็หันกลับมาพูดกับเธออีกครั้ง

“อะ เอ่อ...ฉันจะรีบกลับมา คงจะถึงพรุ่งนี้ตอนหัวค่ำ”

จบประโยคเขาก็เดินออกจากบ้านไปที่รถเต่าสีเหลืองของตน แต่ก็ยังคงไม่สามารถคลายความกังวลเรื่องของเด็กหญิงได้

 

ทว่า ชายชราก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างออก รีบล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสาย

“ชินอิจิ คือว่า หนูไอน่ะ...”

แล้วชายชราก็เล่าเรื่องอาการของเด็กหญิง และเรื่องที่เขาไม่สามารถอยู่ดูแลเธอได้ให้ชินอิจิ หรือในตอนนี้อยู่ในสภาพของเอโดงาวะ โคนันฟัง

หืม ยัยนั่นเป็นไข้เหรอ

“ใช่ เพราะงั้นเธอช่วยมาดูแลเขาแทนฉันหน่อยสิ”

อืม.. คงไม่ได้หรอกครับด็อกเตอร์ ตอนนี้ผมอยู่มิยาซากิ คุณลุงโดนจ้างมาให้สืบคดี

“ห๊า อะไรนะ งั้นแล้วใครจะช่วยดูหนูไอล่ะ”

ความหวังที่จะพึ่งพาเด็กหนุ่มที่แม้ตอนนี้จะกลายเป็นเด็กชายให้ช่วยหลุดลอยหายไปด้วยความรวดเร็ว สมองของชายชราพยายามประมวลผลหาวิธีแก้ไขวิธีอื่น

“มีอะไรเหรอครับ” แล้วเสียงเข้มแบบบุรุษก็ดังแทรกเข้ามาในความคิด

“อ่า สึบารุคุง..”

 

 

 

ไฮบาระที่นอนหอบหายใจเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายอยู่บนเตียงมองด็อกเตอร์เดินหายออกไปจากห้องนอน ไม่นานก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถเต่าของเขาก่อนที่เสียงเล่านั้นจะเงียบหายไป

เด็กหญิงแหงนหน้ามองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาว่าเริ่มเข้าช่วงเย็น แล้วจึงหันกลับมามองตลับใส่ยาที่วางอยู่ข้างเตียง

เฮ้อ แค่จะลุกขึ้นยังไม่มีแรงเลย แล้วจะไปหาข้าวเย็นกินจากไหน

เธอคิดกับตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นกดตรงบริเวณขมับเพราะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา พลันก็เกิดเสียงกุกกักจากทางประตูหน้าบ้านดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของเธอ

แต่เธอกับไม่สามารถขยับตัวลงจากเตียงเพื่อเดินไปดูต้นตอของเสียงนั้นได้ ทำได้เพียงกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้เพื่อบรรเทาอาการปวดตุบนั่น

แล้วไม่นานต้นเหตุของเสียงที่ดังอยู่หน้าประตูก็แสดงตัวให้เธอเห็น

“นายเอง แค่ก แค่ก ..เหรอ”

เด็กหญิงคลายมือที่แตะขมับของตนออก เพราะอาการปวดศีรษะเริ่มบรรเทาลงแล้ว หันหน้าไปจ้องผู้บุกรุกที่เดินเข้ามาใกล้

“ด็อกเตอร์ล่ะสิ แค่กๆ”

คนตัวเล็กที่อยู่บนเตียงเอ่ยพูดกับชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนมองเธอด้วยรอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้าเหมือนเป็นการตอบรับสิ่งที่เธอคิด พร้อมกับหม้อข้าวต้มที่กำลังส่งกลิ่นหอมฉุย

ว่าแล้วเชียว..

แค่เห็นหน้าเขาเด็กหญิงก็รู้ได้ทันทีว่าเพราะอะไรชายหนุ่มถึงได้เดินดุ่มเข้ามาที่บ้านของด็อกเตอร์อากาสะพร้อมกับหม้อข้าวต้มได้

นั่นก็คงเป็นเพราะว่าด็อกเตอร์ขอให้เขาช่วยมาดูแลเธอที่กำลังนอนซมเพราะพิษไข้อยู่ และด้วยเหตุผลนั้นก็เลยมาพร้อมกับข้าวต้ม ...อาหารพื้นฐานของคนป่วย

 

.

.

“มีอะไรเหรอครับ”

“อ่า สึบารุคุง..”

“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” ชายหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เอ่อ งั้นสึบารุคุง ช่วยดูแลหนูไอแทนฉันหน่อยได้มั้ย” ด็อกเตอร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห่วงกังวล พร้อมแสดงสีหน้าขอร้องชายหนุ่ม

“หนูไอเป็นไข้หวัดนอนซมอยู่ในบ้านน่ะ แต่ฉันต้องไปร่วมงานนักประดิษฐ์ที่ซัปโปโร เพราะงั้น...”

“เข้าใจแล้วครับ” สึบารุตอบรับทันทีเมื่อเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว

.

.

 

โอกิยะ สึบารุ ยืนส่งยิ้มให้เด็กหญิง ก่อนจะเดินนำหม้อข้าวต้มไปวางบนโต๊ะที่ห่างจากเตียงออกไปเล็กน้อย แล้วจึงเดินหายไปทางครัว ไม่นานนักชายหนุ่มก็กลับมาพร้อมชามเพื่อใส่ข้าวต้ม

“แค่ก แค่ก” ไฮบาระขยับตัวเพื่อจะยันกายให้ลุกขึ้นนั่ง แต่กลับไม่เป็นผลเท่าไรนัก สึบารุที่ตักข้าวต้มใส่ชามเสร็จสังเกตเห็นจึงเดินเข้ามาช่วยเด็กหญิงจัดท่าทางให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วจึงยื่นส่งชามข้าวต้มให้เธอ

“ไม่ป้อนเหรอ แค่กๆ” เด็กหญิงพูดโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา พลางก้มหน้าไอค่อกแค่กออกมาด้วย

“หืม” สึบารุชะงักมือที่กำลังยื่นชามข้าวต้มให้เธอ พร้อมทำสีหน้าที่แสดงออกถึงความประหลาดใจในสิ่งที่ได้ยิน

“ถ้าเธอต้องกา...”

“ส่งมา แค่ก แค่ก” ไฮบาระเอ่ยตัดบทสึบารุก่อนหันหน้าหนีไปไออีกสองสามที

สึบารุยิ้มขำเล็กน้อยกับคำพูดที่จงใจแกล้งแหย่เขาเล่นของไฮบาระ พร้อมส่งชามข้าวต้มให้เธอ

หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินไปตักส่วนของเขาบ้างแล้วมานั่งกินกับคนป่วยอยู่ที่ข้างเตียง

ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานก็จัดการข้าวต้มจนหมดต่างจากเด็กหญิงที่กินไปก็ไอไป จนสึบารุต้องเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง

“ไหวหรือเปล่า ให้ฉันช่วยได้นะ”

“ฉัน.. แค่กๆ ไม่เป็นไร” เด็กหญิงพยายามเอ่ยปฏิเสธความเป็นห่วงของชายหนุ่ม

“ฉันช่วยดีกว่า” สึบารุว่าพลางยกชามข้าวต้มของเด็กหญิงมาถือเอาไว้เอง ก่อนจะช่วยลูบหลังให้เด็กหญิงได้หายใจสะดวกมากขึ้น เพราะเธอกำลังไออย่างหนักเสียจนตัวโยน

“ไหวมั้ย” หลังอาการไอของเด็กหญิงทุเลาลงแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามขึ้น

ไฮบาระเพียงพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะยื่นมือไปหาชายหนุ่มเพื่อจะรับชามข้าวต้มกับมากินต่อ แต่สึบารุเลื่อนชามหนีมือเล็กของเธอ

“ฉันป้อนเอง”

หลังได้ฟังไฮบาระก็ก้มหน้าเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้พูดอะไรกับสึบารุอีกเป็นการยอมรับให้เขาเป็นคนป้อนข้าวต้มให้เธอ

สุดท้ายข้าวต้มในชามก็หมดลง สึบารุจึงจัดการยกชามข้าวต้มและหม้อที่ยกมา แล้วเดินเอาไปเก็บที่ส่วนของครัว

ไฮบาระมองตามแผ่นหลังของสึบารุที่เดินหายออกไป พลางเอื้อมมือไปหยิบตลับยาที่โต๊ะข้างเตียง จัดแจงแกะยาออกจากตลับแล้วใส่เข้าปากกลืนมันลงไป สุดท้ายจึงดื่มน้ำตาม

หลังกินยาเสร็จเด็กหญิงจึงตั้งใจจะล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าด้านในห้อง และหันหลังให้กับตำแหน่งที่คิดว่าร่างสูงของสึบารุจะต้องมานั่งเฝ้าเธอ

แล้วความรู้สึกแปลกประหลาดก็โหมกระหน่ำเข้าโจมตีเธออย่างรุนแรง อาการร้อนภายในร่างกายพุ่งสูงขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดตรงกลางอก เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นจนผิวชื้นเหงื่อ

แสบ.. ร้อน... อะไร...ทำไมถึง..

ความแสบร้อนกลางอกรุนแรงจนทำให้ความคิดของเด็กหญิงขาดห้วงไปไม่ปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราว

แต่ความคิดบางอย่างในหัวก็บอกเธอว่า เธอเข้าใจความรู้สึกนี้ดี อาการประหลาดที่คุ้นชิน...

ซึ่งจะเกิดก่อนที่ร่างกายของเธอจะกลับกลายเป็นเหมือนเดิม เป็นเด็กสาววัย 18

“อ๊ะ อ๊าาาาาาาาาา”  และความเจ็บปวดของช่วงเวลาสุดท้ายก็มาถึง ไฮบาระแผดเสียงกรีดร้องลั่นอย่างต้องการระบายความเจ็บปวดจากการที่เซลล์ภายในร่างกายเจริญเติบโตในชั่วพริบตา

ร่างกายแบบเด็กหญิงขยายใหญ่ขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นเรือนร่างของเด็กสาว เสื้อผ้าที่สวมอยู่ฉีกขาดกลายเป็นเศษผ้ารุ่งริ่งในทันที

ไฮบาระ หรือตอนนี้คือ มิยาโนะ ชิโฮะ ล้มตัวลงนอนคว่ำกับเตียงพลางส่งเสียงหายใจหอบอย่างรุนแรงเมื่อต้องสู้กับพิษไข้และความเจ็บปวดที่เพิ่งเกิดขึ้น เหงื่อจำนวนมากผุดพรายทั่วใบหน้าและร่างกาย “แฮ่ก แฮ่ก”

ตอนนี้เนี่ยนะ...

คิดได้เพียงเท่านั้น ต้นเหตุของความกังวลใจก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู

“เป็นอะไร...” น้ำเสียงที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงหยุดชะงักลง

สึบารุเดินเข้ามาใกล้เตียงที่หญิงสาวกำลังนอนคว่ำแล้วฝังใบหน้าของเธอให้จมลงกับหมอนเพื่อปิดบังสีหน้าเอาไว้นั้น พร้อมกับถอดเสื้อนอกของเขาออก ก่อนจะนำมันยกขึ้นคลุมปิดกายของเธอไว้

ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีชายหนุ่มที่ล้างถ้วยชามเสร็จแล้ว และกำลังเก็บข้าวต้มที่เหลือเข้าไมโครเวฟเอาไว้นั้น ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของไฮบาระดังขึ้น เขาจึงรีบวิ่งมาหาเธอด้วยความกังวล

แต่แล้วเขาก็ต้องมาพบกับความตกตะลึงที่มากยิ่งกว่า เมื่อบนเตียงที่ควรมีเด็กหญิงนอนอยู่กลับกลายเป็นหญิงสาวที่กำลังเปลือย

ชายหนุ่มใช้เวลาเรียกสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วจึงทำตัวเยี่ยงสุภาพบุรุษจัดแจงถอดเสื้อนอกมาคลุมร่างของเธอไว้ก่อน เพราะหญิงสาวกำลังนอนทับผ้าห่มที่สามารถปกปิดเรือนร่างของเธอได้เป็นอย่างดีเอาไว้อยู่

“เอ่อ...”

สึบารุทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องหยุดไป เมื่อเห็นว่าร่างบางบนเตียงยังคงนอนนิ่งอยู่ในลักษณะเดิมอย่างไม่ยอมคิดที่จะขยับพร้อมส่งเสียงหอบหายใจเบาๆ

เมื่อยืนมองหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่แบบนั้นนานแล้ว ชายหนุ่มจึงเลิกคิดที่จะสนทนากับเธอ เดินออกจากห้องไป และกลับไปยังบ้านที่ตัวเองใช้อาศัยอยู่

ร่างสูงหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมา ก่อนจะกดต่อสายถึงใครคนหนึ่ง

คนที่เขาคิดว่าจะสามารถช่วยเขาได้...

“คุณยูกิโกะเหรอครับ...”

 

 

 

หลังจากแน่ใจว่าสึบารุออกไปจากห้องแล้ว และได้ยินเสียงปิดประตูที่หน้าบ้านดังแว่วมา ชิโฮะก็ขยับเปลี่ยนอิริยาบถแล้วดึงเอาผ้าห่มที่กำลังทับอยู่ขึ้นมาคลุมร่างเอาไว้

“บ้าจริง แค่กๆ” ร่างบางพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางคิดหาวิธีที่จะเอาเสื้อผ้ามาใส่ปกปิดร่างกาย เพราะไม่ต้องการที่จะเปลือยอยู่แบบนี้นานๆ แต่ครั้นจะยันตัวลุกขึ้นเรี่ยวแรงก็ไม่มี

ชิโฮะนอนไอค่อกแค่กอยู่สองสามทีก่อนจะพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง คิดจะไปที่ตู้เสื้อผ้าของตน เพราะในนั้นยังมีชุดที่เธอเคยใส่ตอนหนีออกมาจากห้องก๊าซขององค์กรอยู่

แต่สุดท้ายอาการไข้ก็ทำให้เธอเบลอจนเวียนหัวล้มลงบนที่นอน

และแล้วหญิงสาวก็เลิกล้มความพยายามที่จะลุกขึ้นจากเตียง เปลี่ยนเป็นนอนนิ่งอยู่เฉยๆ แล้วดึงผ้าห่มมาพันรอบกายพร้อมกระชับเสื้อคลุมของสึบารุเอาไว้แน่นแทน

น่าอายที่สุด... ให้เขาเห็นสภาพแบบนั้น

ไม่นานผู้ชายที่กำลังคิดถึงก็เดินตรงเข้ามาหาเธอที่เตียง พร้อมเสื้อผ้าสำหรับ“ผู้หญิง”ในมือ

“เธอใส่เองได้หรือเปล่า”

สึบารุที่เดินมาถึงเตียงเอ่ยถามชิโฮะที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่ครู่หนึ่งก่อนหญิงสาวจะพยักหน้ารับตอบกลับมา

ชายหนุ่มวางเสื้อผ้าเหล่านั้นลงบนเตียง ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกจากห้องไป ปล่อยให้ชิโฮะจัดการใส่เสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อยอยู่หลายนาทีแล้วจึงเดินกลับเข้ามา

“ของแฟนนายหรอ แค่กๆ” ชิโฮะทักขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงเดินกลับเข้ามาในห้อง

สึบารุเพียงมองตอบเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ต่างไปจากปกติที่มักจะส่งยิ้มกวนประสาทมาให้เธออยู่เสมอ

การนิ่งเงียบไร้การตอบรับของเขาทำให้ชิโฮะล้มเลิกความพยายามที่จะพูดอะไรอีก ก่อนจะส่งเสื้อนอกคืนให้เขา แล้วนอนหลับตาลงอย่างต้องการพักผ่อน

เพราะรู้ดีว่าสถานการณ์เช่นนี้คงไม่เหมาะกับการเอ่ยแซวเล่นหรือแกล้งแหย่ เพื่อพยายามเบี่ยงเบนเปลี่ยนเรื่อง เขาถึงได้ทำหน้าตายอยู่แบบนั้น

ชิโฮะหลับตานอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่นั่นก็แค่สิ่งที่แสดงออกภายนอกให้เขาเห็น เพราะในหัวของเธอกลับมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบมาอธิบายผุดขึ้นแทรกเข้ามาในกระแสความคิด

หญิงสาวพยายามปัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัวอยู่นานจนในที่สุดเธอก็ผล็อยหลับไป

สึบารุพาดเสื้อนอกเอาไว้กับเก้าอี้ ก่อนจะลากมันมานั่งเฝ้าไข้ของหญิงสาวที่ข้างเตียง พร้อมจ้องมองเธอผ่านความมืดด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก

 

ผ่านไปจนหลายชั่วโมงในความเงียบงันยามรัตติกาล

ชิโฮะที่กำลังนอนหลับก็ขยับตัว แต่ดูจะผิดไปจากการขยับเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถในการนอนอยู่มาก เพราะร่างบางของเธอเริ่มดิ้นส่ายและสะบัดศีรษะไปมา ใบหน้าสวยก็ขมวดเกร็ง เหงื่อหลายเม็ดผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าและลำคอ

ฝัน... เธอกำลังฝัน...

“พี่.. พี่คะ...”

“ไม่... ไม่จริง...”

เสียงหวานเอ่ยดังอย่างสั่นเครือลอดริมฝีปากบางออกมาทั้งที่ยังไม่ได้สติ ไม่สามารถปะติดปะต่อคำพูดของเธอได้

และดูเหมือนว่าเธอจะกำลังฝันร้ายอยู่ด้วย...

“ม่ายยยยย” จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้อง

“แค่ก แค่ก” แล้วร่างบางก็สะดุ้งผุดลุกขึ้นบนเตียง พร้อมเสียงไอค่อกแค่กที่ตามมา

แต่ก่อนหน้านั้นในตอนที่สึบารุสังเกตเห็นความผิดปกติของชิโฮะ ชายหนุ่มก็ได้เข้าไปโอบรวบร่างของเธอเอามากอดไว้ในอ้อมแขนตั้งแต่ช่วงที่เธอเริ่มกรีดร้องแล้ว

เขาโอบชิโฮะไว้ด้วยมือข้างหนึ่งแล้วจึงใช้มืออีกข้างลูบหลังเพื่อให้หญิงสาวหายใจได้สะดวกขึ้นด้วยสัมผัสที่อบอุ่น

“แฮ่กๆ แค่กๆ” เสียงไอปนหอบดังขึ้นสลับไปมาก่อนที่ชิโฮะจะเรียกสติกลับมาได้

“ปะ ปล่อย” ร่างบางเริ่มขืนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งของสึบารุ เมื่ออาการไอของเธอเริ่มดีขึ้นจากการที่เพิ่งตะเบ็งเสียงกรีดร้อง

ชายหนุ่มยอมคลายกอดออก ก่อนขยับไปนั่งที่เตียงห่างจากหญิงสาวไปเล็กน้อยเพื่อดูอาการของเธอ โดยไม่ได้ปริปากพูดเอ่ยอะไรออกมา

ชิโฮะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาแบบบุรุษของสึบารุ พลันน้ำตาสีใสก็รินไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้

เขาพูดกันว่า... เมื่อร่างกายอ่อนแอลง จิตใจที่เคยเข้มแข็งก็จะอ่อนแอตามไปด้วย นั่นคงจะจริง

เพราะฝันร้ายนั่นเข้ามาจู่โจมในช่วงที่เธอกำลังไม่สบายหนักเนื่องจากไข้หวัด หัวใจที่คิดว่าแกร่งจึงได้อ่อนไหวลงมากมายถึงขนาดนี้

หรือว่าบางที... เธออาจจะแค่แสดงออกมาว่าเข้มแข็ง แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น... เธอกลับอ่อนแออยู่ตลอดเวลาก็เป็นได้

น้ำตาใสคลอนวยในดวงตาคู่สวยบดบังการมองจนทำให้ภาพที่เห็นพร่าเบลอเลือนราง

แต่มันกลับแจ่มชัดในความรู้สึกของเธอ...

ภาพใบหน้าของผู้ชายคนนั้น...

โครงหน้าคมเข้มตามแบบฉบับของผู้ชาย ดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ และนัยน์ตาสีเขียวที่ยากจะอ่านความคิดออก

หน้าของผู้ชายที่เป็นแฟนพี่สาวเธอ ...โมโรโบชิ ได...

“ทำไมล่ะ... ทำไมถึง..ไม่ถาม”

หญิงสาวถามขึ้น ในท้ายประโยคนั้นเสียงเบาราวกับกระซิบพูดกับตัวเธอเอง แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีเธอกำลังเอ่ยถามเขา

“เรื่องอะไรเหรอ” สึบารุพูดถามกลับน้ำเสียงไม่มีแววขี้เล่นอย่างที่ชอบทำ

“หึ” ชิโฮะส่งเสียงขำอยู่ในลำคอคล้ายเย้ยหยันในสิ่งที่ได้ยิน

“เธอนอนพักต่อดีกว่านะ” ชายหนุ่มเอ่ยแสดงความเห็น

“อย่ามาเฉไฉ นายน่ะ แค่กๆ ทำไมถึงไม่ถาม.. ไม่ถามว่าฉันเป็นใคร แค่ก แค่ก มาได้ยังไง เด็กคนนั้นหายไปไหน หรือเกิดอะไรขึ้น แค่กๆ

...แม้แต่คำพูดแสดงที่อาการเหลือเชื่อ อย่างเป็นไปไม่ได้อะไรทำนองนั้น..ก็ไม่มี”

หญิงสาวเอ่ยยืดยาวสลับปนกับเสียงไอ เพื่อถามในสิ่งที่เธอสงสัย พลางกระพริบตาไล่น้ำตาที่คลออยู่ พร้อมจ้องมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเจ็บปวด

สึบารุเงียบอยู่เกือบนาที จึงเปิดปากพูดกับเธอได้

“ฉันว่าเธอนอนดีกว่า..”

“ตอบมาสิ พูดมา!” ชิโฮะขึ้นเสียงตอบกลับขัดคำพูดของชายหนุ่มขึ้นด้วยอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูง

สึบารุจึงชะงักและนิ่งเงียบไปอีกหลายนาที

“เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องของเธอ ถ้าเธออยากจะบอกฉัน เธอก็คงจะพูดออกมาเองนั่นแหละ เพราะงั้น..”

“โกหก... นายโกหก” ชิโฮะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางขยับเข้าไปใกล้กับชายหนุ่ม “นายมัน..คนโกหก...”

สึบารุแค่เพียงมองหญิงสาวที่เขยิบเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในระยะที่ห่างเพียงช่วงแขน ชิโฮะก็กระชากเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มดึงให้ร่างของเขาเข้ามาใกล้เธอ และกำมันเอาไว้แน่นจนข้อมือบางสั่นด้วยอาการเกร็ง

ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ทั่วพื้นที่ภายในห้อง มีเพียงแสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาจากหน้าต่างบานเล็กที่ด้านบนผนัง สะท้อนเข้ากับเลนส์แว่นตาของชายหนุ่มจนไม่สามารถมองเห็นแววตาภายใต้แว่นนั่นได้

อีกทั้งน้ำตาที่ยังคงไหลคลออยู่เต็มนัยน์ตาคู่สวยก็บดบังการมองเห็นซะจนหญิงสาวไม่อาจรับรู้ได้ว่าเขากำลังมองดูเธอด้วยสีหน้าและแววตาเช่นไร

“นายมันคนโกหก” ชิโฮะออกแรงกระชากเสื้อของสึบารุอีกครั้ง พร้อมพยายามเพ่งมองใบหน้านั้นผ่านม่านใสของน้ำตา

“โกหกมาตลอด.. หลอกลวงทุกอย่าง...”

ความสงสัยที่เก็บซ่อนไว้ข้างใน ทลายลงเมื่อความอ่อนแอในจิตใจเพิ่มสูงขึ้นจากพิษไข้และฝันร้าย...

หญิงสาวพูดพลางก้มหน้าซบลงกับฝ่ามือตัวเองที่กำลังกำเชิ้ตของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ซึ่งนั่นก็ตรงกับตำแหน่งแผ่นอกของเขาพอดี ด้วยความต้องการใช้มันเพื่อช่วยซับน้ำตาที่ไหลรินของเธอ

“...โมโรโบชิ ได...”

เสียงที่เอื้อนเอ่ยชื่อนั้นออกมาดังแผ่วเบาราวกับจะกระซิบพูดย้ำให้ตัวเองได้ฟัง

สึบารุก้มหน้ามองผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ซบอยู่ที่อกเขา ก่อนจะยกมือขึ้นจับแขนของเธอแล้วบีบมันเอาไว้อย่างเบามือ

“ชิโฮะ...”

แม้เสียงที่ดังเข้าหูมาจะไม่ใช่เสียงที่เธอเคยได้ยินในตอนที่อยู่กับเขา แต่น้ำเสียงที่แฝงอยู่ภายในคำพูดที่เอ่ยชื่อเธอนั้น ชิโฮะจดจำมันได้ดี

แม้จะเป็นโทนเสียงที่เข้มแบบผู้ชาย แต่มันกลับเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วอ่อนโยน แฝงความห่วงใยเอาไว้ทุกครั้งที่เรียกชื่อเธอ...

“นาย...” ชิโฮะดึงเสื้อของชายหนุ่มและกำชับมันแน่นขึ้นมากกว่าเดิม ก่อนจะกดใบหน้าของตนเองซบไปกับอกแกร่งของเขา

“ทำไมนาย.. ทำไม..ถึงไม่ช่วยพี่สาวฉัน”

ชิโฮะแหงนหน้ากลับขึ้นมามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเจ็บปวด ก่อนจะปล่อยมือของตัวเองจากเสื้อของเขาแล้วยกมันขึ้นปาดน้ำตาของตนออก

ชายหนุ่มได้แต่มองเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย โดยไม่คิดจะพูดเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา

หญิงสาวกระชากปกเสื้อของบุรุษตรงหน้าอีกครั้งอย่างแรง ซึ่งทำให้เม็ดกระดุมหลุดกระเด็นออกจากเชิ้ตตัวนั้น จนเสื้อเปิดเผยอเผยให้เห็นอกแกร่งแบบผู้ชาย และโชกเกอร์สีดำติดอยู่ที่ลำคอ

...เครื่องเปลี่ยนเสียง

เครื่องเปลี่ยนเสียงรูปโชกเกอร์เหรอ เหอะ

ชิโฮะคิดพลาง หัวเราะเย้ยหยันตัวเองอยู่ในใจ

เธอเคยเห็นด็อกเตอร์อากาสะประดิษฐ์ของที่คล้ายแบบนี้ขึ้นมา แต่เพราะสาเหตุใดเธอก็ไม่อาจทราบ เขากลับล้มเลิกที่จะนำไปขายและก็ไม่ได้พัฒนามันต่ออีก

“เพราะแบบนี้เองสินะ...”

เสียงหวานพูดพลางยิ้มหยันให้ชายหนุ่ม ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วใช้มือกดปุ่มปิดการทำงานของเครื่องเปลี่ยนเสียง โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนหรือปฏิเสธแต่อย่างไร

สึบารุยังคงนั่งนิ่งมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์อยู่เช่นนั้น แม้กระทั่งตอนที่ร่างบางปลดเครื่องเปลี่ยนออกจากคอของเขา

“มีอะไรอีกล่ะ หึ” ชิโฮะพูดพลางจ้องหน้าชายหนุ่ม

แต่ร่างสูงตรงหน้ายังคงนิ่งเฉยไร้การโต้ตอบเช่นเคย

หญิงสาวกัดเม้มริมฝีปากแน่นอย่างต้องการจะเก็บเสียงสะอื้นไห้ของตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเหยียดยิ้มให้ชายหนุ่ม

เมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบรับอื่นใดจากคนตรงหน้า เธอจึงยกมือขึ้นและเอื้อมไปถอดแว่นตาของเขาออกทันที

และผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นเช่นเดิม

ไร้การตอบสนอง...

“ทำไมนายไม่พูดล่ะ ด้วยเสียงของนาย...”

ชิโฮะกล่าวพร้อมกับยกมือเรียวไปลูบที่ต้นคอของชายหนุ่ม ก่อนจะจัดการดึงกระชากหน้ากากยางและวิกผมที่เขาใช้ปลอมตัวหลุดติดมือออกมาด้วย

“...และใบหน้าที่แท้จริงของนาย!

เสียงหวานตวาดลั่น ก่อนจะสะอื้นฮักออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้นมันเอาไว้ได้อีก

ในที่สุด...

เธอก็ได้เผชิญหน้ากับเขาเสียที ...กับใบหน้าที่แท้จริง ...กับตัวตนที่แท้จริง

ของพวกเขาทั้งสองคน...

...อีกครั้ง...

ชิโฮะจ้องมองหน้าชายหนุ่มผมดำสั้นตรงหน้าในความมืด ก่อนจะยกฝ่ามือของเธอขึ้นทาบปิดใบหน้าสวยเมื่อน้ำตาเออไหลออกมาไม่หยุด

ใบหน้าที่แท้จริงของเขา...

เมื่อมองใบหน้าเรียบนิ่งที่เคยคุ้นตาอยู่ชั่วอึดใจ ความเย็นชาที่เคยสร้างมาของเธอก็พลันมลายหายไปจนสิ้น...

เป็นนาย..เป็นนายจริงๆ

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าซบกับฝ่ามือของตัวเองพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนที่เบื้องหน้า

“ชิโฮะ” เสียงเข้มที่แสนจะคุ้นเคยอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งดังฝ่าความมืดขึ้น ทำให้เสียงร่ำไห้ของคนที่ถูกเรียกหยุดชะงักลง

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาสีเขียวเข้มที่มองเห็นได้ด้วยแสงสลัวของดวงจันทร์ที่ช่วยสาดส่องลอดผ่านกระจกใสลงมา

และนี่ก็เสียงของนาย..

ชิโฮะเค้นยิ้มออกมาพร้อมสีหน้าเหยเก ก่อนจะยกแขนขึ้นถลาเข้าใส่คนตรงหน้า

ร่างสูงที่สายตาปรับชินกับความมืดในห้องได้แล้วเหลือบมองรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยซึ่งเธอส่งมาให้ ก่อนจะหลับตาลงอย่างไม่ต้องการจะเห็นมันอีก

ใบหน้าของเธอ...

ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด...

เธอยกมือขึ้นกุมลำคอของชายหนุ่มและจ้องเขาด้วยแววตากราดเกรี้ยว ก่อนจะออกแรงบีบมันด้วยแรงทั้งหมดที่เธอมี


                                  


“ฉันขอโทษ...” เสียงเข้มของผู้ชายตรงหน้าที่ลอดออกมาจากริมฝีปากคือเสียงที่แสนคุ้นหู

...เสียงที่แท้จริงของเขา

ชายหนุ่มยกมือกุมแขนของชิโฮะที่กำลังเค้นแรงบีบลำคอของเขาอยู่นั้นเอาไว้เบาๆ

“เธอจะฆ่าฉันเลยก็ได้ แต่ฉันต้องการที่จะปกป้องดูแลเธอจริงๆ ชิโฮะ...”

น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อจริงของเธอนั้นยังคงอบอุ่นอ่อนโยนเสมอมา...

“ให้ฉันได้ทำมันเถอะ...”

“ฮึก...” ก้อนสะอื้นที่ไม่อาจเก็บไว้ได้ต่อไปถูกปล่อยออกมาอีกครั้ง

ชิโฮะคลายแรงจากมือซึ่งบีบรอบลำคอของชายหนุ่ม ก่อนจะเลื่อนมันลงมากำเชิ้ตที่หลุดลุ่ยของเขาแล้วซบลงกับอกแกร่งที่แสนอบอุ่นเสมอในช่วงเวลานั้น

 

.

.

“ไม่เป็นไรแล้ว หมอนั้นไปแล้ว...”

โมโรโบชิ ได ประคองกอดร่างบอบบางของเด็กสาววัยสิบหกเอาไว้แนบอก พลางยกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลแดงของเธออย่างต้องการปลอบโยนจากอาการตื่นตระหนก

ร่างเล็กในอ้อมแขนสะอึกสะอื้นร่ำไห้อย่างไร้เสียงพลางซุกหน้าแนบกับอกของเขาด้วยต้องการที่พึ่งพิง ร่างสูงจึงขยับอ้อมแขนกอดเธอให้แน่นขึ้นอีกพลางคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เขาเข้ามาเห็นก่อนหน้านี้เมื่อสักครู่นี้

 

“ทำอะไรน่ะ ปล่อย..อื้อ”

เสียงหวานจากคนร่างบางถูกกลืนกลับหายลงไปในลำคอ เมื่อชายร่างสูงที่กำลังบีบแขนของชิโฮะเอาไว้แน่น กระชากตัวเธอเข้าไปใกล้และเลื่อนใบหน้าลงมากดจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากบาง

และเขาก็เดินเข้ามาทันเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อมองชัดแล้วว่าชิโฮะกำลังดิ้นหนีอย่างไม่ยินยอมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปแทรกระหว่างทั้งสองคน

“นายไม่ควรบังคับเธอ”

ชายผมยาวสีเงินมองตอบกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะหมุนตัวและเดินจากไป ทิ้งเขาเอาไว้กับเธอสองคน

ชิโฮะคว้าชายเสื้อโค้ทของเขาจากด้านหลังด้วยมืออันสั่นเทา เรียกให้เขาหันกลับไปมองด้วยความเป็นห่วงได้ไม่ยาก

แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้บางอย่างในใจของเขาสั่นสะท้าน

ร่างบางของชิโฮะสั่นอย่างสะกดกลั่นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับคลอนวยเต็มดวงตาคู่สวย

เขาดึงชิโฮะเข้าสู่วงแขน ก่อนกดศีรษะเธอให้ซบลงอกของเขา

“ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นเวลาร้องไห้ก็ทำแบบนี้สิ...”

เสียงสูดลมหายใจสั้นๆ เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นดังขึ้นครั้งหนึ่งก่อนจะเงียบไป พร้อมกับความรู้สึกเปียกชื้นที่สัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าของเสื้อบริเวณกลางอก

 

และเหตุการณ์ที่คล้ายกันก็เกิดขึ้นซ้ำอีกราวสามสี่ครั้ง

แต่จุดที่แตกต่างกันจากครั้งแรกคือ ผู้ชายคนนั้นไม่มีโอกาสที่จะได้ทำกับเด็กสาวเช่นในคราก่อน เพราะแต่ละครั้งโมโรโบชิ ไดจะปรากฏตัวเข้ามาขวางไว้ และก็มักจะมาได้ถูกจังหวะเสมอ

เหมือนองครักษ์ประจำตัวเธอ...

เมื่อผู้ชายคนนั้นจากไป เขาก็ใช้อ้อมแขนและอกแกร่งของตนเพื่อปลอมประโลมอาการเสียขวัญของชิโฮะทุกครั้งไป...

.

.

 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน...

หญิงสาวซุกหน้าลงอกของเขาอย่างคะนึงถึงและโหยหา

เกิดความเงียบอยู่เนิ่นนาน

จนกระทั่ง...

“โมโรโบชิ ได..” เสียงหวานเอ่ยอู้อี้เมื่อยังคงซบหน้ากับอกของชายหนุ่ม

“นาย..น่าจะช่วยพี่ได้...” แม้แต่น้ำเสียงก็แสดงออกถึงความเจ็บปวด

ชายหนุ่มยกแขนขึ้นโอบหญิงสาวเอาไว้อย่างหลวมๆ พลางก้มหน้าลงมองเรือนผมสีน้ำตาลแดงที่ชินตาแล้วกดจมูกลงไปสูดกลิ่นหอมของแชมพูที่ยังคงติดอยู่จางๆ

“เรื่องนั้นฉันไม่มีข้อแก้ตัว แล้วก็ไม่คิดจะพูดแก้ตัวด้วย” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยราบเรียบ

“นาย..มีโอกาสที่จะช่วยพี่ออกไปจากองค์กรนี่” ชิโฮะเอ่ยต่ออีกประโยคหลังได้ฟังคำตอบของชายหนุ่ม

“แล้วเธอคิดว่าอาเคมิจะปล่อยให้น้องสาวของตัวเองอยู่ในนั้นคนเดียวหรือไง”

ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับหญิงสาวไปด้วยโทนเสียงต่ำที่ราบเรียบเช่นเดิม

เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้งชั่วอึดใจ

“ที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องโกหก...อย่างงั้นเหรอ” น้ำเสียงอู้อี้เอ่ยลอดออกมาจากปากชิโฮะ พลางกล่าวเว้นประโยคด้วยโทนเสียงที่เบาลงเหมือนไม่แน่ใจ

ไม่แน่ใจ...ในเรื่องที่ถาม...ไม่แน่ใจในตัวเขา... ไม่แน่ใจที่จะได้ยินคำตอบจากปากของเขา...

...หรือบางทีเธออาจจะไม่แน่ใจอะไรเลย

ชายหนุ่มโอบร่างของเธอให้แน่นขึ้น ก่อนกดบีบไหล่ทั้งสองข้างของเธอ

“ใช่.. มันเริ่มจากตรงนั้น”

ร่างสูงหลับตาลง พลางหวนนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

เรื่องเมื่อห้าปีก่อน...

ในตอนแรกที่เขาพบเธอ... ผู้หญิงที่เขาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อที่จะได้ใช้เส้นสายคนรอบตัวของเธอแล้วแฝงตัวเข้าไปในองค์กร

ในวันที่พบกับอาเคมิ...

คนที่เขาสาบานกับตนเองว่า จะไม่มีวันลืม...

ไม่มีวันลืมว่าเธออ่อนโยนและแสนดีมากเพียงใด

ไม่มีวันลืมว่าเขาได้เคยทำเรื่องที่ผิดพลาดลงไป

และไม่มีวันลืมว่าเขาเองที่เป็นต้นเหตุชักนำพาเธอเข้าสู่ประตูแห่งความตาย...

.

.

 

เสียงเครื่องยนต์ของรถคันสีขาวที่มีคนขับเป็นผู้หญิงดังเคลื่อนเข้ามาจนใกล้ถึงระยะที่คำนวณเอาไว้

สายตาคมเหลือบมองรถคันที่เป็นเป้าหมายด้วยหางตา

ก่อนจะเคลื่อนกายพุ่งเข้าไปหน้ารถคันนั้น แล้วใช้เทคนิคการหมุนตัวหลบเพื่อลดแรงปะทะจากการกระแทก กลิ้งตัวลงจากกระโปรงรถไปที่พื้นถนน

ตั้งใจแสดงว่าถูกรถชน...

เขาแกล้งทำเป็นฟื้นได้สติขึ้นมาในห้องของผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล

“อ่า..”

“รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ” เสียงหวานจากผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายซึ่งกำลังนั่งเฝ้าอาการเขาอยู่ข้างเตียงเอ่ยทักขึ้นเมื่อเขาลืมตา

“คุณเป็นใครครับ”

ถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้ว...

“จำไม่ได้เหรอคะ คนที่ขับรถชนคุณยังไงล่ะคะ” หญิงสาวตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่แสดงถึงความรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก

...ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ

“อ๋อ จริงด้วยสิ” เขาตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มบางที่ตั้งใจเสแสร้งปั้นขึ้น

“ขอโทษด้วยนะคะ เพราะฉันไม่ระวัง” น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมาแสดงถึงความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง

...ทั้งที่เธอไม่ควรจะต้องทำ

“ไม่หรอก ผมเองก็เหม่อลอยเหมือนกัน” คนบนเตียงผู้ป่วยแสร้งทำเป็นหลับตานึกถึงอุบัติเหตุจอมปลอมที่ตนสร้างขึ้นมา

“ปวดหัวหรือเปล่าคะ ร่างกายเจ็บตรงไหนบ้างคะ”

ทั้งน้ำเสียง สีหน้าและท่าทางทั้งหมดของเธอแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงและกังวลถึงเรื่องสภาพร่างกายของเขาจากใจจริง

จะว่าเป็นผู้หญิงที่ซื่อหรือจะบอกว่าโง่ดี...

แต่ความจริงแล้วเธอก็เป็นแค่คนดีจนน่าเหลือเชื่อ...ที่ถูกเขาหลอกใช้

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“โล่งอกไปที”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมยกมือทาบอก ก่อนจะส่งยิ้มหวานที่รับเข้ากับใบหน้าสวยของเธอมาให้เขา

“จะตามคุณหมอให้นะคะ” เอ่ยจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เมื่อครู่แล้วหมุนตัวตั้งใจจะเดินไปทางประตูห้องพัก

“เอ่อ คุณน่ะ ชื่ออะไรเหรอ...”

คนบนเตียงเอ่ยถามก่อนที่ร่างบางจะเดินไปเปิดประตู เรียกให้หญิงสาวต้องหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง

“อ่า มิยาโนะ อาเคมิค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส

“ผมชื่อโมโรโบชิ ได ยินดีที่ได้รู้จัก” เขายิ้มรับบางๆ

เป็นไปตามแผน...

“อะ เอ่อ เช่นกันค่ะ”

หญิงสาวโค้งตัวพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยแล้วหายไป..พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง...

เป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่เขาหลอกใช้เธอ

 

.

.

 “...จากการโกหกและหลอกใช้..อาเคมิ..” เสียงราบเรียบเอ่ยออกมา

แต่หากตั้งใจฟังในน้ำเสียงให้ดีจะพบว่ามันไม่ใช่เพียงแค่โทนเสียงราบเรียบ

เพราะที่ปลายเสียงนั้นแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกผิด...

“พี่..รักนาย” ชิโฮะเงยหน้าขึ้นจากอกกว้างมามองหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

เธอรู้ดีว่าพี่สาวของเธอรักผู้ชายคนนี้มากขนาดไหน

แม้ในตอนที่รู้ความจริงว่าเขาเป็นสปายแฝงตัวเข้ามาแล้ว พี่สาวของเธอก็ยังคงไม่ตัดใจจากเขา

เขาที่โกหก.. เขาที่หลอกลวง.. เขาที่ทำให้เธอต้องเดินไปสู่ขอบเหว...

สีหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนแสดงอารมณ์ออกมา แม้จะเพียงแค่การขมวดคิ้วพร้อมเม้มริมฝีปากเล็กน้อยเท่านั้น

...เขารู้สึกผิด

ผิดต่ออาเคมิ และผิดต่อเธอตรงหน้านี้...

“แต่ฉันก็ไม่ได้หลอกพวกเธอไปหมดซะทุกอย่าง..”

คำพูดของชายหนุ่มทำให้ร่างบางจ้องมองด้วยสายตาที่แสดงถึงความไม่เข้าใจ

แต่สุดท้ายทั้งเขาและเธอก็ไม่ได้พูดเอ่ยอะไรออกมา จนเกิดความเงียบขึ้นรอบกาย

ชิโฮะถดตัวถอยออกห่างจากร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง พร้อมเบนหน้าหลบจากสายตาคมที่เขาใช้จ้องมองเธอผ่านความพร่าเบลอเลือนรางของความมืด

เสียงสะอื้นร่ำไห้เงียบไปแล้ว เหลือเพียงน้ำตาที่ยังคลออยู่เต็มนัยน์ตาสีเทาคู่สวย

ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นในห้องหลายนาที

จนชายหนุ่มเป็นผู้ทำลายบรรยากาศเหล่านั้นลง...

“อาเคมิ... รู้เรื่องที่ฉันเป็นเอฟบีไอแฝงตัวเข้าไปในองค์กร”

คำพูดที่ดังลอดออกมาในความมืดมิด ทำให้ร่างบางที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่รู้สึกตัวได้สติกลับมา

“ว่าไงนะ” เสียงหวานแหวขึ้น

“อาเคมิรู้อยู่แล้วว่าฉันเป็นสปาย” ชายหนุ่มตอบกลับ

“ทำไมนายไม่เตือนพี่ล่ะ...” หญิงสาวขยับตัวเข้าใกล้ชายหนุ่มอีกครั้ง “นายก็ทำได้นี่ บอกให้พี่ไปจากนาย..”

“...” เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้งเมื่อไร้เสียงตอบกลับจากร่างสูง

“พี่..รักนายจริงๆ” ชิโฮะเอ่ยขึ้นเมื่อเข้าใจถึงเหตุผลที่เขาไม่ยอมพูดอะไรออกมา

...และเข้าใจถึงความคิดความรู้สึกของพี่สาว

มีเพียงความเงียบตอบกลับมา เพราะชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงแล้วนั่งกอดอกนิ่ง

“พี่ได้พูดอะไรกับนายหรือเปล่า” หญิงสาวถามพลางเขย่าแขนของคนตรงหน้าไปด้วย “ได้บอกอะไรหรือเปล่า.. เรื่องที่พี่จะไปปล้นเงินพันล้าน”

“ใช่ อาเคมิบอกฉัน” ร่างสูงลืมตาขึ้นมองเธอ แล้วเอ่ยตอบกลับ

คำตอบของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนน้ำสีใสจะคลอนวยขึ้นอีกครั้ง “ถ้างั้นทำไมนายถึงไม่ช่วยพี่.. ไม่อย่างนั้นพี่ก็คงไม่...”

น้ำเสียงที่สั่นเครือจากแรงอารมณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ของหญิงสาวเรียกให้ร่างสูงเผลอคว้าตัวเธอเข้ามากอดอย่างต้องการปลอบโยน

“อาเคมิ..เตรียมใจเรื่องนั้นเอาไว้แล้ว” ชายหนุ่มพูดพร้อมลูบผมเธอไปด้วย ก่อนจะเว้นจังหวะเพื่อพูดต่ออีกประโยค

“เธอน่าจะรู้ดี..”

ชิโฮะหันหน้าซบอกแกร่งของร่างสูงเพื่อใช้ซับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดของเธอ เพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจเรื่องที่ชายหนุ่มพูด

มิยาโนะ อาเคมิ.. พี่สาวที่แสนใจดีและอ่อนโยนของเธอนั้น พยายามทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองและเธอได้หลุดพ้นจากองค์กรมืด แล้วออกมาใช้ชีวิตปกติแบบคนธรรมดาทั่วไป

แม้รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เธอก็ยังคงคาดหวัง...

แม้ท้ายที่สุดเธออาจจะต้องถูกฆ่าตายเธอก็ยังทำ...

เพื่อน้องสาวของเธอ

...เธอเตรียมใจไว้แล้วแม้จะต้องตาย

ชิโฮะหยุดอาการสะอึกสะอื้น ก่อนจะดันตัวชายหนุ่มออกห่างแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ

“ยังมีอะไรอีก..ที่นายโกหก..” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมสีเขียวเข้มของคนตรงหน้า “จริงๆแล้ว.. นายเป็นใครกันแน่”

นัยน์ตากลมโตสีเทาจ้องลึกลงไปในแววตาคมสีมรกตนั้นอย่างต้องการค้นหาคำตอบ ค้นหาความจริง...

โมโรโบชิ ได... คือชื่อที่แท้จริงของเขาอย่างงั้นเหรอ หรือแม้แต่ชื่อนี้..เขาก็โกหก...

...แม้แต่โมโรโบชิ ได ที่เธอเคยรู้จัก.. ก็ไม่ใช่ตัวตนจริงของเขา

“ตอบฉันมา..สิ” ร่างบางเอ่ยตวาดขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มในต้นประโยค ก่อนจะลดเสียงตรงท้ายประโยคลงด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งทำสีหน้าราบเรียบมานานมองดูท่าทางของชิโฮะ พลางเขยิบตัวเข้าไปนั่งใกล้เธอ แล้วเอ่ยตอบคำถาม

“อากาอิ...” เสียงเรียบและใบหน้านิ่งของชายหนุ่ม เรียกให้หญิงสาวต้องขมวดคิ้วมุ่นเป็นเชิงถามกลับ

ร่างสูงก้มศีรษะมองต่ำลงพร้อมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตสีสวยเป็นการตอบกลับ “อากาอิ ชูอิจิ.. คือชื่อของฉัน”

“อากาอิ.. อ๋อ...” ชิโฮะเอ่ยทวนชื่อที่ได้ยินของเขาซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะลากเสียงยาวท้ายประโยคกับตัวเอง เมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างได้

อ๋อ ที่แท้.. ก็เป็นแบบนี้เองสินะ

หญิงสาวยกยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนหันกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายตรงหน้า

คนที่ชื่อ อากาอิ ชูอิจิ...

อากาอิ งั้นหรอ

เธอได้ยินชื่อนี้มาตั้งหลายครั้งหลายคราจากเขาคนนั้น.. คุโด้ ชินอิจิ ที่กลายเป็นเด็กเช่นเดียวกับเธอ และใช้ชื่อว่า เอโดงาวะ โคนัน

ทั้งที่หลายต่อหลายครั้งเขาหลุดปากพูดชื่ออากาอิออกมา แต่เมื่อเธอถามเกี่ยวกับคนชื่อนั้น เขากลับพยายามบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงปฏิเสธไปได้ตลอด

เธอก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องมีอะไร แต่แค่ยังไม่มั่นใจในความคิดของตัวเธอเอง

จนกระทั่งได้ฟังความเป็นจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น...

“ทุกคน.. รวมหัวกันสินะ”

ชิโฮะพูดก่อนจะปล่อยให้สมองคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์หลายอย่างที่ผ่านมา

เครื่องเปลี่ยนเสียงรูปโชกเกอร์นั่นต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ของด็อกเตอร์อากาสะอย่างแน่นอน...

หน้ากากที่ใช้สำหรับการปลอมตัวซึ่งครั้งหนึ่งเด็กชายผู้โกงอายุเคยได้ใช้มันปลอมเป็นเธอก็คงได้มาจากแม่ของเขาเอง...

“หึ ทำเป็นขบวนการเลยงั้นสิ”

เมื่อเธอเอ่ยจนจบประโยค ใบหน้าของเด็กชายใส่แว่นที่อายุจริงไม่ใช่เด็กชายก็ลอยเข้ามาในความคิดของเธอ

ไม่พ้น..เป็นแผนของเขาแน่...

ชิโฮะคิดพลางยิ้มกับตัวเอง แต่แววตาเศร้าหมองของเธอไม่ได้ให้ความรู้สึกขำขันตามไปด้วยเลยสักนิด

อากาอิที่นั่งอยู่ หรี่ตามองดูท่าทางนั้นของเธอพลางขยับตัวเข้าไปชิดหญิงสาวที่เขยิบออกห่างเขาเมื่อครู่

“ฉันทำได้แค่ขอโทษ...เรื่องอาเคมิจากใจจริงก็เท่านั้น” ชายหนุ่มยกมือขึ้นเชยคางชิโฮะให้หันกลับมาสบตาเขา “ส่วนเรื่องนี้ฉันขอให้เขาทำเอง”

“เขา?” ร่างบางที่ถูกจับเชยคางขึ้นมองหน้าเขา เอ่ยทวนคำพูดชายหนุ่มเชิงถามย้ำให้เขาตอบอีกครั้ง

“เด็กคนนั้น” คำตอบกลับราบเรียบของร่างสูง เรียกให้สีหน้ามึนตึงของชิโฮะคลายออกแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจทันที

อย่างที่คิดเลย...

เธอคิดอยู่แล้วว่ามันแปลกตั้งแต่ตอนที่เธอเตือนเรื่องให้ผู้ชายแปลกหน้าไปอาศัยอยู่บ้านของเขาเอง แต่เขากลับไม่พูดอะไร แถมยังสนับสนุนให้อยู่อย่างง่ายดาย

ความเงียบเป็นการตอบกลับของหญิงสาว แต่สีหน้ายุ่งของเธอทำให้อากาอิต้องดันตัวชิโฮะให้หันกลับมามองเขา

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เสียงเรียบเอ่ยดังขึ้นพูดประโยคติดปากของตน เรียกให้ใบหน้าสวยขมวดคิ้วยุ่งเป็นปมหนักกว่าเก่า

“ฉันบอกไปก่อนหน้านี้แล้วไง” อากาอิยกมือขึ้นกุมใบหน้าของชิโฮะเอาไว้ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาที่ยังค้างอยู่ตรงหางตาของเธอออก

“ฉันทำเพื่อปกป้องเธอ ..ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม”

นัยน์ตากลมโตสีเทาจ้องมองลึกลงไปในแววตาคมสีเขียวอย่างต้องการค้นหา...

...ค้นหาความจริงจากสิ่งที่เขาพูด

ดวงตาคมก็จ้องนิ่งลึกลงไปภายในแก้วตาคู่ใสของหญิงสาวอย่างต้องการยืนยัน...

...ยืนยันความจริงในสิ่งที่ตนเองพูด

ดวงตาที่จ้องมองกันไปมาดึงพวกเขาให้จมลงเข้าสู่ห้วงเวลา ใบหน้าเคลื่อนชิดใกล้กันอย่างไม่รู้ตัว

จิตใจที่อ่อนแอเพราะพิษไข้ ต้องการที่พักพิง...

คนที่คุ้นเคยอยู่เพียงตรงหน้า

ความรู้สึกผิดจากเรื่องที่พลาดพลั้งเกาะกุมจิตใจ...

คนที่อยากจะชดเชยให้อยู่แค่เบื้องหน้า

ความอ่อนแอจะถูกปลอบโยนจากเขา ความรู้สึกผิดจะได้ชดเชยให้เธอ ใบหน้าทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจขวางกั้น

หญิงสาวเป็นฝ่ายปิดเปลือกตาลงก่อน พร้อมกับทิ้งความรู้สึกทุกอย่าง เหลือไว้เพียงความโหยหาที่พึ่งพิงตรงหน้า ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงตามอย่างรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ริมฝีปากทั้งสองประกบจุมพิตแนบชิด ก่อนเปลี่ยนเป็นดูดดื่มและตามด้วยเร่าร้อนเนิ่นนาน

ร่างสูงเผลอลิ้มชิมรสหอมหวานจากร่างบางจนเกินจะหยุดหักห้ามจิตใจ

สัมผัสจากมือหนาที่ลากผ่านต้นขาเรียวขึ้นมา ทำให้หญิงสาวสะดุ้งจนเผลอออกแรงผลักชายหนุ่มให้ห่างออกจากเธอ

“นะ นาย..”

เสียงหวานขาดห้วงไปเมื่อเหลือบมองสายตาคมที่ส่งแววตาจริงจังมาให้

ร่างสูงยกมือดันกายของชิโฮะให้ล้มลงบนที่นอน

หญิงสาวเบิกตาค้างมองชายหนุ่มจัดการกับเสื้อผ้าของเธอที่เพิ่งใส่มันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แล้วก้มมองมันที่ลงไปกองอยู่ที่พื้นข้างเตียง

ใบหน้าสวยแดงซ่านขึ้นด้วยความเขินอายก่อนจะเอื้อมมือรีบคว้าดึงผ้าห่มเพื่อมาคลุมกาย

แต่มันช้าไปสำหรับอากาอิ

เขาโน้มตัวก้มลงกดจูบชิโฮะเนิบช้าไม่เร่งร้อน ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นมากแก่หญิงสาวจนเผลอตัวตอบรับ

จูบที่แสนยาวนานหยุดลง เมื่อชายหนุ่มผละออกจากริมฝีปากหอมหวานนั่น ขึ้นมาจ้องมองใบหน้าสวยของหญิงสาวผ่านความมืด

ชิโฮะเบนหน้าแดงร้อนของเธอหลบสายตาคมของคนด้านบน ก่อนจะต้องตวัดสายกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอของเขา

“หึหึ..”

เสียงหัวเราะพร้อมรอยยิ้มที่มุมปากแบบฉบับเฉพาะตัวของเขา ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนมาได้เห็นก็ต้องเผลอหลงเสน่ห์ชายหนุ่มได้อย่างง่ายดายทั้งนั้น

อากาอิส่งยิ้มมุมปากนั้นให้หญิงสาวก่อนจะจัดการถอดเสื้อเชิ้ตซึ่งกระดุมขาดหลุดลุ่ยไปเพราะเธอออก แล้วก้มตัวโน้มลงไปหาชิโฮะอีกครั้ง

 

 

 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาผ่านหน้าต่างและบรรยากาศหนาวเย็นตามฤดูกาล

ร่างบางบนเตียงนอนขยับกายปรับเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นมองไปรอบห้องนอนของเธอ

หญิงสาวดันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง พลางยกแขนบิดไปมาคลายความเมื่อยล้า แล้วก้มลงมองไปยังร่างกายของเธอเอง

ชิโฮะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ของชายหนุ่มที่เขาถอดออก พลันใบหน้าสวยก็ขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

 

.

.

อากาอิถอดเสื้อเชิ้ตออกก่อนจะก้มลงมาหาเธอ

เขากดจูบลงที่ใต้ไหปลาร้าจนเกิดรอยแดงก่อนจะโอบตัวเธอขึ้นมาแล้วจัดการสวมเสื้อเชิ้ตของเขาให้กับเธอ

อากาอิโอบกอดเธอไว้แล้วดันกลับลงที่นอนก่อนจะหมุนตัวเธอให้นอนซบที่อกของเขา

“นอนเถอะ เธอไม่สบาย ไว้เธอหายดีแล้วค่อยคุยกัน”

ชิโฮะแหงนหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะก้มหน้าลงกลับที่เดิมแล้วขดตัวซบเขาเอาไว้

ก็อย่างที่เขาบอก...

เธอไม่สบาย... ร่างกายอ่อนแอ จิตใจก็แปรปรวน ยังไม่พร้อมจะรับรู้อะไรหลากหลายอย่างเช่นตอนนี้ได้มากนัก

ขอเวลาให้ผ่านไปก่อน

ขอเวลาให้เธอได้เตรียมใจให้เข้มแข็งแล้วเธอจะพร้อมรับฟังทุกอย่างจากเขาอีกครั้ง

หรือเขาเองก็อยากได้เวลา

เวลาที่เขาจะได้เตรียมใจกล่าวสารภาพความผิดทุกอย่างให้เธอได้รับฟังและเพื่อเตรียมใจรับผลที่จะตามมา

แม้ว่าเธอจะไม่ให้อภัย ไม่ยกโทษให้... แต่เขาสาบานไปแล้วว่าจะดูแลและปกป้องเธอด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาจากนี้ไป

สาบานกับตัวเอง

และให้สัญญากับอาเคมิ

อากาอิดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างของเขาและเธอเอาไว้ เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นจากหนาวเย็นของฤดูกาล

แม้ภายนอกจากมีอากาศหนาวเย็นเพียงใด ทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้สึกถึงมัน

มีเพียงความอบอุ่นในหัวใจเท่านั้นที่พวกเขารู้สึกได้...

เธอได้ที่พักพิงแล้ว และเขาก็สามารถจะชดเชยเรื่องที่เคยทำผิดพลาดเอาไว้ได้เช่นกัน

สุดท้ายความมืดมิดของรัตติกาลก็ลากเธอและเขาให้จมลงสู่ห้วงนิทรา

.

.

 

“ตื่นแล้วหรอ”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นดึงสติของหญิงสาวให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

ชิโฮะเงยหน้ามองร่างสูงที่เดินเข้ามาหาที่เตียง ก่อนจะหน้าแดงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายเอาไว้ เพราะเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไร้เม็ดกระดุมของเขาไม่ได้ช่วยปกปิดเรือนกายของเธอเท่าไหร่นัก

“ข้าวต้มตอนเช้า” ชายหนุ่มใส่แว่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมส่งรอยยิ้มมุมปากให้เธอ

ร่างบางบนเตียงหรี่ตามองชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะยื่นมือบางไปรับชามข้าวต้มจากเขาเอามาถือเอง

สายตาเอาเรื่องที่เต็มไปด้วยคำถามจากหญิงสาวที่ส่งให้ชายหนุ่ม ทำให้เขายิ้มขำก่อนเอ่ยตอบ

“อากาอิ ชูอิจิ..ที่จริงตายไปแล้ว.. ควรจะตายไปแล้วน่ะ”

ท่าทางเกาแก้มพร้อมสีหน้าที่แสดงอาการคล้ายเคอะเขินเช่นนั้น เรียกให้ร่างบางหรี่ตามองด้วยความหมันไส้

ไปเปลี่ยนชุด เปลี่ยนร่างตอนไหนกัน.. แถมยังข้าวต้มนี่อีก

“แสดงว่านายก็ตื่นนานแล้วน่ะสิ” เสียงหวานแว้ดขึ้น ก่อนจะเขม่นมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนยิ้มแหยอยู่ข้างเตียงอย่างเอาเรื่อง

ถ้าตื่นนานแล้ว...

ชิโฮะคิดพลางก้มหน้าลงมองร่างกายตัวเองใต้ผ้าห่ม เรียกรอยยิ้มขำจากร่างสูง

“ก็นานแล้ว แต่เธอกังวลเรื่องอะไร..”

คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวต้องตวัดสายตากลับมามอง “พูดมาได้ ก็เมื่อคืนนายเกือบจะ..”

“หืม เกือบจะ..?”

รอยยิ้มที่มุมปากเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างบางทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมพูดออกมาด้วยใบหน้าแดงเรื่อ

ชายหนุ่มส่ายศีรษะให้กับความคิดของชิโฮะพลางยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกขำ

เขาตื่นได้ประมาณชั่วโมงหนึ่งก่อนหน้าเธอ แล้วรีบกลับไปที่บ้านของคุโด้ ชินอิจิ เพื่อปลอมตัวกลับร่างกลายเป็น โอกิยะ สึบารุอีกครั้ง หลบเลี่ยงจากสายตาของเจ้าพวกนั้น

แล้วกลับมาที่บ้านด็อกเตอร์อากาสะเพื่อทำข้าวต้มเป็นอาหารเช้าให้กับเธอ

“ถ้าไม่รีบข้าวต้มจะหายร้อนก่อนนะ” เขาพูดพลางพยักพเยิดหน้าไปทางชามข้าวต้มที่เธอถืออยู่

หญิงสาวเลิกสนใจชายหนุ่มที่ยิ้มกวนประสาทตรงหน้าแล้วหันไปสนใจกับชามข้าวต้มของเธอ

ชิโฮะตักมันขึ้นมากินจนหมดชามก่อนจะส่งมันกลับให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างเห็นว่ามันกลายเป็นหน้าที่ของเขาแล้ว

สึบารุส่งตลับยาที่วางอยู่ข้างเตียงให้ชิโฮะ ก่อนอีกมือจะยื่นแก้วน้ำให้เธอดื่มตามด้วย แต่หญิงสาวกลับชะงักไป

ตลับยานั่น...

เธอหรี่ตามองมัน ก่อนจะแหงนหน้ามองชายหนุ่มที่ถือมันยื่นส่งมาให้เธอ

“นายไปเอาโทรศัพท์ให้ฉันหน่อยสิ..” ชิโฮะดันตลับยากลับ พร้อมเอ่ยพูดกับสึบารุ

ชายหนุ่มมองตอบกลับอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็วางตลับยาและแก้วน้ำลงที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะเดินออกไปหยิบโทรศัพท์ของบ้านอากาสะมาให้เธอ

ชิโฮะรับโทรศัพท์มากดต่อสายทันทีอย่างไม่รีรอ

“ด็อกเตอร์คะ” เสียงหวานพูดขึ้นทันทีที่ปลายสายกดรับโทรศัพท์แล้ว “ฉันมีเรื่องอยากจะถาม...”

โอ้ หนูไอเหรอ อาการเป็นยังไงบ้าง

“ตอบคำถามฉันมาก่อนค่ะ” ชิโฮะไม่ตอบคำถามชายชรา แต่พูดขึ้นเสียงเพื่อบอกย้ำเขาอีกครั้ง

หืม..มีอะไรเหรอ หนูไอ

“ยาในตลับยา..ด็อกเตอร์เอามาจากไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามในสิ่งที่ข้องใจเธออยู่

อ๋อ พอดีฉันทำยาที่ได้มาจากหมอหายไปน่ะ เลยไปเอายามาจากชิ้นชักในโต๊ะของหนูไอ มีอะไรเหรอ

ทำหาย... ยาในลิ้นชัก...

ชิโฮะถอนหายใจกับสิ่งที่ได้ยิน “...ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

เอ๊ะ...?

“ขอให้สนุกกับงานนะคะ” เธอกดตัดสายทันทีเมื่อพูดจบ ก่อนจะยื่นมันคืนให้ชายหนุ่มเดินเอาไปเก็บ

ชิโฮะหายข้องใจเรื่องที่เธอกลับคืนร่างเดิมในทันที เมื่อได้ฟังคำตอบเรื่องยาในตลับจากด็อกเตอร์อากาสะ เพราะยาที่เขาเอามาให้คงจะมียาแก้พิษของAPTX4869ปะปนมาด้วยอย่างแน่นอน

หญิงสาวลุกขึ้นยืนตรงข้างเตียงก่อนจะขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้าด้วยกัน แล้วเตรียมก้าวขาออกเดิน

แต่แล้วความแสบร้อนกลางอกก็ทำให้เธอหยุดชะงักไป

“อึก..”

อย่าบอกนะว่า..มาแล้ว...

อาการร้อนภายในร่างกายพุ่งสูงขึ้น พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาตรงกลางอก เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายจนผิวขาวสวยชื้นขึ้น แตกต่างกับบรรยากาศหนาวเย็นภายในฤดูหนาว

ชิโฮะขยุ้มเสื้อกุมหน้าอกเอาไว้เพื่อระบายอาการเจ็บปวดรุนแรง ในขณะที่ชายหนุ่มเดินกลับมาหาพอดี

“เป็นอะไรน่ะ”

ท่าทางทรมานของหญิงสาวเรียกให้สึบารุที่เดินเข้ามาเห็นตกใจแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาประคองเธอไว้ด้วยความเป็นห่วงกังวลพร้อมสีหน้าร้อนรนอย่างผิดไปจากวิสัยปกติของเขา

ชายหนุ่มประคองตัวชิโฮะให้นั่งลงบนเตียงก็ก่อนโอบตัวเธอไว้ แล้วใช้มือข้างหนึ่งบีบจับมือเรียวที่กำลังกุมหน้าอกตัวเองอยู่พร้อมใบหน้าเจ็บปวด

“อ๊าาาาา...”

เสียงหวานกรีดร้องก่อนร่างกายจะค่อยๆย่อส่วนเล็กลงจนกลับกลายเป็นเด็กประถม ไฮบาระ ไอ ในวงแขนแกร่งของชายหนุ่ม

“แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบหายใจตามมา พร้อมร่างเล็กที่เอนหลังพิงซบกับอกของชายหนุ่มบนตักของเขา

“ฉันเพิ่งได้เห็นกับตา...” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังเสียงหอบหายใจของเด็กหญิงเงียบลงแล้ว

“ปล่อยได้แล้ว” ไฮบาระเอ่ยกับชายหนุ่ม ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากตักของเขา แล้วกำเสื้อเชิ้ตเอาไว้แน่น

“นายออกไปได้แล้ว” เด็กหญิงหันกายกลับมาพูดกับสึบารุ “ฉันจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า”

“แต่เธอไม่สบายนะ เดี๋ยวก็เป็นไข้ขึ้นมาอีกหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยแย้งอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของเธอ

“ฉันไม่เป็นไร นายน่ะออกไปได้แล้ว” เด็กหญิงยืนกรานในสิ่งที่เธอพูดอย่างดื้อรั้น พลางพยักพเยิดหน้าไล่ชายหนุ่มให้ออกจากห้องไป

สึบารุลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะยอมเดินออกไปจากห้องเธอแต่โดยดีอย่างไม่มีอิดออด

ไฮบาระ คว้านหาเสื้อผ้าในตู้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบมันแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป


ใช้เวลาไม่นานร่างเล็กของไฮบาระก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อผ้าแบบเด็กผู้หญิง

“เสร็จแล้วเหรอ แค่ก แค่ก” เสียงสึบารุที่เอ่ยทักขึ้นตอนเธอเดินมาถึงโซฟาที่เขากำลังนั่งดูทีวีอยู่ ทำให้เด็กหญิงต้องตวัดสายตามอง

“นายไม่สบายเหรอ” เด็กหญิงกอดอกมองร่างสูงที่หันไปไอสองทีก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เธอ

“ก็คงติดจากเธอ แค่ก แค่ก” ชายหนุ่มส่งยิ้มแหยมาให้ ก่อนจะไอค่อกแค่กอีกครั้งเรียกให้ใบหน้าของเด็กหญิงขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ

“เดี๋ยวฉันไปเอายามาให้ ฉันก็ยังไม่ได้กินยาตอนเช้าเลย” เธอพูดก่อนจะหมุนตัวกลับเดินไปทางบันไดที่ลงไปสู่ห้องใต้ดิน

ไม่นานเด็กหญิงก็เดินกลับมาพร้อมตลับยาและแก้วน้ำยื่นส่งให้ชายหนุ่ม

“ขอบใจนะ” สึบารุว่าก่อนจะรับยาใส่เข้าปากแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มตามลงไป

“แล้วนาย...”

“ไฮบาระ!” เสียงตะโกนเรียกชื่อเด็กหญิงดังขึ้นขัดคำพูดเธอ

สึบารุและไฮบาระจึงหันไปมองตามทางที่เกิดต้นเสียงขึ้น

“ไฮบาระ” เป็นเด็กแว่นจอมแผนการที่เดินหรี่ตรงเข้ามาหาเธอ

“อ้าว ไฮบาระ เธอลุกขึ้นมาทำไม” เด็กชายแสดงอาการประหลาดใจพร้อมเอ่ยพูดขึ้น เมื่อสังเกตเห็นเด็กสาวยืนอยู่ใกล้กับโต๊ะรับแขก

“ทำไม?” เด็กหญิงถามกลับพร้อมใบหน้างุนงง

“ก็ด็อกเตอร์บอกว่าเธอเป็นไข้หวัด” โคนันขมวดคิ้วมองไฮบาระที่ยืนนิ่งพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอ ก่อนเอ่ยตอบกลับเพื่อไขข้อข้องใจ

“แล้ว?” เด็กหญิงผมสีน้ำตาลแดงถามกลับ เพราะว่าเธอยังคงไม่เข้าใจ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้นักสืบซึ่งกลายเป็นเด็กคนนี้ต้องมาตะโกนเรียกเธอในบ้านด้วย

“พอคุณลุงทำคดีเสร็จฉันเลยรีบกลับมาดูเธอเนี่ย” เด็กชายที่ตัวจริงไม่ใช่เด็กกล่าวตอบให้เด็กหญิงคลายความสงสัยเสียที

“ต๊าย เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ” ไฮบาระปรับโทนเสียงให้สูงเล็กน้อยก่อนเอ่ยพูดพร้อมสีหน้าเหลือเชื่อที่เธอแสร้งทำ

“อะไรของเธอเนี่ย”

เด็กชายโคนันขมวดคิ้วงุนงงกับท่าทีเหมือนตั้งใจกระแนะกระแหนเขาของไฮบาระ ก่อนจะหันหน้าไปสังเกตเห็นบุคคลที่นั่งอยู่บนโซฟา

“อ้าว คุณสึบารุ มาทำอะไรที่นี่ครับ” เขาส่งเสียงทักชายหนุ่มขึ้นทันที ก่อนเอ่ยถามด้วยสงสัยว่าทำไมพี่ชายหน้าหล่อถึงมาอยู่ในบ้านของด็อกเตอร์ได้

“มาดูเธอน่ะ... แค่ก แค่ก”

สึบารุตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แล้วเหล่มองไปทางเด็กหญิงผมสีน้ำตาลแดงที่ยืนเท้าเอวเอาเรื่องเด็กชายใส่แว่นอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะกระแอ่มไอออกมา

“เอ๊ะ พี่สึบารุก็ไม่สบายเหรอครับ” เด็กชายเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ตามนิสัยของนักสืบ

“ก็นิดหน่อยน่ะ แค่ก แค่ก” ยิ่งชายหนุ่มพูดอาการไอก็เหมือนจะยิ่งหนักขึ้นไปอีก

“ไปทำอีท่าไหนเข้าได้ถึงเป็นหวัดล่ะครับเนี่ย” เด็กแว่นยังคงถามเซ้าซี้ชายหนุ่มต่อไป

สึบารุปรายตาไปมองร่างเล็กของเด็กหญิงที่กำลังเบิกตาค้างหน้าขึ้นสีแดงเรื่อ ก่อนจะหันมาพูดกับโคนันต่อ “ก็...”

“คุ..เอโดงาวะคุง นายไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปสิ” เสียงไฮบาระตวาดแว้ดขึ้นตัดบทพูดของชายหนุ่ม

“หะ ห๊า อะไรของเธอเนี่ย” โคนันที่กำลังตั้งใจฟังคำตอบของสึบารุอยู่ เกิดอาการงุนงงขึ้นทันทีที่เด็กหญิงเอ่ยตวาดเสียงดัง

“รีบกลับไปได้แล้ว” เด็กหญิงเดินมาจับแขนของโคนันก่อนจะออกแรงลากให้เขาไปจากตรงนั้น

“เห ฉันคุยกับคุณสึบารุอยู่นะ” เด็กชายแย้งขึ้นพร้อมออกแรงขืนตัวไม่ยอมเดินตามไฮบาระไป

“เอ๊ะ...” ก่อนที่เด็กหญิงจะทันออกแรงกระชากเด็กแว่นอีกครั้ง ข้อสันนิษฐานบางอย่างก็ผุดขึ้นมาให้ความคิดของเด็กชายซะก่อน

“หรือว่าพี่จะติดหวัดจากยัยนี่เหรอครับ” โคนันเอ่ยถามสึบารุพลางยกนิ้วชี้ไปที่เด็กหญิงข้างตัว

แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยอะไร ไฮบาระก็ขึ้นเสียงขัดตัดบทเขาซะก่อน “เอโดงาวะคุง ฉันบอกให้นายรีบกลับไปไง”

เด็กหญิงพูดพลางออกแรงดึงลากเด็กชายให้เดินตามออกไปทางประตูบ้านด้วยกัน

“ห๊าาาา” โคนันส่งเสียงลากยาวด้วยความไม่เข้าใจพลางเดินตามเธอออกไปด้วย

“นี่ หน้าเธอแดงๆนะ ไข้ขึ้นอีกหรือเปล่าน่ะ” เด็กชายที่เดินมาจนถึงประตูบ้านหันกลับมามองหน้าเด็กหญิง ก่อนจะเห็นอาการแดงจนผิดปกติจะเอ่ยทักด้วยความเป็นห่วง

“ฉะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” ไฮบาระเอ่ยปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก ไม่วายส่งสายตาเคืองไปให้เด็กชายด้วย

“เอ๊ คนเขาเป็นห่วงนะ เธอนี่” โคนันพูดย้ำอีกครั้งเพราะไม่เข้าใจท่าทางของเด็กหญิง

“กลับไปได้แล้ว ฉันแค่อยากพักผ่อน” ไฮบาระเอ่ยตัดบท ก่อนจะดันตัวโคนันไปทางประตูบ้าน

“อ่า อ่า.. ยัยรันบอกว่าเป็นห่วงเลยให้ฉันมาเช็คดูน่ะ ถ้าเธอไม่เป็นไรงั้นฉันกลับล่ะ”

เด็กชายพูดทิ้งท้ายก่อนจะยอมทำตามที่เธอต้องการ เดินออกจากประตูไปแต่โดยดี

“อืม” เด็กหญิงตอบรับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปทางส่วนรับแขก

 

“หึหึ”

เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเมื่อไฮบาระเดินกลับมาถึง เรียกให้เธอต้องตวัดสายตามองผู้ชายที่นั่งยิ้มไม่รู้ไม่ชี้อยู่ที่โซฟา

“แล้วนายจะกลับไปเมื่อไหร่” เสียงหวานเอ่ยอย่างไม่พอใจดังลอดออกมาจากริมฝีปากเล็ก พร้อมด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ที่บอกเป็นนัยว่าห้ามกวนใจ

“ใจร้ายจังเลยนะ แค่ก แค่ก เป็นคนทำให้ฉันติดหวัดไปด้วยแท้ๆ”

แต่เหมือนรังสีจากแววตาเคืองขุ่นที่ถูกส่งมาจากเด็กหญิงจะไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวั่นเกรงได้แม้แต่น้อย

“ยะ อย่ามาพูดบ้าๆ นายก็แค่เป็นหวัดตามฤดูกาล ฉันยังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”

เสียงเล็กที่แว้ดขึ้นเรียกให้ชายหนุ่มต้องยกยิ้มมุมปากด้วยความขบขัน กับท่าทางเหมือนแมวน้อยน่ารักกำลังขู่ฟ่อๆ ของเธอ

เธอเองก็ต่างไปจากตอนนั้น...

เธอเปลี่ยนไปแล้ว...

ความสดใสเดียงสาแบบเด็กผู้หญิงธรรมดา เข้ามาแทนที่เด็กสาวอมทุกข์ผู้มีใบหน้าเฉยชาและไม่ยอมแสดงอารมณ์อะไรออกมาให้ใครได้เห็น

ซ่อนความทุกข์ไว้หลังหน้ากากเย็นชา

และแอบไปร้องไห้อยู่ในมุมมืดเงียบๆคนเดียว

...ผู้หญิงโง่ๆ

ที่ทำให้เขาสนใจ...

อยากจะปกป้องเธอไปตลอด

...ไม่อยากให้เธอต้องแอบไปร้องไห้คนเดียวอีก

ปกป้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสของเธอเอาไว้...

“ก็เธอกับฉัน..จูบกัน” เสียงนิ่งพร้อมใบหน้าตาย ทำให้เด็กหญิงต้องหน้าแดงขึ้นทันที

“ตาบ้า หน้าไม่อาย กล้าพูดออกมาได้ยังไง” ร่างเล็กยังคงตวาดแว้ดขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มเพื่อปกปิดความเขินอายที่เพิ่มขึ้นของตัวเธอเอง

“ก็มันจริง.. แค่ก แค่ก ..นี่น่า” เสียงเรียบยังคงพูดเอ่ยอย่างจงใจจะแกล้งให้ร่างเล็กของเด็กหญิงแสดงอาการเคอะเขินออกมา

“ฉะ ฉันไม่สนใจนายแล้ว” เด็กหญิงพูดตัดบทก่อนจะหมุนตัวเดินหนีไปจากบริเวณนั้น

สึบารุมองร่างเล็กเดินหายไป พร้อมรอยยิ้มขำบนใบหน้า

ไม่ว่าหลังจากนี้ต่อไปจะเป็นเช่นไร

เธอจะอภัยให้เขาหรือไม่

เขาก็ขอสัญญา

ว่าจะคอยดูแลปกป้องเธอคนนี้ต่อไป...

 

 













 

 

 

 

Fin.



__________________________________________________

เอ่อ.. ขอโทษที่ปล่อยค้างเนิ่นนานนะคะ (หัวเราะ) อันที่จริงมีหลายเรื่องยุ่งๆ ต้องจัดการก่อน
ครบ 100% ในที่สุด ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
ปล. ภาพโดยไรท์ฯเองค่ะ วาดขณะกำลังสรุปหลังอ่านหนังสือสอบ (มันน่าเบื่อนี่น่า//หัวเราะ)

ต่อจากนี้คงทุ่มกับเรื่องหลักแล้วค่ะ ฟิคสั้นคงไม่มีแล้ว(ในตอนนี้) ขี้เกียจ(ขำ)
อ่านของธิดาซุสไปก่อนละกันนะคะ (โบ้ย 555+)

ผลงานอื่นๆ ของ Sherry R

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

22 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มกราคม 2563 / 23:27

    ลูกพี่จูบ = ดิ้นหนี ร้องไห้สะอึกสะอื้น

    เฮียชูลากขึ้นเตียง = ไม่ดิ้น ไม่หนี ไม่ร้องด้วย!

    แค่นี้ก็รู้แล้วว่าชิโฮะรักใคร วรั้ยๆๆๆๆ / วิ่งหนีห่ากระสุน

    #22
    0
  2. #21 ddannok12345 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 14:00
    ติดหวัด​ด้วยกะฝันชะดร้ายยยยขำโคนันง่ะ😆😆😆😆
    #21
    0
  3. วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 15:45
    ฟินเว่ออออ น่ารักมากกกกกก ><
    #20
    0
  4. วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 01:42
    ฟินนนนนนนนนนนนน
    รูปสวยมาก วาดเองเหรอค่ะ เก่งจัง><
    อิจฉาไอจัง มีชูคอยดูเเล(ยิ่งปลอมเป็นสึบารุ ยิ่งหล่อน่ากิน>>> แพ้หนุ่มแว่น5555)

    ชอบมากค่ะ ทั้งศัพท์ คำบรรยา เนื้อเรื่อง แต่งอีกน๊าชอบบบบบ
    #19
    1
    • #19-1 Sherry R
      17 ธันวาคม 2560 / 19:20
      ขอบคุณค่ะที่ติดตาม ไรท์คงจะแต่งออกมาอีกแน่นอนเพราะชอบคู่นี้มากค่ะ
      #19-1
  5. #18 punny-choco (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 15:51
    ฟินสุดๆ แต่อ่านแล้วสงสารพี่ของไอจัง
    #18
    1
    • #18-1 Sherry R(จากตอนที่ 1)
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:12
      เอ่อ... ไรท์ก็สงสารนะคะ... แต่ทุกเรื่องของไรท์ ทำร้ายอาเคมิหมดเลย 55555
      #18-1
  6. วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 13:23
    อ่านจบแล้วเขินแรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กริ๊ดหนักมากค่ะ ><
    #17
    1
    • #17-1 Sherry R
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:09
      55555 ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้ค่ะ
      #17-1
  7. #16 nightmask
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 00:13
    เขินหนักมาก น่ารักมากเลยค่ะคู่นี้
    #16
    1
    • #16-1 Sherry R
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:07
      ขอบคุณที่อ่าน และชอบฟิคเรื่องนี้นะคะ
      #16-1
  8. วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 14:43
    ฟินนนน-///- ตามมาจากฟิคบลีช นอยโทร่าxเนเลียล ดีใจ เจอคนเป็นติ่งเรื่องเดียวกันคู่เดียวกันแล้ว55555 ไรต์รีบมาอัพฟิคบลีขแล้วก็ Fic Conan : Akai Shuichi X Miyano ด้วยนะค้าาา รออยู่ค่า :)))
    #15
    1
    • #15-1 Sherry R
      23 ธันวาคม 2558 / 15:28
      เอิ่ม... ตามมาจากนอยเนลหรอคะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ ดีใจที่มีคนอ่าน ฟิคบลีชไม่สัญญานะคะ เพราะไรท์ไม่ค่อยถูกโรคกับดราม่า (แต่เอ็งแต่งเองนะ) 5555 ส่วนโคนันอีกสักพักจะมาค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ //โค้ง
      #15-1
  9. #14 ainaniya
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 01:07
    โอ้ยเขินหนักมากจริงๆ เฮียทำอะไรๆก้อน่ารักอ่ะ อิจฉาชิโฮะจัง
    #14
    1
    • #14-1 Sherry R
      23 ธันวาคม 2558 / 15:25
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ค่ะ คนเขียนชอบไรท์ก็ดีใจ มีแรงมโนฟิคอื่นต่อเรื่อยๆ ^^
      #14-1
  10. #13 i jung
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 13:18
    อ่านหลายรอบ ไม่เหมือนอ่านนิยายที่แต่งขึ้นมาเลยนะ อยากให้ อ.โกโซ เอาเรื่องทั้งคู่ไปแต่งแบบนี้เลย อิอิพี่แดง กะนู๋ไอ น่ารักดีค่ะ
    #13
    1
    • #13-1 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 20:37
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ 5555 อยากให้อ.แกแต่งคู่นี้บ้างเหมือนกันค่ะ ไม่เอาแบบดราม่านะคะ ไรท์ไม่ค่อยชอบ 5555
      #13-1
  11. #12 i jung
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 10:02
    แค่นี้ก็ทำให้คนอ่านฟินๆๆๆๆมากมายคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ //โค้งๆๆ
    #12
    1
    • #12-1 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 20:35
      คนอ่านชอบคนเขียนก็ดีใจค่ะ ^^
      #12-1
  12. วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 08:02
    สารภาพนิดนึง..... คาดหวังกับดราม่าหัวใจสลาย //ผิดมาก

    หวาย... ทำไมแอบเกือบขึ้น 18+ -..- 5555555
    ชอบตอนท้ายๆมากค่ะ ที่เชอรี่กลับร่าง แบบ... "ฉันเพิ่งเคยเห็น...." บนโลกนี้มีแค่สองคนพี่แดงเคยเห็นมาก่อนสิแปลก ถถถถถถ
    ก็... ไม่รู้สินะ .... รู้สึกสงสารอาเคมิมากขึ้น.... ยิ่งวันนี้คุยกับชะเอมไปแล้วแบบ... เอ๊ะๆๆ ให้พระเอกเป็นยีนเหมือนเดิมดีไหมนะ 5555555 เริ่มไม่อยากอวยพี่แดงเพราะรู้สึกพี่แดงขี้โกง //โดนตบ
    ชักอยากเขียนฟิคสั้นขึ้นมาแล้วค่ะ... แต่ไม่รับปากนะว่าคู่ไหน 5555555
    ชอบค่ะ เขียนแบบหวานๆฟินๆร่างโอกิยะกับไฮบาระบ้างสิพี่จัส //โดนเตะข้อหาเรื่องมาก รู้สึกฟิคสั้นที่อ่านมายูชอบเรื่องทานาบาตะที่สุด (พล็อตที่กะทันหันมักจะออกมาดีไม่รู็ทำไม)
    รูปสวยค่ะ > #11
    6
    • 21 ธันวาคม 2558 / 20:29
      ถึงพี่จัสและพี่ยู...
      หนูงอนแล้ว!-*- //วิ่งไปร้องไห้หัวใจสลาย #ปัญญาอ่อน-.-555
      #11-5
    • #11-6 Sherry R
      21 ธันวาคม 2558 / 21:13
      โอ๋ๆๆ เอมจัง เดี๋ยวกลับไทยพี่มีฟิคพี่แดงไอจัง ย้อมใจจากไลแลคสีม่วงของคนแถวนี้ค่ะ =_=;; //โดนยูตบกระเด็น
      #11-6
  13. วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 02:53
    เริ่มตั้งแต่ที่ไอจังคืนร่าง ชิโฮะแสดงอารมณ์ความอดกลั้นทั้งหมดออกมา เผยความอ่อนแอให้กับคนที่เธอปากบอกว่าแสนเกลียด แต่ในใจลึกๆเธอก็ยอมรับแหละว่าเธอสามารถแสดงตัวตนอ่อนแอให้เขาเห็นได้ เหมือนเรื่องจะสื่ออยู่ว่าคนนี้ อากาอิ ชูอิจิ คือผู้ชายที่เป็นที่พักพิงให้เธอได้ ถ้าตัดเรื่องอาเคมิ เธอให้อภัยเขาได้อยู่แล้ว ส่วนพี่แดง พอโดนรู้ว่าเป็นเฮียชู มันเป็นช่วงที่พีคมาก ไรท์ทำให้อินตามไปเลย เศร้าและรู้สึกผิดแทนเฮีย ช่วงบอกจะปกป้องคือทุกอย่างไหลลื่นมากค่ะ ชิโฮะยอมรับจริงๆถึงยอมให้จูบ แล้วจู่ๆโรแมนติก ดราม่า ก็ถูกคอมเมดี้แย่งซีน555 ตอนจบน่ารักมาก พี่แดงกวนสุดๆ ไอจังก็สดใสแล้ว อินเลิฟซะที โลกเป็นสีชมพูสุดๆเลย~~~~ และสุดท้าย อยากบอกว่าเรื่องนี้ควรเป็นจริงค่ะ มันสมบูรณ์แบบไปหมด ประทับใจมาก ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้นะคะ ปล.ธิดาซุส<<<< เดี๋ยวๆ โบ้ยกันอย่างนี้เลยเหรอคะ?!555555
    #10
    3
    • 18 ธันวาคม 2558 / 13:52
      ชอบจุดพีคมากกกค่ะ ช่วงนั้นอารมณ์ตัวละคร
      มันไปเองเป็นธรรมชาติมาก ไม่เหมือนเรื่องแต่งเลย
      แอบตั้งตัวไม่ทันตอนจูบ ฟินมาก
      คือเมื่อกี๊เพิ่งซึ้งดราม่า555
      ถึงพี่จัสจะไม่ว่างอัพเรื่องสั้น
      แต่จะยังติดตามเรื่องหลักต่อไป สู้ๆนะคะ^^
      #10-2
    • #10-3 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 20:39
      คือช่วงนั้นยอมรับเลย ตั้งใจตัดบทดราม่าทิ้งแล้วเอาจูบเข้าว่า
      55555 ตอนแรกว่าไม่มีเรื่องสั้นแล้ว แต่รอกลับไทยก่อน เดี๋ยวมีอีกเรื่อง
      #10-3
  14. #9 i jung
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 08:50
    ชอบๆๆๆๆๆมากๆๆๆค่ะ รออ่านต่อ 100% นะค่ะ อ่านแล้วฟินตามเลยค่ะ
    #9
    1
    • #9-1 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 02:35
      ครบ 100% แล้วค่ะ
      แต่ตอนจบอาจจะไม่ฟินมาก
      ขออภัยด้วยนะคะ
      #9-1
  15. วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 02:05
    รอ ร้อ รอ รอ 50% ที่เหลือด้วยใจระทึก>< #ครบ100เมื่อไหร่...จะเม้นยาวๆเลยค่ะ-.,-
    #8
    1
    • #8-1 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 02:34
      ครบ100% แล้วนะคะ
      จัดไปเลยค่ะ 55555
      #8-1
  16. #7 ainaniya
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 21:41
    เฮียจะโดนเห็นหน้าจริงแล้วว้ายๆๆ คอย 50% ที่เหลือ อิอิ
    #7
    1
    • #7-1 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 02:33
      โดนเห็นแล้วล่ะค่ะ 5555
      ครบ100%แล้วนะคะ
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ //โค้ง
      #7-1
  17. #6 ติ่งอากาอิ
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 20:58
    ฮือออ ตอนนี้ปวดใจมากเลยค่ะ

    ทำไมล่ะโมโบโรชิ ได ทำไม...

    ทำไมไม่จูบปลอบชิโฮะไปเล้ยยย จูบเลยเซ่!!// ผิดๆ

    แวบมาเช็ค เจอตอนนี้กรี๊ดลั่นเลยค่ะ

    ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำจากการอ่านหนังสอบได้เยอะเลยค่ะ

    เฝ้าติดตามด้วยใจจดจ่อ

    จูบไรเตอร์หนึ่งที 😍
    #6
    1
    • #6-1 Sherry R
      18 ธันวาคม 2558 / 02:31
      เอิ่ม... จูบให้ตามต้องการค่ะ
      แต่เป็นความต้องการของไรท์ฯเองนะคะ (หัวเราะ)
      ตอนนี้ครบ 100% แล้วค่ะ
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #6-1
  18. วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 08:09
    สารภาพค่ะ พอเชอรี่เรียก "โมโรโบชิ ได" ยูกรี๊ดออกมาลั่นห้องนอนจริงๆ (//ดีนะรูมเมทไม่อยู่)
    ดราม่า... หักมุม.... แอบเดาถูกว่ายาในอยู่ในตลับหนึ่งในนั้นต้องเป็นยาถอนพิษ APTX (แค่คิดเล่นๆทำไมเป็นจริง ._.;;) แต่ไม่คิดว่าสึบารุจะเจอร่างเชอรี่.......
    แถมยังกระชากที่เปลี่ยนเสียงอีก! ที่แต่งหน้าปลอมตัวด้วย!! (//กัดผ้า พี่จัสตัดตอนได้ใจร้ายมาก เดาไม่ถูกจริงๆว่าจะไปแบบไหนต่อ)

    ปล.  ความเป็นส่วนตัวนะคะ ยูไม่คิดว่าเชอรี่จะเรียกว่า "ไดคุง" หรือแค่ "ได" ยังอาจจะยาก เพราะไดแก่กว่าเชอรี่แน่ๆ เพราะคบกับพี่สาว ส่วนใหญ่คุงใช้กับคนเด็กกว่า เพื่อนกัน ไม่ก็... สนิทกันน่ะนะ ซึ่งเฮียไม่ใช่สักอย่าง ยูคิดว่าปกติเชอรี่อาจจะเรียกแค่ "นาย" ไม่ก็เรียกเต็มยศแบบ "ตอบมาสิ โมโรโบชิ ได" อะไรแบบนั้น......
    #เจือกนิยายเขาอีกแล้ว ._. รออีกครึ่งที่เหลือค่ะ //มองผ้าขาดๆ 
    มันเป็นฉากที่อยากให้มีในออริจินัลจริงๆ! อยากรู้ว่าเชอรี่จะทำยังไงที่จะรู้ตัวชู  >_<
    #5
    1
    • #5-1 Sherry R
      3 ธันวาคม 2558 / 02:18
      เรื่องยาถอนพิษเดี๋ยวมีเฉลย พี่ไม่ได้ตัดตอนใจร้ายนะ แต่เนื้อเรื่องหลังจากนี้ยังชั่งใจอยู่ว่าจะเอาไงดี 55555555 ดราม่าหนักมาก หรือดราม่าเล็กน้อยพอเป็นกระไส //โดนรุมตบ

      เรื่องคำเรียกพี่ก็ไม่แน่ใจอ่ะ เพราะเชอรี่นึกถึงแฟนคุณพี่สาวทีก็พูดชื่่อเต็มออกมาเลย แล้วก็ยังไม่มีเนื้อหาในส่วนนี้ลึกด้วย หรือย้อนความอะไรถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนของสองคนนี้ด้วย ถ้ามันขัดพี่ก็ว่าจะแก้ไขอยู่ อ่านเองยังรู้สึก... ยอมรับเลย

      พี่ก็อยากให้มีในออริจินัลเหมือนกัน รออ.โกโชเลย แต่ดูแล้วอาจจะยากจุง ขอมโนไปก่อนแล้วกัน 5555555
      #5-1
  19. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 06:00
    อ่านไปอมยิ้มหนักกว่าคู่น้องสาว แต่ก็ต้องชะงักกับ >> 20%
    ทำไมนะพี่จัส ทำไมมมม //โดนตบ
    จริงๆนอกจากเบลม็อทที่เป็นดารา ควรยกตุ๊กตาทองคำให้พี่ชูนะคะ เพราะยูไม่สามารถนึกภาพที่ชูยิ้มบางๆอ่อนโยนแบบนั้นออกจริงๆ ถ้าพี่่ชูยิ้มมุมปากนี่เต็มหัว และดูนิสัยพี่ชูที่ไม่น่าจะดูแลอะไรใครเป็น (พนันได้ว่าอยู่กับอาเคมิหรืออาจารย์โจดี้ผู้หญิงเขาจะเป็นฝ่ายแคร์มากกว่า มาเจอเชอรี่ทีพี่ชูอย่าหวัง 555555)

    จะดราม่าจะหวานจะอะไรก็เอามาเถอะค่ะ หมอนพร้อมผ้าเช็ดหน้าพร้อม! คู่นี้คือมันดราม่ามาตั้งแต่ยีนเชอรี่แล้วค่ะ เพราะงั้นเชิญพี่จัสบรรเลงโลด -..-
    #4
    3
    • #4-2 Sherry R
      1 ธันวาคม 2558 / 23:37
      ตอบหนูยู เดี๋ยวจะรีบมาอัพต่อค่ะ รออีกแปบน้าาา พี่สอบเสร็จแล้ว
      พี่ว่าควรยกให้เฮียตั้งแต่ช่วงที่กลายมาเป็นพี่แดงแล้วนะ
      ความสามารถในการยิ้มหน้าตาย ซึ่งดูกวนโอ๊ยมาก กับคำถากถางของไอจังเวลาแม่นางคลางแคลงใจเสมอนี่ น่าตบมากค่ะ 55555
      เรื่องไอการเทคแคร์ดูแลนี่ก็นะ สำหรับอาเคมิ โจดี้ พวกนี้คงเป็นฝ่ายทำมากกว่า
      แต่สำหรับราชินีอย่างไอจัง เฮียชูอย่าได้หวังค่ะ ก๊ากกกก
      ส่วนจะดราม่าหรือหวานก็รอติดตามนะจ๊ะ
      #4-2
    • #4-3 Sherry R
      1 ธันวาคม 2558 / 23:40
      ตอบหนูเอม เพอร์เฟคต์แมนแบบเฮีย นี่ยังได้เป็นแค่ตัวประกอบนะ
      พี่ล่ะเซ็งเลย บักชินมันมีดีตรงไหน ผู้หญิงถึงหลงกันนัก แทบจะทั้งเรื่องแล้วมั้ง
      เฮียนี่สิ เหมาะจะเป็นพระเอกมากกว่า
      ถึงจะไม่ใช่พระเอกของเรื่องก็เป็นพระเอกในใจพี่นี่แหละ อิอิ
      #4-3
  20. #3 i jung
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 20:46
    ฟินค่ะ อยากให้คู่นี้รักกันๆๆๆๆ เอาแบบฟินๆหวานๆแบบจิกหมอนได้มั้ยอะ ไม่อยากให้ดราม่า งุงิ สงสารไอจัง อยากให้มีคามสุขกะพี่แดงอะ รีบอัพไวๆนะคะ รออยุ่
    #3
    1
    • #3-1 Sherry R
      1 ธันวาคม 2558 / 23:26
      แต่ยังไงคู่นี้ก็ดราม่านะคะ ^^;; ตอบนี้สอบเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะรีบเข้ามาอัพในเร็ววันค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #3-1
  21. #2 ainaniya
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 21:34
    ชอบๆ ^^ รออ่านต่อนะก๊ะ
    #2
    1
    • #2-1 Sherry R
      26 พฤศจิกายน 2558 / 23:45
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ
      ขอบคุณสำหรับแฟนอาร์ตด้วยนะคะ ^^
      #2-1
  22. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 05:01
    โอ้วมายก้อด กระสุนเงินที่รักของฉันหวานจริงๆ5555
    พี่แดงคะ ถ้าจีบไอจังติดอย่าลืมขอบคุณด็อกเตอร์นะคะ
    ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเลยค่ะ555
    ไอจังน่ารักอ่า...น่าร้ากกกกก น่ารักที่สุดเลยยยย
    เหมือนแมวน้อยเลยอ่ะ ไม่ยอมพี่แดงด้วย
    พี่แดงก็เป็นห่วงดูแลดีฝุดๆ
    คือ....โลลิคอนมากอ่ะเฮียยย
    ปล.20%ได้ไงคะะะะ ที่เหลือล่ะคะะะะ*กรีดร้อง(??)
    #1
    1
    • #1-1 Sherry R
      26 พฤศจิกายน 2558 / 23:48
      555555 ไม่อยากบอกเลยว่านี่แค่20%
      เรื่องมันเพิ่งเริ่ม ที่เหลืออาจดราม่าเต็มพิกัดก็ได้นะ
      มันอาจมีอะไรที่คาดไม่ถึงก็ได้
      #1-1