นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Short Fic : Detective Conan [Gin x Sherry / Subaru x Ai]

โดย Sherry R

เมื่อเข้าฤดูร้อน เทศกาลหนึ่งที่ผู้คนรอคอย เพื่อจะได้อธิษฐานขอพรให้ตนเองสมหวังเฉกเช่นเดียวกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะและฮิโกโบชิที่สมหวังในรักและได้มาเจอกัน ...แล้วตัวเธอล่ะ จะสมหวังในเรื่องอะไรได้บ้างมั้ย...

ยอดวิวรวม

5,205

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


5,205

ความคิดเห็น


23

คนติดตาม


112
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ส.ค. 58 / 04:05 น.
นิยาย Short Fic : Detective Conan [Gin x Sherry / Subaru x Ai]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ส.ค. 58 / 04:05


   

 

 

Short Fic : Detective Conan

[Gin x Sherry / Subaru x Ai]

Title : “ Tanabata no hi ”

 


 

 

 

 

“ไปทางนี้จะดีเหรอครับ”

เสียงทุ้มต่ำหลุดรอดออกมาจากปากของผู้ชายร่างท้วมซึ่งกำลังกุมพวงมาลัยรถและมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าภายใต้แว่นตาดำ

“อืม”

เสียงเข้มของชายอีกคนเอ่ยสั้นๆแบบขอไปที พลางใช้สายตาคมมองออกไปยังนอกหน้าต่างรถดูวิวเมืองที่มีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ไปมา

“รถติดน่าดูเลยนะครับเนี่ย”

ชายร่างท้วมยังคงบ่นถึงสภาพจราจรบนท้องถนนตอนนี้ที่แน่นขนัดเต็มไปด้วยรถยนต์ที่ดูจะมีมากเกินไปกว่าในวันปกติ

“ขับไปเถอะว็อดก้า”

เสียงเข้มของชายที่นั่งข้างคนขับกล่าวโดยไม่คิดจะสนใจคำพูดของคนที่มีฐานะต่ำกว่า ทั้งยังคงมองไปยังริมถนนที่ผู้คนกำลังเดินไปมา บ้างก็เข้าออกร้านค้าดูวุ่นวายน่าเวียนหัวอย่างที่เขาไม่ชอบ

“วันนี้ในเมืองเหมือนจะมีงานเทศกาลนะครับ ลูกพี่”

ชายร่างท้วมที่มีฐานะต่ำกว่ายังคงเอ่ยต่อไปเหมือนต้องการบ่นมากกว่า แล้วมองไปยังข้างทางที่มีร้านค้าอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของกันมากหน้าหลายตา

“...” ชายผมยาวสีเงินไม่ได้ตอบรับอะไรคนที่ชื่อว็อดก้า และยังคงมองไปยังผู้คนมากมายอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก

“เทศกาล...ทานาบาตะสินะครับ หน้าร้านค้ามีต้นไผ่อยู่เกือบทุกร้านเลย”

หลังจากมองและพินิจพิจารณาต้นไผ่หลายต้นที่ตั้งเรียงรายกันเต็มริมทางอยู่หน้าร้านขายของ ว็อดก้าก็พูดออกมา เมื่อเข้าใจว่าวันนี้ในเมืองมีงานเทศกาลอะไรกัน

“ทานาบาตะ เหรอ...”

ชายที่เหม่อมองไปนอกหน้าต่างตลอดเวลาบ่นพึมพำกับตัวเอง

ทานาบาตะ... เทศกาลที่ผู้คนจะเขียนคำขอพรใส่ทังซะขุกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วนำคำอธิษฐานนั้นไปห้อยบนกิ่งไผ่พร้อมด้วยสิ่งประดับประดาอื่นๆ

งี่เง่า...

“ไร้สาระนะครับ ลูกพี่ยิน คิดว่างั้นมั้ยครับ”

“...”

แต่ชายที่ชื่อยินไม่ได้เอ่ยตอบอะไรว็อดก้ากลับไป

“งี่เง่า”

พลันเสียงของเขาเองในความทรงจำก็ดังขึ้นมา ทำให้เรื่องที่พยายามจะลืมในอดีตหวนกลับเข้ามาในความคิดของเขาอีกครั้ง


.

.

.

“ยิน ช่วยพาฉันไปที่ห้างในเมืองหน่อยสิ”

เสียงหวานที่ติดจะเย็นชาของเด็กสาวผมสีน้ำตาลแดงในชุดกราวน์เดินตรงเข้ามาหาเขา ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเพิ่งทำงานในห้องแลบเสร็จแล้วเพิ่งจะได้ออกมา

และเมื่อกี้นี้เธอพูดว่าอะไรนะ...

...ช่วยพาฉันไปที่ห้างในเมืองหน่อยสิ... ใช่ประโยคขอร้องหรือเปล่า?

แปลก แปลกมาก นี่ใช่เชอรี่ตัวจริงเหรอ?

“เธอว่าอะไรนะ เชอรี่” ยินถามเด็กสาวอีกครั้งเพื่อยืนยันความคิดตนเอง

“ขอร้องล่ะยิน พาฉันไปห้างในเมืองหน่อย” เด็กสาวนามว่าเชอรี่เอ่ยตอบเชิงขอร้อง

“ช็อปปิ้งเหรอไง” ยินเอ่ยถาม พลางหรี่ตามองเด็กสาวอย่างหยั่งเชิง

ที่วันนี้นักวิทยาศาสตร์สาวคนสวยแม้จะเพิ่ง 17ปีแต่ก็เป็นถึงมันสมองขององค์กรคนนี้ เป็นคนเอ่ยคำขอร้องกับเขา ทั้งที่ปกติหยิ่งในศักดิ์ศรีจนไม่ยอมร้องขออะไรง่ายๆ

แม้แต่ตอนที่ร่วมรักกันแล้วเขาระงับอารมณ์ไม่อยู่เผลอรุนแรงกับเธอไป เธอก็ยังกัดปากตัวเองข่มเสียงไว้ไม่ยอมร้องออกมาสักนิดเดียว...

เอ๊ะ เหมือนจะเปรียบเทียบกับเรื่องนี้ไม่ได้สินะ...

ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ เธอคนนี้หยิ่งทะนงตน ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และไม่ยอมเอ่ยปากขอร้องอะไรกับใครง่ายๆ แต่วันนี้มาแปลก มาขอให้เขาพาไปห้าง ทำไมกัน?

“เปล่า...” เชอรี่งึมงำตอบในลำคอ

นั่นเธอพูดกับใคร แล้วฉันจะรู้มั้ยว่าเธอต้องการอะไรน่ะ เชอรี่...

“งั้นก็ไม่ต้องไป” ยินพูดพลางทำท่าจะเดินหนีไป

“เดี๋ยวสิ ยิน...” เชอรี่ร้องเรียกยิน พลางเดินเข้าไปดึงเสื้อโค้ทของเขาเอาไว้ ไม่ให้เขาเดินหนี

“...” ยินหยุดเดิน พลางเงียบรอฟังว่าเด็กสาวจะพูดอะไรต่อ

“ถ้าไม่ได้ไปกับนาย ฉันก็ออกไปข้างนอกไม่ได้น่ะสิ” เชอรี่พูดเสร็จก็ปล่อยมือออกจากชายเสื้อโค้ทสีดำของยิน

แม้จะอยู่ในช่วงหน้าร้อน เขาก็ยังใส่เสื้อผ้าที่ไม่เข้ากับฤดูกาลอย่างเสื้อแขนยาวสีเข้มตัวใน และเสื้อโค้ทตัวหนาสีดำทับอีกชั้นหนึ่ง

อ๋อ นี่สินะเหตุผล

ตั้งแต่เรื่องความสัมพันธ์ของเธอและพี่สาวของเธอ ที่ไปสนิทสนมกับเอฟบีไอที่แฝงตัวเข้ามาเป็นสปายภายในองค์กรถูกเปิดเผยขึ้น เธอและพี่สาวก็ถูกควบคุมตัว และถูกติดตามทุกฝีก้าว

แม้ท่านผู้นั้นจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่เชอรี่ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะและเป็นถึงมันสมองขององค์กร นั่นทำให้เธอไม่ถูกลงโทษอะไร เพียงแค่โดนจำกัดพื้นที่และความเป็นส่วนตัวมากกว่าเดิมเพียงเท่านั้น ทั้งยังต้องมีคนคอยเฝ้าติดตามดูตลอดเวลาที่ไม่ใช่เวลาทำงาน และคนที่ทำหน้าที่นั้นก็คือเขานี่เอง

ทั้งที่เขาเผลอคิดไปว่าเธอมาขอร้องเพราะว่าเธอเองก็แอบมีใจให้เขาบ้างเหมือนกัน...

“ก็ได้ ฉันจะพาไป” ยินหันมาพูดกับเชอรี่ที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ที่เดิม

“อ่ะ เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ” เชอรี่เงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจที่ยินตอบตกลงอย่างง่ายดาย และเอ่ยขอตัวไปเปลี่ยนชุดเพื่อจะออกไปข้างนอก

“นายตามมาด้วยทำไม” เชอรี่พูดขณะเดินไปยังห้องพักของตนเอง และมียินเดินตามมาด้วย

“ไม่เห็นจะเป็นไร ฉันไปรอที่ห้องเธอก็ได้นี่” เขาพูดอย่างไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร

“ห๊ะ งั้น ระ รอข้างนอกห้องนะ” เชอรี่พูดอย่างนึกกลัวการที่ต้องอยู่กับยินสองคนในห้องพัก ถึงแม้ว่าเขากับเธอจะมีอะไรเกินเลยไปหลายครั้งแล้วก็ตาม

“ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอพูด” ยินพูดอย่างไม่สนใจความเห็นของเชอรี่

เขารู้ดีว่าเธอกำลังกลัว กลัวว่าเธอจะไม่ได้ทำแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปห้าง แต่ต้องอาบน้ำใหม่หมดเลยทั้งตัวเพราะเขาเป็นคนทำ

แต่เขาไม่ได้เป็นคนที่ฝักใฝ่หรือมักมากเรื่องนั้นสักหน่อย ถ้าไม่มีอารมณ์เขาก็ไม่คิดจะทำหรอก ตรงกันข้ามหากว่าเขาอยากกอดเธอขึ้นมาเมื่อไหร่ใครก็ห้ามเขาไม่ได้ทั้งนั้น

แม้แต่ตัวเธอเอง ...หรือว่าเธอจะห้ามได้นะ

แต่ช่างเถอะ เอาไว้วันไหนที่เธอเอ่ยปากห้ามเขา ก็จะรู้เองนั่นแหละ ว่าเธอสามารถหยุดเขาได้หรือเปล่า

เชอรี่ไขกุญแจแล้วเปิดประตูเดินนำเข้าไปในห้องพัก ยินจึงเดินตามเข้ามาทีหลัง ปิดประตูห้องเธอและไปนั่งรอที่โซฟารับแขก

ยินนั่งมองไปรอบห้อง ห้องที่เขาเข้าออกมากครั้งยิ่งกว่าห้องพักของตัวเอง ห้องที่มีกลิ่นหอมของเจ้าของลอยฟุ้งอยู่ภายใน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาชอบสูดดมเวลาที่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขา ข้าวของแต่ละอย่างภายในห้องนี้เขาก็รู้ที่จัดวางของมันเป็นอย่างดี ตำแหน่งห้องหรือตู้เตียงเขาก็รู้หมดทุกสัดส่วน

...แม้แต่ขนาดอกเอวสะโพกของเรือนร่างเล็กบอบบางของเจ้าของห้องเอง เขาก็รู้ดี... หึหึ

พลันสายตาคมของยินก็ละไปมองทางเดินที่ตรงไปยังห้องนอน ห้องที่เขาชื่นชอบที่สุด ห้องที่จะได้นอนกอดเด็กสาวหลังเธอสลบไปเพราะเหนื่อยเพลียจากการกระทำของเขา

อันที่จริงห้องน้ำก็เป็นห้องที่เขาชอบมากเช่นกัน กลิ่นสบู่ แชมพูที่คลุ้งอยู่ในนั้นทำให้เขาเพลิดเพลินสุขสมกับเด็กสาวได้อารมณ์เป็นอย่างดี หรือจะเป็นโซฟาตัวนี้ก็ด้วย...

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ผมว่าผมเพิ่งจะพูดไปว่าไม่ได้ฝักใฝ่ แต่ที่กำลังคิดอยู่นี่...

ยินสะบัดหัวแล้วเปลี่ยนเรื่องคิด แต่ก็ไม่วายเป็นเรื่องของเชอรี่อยู่เช่นเดิม

ตั้งแต่เขาได้ร่วมรักกับเธอ เขาก็เปลี่ยนไป ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า แค่เพียงเด็กสาวที่ไม่ได้มีอะไรน่าพิศวาสนัก เทียบกับพวกผู้หญิงที่เขาไปมั่วบ่อยๆก็ไม่ได้ แต่เธอก็ทำให้เขาเลิกนิสัยกับใครก็ได้นั้นไป

ยินเลิกยุ่งกับผู้หญิงทุกคน ยกเว้นก็เพียงแค่เชอรี่เด็กสาวที่ทำให้เขาแทบคลั่งอยู่บ่อยๆ เมื่อได้ใกล้ชิดเธอ เขาเปลี่ยนไป ถ้าสาวเจ้าจะพอรู้สึกตัวสักหน่อย ก็จะรู้ว่ามีหลายเรื่องเขายอมอ่อนข้อและตามใจเธอ เขาไม่ได้ไปมั่วกับผู้หญิงคนไหนอีก จะมีก็แต่เธอที่เขาคอยตามติดไม่ห่าง

แต่ที่เปลี่ยนไปนั้นก็ไม่ใช่แค่เพียงนิสัยภายนอกของเขา แต่ภายในหัวใจแข็งกร้าวหยาบกร้านนี้ของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

ในตอนแรกเขาคิดแค่เพียงว่าที่คอยตามดูเธอเพราะหน้าที่ แต่ก็ต้องคอยเถียงกับตัวเองเสมอว่าแล้วเพราะอะไรเขาถึงยอมตามใจเธอ เขาถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งจนแน่ใจว่าเขาคงหลงรักเธอเข้าให้แล้ว แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าเขาหลงใครสักคน แต่สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ใจเขาต้องการ

“เสร็จแล้ว” เสียงหวานของเชอรี่ดังขึ้นดึงสติของยินกลับมา

“อืม” ยินรับคำของเชอรี่แล้วเดินนำออกไปหน้าห้อง

เธอคงไม่มีทางรู้... ยินคิดพลางมองใบหน้าเรียบนิ่งสวยของเชอรี่ที่กำลังล็อคกุญแจห้องเธออยู่

 

“เธอจะบอกได้หรือยังว่ามาที่นี่ทำไม”

ยินที่เดินตามเชอรี่เข้ามาในห้างสรรพสินค้าเอ่ยถามขึ้นอย่างอยากรู้เหตุผลที่เธอต้องถ่อมาที่นี่

“อ่า...” เด็กสาวส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ก่อนจะวิ่งไปยังต้นไผ่ต้นใหญ่ที่ถูกตั้งอยู่กลางห้าง

เชอรี่ล้วงกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแดงที่เขียนอะไรบางอย่างไว้ออกจากกระเป๋าสะพาย แล้วนำกระดาษแผ่นนั้นไปแขวนห้อยไว้ที่กิ่งของต้นไผ่ พลางหลับตาประกบมือเหมือนกำลังขอพรแล้วยิ้มบางๆ

ยินที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร และจ้องมองรอยยิ้มที่หาได้ยากนั่นของเธอ

“กลับกันเถอะ” เชอรี่ลดมือลงและหันมาพูดกับเขา

“แค่นี้เหรอ” ยินพูดแล้วหันหลังเพื่อจะเดินกลับออกจากห้าง

“อืม ขอบใจนะ” เชอรี่พูดขึ้นแล้วเดินนำออกไปก่อนเขา โดยที่ไม่ได้มองยินเลย

เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?

ยินปัดความคิดวุ่นวายทิ้ง เขาได้ยินทุกคำพูดของเธออย่างชัดเจน แต่แค่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเพียงเท่านั้น

กลับห้องแล้วเขาจะจัดการแม่สาวตัวดีซะให้เข็ด...

ทั้งที่พูดขอบใจออกมาแต่กลับไม่มองหน้าเขาเลย ทำแบบนี้เธอพูดออกมาจากใจหรือเปล่าเขาจะไปรู้ได้ยังไงกัน

 

“มีอะไรเหรอ” เชอรี่เอ่ยถามขึ้นหลังจากกลับมาจากห้างแล้ว และเห็นผมยังคงเดินตามเธอมาที่ห้องพักของเธอด้วย

“เธอไปที่ห้างทำไม” ผมถามด้วยความสงสัย อยากจะรู้ว่าที่เธอทำที่ห้างนั่นคืออะไร

“ก็เห็นแล้วนี่” ดูสิ ดูเธอย้อนผม ผมเห็นแล้วว่าเธอทำอะไร แต่ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม

“แค่ไปแขวนกระดาษนั่นเหรอไง” ผมยังคงพูดกับเธออย่างใจเย็น

“ก็แค่นั้นแหละ” ก็ยังคงยอกย้อนไม่เลิก เดี๋ยวก่อนนะเชอรี่ เดี๋ยวก่อน...

“อ๊ะ”

ผมออกแรงฉุดแขนเชอรี่ให้เดินไปยังห้องนอน แม้ว่าจะผ่อนแรงลงแล้วแต่ผมก็ยังคงลืมไปว่าแขนขาวเรียวบางของเธอเป็นสิ่งที่ควรทะนุถนอมให้มากกว่านี้

“ทะ ทา ทานาบาตะน่ะ วันทานาบาตะ” เสียงหวานหูดังขึ้นพร้อมด้วยอาการตกใจ

ผมรู้ว่าเธอกลัวเวลาที่ผมลากเธอเข้าห้องนอน เพราะเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เวลาที่ผมเค้นหาคำตอบจากคนปากแข็งอย่างเธอ

แต่กับคราวนี้มันไม่ใช่ ผมแค่จะแกล้งแหย่ให้เธอพูดออกมา แต่ถ้าหากยังปากหนักไม่ยอมพูดหรือยังยอกย้อนผมต่อไปมันก็ไม่แน่ว่าเธอจะรอดปลอดภัยในคืนนี้

“แล้วยังไง” ผมถามออกไป แต่ยังคงลากเธอมาที่เตียงนอน

“ก็... ก็วันนี้เป็นวันที่เจ้าหญิงทอผ้าได้มาเจอกับหนุ่มเลี้ยงวัวแค่วันเดียวในรอบหนึ่งปีนี่ จะขอพรอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ ฉันอ่านเจอในหนังสือ”

เชอรี่พูดยาวเหยียดไม่เปิดช่องให้ผมแทรกเลย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการขู่ของผมสำเร็จด้วยดี

แต่เดี๋ยวนะ ทำไมผมไม่เห็นรู้จักไอวันทานาบาตะอะไรนี่เลย

ผมออกแรงดันร่างบางให้ล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าเธอตกใจมากแค่ไหน แต่ผมยังอยากเอาชนะคนปากดีอยู่

“จะ จะทำอะไร”

นั่นไง ปากบางนั่นเริ่มส่งเสียงเตรียมตัวจะอาละวาดแล้ว ผมตามลงไปประกบกดร่างของเธอไม่ให้เคลื่อนไหว แล้วก็เป็นดั่งคาด ร่างเล็กเริ่มสั่นเทาและดิ้นอย่างไม่ยอมง่ายๆ

“วันนี้เป็นวันอะไรนะ” ผมเอ่ยถามเธออีกครั้ง อยากรู้รายละเอียดของวันที่ว่านี่

“ทานาบาตะไง ทานาบาตะน่ะ ในตำนานเขาบอกว่าเจ้าหญิงโอริฮิเมะที่เป็นสาวทอผ้าอยู่บนสวรรค์ ได้พบรักกับฮิโกโบชิที่เป็นคนเลี้ยงวัว และแต่งงานกัน แต่เมื่อนานวันเข้าโอริฮิเมะหลงระเริงกับความรักจนลืมทอผ้า เทพผู้เป็นบิดาจึงพิโรธลงโทษให้ทั้งสองแยกจากกันไปอยู่คนละทิศของทางช้างเผือก แต่ก็เกิดความสงสารในตัวนาง จึงอนุญาตให้นางข้ามทางช้างเผือกไปพบฮิโกโบชิได้หนึ่งครั้ง แล้ววันนั้นก็คือวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีไง แล้วเทศกาลทานาบาตะก็ถูกจัดขึ้นเพื่ออวยพรให้กับทั้งสอง และยังสามารถเขียนคำอธิษฐานเพื่อขอพรให้ตัวเองได้ด้วย ฉันอ่านเจอมาแบบนี้”

“งั้นเหรอ” ผมคิดตามที่เธอเล่าให้ฟัง

“อือ”

“แล้วในหนึ่งปีได้มาเจอกันแค่ครั้งเดียว ทั้งสองจะทำอะไรกันดีล่ะ”

ผมคิดเรื่องสนุกขึ้นมาได้ ไม่เจอกันตั้งหนึ่งปีคงจะต้องการกันมากน่าดู แต่ช่างโอริฮิเมะกับฮิโกโบชิไปก่อน ตอนนี้ผมต้องการเชอรี่มากกว่า หึหึ

“ระ เรื่องนั้น...” เชอรี่หน้าแดงขึ้น คงเพราะคิดอะไรลามกตามที่ผมเกริ่นไว้แน่นอน

“งั้นก็ทำเป็นเพื่อนทั้งสองคนนั้นเป็นไง”

“ห๊า อ๊ะ”

ไม่ทันแล้วเชอรี่ ถึงตอนนี้ผมก็ประกบปิดริมฝีบางบางของเธอด้วยปากของผมเรียบร้อยแล้ว

เธอก็ยังคงดิ้นหนีบ้างตอบสนองบ้างอย่างเคย และก็ไม่ยอมส่งเสียงร้องครางออกมาง่ายๆเช่นกัน คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ผมจะได้นอนกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน

 

วันต่อมา...

“เอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ” เชอรี่เอ่ยถามยิน หลังเขาหอบอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างใหญ่เข้ามาในห้องเธอ

“...” ยินไม่ได้เอ่ยตอบอะไร พลางมองสำรวจไปทั่วห้องของเด็กสาว

“นี่...” เสียงเชอรี่เอ่ยขัดจังหวะขึ้นเมื่อเห็นยินไม่สนใจเธอ

และยินก็ยังคงไม่สนใจเธออยู่เช่นเดิม เขายกของใหญ่นั่นไปวางไว้ตรงมุมห้องรับแขกด้านหนึ่งที่ว่างอยู่ แล้วแกะถุงพลาสติกที่ปิดบังสิ่งนั้นเอาไว้ออก

“เอ๊ะ นี่มัน” เชอรี่เอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจหลังเห็นสิ่งของยินหอบเอามา

“ปีหน้าก็ไม่ต้องออกไปห้างแล้ว” ยินพูดก่อนจะเดินมารวบตัวเชอรี่เข้าไปกอด

เชอรี่ไม่ได้พูดหรือตอบกลับอะไร เธอรอให้ยินคลายอ้อมกอดออกแล้วเดินไปยังครัว เพื่อไปชงกาแฟมาให้ตัวเธอและก็ยินด้วย

“แล้วเธอขออะไร” ยินเอ่ยถามหลังชิโฮะยกแก้วกาแฟมาวางให้เขาที่บนโต๊ะ

“ไม่เกี่ยวกับนาย”

เชอรี่ที่นั่งอยู่อีกด้านเอ่ยขึ้น พลางหยิบเอกสารที่มีสูตรเคมีมากมายมาเปิดอ่านไปด้วย โดยไม่คิดจะสนใจผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่

ยินหรี่ตาลงจ้องเธออย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ดูเหมือนเชอรี่จะทำเมินเขาไปแล้วจริงๆ

“เมื่อคืน...” ยินเอ่ยออกมาแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ พลางใช้สายตาคมมองอากัปกิริยาของเชอรี่ไปด้วย

มือเรียวบางที่กำลังเปิดเอกสารอยู่ของเชอรี่กระตุกไปเล็กน้อย แต่เจ้าตัวยังคงนิ่งเฉยอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรถึงรังสีที่แผ่ออกมาจากตัวของชายอีกคนในห้องเลย

“เชอรี่...” เสียงเข้มเอ่ยออกมาน้ำเสียงแหบพร่า

ยินเปลี่ยนจากจิบกาแฟเป็นวางแก้งลงบนโต๊ะ แล้วเขยิบมานั่งข้างเด็กสาวแทน เป็นคำขู่ด้วยการกระทำของเขา ซึ่งเรียกให้เชอรี่ขยับตัวหนีออกมาได้ไม่ยาก

แต่ไม่ทันได้เคลื่อนตัวไปไหนยินก็ล็อคตัวเธอเอาไว้บนตักซะก่อน เชอรี่รู้สึกถึงความเป็นชายที่มาจากยินได้ทันที เมื่อเธอนั่งอยู่บนตักเขาเช่นนี้

“ฉันขอให้พี่มีความสุข” ในที่สุดแม่ตัวดีก็เลิกปากแข็งและยอมเอ่ยออกมา

“งี่เง่า” ยินพูดออกมาเบาๆ พลางมองเชอรี่ที่ตอนนี้ก้มหน้ามองพื้นไม่ยอมสบตาเขา

“เธอไม่คิดจะขออะไรให้ตัวเองบ้างเหรอไง” ยินเอ่ยถามพลางกระชับแขนโอบเอวเชอรี่ไว้อย่างเบามือ

“ฉันไม่ต้องการอะไร” เชอรี่พูดเสียงเบา ยินเพียงเงียบรับฟัง และกอดเธอเอาไว้เช่นนั้นไม่ยอมปล่อย

“ฉันจะทำงาน ยิน” เสียงหวานเอ่ยให้ยินปล่อยเธอ เมื่อเขากอดเธออยู่นานจนน่าจะพอใจแล้ว

ยินยอมคลายอ้อมกอด แล้วนั่งมองดูเธอเช็คเอกสารที่มาจากห้องแลบเงียบๆ

ผ่านไปจนเอกสารแผ่นสุดท้ายถูกปิดและเก็บลงแฟ้ม เชอรี่ก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปเติมกาแฟ แต่มือของเธอก็ไปปัดโดนกระเป๋าสะพายหล่นลงจากโต๊ะ ข้าวของภายในกระเป๋ากระจัดกระจายเกลื่อนลงพื้น

ยินที่มองอยู่เดินเข้ามาช่วยเธอเก็บของก็สังเกตเห็นกระดาษทังซะขุอีกสามสี่แผ่นที่ยังไม่ได้เขียนอะไรไว้ในนั้นปะปนอยู่กับของของเธอด้วย เขาจึงหยิบมันออกมาถือไว้

“อ๊ะ นั่น ส่งมายิน” เชอรี่ยื่นมือมาเพื่อจะรับกระดาษทังซะขุคืนไป

“ฉันขอนะ” ยินพูดก่อนจะลุกขึ้นมาหยิบปากกาที่เชอรี่วางไว้บนโต๊ะ แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไปในนั้น

เมื่อยินเขียนอะไรหยุกหยิกๆลงบนกระดาษทังซะขุแผ่นหนึ่งเสร็จ เขาก็เดินเอามันไปแขวนไว้กับกิ่งไผ่ที่อยู่ในห้องของเชอรี่

 

...อะไรบางอย่างที่ตอนนี้เขาคิดว่ามันงี่เง่า...

.

.

.


“อะไรกันว็อดก้า นายนี่ไม่โรแมนติกเอาซะเลยนะ”

เสียงผู้หญิงที่แกล้งพูดเป็นสำเนียงต่างชาติแปล่งๆ ดังขึ้นแย้งว็อดก้า และขัดจังหวะความคิดของยิน

“หรือว่าคุณเชื่อเรื่องที่ว่าขอพรอะไรก็ได้งั้นเหรอครับ”

ชายที่ชื่อว็อดก้าเอ่ยถามผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถปอร์เช่356A สีดำที่เขากำลังขับอยู่

“ก็ไม่เชื่อหรอก แต่ตำนานเจ้าหญิงทอผ้ากับชายหนุ่มเลี้ยงวัวก็โรแมนติกดีออก จะอินไปกับงานเทศกาลหน่อยไม่ได้เหรอไง ใช่มั้ย ยิน”

ผู้หญิงสาวต่างชาติพูดด้วยน้ำเสียงออดอ่อนฉอเลาะที่ดูยังไงก็เป็นแค่การแสดงเสแสร้ง แล้วเอนตัวไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูยินตรงท้ายประโยค

“เงียบน่า เบลม็อท” ยินพูดด้วยโทนเสียงที่ดังกว่าปกติ แต่ไม่ได้ใส่อารมณ์อะไร เพื่อขัดจังหวะหญิงสาว

“แค่หยอกเล่นเอง” เบลม็อทเอ่ยด้วยท่าทีขำขันที่ชายทั้งสองไม่ได้มีอารมณ์ขันร่วมไปด้วย

“เธอน่ะ คอยอารักษ์ขาติดตามเจ้าสุนัขนั่นอยู่ไม่ใช่หรือไง แล้วเรียกให้ฉันไปรับเธอทำไม” ยินเอ่ยถามผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเบลม็อท

“สุนัข? หมายถึงเบอร์บอนเหรอ ก็มีปัญหานิดหน่อยน่ะ ตอนนี้เลยไม่สะดวกจะไปมารถของหมอนั่น” เบลม็อทตอบยิน พลางพาดพิงไปถึงบุคคลที่สามด้วย

“เหอะ” ยินตอบรับในลำคอก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกนอกรถ เมื่อรถหลุดออกมาจากการจราจรที่แน่นขนัดได้สักพักแล้ว

“แล้วไงยิน ไม่คิดจะตอบรับคำชวนของเจ้าหญิงคนนี้หน่อยเหรอ” เบลม็อทยกยิ้มมุมปากก่อนจะนั่งกอดอกอย่างมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตอบรับเธอแน่

ยินเสมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจหญิงสาวคนสวยเลยแม้แต่น้อย

“ไปทำอะไรที่...คนที่ไม่ได้เจอกันนานควรทำกันมั้ย”

ยินยกยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงคำพูดเชิญชวนเมื่อสักครู่นี้ของหญิงสาวที่กระซิบข้างหูเขา

แต่ว่าเขามีเจ้าหญิงที่จะทำแบบนั้นด้วยเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น พร้อมใบหน้าเรียบเฉยอย่างคนอมทุกข์ของเชอรี่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของยิน

“ลงไปได้แล้ว เบลม็อท”

ยินเอ่ยปากไล่สาวคนสวยดีกรีดาราดังลงจากรถของตนเองอย่างไม่ใยดี เมื่อรถสีดำแล่นมาจอดอยู่ที่หน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

“เหอะ ไม่คิดจะเปลี่ยนบรรยากาศบ้างหรือไง”

เบลม็อททิ้งท้ายเอาไว้เพียงแค่นั้น ก่อนลงจากรถและปิดประตูกระแทกเสียงดัง เป็นอันรู้กันว่าเธอไม่พอใจอย่างมากที่โดนปฏิเสธ

“แกด้วย ว็อดก้า”

“เอ่อ... ลูกพี่” ชายร่างท้วมทำท่าตกใจหลังยินเอ่ยไล่เขาลงจากรถด้วยเช่นกัน

“ฉันมีที่ที่จะต้องไป” เสียงเข้มของยินดังขึ้นหนึ่งระดับ บ่งบอกถึงอารมณ์เจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

“คะ ครับ” ว็อดก้ารีบกุลีกุจอลงจากรถอย่างรวดเร็ว

ยินขับรถออกมาแถวย่านชานเมืองที่เมื่อก่อนเขาขับไปมาเพื่อรับส่งเด็กสาวคนหนึ่งอยู่เป็นประจำ

หลังจากจอดรถไว้ที่ลานจอดรถของคอนโดขนาดปานกลางแห่งหนึ่งเรียบร้อย ยินก็ขึ้นไปยังคอนโดนั้นเพื่อจะเข้าไปยังห้องพัก

เขาเดินมาจนถึงห้องพักที่หมายเลขตรงตามกุญแจที่เขาถืออยู่ในมือ แล้วไขมันเข้าไปข้างใน ห้องของเด็กสาวที่ไม่มีวันได้กลับมาใช้อีก ...เชอรี่

ยินเดินไปทางห้องรับแขก แม้ข้าวของภายในห้องจะไม่มีการเคลื่อนย้ายใดๆเลยหลังจากที่เจ้าของห้องหนีไปแล้วก็ตาม แต่ห้องนี้ก็คงกลายเป็นเพียงห้องร้างที่ไร้ซึ่งเจ้าของและไม่มีวันกลับมาใช้มันอีก

เขาเดินตรงไปที่ต้นไผ่ที่อยู่มุมด้านในของห้อง พลางเหม่อมองกิ่งไผ่ที่ยังคงห้อยกระดาษทังซะขุและของตกแต่งเอาไว้ เขาดึงทังซะขุที่ห้อยเอาไว้ออกมา แล้วจับจ้องมองมันอยู่เนิ่นนาน

... [ขอให้เธออยู่กับฉันตลอดไป เชอรี่] ...

“งี่เง่า”

ยินพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินไปหยิบปากกาที่วางใส่ไว้ในกล่องแถวโต๊ะรับแขก แล้วเขาก็ขีดฆ่าคำอธิษฐานที่เขาเอามาห้อยไว้เมื่อปีที่แล้วทิ้ง และพลิกกระดาษกลับอีกด้านหนึ่งเพื่อเขียนข้อความใหม่ลงไป

... [ขอให้ฉันเจอเธอ เชอรี่] ...

แม้มันจะงี่เง่า แต่เขาก็ทำ เขาขอพรในวันทานาบาตะ วันที่เจ้าหญิงทอผ้ากับชายหนุ่มเลี้ยงวัวสมหวังในความรัก เขาไม่อาจคาดหวังว่าจะได้สมหวังกับเธอ แต่แค่วันนี้ก็พอ วันเดียวที่เขาจะนึกถึงพระเจ้าแล้วอธิษฐานให้เขาได้สมหวัง แม้จะรู้ดีว่าวันนั้นไม่มีทางเป็นจริงก็ตาม

 

 

 

 


 

“นี่ อายูมิว่าไปตามพี่สึบารุมาห้อยคำอธิษฐานด้วยดีมั้ย” เสียงเล็กของเด็กผู้หญิงเจือแจ่วเอ่ยขึ้นถามความเห็นเพื่อนๆของเธอ

“ดีสิ พี่ชายคนนั้นต้องทำแกงกะหรี่เอาไว้แน่เลย” เสียงเด็กผู้ชายตัวใหญ่เอ่ยขึ้นตอบ

“เก็นตะคุง แบบนั้นมันใช่เหรอครับ” เด็กผู้ชายตัวผอมเอ่ยขัดขึ้นอย่างสุภาพ ราวกับได้รับการอบรมมาอย่างดี

“งั้นอายูมิไปตามพี่สึบารุดีกว่า” เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่ชื่ออายูมิพูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไป ไม่ทันฟังคำพูดของเด็กผู้หญิงที่นั่งฟังอยู่ด้วยอีกคน

“เดี๋ยวสิ...”

หลังอายูมิวิ่งไป เด็กผู้ชายตัวใหญ่ที่ชื่อเก็นตะก็วิ่งตามเธอออกไป พร้อมเด็กชายร่างผอมอีกคนที่วิ่งตามไปด้วย ทั้งสามคนก็คือ อายูมิ เก็นตะ และมิทซึฮิโกะ

“ฮ่ะๆ ร่าเริงกันดีนะ พวกนี้”

เด็กชายอีกคนที่ยืนนิ่งไร้บทพูดเอ่ยขึ้น เมื่อทั้งสามคนที่แย่งพูดวิ่งออกไปเพื่อไปตามพี่ชายหน้าหล่อใจดีที่ข้างบ้านด็อกเตอร์อากาสะ เพื่อมาช่วยทำของตกแต่งต้นไผ่และกระดาษทังซะขุในเทศกาลทานาบาตะ

“นายดูไม่เดือดร้อนอะไรเลยนะ คุโด้คุง” เด็กหญิงที่ไม่เคยทำตัวเด็กเอ่ยขึ้นพลางทำท่ากอดอกมองเด็กผู้ชายที่เธอเรียกว่าคุโด้

“หือ เรื่องอะไรเหรอ ไฮบาระ” เด็กชายเอ่ยตอบเธอพร้อมเสแสร้งทำหน้าไม่เข้าใจ

“ฮึ ช่างเถอะ” ไฮบาระพูด ก่อนจะเลิกสนใจเด็กชายที่ตัวจริงไม่ใช่เด็ก แล้วหันไปตัดกระดาษโอริกามิเพื่อทำกระดาษทังซะขุต่อ

“หลังจากคดีมิสเทอรี่เทรน เธอก็น่าจะไว้ใจเขาได้แล้วนะ ไฮบาระ ฉันเคยบอกแล้วนี่ว่าพี่เขาไม่ใช่คนไม่ดี”

เด็กชายที่ถูกเรียกว่าคุโด้ หันมาพูดกับไฮบาระ แล้วทำหน้าเซ็งที่ยัยผู้หญิงหัวรั้นคนนี้ไม่ยอมเชื่อใจพี่ชายข้างบ้านสุดหล่อคนนั้นสักที

ไฮบาระไม่ได้ตอบรับอะไรอีก เอาแต่วุ่นวายกับการพับกระดาษเพื่อทำของตกแต่ง และตัดกระดาษเพื่อทำกระดาษขอพรทังซะขุสำหรับทุกคน

“เฮ้อ” เด็กชายที่เด็กเพียงร่างกายถอนหายใจให้กับความเอาแต่ใจและดื้อเงียบของไฮบาระ

“นายก็อย่ามัวแต่อู้สิ เอโดงาวะคุง มาช่วยฉันพับกระดาษด้วยสิยะ”

“ครับ คร้าบ” เอโดงาวะ หรือคุโด้ เอ่ยลากเสียงยาวอย่างขอไปที

“โคนันคุง” เสียงใสของอายูมิดังขึ้นเรียกเด็กชายที่ไม่ใช่เด็กที่สวมแว่นนั่งพับกระดาษอยู่กับไฮบาระ

“พามาแล้วล่ะครับ” เสียงของมิทซึฮิโกะดังขึ้นตามมา

“แกงกะหรี่เต็มหม้อเลยล่ะ ฮิฮิ” สุดท้ายก็ตามด้วยเสียงของเก็นตะ

“ฮ่ะๆ รบกวนด้วยนะครับ ด็อกเตอร์”

ชายหนุ่มหน้าหล่อผู้สวมแว่นตาเดินตามพวกเด็กๆเข้ามา พร้อมกับหม้อแกงกะหรี่ในมือ เอ่ยขึ้นแล้วยิ้มแหยให้กับชายแก่ที่เขาเรียกว่าด็อกเตอร์ หรือก็คือเจ้าของบ้านหลังนี้ ด็อกเตอร์อากาสะนั่นเอง

“กินแกงกะหรี่กันเถอะๆ” เสียงเก็นตะพูดขึ้นอย่างร่าเริงเพราะจะได้กินของอร่อย

“ตามสบายนะ สึบารุคุง” ด็อกเตอร์อากาสะเอ่ยแล้วหันไปสนใจต้นไผ่ปลอมที่เขาแบกมาให้พวกเด็กๆได้สนุกกับเทศกาลทานาบาตะ

“เอาจานมาทีละคนนะ เดี๋ยวพี่ตักให้” สึบารุวางหม้อแกงกะหรี่ลงบนโต๊ะ แล้วหันไปพูดกับเด็กๆ

“คร้าบ/ค่า” เด็กจริงทั้งสามคนตอบรับเสียงสดใส

“จริงสิ วันนี้พี่ว่าจะทำคุกกี้ด้วยนะ” สึบารุพูดขึ้นพลางมองไปทางเด็กแว่นที่กำลังนั่งมองเขาตาแป๋ว

“อ่า จริงเหรอคะ อายูมิก็อยากทำบ้างจังเลยค่ะ” เด็กหญิงอายูมิพูดขึ้นขณะกำลังตักแกงกะหรี่ในจาน

“แต่ยังไม่ได้ซื้อวัตถุดิบเลยน่ะสิ” สึบารุเอ่ยตอบ

“อ่า งั้นก็ไปซื้อเลยสิครับ ยัยนี่ตัดกระดาษเสร็จพอดี” โคนันพูดพลางเอื้อมมือมาแตะบ่าไฮบาระที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างต้องการบอกว่าหมายถึงเธอ

“ห๊า ทำไมฉันจะต้องไป...”

ไฮบาระตวาดแวดใส่โคนันก่อนจะหันไปมองพวกเด็กๆ ที่กำลังนั่งตักแกงกะหรี่ใส่ปากกันใหญ่ แล้วอายูมิก็ส่งยิ้มหวานมาให้เธอ เมื่อเธอหันกลับไปมองเด็กแว่นจอมยุ่งอีกครั้งเขาก็แวบหายไปทำอะไรหยุกหยิกที่ต้นไผ่กับด็อกเตอร์แล้ว

“เป็นลูกคู่กันดีซะเหลือเกินนะ” ไฮบาระได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง

“เฮ้อ” แล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“จะไปกันได้หรือยังล่ะ” ไฮบาระพูดขึ้นและลุกเดินนำสึบารุออกมาจากกลุ่มของพวกเด็กๆ

“ทำตัวไม่สมเป็นเด็กเลยนะ” สึบารุที่เดินตามมาเอ่ยขึ้น

“เรื่องของฉัน” ไฮบาระเดินนำออกไปที่ประตูอย่างว่องไวไม่คิดจะรออีกคนที่กำลังตามมาเลย

“จะรีบเดินไปไหนล่ะ”

ฝีเท้าของขาที่ยาวกว่าทำให้ชายหนุ่มเดินตามเด็กหญิงทันอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็คว้าข้อมือของคนตัวเล็กเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหนีเขาอีกครั้ง

“ก็รีบไปซื้อของจะได้รีบกลับ” ไฮบาระพูดพร้อมดึงข้อมือของตัวเองกลับแต่ก็ไม่เป็นผล

ชายหนุ่มจับข้อมือของเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แต่ก็ไม่ถึงกับบีบรัดจนทำให้เธอต้องเจ็บ

“ทำไมล่ะ” สึบารุถามพลางจูงมือของไฮบาระให้เดินออกมาจากบ้านด็อกเตอร์ด้วยกัน

“ฉันไม่อยากอยู่กับนายสองคนนานๆ” ไฮบาระพูดพร้อมทำเมินใบหน้าหล่อที่กำลังยิ้มหวานให้เธอ

“ฉันไม่เคยคิดทำร้ายเธอเลยนะ”

สึบารุกระชับมือเล็กของไฮบาระให้แน่นขึ้นก่อนจะหยุดเดิน ย่อตัวลงให้เหลือความสูงเท่าคนตัวเล็กแล้วเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูจริงใจ

“เชื่อได้เหรอไง” ไฮบาระยังคงแสดงความดื้อรั้นเอาแต่ใจแบบฉบับของตัวเองออกมา โดยการปากหนักพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ

“วัยรุ่นเขาเรียกว่าอะไรนะ ซึนเดเระ?” สึบารุทำท่าจับครางแล้วขมวดคิ้วครุ่นคิด

“มะ ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้ซึน...”

“อ่า ช่างเถอะ ไปซื้อของกันดีกว่า”

ไฮบาระที่ยังแก้ตัวไม่ทันเสร็จก็โดนสึบารุเอ่ยตัดบทและเปลี่ยนเรื่องซะก่อน เธอได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ในใจ แต่ใบหน้าขาวสวยกลับขึ้นสีแดงเรื่อ โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธจัด หรือความเขินที่โดนเขาดูออกกันแน่

 

“แล้วเธอจะอธิษฐานขอพรอะไรงั้นเหรอ”

สึบารุที่เดินจูงมือเด็กหญิงมาจนถึงในเมืองเอ่ยถามขึ้นเมื่อเขาและเธอต่างเงียบมานาน

“นายจะรู้ไปทำไม” ไฮบาระยอกย้อนยียวนสึบารุกลับ ไม่ยอมตอบเขาแต่โดยดี

“ฉันแค่อยากรู้” สึบารุตอบพร้อมส่งยิ้มหวานให้ไฮบาระ

“ถ้าฉันบอกแล้ว นายจะบอกคำอธิษฐานของตัวเองให้ฉันฟังบ้างได้หรือเปล่าล่ะ” ไฮบาระยื่นข้อเสนอให้กับชายหนุ่ม

“ได้สิ ถ้าเธออยากรู้ ทุกเรื่อง...” สึบารุตอบรับ แล้วยิ้มให้เธอเช่นที่ทำประจำ

“หึ ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องของนายนักหรอก”

“งั้นเหรอ” สึบารุเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วหยุดเดิน ก้มตัวลงนั่งจ้องหน้าเด็กหญิง

“แล้วจะพูดได้หรือยังว่าเธอจะขออะไร”

ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ใบหน้าของเด็กหญิงแล้วเอ่ยขึ้นข้างริมฝีปากเล็ก เรียกสีแดงเรื่อบนใบหน้าของเด็กหญิงที่ข้างในเป็นเด็กสาวได้ไม่ยาก

ไฮบาระถอยหลังออกห่างจากชายหนุ่มไปสองก้าวแล้วจึงเอ่ยตอบคำถามของเขา

“มะ ไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้นก็ได้”

สึบารุเพียงยิ้มรับคำพูดของเธอ แล้วเอาแต่จ้องหน้าเด็กหญิงอย่างไม่วางตา

“ฉะ ฉัน ฉันขอ ...ขอให้ไม่ต้องเจอกับคนพวกนั้นอีก” ไฮบาระตอบแล้วก็เดินนำลิ่วไปยังร้านค้าโดยที่ไม่ได้รอชายหนุ่ม

คนพวกนั้น…’

สึบารุยกยิ้มมุมปากและหัวเราะหึหึในลำคอ ก่อนจะลืมตามองเด็กหญิงผมสีน้ำตาลแดงที่เดินนำเขาไปก่อนด้วยสายตาที่แท้จริงของตนเอง

“รอด้วยสิ” เสียงสึบารุพี่ชายใจดีคนเดิมกลับมา พลางก้าวเท้าตามเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลไป

เด็กผู้หญิงคนที่เขาสาบานกับตนเองว่าต่อไปนี้จะปกป้องดูแลให้ดียิ่งกว่าชีวิตของตัวเขาเอง...

 

“เธอถูกรังแกสินะ” สึบารุเอ่ยขึ้นหลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วกำลังเดินออกมาจากร้านค้าพร้อมกับไฮบาระ

“ห๊า” ไฮบาระแหงนหน้าขึ้นไปมองคนตัวสูงด้วยความไม่เข้าใจ

“เลยไม่อยากเจอคนพวกนั้นอีก” สึบารุเอ่ยต่อประโยคของเขาจนจบ

“อ่า... ก็คงจะใช่มั้ง” ไฮบาระตอบกลับส่งๆ

“ใครที่รังแกเธอฉันจะจัดการให้เอง เธอบอกฉันได้นะ องค์หญิง” สึบารุพูดทีเล่นทีจริง

“อ๋อเหรอ นายจะเป็นอัศวินให้ฉันสินะ” ไฮบาระเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย หลังเดินออกมาจากร้านค้าได้สักพักหนึ่งแล้ว

สึบารุยิ้มตอบกลับให้ไฮบาระ ทั้งที่เจ้าตัวทำหน้านิ่งเมินไม่ยอมมองหน้าเขา

“แล้วจะบอกได้หรือยัง ว่านายจะอธิษฐานอะไร” ไฮบาระเอ่ยถามหลังทั้งสองคนเดินไปตามข้างทางที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่จนมาถึงช่วงที่คนเริ่มบางตาลง

“ฉันน่ะหรอ”

สึบารุเอ่ยพลางเว้นระยะประโยค แกล้งให้คนตัวเล็กที่กำลังจ้องเขาอยู่ ยิ่งเพิ่มความสนใจอยากรู้คำตอบมากขึ้นกว่าเดิม

ไฮบาระขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจังตั้งใจ สึบารุมองสีหน้าของเธอพลางนึกขำในใจ จะแสดงออกว่ารอฟังเขาพูดเกินไปหรือเปล่า องค์หญิง

“ฉันจะขอให้เธอเชื่อใจฉันไง องค์หญิง”

เขาพูดพร้อมส่งยิ้มเล็กน้อยให้เธอ ยิ้มแบบที่เขาชอบส่งให้เธอตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว

หลังจากสึบารุกล่าวจบประโยค สีหน้าขมวดยุ่งของไฮบาระก็คลายออก แปรเปลี่ยนเป็นอึ้งนิ่งค้างไป ก่อนเจ้าตัวจะเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงกล่ำของตัวเอง

แต่ก็ไม่อาจหลุดรอดพ้นสายตาของสึบารุไปได้ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินนำให้เด็กสาวที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กหญิงเดินตามเพื่อกลับบ้านด็อกเตอร์อากาสะ

พลันเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเด็กหญิงที่เดินมาข้างกันก็หยุดยืนนิ่งเอาซะดื้อๆ พร้อมทำสีหน้าตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัว สีหน้าที่เธอจะแสดงเมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายของคนพวกนั้น

“ชิ... เป็นอะไรหรือเปล่า” สึบารุหยุดเดินแล้วมองเด็กสาวอย่างสงสัย และเกือบจะหลุดปากเรียกเธอด้วยชื่อจริง

ไฮบาระเดินเข้ามาจนชิดขาของเขาแล้วใช้มือเล็กที่สั่นเทาของเธอกำกางเกงของสึบารุเอาไว้แน่นจนมันขึ้นรอยยับย่น

สึบารุขมวดคิ้วมองการกระทำของเด็กหญิง แล้วหันกลับไปมองที่ด้านหน้าของเขา และก็ต้องแอบยิ้มหยันให้ตัวเอง

เหอะ ศัตรูที่รักของฉัน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกันแบบนี้...

สึบารุเพ่งมองไปยังผู้ชายชุดดำผมยาวสีเงินที่อยู่ห่างออกไปราวสามช่วงตึก และกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางทิศที่เขาอยู่

แต่ว่า ไม่มีทางที่หมอนั่นจะรู้สึกตัวว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับเขาในขณะนี้ เพราะว่าตอนนี้เขาเป็นแค่เพียงโอกิยะ สึบารุ นักศึกษาปริญญาโทธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น และเธอ...

สึบารุก้มหน้าลงมองเด็กหญิงที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นเทาเพราะความกลัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อเธอสังเกตเห็นผู้ชายผมสีเงินคนนั้นแล้วเช่นกัน

ตอนนี้เธอคือ ไฮบาระ ไอ ไม่ใช่ มิยาโนะ ชิโฮ หรือว่า เชอรี่ อีกต่อไปแล้ว...

สึบารุย่อตัวลงจนเสมอกันกับไฮบาระ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”

แล้วชายหนุ่มจึงรวบตัวเธอเข้ามากอดเอาไว้แนบอก ดันศีรษะของเธอให้ซบอยู่ที่บ่ากว้างของเขา แล้วอุ้มเธอขึ้นมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี่...”

ไฮบาระเกาะไหล่ของสึบารุเอาไว้แน่น แล้วซบหน้าลงไป พลางเอามือเล็กกำบ่าเขาไว้ด้วยความกลัวจนเล็บจิกไปที่ผิวเนื้อของชายหนุ่ม

“ว่าจะปกป้องเธอเอง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม”

สึบารุยกมือหนาขึ้นลูบศีรษะของไฮบาระอย่างเบามือต้องการปลอบประโลมเธอให้สงบลง

“ขอแค่เธอเชื่อฉัน”

สึบารุหันหน้าซุกเข้าไปในเรือนผมนุ่มสีน้ำตาลแดง พร้อมกระซิบเอ่ยคำพูดข้างใบหูของไฮบาระเบาๆ

ไฮบาระกดหน้าของตัวเองให้จมลงไปในไหล่ของสึบารุให้ลึกกว่าเดิม เขาก็ยังคงลูบผมของเธออย่างเบามือและเพลิดเพลิน

หลังจากนั้นสึบารุก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ชายผมสีเงินหรือในอีกชื่อก็คือยิน...

ยินเดินเข้ามาใกล้ทั้งสองคน แต่เขาก็ไม่ได้สังเกตหรือสะกิดใจอะไร เพียงเหลือบมองเส้นผมสีน้ำตาลแดงที่เหมือนกับของผู้หญิงคนนั้น ของเชอรี่... ที่ผู้ชายใส่แว่นคนนั้นกำลังลูบอย่างอ่อนโยน

แล้วเขาก็เดินผ่านเลยไปโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้น พลางนึกถึงใบหน้าสวยของเด็กสาวที่เขาอยากเจอ

เหอะ งี่เง่าน่า

เขาจะมาเจอเธอในที่แบบนี้ได้อย่างไรกัน ในตอนมิสเทอรี่เทรน เบลม็อทก็รายงานแล้วว่าเชอรี่ถูกระเบิดเละไปพร้อมกับโบกี้เก็บของของรถไฟขบวนนั้น สุนัขดมกลิ่นนั่นมันก็ยืนยันในสิ่งที่เกิดขึ้น

ยืนยันว่าเขาไม่มีวันที่จะได้เจอกับเธออีกแล้วตลอดกาล...

ยินพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างต้องการระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ ว่าหัวใจนี้ของเขาไม่มีวันที่จะได้สมหวังอีกตลอดไป

ฉันจะให้เธออยู่ภายในใจของฉันคนเดียวตลอดไป เชอรี่...

ผู้หญิงที่สลายความด้านชาในใจของฉันได้มีเพียงเธอคนเดียว... เจ้าหญิง

สิ่งที่ฉันเสียใจมากที่สุดก็คือ... ฉันไม่ได้เป็นคนฝั่งกระสุนลงที่หัวใจเธอเพื่อจบชีวิตให้เธอเอง

ถ้าทานาบาตะปีหน้ามาถึง ฉันจะขอพรอีกครั้งได้มั้ย ขอให้เธอไม่ตาย ขอให้เธอยังมีชีวิตอยู่... อยู่เพื่อให้ฉันได้เป็นคนฆ่าเธอเอง

ควันบุหรี่ลอยจางหายไปพร้อมกับความคิดภายในจิตใจของเขา...

 

งี่เง่า

ไฮบาระคิดกับตัวเองพลางนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่ผู้ชายที่กำลังอุ้มเธออยู่ถามเธอ

“แล้วเธอจะอธิษฐานขอพรอะไรงั้นเหรอ”

“ขอให้ไม่ต้องเจอกับคนพวกนั้นอีก”

พลันเรื่องราวเหตุการณ์หนึ่งในอดีตก็ย้อนกลับมายังความทรงจำ

“แล้วเธอขออะไร เชอรี่”

“ขอให้พี่มีความสุข”

หลังจากนั้นคนที่เอ่ยถามเธอก็ทำตามเธอบ้าง โดยเอากระดาษทังซะขุที่เหลือของเธอไปเขียนคำอธิษฐานแล้วเขาก็เอามันไปห้อยไว้ที่กิ่งของต้นไผ่ที่เขาขนมาเอง

คำอธิษฐานทั้งหมดของเขาและเธอไม่มีวันเป็นจริง...

วันทานาบาตะนี้เลยดูงี่เง่า

ใช่มันงี่เง่ามาก...

.

[ขอให้พี่มีความสุข] ...แต่พี่สาวของเธอก็ถูกฆ่าตายหลังจากนั้นไม่นาน

[ขอให้ไม่ต้องเจอกับคนพวกนั้นอีก] ...แต่ยินกลับเดินมาปรากฏตัวต่อหน้าของเธอ

[ขอให้เธออยู่กับฉันตลอดไป... เชอรี่] ...เหอะ คำขอนี่ มันไม่มีวันเป็นจริงอยู่แล้ว ...งี่เง่าสิ้นดี

.

ไฮบาระก้มลงซบไหล่แกร่งของสึบารุ อย่างต้องการให้บ่าของเขาซับน้ำตาของเธอเอาไว้ ไม่ให้มันไหลออกมาให้ใครได้เห็น

 

สึบารุยืนนิ่งแล้วลูบผมไฮบาระไปพลาง รอให้ยินเดินผ่านเลยเขากับเธอไป พลางลอบมองเขาเป็นระยะ จนยินเดินลับหายไปท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินวุ่นวายเข้าออกร้านค้า

ในที่สุดไฮบาระก็หยุดจากอาการสั่นแล้วเงยหน้าจากบ่าของสึบารุขึ้นมามองหน้าชายหนุ่มอย่างใช้ความคิด

“ฉัน...”

“หืม” สึบารุมองกลับท่าทีอ้ำอึ้งของเด็กหญิง

“มีอะไรงั้นเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นไฮบาระยังไม่ยอมปริปากอะไรออกมาสักที

“คือว่า ฉัน...”

“หือ...” สึบารุยิ่งจ้องหนักเข้าไปในดวงตาสีสวยของเธอ

และนั่นยิ่งทำให้เด็กหญิงอ้ำอึ้งหนักยิ่งกว่าเดิม

“คือ คือฉัน...”

“เอาไว้ค่อยพูดก็ได้”

สึบารุเอ่ยขึ้นหลังเห็นว่าไฮบาระยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดอย่างไม่ต้องการจะคาดคั้นเธอ

ชายหนุ่มก้าวเท้าออกเดินทั้งที่ยังคงอุ้มเด็กหญิงเอาไว้ในอ้อมแขน เพื่อตรงกลับไปยังบ้านด็อกเตอร์ที่ป่านนี้พวกเด็กๆคงจะรอกินคุกกี้กันนานแล้ว

“นายจะไม่ปล่อยฉันลงหรือไง” ไฮบาระเริ่มส่งเสียงประท้วงเมื่อเห็นว่าสึบารุยังไม่ยอมวางเธอลง

“อยู่แบบนี้ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่” สึบารุหันมายิ้มให้จนไฮบาระรู้สึกหมันไส้

“ถ้าแขนนายหักก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน” ไฮบาระพูดพร้อมทำหน้ามุ่ย

“ตัวเบาอย่างกับกระดาษ ไม่เห็นจะหนักตรงไหนเลย”

สึบารุไม่พูดเปล่า เขายังยกแขนซ้ายที่อุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยไว้แล้วออกแรงโยนร่างเธอขึ้นสูง จนเด็กหญิงผวากลัวจะตกต้องรีบคว้าคอของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว

“ตาบ้า” องค์หญิงน้อยส่งเสียงอาละวาดพ่ออัศวินที่บอกจะปกป้องเธอด้วยชีวิต แล้วทำหน้ายุ่งอย่างคนที่โดนขัดใจ

“ถ้าฉันตกลงไปจะทำไง”

“ฉันไม่ปล่อยให้ตกหรอก”

อัศวินหนุ่มหันมายิ้มให้ แล้วพูดย้ำประโยคเดิมกับเจ้าหญิงของเขา

“ฉันจะปกป้องเธอ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต องค์หญิง”

“ถ้าฉันเชื่อใจนาย...สินะ” เด็กหญิงพูดเสริมไปอีกประโยค

สึบารุเพียงยิ้มให้เธอ แล้วออกเดินอีกครั้ง

“ถ้าฉันเชื่อนาย นายจะทรยศฉันหรือเปล่า” ไฮบาระเอ่ยถามเสียงเบา หลังสึบารุอุ้มเธอจนเดินเข้ามาถึงซอยเล็กๆที่หมู่ที่สองของเมืองเบกะ

สึบารุชะงักฝีเท้า หยุดเดิน แล้วหันมาให้ความสนใจเด็กหญิงในอ้อมแขนอีกครั้ง

“ฉันเชื่อใจนายได้แค่ไหน”

“เชื่อใจนายได้จริงหรือเปล่า”

คำถามถูกเอ่ยออกมาเสียงเบาจากริมฝีปากเล็กของไฮบาระ อย่างต้องการคำตอบที่ชัดเจน

สึบารุจ้องมองใบหน้าเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังก้มหลบสายตาของเขา แล้วจึงใช้มือช้อนคางของเธอขึ้นมา เพื่อให้สบตากับเขา

ไฮบาระยอมมองหน้าคนร่างสูงแล้วก็จ้องลึกเข้าไปผ่านแว่นตาที่เขาสวมอยู่ มองลึกลงไปในสายตาที่อ่านไม่ออกนั่นของเขา

เช่นเดียวกับสึบารุที่จับจ้องนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลสวยที่ดูลึกลับน่าค้นหานั่นลึกลงไปภายในที่เขาอ่านออกอย่างง่ายดาย

พวกเขาจับจ้องกันอยู่เนิ่นนาน นานจนศีรษะและใบหน้าของทั้งสองคนเคลื่อนเข้าใกล้กันอย่างไม่รู้ตัว ใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแนบชิดกัน

“เรื่องนั้นอยู่ที่เธอ”

เป็นสึบารุที่ได้สติ แล้วดึงตัวเองกลับมาก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองคนจะชนกัน เขาเอ่ยพูดใกล้กับริมฝีปากเล็กของไฮบาระอย่างหวาบวาม

ไฮบาระที่ดึงตัวเองกลับมาทีหลังเขาเพียงเสี้ยวนาที หันหน้าไปมองทางอื่น พลางกัดริมฝีปากตัวเองแล้วเม้มแน่นอย่างใช้ความคิด

“ถ้าเกิดว่าฉันเชื่อนาย...”

ไฮบาระพึมพำกับตัวเธอเองหลังจากสึบารุเริ่มเดินอีกครั้ง

ชายหนุ่มเผลอคิดไปว่าการเดินทางกลับบ้านครั้งนี้นั้นช่างยาวนานยิ่งนัก

แล้วที่เขาเริ่มหอบเล็กน้อยพร้อมอาการหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะนี่ ก็คงเป็นเพราะว่าเขาเดินมาไกลมากสินะ เขาคงจะเริ่มเหนื่อย

ชายหนุ่มเถียงตัวเองในใจ แม้เขาจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่ในฐานะพระเอก(?) เขาก็ขอเก็บความรู้สึกเอาไว้ก่อนนะ เขายังไม่อยากจะยอมรับง่ายๆตอนนี้

ไม่อยากยอมรับว่าเขารักเธอมานานขนาดไหนแล้ว...

“ฉัน...”

“ฉันเชื่อนาย”

เสียงหวานเล็กดึงสติของสึบารุกลับมา เมื่อกี้เขาได้ยินว่าอะไรนะ?

“ฉันจะเชื่อนาย”

ไฮบาระพูดโดยไม่มองหน้าคนที่พูดด้วย เอาแต่ก้มหน้ามองพื้นมองกำแพง ไม่กล้าสบตาสึบารุ

ถ้านายเป็นคนคนนั้นจริง ฉันจะเชื่อนาย

เด็กหญิงคิดกับตัวเอง

และใบหน้าของผู้ชายผมสีดำยาวไปถึงกลางหลัง ที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของพี่สาวเธอพลันปรากฏขึ้นมาอยู่ภายในห้วงความทรงจำของเธอ

ใบหน้าของผู้ชายที่เป็นเอฟบีไอและแฝงตัวเข้าไปภายในองค์กรเพื่อล้วงเอาข้อมูลขององค์กรออกมาและหวังจะทำลายองค์กรทิ้ง ...โมโรโบชิ ได

“งั้นเธอยอมเชื่อใจฉันแล้วสินะ”

สึบารุพูดขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มร่าให้กับไฮบาระ เธองึมงำอืออ่าอยู่ภายในลำคอเป็นการตอบกลับ

ทั้งสองปล่อยให้ความเงียบเข้าคอบงำอีกครั้ง ก่อนที่...

“แต่ว่า.../ถ้างั้น...”

ทั้งสองคนประสานเสียงเอ่ยออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งยังหันหน้าเข้าหากันในระยะประชิดพร้อมกันจนริมฝีปากของทั้งคู่ชนและประกบนิ่งค้างกันอยู่เช่นนั้นอีกด้วย

ไฮบาระที่แม้ปกติจะคอยแสดงท่าทีเย็นชาไม่สนใจอะไรเสมอ แต่ตัวจริงของเธอก็เป็นเด็กสาวอายุ18แล้ว การที่ได้มาประกบปากกับผู้ชายที่จัดได้ว่าหล่อมากในที่สาธารณะแบบนี้ก็ทำให้ใบหน้าสวยของเธอขึ้นสีแดงจัดได้อย่างรวดเร็ว

สึบารุเองทั้งที่คอยเถียงกับตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าที่ทำทุกอย่างไปให้กับเธอก็เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ตัวเองจำเป็นจะต้องรับผิดชอบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวใจแม้แต่น้อย ก็พาลห้ามใจไม่อยู่ปล่อยให้มันสั่นไหวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะซะจนปั่นหน้าแทบไม่ทัน

นี่ไม่ใช่จูบแรกของเขาและเธอ แต่เพราะอุบัติเหตุเล็กน้อยนี้กลับทำให้ใจสองดวงของคนทั้งสองคนเต้นระรัวไปพร้อมกันเป็นจังหวะ สอดประสานกันไปพาให้ใจทั้งสองหวาบหวิวไปพร้อมกับความรู้สึกเดียงสาแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยได้สัมผัส

“อ่า ช่างมันเถอะ”

ไฮบาระพูดขึ้นหลังผละออกจากริมฝีปากของชายตรงหน้าแล้ว

“ฉันขอโทษนะ”

สึบารุเอ่ยขึ้น พลางทำหน้ารู้สึกผิดจากใจ

“นายจะบ้าหรือไง”

ไฮบาระเอ็ดชายหนุ่มก่อนจะเชิดหน้ากอดอกมองสีหน้าไม่เข้าใจของชายหนุ่มด้วยหางตา

“หรือนายเป็นพวกโลลิค่อน ที่คิดอะไรกับเด็กประถม”

ไฮบาระพูดพลางนึกตามคำพูดของเธอ

เอ๊ะ เหมือนว่าเราจะเคยพูดประโยคแบบนี้มาก่อนนะ

เด็กหญิงปัดความคิดทิ้งแล้วพูดต่อให้จบประโยค

“แค่อุบัติเหตุปากเฉียดกันนิดเดียว จะขอโทษอะไร”

สึบารุพยักหน้ารับ พร้อมยิ้มหวานให้เธอแล้วเดินอุ้มเธอตรงกลับไปยังบ้านด็อกเตอร์อากาสะ หวังว่าครั้งนี้จะไม่ต้องชะงักที่ตรงกลางทางอีกนะ

ถ้าเด็กดื้อยังทำให้เขาชะงักแล้วเดินต่อไม่ได้อีกครั้งล่ะก็ เขาจะไม่ทน...

...จูบเธอจริงๆ ที่กลางถนนนี่ซะเลย

 

“กลับมาแล้วครับ” สึบารุเอ่ยขึ้นหลังเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้านของด็อกเตอร์อากาสะ

“เอ๊ะ นั่น” เป็นเด็กแว่นนามว่าโคนันที่เอ่ยทักขึ้นก่อน

โคนันจ้องไฮบาระที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ตอนนี้ใช้ชื่อว่าสึบารุ ซึ่งเขารู้ว่าตัวจริงเป็นใคร แล้วจึงหันไปมองหน้าพี่ชายสุดหล่อ พร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับโคนันให้

“อ๊ะ คุณไฮบาระ” เสียงมิทซึฮิโกะเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นความผิดปกติของคนที่เพิ่งเข้าบ้านมา

“อ้าว ไฮบาระ เธอขาเจ็บเหรอ” และตามด้วยเสียงของเก็นตะ

“ไอจัง เป็นอะไรเหรอ” สุดท้ายก็เป็นอายูมิที่ถามขึ้นมา

“ปล่อยฉันลงสิ” เสียงไฮบาระกระซิบเย็นที่ข้างหู

แม้สึบารุจะได้ยิน แต่เขาก็ยังคงนิ่งเมินเฉยต่อคำขู่ฟ่อๆของเด็กสาว ไม่ยอมวางเธอลงจากอ้อมแขนของเขาแต่โดยดี

“เปล่าหรอก...” สึบารุพูดตอบเด็กๆ ก่อนจะเว้นจังหวะ แล้วพูดอีกประโยค

“พอดีเธออ้อนจะให้พี่อุ้มน่ะ” สึบารุพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มแบบของเขา

“ฮ่ะๆ ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆ” เป็นเด็กแว่นที่กล้าหัวเราะขำเสียงดังออกมาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจของแม่นางไฮบาระแม้แต่น้อย

“อ่าาา...” เสียงพวกเด็กทั้งสามคนเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยเชื่อในคำพูดของสึบารุนัก

และทั้งสามคนก็เปลี่ยนไปจ้องมองเขม็งที่ไฮบาระซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชายใจดี แล้วขมวดคิ้วสงสัยกันถ้วนหน้า

ชิ้งงง---

ไฮบาระหันขวับไปส่งสายตาเฉียบคมแทบจะฆ่าคนได้ให้โคนัน

“เอโดงาวะคุง” พลางเอ่ยเรียกโคนันด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

เฮือกกก

โคนันรู้สึกได้ว่างานจะเข้าเขาแล้ว รีบหลบฉากหนีไปหาด็อกเตอร์ที่กำลังประดับประดาของตกแต่งต้นไผ่อยู่ เพื่อหนีสถานการณ์คุกรุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้นมา เพราะสึบารุเป็นคนจุดฉนวน

ก่อขึ้นมาเอง ก็ดับเองนะครับ ผมช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ คุณอากาอิ... 

โคนันหันมาส่งยิ้มทิ้งท้ายให้สึบารุ ก่อนจะวิ่งหายลับไป

สึบารุเปลี่ยนมาสนใจองค์หญิงจอมดื้อที่ตอนนี้กำลังดิ้นขลุกขลักอยู่ภายในอ้อมแขนเขา แล้วละสายตาไปมองเด็กๆที่กำลังจ้องเขาอย่างสงสัย

“เราไปทำคุกกี้ดีกว่านะ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องหันเหความสนใจของเด็กๆ

“อายูมิขอทำด้วยนะคะ”

“เอาสิ”

สึบารุตอบเสียงเรียบ

“งั้นผมไปตกแต่งต้นไผ่รอกินขนมนะฮะ”

“ตามสบายเลย”

ชายหนุ่มยังคงเอ่ยตอบเด็กๆน้ำเสียงราบเรียบ

เก็นตะลากมิทซึฮิโกะให้ตามตนเองไปด้วย ก่อนจะเหลือเพียงอายูมิที่ทำตาแป๋วมองสึบารุอยู่

“ไปรอที่ครัวก่อนนะ”

สึบารุเอ่ยกับอายูมิ เด็กหญิงพยักหน้ารับแล้วจึงรีบวิ่งหายลับสายตาไปทางครัว

“ปล่อยฉันลง” เสียงที่แสดงความไม่พอใจของไฮบาระดังขึ้น หลังจากบริเวณนั้นเหลือเพียงเธอกับชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวฤทธิ์ของเธอ

แต่สึบารุก็ทำเพียงปั่นหน้ายิ้มหล่อส่งมาให้เธอ พร้อมกระชับอ้อมแขนที่กอดเธอให้แน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพียงเท่านั้น

“หรือว่านายเป็นพวกโลลิค่อนจริงๆ” ไฮบาระแวดใส่ชายหนุ่มผู้ที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลาอย่างรู้สึกหมันไส้

“ก็อาจจะใช่”

สึบารุพูดเพียงเท่านั้น แล้วเลื่อนใบหน้าของตนเข้ามาประกบปิดปากเล็กที่แสนเอาแต่ใจนั่นของไฮบาระ เพื่อหยุดเสียงอาละวาดของเธอ

แม้จะเป็นแค่เพียงจูบแบบเด็กน้อยที่เธอเคยผ่านมาแล้ว แต่ก็ทำให้ไฮบาระเขินจนต้องดิ้นหนีวงแขนแกร่งเพราะความอาย

สึบารุถอนริมฝีปากออกจากปากเล็กของไฮบาระ ที่ตอนนี้ปิดสนิทแนบแน่นไร้ซึ่งการอาละวาดหรือการเอ่ยเพื่อปะทะคารมแต่อย่างใด

พลันชายหนุ่มก็สังเกตเห็นเด็กแว่นผู้ปราดเปรื่องกำลังนิ่งค้างแข็งเป็นหินไปเนื่องจากการตกตะลึงอยู่ที่ตรงมุมของห้อง ในมือถือจานที่ใส่แกงกะหรี่หลายใบซึ่งตอนนี้หมดแล้ว คงกำลังจะเอาไปล้าง

แล้วนี่เขาเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนกัน ได้ยินได้เห็นอะไรไปบ้าง แต่ช่างเถอะ

“จะไปช่วยฉันทำคุกกี้หรือเปล่า”

สึบารุเอ่ยถามเด็กหญิง หลังจากวางเธอลงบนพื้นและปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนแกร่งแล้ว

“นะ นาย... จะไปทำอะไรก็เรื่องของนาย”

หลังได้รับอิสระ คนปากดีก็เริ่มออกอาการอาละวาดอีกครั้ง แล้วสะบัดหน้าเดินหนีเพื่อจะเข้าไปในห้องน้ำ แต่สายตาเธอกลับเหลือบไปเห็นคนที่นิ่งค้างอยู่ตรงมุมห้อง ทำให้อารมณ์ยิ่งคุกรุ่นมากกว่าเดิม

“คุ... เอโดงาวะคุง นายเป็นอะไร”

“ปะ เปล่า” หลังดึงวิญญาณที่หลุดออกจากร่างกลับมา โคนันก็เอ่ยตอบไฮบาระ

“นาย...” ไฮบาระกดเสียงให้ต่ำลงเป็นการขู่

“ไม่ ไม่ ฉันไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยินอะไรเลยทั้งสิ้น”

เด็กแว่นรีบตอบ ก่อนจะรีบหนีหายไปยังครัวด้วยความเร็วเหนือแสง

เอาตัวรอดไวชะมัด

สึบารุคิดอย่างรู้สึกขำขัน

“บะ แบบนี้ก็แสดงว่านายเข้ามาตั้งแต่แรกเลยสินะ...”

ไฮบาระเอ่ยไล่หลังโคนันไปอย่างคาดโทษ แล้วหันกลับมามองหน้าคนต้นเรื่อง

“อีตาบ้า จะไปทำคุกกี้ก็ไปสิ มายืนมองหน้าฉันทำไม”

สึบารุหัวเราะขำท่าทีอาละวาดไม่ยอมหยุดและพาลไปทั่วของเด็กสาว ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เธอแล้วลูบผมเธอเบาๆ

“ไม่เอาน่า ใจเย็นก่อนสิ”

“อย่ามาจับนะ” ไฮบาระดันมือของสึบารุออกก่อนจะแหวใส่อีกรอบ

“เธอนี่ เหมือนแมวเลย” สึบารุว่าพลางยกมือลูบผมเด็กหญิงอีกครั้ง

และครั้งนี้เธอทำเพียงยืนกอดอกปั่นหน้าไม่พอใจ ปล่อยให้เขาลูบผมเธอเล่น เพราะเธอเองก็รู้สึกดีกับสัมผัสนี้ของเขา

ไม่ใช่แค่การลูบผมเธอเท่านั้น...

ทั้งอ้อมกอดที่มาจากเขา...

หรือแม้แต่จูบที่เขาทำ...

ก็ล้วนเป็นสัมผัสที่แสนอบอุ่นจนเธอรู้สึกว่าต้องการมันอีก

เมื่อลูบผมเธอจนพอใจสึบารุก็ลุกเดินออกไป แล้วหันมาส่งคำพูดกำกวมให้กับเธอส่งท้าย

“รอฉันหน่อยนะ”

...รอ? รออะไร? รอเขา? รอทำไม?

ไฮบาระปัดความคิดวุ่นวายทั้งหมดของตัวเองทิ้งแล้วคิดอย่างง่ายๆ คือเขาให้เธอรอกินคุกกี้

และเธอก็หันหลังเดินไปหยิบกระดาษทังซะขุที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนคำอธิษฐาน จากนั้นจึงเดินเอามันไปห้อยไว้ที่กิ่งของต้นไผ่ปลอมที่ด็อกเตอร์ไปหามาให้

.

.

.

… [ขอให้มีชีวิตสงบสุขแบบนี้ตลอดไป] …

 

 

 













 

 


 

Fin.



__________________________________________________


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าฟิคเรื่องนี้แต่งหลังวันทานาบาตะ จึงไม่แปลกที่จะอัพดีเลย์วันทานาบาตะไป
ไรท์แต่งเพราะจู่ๆมันก็แล่นเข้ามาในหัว หลังนอนหลับผ่านคืนทานาบาตะ แล้วก็เก็บไปฝัน 


แล้วฟิคสั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อหาของฟิคเรื่องหลัก
ฟิคเรื่องนี้ไรท์รีบพิมพ์แล้วก็พิมพ์ติดต่อกันข้ามคืน จึงอาจมีคำผิดหรือพิมพ์ตกหล่นไปบ้าง ก็ขออภัยด้วยนะคะ (เพิ่งตื่นมาอัพ)


อันที่จริงแล้วไรท์ตั้งใจจะเขียน ยินxเชอรี่ แต่ไปๆมาๆ เรื่องพี่แดงก็ไหลเข้ามาในหัวได้อย่างไรก็ไม่อาจทราบ
เลยกลายเป็นฟิคสั้นที่มีสองคู่ไปโดยปริยาย


เนื้อหาเหมือนจะทำร้ายนางเอก แต่ไรท์ว่าไรท์ไม่ได้ทำร้ายนะ หรือเปล่า?
แม้อดีตเชอรี่จะผ่านเรื่องราวอันโหดร้ายมามากมาย
แต่ ณ ปัจจุบันเธอก็มีเพื่อน มีคู่หู มีด็อกเตอร์ แล้วก็คนรักอยู่ข้างบ้าน?
เธอเลยเลือกที่จะมีความสุขกับปัจจุบันที่เป็นอยู่
แล้วปล่อยให้อดีตค่อยๆเลือนหายไป ไม่ได้จมปลักอยู่กับมันแล้วนั่นเอง 


ซึ่งฟิคเรื่องนี้มีบรรยากาศและอารมณ์แตกต่างไปจากอีกเรื่องอย่างสิ้นเชิง (ไม่มีเรทด้วย) ไม่ได้โหดร้ายป่าเถื่อนหรือทารุณนางเอกแต่อย่างใดนะคะ เพราะต้องการจะสื่ออารมณ์ของตัวละครออกมามากกว่า ฉากหื่น?




ขอบคุณผู้อ่านทุกคน จะคอมเมนต์หรือไม่ก็ไม่ว่ากัน
แต่ทุกคอมเมนต์คือกำลังใจ และไฟในการผลักดันตอนต่อๆไปออกมานะคะ


[ อัพ : 10/7/2558 ]

[ รีไรท์ : 29/8/2558 แก้คำผิดจ้า ]

ผลงานอื่นๆ ของ Sherry R

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

23 ความคิดเห็น

  1. #23 Note
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:59

    ดีมากเลยค่ะ หดหู่มากเลย ฉากของยิน หลายครั้งเราก็เข้าใจนะ แอบเชยร์ด้วยทีแรก แต่พอพี่เขาบอกจะฆ่าเจ้าไอเรานี่ เปลี่ยนไปเร็วมากค่ะ แต่เราชอบเรื่องนี้มากเลยเท่าที่อ่านมา ดึงอารมณ์ เข้าใจอารมณ์ตัวละครกับความหวังอันริบหรี่มากเลย ขอบคุณที่สร้างผลงานดีๆนะคะ :)

    #23
    0
  2. #22 pw_214
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:11
    เรื่องนี้น่ารักจังเลยยย แอบสงสารลูกพี่ยิน คำขอเป็นจริงแล้วนะ แต่คุณไม่รู้เท่านั้นเอง. คำขอในปีที่แล้วไม่สมหวัง คำขอในปีนี้ขอให้ทุกคนสมหวังนะ ปล.ขอขัดแย้งกันแบบนี้เจ้าหญิงทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว ลำบากใจแย่เลยนะ
    #22
    0
  3. #21 loeygamm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 00:13
    รอติดตามตอนอื่นน้าค้าาา
    #21
    0
  4. #20 ddannok12345 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 12:00
    ชอบทั้งสอง​คนเลียง่ะจะเป็​นใครก็ได้​เเต่ต้องคู่กับ​ ไฮบาระเราก้อ​ดีใจ​ ชอบมากครับ​ไรท์บันยาย​จนเกีดภาพเลีย👍👍👍👍👍
    #20
    0
  5. #19 Permo
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 16:40

    อยากอ่านนิยายยินแบบยาวๆบ้างจัง

    #19
    0
  6. วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 17:41
    ก็สงสารยินหน่อยๆ แต่ทีมสึบารุค่ะ 5555555555555555
    #18
    1
    • #18-1 Sherry R
      17 ธันวาคม 2560 / 19:30
      ทีมสงสารยินเรื่องนี้เยอะจังเลยค่ะ 55555
      #18-1
  7. วันที่ 13 เมษายน 2560 / 17:57
    ทีมยินอ่ะ เเงงง สงสารลูกพี่อ่าาาถึงจะว่ามันงี่เง่าเเต่ก็ยังขออ่าเเงงง
    #17
    1
    • #17-1 Sherry R
      17 ธันวาคม 2560 / 19:26
      ไรท์ฯก็สงสารลูกพี่นะคะ แต่ปัจจุบันในเรื่องมันดำเนินมาแบบนี้ก็ต้องยึดไทม์ไลน์เรื่องจริงค่ะ 5555
      #17-1
  8. #16 มนุษย์ต่างดาว
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 03:52
    ทีมยินอ่ะ แงงง ทำไมเศร้า สงสาร ถึงแม้จะงี่เง่าแต่ก็ยังขอ..ขอให้ได้เจอเชอรี่อีกครั้ง ลูกพี่อย่าร้องๆ โอ๋เอ๋ รักเค้าก็ลองบอกดูนะลูกพี่ เผื่อเชอรี่จะเปลี่ยนใจ
    #16
    1
    • #16-1 Sherry R
      17 ธันวาคม 2560 / 19:06
      555 จริงๆไรท์ชอบ2คู่นี้นะคะ แต่ยินเชอรี่หวังในเรื่องโคนันจริงๆ คงไม่ไหว เลยเอามาแต่งนี่เลยค่ะ ฟินดี
      #16-1
  9. วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:27
    ยินได้ตัว ส่วนสึบารุได้ใจสินะ ฮ่าๆ 

    #15
    1
    • #15-1 Sherry R
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:11
      นั่นแหละค่ะ คอนเซ็ปฟิคเรื่องนี้ เพราะไรท์เลือกใครไม่ได้ 55555
      #15-1
  10. #14 Permo
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:20
    ยินก็คงยินวันยังค่ำ โหดจีๆ
    #14
    1
    • #14-1 Sherry R
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:07
      ก็นั่นแหละค่ะ... 5555
      #14-1
  11. #13 nightmask (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 23:43
    น่ารักมากเลย...
    #13
    1
    • #13-1 Sherry R(จากตอนที่ 1)
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:07
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
      #13-1
  12. #12 Z_MiwA
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 03:03
    ชอบเรื่องนี้ สนุกมาก ฟินมาก รู้สึกลงตัวทุกองค์ประกอบเลยค่ะ
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #12
    1
    • #12-1 Sherry R
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:05
      ขอบคุณนักอ่านที่เข้ามาอ่านเช่นกันค่ะ
      #12-1
  13. #11 andyeim
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 06:54
    อ่านแล้วเขินแทน >//< ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ????
    #11
    1
    • #11-1 Sherry R
      16 กรกฎาคม 2559 / 00:04
      ขอบคุณนักอ่านที่ชอบเหมือนกันค่ะ //โค้งๆ
      #11-1
  14. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:14
    สนุกมากเลย ชอบๆ
    #10
    0
  15. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:14
    สนุกมากเลย ชอบๆ
    #9
    1
    • #9-1 Sherry R
      16 มีนาคม 2559 / 01:33
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์มากค่ะ ^^
      #9-1
  16. วันที่ 29 มกราคม 2559 / 19:31
    สนุกมากๆเลยค่ะ ขอบพระคุณมากๆที่แต่งฟิคได้สนุกขนาดนี้นะค่ะ
    #8
    1
    • #8-1 Sherry R
      30 มกราคม 2559 / 01:08
      คนอ่านบอกว่าสนุกไรท์ก็ดีใจค่ะ ขอบคุณที่อ่านและคอมเมนท์นะคะ
      #8-1
  17. #7 Kid
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 19:31
    อยากบอกว่าไม่เหมือนอ่านฟิคอยู่เลย มันเหมือนเรื่องจริงมากกว่ามาก ไรเตอร์จำลองอารมณ์ของตัวละครในแต่ละฉากได้ตรง พออ่านไปแล้วไม่ขัดใจว่าปกติไฮบาระไม่ทำแบบนี้แน่หรือเฮียชูคงไม่คิดแบบนั้น เหมือนมาก มากจนเหมือนอ่านนิยายของคุณโกโชเลย ขอบคณนะคร้าบ
    #7
    1
    • #7-1 Sherry R
      11 พฤศจิกายน 2558 / 16:11
      กราบขอบพระคุณงามๆเลยค่ะ อ่านคอมเม้นแล้วรู้สึกมีแรงปั่นเรื่องอื่นๆมาลงอีก ขอบคุณจริงๆค่ะ แค่นี้ไรท์ก็ดีใจแล้วค่ะ
      #7-1
  18. วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 20:24
    อะหือ อยากจะบอกว่าอ่านแล้วนั่งกรี๊ดนั่งยิ้มเต้นอยู่คนเดียวอย่างกับคนบ้าค่ะ จนแม่ส่ายหน้า 555555


    ไม่ได้ฝักใฝ่หรือมักมาก? จริงเหรอคะ? ยีนแอบหื่นนะคะรู้ตัวรึเปล่า หรือยีนจะชอบสาวน้อยบริสุทธิ์มากกว่าสาวร้อนแรงแบบเบลม็อทคะ -..- แถมยังยอมพาไปห้างอีก ลงทุนเอาต้นไผ่มาไว้ในห้องด้วย เกรส แอบเอาใจนะนั่น
    คำภาวนาทั้งสองอย่างนั่นทำเอฟซีกรี๊ดมากมาย ภาวนาแบบนั้น แต่คำภาวนาที่ขอให้ได้เจอนั่นเป็นจริงะนะ >< ถึงจะไม่ใช่ "เชอรี่" ก็เถอะ

    โคนันรู้อยู่แล้วค่ะ(ถ้าจำไม่ผิดน่ะนะ) ว่าชูคบกับอาเคมิซึ่งเป็นพี่สาวของเชอรี่ แน่นอนว่าไม่ต้องบอกผู้ชายด้วยกันก็ต้องดูออกว่าชูอยากจะไถ่โทษ และเชอรี่เป็นคนสำคัญ ทั้งของ "พวกนั้น" และ "พวกเขา" แต่อาจจะอึ้งที่ว่าไม่คิดว่าชูจะ "กินเด็กป1" ก็เท่านั้น (ประมาณว่าอาจจะรู้อยู่แก่ใจและอวยพรให้คู่กันถึงได้ผลักไสไล่ส่งให้ไปด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าพี่ชูจะ "กล้า" ทำทั้งที่เชอรี่อยู่ในร่างเด็กป.1เลยอึ้ง 5555)
    ไม่อยากยอมรับว่าเขารักเธอมานานแค่ไหนแล้ว << นานขนาดไหนคะ? ตั้งแต่ตอนที่คบกับพี่สาวเขาหรือเปล่า ถ้าใช่พี่ชูนิสัยไม่ดีเลยนะ //โดนโบก

    "รอฉันหน่อยนะ" รออะไร? รอให้ชูเคลียร์เรื่องทั้งหมดและมาขอความรักจากเธอเหรอ? //ผิดมาก

    คือแบบ พอนึกสภาพว่าพี่ชูมายิ้มๆพูดหวานๆหยอดๆแบบนั้น... นึกภาพไม่ออกอะค่ะ... ส่วนใหญ่พี่ท่านจะออกบทโหดไปทางดาร์กหม่นๆ (ยีนออกดาร์กๆโหดๆ) แต่พอนึกว่า... พี่ชูอุ้มเชอรี่แล้วจูบเชอรี่ที่ "อยู่ในร่างเด็กป.1" จะว่านึกออกก็นึกได้ แต่พูดว่านึกไม่ออกดีกว่าค่ะ....

    รู้สึกเราจะใจตรงกัน เราเองก็กำลังจะเขียนฟิคสั้นสามพีคู่นี้เหมือนกันเลยค่ะ 5555 แล้วบังเอิญมาเจอเรื่องนี้พอดีแล้วดูวันอัพ "เฮ้ย ใจตรงกันเบาๆ" ถถถถ

    เป็นเรื่องสั้นที่หวานและหวังให้เป็นจริงค่ะ :3
    #6
    1
    • #6-1 Sherry R
      11 พฤศจิกายน 2558 / 16:17
      อ่านคอมเม้นยาวๆเลยค่ะ แต่ไรท์ชอบ อิอิ
      ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ คนอ่านชอบไรท์ก็ดีใจค่ะ

      ไม่รู้ว่าจะตอบกลับยังไงดี แต่ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เดี๋ยวจะแวะไปอ่านฟิคของตัวเองบ้าง
      #6-1
  19. วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 00:21
    ฟินนาเล่ค่ะ 
    แต่เดิมเป็นติ่งหนูไออยู่ล่ะ จะยินหรือสึบารุซังก็ดีงามทั้งนั้นค่ะ 
    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ อ่านไปยิ้มไปโดยเฉพาะรูทสึบารุ คือบั๊บน่ารักเฟ่อออออ //ทำเสียงแบบมาดามมด
    เด็กแว่นเองก็ร้ายใช่ย่อย มาเจอฉากสวีทเข้าค้างเลยสินะ สมน้ำหน้าาาาาา อยากเป็นพ่อสื่อดีนัก 555+
    #5
    1
    • #5-1 Sherry R
      13 กรกฎาคม 2558 / 04:53
      คือไรท์อวย เชียร์ ติ่ง คู่ชูxไอน่ะค่ะ โมเม้นมันน่ารัก เพลินใจมากกว่า
      แต่ยิน เชอรี่ ไรท์ก็ชอบ แต่มันมืดมนเกิน แต่งให้ฟินยากมากค่ะ
      อันที่จริงเราหมันไส้เด็กแว่นค่ะ ขี้เก๊กเกิน เลยแต่งให้หลุดมาดบ้าง สะใจดี (ฮ่า)
      #5-1
  20. วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 23:09
    อยากให้เขียนฟิค ตอนที่ไปเกาะนางเงือกค่ะ เห็นในการ์ตูนมีชื่อ เชอรรี่กับ ยินด้วย
    #4
    1
    • #4-1 Sherry R
      12 กรกฎาคม 2558 / 00:40
      ใช่ยินเหรอคะ
      โคนันพูดแค่ว่ามีชื่อ มิยาโนะ ชิโฮะในสมุดรายชื่อ แค่นั้นไม่ใช่หรอคะ?
      อันนี้ไรท์ไม่มีข้อมูลน่ะค่ะ อยากแต่งอยู่เหมือนกันค่ะ
      #4-1
  21. วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 23:07
    ชอบคู่นี้
    #3
    1
    • #3-1 Sherry R
      12 กรกฎาคม 2558 / 00:41
      ยินxเชอรี่ สินะคะ ฮ่าๆ
      #3-1
  22. #2 TeaKK
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 22:37
    ชอบมากเยย >///< แอร๊ยย ติดตามมาตั้งแต่ฟิคเรื่องยาวละ ขอบคุณสำหรับฟิคดีแบบนี้น๊าาา ปล.มีอะไรให้เสพละ //กราบงามๆอย่างบรรจง
    #2
    1
    • #2-1 Sherry R
      12 กรกฎาคม 2558 / 00:42
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ //โค้งๆ
      รีดเดอร์น่ารัก ไรท์ก็มีกำลังใจ ><
      #2-1
  23. วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 18:08
    โอยๆๆๆ ขอออกตัวก่อนนะคะว่าคอมเมนต์นี้จะเป็นคอมเมนต์ที่ยาวมาก เนื่องจากเป็นคนอ่านอะไรแล้วเมนต์สั้นๆ ไม่ค่อยได้



    สำหรับเนื้อเรื่องช่วงแรก... แอบหมั่นไส้เบาๆ ค่ะ เนื่องจากไม่ได้จิ้นคู่ยินกับเชอรี่ แต่ก็นั่งกัดฟันอ่านด้วยความอิจฉามาได้  จะบอกว่าอิจฉายินมาก แหม ใช่สิ ได้แล้วนิ่ ? 55. 

    ไม่รู้จะว่ายังไงนะ แต่แอบสงสารยินอยู่เหมือนกันที่เป็นแบบนี้ เพราะดูอาการคือท่าทางจะหลงเชอรี่ไม่ใช่น้อยๆ ทั้งรักทั้งหลงใหลมากๆ ทั้งๆ ที่ดูไม่ค่อยจะสนใจงานทานาบาตะแท้ๆ แต่ก็ยังเขียนคำอธิษฐานไปอ่ะเนอะ  ยิ่งได้เห็นคำอธิษฐานที่ยินขอแล้วคืออารมณ์แบบ...สงสารอ่ะ รู้สึกเหมือนกับว่าต้องพรากจากกับสิ่งที่รัก ทั้งๆ ที่อยากจะอยู่ด้วยกันแท้ๆ จนสุดท้ายเจ้าตัวก็มองว่าคำขอของตัวเองมันงี่เง่าอ่ะเนอะ  แต่สุดท้ายในปีนี้ก็ขอให้พบกันนี่นา หึหึ



    ส่วนเนื้อเรื่องในช่วงของพีแดง มาถึงนี่ก็เอาอาหารเข้ามาล่อเด็กๆ เชียว เด็กแว่นเองก็ดูจะสนับสนุนคู่นี้เหลือเกินนะจ๊ะ มีการผลักไส(?)ให้หนูไอไปกับพีแดงเค้าอีก (เค้าเลยได้ไปสวีทกันเลย 55.)

    ชอบบรรยากาศเวลาไอจังกับพี่แดงอยู่ด้วยกันอ่ะ มันอบอุ่นยังไงก็ไม่รู้นะคะ ชอบๆๆๆๆ (ติ่งค่ะ 55.)  มีการแลกเปลี่ยนกันอีกว่าถ้าบอกคำขอของตัวเอง อีกคนก็จะต้องบอกออกมาด้วย  แล้วยิ่งไอจังบอกว่าไม่อยากจะเจอคนพวกนั้นอีก อารมณ์คือแบบ..ตายล่ะ คำอธิษฐานท่าทางจะไม่เป็นจริง แล้วก็เป็นไงล่ะ..? มาโป๊ะเชะกับยินเข้าให้  แต่ดีที่พี่แดงอยู่ด้วย เลยชวยปลอบใจด้วยการอุ้ม .___. แล้วยังลูบหัวปลอบใจอีก โอ๊ยชอบผู้ชายแบบนี้ 55 ชอบตรงที่พี่แดงไม่คาดคั้นอะไรจากไอจังด้วยแหละ แต่อุ้มแล้วก็ไม่ยอมปล่อยเลยเอนะ มีไปแกล้งเขาอีก

    แล้วก็ชอบมากเลยบทสนทนระหว่างทั้งคู่ในตอนที่ไอจังถามว่าถ้าเธอเชื่อเขา เขาจะไม่ทรยศเธอใช่ไหม? มันฟังดูแบบว่าอยากจะเชื่อนะ แต่ก็กลัวอ่ะ มันเลยไม่กล้าที่จะเชื่อใจ แต่ดูแล้วก็เหมือนไอจังจะพอๆ เดาได้นะนั่นว่าพี่แดงก็คือพี่ชู ลางสังหรณ์ของผู้หญิงสินะ? หรือเดาจากอาการเต้นของหัวใจ ?? 55.

    ฮา. ไอจังมองตาพี่แดงแต่เดาอะไรไม่ออกเลย ตรงข้ามกับพี่แดงเลยเนอะที่อ่านไอจังออกหมดเลยเนี่ย  

    อร๊ายยยย มีจุ๊บกันด้วย แม้จะบังเอิญและไม่ใช่จูบแรกก็เเถอะ (แถมพี่แดงอุตส่าห์พยายามหักห้ามใจอยู่แท้ๆ) แต่อยู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาได้  พรหมลิขิตยันดาลชักพา~~ 55. #ไม่ใช่ละ  มีแซวๆ ว่าโลลิค่อนด้วย 55.

    กลับมาถึงบ้าน...ก็ยังไม่ยอมปล่อยไอจังลงเลย ดูท่าทางจะไม่อยากปล่อยเธอไปตลอดชีวิตแล้วล่ะสิเนี่ย ฮา. แต่เล่นอุ้มกันมาขนาดนั้น เด็กๆ สามคน(รวมถึงเด็กแว่นด้วย)ก็คงจะแปลกใจไม่น้อย โดยเฉพาะอิตาเด็กแว่นนี่คงอารมณ์แบบ เห้ย ให้ไปซื้อของ ไหงกลับมาซะชิดใกล้แบบนี้ ฮา.  พี่แดงขี้แกล้งอ่ะ พูดไปได้ว่าไอจังอ้อนให้อุ้ม 55. แล้วก็ กรี๊ดดดดดดดดด คราวนี้ไม่ใช่บังเอิญ แต่มันคือการจงใจชัดๆ ทำไมจูบเด็กน้อยแบบนี้ โลลิจริงๆ สินะ ฮา. แต่ไอจังก็เขินล่ะนะ มีการชอบสัมผัสต่างๆที่ได้รับจากพี่แดงอีกด้วย ก็เนอะ ดูอบอุ่นดีออก  

    อร๊าย รออะไรอ่ะ??? รออะไรคะพี่แดง พูดอะไรทำไมไม่พูดให้จบ พูดให้ค้างทำไม ให้จิ้นไปเองนี่มันไปไกลนะคะ 55. ฮา. 

    และสุดท้าย...ขอให้คำอธิษฐานในครั้งนี้เป็นจริงนะจ๊ะหนูไอ  ขอให้ชีวิตสงบสุข(และเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยจากพี่แดง)แบบนี้ตลอดไป  ^/|\^



    55. ยาวมากค่ะตามที่ได้บอกไว้  สุดท้ายนี้สำหรับไรต์เตอร์  ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆ เรื่องนี้ให้อ่านนะคะ  สนุกมากเลยค่ะ ทั้งเนื้อเรื่องและภาษาที่ใช้ อ่านแล้วลื่นไหลเพลิดเพลินดีค่ะ อีกอย่างฟิคคู่สึบารุไอที่สนุกๆ ภาษางามๆ เนื้อเรื่องดีๆ หาอ่านยากด้วยแหละค่ะ  ขอบคุณนะคะ  สู้ๆ เน้อ :D
    #1
    1
    • #1-1 Sherry R
      12 กรกฎาคม 2558 / 00:46
      ขอบอกเลยว่า... ตกใจมากค่ะ มันช่างยาวจริงจังเสียนี่กระไร
      เราอ่านเรียบร้อยทุกตัวอักษรทุกบรรทัดแล้วนะคะ
      จะตอบกลับยาวๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ตอนนี้อยู่ในอารมณ์ฟินสุดๆเลยค่ะ
      เดี๋ยวเรียบเรียงคำพูดแล้วจะมาเม้นตอบกลับยาวๆอีกทีนะคะ

      ขอบคุณที่ติดตาม สนับสนุน แล้วก็ให้กำลังใจค่ะ //โค้งๆๆ
      #1-1