คัดลอกลิงก์เเล้ว

Last Special Chapter ll Last Confession กลัวอะไรหรอ

โดย Mina

Special คุณหมาxลูกแมว ll ลูกเจี๊ยบ (END) Joylada Wannaone/PD101 Fan Fic

ยอดวิวรวม

17,845

ยอดวิวเดือนนี้

38

ยอดวิวรวม


17,845

ความคิดเห็น


79

คนติดตาม


1,033
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 ต.ค. 60 / 14:41 น.
นิยาย Last Special Chapter ll Last Confession Last Special Chapter ll Last Confession กลัวอะไรหรอ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Credit : แล้วแต่หัวใจเธอ - เป๊ก ผลิตโชค




บทบรรยายพิเศษสุดท้ายจากเรื่อง Last Confession กลัวอะไรหรอ
ใครเผลอกดเข้ามาอ่าน อยากให้ไปอ่านเรื่องราวทั้งหมดจากจอยลดามาก่อนนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 ต.ค. 60 / 14:41


Last Special Chapter

Last Confession กลัวอะไรหรอ

คุณหมาxลูกแมว ll ลูกเจี๊ยบ

 

คุณหมาxลูกแมว

11.03 AM

Osaka, Japan

 

“หลิน ทางนี้!

เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อหันกลับไปมองแทบจะในทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะเห็นใครบางคนกำลังยิ้มกว้างส่งมาทางนี้พร้อมกับโบกมือให้เขาไม่หยุด

หลินเปลี่ยนเป็นฝ่ายกวักมือเรียกคนที่ยืนอยู่อีกฟากถนนให้เดินมาหาเขาแทน คนโดนเรียกออกตัวเดินข้ามทางม้าลายมายังอีกฝั่งเมื่อสัญญาณไฟจราจรสำหรับคนเดินเปลี่ยนเป็นสีเขียว เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็ข้ามมาจนถึงยังฝั่งที่คนตัวสูงกำลังยืนรออยู่

“โอ๊ย ดีใจจัง! ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันที่นี่นะเนี่ย!

“อ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ยซอบ”

“เฮ้ย ทำไมทักแบบนี้” หลินยกยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนผู้ที่ไม่ได้เจอกันมานานของเขากำลังยกมือขึ้นปิดแก้มตัวเอง “แหม มาอยู่นี่มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยอ่ะ ใครจะอดใจไหว”

ซอบละมือที่ปิดแก้มเอาไว้ลง เขากวาดสายตาไปทั่วบริเวณเมื่อเห็นหลินยืนอยู่คนเดียวในตอนนี้ และเมื่อไม่เห็นอีกคนที่คาดหวังว่าจะได้เจอ เขาจึงเลื่อนสายตากลับมามองคนตัวสูงตรงหน้า

“แล้วจินยองล่ะ”

“เข้าห้องน้ำอยู่ข้างใน” หลินชี้มือไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ด้านหลังเขา

ซอบพยักหน้าหงึก หัวใจของเขาแอบเต้นรัวแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานกำลังจะได้เจอกับจินยอง

...มันคงเป็นความตื่นเต้นที่เขาควบคุมเอาไว้ไม่ได้

ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ใช่คนที่เคยทำไม่ดีกับจินยองเอาไว้ แต่เพราะเขาเองก็เป็นสมาชิกคนในกลุ่มนั้นด้วย เพราะแบบนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น จนกระทั่งถึงตอนนี้ ณ เวลานี้ที่เขายืนอยู่...เขายังไม่เคยได้เจอจินยองเลยสักครั้ง

แม้ก่อนหน้านี้จะอยากเจอจินยองสักแค่ไหน แต่เพราะเขาเองก็เป็นคนในกลุ่มที่จินยองหมดความไว้เนื้อเชื่อใจไปหมดแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น เขาถึงไม่สามารถไปเจอจินยองได้เลย ขนาดหลินเองกว่าจะกลับมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ก็ใช้เวลาตั้งนาน แล้วนับภาษาอะไรกับคนนอกแบบเขาที่ถูกเหมารวมว่าอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นอีก

...แต่เวลาที่รอมันไม่เคยสูญเปล่าหรอก

เพราะตอนนี้เขากำลังจะเจอได้เจอจินยองอย่างที่ต้องการจริงๆ เสียที

ก่อนหน้านี้หลินติดต่อมาหาเขาทั้งที่ไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่ซอบมาอยู่ที่ญี่ปุ่น หลินบอกเขาว่าจะมาเที่ยวที่นี่ และอยากให้ซอบเป็นคนนำเขาเที่ยวในการมาครั้งนี้

เวลามันก็ผ่านไปเร็วเหมือนกัน...ตั้งแต่เรียนจบจนถึงตอนนี้รวมระยะเวลาเกือบปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอใครเลย รวมถึงเพื่อนตัวสูงตรงหน้าเขาในตอนนี้เองก็ด้วย

ที่จริงซอบแอบลอบมองสำรวจเพื่อนของเขาตั้งแต่แรกที่ข้ามถนนมายืนอยู่ด้วยกันตรงนี้ หลินยิ่งโตก็ดูเหมือนจะยิ่งสูงมากขึ้นไปอีก ใบหน้าของเพื่อนที่ดูดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ในตอนนี้ยิ่งดูหล่อเหลาขึ้นจนเขาเองยังแอบรู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ ในขณะที่ความสูงของซอบเหมือนจะหยุดไปแล้ว และหน้าตาก็ยังดูเป็นเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลา แต่หลินดูเหมือนจะกลายเป็นเด็กหนุ่มเต็มตัวไปแล้วจริงๆ ขนาดสาวญี่ปุ่นที่เพิ่งออกมากจากร้านสะดวกซื้อยังมองหลินตาแทบไม่กระพริบ

พระเจ้านี่ช่างลำเอียงไปซะทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องฐานะแต่รวมถึงรูปร่างหน้าตาก็ด้วย มันช่างน่าน้อยใจพระเจ้านัก

“แล้วเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย” หลินเป็นฝ่ายเอ่ยถามเขาก่อน

“สบายดี แต่เรียนยากมากเลยอ่ะ ที่ผ่านมาคือเรียนปรับพื้นฐานภาษา กูเพิ่งจะเปิดเรียนมหาลัยปีหนึ่งแบบเป็นทางการนี่ล่ะ เรียนโคตรจะยาก”

“ทำได้อยู่แล้ว”

“ขอบคุณ”

“แล้วคนอื่นเป็นยังไงบ้าง” ซอบชะงักไปเล็กน้อยกับคำถามของหลิน แม้ว่าคนถามเองจะถามด้วยสีหน้าเฉยเมยเหมือนไม่ได้ใส่ใจ แต่มันก็น่าแปลกใจอยู่ดี

ก็ใครจะไปคิด...ว่าคนแบบหลินจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามถึงคนพวกนั้นก่อน

“ก็ดีแหละมั้ง เอาจริงๆ กูก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครเลยนอกจากวี” ซอบตอบไปตามความเป็นจริง

ตัวเขาเองก็แทบไมได้ติดต่อใครในนั้นเลย เห็นชีวิตความเป็นไปของทุกคนผ่าน SNS แค่เพียงเท่านั้น

แต่ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูก...เหมือนการติดต่อกันของทุกคนมันก็น้อยลงไปจนแทบไม่เหลือตั้งแต่วันหลังจากที่หลินออกจากกรุ๊ปไลน์ไปในตอนนั้น นานๆ ถึงจะได้มีการเข้ามาพูดคุยกันที

บางทีความสัมพันธ์ของคนในกลุ่มมันคงจบลงไปพร้อมๆ กับความรู้สึกที่ต่างเสียกันไปในตอนนั้นด้วยนั่นล่ะ...

แต่มันก็สมควรแล้วล่ะที่จะเป็นแบบนั้น

“เอ้อ แต่มึงรู้รึเปล่า ว่าพี่จีกับพี่แจเขาคบกันนะ”

“ฮะ?” ซอบถึงกับหลุดขำเมื่อเห็นสีหน้าสุดแสนจะเหวอของหลิน

ไม่ใช่ที่หลินหรอกที่ตกใจ ตอนที่เขารู้เขาเองก็ตกใจไม่ต่างกัน เพราไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ารุ่นพี่ของเขาจะมาคบกันเองได้

“ซอบ!” ซอบละสายตาจากหลินเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อเขา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังประตูร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นต้นตอของเสียง

แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว คนที่เพิ่งเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

ซอบยืนตัวแข็งทื่อเมื่อคนที่เขากำลังรอเจอเป็นฝ่ายกระโจนเข้ากอดเขาก่อนแบบที่เขาไม่เคยได้คาดคิด

“ไม่ได้เจอกันนานมากๆ เลยซอบ”

หัวใจซอบเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมาด้วยความตื่นเต้นและตกใจ...มันเหนือความคาดหมายเกินไปเมื่อได้รับปฏิกิริยาจากจินยองแบบนี้ เขาไม่เคยคิด...ไม่แม้แต่จะอยู่ในส่วนของสมองซีกไหนว่าจินยองจะเป็นฝ่ายกอดเขาก่อน ตอนแรกเขาคิดว่าจินยองอาจจะทำท่ากล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าคุยกับเขาด้วยซ้ำไป

จินยองปล่อยตัวเขาเป็นอิสระหลังจากที่กอดเขาไว้แน่นเมื่อครู่ รอยยิ้มสดใสของคนตรงหน้าที่กำลังมองเขาอยู่มันทำให้ซอบรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาอย่างประหลาด...ตื้นตันจนอยู่ๆ เขาก็อยากจะร้องไห้ออกมาซะดื้อๆ

...ไม่รู้สิ

เหมือนกับว่าที่รอคอยมานานมันไม่เคยสูญเปล่าเลย

ณ เวลานี้ อยู่ๆ เขาก็รู้สึกนับถือหลินขึ้นมา ขนาดเขาเป็นแค่คนนอกวงโคจรของจินยอง แต่เพียงแค่ได้เห็นว่าจินยองกลับมายิ้มได้แบบนี้ มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจจนพูดอะไรไม่ออก เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหลินที่อยู่เคียงข้างจินยองมาตลอด จะรู้สึกอะไรมากมายแค่ไหนที่ทำให้จินยองสามารถกลับมาเป็นคนเดิมได้เหมือนแต่ก่อน

...ความรู้สึกของหลินมันต้องเอ่อล้นจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้หมดอย่างแน่นอน

“ซอบ ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ” จินยองทำหน้าสงสัยแล้วโบกมือไปมาตรงหน้าเขา  ใบหน้าเล็กยื่นเข้ามาใกล้เพื่อดูอาการใบ้กินของเขา

“จินยอง”

“ฮึ”

“...ดีใจอ่ะ” คราวนี้ซอบเป็นฝ่ายโผเข้ากอดจินยองเสียเอง “ฮืออออ ได้เจอกันแล้วววว ดีใจมากๆ เลยจินยอง ได้เจอจินยองแล้วอ่ะ ฮือออออ”

เสียงหัวเราะร่าของจินยองยิ่งทำให้ซอบรู้สึกตื้นตันเข้าไปใหญ่ จินยองยกมือขึ้นกอดเขาตอบพร้อมกับโยกตัวไปมา

ซอบสบตากับหลินที่กำลังมองมายังพวกเขาซึ่งกำลังกอดกันอยู่ เพื่อนตัวสูงของเขาส่งยิ้มบางมาให้ ซอบทำเพียงแค่ส่งยิ้มตอบกลับไป พร้อมกับสายตาที่สื่อคำว่าขอบคุณออกมาอย่างปิดไม่มิด

...ขอบคุณที่หลินทำให้เขาได้มีโอกาสเจอจินยองอีกครั้ง

ในสายตาเพื่อนคนอื่น จินยองจะเป็นยังไงเขาไม่รู้ไม่สนใจ แต่สำหรับซอบ...

จินยองก็ยังเป็นจินยอง...เพื่อนที่นิสัยดีและใจดีกับเขาเสมอมา

จนกระทั่งตอนนี้...จินยองก็ยังเป็นแบบนั้น

ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

11.34 PM.

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวกูไปรับหน้าโรงแรม”

“โอเค”

“มึงเดินกลับโรงแรมถูกแน่นะหลิน ไม่ต้องให้กูเดินไปส่งนะ” คำถามของซอบทำให้จินยองหัวเราะออกมาแทบจะในทันที

“เออ กูกลับถูก ใกล้ๆ แค่นี้”

“โอเค เจอกันๆ จินยองเจอกันพรุ่งนี้” ซอบยกมือขึ้นโบกลาสองคนตรงหน้า “เอ้อใช่...จินยอง แฮบปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้านะ!

“ขอบคุณนะซอบ”

“พรุ่งนี้เดี๋ยวกูมาแฮปใหม่ ไว้จะพาไปกินเค้กอร่อยๆ”

“โอเค กลับดีๆ นะซอบ”

ซอบแยกตัวเดินออกไปหลังจากที่โบกมือส่งท้ายให้ทั้งสองคนอีกครั้ง ก่อนที่จะเหลือเพียงแค่เขาทั้งสองคนที่ยังคงยืนอยู่

จินยองถอยตัวไปยืนพิงราวขอบสะพานกั้น หากมองผ่านด้านหลังของเขาไป ก็จะเห็นป้ายกูลิโกะขนาดใหญ่ที่กำลังส่องสว่างในยามค่ำคืนแบบนี้...ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ย่านโดทงโบริ และตรงจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่ในตอนนี้ก็เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครๆ ต่างก็ต้องมาถ่ายรูป แม้ตอนนี้เวลาจะล่วงเลยมาจนดึกมากแล้ว แต่ผู้คนก็ยังเดินกันพลุ่กพล่านพอสมควรถึงจะบางตากว่าเวลาปกติก็ตาม

วันนี้พวกเขาไปเที่ยวกันมาทั้งวัน ร่างสูงมองลูกแมวของเขาที่ดูเหมือนจะเหนื่อยกับการต้องเดินทั้งวันจนต้องไปยืนพิงขอบสะพานแบบนั้น

“กลับกัน ดึกแล้วนะ” หลินมองจินยองที่ยกมือขึ้นกอดอกและกำลังลูบแขนตัวเอง

แม้ว่าตอนนี้กำลังจะย่างเข้าสู่หน้าร้อนของญี่ปุ่นในอีกไม่นาน แต่ตอนกลางคืนอากาศกลับเย็นขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งพวกเขาเองก็คาดไม่ถึงกับอากาศที่นี่ และดูเหมือนตอนนี้คนตัวเล็กตรงหน้าเขาจะถูกความเย็นในเวลากลางคืนแบบนี้เล่นงานเข้าซะแล้ว

“หนาวเหรอจินยอง”

“อื้อ นิดนึง”

“เอาเสื้อเราไปใส่” หลินทำท่าจะถอดเสื้อยีนส์ที่เขาสวมทับเสื้อยืดไว้ออก แต่จินยองกลับรีบจับแขนเขาเอาไว้ก่อน

“ไม่เอา เสื้อเราก็แขนยาว แป๊บเดียวจะถึงโรงแรมแล้ว”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่สบาย อดไปเที่ยวเลยนะ”

“เราไมได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ หลินนั่นแหละถ้าถอด เสื้อยืดข้างในก็แขนสั้น เดี๋ยวก็หนาวหรอก”

“...”

“ใส่ไปเลย” พอได้ยินจินยองพูดแบบนั้น เจ้าตัวเลยจำเป็นต้องล้มเลิกความคิดที่จะถอดเสื้อออก

หลินยื่นมือไปหาคนตรงหน้า ในขณะที่คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองเขา

“ป่ะ”

“..?”

“กลับโรงแรมกัน”

“ยื่นมือมาคืออะไร”

“ยังจะถามอีก จับมือเราไง” หลินแอบอมยิ้มเมื่อเห็นจินยองกำลังมองเขาด้วยใบหน้าฉงน สีหน้าแบบนี้ของจินยองมันน่ารักจนเขาอยากหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายให้รู้แล้วรู้รอด

“ต้องจับมือเดินด้วยเหรอ”

 “พูดเหมือนไม่เคยจับมือกันงั้นแหละ”

“ไม่ใช่ เราหมายถึงว่า...เราเดินเองก็ได้ไง”

“ไม่เอาอ่ะ เราไม่อยากให้จินยองหลงกับเราที่นี่ กว่าจะพามาได้ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะ” จินยองถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

และเพราะได้ยินประโยคนั้นจากหลิน คนตัวเล็กเลยไม่ลังเลที่จะยื่นมือไปหาคนตัวสูงที่กำลังรออยู่ หลินไม่รีรอที่จะจับมือของจินยองเอาไว้ เขากระชับมือข้างนั้นไว้แน่นทันทีก่อนที่ทั้งสองคนจะเริ่มออกเดินเพื่อกลับไปยังที่พักของทั้งคู่ในคืนนี้ สัมผัสอุ่นๆ จากมือของกันและกันราวกับเวทมนตร์ที่ทำให้บรรยากาศเย็นๆ รอบข้างดูอบอุ่นขึ้นมาได้ถนัดตา

...แต่มันก็ไม่แปลกหรอก

ทุกครั้งที่ทั้งสองคนได้จับมือกัน มันก็เป็นความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้มานานแล้ว

หลินลดจังหวะการเดินของตัวเองเมื่อผ่านย่านชินไซบาชิออกมาแล้วข้ามถนนมายังอีกฝั่ง จากย่านที่คนพลุกพล่านตอนนี้มีเพียงแค่เขาสองคนที่กำลังก้าวเดินอยู่บนริมฟุตบาธข้างทางเท่านั้น เขากระชับมือข้างที่จับมือของจินยองเอาไว้ให้แน่นมากขึ้นไปอีก

...ทั้งๆ ที่ปกติเวลาเดินด้วยกันแบบนี้ จินยองจะต้องเป็นฝ่ายชวนเขาคุยก่อน แต่ตอนนี้กลับมีความเงียบเป็นตัวกลางระหว่างพวกเขาเท่านั้น

แต่มันก็ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดอะไรนักหรอก...

ที่เงียบ...คงเป็นเพราะทั้งคู่อยากจะซึมซับบรรยากาศที่กำลังเกิดอยู่ในตอนนี้เอาไว้เสียมากกว่า

นี่เป็นการมาต่างประเทศครั้งแรกของจินยอง แล้วก็เป็นครั้งแรกที่หลินกับจินยองได้ไปไหนมาไหนกันเพียงแค่สองคนในต่างประเทศด้วยเช่นกัน หลินวางแผนทุกอย่างไว้นานแล้วว่าจะพาจินยองมาเที่ยวหลังจากรู้ว่าซอบเรียนอยู่ที่นี่ และมันก็ไม่ง่ายเลยสักนิดกว่าที่แม่ของจินยองจะยอมปล่อยให้จินยองมาได้ง่ายๆ

แน่ล่ะ...สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับจินยอง ผู้เป็นแม่คงไม่อยากให้จินยองไปไหนไกลสายตา ถึงแม้ว่าหลินจะดูแลจินยองได้ แต่มันก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ จนสุดท้ายพ่อของหลินต้องไปคุยให้เพื่อเป็นหลักประกันความสบายใจให้กับแม่ของจินยอง จินยองถึงได้มาได้ในที่สุด ไหนจะต้องขอลาโรงเรียนของจินยองทั้งที่เปิดเทอมไปได้ไม่นานอีก ทุกอย่างทุลักทุเลอยู่พอตัว

ตอนแรกพ่อจะให้เอาคนติดตามของพ่อมาด้วย แต่หลินค้านหัวชนฝาว่าเขาจะมากับจินยองเพียงแค่สองคนเท่านั้น

ฝันไปเถอะ...ใครจะยอมให้คนอื่นมาด้วยกันล่ะ

ที่เขาอยากมาก็เพราะอยากจะพาจินยองมาเที่ยว พามาเปิดหูเปิดตาเจออะไรใหม่ๆ และอยากจะอยู่ด้วยกันแค่สองคนจริงๆ บ้าง

ตั้งแต่จินยองกลับไปเรียน ก็ดูเหมือนอะไรหลายๆ อย่างจะเริ่มดีขึ้นไปด้วย จากที่ตอนแรกหลินกังวลว่าสังคมในโรงเรียนของจินยองจะไม่ดีอีก แต่สุดท้ายจินยองยังโชคดีที่ได้มีเพื่อนดีๆ ในรั้วโรงเรียนและดูสนุกกับการกลับไปเรียนในครั้งนี้

แม้ว่าอาจจะกลายเป็นเรียนช้ากว่าคนที่อายุเท่ากัน กลายเป็นว่าต้องมาเริ่มต้นใหม่ ทว่าจินยองก็ดูจะไม่ได้แคร์เรื่องนั้นและสนุกกับการกลับมาใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอีกครั้ง

จินยองอาจจะยังไม่ได้กลับมาเป็นจินยองคนเดิมแบบ 100% แต่สำหรับหลิน แค่นี้สำหรับเขามันก็คือที่สุดแล้ว...

แค่เห็นลูกแมวของเขายิ้มได้ หัวเราะได้  มีความสุขได้อยู่ข้างๆ กายเขา

...แค่นี้มันก็เหนือความคาดหมายมากแล้ว

ใครบอกว่าจินยองอ่อนแอ ไม่จริงเลยสักนิด

จินยองของเขาน่ะ...

เป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในโลกนี้เลย

 

11.56 PM

“ไปอาบน้ำไป”

“เราง่วง”

“หรือจะให้เราอาบก่อน” หลินยืนมองลูกแมวของเขาที่พอมาถึงห้องพักก็ทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงแทบจะทันที

เห็นแบบนี้เขายิ่งเข้าใจว่าจินยองเหนื่อยมากแค่ไหนกับการไปเที่ยวมาทั้งวันแบบนี้

“อื้อ อาบก่อนเลย” จินยองตอบเขาเสียงอู้อี้เมื่อฟุบหน้าอยู่บนเตียง ท่าทางนอนเป็นเด็กๆ ของจินยองทำเอาเขาอมยิ้มอยู่คนเดียวระหว่างที่มอง

หลินเดินไปนั่งลงบนเตียง ข้างๆ เขาคือจินยองที่ยังคงนอนฟุบหน้าอยู่กับเตียงและไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาง่ายๆ หลินชำเลืองมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตากลับมามองลูกแมวขี้เซาอีกครั้ง

“จินยอง”

“...”

“แมวเหมียว”

“...”

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะ”

สิ้นเสียงของหลิน คนที่ทำว่าจะหลับกลับเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว จินยองพลิกตัวก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงข้างๆ คนตัวสูงที่กำลังมองเขาอยู่

“เที่ยงคืนแล้วเหรอ”

“เที่ยงคืนแล้ว” หลินชี้ไปยังนาฬิกาบนผนัง จินยองมองตามมือเขาไปก่อนจะกลับมามองเขาดังเดิม

คนตัวเล็กยื่นมือไปตรงหน้าคนตัวสูง พร้อมๆ กับที่รอยยิ้มทะเล้นผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก

“ไหนล่ะของขวัญปีนี้”

“...”

“ตุ๊กตาคุณหมา”

“...”

“ปีนี้ไม่มีเหรอ” จินยองแสร้งทำหน้ามู่พร้อมกับทิ้งมือวางลงบนตักตัวเอง

ที่จริงจินยองไม่ได้หวังของขวัญอะไรเลยสักอย่างเดียว เขาแค่อยากแกล้งคนตรงหน้าเล่นเฉยๆ

...แค่การที่หลินพาเขามาที่นี่มันก็มากเกินพอแล้ว มากจนเขาไม่คิดจะหวังหรือร้องขออะไรจากหลินอีก

ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน...หลินก็ยังเป็นฝ่ายทำอะไรให้เขามากกว่าอยู่ดี

...มันมากจนเขาไม่มีทางรู้เลยว่าจะตอบแทนกลับยังไงถึงจะหมดได้

หรือจริงๆ มันอาจจะไม่มีวันหมดเลยด้วยซ้ำ

“ใครบอกว่าไม่มี”

“ฮะ?” จินยองถึงกับประหลาดใจเมื่อได้ยินสิ่งที่หลินพูด “อย่าบอกนะว่าแอบซื้อที่ไทยแล้วเอามาที่ญี่ปุ่นด้วย”

“เปล่า”

“...อ้าว”

“ที่ไทยก็ส่วนที่ไทยสิ ที่ไทยเดี๋ยวเราค่อยให้”

“...ฮะ?” คนตัวเล็กเริ่มคิ้วขมวดเมื่อไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าพูด

“หลับตา”

“...?”

“เราจะให้ของขวัญ” จินยองดูจะงุนงงอยู่ไม่น้อย แต่ถึงแม้ว่าเหมือนจะอยากถามอะไรต่อ สุดท้ายจินยองก็เลือกที่จะไม่ถาม ก่อนจะยอมหลับตาลงตามที่คนตรงหน้าสั่ง

“หลับแล้ว หลินจะให้อะไรเรา”

หลินยกยิ้มขึ้นมาเมื่อลูกแมวของเขากำลังนั่งหลับตาด้วยท่าทางจริงจัง เขาเขยิบเข้าไปใกล้จินยอง...ก่อนจะรวบตัวเจ้าลูกแมวมาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง จินยองลืมตาในทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังโดนกอด พลางเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างรวดเร็ว

“อะไรเนี่ย”

“ของขวัญไง”

“หมายถึงกอดเราเหรอ”

“เปล่า” จินยองขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง และมันก็ทำให้หลินหลุดหัวเราะออกมาทันทีที่เห็น “เราให้ของขวัญอย่างที่ให้ทุกปี”

“...?”

“คุณหมา”

“...”

“ปีนี้ตัวใหญ่กว่าทุกปีเลยนะ”

“...”

มีเพียงความเงียบเป็นคำตอบจากคนในอ้อมกอดของหลินเท่านั้น เขาสัมผัสได้ว่าจินยองแสร้งมองผ่านไปทางอื่นราวกับไม่กล้าจะสบตาเขาตรงๆ เหมือนก่อนหน้านี้ พอเห็นท่าทางแบบนั้นของลูกแมวในอ้อมกอด...หลินก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองกลับเต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ อย่างไม่มีสาเหตุ

...นี่เขาไปล่อยให้ลูกแมวตัวนี้มามีอิทธิพลกับชีวิตเขามากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

แต่มันก็เป็นคำถามที่ไม่จำเป็นจะต้องถามสักเท่าไหร่นักหรอก...เพราะในเมื่อคำตอบมันก็มีมาตั้งนานแล้ว

...ว่าตั้งแต่แรกเจอ

“ตัวใหญ่ขนาดนี้ เราจะขนกลับยังไงล่ะ” หลินขำพรืดเมื่อไม่คาดคิดว่าจินยองจะแก้เขินด้วยการตอบเขาแบบนี้

คนในอ้อมกอดเขาดูน่ารักซะจนเขาทนไม่ไหวต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก

จะกอดแน่นเท่าไหร่ก็ได้...เพราะจินยองไม่เคยผลักไสอ้อมกอดของเขาอยู่แล้ว เขารู้ดี

“ก็ไม่ต้องขน”

“...”

“ไปไหนก็ไปด้วยกัน”

“...”

“ไม่ต้องดูแลเหมือนคุณหมาตัวอื่นที่เราเคยให้”

“...”

“เพราะเราจะดูแลจินยองเอง”

“...”

ตึกๆ ...ตึกๆ ...ตึกๆ

ความเงียบภายในห้องพักกำลังทำให้จินยองได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง คนตัวเล็กไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนที่กำลังโอบกอดเขาอยู่

...ยิ่งนับวัน ความรู้สึกพวกนี้มันก็ยิ่งเอ่อล้นจนเก็บเอาไว้ไม่ได้

มันมากซะจนเหมือนจะต้านทานไว้ไม่อยู่...

“ไปอาบน้ำได้แล้ว เราง่วง จะได้อาบต่อ” สุดท้ายคนตัวเล็กก็เฉไฉทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง หลินยังคงอมยิ้ม เขาคลายอ้อมกอดออกแต่ยังคงโอบรอบตัวลูกแมวเอาไว้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นวางบนศีรษะเล็กพร้อมกับโยกเบาๆ

“สุขสันต์วันเกิดอีกทีนะจินยอง”

“...”

“มีความสุขมากๆ นะ เป็นลูกแมวที่น่ารักและสดใสแบบนี้ตลอดไปเลยนะ” หลินละมือออกจากศีรษะคนตัวเล็ก เขากำลังจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมจะไปอาบน้ำ แต่คนตัวเล็กกลับดึงแขนเขาไว้จนทำให้ยังลุกไปไหนไม่ได้

หลินหันกลับมามองจินยองที่กำลังมองหน้าเขาอยู่ มือของจินยองข้างหนึ่งยังคงจับแขนเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

และไม่ทันได้คาดคิด ลูกแมวตรงหน้ากลับโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาอย่างรวดเร็ว สิ่งเดียวที่หลินรู้สึกได้ในเพียงเสี้ยววินาทีคือลมหายใจร้อนๆ และริมฝีปากอุ่นๆ ที่สัมผัสลงบนแก้มด้านขวาของเขา

จินยองผละกลับไปนั่งท่าเดิม ขณะที่คนตรงหน้ายังคงนั่งนิ่งเมื่อตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งเดียวที่เขารู้สึกได้ตอนนี้คือหัวใจที่กำลังจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อของตัวเอง

เขาได้แต่นั่งมองลูกแมวที่กำลังอมยิ้มให้เขาอย่างพูดอะไรไม่ออก

“ขอบคุณนะ”

“...”

“ปีนี้เป็นของขวัญคุณหมาตัวที่เราชอบที่สุด”

“...”

“เราก็จะไม่ทิ้งคุณหมาตัวนี้ไปไหนเลยเหมือนกัน”



 

ลูกเจี๊ยบ

12.00 AM.

Bangkok, Thailand

 

 ‘Happy B-day นะลูกแมวที่น่ารักของพี่

ที่ญี่ปุ่นดึกแล้ว หลับแล้วแน่เลยอ่ะ

ยังไงก็มีความสุขมากๆ เป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้ตลอดไป

อยู่เคียงข้างกับไอ้หมาไปนานๆ นะ รักนะ จุ๊บๆ >3<’

 

“ชิทแชทกับใครวะอีเจี๊ยบ” ดวงตากลมโตละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะกดส่งไลน์หาคนที่ญี่ปุ่นไป ก่อนจะเหลือบมองเพื่อนข้างตัวที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาเสนอหน้าแทน

“กูส่งไปแฮปจินยอง”

“เอ้า วันเกิดจินยองเหรอ”

“เออสิ หนีกูไปญี่ปุ่นกันเฉย ทิ้งให้กูต้องมานั่งหง่าวกับมึงเนี่ย” ซอนโฮพูดพลางยกแก้วขึ้นดื่ม

ตอนนี้เขากับฮยอนบินอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งผับในย่านอารีย์ร้านหนึ่ง มันกลับมากลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ซอนโฮได้เข้าสู่การเป็นนักท่องราตรียามค่ำคืนในร้านทุกรูปแบบ

แหงสิ...ก็เขาไม่มีแฟนนี่ โสดแล้วจะทำอะไรก็ได้ จะไปเที่ยวไหนก็ได้ ไม่มีใครคอยตามคอยว่าเสียหน่อย

ยังดีที่เพื่อนอย่างฮยอนบินพร้อมที่จะออกไปแฮงค์เอ้าท์กับเขาด้วยเสมอ ถึงแม้ว่าจะหนีเขาไปมีแฟนแล้ว แต่ฮยอนบินก็ยังคงเป็นเพื่อนดีเด่นที่ชวนไปไหนไปกันได้ตลอด

อันที่จริงซอนโฮก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน...ว่าถ้าตอนนี้ชีวิตเขาไม่มีเพื่อนแบบฮยอนบินคอยอยู่ข้างๆ มันจะเหงาและเคว้งคว้างสักแค่ไหนกันนะ

...แต่ก็ช่างเถอะ จะลองคิดให้ได้อะไรขึ้นมา

ในเมื่อคนแบบซอนโฮน่ะสตรองจะตายไป เหงาหรือเคว้งคว้างอะไรแบบนั้นน่ะไม่มีหรอก ตัดออกไปจากพจนานุกรมชีวิตได้เลย

“แล้วแฟนมึงหายไปไหนละ”

“ไปเข้าห้องน้ำ นั่นไง กลับมาละ” ซอนโฮเบ้ปากเมื่อพูดยังไม่ทันขาดคำ ดงฮันก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ พร้อมๆ กับที่เพื่อนตัวดีของเขาอยู่ๆ ก็คอพับคออ่อนเหมือนคนเมาขึ้นมาเมื่อแฟนมานั่งลงข้างๆ ซอนโฮอยากจะแกล้งเอาเหล้าเทใส่ศีรษะเพื่อนตัวเองแล้วพูดว่า กูรู้นะ!’ ให้รู้แล้วรู้รอด

ช่างไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขากับฮยอนบินถึงเป็นเพื่อนกันได้

ถึงอยากจะด่า...แต่ลึกๆ ก็น่าภูมิใจและประทับใจเสียจริงๆ

“กูไปเข้าห้องน้ำก่อน” ซอนโฮตัดสินใจหนีความหมั่นไส้ที่มีต่อคู่รักตรงหน้าไปที่ห้องน้ำแทน

อันที่จริงเขาก็ออกจะเบื่ออยู่หน่อยๆ กับการมานั่งจิบแอลกอฮอล์ฟังเพลงเบาๆ ไปเรื่อยๆ แบบนี้ แต่เพราะเมื่อวานดันจัดหนักด้วยการไปผับมาแล้ว วันนี้ฮยอนบินเลยขอให้เขามาสถานที่ชิลๆ แบบนี้แทน

แต่มาที่นี่ก็ยังคงดีกว่าอยู่เฉยๆ คนเดียวที่คอนโดหรือที่บ้าน...

ซอนโฮถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีสาเหตุพลางเช็ดมือที่เพิ่งจะล้างเสร็จ ก่อนจะเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นด้วยความเคยชินพร้อมกับเดินออกไปจากห้องน้ำเพื่อจะกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง

ปึ่ก!

“ขอโทษครับ”

ซอนโฮเกือบจะตะครุบโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่กำลังจะหล่นไว้ไม่ทันเมื่อใครบางคนชนเขาเข้า เขาเงยหน้าเตรียมจะทำสีหน้าเหวี่ยงใส่คนที่เดินชนสักที

...แต่ก็แทบหยุดหายใจเมื่อมองเห็นหน้าคนตรงหน้าว่าเป็นใคร

“...!

นัยน์ตาคู่สวยที่กำลังสบตาเขาอยู่ก็ดูท่าทางจะตกใจไม่ต่างจากเขา สายตาของทั้งคู่ที่กำลังประสานกันอยู่ราวกับมนต์สะกดที่ทำให้สรรพสิ่งรอบข้างเลือนหายไปจนหมด...ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของดนตรีที่ดังอยู่ภายในร้าน ราวกับที่เพียงตรงนี้มีเพียงแค่เขาทั้งสองคนที่ยืนอยู่

หัวใจของซอนโฮค่อยๆ เต้นแรงขึ้นมา...แต่กลับกันมันกลับมีความหน่วงเล็กๆ อยู่ภายในนั้นด้วย ความรู้สึกชาที่ปลายเท้าค่อยๆ แล่นขึ้นมาบนทุกส่วนของร่างกาย จนเขาจัดการกับมันไม่ได้และเริ่มทำสีหน้าไม่ถูก

...คนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอและไม่ได้ต้องการจะเจอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา

คนที่ว่าคือคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่าคนล่าสุดของเขา...มิน

ซอนโฮพยายามเรียกสติตัวเองกลับคืนมา มือกำโทรศัพท์มือถือแน่นอย่างไม่รู้ตัวและไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อกับสถานการณ์แบบนี้ ในขณะที่ร่างสูงตรงหน้าเขาก็ดูยังจะอึ้งกับการที่ได้มาเจอกันโดยไม่คาดคิดที่นี่

...ไม่รู้ว่าควรจะเดินหนีไปเฉยๆ หรือว่าควรจะเอ่ยทักทายอะไรออกไป

เขาไม่รู้เลยว่าควรจะต้องทำยังไงดี

“ซอนโฮ” หัวใจของซอนโฮกระตุกวูบเมื่อจู่ๆ มินเป็นฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อน ซอนโฮสบตาคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปหมด

...ปีกว่าแล้วที่เขาเลิกกับผู้ชายคนนี้ไป ไม่สิ...จะสองปีแล้วด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ตั้งแต่เลิกกันไป แทบนับครั้งได้เลยที่ซอนโฮจะได้บังเอิญเจอมินเข้า เป็นเพราะเรียนกันอยู่คนละคณะโอกาสเจอกันมันเลยยากเข้าไปอีก ซึ่งสำหรับซอนโฮแล้วเขาก็ยินดีที่จะให้มันเป็นแบบนั้น

เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเจอคนตรงหน้าเลยสักนิด...

การเลิกกันของทั้งสองคนเป็นการจบในแบบที่ไม่สวยที่สุด...ซ้ำยังไม่ต้องเสียเวลามาทะเลาะหรืออธิบายอะไรให้มากความ และตั้งแต่วันที่ซอนโฮตัดสินใจปล่อยมือคนตรงหน้า เขาทั้งสองคนก็ไม่เคยได้คุยกันอีกเลยแม้แต่ประโยคเดียว

แต่มันก็น่าแปลก...

เวลาก็ผ่านมาพอสมควรแล้ว...ไม่รู้ทำไมเขาถึงยังกลัวกับการที่ต้องมาเผชิญหน้ากัน ทำไมถึงไม่เคยพร้อมที่จะเจอกับคนรักเก่าคนนี้เลยสักครั้ง

เขาเคยหาคำตอบให้กับตัวเองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยหาคำตอบได้สักทีว่าทำไม...เหมือนมีอะไรที่มันยังติดค้างอยู่ในใจ เหมือนมีอะไรที่ทำให้เขาเลิกเอาความรู้สึกไปใส่กับคนๆ นี้ไม่ได้เลยสักที

“เป็นยังไงบ้าง”

“...” ซอนโฮเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่มีสาเหตุ สายตาลอบสำรวจร่างสูงตรงหน้าโดยอัตโนมัติ

พี่มิน...ก็ยังคงเป็นพี่มิน

ผู้ชายร่างสูงหุ่นดี หน้าตาหล่อเหลาจนเป็นที่กรี๊ดและชื่นชอบของสาวๆ และถ้าใครได้ไปเป็นแฟนก็คงจะพากันอิจฉาถ้วนหน้า

ซอนโฮเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าครั้งแรกที่เขาบังเอิญได้เจอกับมินที่ร้านหมูกระทะตอนไปหาฮยอนบิน แล้วมินเข้ามาขอไลน์เขา หัวใจเขาเต้นแรงขนาดไหน พี่มินเป็นฝ่ายรุกจีบเขาแบบเต็มกำลัง แต่ตอนนั้นเขาเอาแต่คิดหนักกับการที่ผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำร้ายจินยอง ซ้ำยังเคยชอบจินยองอีกต่างหาก เขาคิดมากถึงขั้นเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาหลิน แต่พอผู้เป็นญาติไม่ได้ว่าอะไร ซอนโฮก็พร้อมจะเปิดรับผู้ชายคนนี้เข้ามาในใจแทบจะในทันที

รู้ทั้งรู้...ว่านอกจากนิสัยหล่อกับนิสัยรวยแบบที่ตัวเองชอบ อย่างอื่นก็ไม่ได้มีอะไรน่าดึงดูดสักนิด รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ค่อยเก่ง บางทีก็ซื่อบื้อ บางทีก็ดูไม่ทันคน แถมยังหลอกง่ายเชื่อคนได้ง่าย สมองไม่ค่อยคิดไตร่ตรองประมวลผลอะไรใดๆ แถมฮยอนบินก็เคยพูดกับเขาว่าผู้ชายคนนี้ถ้าได้รู้จักก็แค่หล่อแต่ไม่มีเสน่ห์เอาซะเลย แต่ซอนโฮก็กลับตกหลุมเขาเข้าอย่างจัง

มินทำให้เขาตกหลุมรักโดยไม่ได้ต้องใช้เล่ห์กลอะไรใดๆ เลยทั้งสิ้น...

อาจเป็นเพราะคนแบบซอนโฮมีทุกอย่างอยู่แล้ว เขาเลยไม่ต้องการอะไรอีกนอกจากผู้ชายที่ให้ความรักกับเขาได้อย่างตรงไปตรงมาแบบมิน แค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว

แต่อย่างว่า...

เรื่องของคนสองคน แค่ความรักอย่างเดียวมันไม่เคยเพียงพอที่จะใช้เป็นเหตุผลในการคบกันไปให้รอดอยู่แล้ว...

“ก็...สบายดี” ซอนโฮตอบคนตรงหน้าออกไป เขายังคงทำสีหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะยิ้มหรือแสดงออกแบบไหน “แล้วพี่ล่ะ”

“สบายดีเหมือนกัน”

“...”

จบคำพูดของมิน ทั้งคู่ต่างพากันเงียบไป สถานการณ์ที่น่าอึดอัดทำเอาซอนโฮอยากจะหนีหายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด จนถึงตอนนี้ความรู้สึกหนักและหน่วงยังกอบกุมอยู่ภายในใจของเขา

อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก...

“งั้น...ไปก่อนนะ” ซอนโฮเป็นฝ่ายตัดบท ก่อนจะเดินผ่านมินออกมาจากตรงนั้นในทันที

เขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วนั่งนิ่งเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด

ก็แค่เจอกัน...ก็แค่นั้น คนเรามันจะเจอกันอีกก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรไป

แต่ทำไม...เขาถึงอะไรรู้สึกอะไรได้เยอะแยะไปหมดขนาดนี้

“อ้าว นั่นมันแฟนเก่ามึงนี่” ซอนโฮหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเองเมื่อฮยอนบินพูดขึ้น ก่อนจะมองไปยังโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของเขาเท่าไหร่นัก

ดูเหมือนมินเพิ่งจะกลับมาจากห้องน้ำ เขาเดินกลับไปยังโต๊ะที่นั่งสำหรับสองคน และเก้าอี้อีกตัวก็มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว

...หัวใจของซอนโฮหนักอึ้ง ราวกับมีก้อนหินหนักๆ มาถ่วงเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่ามินมากับใครคนอื่นตามลำพังแค่สองคน

เขาเผลอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับเบือนสายตาหนีภาพที่เห็นตรงหน้าในทันที

...ไม่เห็นจะแปลก ก็เลิกกันมาตั้งนานขนาดนี้ การที่มินจะมีใครใหม่ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกตรงไหน

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเองก็มีคนเข้ามา ใช่ว่าจะไม่มีใครเลยซะที่ไหน

เพียงแค่สุดท้ายใครที่เข้ามามันไม่ใช่เลยสักคนก็แค่นั้น...

“เฮ้ย แฟนใหม่พี่มินเหรอวะ” คำพูดไม่ทันคิดของฮยอนบินทำเอาซอนโฮหยิบแก้วขึ้นมากระดกรวดเดียวจนหมด

กว่าฮยอนบินจะรู้ตัวว่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ดงฮันก็เอามือปิดปากแฟนของเขาไม่ทันเสียแล้ว

...เพื่อนทุกคนของซอนโฮต่างรู้ดี

จนถึงตอนนี้...เหตุผลที่อีเจี๊ยบของเพื่อนๆ ยังไม่มีใครใหม่สักที

ก็คงเป็นเพราะผู้ชายคนนั้นที่นั่งอยู่ไม่ไกลนั่นล่ะ...คือคำตอบของเหตุผลทั้งหมด

 

1.58 AM.

“อีเจี๊ยบ มึงเดินดีๆ กูขอ!

เสียงบ่นของฮยอนบินไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของซอนโฮแม้แต่นิด เพื่อนตัวสูงอย่างฮยอนบินกำลังพยุงร่างที่เกือบจะไร้สติของซอนโฮไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลโดยมีดงฮันเดินตามมา

ที่จริงฮยอนบินก็ตกใจอยู่เหมือนกันที่อยู่ๆ ซอนโฮก็เอาแต่กระดกแก้วดื่มไม่หยุดจนปล่อยให้ตัวเองเมามากขนาดนี้

มันนานมากแล้วที่เพื่อนของเขาจะดื่มเยอะจนฉุดไม่อยู่

แต่ก็นั่นล่ะ...ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าอะไรเป็นต้นเหตุที่ทำให้ซอนโฮเมาได้ขนาดนี้

“ดงฮัน มึงขับ เดี๋ยวกูยัดอีเจี๊ยบไว้เบาะหลังเอง” ฮยอนบินส่งกุญแจรถให้ผู้เป็นแฟนอย่างทุลักทุเล เมื่อซอนโฮยังเกาะติดร่างเขาอยู่ เขาพยายามเปิดประตูหลังรถเพื่อที่จะยัดคนเมาเข้าไปในรถ

แต่ระหว่างนั้นใครบางคนก็เดินเข้ามายืนอยู่ข้างเขาพร้อมกับจับประตูรถเอาไว้

ฮยอนบินชะงักพลางมองคนที่ยืนอยู่ด้วยความตกใจ...

“...พี่มิน หวัดดีครับ” ความตกใจของฮยอนบิน ทำให้เขาเอ่ยอะไรโง่ๆ ออกไป

สายตาของมินไม่ได้มองเขาอยู่แม้แต่นิดเดียว เพราะดวงตาคู่สวยกำลังจับจ้องคนที่กำลังเมาหมดสภาพที่กำลังเกาะติดเขาอยู่ต่างหาก

“จะไปส่งซอนโฮเหรอ” อยู่ๆ มินก็หันมาถามเขา

“ครับ เดี๋ยวพวกผมไปส่ง”

“ปล่อยให้เมาขนาดนี้ได้ยังไง เดี๋ยวก็อ้วกไม่หยุดอีก”

“...”

คำพูดของมินทำเอาฮยอนบินไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ใจหนึ่งก็อยากด่าแล้วตะโกนใส่หน้าว่าที่เพื่อนของต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะใครกันล่ะให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจ...เขากลับรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ประโยคธรรมดาๆ แค่ประโยคเดียว แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าคนตรงหน้ายังใส่ใจและจดจำเรื่องของเพื่อนเขาได้อยู่

“หรือพี่มินจะไปส่งล่ะครับ”

“...” สมองสั่งการให้ฮยอนบินพูดออกไปแบบไม่ทันคิด กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็ดูเหมือนจะไม่ทัน ดงฮันถึงกับขนาดหันมาทำตาโตใส่เขา

“พูดเล่นครับ” สุดท้ายฮยอนบินก็รีบแก้เก้อเมื่อมินเงียบไป ฮยอนบินตั้งท่าจะดันคนเมาเข้าไปในรถอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ มินจับแขนเขาไว้

“เดี๋ยวพี่พากลับเอง”

 

2.18 AM.

ติ๊ด...

มินแสกนนิ้วหน้าประตูห้องของตัวเองพลางเปิดประตูเข้าไป พร้อมกับพยุงร่างที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องพาไปยังห้องนอนของเขา ร่างสูงค่อยๆ จัดแจงซอนโฮให้อยู่ในท่านอนที่สบายที่สุดบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนพื้นที่ว่างริมขอบเตียงพลางลอบมองคนเมาหลับเป็นเด็กๆ อยู่บนเตียงของเขาตอนนี้

...เหมือนเดิมทุกอย่าง เป็นยังไงก็เป็นแบบนั้น

มินลอบยิ้มกับตัวเองอยู่คนเดียวระหว่างที่ยังคงมองเจ้าลูกเจี๊ยบของเขา

...ไม่สิ

ไม่ใช่

...ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบของเขามาตั้งนานแล้ว

มินถอนหายใจออกมา เขาละสายตาไปทางอื่น ความรู้สึกบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในร่างกายของเขาจนเขาเผลอขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ที่จริงเขาไมได้กะจะพาซอนโฮมาที่คอนโดของตัวเองเลยสักนิด ตั้งใจว่าจะไปส่งซอนโฮกลับคอนโดของตัวเอง แต่ก็นึกได้ขึ้นมาว่าห้องของซอนโฮต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าไป

มันผ่านมาตั้งนานแล้ว...เขากลัวว่าซอนโฮอาจจะไม่ได้ใช้รหัสเดิมแบบตอนที่คบกับเขาอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้กันล่ะ

มินหันกลับไปมองซอนโฮอีกครั้ง เมื่อคนที่นอนอยู่ได้พลิกตัวมาทางเขา...เขาเอาแต่นั่งมองหน้าคนที่หลับอย่างที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะลุกไปทำอะไรต่อ

...มันก็น่างงอยู่เหมือนกันที่ระหว่างเขากับซอนโฮ อยู่ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

ตอนนั้นทุกอย่างมันดีมาก...ดีไปหมด ดีจนเขาไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะเลิกกับซอนโฮได้เลย เขาไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในสมองเลยสักครั้ง

แต่พอรู้ว่าซอนโฮทำอะไรไว้ ทุกอย่างก็แตกหักแบบไม่เหลือชิ้นดี มันเป็นการเลิกกันที่รุนแรงและรวดเร็วจนเขาเองก็แทบตั้งตัวไม่ทัน ตัวเขาเองก็สาหัส กินไม่ได้นอนไม่หลับไปเป็นเดือนๆ

หลายครั้งที่เขาเอาแต่ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจมันถูกหรือผิด...แต่เหมือนเขาก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไมได้

จริงๆ จนถึงตอนนี้มินก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่ซอนโฮเคยทำตอนนั้นมันดูจะเกินไปหน่อย และสิ่งที่เขารับไม่ได้ที่สุดก็คือการที่ซอนโฮโกหกและปิดบังเขามาตลอด ทั้งๆ ที่เขาเปิดเผยกับซอนโฮแทบทุกอย่าง

แต่พอเวลาผ่านไป...พอเขาได้มานั่งคิดอะไรมากขึ้น และลองมองในมุมซอนโฮดูบ้าง เหมือนเขาก็พอจะเข้าใจอะไรมากขึ้นมาหน่อยว่าทำไมซอนโฮถึงได้ทำแบบนั้น

...แต่ก็นั่นล่ะ

มันพูดยาก...มันเป็นอะไรที่เขาเองก็จัดการกับตัวเองไม่ได้

เลิกกันมานานขนาดนี้ แต่ที่ผ่านมา...มินก็ยังคงยอมรับกับตัวเองตรงๆ ว่าซอนโฮยังไม่เคยหายไปจากความคิดของเขาเลยสักครั้ง

แต่...

ทุกอย่างมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว

“ฮยอนบิน...”

“...”

“กูหิวน้ำ” มินมองคนที่หลับตาพูดเสียงงึมงำอยู่คนเดียว เขาไม่แน่ใจว่าซอนโฮแค่ละเมอพูดหรือเพราะหิวน้ำจริงๆ “...มึง”

มินรอดูท่าทีของซอนโฮ แต่เมื่อเจ้าตัวเงียบไปเขาเลยไม่คิดจะลุกไปไหน มินลอบยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง เขาเอื้อมมือไปลูบหัวคนที่กำลังหลับอยู่อย่างแผ่วเบา

แต่อยู่ๆ คนที่คิดว่าน่าจะหลับลึกกลับลืมตาตื่นขึ้นมา...

มินรีบชักมือของตัวเองกลับ ขณะที่ซอนโฮเหมือนดูจะตกใจที่เห็นเขา แม้ว่าสีหน้าที่จะยังดูงงๆ เบลอๆ แต่แววตาของซอนโฮกลับมีความตกใจแฝงอยู่อย่างปิดไม่มิด เมื่อเขาเห็นมินในเวลานี้

ซอนโฮเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจนเขาแทบจะเซไปด้านข้าง แต่ดีที่มินคว้าแขนเอาไว้ได้ทัน เขารีบปล่อยมือออกเมื่อซอนโฮกลับมานั่งเป็นปกติได้

ซอนโฮกวาดสายตามองไปทั่วๆ ห้อง และเขาก็ระลึกได้ในทันทีว่าที่นี่คือที่ไหน

...ทำไมเขาจะจำไม่ได้ล่ะ แต่ก่อนเขามาบ่อยจะตายไป

“พอดีพี่จะไปส่งเราที่คอนโด แต่กลัวว่าจะใส่รหัสเข้าห้องไม่ได้ เลยพามานี่” ซอนโฮเลื่อนสายตากลับมามองมินเมื่อเขาเอ่ยขึ้น ในใจก็ก่นด่าไปถึงเพื่อนของตัวเองที่ปล่อยให้เขากลับมากับผู้ชายคนนี้ซะได้

“งั้นผมจะกลับ” ซอนโฮทำท่าจะลุกขึ้น ร่างสูงคว้าแขนคนตรงหน้าให้นั่งลงตามเดิมอย่างรวดเร็ว

...ตามจริง

ใจของมินมันก็เจ็บแปลบอยู่หน่อยๆ เมื่อซอนโฮใช้สรรพนามเรียกแทนตัวเองกับเขาอย่างห่างเหิน

...เหมือนมันไม่ชินเลย ที่ต้องมาได้ยินอะไรแบบนี้

“มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่ไปส่ง”

“...”

“คืนนี้นอนนี่ไปก่อน”

“คิดยังไงถึงมาส่งผม”

“...”

“เราเลิกกันไปแล้วนะ”

“...”

“แล้วพี่ก็มีคนอื่นแล้วไม่ใช่เหรอ” คำพูดตรงไปตรงมาของคนตรงหน้าทำให้มินเงียบเพราะคิดคำตอบไม่ทัน

...เหมือนเดิมจริงๆ ด้วย

ซอนโฮก็ยังคือซอนโฮ กล้าพูดในทุกอย่างที่คิด ตรงไปตรงมาและพร้อมจะเผชิญกับทุกเรื่องที่เจอ ขนาดเพิ่งจะได้เจอหน้ากันแบบตรงๆ และมีโอกาสได้คุยกันแท้ๆ แต่ซอนโฮก็ยังกล้าถามคำถามที่ตรงประเด็นมากที่สุด

...และนั่นก็ทำให้มินไม่รู้จะตอบออกไปยังไง

ใช่...เลิกกันไปแล้ว นานมากแล้วด้วย

แต่ทำไมถึงอยากมาส่ง ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“เลิกกันแล้วพี่มาส่งไมได้เหรอ”

“ไม่จำเป็นหรอกครับ”

“ซอนโฮ” คนรักเก่าของเขาเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว เขารู้ข้อนี้ดีที่สุด

“ผมจะกลับ” ซอนโฮทำท่าจะลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เช่นเดิมที่มินรั้งแขนให้เจ้าตัวนั่งลงไปตามเดิม

“ไม่อยากเจอพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“...”

“เกลียดกันไปแล้วเหรอ ถึงต้องหนีกันขนาดนี้”

“...” มินเริ่มใจโหวงเมื่อคนตรงหน้าเขาเอาแต่เงียบ ตัวเขาเองก็รู้สึกแย่ไม่น้อยที่รู้ว่าคนรักเก่าดูเหมือนจะไม่อยากเจอหน้าเขาเสียเต็มประดา ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักนิด

“...เปล่า” สุดท้ายซอนโฮก็เอ่ยออกมา “...พี่ต่างหาก”

“...”

“พี่ต่างหากที่น่าจะเป็นฝ่ายเกลียดกัน”

“พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น” มินรีบแย้งออกไปอย่างรวดเร็ว

ซอนโฮเงียบลงไปอีกครั้งและไม่แม้แต่จะสบตาเขาเอาแต่ก้มหน้าอยู่คนเดียว มินไม่กล้าพูดอะไรต่อเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของซอนโฮ เขาเห็นว่ามือของซอนโฮกำลังกำแน่น

...จนกระทั่ง เขาได้ยินเสียงสะอื้นหลุดออกมาจากคนตรงหน้า

หัวใจของมินเหมือนถูกกระชากลงจากที่สูง เขาเอื้อมมือไปจับไหล่ของซอนโฮอย่างรวดเร็ว แต่ซอนโฮกลับเอี้ยวตัวหนีมือของเขาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง

ร่างกายของมินชาไปหมดเมื่อเขาเห็นน้ำตาที่กำลังไหลออกมาจากคนตรงหน้าในตอนนี้

ซอนโฮ...กำลังร้องไห้กับการที่ต้องมาเจอเขาแบบนี้

“ก็ถ้าเจอ...ฮึก”

“...”

“มันก็จะเป็นแบบนี้”

“...”

“จะกลับมาให้ผมจำอีกทำไม”

“...”

“ต่างคนต่างอยู่ไปสิ”

“...”

“ยิ่งถ้าพี่มีคนอื่นไปแล้ว...ฮึก”

“ซอนโฮ” คราวนี้มินคว้าไหล่ของคนตรงหน้าเข้ามาใกล้เพราะไม่สามารถทนเห็นซอนโฮในสภาพนี้ได้อีก

...ซอนโฮที่เขารู้จักไม่ใช่คนอ่อนแอแบบนี้ แม้กระทั่งตอนที่เลิกกัน ซอนโฮเองก็ยังเด็ดเดี่ยวกับเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย

แต่ ณ ตอนนี้...

ซอนโฮกลับกลายเป็นเพียงผู้ชายที่กำลังร้องไห้อย่างอ่อนแอต่อหน้าเขา...และสาเหตุที่ทำให้ซอนโฮต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเขาเอง

หัวใจของมินหน่วงจนถึงขีดสุด เขาดึงซอนโฮเข้ามาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะลูบศีรษะคนที่กำลังร้องไห้ไม่หยุดอย่างแผ่วเบา เขาสัมผัสได้ถึงระเบิดเวลาของซอนโฮ...ความเจ็บปวดที่กักกั้นเอาไว้มาเนิ่นนานโดยที่บอกใครไม่ได้

เขารู้ว่าซอนโฮเจ็บ...

...แล้วเขาก็เจ็บไม่ต่างกัน

มินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเขารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ หัวใจของเขาเหมือนกำลังค่อยๆ โดนฉีกออกที่ละเล็ก...ละน้อย

...เขาไม่รู้เลย ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง และไม่รู้อะไรทั้งนั้น

ซอนโฮดันตัวเขาออกไป มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ มินยังคงลอบมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ปะปนกันไปหมด

อยู่ๆ ซอนโฮกลับเงยหน้าขึ้นมองเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยจ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตาของร่างสูงตรงหน้าทั้งๆ ที่น้ำตาเอ่อคลออยู่เต็มทั้งสองตา

“ผมถามจริงๆ”

“...”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่เคยคิดถึงกันบ้างมั้ย” น้ำเสียงสั่นเครือของซอนโฮยิ่งทำให้ร่างสูงจมดิ่งกับความรู้สึกของตัวเอง จนเขาอยากจะร้องไห้ออกมา

...ทำไมจะไม่คิดถึงล่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่คิดถึงเลย

แต่...

บางทีความคิดถึงมันก็เป็นเพียงแค่ความคิดถึงที่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รัก...เขาเคยรักซอนโฮมาก ถึงตอนนี้ซอนโฮก็ยังเป็นคนที่เขาเคยรักมากที่สุด

แต่อย่างว่า...แค่ความรักมันไม่ใช่เหตุผลเดียวในการที่จะอยู่กับใครสักคนต่อไปได้ ตัวแปรและปัจจัยอื่นๆ ที่ประเดประดังเข้ามามันก็มีส่วนในการที่จะคบใครสักคนทั้งนั้น

ชีวิตทุกคนก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป รวมถึงตัวเขาเองก็เช่นกัน

“...คิดถึง” เขาตอบซอนโฮออกไป

ซอนโฮมองหน้าเขาแน่นิ่ง ก่อนที่คนตรงหน้าจะเขยิบเข้ามาใกล้เขามากขึ้น สองแขนตวัดโอบรอบคอของร่างสูงเอาไว้ พร้อมกับที่ใบหน้าของซอนโฮเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขามากยิ่งขึ้น

มินนั่งนิ่งจ้องมองนัยน์ตาสีน้ำตาลที่กำลังประสานกับเขาอยู่ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเลื่อนสายตาลงไปหยุดที่ริมฝีปากของเขา...

หัวใจของทั้งคู่ค่อยๆ เต้นแรงขึ้นมาทีละนิด...ใบหน้าของซอนโฮเคลื่อนเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม จนสุดท้าย...ริมฝีปากอุ่นๆ ของคนตรงหน้าได้ทาบทับลงบนริมฝีปากของร่างสูงในที่สุด

ร่างสูงไม่คิดจะผลักคนที่จู่โจมออก เขาหลับตาลงปล่อยให้ความรู้สึกเป็นฝ่ายนำทาง ริมฝีปากอุ่นๆ ที่กำลังสัมผัสกับริมฝีปากของเขากำลังทำให้ความรู้สึกของเขาปั่นป่วน จนเขาต้องเป็นฝ่ายตอบโต้ริมฝีปากเรียวนั่นกลับเองบ้าง ลมหายใจอุ่นๆ ที่แทบจะประสานกันของทั้งคู่ยิ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงมากขึ้นไปอีก ช่องว่างของทั้งสองคนกลายเป็นศูนย์แทบจะในทันที

มันกลายเป็นจูบที่เนิ่นนาน...จูบที่พวกเขาไม่เคยได้คิดว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว จูบที่แทนความคิดถึง...และสิ่งที่ทั้งคู่เคยโหยหากันมานานมากขนาดไหน

...ซอนโฮเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกก่อน ใบหน้าเรียวยังคงอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของร่างสูงตรงหน้า

มันคงจะเป็นจูบที่เขารอคอยมาตลอด...แต่มันก็ทำให้หัวใจของซอนโฮยังคงเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

เขาเชื่อแล้วว่าคนตรงหน้าคิดถึงเขา...เชื่อจนสนิทใจ เชื่อแบบไม่มีข้อกังขาใดๆ

แล้วเขาก็ได้อีกคำตอบด้วยว่า...

...ผู้ชายตรงหน้าเขาตอนนี้ ไมได้รักเขาแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

บางทีเขาอาจจะปล่อยเวลามานานเกินไป ถ้าเขายอมกลับมาหากันเร็วกว่านี้...ความรู้สึกของคนตรงหน้าเขาอาจจะยังหลงเหลืออยู่บ้างก็ได้

...หรือที่จริง ความหวังมันอาจจะไม่มีมาตั้งแต่เลิกกันแล้วก็ไม่รู้

“เข้าใจแล้ว”

“...”

“รู้แล้วว่าคิดถึงกัน”

“...”

“ผมก็คิดถึงพี่มาตลอด” ซอนโฮปล่อยมือที่โอบกอดรอบคอคนตรงหน้าลง ก่อนที่เขาจะถอยระยะห่างออกมาแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

พอเห็นแบบนั้นร่างสูงจึงรีบลุกขึ้นยืนตามเขาพร้อมกับจับแขนของซอนโฮเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะเดินออกไป

“ขอบคุณที่พี่ยังคิดถึงผมนะ” ซอนโฮไม่แม้แต่จะหันกลับมามองร่างสูงที่กำลังยื้อแขนเขาเอาไว้

เพราะกลัวว่า...ถ้าหันกลับไปมอง เขาจะต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้งแน่ๆ

ซอนโฮเข้าใจทุกอย่าง...เข้าใจมาตลอด จริงๆ ก็รู้มานานแล้วว่าอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ ก็คือเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเขารู้นิสัยของคนรักเก่าคนนี้ดี ยิ่งไม่มีอะไรให้ต้องคาดหวังเลยสักนิด

แต่บางทีหัวใจมันก็หวังไปเอง...เขาห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ถึงได้ผลักตัวเองให้หลุดพ้นจากสิ่งทีเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้สักที

ไม่สมกับเป็นซอนโฮเลย...คนแบบเขาทำไมต้องมาจมปลักกับอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

ตอนนี้เหมือนเขาจะได้คำตอบที่ค้างคามานาน...คำตอบที่เขาเคยคาดหวังมาตลอด เขาได้รับรู้มันอย่างแน่ใจแล้ว

เคยหวังว่าบางทีทั้งคู่อาจจะกลับมาคบกันได้ถ้ายังคิดเหมือนกัน...แต่มันไม่ใช่

ก็แค่คิดถึง...แต่ไม่ได้รักแล้ว

...มันจะไปมีค่าอะไรอีก

ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว...แต่มันก็ยังรู้สึกอดที่จะเจ็บปวดไม่ได้ แต่จะทำยังไงได้...มันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว

“ขอให้พี่มีความสุขนะครับ”

“...”

“ถ้ามีแฟนจริงๆ เมื่อไหร่ก็ขอให้พี่ได้แฟนดีๆ ที่ไม่ทำให้พี่เสียใจแบบผม”

“...”

“โชคดีนะครับ” ซอนโฮแกะมือที่รั้งเขาเอาไว้ออก ก่อนจะเดินหนีออกมาจากในห้องอย่างรวดเร็ว ร่างสูงเรียกเขาไว้พลางเดินตามเขาออกมาจากห้องนอน แต่ซอนโฮก็รีบเปิดประตูออกมาก่อน

เขายกมือปาดน้ำตาตัวเองที่กำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง ประตูห้องที่เขาเพิ่งจะปิดไปไม่มีทีท่าว่าคนด้านในจะเปิดตามออกมาแม้แต่นิด ซอนโฮได้แต่เดินตรงไปยังลิฟท์พร้อมๆ กับหัวใจที่หนักอึ้งของตัวเอง

...มันหนักเสียจนเขาแทบก้าวขาเดินต่อไปไม่ไหว

“...ฮึก” มือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเอง ก่อนจะฝืนใจก้าวเท้าเดินตรงไปยังลิฟท์เพื่อที่จะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

...ใครว่าคนแบบเขาเข้มแข็งกันนะ

สุดท้ายเขาก็แค่คนอ่อนแอคนหนึ่งที่หลอกตัวเอง แล้วรออะไรที่ไม่มีทางเป็นไปได้มาคนเดียวซะตั้งนาน

จริงๆ มันก็ชัดเจนแต่แรกแล้ว...ถ้าคนมันคิดจะรั้ง ก็คงรั้งเอาไว้ตั้งแต่ครั้งนั้น ไม่ปล่อยให้เวลามันผ่านมานานจนถึงขนาดนี้

...คนไม่ใช่ มันก็คือไม่ใช่อยู่ดี

เขาเข้าใจหมดแล้วในตอนนี้

ติ๊ง...

ซอนโฮก้าวเข้าไปในลิฟต์เมื่อมันขึ้นมาถึงชั้นที่เขายืนรออยู่ สายตาของเขาทอดมองไปยังทางเดินของชั้นที่ยังคงไม่มีท่าทีว่าคนๆ นั้นจะเปิดประตูออกมารั้งเขาไว้ ก่อนที่ประตูลิฟท์จะค่อยๆ ปิดลงในที่สุด

...จบลงจริงๆ สักที

ไม่มีอะไรให้อยู่รอ ไม่มีอะไรที่จะไปต่อได้

คนๆ นั้นก้าวเดินไปก่อนเขาตั้งนานแล้ว

...ถึงตาเขาแล้วเหมือนกันที่จะก้าวเดินเพื่อตัวเองสักที ถึงเวลาที่เขาต้องหลุดพ้นไปบ้างแล้ว

แต่ในเมื่อครั้งหนึ่งมันเคยเป็นความรักดีๆ ในชีวิต...

ก็เก็บเขาเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดก็พอ

 



The End


สวัสดีทุกคนค่ะ

มาแล้วสำหรับบทพิเศษส่งท้ายของแก๊งค์คุณหมาลูกแมวลูกเจี๊ยบของเรา

จนถึงตอนนี้ก็ยังคงใจหายอยู่กับการที่เรื่องนี้จบแล้ว (ฮือออออ)

ยังไงก็แล้วแต่ ชีวิตของทุกตัวละครต้องเดินหน้ากันต่อไป

มีคนสุข มีคนทุกข์ มีคนไม่สมหวัง และถึงแม้ว่าเจ้าเจี๊ยบของเราจะเป็นหนึ่งในนั้น

ก็อย่าว่ากันนะคะ ฮืออออออออออออ 555555555

เป็นเพราะเรื่องนี้เป็นฟิคที่แต่งอิงความเป็นจริงมาโดยตลอด

ดังนั้นการที่ทั้งสองคนจะกลับมาคบกันได้ จริงๆเป็นอะไรที่ยากมากเลยค่ะ (ยิ่งโดยเฉพาะกับคนแบบพี่มินในเรื่องแล้ว ฮา)

แต่อย่างน้อยเราก็พาเขาทั้งสองให้กลับมาเจอกัน และจบในแบบที่ควรจะจบแล้ว

อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีคนรอเก้ออยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 

คราวนี้ถึงเวลาที่ต่างคนต้องต่างจะเดินตามทางของตัวเองจริงๆ แล้วค่ะ 


ขอบคุณคนอ่านทุกคนอีกครั้งที่อยู่ด้วยกันมานานมากขนาดนี้

ยังคงไปสกรีมกันได้ที่แฮชแทคเดิม #กลัวอะไรหรอ นะคะ


รักทุกคนมากจริงๆ จุ๊บบบบบ 


ผลงานอื่นๆ ของ Mina

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

79 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มกราคม 2563 / 01:36
    สงสารซอนโฮ ลึกๆอยากให้กลับมารักกัน แต่เวลามันผ่านมานานแล้วนี่เนอะ
    #79
    0
  2. #78 รวยหล่อหนูขอเถอะแม่
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 14:40

    โง้ยย ซอนโฮ ลูกก หนูแกร่งมากจริงๆ หนูเก่งมาแล้ว หนูทำได้ดีมาก หนูเก่งมากจริงๆ หนูคิดว่าหนูอ่อนแอแร่หนูก็แกร่งมากจริงๆ ถึงหนูจะร้องไห้แต่หนูก็ยังเด็ดเดียวที่จะรู้ หนูเป็นแบบอย่างที่ดีมากลูก ไม่ร้องนะ โอ๋เอ๋ มาหาแม่ม่ะ

    #78
    0
  3. #77 bawwrrnkhakhosi (@bawwrrnkhakhosi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 00:02
    ขอขคูณที่เอาชื่อ หลิน มา น่ะ ค่ะ.

    ชื่อกู!!!!!!
    #77
    0
  4. วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 17:12
    ตามมาจสกจอยลดามะกี้ 55555 จะอ่านละเน่อออ
    #76
    0
  5. วันที่ 21 เมษายน 2561 / 02:31
    ร้องไห้เลยค่ะ สเปที่แล้วร้องเพราะทั้งสงสารจินยองทั้งโกรธแทนหลิน สเปนี้ร้องแบบหน่วงๆที่คู่(ที่ไม่คู่กันแล้ว)ของมินซอน ฮือออ โคตรเรียลเลยยย มีสักกี่คู่ที่จะสมหวังในชีวตจริง คุณไรท์แต่งเก่งมากเลยค่ะ ยอมทุกอย่างเลย ชื่นชมจริงๆTT / หลินดีพน่ารักมากๆ โดยเฉพาะหลินเนี่ย โคตรจะอบอุ่นเลย ถ้าจะมีใครสักคนก็อยากมีคนแบบหลินในชีวิตจริงๆค่ะ
    #75
    0
  6. วันที่ 11 มกราคม 2561 / 01:39
    ฝั่งพันดีพคือดีต่อใจมากเลยค่ะ นั่งกรี๊ดด้วยความฟิน ทึ้งผ้าห่มแทบขาด น่าร้ากกกกกกก ก่อนจะถูกกระชากลงมาด้วยมู้ดเจี๊ยบ สงสารน้องมากจริงๆ เรื่องนี้แต่งดีมากๆเลยค่ะ ทั้งในจอย และบทบรรยายแบบนี้เลย ทั้งปม ทั้งตัวละคร ผูกเรื่องทาดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วสนุกมากจนวางมือถือไม่ลงเลย ขอบคุณที่ทำผลงานดีๆมาให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจและติดตามเรื่องต่อไปนะคะ อิอิ ชอบบบบ
    #74
    0
  7. #73 nicennnnn (@nicennnnn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:01
    ร้องไห้หนักมากก สงสารเจี๊ยบ
    #73
    0
  8. วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 07:49
    ขอบคุณไรท์ ที่ทำให้เราชิป #มินซอน นะคะ ตอนนี้ยังหน่วงไม่หายเลยค่ะ ฮรึก 😭
    #72
    0
  9. #71 OptimusGnawh (@OptimusGnawh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 15:31
    เเงงงงง
    อยสกให้มินซอนสมหวังง
    #71
    0
  10. #70 Raindripdrop (@pemika1sayasin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 01:06
    เรื่องของฝั่งคุณหมาลูกแมวน้องซอบคือดีมากๆเลยค่ะ อบอุ่นหัวใจ น่ารักกิ๊บก๊าวมาก
    แต่น้องซอบนกก ฮือออ สมกับที่เป็นลูกเจี๊ยบจริงๆ5555555 โอ๋เด้ออ มูฟออนน้าน้องซอนน
    #70
    0
  11. #69 แป้ง
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 20:57
    ทั้งเพลงทั้งเนื้อเรื่องไม่ร้องไห้นี่คือใจแข็งสุดๆ ฮรือออออT___T
    #69
    0
  12. #68 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 01:11
    ขอบคุณนักเขียนที่เขียนฟิคสนุกๆแบบนี้ค่ะ ฮืออออออออ จบแบบนี้ก็ดี เป็นอะไรที่จบจริงๆแล้ว ?????
    #68
    0
  13. #67 SweetP (@pnkpie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 01:05
    ฮือ เปิดมาซะน่ารัก ไหงจบแบบกระชากหัวใจเราทิ้งแบบเน้ ฮือออออ แต่บรรยายดีมากๆเลยนะคะ เข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่ายเลย ขอบคุณนะคะ
    #67
    1
    • 29 ตุลาคม 2560 / 12:09
      ตอนเจี๊ยบนี่แบบเศร้ามาก หน่วงมากT_T
      #67-1
  14. #66 BSTSSB (@aomkung96) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 12:28
    ฮืออออออร้องไห้
    #66
    0
  15. #65 prod.nvt (@nut_plu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 22:56
    ซอนโฮมาอยู่กับเจ้มาToT
    #65
    0
  16. #64 CHANOMYEN. (@Solittlesweet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 14:19
    ตอนซอนโฮคือน้ำตาไหลเลย
    #64
    0
  17. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 22:52
    งื้อออออเราชอบบบ ตอนจบแบบนี้ถือว่าดีเลยละ สมเหตุสมผล รักไรท์แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านอีกนะคะ
    #63
    0
  18. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 18:37
    น้ำตาไหลกับคู่ของซอนกับพี่มินมากเลยค่ะ  ฮืออออ ลึกๆเเอบอยากให้เขากลับมารักกัน เเต่มันก็ไม่ได้อ่ะเนอะ เจี๊ยบก็เก็บพี่มินไว้ในความทรงจำดีๆของกันเเละกันนะ ก้าวต่อไปลูก//คู่หลินจินฟินมากเลยค่ะ คือดีมาก คนละขั้วเลย อ่านของหลินจินนี่ยิ้มไม่หุบ พออ่านมินซอนนี่น้ำตาไหลไม่หยุด 555555
    #62
    0
  19. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 18:37
    น้ำตาไหลกับคู่ของซอนกับพี่มินมากเลยค่ะ  ฮืออออ ลึกๆเเอบอยากให้เขากลับมารักกัน เเต่มันก็ไม่ได้อ่ะเนอะ เจี๊ยบก็เก็บพี่มินไว้ในความทรงจำดีๆของกันเเละกันนะ ก้าวต่อไปลูก//คู่หลินจินฟินมากเลยค่ะ คือดีมาก คนละขั้วเลย อ่านของหลินจินนี่ยิ้มไม่หุบ พออ่านมินซอนนี่น้ำตาไหลไม่หยุด 555555
    #61
    0
  20. #60 Mememememe (@10942) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 16:26
    อยากมีคุณหมาเป็นของตัวเอง /ทำไมนี่ต้องแอบเชียร์ฮยบ.กับซอนโฮ
    #60
    0
  21. #59 Pag_ney (@cham-pagne) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 15:09
    ฮืออออออ หน่วงมากกกกก
    #59
    0
  22. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 13:23
    คือแบบคนละขั้วเลยอ้ะ 55555
    คู่นึงดี แบบดีขึ้นๆ แต่อีกคู่กลับ....
    ฮืออออ เศร้าอ้ะ จริงๆแอบหวังว่าเค้าจะยังมีใจให้กัน
    แต่มันคือน้องซฮ คนเดียว
    พี่มินเดินหน้าไปก่อนแล้ว หน่วงมาก
    คิดเหมือนกันว่าถ้าซฮ ยื้อไว้หรือแบบกลับไปหาตั้งแต่แรกๆ
    คู่นี้จะสมหวังไหม งืมม มันเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้
    ขนาดที่จะเลิกกันไปแบบไม่เคลียร์แบบนี้เลยเราะ 5555 เราอินสุดไรสุด
    #58
    0
  23. #57 komurola01 (@KachaSaijoog) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 23:33
    หน่วงมากกกก เจี๊ยบบบบบ
    #57
    0
  24. #56 7element2 (@7Element) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:55
    หืออออออ จะร้องงงง ลูกเจี๊ยบของแม่~~~
    #56
    0
  25. #55 DHwi (@Real__PcpB) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:03
    กอดซอนนน ฮืออออ // หลินจินยองน่ารักมากเลยยยย
    #55
    0