คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 32 : เข้าเทือกเขาอสูรบรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 284 ครั้ง
    16 พ.ค. 61

ตอนที่ 30....เข้าเทือกเขาอสูรบรรพกาล......

 

...........................

...........................

ณ เมืองไท่ชิง ซึ่งเป็นเมืองทางตอนใต้ของเมืองฉงชิ่งที่มีเขตแดนติดกับอาณาเขตของเทือกเขาอสูรบรรพกาล

ชาวยุทธของเขตแดนใต้เกือบจะทั้งหมดทุกสำนักใหญ่ต่างก็พุ่งเป้ามายังเมืองแห่งนี้ เพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์ให้กับเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ของตนเอง ภายในเมืองไท่ชิงจึงมีผู้คนมากมายร้านค้าก็มีเยอะ

 

เมืองไท่ชิง เป็นเมืองขนาดเล็ก มีสำนักยุทธที่ก่อตั้งเพียง 1 สำนักเท่านั้น และเป็นหนึ่งในสามของแดนศักดิ์ทั้งสามของทวีปเทวะสวรรค์แห่งนี้ “สำนักฉางอัน” ดังนั้น เหล่าชาวยุทธจึงไม่มีใครหาญกล้าที่จะก่อเรื่องวุ่นวายภายในเมือง ส่วนใหญ่ก็จะออกไปมีเรื่องกันนอกเมือง

 

หลี่เฉิน เดินทางรั้งท้าย หลีฟุกับอี้หลิน ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา จวบจนมาถึงประตูเมืองไท่ชิงแห่งนี้ และด้วยเป็นเมืองเปิด พวกหลี่เฉิน จึงเข้าเมืองได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีการตรวจสอบจากทหารที่เฝ้าประตูเมือง พวกมันส่วนใหญ่จะคอยดูแลความสงบเรียบร้อยและภัยต่างๆ ที่ร้ายแรงเท่านั้น

 

เมื่อก้าวผ่านประตูเมืองไท่ชิงเข้ามาด้านใน หลี่เฉิน ก็ขอให้ หลีฟุ รีบหาโรงเตี้ยมราคาแพง ๆ  พักทันที ซึ่งทีแรก  หลีฟุ ต้องการจะปฏิเสธ แต่หลี่เฉินกลับยื่นถุงเงินที่ได้จากการประมูลผลิกวิญญาณ ให้ถึงสองถุง เขาจึงเปลี่ยนท่าทีมาทำตามที่หลี่เฉินบอก เนื่องจากมันติดตามพ่อของอี้หลินไปทั่วยุทธจักร จึงเข้าใจดีว่า โรงเตี้ยมที่มีราคาแพง จะมีความเป็นส่วนตัวกว่าโรงเตี้ยมทั่ว ๆ  ไปเป็นอย่างมาก ในส่วนห้องพักของลูกค้า จะแยกเป็นโซนอย่างชัดเจน ซึ่งจะสดวกต่อการพักผ่อนและปลอดภัยเป็นอย่างมาก

 

เมื่อได้ห้องพักเรียบร้อย ทั้งสามก็เก็บสัมภาระจากนั้นก็มารวมตัวกันที่โต๊ะกลางห้อง ตามที่ได้นัดแนะกันใว้

“ท่านอาวุโส ครับ เงินส่วนที่ผู้เยาว์มอบให้ไปนั้น ขอให้ผู้อาวุโสเบิกคืนจาก ผู้อาวุโสเซียวผิง ด้วยนะครับ”

 

“เรื่องนี้...เอ่อ.ๆ....” หลีฟุ มองไปยังใบหน้าของ หลี่เฉิน ที่บัดนี้กำลังจ้องมองมาที่ตน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“เจ้ารู้แต่แรกแล้วใช่ไหม ว่าข้าแอบติดต่อกับนายท่านอย่างลับๆ ตลอดเวลา เฮ้อ ปิดบังเจ้าไม่ได้จริง ๆ”

 

“ครับ”  หลี่เฉิน พยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวเข้าเรื่องต่อ “อีกอย่าง ตอนนี้น้อง อี้หลิน วรยุทธก็บรรลุขั้นปราณแท้จริงแล้ว โดยทั่วไปก็ถือว่า สามารถท่องยุทธภพและดูแลตัวเองได้แล้ว รวมถึงตัวท่านอาวุโสเองก็อยู่ชั้นจักรพรรดิ เชื่อว่า อีกไม่นาน ท่านคงจะสามารถฝึกให้น้องอี้หลินบรรลุลมปราณชั้นกษัตริย์ได้แน่นอน ถ้างั้น ผู้เยาว์อยากเสนอให้ท่าน พักอยู่ในเมืองแห่งนี้เพื่อจะได้เข้าไปฝึกฝนหาประสบการณ์ในป่าอสูรบรรพกาล สักระยะก่อน”

 

“แล้วเจ้าละ” หลีฟุ ถามกลับทั้งที่ยังไม่ได้รับข้อเสนอจาก หลี่เฉิน

 

“ผู้เยาว์จะเข้าไปยังด้านหลังเทือกเขาอสูรบรรพกาล”

 

“อะไรน่ะ !?   หลีฟุ

“พี่หลี่เฉิน !   อี้หลิน

 

ทั้งสองคนตกตลึกเมื่อได้ยินว่า หลี่เฉิน จะเข้าไปยังเทือกเขาอสูรบรรกาลเพียงลำพัง เพราะที่ผ่านมานั้น ทั้งทวีป  เทวะสวรรค์ ยังไม่ปรากฎบุคคลใดสามารถบุกฝ่าเหล่าอสูรเข้าไปถึงยังเทือกเขาได้เลย แม้แต่คนเดียว แม้แต่แดนศักดิ์ทั้งสาม ยังไม่สามารถกระทำได้

 

“ท่านอาวุโส น้องอี้หลิน คนที่เพิ่งถูกสังหารไปนั้น คือชนชั้นระดับ เทวะ  ท่านคงจะแจ้งให้ผู้อาวุโสเซียวผิง ทราบแล้ว อีกไม่นานเข้าคงจะมายังที่แห่งนี้ ท่านก็เหล่าเหตุการณ์ให้เขารับรู้เองก็แล้วกัน และบอกเขาด้วยว่า ผู้เยาว์จะรับงานคุ้มกันให้จนน้องอี้หลินบรรลุชั้นลมปราณกษัตริย์เท่านั้น ซึ่งคิดว่า คงจะไม่เกินหนึ่งปี ท่านคงฝึกนางได้สำเร็จ ส่วนค่าจ้าง จะขอรับหลังจากที่น้องอี้หลิน ฝึกสำเร็จ อีกอย่าง ระหว่างนี้ ผู้เยาว์จะเข้าไปยังเทือกเขาอสูรบรรพกาล ในช่วงกลางวัน ดังนั้น พวกท่านก็ฝึกฝนอย่างระมัดระวังตัวให้มากหน่อย ส่วนกลางคืน ผู้เยาว์จะออกมาคอยคุ้มกันให้เอง”

 

“ทราบแล้วท่านพี่” อี้หลิน กล่าวตอบ

 

“อืมม..” หลีฟุ พยักหน้ารับโดยไม่ได้แย้งหลี่เฉินแต่อย่างใด มันรู้ดีว่า เมืองแห่งนี้นั้น มีความปลอดภัยมากเพียงใด หากพวกมันไม่ออกไปนอกเมือง ก็จะไม่มีอันตรายเป็นแน่แท้ แต่ยกเว้นอันตรายที่จะเกิดจากกลุ่มคนที่หลี่เฉินเพิ่งจะสังหารไป ที่มีระดับฝึกฝนชั้นเทวะ นับว่าเป็นข่าวร้ายที่มันได้รับรู้ตั้งลืมตาดูโลกมาจนกระทั่งบัดนี้ ตัวมันก็เพิ่งจะเคยพบเจอบุคคลระดับเทวะนี้ มันจึงรู้สึกกังวลเล็กน้อย แม้หลี่เฉินจะบอกว่าเร็วๆ นี้กลุ่มคนพวกนั้นจะยังไม่มายุ่มย่ามแน่นอน

 

หลี่เฉิน เข้าใจถึงความกังวนใจนี้ดี จึงกล่าวบอกกับหลีฟุให้สะบายใจว่า “ท่านอาวุโสหลี่ กลุ่มคนที่ส่งมาสังหารพวกเราล่าสุดนั้น เมื่อรู้ว่าหนึ่งในสมาชิกพวกมันที่เป็นถึงชนชั้นเทวะถูกสังหาร ท่านคิดว่า พวกมันจะเลินเล่อขนาดส่งมาอีกอย่างนั้นหรือ”

 

“อืมม  ก็จริงอย่างที่เจ้าว่านั้นแหละ แต่ข้าก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ข้าเองเกิดมาก็เพิ่งจะเคยพบนี่แหละ”

 

“ถ้างั้น ผู้เยาว์ขอตัวไปดูราดเลาเทือกเขาอสูรบรรพกาลก่อนนะครับ”  กล่าวจบ หลี่เฉิน ก็หันกายเดินจากไปทันที

 

หลีฟุ จึงได้เตรียมตัวที่จะฝึกโคจรลมปราณให้กับ อี้หลิน เช่นกัน  “อี้หลิน พวกเราก็มารีบฝึกเพื่อยกระดับให้เร็วกันเถอะ ศัตรู มันชักจะมีแต่พวกยอดฝีมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ”

 

“ค่ะ”

 

ระหว่างที่อี้หลินนั่งโคจรลมปราณ หลีฟุ ก็คิดเรื่องคนที่หลี่เฉินสังหารไป ที่เป็นชนชั้นระดับเทวะ ทันใดนั้นเอง

 

“เดี๋ยวนะ ชนชั้นระดับเทวะ ถูกเจ้าหนุ่มนั่นสังหารในพริบตา บ้าน่า.......เจ้านั่นมันก็ชนชั้นเทวะอย่างนั้นรึ !?

 

หลีฟุ นั่งตกตลึงอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน กว่าจะรวบรวมสติสัมปชัญญะ และคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ  ที่ผ่านมา ที่หลี่เฉินกระทำลงไป ซึ่งหลายๆ เรื่องหล่ายเหตุการณ์ที่เผชิญหน้ากับศัตรู ที่มันนั้นคิดว่า จะไม่สามารถรอดพ้นมาได้อย่างง่ายดายเป็นแน่ กระทั่งชีวิต คงจะไม่รอด แต่ก็กลับผ่านพ้นมาได้อย่างง่ายดาย มันเองก็ไม่ไดคิดเอะใจอย่างใด

แม้กระทั่ง ตอนที่มันสังหารชนชั้นระดับเทวะในยามนั้น มันเองก็ยังไม่ได้ฉุกคิด

 

“หากนายท่านรู้เรื่องนี้ ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่านายท่านจะทำอย่างไร หึ ๆ     ...”

 

หลีฟุ เลิกคิดเรื่องนี้ชั่วคราว หันมาคอยดูแล อี้หลิน ฝึกฝนโคจรลมปราณต่อ อย่างเงียบงัน และคอยระวังภัยในตัว

 

ส่วนทางด้าน หลี่เฉิน บัดนี้ ได้ยืนลอยตัวอยู่เหนือเมฆก้อนใหญ่สูงขึ้นไปบนฟ้า หลายเมตร เพื่อมิให้ชาวยุทธทั่วไป พบเห็นตัวของมัน  

 

หลี่เฉิน ยืนเอามือไพร่หลังหลับตาสงบนิ่ง แผ่ขยายสัมผัสของชนชั้นวิญญาณเทวะออกไปทั่วทั้งเทือกเขาอสูรบรรพกาล ซึ่งเขาสัมผัสถึงชาวยุทธและสัตว์อสูรมากมาย ส่วนใหญ่ ชาวยุทธจะอยู่ในระดับลมปราณแท้จริงกับระดับกษัตริย์ที่เข้ามายังป่าอสูรบรรพกาลแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่รอบนอกเท่านั้น

 

ส่วนชนชั้นจักรพรรดิจะมีอยู่แถวป่าชั้นกลาง ส่วนชั้นในจะเป็นชนชั้นระดับมหาราชและมีเพียง ห้าคนที่เป็นชนชั้นราชันมหาราช จากจำนวนทั้งหมด สามหมื่นคนในป่าบรรพกาลแห่งนี้

 

แต่นับจากแนวเทือกเขาไป กลับไม่พบกลุ่มชาวยุทธเลยแม้แต่น้อย หลี่เฉิน ค่อยๆ ลอยตัวพาเข้าไปยังหลังแนวเทือกเขาพร้อมแผ่ขยายสัมผัสออกไปทั่วป่าแห่งนี้

 

“หืมม....อสูรในที่แห่งนี้ มีระดับสูงสุดเพียงลมปราณ ราชันมหาราช เท่านั้นเอง  ผิดคาดแฮะ นึกว่าจะมีสักตัวสองตัวที่จะเป็นคู่มือให้เราฝึกซ้อมวรยุทธได้ซะอีก”

 

แต่ระหว่างที่หลี่เฉินกำลังตรวจสอบป่าอสูรบรรกาลแห่งนี้นั้น ก็มีเสียงประหลาดดังเข้ามาในหัวของมัน

 

“มนุษย์ ?...ระดับวิญญาณเทวะ...”

 

“....”

 

หลี่เฉิน ลืมตาขึ้น เบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินเสียง พร้อมกับหันมองรอบกาย

 

“เป็นใคร !?

 

 

.........................................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 284 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #244 joelamtan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 17:34
    ขอบคุณครับ ค้างต่อปาย
    #244
    0