คัมภีร์เทวะ

ตอนที่ 13 : งานประลองยุทธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,078
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 354 ครั้ง
    2 ก.ค. 60

....



....



               สามเดือนต่อมา


               ณ เมืองเทวะสรรค์


               ภายในเมืองเทวะสวรรค์ในยามนี้นั้น เนืองแน่นไปด้วยเหล่าชาวยุทธและพ่อค้ามากมายจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งเดินทางมาเพื่อเข้าชมการประลองยุทธรุ่นเยาว์ ที่จะมีขึ้นในอีก 3 วันข้างหน้านี้  ตรงบริเวณสนามต่อสู้ ภายใน สำนักราชันกระบี่

               "ว้าวววว....เมืองนี้ช่างใหญ่โตจริง ๆ  เลยแฮะ"  
               "ผู้คนก็แยะ ของซื้อของขายก็เยอะ ดูแล้วตาลายไปหมดแล้วเนี่ย"  
 

              หลี่เฉิน เด็กหนุ่มวัย 19 ปีที่แต่งตัวแบบชาวบ้านทั่วไปกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทั่วย่านการค้าขายของเมืองเทวะสวรรค์แห่งนี้ ด้วยความที่ตัวเขาเพิ่งออกมาจากป่าอสูรบรรพกาลเมื่อหนึ่งเดือนก่อน  และเมื่อรู้ข่าวว่าจะมีงานประลองยุทธ หลี่เฉิน ก็อยากจะเปิดหูเปิดตาเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง  การที่ได้พบเห็นความเจริญของบ้านเมืองที่ใหญ่โตแห่งนี้เมื่อเทียบกันกับป่าแล้ว จึงทำให้ หลี่เฉิน  ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

               "Oooh!!!   ว้าววว  สุดยอด ๆ  " 

เขาเที่ยวเดินดูของต่าง ๆ  อย่างเพลิดเพลินจนเวลาผ่านพ้นมาถึงช่วงยามเย็น จึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองนั้น ยังไม่ได้มีที่พักเลย

               "เอ๋...เรามัวแต่เดินเที่ยวเล่นสนุกจนลืมหาที่พัก ทำไงดีทีนี้"

               หลี่เฉิน เดินเอามือยกมาประสานแถวท้ายทอย และก็บ่นพำพัมกับตัวเองตลอดทางที่เดินหาที่พัก ซึ่งมันเต็มทุกที่หมดแล้ว เนื่องจากมีชาวยุทธและพ่อค้าต่างที่มุ่งหน้ามาเมืองนี้มีจำนวนมาก ที่พักต่างๆ  จึงมีไม่เพียงพอ


               "หืมมม !!  ผู้อาวุโสท่านนั้นมีวรยุทธขั้น ลมปราณราชันมหาราช อย่างนั้นรึ "

            ถึงแม้หลี่เฉินที่มีท่าทางไม่ยี่หละต่อสิ่งรอบข้างเท่าใดนัก แต่กระนั้น เขาก็แผ่กระจายกระแสปราณอันบางเบาออกไปโดยรอบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หลี่เฉิน จึงสามารถระบุถึงการคงอยู่ของเหล่ายอดยุทธทุกคนได้ในรัศมี 1 กิโลเมตร  และผู้อาวุโสที่เขากล่าวถึงนั้น กำลังนั่งรับประทานอาหารที่โรงเตี้ยมตรงชั้นล่าง ติดกับทางเข้า ห่างจากหลี่เฉินออกไปทางด้านซ้ายมือของเขาประมาณ 500 เมตร


               "เข้าไปสนทนาดูสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไร"  ว่าแล้ว หลี่เฉิน ก็เดินตรงดิ่งไปยังผู้อาวุโสคนนั้นทันที



               "ข้าน้อย หลี่เฉิน คาราวะผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าจะอนุญาตให้ผู้เยาว์นั่งร่วมโต๊ะได้หรือไม่"


               ผู้อาวุโสคนนั้นหลี่ตามองมายังหลี่เฉินด้วยแววตาประหลาดใจยิ่งนัก เนื่องจากการปรากฎตัวมันอย่างกระทันหันในระยะประชิดขนาดนี้แต่กลับไม่สามารถสัมผัสถึงการคงอยู่ของ หลี่เฉิน ได้เลยแม้แต่น้อย

               "โอววว โฮะ ๆ ๆ  ... คลื่นลูกไหม่ตามทันคลื่นลูกเก่าได้ไวขนาดนี้เชียวรึ"  

               "ยินดี ๆ   เชิญนั่ง"

               "ขอบคุณครับ ผู้อาวุโส"

               ด้วยเหตุที่ผู้อาวุโสไม่สามารถสัมผัสพลังของ หลี่เฉิน ได้เขาจึงคาดเดาว่า หลี่เฉิน คือจอมยุทธน้อยผู้นี้มีการฝึกฝนวรยุทธระดับขั้นลมปราณราชันมหาราช เฉกเช่นเดียวกัน กับตัวของเขานั่นเอง ดังนั้นเขาจึงกล่าวเปรียบเปรยประโยคดังกล่าวออกไป 

               ทางด้านหลี่เฉินนั้นก็พอจะเดาความคิดอ่านของผู้อาวุโสได้เช่นเดียวกัน จึงได้แต่คล้อยตามเขาไป เพราะขืนบอกตัวตนที่แท้จริงออกไป ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ในยุทธภพอย่างแน่นอน และเรื่องราววุ่นวายจะต้องตามมาไม่ขาดสายเป็นแน่ จึงได้แต่หลีกเลี่ยงให้ได้ตลอดรอดฝั่งก็เป็นพอ


               "เถ้าแก่"


               "คร๊าบบบบ"


               "มาแล้วครับ ไม่ทราบว่าท่านจอมยุทธจะรับอะไรดีครับ"

               "เอาชาให้สหายน้อย หนึ่งที่ แล้วก็ข้าวหนึ่งถ้วยและกับอีกสองถึงสามอย่าง"

               "ได้เลยครับ รอสักครู่นะครับ"

               ...

               ...

               "ขอบคุณผู้อาวุโสมากครับ ที่จริงให้ผู้เยาว์สั่งเองก็ได้ครับ"


               "โฮะ ๆ ๆ ๆ  ไม่เป็นไรหรอก ได้พบเจอจอมยุทธน้อย ด้วยวัยเพียงเท่านี้ สามารถบรรลุขั้นนี้ได้ ช่างน่านับถือยิ่งนัก ตัวข้าเองต้องใช้เวลาถึงอายุ 30 ปี กว่าจะสามารถทำได้  นึกดูแล้วช่างน่าละอายใจยิ่งนัก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮาา..."

               "ผู้เยาว์มิบังอาจ...."

                         

               "โฮะ ๆ ๆ ๆ   "ข้ามีนามว่า  เฟยไป๋  ว่าแต่จอมยุทธน้อย ....."

               ไม่ทันที่  เฟยไป๋  จะกล่าวจบประโยค หลี่เฉิน ก็พูดสวนขึ้นมาก่อน

               "ผู้อาวุโส โปรดเรียกผู้เยาว์ว่า หลี่เฉิน ก็ได้ครับ จอมยงจอมยุทธอะไรนั่น ได้ยินแล้วรู้สึกแปลก ๆ  ยังไงไม่รู้..แฮ่ ๆ ๆ "


               "หืมมม  ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า  ก็ได้ ๆ   หากเจ้าต้องการแบบนั้น แล้วเจ้ามาจากที่ใดอย่างนั้นรึ" 

               เฟ๋ยไป๋ ต้องการอยากรู้ว่า หลี่เฉิน นั้นเป็นคนของสำนักใด ถึงได้มีการฝึกฝนให้กับศิษย์รุ่นเยาว์จนสามารถบรรลุถึงขั้น ราชัน ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้

              "อ๋อ....เอ่อ ๆ..ท่านผู้อาวุโส ผู้เยาว์เป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ  อยู่ที่เมืองลิขิตฟ้า ครับ แต่ด้วยหมู่บ้านของผู้เยาว์นั้นเกิดเพลิงไหม้ จนทำให้ พ่อ แม่ ของผู้เยาว์ได้ตกตายกันไปหมดสิ้น เหลือรอดแต่เพียงผู้เยาว์คนเดียวเท่านั้น และเป็นโชคดีของผู้เยาว์ที่ท่านอาจารย์เดินทางผ่านมาเห็นเข้า จึงได้เก็บมาเลี้ยงดู จนถึงทุกวันนี้"  

               หลี่เฉิน คิดเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้แล้ว ก่อนที่จะออกจากป่าอสูรบรรพกาล หากว่ามีใครถามถึงความเป็นมาและการฝึกฝนของเขา เพราะหากจะให้เล่าตามความจริง อาจจะมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาหาตัวเองเป็นแน่


               "อืมมมม...แล้วอาจารย์ของเจ้ามีนามว่าอย่างไร"

               "ขออภัยท่านผู้อาวุโส เรื่องนี้ท่านอาจารย์สั่งห้ามมิให้ผู้เยาว์บอกกล่าวกับผู้ใดโดยเด็ดขาด หวังว่าผู้อาวุโสคงเข้าใจ"

               "อ๋อออ !!  งั้นก็ช่างเถอะ อาหารมาพอดี กินก่อนค่อยคุยกันต่อก็แล้วกัน "

               "ครับ ผู้อาวุโส"


                ระหว่างที่ทั้งสองนั้นกินข้าว หลี่เฉิน ก็ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ  ในยุทธภพ ซึ่งตนนั้นไม่ค่อยจะรู้อะไรสักเท่าไหร่  ส่วนทางด้าน     เฟยไป๋ ที่คาดเดาไว้แล้วว่าเด็กหนุ่มเพิ่งออกท่องยุทธภพ คงต้องอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เขาเองก็ตอบคำถามทุกอย่างที่หลี่เฉินนั้นอยากรู้       


               "หลี่เฉิน  นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าออกท่องยุทธภพ ข้าอยากขอเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่ง เจ้าห้ามไปมีเรื่องกับคนของ สำนักหงเหิน ,  สำนักพิรุณโรย  และ สำนักฉางอัน  เป็นอันขาด เพราะแม้แต่ตัวข้าเอง ก็มิอาจหาญกล้าท้าทายขุมอำนาจของพวกมัน"

               "น่ากลัวขนาดนั้นเลยเชียวเหรอครับผู้อาวุโส!! ...แม้แต่ท่านที่มีการฝึกฝนอยู่ในระดับราชัน ก็ยังไม่สามารถต่อกรได้อย่างนั้นรึ"


               "ถูกต้องแล้ว  ถึงแม้ว่าตัวข้าจะเป็นตัวตนระดับ ราชัน  แต่ข้าก็มีเพียงตัวคนเดียวเท่านั้น ต่างจากพวกมันมากนัก  อันดับหนึ่งในใต้หล้า ฝ่ามือ    หงเหินสะท้านยุทธภพคือ สำนักหงเหิน  ที่มีราชันรวมได้  50 คน อันดับสอง กระบี่พิรุณโรยหมื่นสังหาร คือ สำนักพิรุณโรย   มีราชันรวมได้ 40 คน และอันดับสาม หนึ่งดัชนีสยบทั่วหล้า คือ สำนักฉางอัน  มีราชันรวมได้ 30 คน"

               " ทั้งสามสำนักนี้ คือตัวตนที่อยู่สูงที่สุดในยุทธภพ ณ เวลานี้ ด้วยการที่มีขุมกำลังอันน่าหวาดหวั่น  เพียงแค่ได้ยินชื่อสำนัก เหล่าชาวยุทธต่างก็ยอมก้มหัวให้พวกมันอย่างมิมีการโต้แย้งใด ๆ  ทั้งสิ้น "


               "อย่างงี้นี่เอง เข้าใจแล้วครับ ผู้เยาว์จะทำตามที่ท่านได้ตักเตือนครับ"


               "อืมมม ดี ดีมาก ข้าชักจะถูกชตากับเจ้าเข้าแล้วสิ  เอาแบบนี้เป็นไง เจ้าอยากไปดื่มน้ำชาต่อที่บ้านของข้าไหมละ"


               "ก็ดีเหมือนกันครับ  กำลังว่าง ๆ  อยู่พอดี"


               "โฮะ ๆ ๆ  ๆ   งั้นก็รีบกินข้าวให้อิ่มจะได้ไปกัน"

               "ครับ ผู้อาวุโส"


               ..............................




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 354 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

324 ความคิดเห็น

  1. #276 Biebm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:31
    ทำไมราชันมหาราชถึงได้โผล่เป็นดอกเห็ดแบบนี้ละไหนไรท์เขียนว่ามีแค่หัวหน้าฝ่ายเทพกับมารเมื่อ10000ปีที่แล้วไงที่ไปถึงีะดับนี้
    #276
    0
  2. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 20:08
    ต่อจาก#144 ผมได้ไรอ่านใกม่ต้องแต่ต้นอีกรอบ ก็ยังจับใจความไม่ได้ว่าทำไม ราชันได้พุดเป็นดอกเห็ด หรือว่าความสามารถผม ที่สิงในเด็กดีเกิบ10ปีคงจะไม่พอ ในการตีขยายความเข้าใจของผมเอง อย่าให้ไรเตอร์ขยายความหน่อยครับ ขอบคุณ
    #157
    0
  3. #144 ผู้ติดตาม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:04
    อ่านตอนแรกบอกว่ามีแค่ คนที่ดวงวิญญาณ 2 คนที่ไปถึงราชันมหาราชนิ แล้วจอนนี้ทำไมโผล่มาเป็นพรืดละ อ่านละงงๆ หรือผมเข้าใจผิด ตอบหน่อยครับ
    #144
    3
    • #144-2 ผู้ติดตาม (จากตอนที่ 13)
      13 พฤศจิกายน 2560 / 18:40
      ก็บทนำ ไรต์ เขียนตัวเบ้อเร้อไว้ว่า ผู้นำเทพ กะ มาร มีพลัง ราชันมหาราชนะครับ แล้วตอนหลังๆ บอกมีแค่ 2 คนนี้ที่บรรลุถคง งงๆ อ่ะ
      #144-2
    • #144-3 Maoomhoosan(จากตอนที่ 13)
      5 กันยายน 2561 / 10:22
      เห็นด้วยกับผู้ติดตามครับ แต่ไม่คิดมาก อ่านเอามันเอาสนุกพอ 555
      #144-3
  4. #124 วิศณุ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 16:10
    วิถีแห่งยุทธ..เยี่ยม
    #124
    0
  5. #70 haremkinglv100 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 12:41
    โครตเนียน
    #70
    0
  6. #68 สายมุก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:10
    ยังมีคนดีในยุทธภพ
    #68
    0
  7. #67 คุณชาย ไร้ลีลา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 08:01
    เขาคือใคร
    #67
    0
  8. #66 pitak2515 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 07:05
    ขอบคุณอย่างมากมายครับ
    #66
    0
  9. #65 oiltipomsomsuay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 02:24
    5555ได้ที่พักพร้อมอาหารแล้ว
    #65
    0
  10. #64 defy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 01:21
    เขาเป็นใคร
    #64
    0
  11. #63 pro1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 00:21
    อยากอ่านอีก........
    #63
    0
  12. #62 Mr.kongkang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 00:15
    ได้ที่นอนฟรี 5555
    //ขอบคุณครับ! สนุกมากก! :)
    #62
    0
  13. #59 joelamtan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:24
    ขอบคุครับ
    #59
    0
  14. #58 King of Monvick (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:06
    รออยู่ ครับ
    #58
    0