เช้าวันที่อากาศสดใส แสงแดดสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาที่ห้องนอนของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหลับใหลและฝันถึงเรื่องราวที่เด็กสาววัยสิบเจ็ดชอบพร่ำเพ้ออย่างฉัน "แมรี่ๆ ตื่นได้แล้วลูก" เสียงของแม่ที่พูดผ่านประตูห้องเข้ามาปลุกให้ฉันตื่น ฉันลุกทั้งๆที่ในใจอยากจะนอนต่อ... *กริ๊งงงๆๆๆ* "ฮัลโหล..ว่าไงจอร์จ" เพื่อนชายที่สนิทหนึ่งในสมาชิกคนหนึ่งในแก๊งค์เพื่อนที่โรงเรียนโทรมาเป็นเชิงย้ำว่าให้ฉันอย่าลืมนัดในวันนี้
"แม่จ๋าพ่อขอซอสหน่อยสิ่" พ่อพูด "แม่คะหนูขอไข่ดาวได้ไหมคะ?" เสียงน้องสาววัยประถมพูดตามมาติดๆกับพ่อ "เดี๋ยวแม่ทำให้ ลอร่าไปตามพี่เขาหน่อยสิ่ป่านนี้ยังไม่ลงมาอีก" *ตุ่มๆๆๆ* เสียงฝีเท้าของฉันที่รีบวิ่งลงมาก่อนที่ลอร่าจะขึ้นมาตามฉัน "มาแล้วค่าาา มาแล้ว" ฉันรีบตะโกนลงมาและภาพที่ฉันเห็นทุกเช้าจนชินตาคือภาพที่แม่กำลังทำอาหารในห้องครัวโดยมีพ่อและลอร่าน้องสาวฉันนั่งรออาหารเช้าอย่างใจจดใจจ่อที่โต๊ะอาหาร และเช่นเคยทุกเช้าก่อนที่พ่อจะไอทำงานภาพที่ฉันชอบเห็นและคุ้นตาอยู่เป็นประจำคือพ่อกับแม่ที่ต้องคิสที่ริมฝีปากพร้อมคำหวานก่อนที่พ่อจะไปทำงานมันช่างเป็นภาพที่น่ารักซะจริงๆ *โป๊ะ* เสียงตบมือของลอร่าทำให้ฉันสะดุ้ง "เอาอีกละพี่แมรี่ชอบเหม่อเวลาพ่อกับแม่ร่ำลากันตลอดไม่ชินรึไง?" คำถามของลอร่าที่ฉันได้ยินวนไปวนมาทุกวันเช่นเคย แต่ลอร่าก็ไม่เคยได้คำตอบจากฉันเลยสักวัน
จริงๆแล้วไม่ใช่แค่ลอร่าเท่านั้นที่ถามคำถามฉันแต่ไม่ได้คำตอบแม้แต่เพื่อนหรือคนในครอบครัวนอกเหนือจากลอร่าที่ถามฉัน ที่ฉันไม่ตอบเพราะลึกๆฉันก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ถ้าฉันตอบไปทุกคนคงต้องหัวเราะเยาะแน่ๆอาจเพราะว่าความคิดของฉันมาเป็นความพร่ำเพ้อจากนิยายเรื่องสั้นที่ฉันชอบอ่าน ละครโรแมนติกที่ฉันชอบดู เพลงคู่ที่ฉันชอบฟัง และพ่อแม่ของฉันในชีวิตจริงที่มันทำให้ฉันรู้สึกอยากมีใครสักคนอย่างนั้นบ้างแต่ว่า...ฉันเพิ่งจะ 17 ปี มันคงเป็นตัวเลขบ่งบอกอายุที่น้อยเกินไปสำหรับความพร่ำเพ้อของฉัน
*หาววว ZzZZzzz* ตาของฉันเริ่มปิดในระหว่างที่ฉันกำลังเดินไปหาจอร์จเพื่อนชายที่โทรมาเพื่อย้ำนัดกันเมื่อเช้า และระหว่างทางที่ฉันกำลังเดินทางสายตาก็เหลือบไปเห็นสองข้างทางที่ร้านค้าต่างๆรวมทั้งผู้คนที่มีคู่พากันต้อนรับกับเทศกาลวาเลนไทน์ที่จะมาถึงและมันก็แบบนี้ทุกปีคือเมื่อถึงวันวาเลนไทน์ฉันกับลอร่าต้องอยู่เฝ้าบ้านเพราะพ่อกับแม่จะออกไปดินเนอร์และสวีทกันเช่นนี้ทุกปีแต่ปีนี้อาจจะต
างอีกนิดตรงที่ว่าปีนี้ลอร่าน้องสาวของฉันกลับมีชายหนุ่มนัดไปเดทในค่ำคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นั่นก็แปลว่า...ปีนี้ฉันต้องนั่งหงอยอยู่บ้านคนเดียว *เฮ้อออ...* เสียงถอนหายใจของฉันลากยาวต้อนรับวันวาเลนไทน์
"แมรี่!! " เสียงตะโกนดังกระหึ่มของบรรดาเพื่อนๆทีคงนั่งรอฉันอยู่นาน วันนี้พวกเรานัดกันจะไปงานหนังสือที่จัดขึ้นทุกปีปีละ 2 ครั้ง "ฉันมาแล้วๆ ไปกันเลย" ฉันและเพื่อนๆรวมๆแล้ว 10 คนเดินทางไปงานหนังสือโดยรถไฟฟ้า "ฉันไม่เห็นชอบวาเลนไทน์เลย" ความคิดของแคร์ล โรส และลิลลี่เพื่อนของฉันที่คิดว่าวาเลนไทน์ไม่ควรเป็นวันที่ต้องตราลงในปฏิทินเพื่อตอกย้ำคนโสดหลายๆคน แตกต่างกับฉันที่ถึงแม้จะไม่มีคู่อย่างใครเขาแต่ฉันไม่เคยเห็นว่าวาเลนไทน์เป็นเรื่องน่าเศร้าของคนไร้คู่
*ณ งานหนังสือ* พวกเราทุกคนเดินทางมาถึงเรียบร้อยและก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปเลือกซื้อหนังสือเราก็นัดวันเวลาและสถานที่กันให้เรียบร้อยเพราะกลุ่มฉันเรามีกัน10คนค่อนข้างเป็นกลุ่มที่ใหญ่จึงต้องมีการระบุรายละเอียดให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้มาตรงตามเวลาที่กำหนด 15.30น. เซ็นเตอร์ฮอลล์คือที่นัดหมายที่เราจะต้องมาเจอกันก่อนจะแยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มย่อยๆหรือไปเดี่ยวอย่างฉันไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบเดินกับเพื่อนหรอกนะแต่มันเป็นเพราะฉันเลือกหนังสือแต่ละเล่มอาจใช้เวลานานจนกลัวว่าเพื่อนจะรอไม่ไหวซะก่อน
*บู๊ธลีลาวดี* ฉันเดินมาถึงบู๊ธของสนพ.ทีฉันชอบมากถึงแม้ชื่ออาจจะดูเชยๆหรือหน้าปกหนังสืออาจดูไม่ค่อยดึงดูดแต่ฉันก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของสนพ.นี้มากๆโดยเฉพาะนักเขียนนามปากกา fall in love กับหนังสือเล่นโปรดคือ ฝันที่กลายเป็นจริง มันคือหนังสือที่ฉันอ่านวนไปวนมาหลายครั้งและเก็บดูแลอย่างดี แต่ฉันยอมรับว่าครั้งแรกมี่เห็นนามปากกานี้ฉันเบือนหน้าหนีชื่ออะไรเลี่ยนๆแต่ก็ต้องยอมรับอีกว่าเมื่อฉันได้อ่านแล้วก็ต้องตกหลุมรักกับหนังสือเล่มนี้จริงๆ ทุกๆครั้งที่มีงานหนังสือฉันต้องมาที่บู๊ธนี้เสมอและใช้เวลาอยู่ที่นี่นานมากเลยทีเดียว...
ข้อความที่โพสจะต้องไม่น้อยกว่า {{min_t_comment}} ตัวอักษรและไม่เกิน {{max_t_comment}} ตัวอักษร
กรอกชื่อด้วยนะ
_________
กรอกข้อมูลในช่องต่อไปนี้ไม่ครบ
หรือข้อมูลผิดพลาดครับ :
_____________________________
ช่วยกรอกอีกครั้งนะครับ
กรุณากรอกรหัสความปลอดภัย
ความคิดเห็น