คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 18 : คำสาป(2)


     อัพเดท 7 ม.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 558 Overall : 179,489
1,976 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2073 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 18 : คำสาป(2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4959 , โพส : 54 , Rating : 69% / 19 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 


ตอนที่ 2 ออกเรือ


           “... อยากคุยอะไร”


คำพูดแรกจากต้นหนเรือหลังเงียบไปหลายวินาที ทำให้กิลเลี่ยนระบายลมหายใจอย่างผ่อนคลายขึ้นบ้าง


“ฉันแค่อยากให้เธอตามฉัน...”


“ไม่ ไม่ ไม่... ไม่” เอนโธนี่ปฏิเสธเสียงกลั้วหัวเราะก่อนอีกฝ่ายจะทันพูดจบทันที แล้วว่า “มันคงจะตลก ถ้าฉันตามก้นนายต่อยๆ โดยมีทหารคุมเป็นสิบ และมีอะไรก็ไม่รู้ที่รออยู่ข้างหน้า ฉะนั้นถ้านายไม่ได้กำลังเล่าเรื่องตลกให้ฉันฟัง ความจริงเราควรพาคนของนายมาคุยที่เรือนี้... ที่ที่มีคนของฉันคุม ไม่ใช่คนของนาย... ดีไหม”


เธอเลิกคิ้วสำทับเหมือนขอความเห็น แต่คนฟังรู้ดีว่าไม่ใช่การ ขอ แน่นอน ขณะเสียงห้าวใหญ่ของเจฟจากชั้นบนของพังงาเรือก็ตะโกนลงมาต่อคำพูดของเด็กสาวทันทีว่า


“ฉันยกห้องกัปตันให้ยืมชั่วคราว”


เจ้าชายหนุ่มปรายตาขึ้นมองกัปตันเรือเจฟฟรี่ย์สคัล แปลกใจกับความเป็นปี่เป็นขลุยนั่น ก่อนกลับมามองคนที่ยืนกอดอกเอียงคอ เลิกคิ้ว รอคำตอบจากเขา และเปลี่ยนเป็นกวาดตาดูเหล่าโจรสลัดรอบตัว


เขาอยู่ในโลกที่ถูกสอนว่าโจรคือสิ่งชั่วร้าย และไว้ใจไม่ได้ ซึ่งเมื่อได้สัมผัสกับตัววันนี้ เขาก็เข้าใจมันอย่างแจ่มแจ้ง ความเจ็บของเชือกที่รัดอยู่รอบข้อมือเหมือนจะฟ้องดีว่าที่เรียนรู้มาไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย


ขนาดเด็กผู้หญิงอายุเท่านี้ยังร้ายกาจได้แบบที่เขาไม่เคยเจอ ดังนั้นการที่เขาเอาคนของตนมาคุยกลางวงล้อมบุคคล ประเภทนี้ มันคงไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก


แต่เมื่อหลับตาลง แล้วนึกถึงหน้าของ ใครคนหนึ่ง กิลเลี่ยนก็ถอนหายใจยาว และจำใจรับเงื่อนไข


“ได้... เราจะคุยกันที่นี่”


เด็กสาวขยับยิ้มขึ้นสูงพอใจ ก่อนตวัดศีรษะสั่งให้จิมช่วยแก้มัดเขา ขณะเธอเองกลับก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย หยุดย่อตัว ถอนสายบัวให้เจ้าชายหนุ่ม พร้อมถ้อยคำไพเราะที่จงใจ ประดิษฐ์


“แล้วแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท”


แล้วแต่รึ น่าหัวเราะ!


เป็นประโยคที่ไม่น่าฟังที่สุดเท่าที่กิลเลี่ยนเคยได้ยินมาในชีวิต และท่าทางถวายบังคมนั่นก็กวนอารมณ์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


เจ้าชายหนุ่มพยายามไม่สนใจการประชดประชันเหมือนเขาเป็นแค่ตัวตลก และเมื่อเป็นอิสระอีกครั้ง เขาก็รีบก้าวยาวๆ ออกไป ไม่ได้หันกลับมามองเด็กสาวอีก


เอนโธนี่ยังมองตามร่างสูงสง่าเจ้าของเรือนผมสีบลูเน็ต ก่อนใบหน้าที่เคยฉีกยิ้มหยันจะค่อยๆ หุบลง เมื่อเขาห่างไปไกล แล้วเธอรับรู้ถึงร่างใหญ่โตของเจฟที่ก้าวมายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้


นัยน์ตาสองสีปรายขึ้นมองหน้าที่รกด้วยนวดเคราสีเทาของกัปตันเรือตนเองครูู่หนึ่ง พลางกระซิบแผ่วขึ้นข้างตัวเขา


“ฉันจะพยายามไม่คิดว่าคุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะเจฟ” 


ตอนแรกที่จดหมายจากเมลิลินมาถึงมือ เธอก็เริ่มรู้แล้วว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ


เธอใช้ชีวิตบนเรือมาหลายปี และสิ่งแรกๆ ที่เรียนรู้จากการเป็นโจรสลัดก็คือ อย่าให้ถูกจับ และมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด ทางการไม่เคยตามพวกเธอได้ แม้จะพยายามสืบจากข่าวลือของพวกกลาสีตามที่ต่างๆ หาท่าน้ำต่อไปที่เจฟฟรี่ย์สคัลจะไปทิ้งสมอ ทว่าสุดท้ายพวกเธอก็จะนำหน้าทหารพวกนั้นหนึ่งก้าวเสมอ ไม่เคยมีใครไล่ตามเจฟฟรี่ย์สคัลได้ทัน นอกเสียจากพวกเขาจะต้องการให้เจอเอง


และแน่นอนว่า แค่เพียงอดีตแม่เลี้ยงของเธอ คงไม่สามารถรู้ได้ทันล่วงหน้าว่าเจฟฟรี่ย์สคัลจะมาพักเติมเสบียงที่ไหน จนสามารถส่งจดหมายล่วงหน้ามากับบุรุษไปรษณีย์ประจำเมืองเอเทน่าได้อย่างเหมาะเจาะเช่นนี้ นอกเสียจากจะมีใครสักคนในเรือ ที่บอกเมลิลินไว้ล่วงหน้าแล้


ชายแก่เพียงตวัดนัยน์ตาสีดำมองคนอ่อนวัยกว่าวูบเดียว และยิ้มที่มุมปาก ไม่ได้เอ่ยตอบรับหรือปฏิเสธข้อสงสัยของต้นหนเรือ พลางกล่าวเสียงสดใสขึ้นใหม่แทน


“ฉันน่าจะไปหาเหล้าอีกสักขวดมากิน ฆ่าเวลาให้พวกเธอเจรจากันให้เสร็จ”





                                                                   *************************



 

 “โอ้! แอนนี่! 


เลดี้เมลิลินแทบทำร่มสีชมพูไข่มุกประดับลายลูกไม้หล่นจากมือ อุทานเสียงสูง แล้วยกมือสองข้างขึ้นปิดปากตน ไม่อาจห้ามความตื่นเต้นและตกใจได้ เมื่อได้ขึ้นมาบนเจฟฟรี่ย์สคัล และพบเด็กสาวนัยน์ตาสองสีที่ห้องกัปตันเรือ


เธอคล้ายจะช็อคนิ่งไป ขณะเปิดนัยน์ตาสีเขียวกว้าง มองตรงไปยังเอนโธนี่ และไม่นานจึงยกชายกระโปรงตัวสวย ก้าวไปหาคนอ่อนวัยกว่าช้าๆ พร้อมคลายมือเหี่ยวย่นออกจากริมฝีปากมาทาบที่อก พยายามควบคุมอารมณ์ตกใจที่เกิดขึ้น


เอนโธนี่สังเกตเห็นว่าใบหน้าที่เคยสวยสดของเมลิลินเวลานี้มีริ้วรอยของเวลาขึ้นประปรายตามวัยห้าสิบห้าปี เส้นผมสีน้ำตาลทองที่รวบไว้เป็นมวยเริ่มแซมด้วยสีขาว กระนั้นเธอก็ยังคงมีเคล้าความงามในวัยสาวให้เห็น และนัยน์ตาสีเขียวยังคงมีประกายสดใส 



เมลิลินยื่นมือมาจับที่ตัวของเอนโธนี่ราวสำรวจ แล้วยังมองใบหน้าเรียวนั่นอย่างตื่นตะลึกเล็กน้อย ขณะพยายามละล่ำละลักออกไป


“นะ... นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย ฉันได้ข่าวมานาน แต่มันก็... ให้ตายสิที่รัก... ฉันเสียใจด้วย”


จบคำนั้นเธอก็รวบกอดเด็กสาวร่างสูง ราวกับจะปลอบโยนและคิดถึง ขณะที่เอนโธนีกลับเพียงกรอกตาขึ้น ไม่ได้ขัดขืน หรือกอดกลับ นอกจากลอบถอนหายใจ และตอบเหมือนขอไปที



“ช่างเถอะ ส่วนที่แย่ที่สุดมันผ่านไปนานแล้ว”


กิลเลี่ยนและเบรนดอนที่เฝ้ามองการพบกันครั้งแรกในรอบหลายปีของแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงตรงหน้า อดจะรู้สึกไม่ได้ว่าเมลิลินกับเอนโธนี่คงสนิดกันมาก เพราะไม่ใช่แค่เพียงที่เอนโธนี่จะไม่ขัดขืนอ้อมกอดจากหญิงสูงวัยแล้ว ตัวเมลิลินเองก็ดูจะคิดถึงเด็กสาวเอามากๆ จนแสดงท่าทางทั้งตกใจ ทั้งตื่นตะลึงออกมา


ถึงจะแอบรู้สึกว่าปฏิกิริยาเช่นนั้นของเมลิลินออกจะดูมากเกินคนที่หายหน้าไปหลายปีแล้วมาเจอกัน และประโยคทักทายนั่นก็ฟังไม่เหมือนประโยคทักทายไปหน่อยก็เถอะ


 “ขอบคุณสวรรค์” เมลิลินยอมผละตัวออกจากเด็กสาวในที่สุด และเงยมองใบหน้าเรียวที่ติดคมนิดๆ ของคนอ่อนวัยกว่าด้วยประกายตาซาบซึ้ง คาดหวัง และยังคงมีแววเศร้าเมื่อจ้องนัยน์ตาสองสีนั่น “ฉันดีใจที่เจอเธอจริงๆ แอนนี่”                                                                             
                                                                                                                                                                                         

แต่ฉันไม่ค่อย... เด็กสาวเพียงปรายตาหนีแล้วงึมงำในใจ


เป็นปกติเธอคงพูดออกไปตรงๆ แต่กับเมลิลิน ในฐานะที่เป็นอดีตแม่เลี้ยง และรู้นิสัยกันดี เลยไม่จำเป็นต้องต่อต้านกลับ อีกอย่างนิสัยใจเย็นซื่อๆ ของเมลิลินเป็นอีกหนึ่งข้อที่เอนโธนี่ไม่ถนัดจะรับมือ


     ซึ่งเมื่อได้ทักทายจนพอใจ เมลิลินก็ถอยเท้าออกมา ให้เอนโธนี่ก้าวไปนั่งประจำที่หัวโต๊ะตัวยาว และเข้าเรื่องสำคัญที่ทำให้ในห้องกัปตันของเรือเจมฟรี่ย์สคัลเต็มไปด้วยแขกสูงศักดิ์ ทั้งเจ้าชาย องค์รักษ์ประจำพระองค์ และภรรยาท่านดยุค


“เอาล่ะ มีอะไร ก็นำเสนอมาเลย” เด็กสาวเริ่มบทสทนา พร้อมยกเท้าสองข้างขึ้นวางไขว้ฟาดบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางสบายๆ  พร้อมโยกเก้าอี้ผนักสูงของตนเล่นไปด้วย ไม่สนมารยาทกับคนสูงศักดิ์รอบข้าง พลางส่งยิ้มกว้างไม่น่าไว้ใจไปให้ชายหนุ่มสองคน


ทั้งคนเป็นเจ้าชายและองค์รักษ์ต่างต้องสูดหายใจลึกนับหนึ่งถึงสิบกับท่าทางการคุยของโจรสลัดสาว เกิดมาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนมารยาทแย่เท่านี้มาก่อน กระนั้นกิลเลี่ยนก็ลอบผอนลมหายใจ แล้วว่า 


“อย่างที่รู้ เราอยากให้เธอช่วยหา อาเธอร์ เอเรส แบนเดอราสที่สาม  บุตรชายคนเดียวของท่านดยุคแห่งวาร์เนียและเลดี้เมลิลีน แบนเดอราส”


“ท่านลอร์ดน้อยสินะ” เอนโธนี่เปรย


กิลเลี่ยนต้องนิ่งไปนิดกับคำเปรย ขมวดคิ้วบนใบหน้าคมเข้มเล็กน้อย ก่อนจะแก้คำให้


“ก็... ไม่น้อยแล้ว อาเธอร์เป็นเหมือนลูกพี่ลูกน้อง และเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับฉัน”


ดยุคแห่งวาร์เนี่ย หรือเจ้าชายอาเธอร์ เอเรส แบนเดอราสที่สองเป็นลูกพี่ลูกน้องกับราชาเกบินัส พ่อของเขา และพวกเขาต่างก็มีบุตรชายคนแรกไล่เลี่ยกัน คือเขาและอาเธอร์ ซึ่งปัจจุบันทั้งเขาและอาเธอร์ก็อายุยี่สิบหกทั้งคู่ มันเลยให้ความรู้สึกแปลกๆ ที่เด็กสาวตรงหน้าเรียกอาเธอร์ว่าท่านลอร์ดน้อย เมื่อเธออายุน้อยกว่าท่านลอร์ดที่ว่าตั้งหลายปี


“ก็น้อยอยู่ดี” แต่เอนโธนี่ก็ยังงึมงำคำเดิม หากก็ดังพอได้ยินทั้งห้อง แล้วเปลี่ยนเรื่องถามขึ้นใหม่ “แล้วท่านดยุคอยู่ไหนล่ะ”


“ถามถึงท่านทำไม” เจ้าของผมสีทรายที่มองเด็กสาวหน้ายุ่งมาตลอดถามกลับเสียงห้วนอย่างไม่ชอบใจ



ซึ่งเอนโธนี่ก็หันไปมองเบรนดอน ฉีกยิ้มให้



“ฉันชอบเจอคนใหญ่คนโต ทำให้รู้สึกตัวเองเป็นคนสำคัญ... รวยดี”


คำตบท้ายว่า รวยดี ของเธอเหมือนจะขยายความหมายจริงๆ ออกมาได้ชัดเจน ว่าจุดประสงค์ที่โจรสลัดอยากเจอท่านดยุคนั้น มันเพื่ออะไรกันแน่  


“งั้นเจอเจ้าชายก็ใหญ่มากพอแล้ว” เบรนดอนโต้


“เจ้าชายไม่นับ โดยเฉพาะเจ้าชายที่ไม่ได้บอกที่บ้านว่าตัวเองมาทำอะไร ยิ่งไม่นับใหญ่เลย” เด็กสาวสวนฉับพลัน พร้อมปรายตามองเจ้าชายที่ว่า และครั้งนี้ไม่มีใครเถียงออก ทำให้เธอกลับมาเข้าคำถามเดิมให้อีกครั้ง “สรุปท่านดยุคแห่งวาร์เนี่ยอยู่ไหน... ลูกชายเขาหายไปในทะเล เดือนร้อนถึงเจ้าชายรัชทายาท เขาเป็นพ่อก็น่าจะมาสิจริงไหม”


ทุกอย่างในห้องกัปตันเรือเงียบกริบเมื่อสิ้นคำถามครั้งนี้ แม้แต่เมเลิลินที่เป็นภรรยาท่านดยุคยังเพียงก้มหน้าและเบือนหนีไปทางอื่น เธอดูลำบากใจชัดเจน รวมทั้งกิลเลี่ยนและเบนรดอนเองก็เลี่ยงจะสบนัยน์ตาเอนโธนี่


บรรยากาศชวนอึดอัด และอบอวนด้วยความลับบางอย่าง ทำให้คนเป็นโจรสลัดต้องกล่าวเตือน


“รู้ไหม ฉันเป็นคนที่โกหกเก่งที่สุดในนี้ ดังนั้นอย่าได้คิดพยายามหาเรื่องโกหกกับฉัน”


“เขาไม่ได้มา...”


“เขาไม่รู้” เอนโธนี่สวนดักเด็ดขาด ก่อนกิลเลี่ยนจะทันพูดจบ พลางไล่นัยน์ตาสองสีมองหน้าคู่สนทนาทีละคนเหมือนกำลังสอบปากคำ รอดูว่าพวกเขาจะยังมีคำแย้ง หรืออะไรสักอย่างที่ช่วยให้โกหกไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่... ซึ่งปรากฏว่ามันไม่มี


ข่าวใหม่ที่รับรู้ได้จากความเงียบในวินาทีนั้น ทำให้เด็กสาวระบายลมหายใจ หัวเราะเคลือในลำคอ และเสแสร้งตกใจอุทานออกมา


“ว้าว... เขาไม่รู้ว่าภรรยาแสนรัก กับพระญาติผู้สูงสักดิ์ และลูกสุนัขของพระญาติผู้สูงศักดิ์มาทำอะไรที่นี่”


“ฉันไม่ใช่ลูกสุนัข! เบรนดอนเถียงทันควัน


“งั้นก็อย่ารับ” เธอโต้กลับนิ่งเฉย และทำให้อีกฝ่ายต้องหุบปากฉับได้ทันที พร้อมกำหมัดแน่น ขณะเธอกลับเข้าเรื่องต่อ “เอาล่ะที่นี้ ในเมื่อท่านดยุคก็ไม่ได้อยากเกือกกลั้วกับโจรสลัด และราชา ราชินีไม่รู้ว่าพระโอรสองค์น้อยของตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นเรื่องการยกเลิกค่าหัวลูกเรือเจฟฟรี่ย์สคัลพร้อมคณะแพทย์หลวงฝีมือยอดที่ใครบางคนสัญญาไว้ จะทำยังไง”


“ฉันมีวิธีของฉัน” กิลเลี่ยนยืนยัน


“อะไร สะบัดทรงผมเท่ๆ และฉีกยิ้มมิตรภาพในโต๊ะประชุมรึไง” เอนโธนี่หันมาเลิกคิ้วถามพลัน


“นายหล่อ แต่คงไม่มากพอจะทำให้พวกขุนนางแก่ๆ เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเรื่อง โดยเฉพาะยกเลิกค่าหัวนักโทษอุฉกรรจ์เกือบสามสิบชีวิต...” เธอเว้นคำไปนิด ไล่สายตามองร่างสูงสง่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่เกรงใจ แล้วว่าขึ้นใหม่ “เว้นแต่นายจะมีหุ่นสะบึ้ม กับหน้าอกคัพดีขึ้นไปใต้เครื่องแบบทหารนั่น แล้วความจริงเป็นเจ้าหญิงแสนงามผู้อาภัพปลอมตัวมาเพื่อตามหาคนรักนั่นก็ว่าไปอย่าง... พวกขุนนางคงยอมใจอ่อนกันบ้าง”


เบรนดอนถึงกับต้องก้าวขึ้นมาป้องกันเจ้าชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่เขายอมรับเลยว่าสายตาเจ้าหล่อนที่มองเจ้าชายของเขาเมื่อกี้มันชวนน่าขนหัวลุกอย่างประหลาด ไหนจะคำพูดคำจาเหมือนพวกตาแก่หื่นๆ อีก ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังอดแหยงๆ เจ้าหล่อนไม่ได้เลย


“ถ้าได้ตัวอาเธอร์กลับมา ถึงตอนนั้น ยังไงท่านดยุคต้องฟังคำขอของเราแน่แอนนี่” เมลิลินต้องเข้าอ้อนวอนบ้าง


“งั้นทำไมไม่ให้ท่านดยุคจัดคนออกตามหาลูกชายตัวเองซะเลยล่ะ” เอนโธนี่สวนถาม


“ท่านทำแล้ว แต่ไม่เจอ” กิลเลี่ยนตอบแทน


“ไหนว่ามีคนรอดกลับมาเล่าเรื่องให้ฟัง มันก็ต้องจำจุดที่เกิดเรื่องได้สิ”


“นั่นแหละปัญหา” เจ้าชายหนุ่มจับจ้องเอนโธนี่ด้วยแววตาเคร่งเครียดมากขึ้น “สิ่งที่ทำให้อาเธอร์หายตัวไป มันไม่ได้เห็นได้ด้วยตา”


คนฟังต้องนิ่งไปนิด พลางเกริ่นด้วยน้ำคำดูถูก


“ไอ้นิทานเรื่องเจ้าชายต้องสาป กับเกาะล่องหลนั่นน่ะนะ”


“เราก็ไม่อยากเชื่อ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่มันไม่เหลืออะไรยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกแล้ว”


     จบคำเขาก็ก้าวเข้ามาใกล้ร่างบนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ คล้ายจะบอกให้เธอตั้งใจฟังให้ดี และเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด


“พวกกลาสีห้าคนที่รอด เล่าเหมือนกันหมดว่าระหว่างล่องเรือในช่วงกลางดึก ตอนที่ทุกคนกำลังหลับอยู่ และเหลือพวกลูกเรืออยู่เฝ้ายามไม่ถึงห้าคน  เรือก็เกิดไปชนเข้ากับบางอย่างจนท้องเรือแตก น้ำไหลเข้ามาเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน เรือจมภายในเวลาไม่กี่นาที ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเรือชนเข้ากับหินโสโครก แต่พอดูดีๆ แล้วมันกลับไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น มีแค่ท้องทะเลว่างเปล่า ไม่มีหินอยู่ใต้ท้องเรือ... เหมือนกับว่าสิ่งที่เรือวิ่งเข้าชน เป็นกำแพงที่มองไม่เห็น”


“และพวกกลาสียืนยันว่าเห็นอาเธอร์ลอยน้ำไปเกยอยู่บนเกาะประหลาดที่อยู่ๆ ก็ปรากฏออกมาหลังเรือจม และมีปราสาทหลังใหญ่อยู่บนนั้น แต่พอเมฆบังแสงจันทร์ เกาะนั่นก็หายไป... พร้อมอาเธอร์ และไม่ปรากฏขึ้นอีกเลย”


บรรยากาศในห้องกัปตันกดดันและตึงเครียดขึ้นกับเรื่องราวของเจ้าชายหนุ่ม เมลิลินลอบสะอื้นเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ยามจิตนาการตามถึงเหตุการณ์ หากเด็กสาวที่นั่งฟาดขาเหยียดยาวบนโต๊ะ และโยกเก้าอี้สบายๆ กลับเพียงเลิกคิ้วขึ้น และไหวไหล่ กล่าวขึ้นอย่างไม่แยแส


“ในทะเลตอนกลางคืน เราเห็นอะไรได้ทุกอย่างนั่นแหละน่า ลูกเรือของนายอาจแค่กำลังตกใจกลัว ลอยเคว้งคว้างกลางมหาสมุทธมืดๆ เลยตาฝาดสร้างภาพไปเอง บางทีเจ้าอาเธอร์นั่นอาจแค่ไปเกยกับแผ่นไม้ของซากเรือ แล้วไหลลงก้นทะเลไปเรียบร้อยแล้วก็ได้”


แอนนี่! หญิงสูงวัยอุทานขึ้นอย่างเสียขวัญ ก่อนจะรีบขุกเข่าลงข้างตัวเด็กสาวอย่างลืมฐานะภรรยาท่านดยุคโดยสิ้น พร้อมใช้มือกอดกุมที่ท่อนแขนของคนอ่อนวัยกว่าเพื่อขอร้อง


“ไดโปรดเถอะ ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เราพยายามมาทุกทางแล้ว แม้แต่ตัดใจรอให้ศพของอาเธอร์ลอยขึ้นมา แต่มันก็ไม่มี ตอนนั้นฉันทั้งสิ้นหวังทั้งมีความหวัง เลยนึกถึงเรื่องงานวิจัยของแบรดขึ้นมาได้ ฉันรู้ว่าแบรดศึกษาเรื่องเกาะลอยน้ำนั่นมาตลอดชีวิต เขาเป็นคนที่มีข้อมูลของมันมากที่สุด ซึ่งรวมถึงเธอที่เป็นลูกสาวเขาด้วย ซ้ำเธอเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านทะเลที่สุดเท่าที่ฉันรู้จัก เธอเป็นคนเดียวที่ฉันมั่นใจว่าจะช่วยอาเธอร์ได้ ช่วยเห็นแก่ฉันได้ไหม ช่วยเห็นแก่ที่เราเคยเป็นแม่ลูกกันสักครั้ง... โปรดช่วยอาเธอร์... ช่วยน้องชายเธอด้วย”


กิลเลี่ยนและเบรนดอนรับรู้ได้ชัดเจนว่าเลดี้เมลิลินคงเสียขวัญจนจิตใจกระเจิดกระเจิงไปแล้ว เมื่อเธอถึงกับร้อนรนพูดออกมาพร้อมน้ำหูน้ำตาแบบผิดๆ ถูกๆ บอกว่าอาเธอร์เป็นน้องชายเอนโธนี่ แทนจะเป็นพี่ชาย


และเด็กสาวเหมือนจะรู้ว่าอดีตแม่เลี้ยงตนรนรานจนพูดผิด เลยก้มมาแก้คำให้เสียงเย็นชา


“เมลิลิน... เขาไม่ใช่น้องชายฉัน”


“โธ่ แอนนี่...”


“เลดี้เมลิลินครับ” กิลเลี่ยนต้องเข้ามาประคอมร่างเล็กๆ ของเมลิลินขึ้นยืน รู้สึกเห็นใจและสงสารหญิงสูงวัยเต็มอก ไม่คิดว่าคนที่ปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเขา และเป็นคนดีมาตลอดต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ และคนแบบนี้ ก่อนหันมาพูดกับอดีตลูกเลี้ยงของเธอแทน


“เธอสัญญาว่าจะตกลงช่วยแล้ว”


“ฉันบอกจะคุย ไม่ได้ตกลง” เอนโธนี่แย้งหน้าตาย ไม่ได้ดูเห็นใจหญิงสูงวัยที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่กับอกเจ้าชายหนุ่ม ซ้ำสำทับว่า “อีกอย่างฉันไม่ชอบสัญญากับใคร... เพราะฉันจะไม่รักษามัน”


“เธอน่าจะหัดเห็นใจคนอื่นบ้างนะ” คนเป็นเจ้าชายหรี่นัยน์ตาตมสีฟ้าเข้มตำหนิเสียงต่ำเข้มดุ 


หากคนถูกตำหนิกลับตอบรับมาแบบไม่ใส่ใจว่า


“ไม่ล่ะ ฉันชอบเห็นใจตัวเองมากกว่า”


“นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”


“ฉันก็คิดว่าไม่ ไม่งั้นฉันคงหัวเราะไปแล้ว... หรือไม่มุขพวกนายอาจฝืดไป ฉันเลยไม่เก็ท”


เคร้ง!


ดาบเล่มยาวถูกวางฝาดที่ลำคอของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว เมื่อคนที่ฟังการโต้เถียงอย่างเห็นแก่ตัวของโจรสลัดสาวกับเจ้าชายหนุ่มมาตลอด ทนไม่ไหวอีกต่อไป


ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบน่าอึดอัดทันใด


“ได้โปรดฝ่าบาท... แค่สั่งมา” เบรดดอนคำรามกร้าวในลำคอ พร้อมจ้องเขม็งยังใบหน้าเรียวของเอนโธนี่อย่างกรุ่นโกรธจนหัวคิ้วเข้มชนกันแน่น สันกรามขบเกร็งอย่างอดกลั้น และพร้อมลงดาบในมืออย่างไม่ลังเล


ขั่วชีวิตเขาไม่เคยคิดทำร้ายผู้หญิง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะละเว้นเด็กสาวตรงหน้าไว้คนหนึ่ง และไม่ขอนับเจ้าหล่อนเป็นผู้หญิง


เอนโธนี่ ฮอว์กจงใจยั่วยุ และเล่นแง่กับพวกเขาเห็นๆ ซ้ำไม่เกรงใจทั้งเจ้าชายรัชทายาท หรือมีเมตตากับแม่เลี้ยงของตนแม้แต่นิดเดียว มีแต่ความเห็นแก่ตัว กวนอารมณ์ เจ้าเล่ห์ เห็นความทุกข์คนอื่นเป็นแค่เรื่องตลก เป็นโจรสลัดชั่วร้ายเต็มขั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่ควรปล่อยให้รอดเลย


“เก็บดาบเถอะไอ้หนู ถ้าหัวฉันขาด ฉันก็ไม่เหลือปากไปห้ามพวกลูกเรือที่อยู่ข้างนอกนะ” เอนโธนี่เตือน พร้อมสบกลับที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเกลียดชังของชายหนุ่มผมสีทราย ขณะยกยิ้มที่แสดงชัดถึงความได้เปรียบน่าหงุดหงิดมาให้


คนเป็นเจ้าชายต้องหันไปยังองค์รักษ์ของตน แล้วเน้นชื่ออีกฝ่ายเป็นการเรียกสติ


“เบรนดอน” เขายอมรับว่าใจครึ่งหนึ่งก็อยากให้เอนโธนี่ได้รับความเจ็บปวดบ้าง และยอมรับว่าความอดทนเขาเองก็ร่อยหรอเต็มที่กับเด็กสาวคนนี้ หากแต่สิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้คือ “เรายังต้องพึ่งเธอ”


องค์รักษ์หนุ่งมองสับไปมาระหว่างผู้เป็นนายกับโจรสลัดตรงหน้า ลังเลใจในการเก็บอาวุธ เลือกไม่ถูกระหว่างความโกรธในใจ กับเหตุผลและหน้าที่ที่ต้องฟังคำสั่ง ยิ่งเห็นสีหน้าไม่สำนึกของคู่กรณีเขายิ่งกำด้ามดาบในมือจนข้อขึ้นขาว ก่อนสุดท้ายจะตัดสินใจอย่างยากเย็น เลือกข้างที่เขาควรจะอยู่


เบรนดอนดึกคมดาบออกจากคอเอนโธนี่ ก่อนกระแทกมันกลับเข้าฝัก เป็นการระบายอารมณ์อีกทาง และก้าวถอยให้ห่างก่อนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไมได้อีก เขาค่อนข้างใจร้อน แต่ก็ไม่เคยควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้


เอนโธนี่ยังส่งยิ้มตามร่างสูงขององค์รักษ์หนุ่ม ก่อนกระแอมขึ้นแบบเรียกความสนใจทุกคนในห้องใหม่ แล้วยกขาสองข้างลงจากโต๊ะกลับมานั่งไขว้ห้างธรรมดาบนเก้าอี้ ทำตัวจริงจังขึ้นนิด เมื่อรู้ว่าตนคงข้ามเส้นเกินไปหน่อย แม้จะเป็นเส้นที่เธอไม่ใส่ใจก็เถอะ ก่อนเข้าเรื่องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้


“เอาตรงๆ นะ มันไม่มีหรอกไอ้เกาะล่องหลนั่นน่ะ ฉันล่องเรือมาหลายปีไม่เคยจะเห็นมันสักครั้ง”


“อายุอย่างเธอมันจะสักกี่ปีเชียว” องค์รักษ์หนุ่มหันมาปรามาสทันที


ขณะที่เด็กสาวเงียบไปนิด ก่อนเอ่ยรับง่ายๆ “ก็แล้วแต่จะคิด”


ครั้งนี้กิลเลี่ยนไม่ได้โต้ตอบ แต่ผละตัวจากร่างเล็กๆ ของเมลิลิน และวางกระเป๋าเอกสารหนังเก่าๆ ลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว พร้อมเลื่อนมันให้เอนโธนี่


นัยน์ตาสองสีเหลือบมองกระเป๋าหนังเก่าๆ ที่บรรจุบางอย่างไว้จนตุงคับ ซึ่งแค่เพียงปรายตาวูบเดียว เธอก็จำมันได้ทันทีว่าคืออะไร


“มันผิดกฏหมายนะ งัดบ้านคนอื่นเนี่ย” ส่งคำตำหนิไปอย่างไม่จริงจัง และเบ้หน้า โน้มตัวไปคว้าเชิงเทียนบนโต๊ะมาเขี่ยปากกระเป๋าเพื่อใช้แง้มเปิดอย่างไม่เต็มใจ


และยิ่งหน้ายุ่งหนักเมื่อเห็นปึ้งกระดาษเก่าๆ และแฟ้มเอกสารมากมายอยู่ในนั้นอย่างที่จิตนาการไว้ไม่มีผิด


ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นว่ามันเป็นยังไง ตอนนี้มันก็ยังเป็นแบบนั้น... ข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดของศาสตราจารย์แบรดลี่ย์ แมคคอร์เนลล์ พ่อของเธอ และยังเป็นอาจารย์สอนวิชาโบราณคดีของมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในเมืองปาเรนัวร์ 


งานวิจัยทั้งหมดของนิทานที่เธอเรียกมันว่างี่เง่า


“ก็ยังดีกว่าเจ้าของบ้านที่ไม่เคยกลับมาใส่ใจ จนหลุมศพพ่อตัวเองมีแต่เถาวัลย์กับหญ้าขึ้นเต็มไปหมด”


กิลเลี่ยนว่า และคาดโทษเธอในใจ เมื่อตอนที่เขาไปถึงบ้านของตระกูลแมคคอร์เนลล์ มันเรียกได้เต็มปากว่าเป็นบ้านร้างดีๆ นี่เอง ทุกอย่างถูกทิ้งไว้ในบ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของ อยู่ที่เดิม ให้ฝุ่น หยากใย และพวกไม้เถาขึ้นรก บ่งบอกว่าไม่เคยมีใครแตะต้องบ้านหลังมีหลายสิบปีแล้ว


และแน่นอนว่าป้ายหลุมศพของแบรดลี่ย์ แมคคอร์เนลล์ในสวนหลังบ้านก็แทบกลืนหายกับป่ารกๆ ที่เจริญเติบโตขึ้นตามความไม่รับผิดชอบของลูกสาวเขา ซ้ำที่แย่กว่า คือเขาเห็นว่าป้ายหลุมศพของใครบางคนที่อยู่ข้างๆ หลุมของแบรดลี่ย์แตกพังไม่มีชิ้นดี แต่ยังพอเหลือซากหักๆ ที่โผล่พ้นพื้นดินให้รู้ว่าเคยมีป้ายหลุมศพอีกแผ่นอยู่ตรงนั้นมาก่อน


“งั้นพวกนายคงเดินเข้าไปลำบากน่าดู” เอนโธนี่ว่าไปอีกเรื่อง ไม่รับรู้ถึงการคาดโทษจากอีกฝ่าย


“ไม่ลำบากเท่าตอนที่ต้องพังประตูบ้านเข้าไป” เจ้าชายหนุ่มต่อคำ


คนฟังต้องเลิกคิ้วขึ้นข้าง เงยมองใบหน้าคมหล่อเหล่าของเจ้าชายหนุ่ม แล้วว่าด้วยรอยยิ้มกว้าง “โอ้ ฉันชอบเวลานายแดกดัน... น่ารักดี” 


คนถูกชมว่าน่ารักชักหัวคิ้วชนกันทันที เขาถูกหญิงสาวมากมายหมายตา และเข้าหามาตลอดก็จริงอยู่ แต่นี่มันเป็นการหยอกล้อเขาเหมือนเด็กตัวเล็กๆ และจงใจกวนอารมณ์อย่างน่าหงุดหงิดที่สุด


เจ้าหล่อนไม่รู้สึกรู้สากับทุกอย่างจนเขาหมดปัญญาจะโต้เถียง


กระนั้นเอนโธนี่ก็ก้มมองของในกระเป๋าหนังเก่าๆ อีกครั้งพลางว่าขึ้นใหม่


“ฉันเคยอ่านมาหมดแล้ว มีอย่างมากก็แค่สถานที่ที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นที่ตั้งของเมืองลับเลนั่น แต่ก็แค่ข้อสันนิษฐานจากหน้าดิน ซากอิฐ สภาพภูมิประเทศโดยรอบ กับคำบอกเล่าว่าเคยพบเห็นเกาะลอยน้ำนั่นจากพวกกลาสีเมาหยำเป ที่ร้องเท้าบูทตัวเองยังหาใส่ได้ไม่ครบข้าง... มันก็แค่เศษกระดาษ”


“แต่ฉันว่าเธอต้องสนใจสิ่งนี้แอนนี่”


เอนโธนี่ต้องหันกลับไปมองยังอดีตแม่เลี้ยงของตน เมื่อเธอรีบก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยังแดงเรือ ก่อนจะหยิบแฟ้มหนังที่ดูใหม่ที่สุดซึ่งมีกระดาษสอดเก็บอยู่ในนั้นไม่กี่แผ่น และดึงพวกมันออกมาวางเรียงรายตรงหน้าเธอ


“หลังเธอออกจากบ้าน ไปขึ้นเรือของเจฟ แบรดก็กลับไปที่โบราณสถานเมืองทองคำนั่น และเขาก็เจอมัน” เมลิลินอธิบายรวดเร็วจนแทบเป็นรนราน อย่างที่ชีวิตนี้เธอไม่เคยทำอะไรได้ว่องไวเท่านี้มาก่อน และหยิบอีกสิ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสาร วางลงตรงหน้าเอนโธนี่เป็นอย่างสุดท้ายโดยไม่ให้เสียเวลา


มันเป็นเหมือนแผ่นหินแตกๆ ที่มีลวดลายนูนต่ำ ขนาดประมาณสองฝ่ามือ และหนาเกือบสองเซนฯ แต่คลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งจากบางสิ่งที่ใหญ่โตมากกว่านี้หลายเท่า ซึ่งแม้จะแข็งเหมือนก้อนหิน ทว่าด้วยสีน้ำตาล และความละเอียดเรียบเนียนของผิววัตถุในมือ เลยทำให้เอนโธนี่รู้ว่ามันไม่ใช่หิน หากแต่เป็น...


“ขี้... ผึ้ง...”


เธอครางแผ่วยามจับจ้องลวดลายบนเศษขี้ผึ้งนั่น ท่าทางของเด็กสาวเจ้าเล่ห์ ไม่แยแสโลก และร้ายกาจ กลับกลายเป็นนิ่งงัน จ้องมองเพียงของในมือในวินาทีนั้น


“ใช่ ขี้ผึ้ง ต้นแบบทำแม่พิมพ์ มันอาจเป็นต้นแบบที่ปั้นรอการหล่อ หรืออาจหล่อมาจากแม่พิมพ์อีกที เลยยังมีอยู่ คาดว่าตรงที่เขาขุดเจอมันคงเคยเป็นโรงหล่อหลวงของราชวงษ์” เมลิลินรีบอธิบายขึ้นต่อด้วยความหวังมากขึ้น และพลิกกระดาษบนโต๊ะ หาบางสิ่ง ก่อนหยิบกระดาษเนื้อหนาที่สุดออกมา และยื่นมันให้เอนโธนีดู “นี่คือรูปที่เขาเสก็ต คาดการณ์จากการเจอส่วนต่างๆ ที่หลงเหลือ”


กระดาษในมือหญิงสูงวัยคือภาพเสก็ตด้วยถ่านสีดำอย่างหยาบๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ภายในกรอบมีลวดลายแบบตัดทอน เน้นความเป็นมุมเหลี่ยมของเสือยืนสองขาหันข้าง ชูกรงเล็บขาหน้าขึ้นเหมือนกำลังต่อสู้ท่ามกลางเกลียวคลืนและเมฆหมอก  


“แล้วนี่คือบันทึกของเขาที่บอกว่าพบมันตรงไหน ยังไง เมื่อไหร่ พร้อมข้อสันนิษฐาน” เมลิลินเลื่อนแผ่นกระดาษบนโต๊ะเข้าหาเอนโธนี่อีก แม้จะเห็นชัดว่ามันอยู่ตรงหน้าเด็กสาวอยู่แล้ว ขณะลงนั่งขุกเข่าข้างคนอ่อนวัยกว่าอีกครั้ง พร้อมน้ำเสียงอ้อนวอนผสมคะยั้นคะยอ “ถึงจะไม่ครบ ถึงจะเป็นเศษแตกๆ หักๆ แต่มันก็ใช่ ไม่ผิดแน่ อย่างที่เธอเคยเล่าให้แบรดฟัง... ใช่ไหม”


“... ใช่” เป็นครั้งแรกที่เอนโธนี่ตอบรับอย่างง่ายดาย ราวถูกของในมือทั้งสองชิ้นสะกดไว้ และนัยน์ตาสองสียังจับจ้องยังแผ่นขี้ผึ้ง ที่มีลวดลายนูนต่ำส่วนหนึ่งเหมือนในภาพเสก็ตของพ่อเธอไม่วางตา


มันเป็นปฏิกิริยาที่ทำให้กิลเลี่ยนและเบรนดอนต้องแปลกใจ พวกเขาไม่รู้ว่าระหว่างเอนโธนี่กับเมลิลินพูดเรื่องอะไรกันแน่ ขี้ผึ้งที่เป็นงานปั้นนูนต่ำ ต้นแบบสำหรับการทำแม่พิมพ์หล่อโลหะพวกนั้นคืออะไร และภาพตราสี่เหลี่ยมอะไรสักอย่างหมายความว่าอย่างไร แต่เหมือนมันจะทำให้คนที่ไม่สนใจสิ่งใดเลย มีท่าทางจริงจังเคร่งเครียดต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง


“แอนนี่... ที่รัก “ เมลิลินยกมือขึ้นกอดกุมท่อนแขนของเด็กสาวและว่าด้วยเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาสีเขียวไหวระริก “ฉันไม่รู้ว่ามันคือลายของอะไร แต่ที่มั่นใจคือมันต้องเกี่ยวกับราชวงษ์ทองคำนี่ อาจเป็นตราประจำราชวงษ์ หรืออะไรสักอย่าง แต่มันต้องเกี่ยว... ซึ่งถ้าเธอหาเกาะนั่นเจอ เธออาจได้คำตอบ”


“คิดว่าทองนั่น จะอยู่ที่ปราสาทในเกาะล่องหลงั้นเหรอ” เอนโธนี่กล่าวถามเนิบช้า โดยนัยน์ตาที่เปิดกว้างยังไม่ยอมละจากสิ่งของในมือ เหมือนลำพึงกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับอดีตแม่เลี้ยงตน


“ฉันไม่รู้ แต่ในนิทานพูดถึงห้องสมบัติ ที่เก็บทองทุกชิ้นไว้ บางที่ในห้องสมบัตินั่น อาจมีชิ้นส่วนทองที่หล่อจากแม่พิมพ์ตราสัญลักษณ์นี่ก็ได้” เมลิลินพยายามใช้ทุกข้อมูลที่ตนมีเพื่อให้เด็กสาวเปลี่ยนใจ และรีบต่อถ้อยคำตนอย่างรวดเร็ว คาดคั้น “ฉันรู้ว่าเธอต้องการมันแอนนี่ เธอหามันมานานแล้ว... ได้โปรดเถอะ ไปหาเกาะนั้นให้เจอ ช่วยอาเธอร์แล้วเธออาจได้สิ่งที่ต้องการกลับมาด้วย”


สิ้นคำนั้นคนที่นั่งนิ่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะก็เริ่มมีท่าทางแปลกๆ มือที่ถือทั้งขี้ผึ้งและกระดาษสั่นไหวขึ้น ก่อนเธอจะเริ่มหอบหายใจ พร้อมร่างกายที่เคยนั่งสบายๆ บนเกาอี้กลับค่อยๆ โกงงอ ใบหน้าเรียวมีเหงื่อผุดพรายจนเต็มขมับ นัยน์ตาสองสีเปิดกว้างอย่างตื่นตระหนก ขณะเอ่ยออกมาแทบไม่เป็นคำ


“ฉะ... ฉันหายใจ... ไม่ออก” เอนโธนี่ปล่อยของทั้งสองชิ้นล่วงหลุดจากมือลงพื้น “ไม่... ออก...”


ร่างกายเธอโงนเงนไปมาคล้ายทรงตัวไม่อยู่บนเก้าอี้ พร้อมเสียงหายใจก็ขาดๆ หายๆ มากขึ้นเรื่อยๆ


 “อะ... แอนนี่...” เมลิลินถึงกับหน้าถอดสีกับท่าทางของเด็กสาว ที่อยู่ๆ ก็ตัวสั่น เหงื่อซึมทั่วใบหน้าอย่างทรมาน อาการเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ


ตึง!


เมลิลินสะดุ้งเฮือก แล้วยกมือทาบอกอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆ ร่างของเอนโธนี่ก็ล้มโครมลงบนพื้นเหมือนไม้ล้ม


เวลานี้ไม่ใช่แค่หญิงสูงวัยที่ตื่นตะลึงกับอาการประหลาดของเด็กสาว ทว่าแม้แต่กิลเลี่ยนและเบรนดอนก็งงงันสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหันตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าโจรสลัดสาวจอมกวนอารมณ์นี่เป็นอะไรกันแน่


และยังไม่ทันที่หญิงสูงวัยจะได้ลงไปช่วยประคอง ร่างของเอนโธนี่ที่คลานเข่าอยู่บนพื้นไม้ ดูไร้เรี่ยวแรง และหอบหนักจนเหมือนจะขาดใจ กลับปัดมือสะเปะสะปะปิฏเสธการช่วยเหลือ


“อย่า...” เธอห้ามเหมือนคนแทบไม่มีสติ กระนั้นก็ยังพยายามลุกขึ้น แม้จะทรุดลงนั่งอีก แล้วหลับหูหลับตาตะโกนลั่น “บาฟ บาฟ...บาฟ!” 


     ชื่อของหมอประจำเรือถูกเรียกรัวสุดเสียง และไม่นานร่างใหญ่โตเหมือนหมีของบาร์ตันก็เปิดประตูห้องกัปตันพรวดเข้ามา ราวรออยู่แถวหน้าห้องกัปตันก่อนแล้ว และเมื่อเขาเห็นว่าต้นหนเรือของตนกำลังเข่าทรุดอยู่บนพื้น หอบหายใจหนัก สภาพย่ำแย่ไม่ต่างจากคนป่วยด้วยพิษไข้ เขาก็รีบพุ่งมารั้งตัวเธอไว้


 “ฉันหายใจไม่... หาย... ไม่... ออก” เอนโธนี่ว่าติดๆ ขัดๆ จนแทบเหมือนละเมอเมื่อหมอของตนมาถึง พร้อมใบหน้าซีดเซียวแทบไร้สีเลือด ก่อนมือข้างหนึ่งจะค่อยๆ เอื้อมไปยังซองหนังใส่ปืนรุ่นโบราณของตน


ไม่ ไม่ ไม่ ไม่! อย่าจับปืน” บาร์ตันร้องเตือนทันที และรีบคว้ามือคนที่ไม่ค่อยมีสติออกจากปืนตัวเอง ขณะจับมั่นที่ต้นแขนของคนตรงหน้า ดึงให้เธอมานั่งตรงๆ    


“เฮ้ แอน แอน!” เขาพยายามเรียกสติเด็กสาว และตบใบหน้าชื้นเหงื่อที่เหมือนไม่รับรู้อะไรของเธอเบาๆ สองสามที พร้อมสั่งห้าว “โอเค มองฉัน มองหน้าฉัน”


แม้จะเหมือนเบลอและอ่อนแรงเกินกว่าจะฟังเสียงใคร หากนัยน์ตาสองสีที่ปรือเกือบปิดก็ยอมหันมามองใบหน้าครึ้มหนวดเคราของหมอประจำเรือช้าๆ ซึ่งบาร์ตันก็รีบว่าต่อแบบแบบชัดๆ เน้นทุกถ้อยคำใส่หน้าเด็กสาวทันใด


“ที่นี่คือเจฟฟรี่ย์สคัล เธออยู่บนเจฟฟรี่ย์สคัล ได้ยินไหม... เธอไม่ได้อยู่ที่นั่น ไม่ได้อยู่ที่นั่น ว่าตามฉันนี่... เธอไม่ได้อยู่ที่นั่น”


“ฉัน... ไม่ได้... อยู่ที่นั่น.... ไม่ได้อยู่...” เธอพยายามสูดหายใจลึกๆ ท่องตามอย่างว่าง่าย


“เธออยู่บนเรือเจฟฟรี่ย์สคัล” บาร์ตันเน้นย้ำอีก


“ฉัน... อยู่บนเรือเจฟฟรี่ย์สคัล” เสียงของเอนโธนี่เริ่มมั่นคงขึ้น เมื่อได้พูดตามบาร์ตัน


“ที่นี่มีฉัน มีเจฟ เฮท...”


“จิม มาร์โก้ แซก มอร์ตี้...” เอนโธนี่ไล่ชื่อลูกเรือที่ละคนต่อโดยอัตโนมัติ และนั่นเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับหมอประจำเรือว่าอาการเธอเริ่มคลายลงแล้ว


“ดี ไล่ชื่อไปเลย ไล่ไปทีละคน” เขาพยักหน้าให้เธออย่างพอใจ และรู้สึกโล่งขึ้นตามไปด้วย ทว่าก็ไม่ลืมสั่งเธออย่างไม่ขาดตอน “โอเค แล้วก็หายใจลึกๆ... ผ่อนออกช้าๆ ยาวๆ”


เด็กสาวที่ท่องชื่อของลูกเรืออยู่สูดหายใจช้าๆ ลึกๆ และผ่อนออกยาวๆ ตามตำสั่งของหมอประจำเรือ ขณะบาร์ตันก็หายใจตามจังหวะของเธอไปด้วยเป็นการนำ และสะกตจิตกลายๆ


“ดีขึ้นรึยัง” บาร์ตันถามให้แน่ใจ นัยน์ตาสีฟ้าสว่างที่เด่นหลุดออกมาจากใบหน้าส่งรอยห่วงกังวลมาชัดเจน



ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นการพยักหน้าเบาๆ จากคนไข้ แม้จะยังทรงตัวไม่ค่อยอยู่นัก


“อยากอ้วกไหม”


เธอสายหัวไปมาปฏิเสธ รู้สึกในอกเบาขึ้น และออกชิเจนกลับมาเต็มปอดอีกครั้ง หากเมื่อนัยน์ตาสองสีเหลือบไปเห็นเศษชิ้นส่วนขี้ผึ้ง และกระดาษวาดรูปบนพื้นไม้ อาการที่เริ่มดีกลับจะกำเริบใหม่ จนเธอต้องรีบปัดพวกมันออกไปราวเป็นของร้อนแล้วตะโกนเสียงสั่นหอบเหนื่อย


“เอามันออกไป!


จบคำก็ลุกพรวด และเดินก้าวยาวๆ ไปจากห้องกัปตันทันใด ทั้งที่สีหน้ายังไม่สู้ดีนัก แต่เหมือนแรงจะกลับมาแล้ว ปล่อยให้สามชีวิตในห้องมองตามอย่างไม่เข้าใจ และยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่หาย


“เด็กนั่นเป็นอะไร” กิลเลี่ยนอดอดจะก้มไปถามร่างใหญ่โตของบาร์ตันบนพื้นไม่ได้ ประหลาดใจว่าอยู่ๆ ทำไมเธอถึงมีอาการแบบนั้นขึ้นมาได้ 


คนเป็นหมอนิ่งเงียบไปครู่ ดูลำบากใจกับคำถามไม่น้อย ก่อนจะตอบแบบไม่เต็มคำ


“เอ่อ... ก็แค่... โรคประจำตัว...” 


“โรคจิตสิไม่ว่า” เบรนดอนว่าทันทีด้วยสีหน้าหวาดๆ ปนยุ่งเหยิงขณะนึกถึงอาการของเอนโธนี่เมื่อครู่


บาร์ตันไหวไหล่ขึ้นข้าง ยิ่งลำบากใจจะอธิบายมากขึ้นไปอีก และเลือกจะตอบเลี่ยงๆ แค่ว่า


“ก็... นับเป็นจิตเภทชนิดหนึ่ง... แบบอ่อนๆ น่ะ”


“เมื่อกี้ไม่ได้ดูอ่อนเลย” องค์รักษ์หนุ่มแย้ง


และเขาไม่ได้ใช้อคติในการตัดสิน เพราะทุกคนก็เห็นว่าโจรสลัดสาวแทบเหมือนจะขาดใจตายอยู่ร่อมรอ ซ้ำยังทำท่าจะคว้าปืนขึ้นมาเหมือนคนเสียสติ อาการขนาดนั้นเขาคงไม่นิยามว่า อ่อนๆ แน่


 “ฉะ... ฉันเสียใจ ฉันไม่คิดว่าเธอ... จะอาการหนักขนาดนี้” เลดี้เมลิลินกล่าวขอโทษเสียงสั่นไหว ยังคงมีแววตกใจอยู่ในดวงตากับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น


บาร์ตันต้องลุกขึ้นยืน ระบายลมหายใจเหนื่อยหน่าย ก่อนว่า “ไม่เป็นไรคุณผู้หญิง คุณไม่รู้นี่”


“แล้วสรุปว่าเธอจะช่วยเราไหม” กิลเลี่ยนอดถามอย่างกังวลไม่ได้ เมื่ออยู่ๆ การเจรจาก็ถูกขัดด้วยเหตุการณ์พิลึกเมื่อครู่ ซ้ำเด็กสาวยังเดินหนีออกไปหน้าตาเฉยแล้ว


“พวกคุณก็ต้องออกไปถามเธอเอง” บาร์ตันตอบ แล้วพยักเพยิบหน้าให้เจ้าชายหนุ่มไปยังประตู ก่อนก้าวนำออกไป



กิลเลี่ยน เบรนดอน และเมลิลินต้องเดินไปด้านนอกพร้อมคุณหมอประจำเรือร่างใหญ่ ก่อนเห็นเอนโธนี่เดินวนไปมาอยู่บนดาดฟ้าเรือพร้อมงึมงำอะไรด้วยสีหน้าตึงเครียด ไม่มีลูกเรือคนไหนเข้าไปยุ่งและรอบข้างเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรกับเธอตอนนี้


สภาพต้นหนเรือเจฟฟรี่ย์สคัลดูไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ถ้าให้พวกเขาออกความเห็น กระนั้นเจ้าชายหนุ่มก็ตัดสินใจเดินลงบันไดไปหาเด็กสาว เพื่อหาข้อสรุปเรื่องที่ค้างคาในห้องกัปตันให้จบ


“สรุปว่าเธอจะช่วยเราไหม” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยแทรกการเดินเหมือนหนูติดจันของเอนโธนี่ ซึ่งเจ้าหล่อนก็หันควับกลับมาตะคอกกลับทันที


“อะไร! เธอหยุดฝีเท้า จ้องเขม็งมาอย่างน่ากลัว แล้วสำทับเสียงกร้าวดุไม่เปลี่ยน “เรื่องอะไร!


“ช่วยอาเธอร์” เจ้าชายหนุ่มพยายามใจเย็นตอบไป ไม่คิดว่าชั่วชีวิตต้องมาถูกเด็กสาวตวาดดุใส่หน้า


“อาเธอร์ไหน!


คนฟังต้องเงียบไปนิด แล้วเลิกคิ้วขึ้นสูง อึ้งนิ่งไป พูดไม่ออกครู่หนึ่ง เมื่อเด็กสาวตรงหน้าเหมือนจะลืมทุกเรื่องที่เพิ่งพูดคุยกันในห้องกัปตันหน้าตาเฉย ซ้ำนัยน์ตาสองสีของเธอที่มองเขาก็เหมือนกลับจะถามมาด้วยว่า แกเป็นใคร


รู้สึกอาการช็อกของเธอจะทำให้ลืมอะไรบางเรื่องไป


ได้... เขาต้องยอมรับแล้วว่าเด็กตรงหน้าไม่ปกติจริงๆ นั่นแหละ


“อาเธอร์ เอเรส แบนเดอราสที่สาม พี่ชายเธอ ลูกชายของเลดี้เมลิลินกับท่านดยุคแห่งวาร์เนี่ย ที่หายไปบนเกาะล่องหล” เมื่อไม่รู้ว่าอาการประหลาดๆ พวกนั้นของเอนโธนี่คืออะไร กิลเลี่ยนจึงเลือกจะอธิบายช้าๆ ตามหน้าที่ที่ควรทำ แม้ที่จะยังงงงกับเธอไม่หาย


ซึ่งคนฟังที่กำลังหรี่นัยน์ตาจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องต้องชะงักไปครู่ ก่อนปรายตาไปทางหนึ่ง คล้ายครุ่นคิดตาม และไม่นานหัวคิ้วจึงค่อยๆ คลายปมออก สีหน้าที่เคร่งเครียดดุดันเริ่มกลับมาผ่อนคลาย ขณะค่อยๆ หันกลับมามองเขาอีกครั้งด้วยแววตาที่เหมือนกำลังระลึกอีกว่าเขาเป็นใคร ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเลิกคิ้วขึ้นสูงเหมือนเพิ่งนึกออก แล้วอุทานยานคาง


“อ๋อ” 


คนเป็นเจ้าชายถึงกับต้องลอบถอนหายใจโล่งอก เมื่อเอนโธนี่จำเขาได้อีกครั้ง และกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม จนแทบเป็นละคนกับเมื่อห้านาทีแล้ว


“ได้ ฉันตกลงรับงานนี้” และคำตอบจากเธอรอบนี้ก็ง่ายดาย แสดงชัดว่าเศษชิ้นส่วนของขี้ผึ้งกับภาพเสก็ตของตราสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่เมลิลืนเอาให้เธอดูได้ผล


ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าของพวกนั้นที่ศาสตราจารยแบรดลีย์ไปขุดเจอมาคืออะไร และมีความหมายยังไงกันแน่ แต่ถ้ามันได้ผลนั่นก็มากพอแล้ว เรื่องของเอนโธนี่ ฮอว์กไม่ใช่ปัญหาที่เขาต้องยุ่งเกี่ยว


“ถ้าอย่างงั้นเราจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า...”


“อีกสองสามวันค่อยออกเรือ”


กิลเลี่ยนมุ่นหัวคิ้วพลันกับคำแทรกจากเอนโธนี่


“พวกเราเตรียมสัมภาระไว้พร้อมแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนั้น”


“แต่ฉันจำเป็น” เธอว่า ก่อนยกยิ้มส่งให้ ทว่านัยน์ตากลับไม่ยิ้มตาม ชัดเจนว่านั่นไม่ใช่แค่ประโยคบอกเล่า และอธิบาย “เรือมีคนมากขึ้น เราก็ต้องใช้เสบียง กับเชือกมากขึ้น... เชือกอีกเยอะๆ เลย”


“ฉันไม่คิดว่าแค่ฉันกับเบรนดอนขึ้นเรือ มันจะเกี่ยวกับการใช้เชือก หรือเสบียงสักเท่าไหร่ เรามีสัมภาระเผื่อตัวเองแล้ว” เจ้าชายหนุ่มยังไม่เห็นด้วย และไม่เห็นเหตุจำเป็นที่สำคัญมากจนต้องออกเรือช้าในอีกสองสามวันข้างหน้า และลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลกับเงื่อนไขของโจรสลัดสาว



แต่คนเป็นต้นหนกลับสวนคำถามมาแทนว่า


“นายรู้เรื่องการออกเรือไหมล่ะ”


กิลเลี่ยนเข้าใจคำถามนั่นได้ไม่ยากว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร และมันทำให้เขาต้องจำใจรับตามจริง “... ไม่มาก”


“งั้นก็ควรฟังคนที่รู้เยอะกว่า ฉันบอกว่าเรือจะพร้อมอีกสองสามวัน มันก็แปลว่าอีกสองสามวัน” เด็กสาวสรุปให้ชัดเจน และยังว่าต่ออย่างไม่สนสายตาเคลือบแคลงของเจ้าชายหนุ่ม “ใจเย็นๆ น่าอีกสองอาทิตย์กว่าจะถึงคืนจันทร์เพ็ญ คิดว่าออกเรือเร็วๆ แล้วพระจันทร์มันจะรีบเต็มดวงให้รึไง... อีกอย่างฉันยังต้องศึกษาข้อมูลเพื่อคะเนสถานที่ที่จะได้เจอเกาะนั่นอีก รับรองว่ามันคงไม่อยู่ที่เดิม ไม่อย่างงั้นพวกนายคงเจอไปแล้วใช่ไหม”


เหตุผลข้อสุดท้ายของเด็กสาวไม่น่าไว้ใจตรงหน้าทำให้คนฟังเริ้มคล้อยตาม เขาขมวดคิ้วไตรตรองข้ออ้างของเธอ และเห็นด้วยไม่น้อย แม้จะมีหลายอย่างที่ติดใจ ซึ่งเอนโธนี่ก็ไม่รอให้เจ้าชายหนุ่มได้คิดอะไรเยอะ เธอรีบยกมือสองข้างปัดไล่ แล้วเอ่ย


“เอ๊า ไปสิไป ไปพักผ่อนให้สบาย ห่มผ้าหนาๆ ให้แม่เลี้ยงฉันเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง แล้วรับรองว่านายจะได้ไปหาอาเธอร์แน่นอน.... ฉันสัญญา”


ร่างสูงสง่าที่ถูกไล่เหมือนเด็กเล็กๆ ยังคงย่นหัวคิ้วมองเด็กสาว กระนั้นเมื่อถูกคะยั้นคะยอพร้อมมีคำมั่นสัญญาจากปากเธอตบท้าย เขาก็ยอมเดินออกไปช้าๆ แต่ก็ยังหมุนไปมองเอนโธนี่เป็นพักๆ อย่างระแววระวัง สงสัย ขณะเบรนดอนที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างก็ก้าวเข้ามาไต่ถาม และเดินตามนายของตนไปด้วย


“เชือกเหรอ” บาร์ตันก้าวเข้ามาพิงกราบเรือข้างตัวเอนโธนี แล้วมองตามเจ้าชายหนุ่มกับองค์รักษ์ของเขาที่กำลังเดินลงไปจากเรือ


“ใช่” เอนโธนี่ตอบ และยังจับจ้องสองร่างของแขกสูงศักดิ์ด้วยรอยยิ้มหยันที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ 


“เรามีเสบียงกับเชือกเหลือเฟือแล้ว ส่วนข้อมูลงานวิจัยพ่อเธอ ศึกษาเอาตอนออกเรือก็ได้” หมอประจำเรือยังกล่าวขึ้นต่อ เหมือนเปรยออกมาลอยๆ แต่บางอย่างในน้ำเสียงฟ้องว่าเขาจงใจหยั่งเชิงอีกฝ่าย


ซึ่งเด็กสาวก็เพียงไหวไหล่ขึ้นข้างไม่ยี่หระ “แล้วไง”


“แล้วจะเอาอีกสองสามวันไว้ทำไม”


เอนโธนี่เพียงเหยียดยิ้มที่ดูร้ายกาจมากขึ้นกับคำถาม ก่อนตอบเรียบนิ่ง สายตาไม่ล่ะจากกิลเลี่ยนและเบรนดอน


“ก็เผื่อเวลาให้เราหากำปั่นทองสองหีบ และรีบชิ่งก่อนที่พวกมันจะทันรู้ตัวน่ะสิ” เธอเงยขึ้นไปมองใบหน้าคนตัวใหญ่กว่า บ่งบอกว่าไม่ใช่การล้อเล่น แล้วกล่าวขึ้นใหม่ “ฉันไม่โง่เอาตัวถ่วงแขนถ่วงขาขึ้นเรือหรอกนะ แล้วไอ้ที่สัญญิงสัญญาซะดิบดีมันจะทำได้สักกี่ข้อ แถมไอ้มงกุฏบนผมสีบลูเนตเท่ๆ นั่นมันจะทำฉันเสี่ยงก้าวขึ้นตะแลงแกงมากขึ้นไปอีก... ที่สำคัญ พวกมันพูดความจริงไม่หมด เจ้าชายน้อยของเราน่ะ เป็นจอมตลบแตลงตัวดีเลย”


ตั้งแต่เจ้าชายหนุ่มก้าวมายืนอยู่บนท่าน้ำพร้อมทหารนับสิบชีวิต เธอก็ดูออกแล้วว่าเขาต้องซ่อนเหตุผลจริงๆ บางอย่างในการช่วยเมลิลินหาลูกชาย เพราะไม่อย่างนั้น เขาก็คงไม่ต้องปิดบังใคร และยอมเสี่ยงมาถึงรังโจร ลดเกียรติ์เจ้าชายรัชทายาทมาขอความช่วยเหลือจากอาชญากร เพื่อตามหาสิ่งที่อาจไม่มีจริงแบบนี้


แสดงว่าสิ่งที่เขาหาอยู่มันต้องมีค่ากับเขายิ่งกว่าชีวิต แต่ไม่มีค่าเลยสำหรับคนรอบข้าง ซึ่งเจ้าอาเธอร์ไม่น่าจะมีค่ากับเขาขนาดนั้นแน่ ต่อให้เป็นเชื้อพระวงษ์เหมือนกันก็ตามเถอะ


“แล้วเรื่องลูกชายของแม่เลี้ยงเธอล่ะ” บาร์ตันเปลี่ยนเรื่องถาม


“ถ้ามันเกี่ยวกับไอ้ตราสัญลักษณ์นั่น ฉันไปหาเกาะนั่นแน่... แต่เรื่องช่วยเจ้าอาเธอร์นั่นก็อีกเรื่อง”


คนฟังรู้สึกชัดว่ามันช่างเป็นประโยคไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว แต่ทำได้แค่พยักหน้ารับอย่างชินชา ก่อนถามขึ้นใหม่อย่างเสียไม่ได้


“แล้วไปสัญญาทำไม”


“ก็เพราะฉันจะไม่รักษามันน่ะสิ” เป็นคำตอบง่ายดายราวเป็นเรื่องชวนหัว แบบไม่เกินคาดคิดคนฟังอีก  


ใช่... และใครจะด่าว่าชั่วร้าย เขาก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวให้ต้นหนเรือของตนคนนี้... มันเป็นหนึ่งข้อเสียจากหลายร้อยข้อในตัวเธอที่เขารู้จักดี


เอนโธนีเริ่มบิดขี้เกียจ ยืดสุดแขนเหยียดยาวไปด้านหน้าจนได้ยินเสียงกระดูกข้อต่อลั่น แล้วสลัดศีรษะไปมาเหมือนเตรียมพร้อมทำอะไรสำคัญสักอย่าง พลางว่าขึ้นอย่างอารมณ์ดี


“เอาล่ะ ทีนี้ฉันจะไปพยายามล้วงความลับจากอดีตแม่เลี้ยงแสนดี ให้บอกที่ซ่อนกำปั่นทอง แล้วดึกๆ เราจะมาประชุมกันเรื่อง...”


“แบล็คโจ๊กเกอร์เฟซ!


เสียงตะโกนดังลั่นจากลูกเรือบนรังกาที่เสากระโดง ทำให้เอนโธนีหยุดความคิดของตนฉับพลัน และรีบตวัดตัวกลับไปด้านหลัง คว้ากล้องส่องทางไกลทองเหลือง ในกระบอกใส่แผนที่ข้างเอวขึ้นมา และใช้มันส่องออกไปทันใด


“ห้านาฬิกา!เสียงจากบนหัวตะโกนบอกมาอีก พร้อมในเรือเจฟฟรี่ย์สคัลก็วุ่นวายทันทีที่มีการประกาศชื่อ แบล็คโจ๊กเกอร์เฟซทุกคนรีบวิ่งมาเกาะที่กราบเรือฝั่งที่ติดทะเลมองตรงไปยังทิศทางที่คนบนรังกาบอก


และที่ห่างไปไกลเกือบสองร้อยเมตรกลางมหาสมุทธ คือเรือใบลำใหญ่ที่ตัวเรือทั้งลำเป็นสีดำสนิท หากแต่ใบเรือกลับขาวสะอาดโดดเด่นตัดกับสีเรือชัดเจน บนเสากระโดงที่สูงที่สุดมีธงพื้นสีขาวที่มีหัวกระโหลกใส่หมวกตัวตลกหันข้างสีดำโบกสะบัดอยู่ และเหมือนมันกำลังแล่นตรงมายังเจฟฟรี่ย์สคัล


เอนโธนี่กัดกรามแน่น ใบหน้าที่เคยยิ้มหยันแช่มชื่น เคร่งเครียดขึ้นทันที ความคิดและแผนการที่วางไว่ในหัวว่าจะออกเรือในอีกสองสามวันข้างหน้า หาโอกาสขโมยทองจากเจ้าชายหนุ่ม ต้องเปลี่ยนเป็นตะโกนสั่งทุกคนบนเรือสุดเสียงว่า


“ออกเรือเดี๋ยวนี้!








Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 18 : คำสาป(2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4959 , โพส : 54 , Rating : 69% / 19 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 54 : ความคิดเห็นที่ 1923
ถ้าจะอ้อนวอนให้ไรท์เหนใจ มาเขียนให้จบเรื่อง ต้องทำยังไง t_t
PS.  เพราะคำว่ารัก มันทำให้ฉัน "คิดถึง" เธอ
Name : แสนดี ว๊าวว๊าวว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แสนดี ว๊าวว๊าวว [ IP : 180.183.221.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2561 / 10:25
# 53 : ความคิดเห็นที่ 1748
โอ๊ะ ติดอีกเรื่องแล้วง่าาา >_<
Name : หมาน้อย [ IP : 182.232.39.182 ]

วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:50
# 52 : ความคิดเห็นที่ 1723
เจ้าชายจะไปหาสาวที่หายตัวไปมโนว่าแคทเธอรีน ที่น่าจะคู่กับเจ้าชายต้องสาป ส่วนแอนนี่กะคู่กับเจ้าชายหัวบรูเน็ต
Name : นู๋นก [ IP : 58.9.239.222 ]

วันที่: 10 กันยายน 2558 / 21:12
# 51 : ความคิดเห็นที่ 1685
นางเอกต้องเคยไปที่เกาะนั้นแน่ๆ แล้วไปทำไม แล้วจริงๆนางเอกก็ไม่ได้อายุ 18 ใช่มั้ย อยากให้พระเอกเป็นเจ้าชายปีศาจนั่นแต่ว่าจะโหดไปมั้ยฆ่าผู้หญิงไปตั้งเยอะด้วย ดอ๊ยยยอยากกอ่าน คนเขียนช่วยแยกร่างมานั่งเขียนหลายๆเรื่องไปพร้อมๆกันทีได้มั้ยยย
Name : จิรา [ IP : 210.246.159.247 ]

วันที่: 15 มกราคม 2558 / 15:36
# 50 : ความคิดเห็นที่ 1599
โอ๊ะ สนุกๆ ชอบค่ะ ชอบมากเลยด้วย ><
Name : smile cricri21 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ smile cricri21 [ IP : 1.46.98.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มิถุนายน 2557 / 21:11
# 49 : ความคิดเห็นที่ 1593
สนุกๆๆ ถึงจะยังงงๆกับเนื้อเรื่องอยู่ก็เถอะ หลังจากรอthe last pirate มานาน และก็จะรอต่อไป เรื่องนี้อารมณ์เดียวกับเลนยะจริงๆแหละ
Name : Mido Akane < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mido Akane [ IP : 124.121.236.72 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2557 / 14:39
# 48 : ความคิดเห็นที่ 1570
แอนนี่ สรุปเธออายุ18จริงดิ ...ปมเยอะจริงอะไรจริง แล้วสรุป พระเอกนี่คนไหนกันล่ะเนี่ย กิลเลี่ยน หรือ เจ้าชายต้องสาป
PS.  เปรียบดั่งเมฆาที่ล่องลอยไปตามใจตน...ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไร้กฎเกณฑ์ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว และปกครองทุกสิ่งทุกอย่างจากจุดที่เป็นเอกเทศ
Name : ♣ Minto ♣ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♣ Minto ♣ [ IP : 171.96.109.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 / 23:50
# 46 : ความคิดเห็นที่ 1550
ว่าแต่ แอนนี่อายุเท่าไหร่นะ เรายังหาคำตอบมิได้ 555 ลุ้นๆๆๆๆ
PS.  ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า...เพราะโลกมันกว้าง คนข้างๆจึงสำคัญ
Name : Giftfiiz Oh Ho < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Giftfiiz Oh Ho [ IP : 14.207.182.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 / 11:37
# 45 : ความคิดเห็นที่ 1478
อดีตเกิดอะไรกันแน่ แต่งต่อนะค่ะเรื่องนี้ปมนางเอกคงหนักพอดูเลย ถึงขนาดหายใจไม่ออกอยากอ่านต่อค่ะ
Name : มายด์ [ IP : 124.121.216.45 ]

วันที่: 19 เมษายน 2557 / 17:18
# 44 : ความคิดเห็นที่ 1409
แต่งต่อค่ะ แต่งต่อ ชอบนางเอกสายเอสอ่ะ ฉลาดๆ เจ้าเล่ห์แบบนี้ สุดยอดไปเลออออ
PS.  เจ้าชายคาโล วาเนบลี กล่าวไว้ว่า \"...เคยมีตำนานเล่าถึง...อาทิตย์ไม่เคยดับในดินแดนแห่งน้ำแข็ง ท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด ก็ยังมีดอกเกล็ดหิมะที่ขึ้นงามได้...\"
Name : JCatS::FelionA < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JCatS::FelionA [ IP : 27.55.38.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 เมษายน 2557 / 14:53
# 43 : ความคิดเห็นที่ 1406
หรือเรื่องนี้นางเอกจะกินหญ้าอ่อน? หรือนางเอกจะกินโคแก่ในปราสาททองคำ? ลุ้นๆ รอเปิดบทความเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ^^
PS.  <<อย่าใหเกฎเกณฑ์กำหนดเรา แต่ตัวเราจงเป็นผู้กำหนดมัน>>
Name : om-let < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ om-let [ IP : 180.183.72.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 เมษายน 2557 / 04:17
# 42 : ความคิดเห็นที่ 1323
สนุกมาก ติดตามค่ะ
Name : แฟนพันแท้ [ IP : 49.181.52.124 ]

วันที่: 24 มีนาคม 2557 / 21:17
# 41 : ความคิดเห็นที่ 1169
คนที่มีอายุน้อยที่สุดในเรือคือบาร์ตัน และบาร์ตันอยุปาไป35ปี
แอนนี่ต้องมากกว่านั้น(ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาแต่ไม่ได้ระบุเวลาชัด)
Name : MaDelDoll < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MaDelDoll [ IP : 14.207.90.91 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2557 / 19:48
# 40 : ความคิดเห็นที่ 656
ปริศนาอายุแอนนี่นี่ดูไม่ธรรมดา
PS.  ถ้าคุณถามว่า..ฉันคือใคร? ฉันคงตอบได้ว่า'ฉันก็คือฉัน' และเพราะเป็นฉันที่เอาแต่ใจ ฉันจึงทำได้เพียงเท่านี้ ..คือทำอย่างตั้งใจให้ดีที่สุด
Name : Naruko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Naruko [ IP : 101.108.231.136 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:55
# 39 : ความคิดเห็นที่ 595
ชอบนางเอกสายเอสค่ะ ฉลาดมีเล่ห์เหลี่ยม
Name : peet [ IP : 119.160.211.238 ]

วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:21
# 38 : ความคิดเห็นที่ 593
รอเธอมานานแสนนนนนาน ทรมาน วิญญานหนักหนา~ อัพไวๆนะคะ ตามติดมากๆ
PS.  แด่คนที่รักที่จะไล่ล่าความฝันทุกคน...
Name : ราชินีดอกไม้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ราชินีดอกไม้ [ IP : 58.9.220.231 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:24
# 37 : ความคิดเห็นที่ 592
ชอบมากกกกกเลยคะ
Name : มล มล [ IP : 182.93.210.110 ]

วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:18
# 36 : ความคิดเห็นที่ 589
รออ่านน้ามาอัพด่วนๆ
Name : PunaLatte < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PunaLatte [ IP : 58.8.250.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:05
# 35 : ความคิดเห็นที่ 587
โอเค!!! ออกเรือเลยค่ะพร้อมแล้ว  >.<'
PS.  เจ็บเพราะตัวเองทำ จะไปโทษใคร
Name : o.llUค-ที-เรีย--ซ่าส์.o < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ o.llUค-ที-เรีย--ซ่าส์.o [ IP : 110.164.71.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:21
# 34 : ความคิดเห็นที่ 585
Name : LOSTLADY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LOSTLADY [ IP : 101.108.48.206 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2557 / 21:34
# 33 : ความคิดเห็นที่ 584
สนุกมากๆๆๆ มาขอติดตามด้วยอีกคนนะคะ^^
Name : LOSTLADY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LOSTLADY [ IP : 101.108.48.206 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2557 / 21:34
# 32 : ความคิดเห็นที่ 583
สนุกมากเลยค่ะ รอตอนเต็มอยู่นะคะ

(เดาเรื่องง่ายๆก็ไม่ใช่ B 13 s.t สิ)
Name : 00309 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 00309 [ IP : 182.52.47.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2557 / 14:19
# 31 : ความคิดเห็นที่ 579
กราบล่ะ! แต่งเป็นเรื่องยาวที ชอบมาก ชอบสุดๆ อยากออกทะเลแล้ว *O*
PS.  แสงแห่งความหวังจะเป็นพลังให้เรา
Name : Snowy_Owl < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Snowy_Owl [ IP : 223.205.249.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มกราคม 2557 / 16:43
# 30 : ความคิดเห็นที่ 578
อ๊ากกกกกกกกกกกก พี่แบงค์กลับมาเขียนตอนต่อไปเถอะน้าาาาาาา ~
ทนคลั่ง เอนโธนี่ ฮอว์ก จะไม่ไหวแ้ล้ววว ฟินมากค่ะ สนุกมาก *0*

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มกราคม 2557 / 01:48
Name : Phloxy Foxs < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Phloxy Foxs [ IP : 58.9.128.146 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มกราคม 2557 / 01:46
# 47 : ความคิดเห็นที่ 457
เรื่องที่เราเขียนอยู่ ทีแรก(สามปีก่อน)ให้นางเอกชื่อแอนนามาเรีย เพรสลีย์ ปลอมตัวเป็นผู้ชายชื่อแอนโธนี่ โอ๊คลีย์
ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชื่อแอนนามาเรีย ปาโลโม ชื่อเล่นแอนน์ แล้วก็มีตัวละครแยกออกมาชื่อ แอนโธนี่ ไวท์วู้ด
ฮ่าๆๆๆ โลกกลมดีจัง

PS.  ถ้าเบื่อนิยายแนวตลาดสุดๆ ไม่มีอะไรจะอ่าน ไม่รู้จะอ่านอะไร ลองเรื่องนี้ดูมั๊ย? http://my.dek-d.com/tayataya/writer/view.php?id=772152 แนวอิงประวัติศาสตร์ ข้อมูลแน่นจริง รับประกันได้
Name : มารี ฌานน์ (Marie Jeanne) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มารี ฌานน์ (Marie Jeanne) [ IP : 110.169.219.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 / 13:38
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android