คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บทความผีเข้าของ B 13 s.t

ตอนที่ 19 : ตอนโคตรพิเศษ cubic ภาคคู่ขนาน(110%)(ยังไม่ครบนะ)


     อัพเดท 21 มี.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 99% [ 23 mem(s) ]
This month views : 953 Overall : 179,884
1,977 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2070 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 19 : ตอนโคตรพิเศษ cubic ภาคคู่ขนาน(110%)(ยังไม่ครบนะ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 63877 , โพส : 693 , Rating : 75% / 371 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





            “เซ็นต์ซะ ทุกอย่างจะได้จบ... งานแต่งงานก็ถูกยกเลิกไปนานแล้ว เธอก็รู้”
 

            ถ้อยคำเย็นชาไร้อารมณ์คุ้นหูจากเจ้าของใบหน้าตายด้าน เหมือนลอยผ่านหูเธอไป ไม่ใช่ไม่เข้าใจความหมาย แต่เข้าใจมันดีจนไม่อยากฟังซ้ำซาก

 

            และคงเพราะอาการนิ่งจนเหมือนไร้ชีวิตของเธอ เลยทำให้อีกฝ่ายต้องกระตุ้น ด้วยการเลื่อนใบเอกสารที่อยู่ตรงหน้าพร้อมปากกามาใกล้มากขึ้น พลางสำทับอย่างเฉยชาสมตำแหน่งมือขวาของท่านประธานแห่งฉายหงกรุ๊ป


            “เธอไม่เหลือทางเลือกแล้ว... เซ็นต์หย่ากับคุณหลินซะฤทัยนาค”


            นาคต้องปรายนัยน์ตาสีดำลงมองเอกสารการหย่า ซึ่งในนั้นถูกกรอกชื่อของหลานเซ่อไว้เด่นชัดเรียบร้อยแล้ว... และเด่นชัดจนเหมือนมีอะไรสักอย่างกรีดลงกลางหน้าอกเธอ และต้องเลื่อนนัยน์ตาหนี


            “จำไว้ให้ดีว่าฐานะของเธอจะไร้ตัวตนนับจากนี้ ถึงเธอจะหย่ากับท่านหลินแล้ว แต่ในฐานะที่เธอเป็น CUBIC และรู้ความลับของฉายหงกรุ๊ปมากเกินไป จึงทำให้เราไม่สามารถปล่อยเธอเป็นอิสระได้ เธอห้ามออกนอกฮ่องกง ห้ามหางานที่เราไม่อนุญาตให้ทำ... จะแดนนี่ ทาร์เปีย หรือเดนิส เจมส์ คาเว่นก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้”  


จงซินเว้นคำไปนิด ก่อนปรายนัยน์ตาเฉี่ยวสีดำที่ยังไม่มีความรู้สึกใดลงต่ำ มองหญิงสาวที่ เคยเป็นว่าที่นายหญิงแห่งฉายหงกรุ๊ป ที่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่เหนือโต๊ะยาวอย่างเงียบงัน และเอ่ยต่ออย่างเฉียบเย็น “ถ้าพยายามหนี เธอตาย ถ้าพยายามเล่นงานเรา เธอตาย... และทางเดียวที่เธอจะเป็นอิสระจากเรา ก็คือตาย... หวังว่าคงเข้าใจนะฤทัยนาค”


            นาคไม่ได้มีปฏิกิริยาใดกับเงื่อนไขแสนโหดร้ายนั่น เธอยังคงนั่งนิ่ง นัยน์ตาจับจ้องเพียงใบหย่าตรงหน้า ดูเกือบเหมือนเลื่อนลอย ถ้าไม่มีคำถามแผ่วหวิวมาว่า “แล้วหลานเซ่อ”


            จงซินเงียบไปนิด พลางตอบเนิบช้า “อาจแต่งงาน... กับหยาง ไป๋ซิง”


จบคำ เขาลอบเห็นว่าร่างที่นั่งนิ่งเม้มปากนิด และสะท้านขึ้นวูบหนึ่งทันที หากเขาไม่คิดสนใจ นอกจากอธิบายต่ออย่างเฉยชา “และนับจากนี้สิทธิใดๆ ที่คุณหลินเคยให้เธอจะหมดไป ดังนั้นแม้แต่การถามถึงคุณหลิน เธอก็ไม่มีสิทธิ์”


มือเรียวแข็งแรงเลื่อนใบหย่าตรงหน้ามาใกล้นาคอีกพร้อมสำทับ “เซ็นต์มันซะ... คิดเสียว่าตลอดห้าปีมานี้ มันเป็นแค่ฝันตื่นหนึ่ง และกลับไปใช้ชีวิตแบบที่ เงาควรใช้” 


นาคจ้องมองกระดาษตรงหน้า แต่มันยากเย็นที่จะควบคุมไม่ให้ภาพตรงหน้าสั่นไหว ขณะค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นจับปากกาด้ามสวย  ที่ยามนี้มันหนักจนมือเธอแทบไม่มีแรงขยับ และเริ่มจรดหัวปากกาลงบนช่องเซ็นต์ชื่อ...




                                                              **************************



 

หกปีต่อมา


ฮ่องกง


“พ่อ พ่อ พ่อ พ่อ พ่อ!


เสียงเล็กๆ ที่วิ่งวนอยู่รอบตัว พร้อมแรงสั่นไหวบนพื้นเตียงนุ่มๆ ที่นอนหลับอยู่ทำให้เขาต้องค่อยๆ ปรือนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนขึ้นช้าๆ ก่อนยกมือของตนขึ้นกุมศีรษะข้างหนึ่ง เมื่อความปวดเหมือนหัวจะระเบิดวิ่งวาบขึ้นมาในสมองทันที่ทีตาเริ่มสว่าง


ภาพวุ่นวายมากมายในสมองแล่นวูบวาบขึ้นมา มันรวดเร็ว รุนแรงจนหัวหนักเหมือนถูกทับด้วยก้อนหินใหญ่


และทุกสิ่งที่ฉายในหัวคือภาพเหตุการณ์ของวันแรกที่เขาได้เจอเด็กสาวคนนั้น ตลอดจนรื่องราวที่เกิดขึ้นในระยะเวลาห้าปีหลังจากนั้น ก่อนภาพความทรงจำสุดท้ายในหัวจะมาหยุดชะงักที่แผนหลังของเธอในชุดครุย และกำลังเดินกึ่งวิ่งควงแขนเพื่อนสาวต่างสัญชาติสี่คนหนีเขาไป


ใช่... เขาจำได้ว่านั่นเป็นวันรับปริญญาของนาค เขาอนุญาตให้เธอออกไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นรางวัลหลังเรียนจบ เจ้าแดนนี่ ทาร์เปียก็อยู่ด้วย และเจ้าคนที่กวนใจเขาที่สุดอย่างเดนิส เจมส์ คาเว่นก็ยืนอยู่ไม่ห่าง... ทุกอย่างดูน่าหงุดหงิดไปทันทีที่เจ้าสองคนน้โผล่มาในความทรงจำ


หากก็ยังพอให้อภัยได้ เพราะอีกแค่อาทิตย์เดียว... อีกแค่อาทิตย์เดียว เขาก็จะได้แต่งงานกับฤทัยนาค เขากำลังจะได้แต่งงานกับเธอ...


“พ่อตื่นแล้ว”


เสียงเล็กๆ แสนดีใจของเด็กผู้ชายที่ได้ยินก่อนตื่น ทำให้หลานเซ่อต้องตวัดใบหน้าคมไปมองที่ข้างตัวทันใด ก่อนต้องค้างนิ่งไปชั่วอึดใจ เมื่อคนที่นั่งอยู่ข้างตัวบนเตียงนอนของตน คือร่างเล็กๆ ของเด็กผู้ชายอายุราวสี่ห้าขวบ ใบหน้าจิ้มลิ้ม น่ารักอย่างหาตัวจับยาก มีเคล้าเหมือนเด็กผู้หญิงนิดๆ... และมีเคล้าเหมือนตัวเขาเองสมัยเด็กจนน่าขนลุก


ไม่ผิด... เหมือนเขา แม้นัยน์แววตานั่นจะแตกต่างไปบ้างก็ตาม


นี่มันเรื่องอะไร!


“วันนี้พ่อตื่นสาย แม่เลยให้ผมอยู่ปลุกแทน เพราะแม่อยู่ข้างนอก”


พ่องั้นเหรอ!?


มาเฟียหนึ่งอึ้งตะลึงยิ่งกว่าเดิม กับคำเรียกจากเสียงเด็กชายที่เจื้อนแจ้วได้ขัดแจ๋ว และแม้เขาจะยังงงงวยสับสน และช็อคกับสิ่งที่เกิด หากก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เด็กตรงหน้าก็มีบรรยากาศที่ทำให้เขารู้สึกเอ็นดูนิดๆ อย่างหาสาเหตุไม่ได้


หลานเซ่อต้องขมวดคิ้วยุ่งพยายามนึกถึงเรื่องในอดีต และภาพรถของตนที่ถูกกระแทกสีข้างจนพุ่งลงข้างทางในถนนของชนบทสักที่ก็วาบขึ้นในหัว และหลังจากนั้นเรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลาที่เขาความจำเสื่อมไปก็เริ่มปรากฏขึ้นมาทีละเรื่อง หากมันทิ้งแทงใส่สมองจนทำให้ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะกัดกรามแน่นอย่างทรมาน


และมันเหมือนจะยิ่งทรมาน จนเจ็บหนึบไปถึงในอก เมื่อเรื่องราวมาถึงช่วงที่เขาไม่ยอมรับเรื่องแต่งงานกับนาค จนเธอต้องกลับไปทำงานส่งของอีกครั้ง ก่อนภาพความทรงจำที่ทำให้เพิ่มความเจ็บจนแทบหายใจไม่ออกจะปรากฏขึ้น


ภาพความทรงจำที่ตนกำลังกักร่างเล็กบางไว้ติดผนัง จนแทบโอบกอด และก้มลงเข้าหาเธอคนนั้น เจ้าของใบหน้าสวยหวานราวตุ๊กตาชั้นดี เจ้าของชื่อหยาง ไป๋ซิงที่ตนเลยยื่นคำขาดว่าอย่าได้พบเจอกันอีก... และภาพในหัวก็หยุดนิ่งเพียงเท่านั้น


หยุดนิ่งแค่ตรงเหตุการณ์ที่เขากำลังสัมผัสผู้หญิงคนอื่นอยู่ที่ไม่ใช่นาค


แล้วนาคล่ะ อยู่ไหน! ทำไมเขาอยู่กับหยาง ไป๋ซิงในความทรงจำสุดท้ายนั่น!


เพียงคิดถึงตรงนั้นหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นเร็วขึ้น เขาจำได้แล้วว่าอุบัติเหตุที่อังกฤษทำให้เขาความจำเสื่อม และทำอะไรกับนาคลงไปบ้าง และปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ คือเขากลับมาจำทุกอย่างได้อีกครั้ง ทั้งความทรงจำเก่า และใหม่หลังเกิดอุบัติเหตุประมาณหนึ่งเดือน


ตอนนี้เขากลับมาเป็นคนเดิมแล้ว... แล้วทุกอย่างล่ะ ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม


“เธออายุเทาไหร่” หลานเซ่อก้มลงไปถามเด็กน้อยข้างตัวอย่างหวาดหวั่น และคาดหวัง


“สี่... ห้าขวบ...” เขาลังเล ด้วยความเป็นเด็กเลยไม่รู้แน่ใจว่าจะแยกช่วงอายุของตนยังไง จึงตัดสินใจตอบไปแทนว่า “วันเกิดผมอาทิตย์หน้า”


แสดงว่ากำลังจะห้าขวบ... ผ่านมาห้าหรือไม่ก็หกปีมาแล้วสินะ


คำตอบซื่อๆ จากเสียงสดใสทำให้มาเฟียหนุ่มต้องลอบกลืนน้ำลาย เมื่อความจริงปรากฏว่าหลังภาพความทรงจำสุดท้ายในหัว มันผ่านมาหลายปีแล้ว


แล้วช่วงเวลาหลายปีนั่นมันหายไปไหน ทำไมถึงยังไม่กลับมา มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกอย่างยังเป็นอย่างที่เขาคาดหวังอยู่ใช่ไหม


นาคแต่งงานกับเขา เป็นภรรยาเขาจริงๆ และเด็กข้างตัวเป็นลูกของเขากับเธอ... ใช่ไหม


ความเยือกเย็นที่เคยมีเหมือนจะละลายไปในวินาทีนั่น เมื่อรูปการณ์หลายๆ อย่างมันฟ้องว่าเขาอาจทำบางอย่างที่ผิดพลาดมหันตร์ลงไปแล้ว และความคิดนั้นทำให้ร่างสูงใหญ่ต้องกลั้นใจถามสิ่งที่กลัวคำตอบที่สุด


“เธอเป็น... ลูกฉัน”


“อือ ผมเป็นลูกชายคนโปรดของพ่อเลยล่ะ” เด็กชายตอบกึ่งเล่นกึ่งจริง ดูฉลาดเฉลียวเกินวัย พร้อมยิ้มกว้าง เมื่อคิดว่าคนเป็นพ่อถามเพื่อหยอกล้อเขาเล่น


แม้พอจะรู้อยู้แล้วแต่ก็อดจะใจหายจนเผลอกำมือของตนไม่ได้ ก่อนที่จะถึงคำถามที่สำคัญ และเป็นคำถามที่เขากลัวมากที่สุดในชีวิตตอนนี้


“ใครเป็นแม่...”


ก็อก ก็อก ก็อก!


“คุณพ่อตื่นรึยังจ้ะ”


เสียงเรียกหวานสดใสหลังบานประตู ทำให้มาเฟียหนุ่นหยุดนิ่งราวถูกแช่แข็งไปชั่วอึดใจ และต้องค่อยๆ หมุนใบหน้าคมไปจับจ้องที่บายประตูคู่ของห้องนอน ขณะเด็กชายข้างตัวตอบรับเจ้าของเสียงกลับไปอย่างสดใสไม่แพ้กัน


“พ่อตื่นแล้วครับ!


ร่างสูงใหญ่บนเตียงไม่ทันรู้สึกเลยว่าตนลอบกลืนน้ำลายเหนี่ยวหนืดลงคอ ขณะเอ่ยชื่อเจ้าของเสียงหลังประตูนั่นอย่างยากเย็น


“หยาง... ไป๋ซิง...”



เวลานั้นคนเป็นมาเฟียรู้สึกเหมือนถูกผลักตกจากที่สูง มือสองข้างที่กำกันไว้เย็นเฉียบ พร้อมในอกที่โหวงว่าง กระนั้นความหวังเล็กๆ บางอย่างก็ยังฉุดให้เขาค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงนอน ขณะร่างเล็กๆ ของเด็กชายก็ขว้าหมวกเบสบอลสีขาวลายน้ำเงินมาสวมหัวทุยๆ ของตนพร้อมลูกเบสบอลเก่าๆ ที่มีลายเซ็นต์ของใครบางคนติดมือไป ก่อนวิ่งนำหน้าออกจากห้อง ไม่ได้รู้สึกถึงความอึดอัดคับข้องใจของผู้เป็นพ่อที่อยู่ด้านหลัง


แต่เมื่อจ้องมองหลังเล็กๆ ที่ยังอยู่ในเสื้อนอนแบบชุดหมีลายนักเบสบอลพร้อมหมวกบนศีรษะ บ่งชัดว่าเขาบ้ากีฬาชนิทไหน ซ้ำดูเป็นตัวของตัวเองแบบไม่สนโลก คล่องแคล่ว ซุกซนคล้ายใครบางคน หลานเซ่อก็อดจะเอ่ยถามร่างเล็กๆ ไม่ได้


“เธอชื่ออะไร”


“หยางชุนไง... ผมชื่อหลิน หยางชุน” เด็กชายหันมาตอบ เอียงศีรษะอย่างงงงันเล็กน้อยกับการถูกพ่อตัวเองถามชื่อ แต่ความเป็นเด็กก็ทำให้เขาไม่ใส่ใจมากนัก และออกวิ่งนำหน้าต่อ

หยางชุน... ดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ หรือแสงแห่งการเริ่มต้นสินะ


เป็นชื่อที่ดี... แถมยังเป็นชื่อที่ทำให้เขายิ่งคิดถึงเจ้าเด็กที่เคยเป็นลูกหนี้ตนมากขึ้นไปอีก


บางทีอาจไม่ใช่อย่างที่เขาคิด... บางที นาคอาจอยู่ข้างนอกนั่น แค่มีเสียงของไป๋ซิง ไม่ได้แปลว่าเด็กนั่นจะหายไป แล้วทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดอย่างที่เขากลัว 




หากความหวั่นใจจนใบหน้าคมตึงเครียดกลับหยุดลง เมื่ออยู่ๆ หยางชุนก็ตะโกนออกมาตอนมาถึงห้องโถงกลาง


“ลูกถูกตีออกไปแล้วครับ ไม่มีใครอยู่ที่เบส เขาวิ่งมาที่เบสหนึ่ง” เด็กชายประกาศเสียงดังเหมือนเป็นคนพากษ์การแข่งเบสบอลจริงๆ แล้ววิ่งตรงไปยังโซฟากลางห้อง กระโดดใส่มันแล้วกระโดดลงมาราวตัวเองกำลังวิ่งอยู่ในสนามแข่ง ไม่ได้สนใจว่าจะพลาดตกลงมาบาดเจ็บหรือไม่ ขณะยังพากษ์การแข่งขันต่ออย่างสนุกสนาน “และพุ่งไปที่เบสสอง ลูกยังลอยอยู่บนฟ้า กำลังเข้ามือเลฟฟิลด์ แต่มันกระดอนออก เขาพุ่งผ่านเบสสาม เลฟฟิลด์ยังวิ่งตามลูกอยู่ และจะคว้ามันแล้ว... แต่เขาก็ทะยานเข้าโฮมเป็นที่เรียบร้อย!

 

                ร่างเล็กๆ ในชุดนอนลายนักเบสบอลทำทีเป็นล้มเหมือนวิ่งมาจนหมดแรง แล้วแตะมือกับกรอบประตูของห้องทานอาหาร จินตนาการว่ามันคือโฮม ด้วยท่าทางที่เท่ที่สุดในความคิดตน ก่อนลุกขึ้นและวิ่งเข้าไปในนั้น พร้อมตะโกนปิดท้ายการเล่นเป็นนักเบสบอลของตนว่า


“เป็นการทำแต้มด้วยการวิ่งยาวที่สวยงามที่สุดในฤดูกาลนี้เลยครับ!


หยางชุนเล่นทุกอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนว่าเป็นสิ่งที่เขาทำประจำ ไม่ได้สนสายตาใคร โดยเฉพาะสายตาจากเจ้าของนัยน์ตาสีอ่อนคู่คนกริบที่ต้องเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ มองตามทุกการกระทำของลูกชายตน


ดื้อ... มันเป็นคำแรกที่มาเฟียหนุ่มคิดได้ในวินาทีนั้น และคำที่ตามมาคือช่างจินตนาการ และฉลาด


คงไม่มีเด็กสี่ห้าขวบที่ไหนเข้าใจกติกาเบสบอลขนาดเอามันมาพากษ์เล่นเองได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ และสามารถเล่นกับตัวเองได้สนุกสนานโดยไม่สนสายตาใคร แค่มีโซฟากับความคิดในหัวก็มากพอสำหรับการเล่นอย่างลืมโลกนั่น


และที่สำคัญ แม้หยางชุนจะมีหน้าตาเหมือนตัวเขาในตอนเด็กมาก แต่เด็กชายตรงหน้าไม่เหมือนเขาเลย


เด็กคนนี้มีความสุขกว่าเขาในหลายๆ ด้าน หลายๆ ความหมาย เป็นตัวของตัวเองกว่า มีจินตนาการเหลือเฟือแบบที่เขาไม่เคยมี เป็นเด็กอย่างที่เด็กควรจะเป็น แต่ก็ไม่เหมือนใคร ซ้ำดื้อกว่าเขาหลายเท่า... และให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลายเหมือนความหมายของชื่อเขาเอง


... ดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ  


และมันทำให้ความเครียดในตัวคนเป็นมาเฟียเบาบางลงได้อย่างน่าแปลก ไม่ต่างจากยามที่เขาอยู่ใกล้นาค...


“อรุณสวัสดิ์ครับ”


ร่างสูงสง่าถูกดึงกลับมาเวลาปัจุบันอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงหยางชุนพูดกับใครบางคนในห้องทานอาหาร ก่อนหัวใจเขาจะกลับมาบีบรัด และเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง เมื่อมีเสียงหญิงสาวตอบเด็กชายกลับมา


“อรุณสวัสดิ์จ้ะหยางชุน”


หลานเซ่อต้องก้าวช้าๆ เข้าไปในห้องทานอาหาร ความหวาดกลัวเริ่มแล่นขึ้นมาทั่วร่างช้าๆ  


และเขาถึงกลับต้องกลั้นหายใจ เมื่อก้าวเข้ามาภายใน แล้วไม่พบคนที่ตนหวังจะเห็นอย่างที่คิด ซ้ำสิ่งที่เลวร้ายกว่า คือมีร่างบอบบางของสาวไต้หวัน ที่เวลานี้ดูโตขึ้นกว่าในความทรงจำเขา หากยังดูสวยหวานไม่เปลี่ยน หรืออาจมากกว่าเดิม เดินจัดวางแก้วน้ำบนโต๊ะอาหารอยูแทน ก่อนเธอจะหันมาเห็นเขา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส เป็นกันเองจนเขานิ่งงัน


“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหลิน อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะแล้วค่ะ”


ความเป็นกันเองที่ดูสนิทชิดเชื้อกว่าที่จำได้ ทำให้มาเฟียหนุ่มเหมือนถูกแช่แข็ง ตวัดนัยน์ตามองหยางชุน ก็เห็นว่าเด็กชายดูปกติดี ร่าเริง ไม่ได้ดูผิดแปลกอะไรเมื่อมีสาวไต้หวันอยู่ที่นี่ และกำลังเตรียมอาหารเช้าให้ตนอยู่


“นี่มัน... เรื่องอะไร...” เสียงทุ่มลึกทำได้เพียงกระซิบแผ่วกับตัวเอง ในหัวเริ่มสับสนวุ่นวาย ขณะจุกแนนในลำคอจนรู้สึกแสบร้อนไปถึงหน้าอก


“ผมมาถึงโฮมได้ ตรงนี้เป็นของผมแล้ว” หยางชุนปีนขึ้นมานั่งเกาอี้หัวโต๊ะ แสดงความเป็นเจ้าของ และหันมาหามาเฟียหนุ่ม พร้อมบอก “ส่วนพ่อนั่งนี่ แล้วแม่ก็นั่งตรงนั้น”


ร่างเล็กชี้นิ้วด้านซ้ายขวาของเก้าอี้ว่างคนละฝั่งด้วยรอยยิ้มกว้าง หากคนฟังกลับตะลึงงัน ช็อคกับสิ่งที่ได้ยินเต็มหู


แม่งั้นเหรอ!


ไป๋ซิงเพียงยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กชายกับคำกล่าวนั่น และก้าวมาเชิญร่างสูงใหญ่ที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตู


 “นั่งก่อนค่ะคุณหลิน เดี๋ยว... ว๊าย!


สาวไต้หวันต้องอุทานอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆ มือเรียวแข็งแรงของมาเฟียหนุ่มคว้าหมับที่ข้อมือเธอฉับพลัน เขาบีบมันจนเจ็บไปทั่วท่อนแขน ก่อนจะค่อยๆ ก้มมามองหญิงสาวด้วยนัยน์ตาที่เหมือนกำลังมองสิ่งที่เขาไม่เข้าใจและไม่อยากยอมรับที่สุดในโลก พร้อมคำกระซิบเหี้ยมเย็น


 “ทำไม...” หลานเซ่อบีบข้อมมืออีกฝ่ายแน่นขึ้น สำทับอีกครั้งเสียงหนักกว่าครั้งแรก “ทำไม... เป็นเธอ”


ไป๋ซิงเบ้หน้าด้วยความเจ็บ พยายามแกะแขนตนออกจากมือใหญ่ และละล่ำละลักถามอย่างสับสนงงงวย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่ม “คะ... คุณหลิน... เป็น... อะไร...”


“ทำไมเธออยู่ที่นี่!” คนเป็นมาเฟียว่ากร้าวอย่างที่น้อยครั้งจะทำ พร้อมหัวใจที่กระหน่ำรัวอย่างหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ


“พ่อ... ครับ...” หยางชุนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่บนเก้าอี้ต้องครางเรียกพ่อตนเอง เขาดูงงงัน ผวาและเริ่มองหลานเซ่ออย่างหวาดกลัวขึ้นบ้าง


ชั่วชีวิตของเด็กชายไม่เคยเห็นพ่อเป็นแบบนี้มาก่อน แม้จะดูเย็นชา และดุบ้างในบางครั้ง แต่มันไม่ใช่แบบนี้ ไม่ได้ เหี้ยมเกรียม เย็นเยียบจนน่าขนลุกแบบนี้


ชั่วขณะหนึ่งที่เห็นใบหน้าของเด็กชายที่มองตนเหมือนปีศาจร้าย มันทำให้เขาเกือบใจอ่อน ปล่อยหญิงสาวในมือไป หากความโกรธ ผิดหวัง กลัว สับสนมันมีมากกว่า จนทำให้มาเฟียหนุ่มต้องสะบัดหน้าหนีนัยน์ตาคู่โตสีดำที่จ้องมองมา


“ก็ฉันเป็น...”


“เป็นอะไร” ถามห้วนเฉียบกลับไปก่อนไป๋ซิงจะพูดจบ หากก็รู้ดีว่าที่ทำอย่างนั้นเพราะตนไม่อยากจะฟังคำตอบของไป๋ซิง


ขอร้อง แค่ขอร้อง อย่าให้มันเกิด อย่าให้เรื่องที่เขากลัวเป็นความจริง... อย่าให้เขาต้องสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปเพียงเพราะไอ้เรื่องความจำเสื่อมบ้าๆ นี้


“คะ... คุณหลิน... ปล่อยฉันเถอะค่ะ” ไป๋ซิงพยายามขอร้อง ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจกับการถูกร่างสูงใหญ่คุกคาม และคล้ายจะพูดกันไม่รู้เรื่อง เขาเหมือนคนขาดสติ ขณะเธอพยายามรวบรวมความกล้าถามอย่างใจเย็นที่สุด “คุณเป็นอะไรน่ะ”


“พ่อ...” เด็กชายยังพยายามเรียกพ่อของตนอีกรอบ แม้เสียงจะเบาและเริ่มสั่นเต็มที ขณะบนใบหน้าเล็กๆ ไม่เหลือความร่าเริงสดใสอยู่อีกแล้ว


แต่หลานเซ่อก็ยังถามเสียงเย็นเยียบ ชักหัวคิ้วแน่นกับสาวไต้หวันที่คอยรั้งแขนตนกลับมา แม้จะไม่มีแรงอะไรมาสู้เลย และใบหน้าเรียวเริ่มซีดขาวเหมือนแผ่นกระดาษ  


“มันเกิดอะไรขึ้น” เวลานี้ในหัวของมาเฟียหนุ่มมีอยู่เพียงเรื่องเดียว ขณะรู้สึกว่าตนแทบหายใจไม่ออกกับคำตอบที่ต้องการเวลานี้ “ฤทัย... หย่งไท่อยู่ที่ไหน”


“คุณหลิน... ฉันเจ็บ...” แรงบีบที่มากขึ้นจนเหมือนจะหักแขนเธอ ทำให้ไป๋ซิงต้องประท้วงแทนจะตอบคำถาม และนั่นยิ่งเพิ่มโทสะและความสับสน อึดอัดให้คนที่รอฟังคำตอบมากขึ้นไปอีก


“ฉันถามว่าหย่งไท่อยู่ที่ไหน!” ปรอทอารมณ์ที่เคยควบคุมได้เสนอแทบแตกละเอียด เขาเปลี่ยนจากกำข้อมือเล็กของหญิงสาว มาเป็นจับที่ต้นแขนเธอสองข้าง และบีบคั้นมากกว่าเดิมแทน


ไป๋ซิงยิ่งเจ็บจนน้ำตาปริ่ม ร่างกายเริ่มสั่นเทากับแรงอารมณ์ที่โหมใส่ ขณะเค้นเสียงตอบไป “เธอไปข้างนอก...”


“ไปไหน!” ตวาดแทรกอย่างคนที่สติใกล้ขาดผึ่ง ลืมสิ้นถึงแรงตนทีบดแน่นบนต้นแขนเรียวของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนย้ำเสียงดังจนทุกคนในนั้นต้องขนลุกซู่ “เด็กนั่นอยู่ไหน!


“หลานเซ่อ...”


!?”


ทุกอย่างในห้องทานอาหารราวถูกหยุดเวลาไว้ฉับพลัน เมื่อเสียงๆ หนึ่งเอ่ยเรียกชื่อคนที่กำลังกราดเกรี้ยวจนไม่ได้สนใจสิ่งใด


เหนืออื่นใดที่ทำให้หลานเซ่อหยุดนิ่งเหมือนรูปปั้นล่อปูนในวินาทีนั้น ไม่ใช่เพราะชื่อตนที่ถูกเรียก หากแต่เป็นเสียงเรียกของ เธอที่เขาจำได้ดีเสมอไม่เคยลืม


และเมื่อนัยน์ตาคู่สีอ่อนค่อยๆ ปรายกลับไปมองที่กรอบประตูทางเข้าห้องทานอาหาร ลมหายใจเขาก็สะดุดไปชั่วอึดใจ พร้อมตะลึงค้างกับร่างของใครบางคนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตรงนั้น


แม้เธอจะดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ผมยาวสีดำไม่ได้มัดรวบไว้ แต่ถูกตัดมาเหลือแค่ประบ่า ใบหน้าที่แทบไม่เคยมีเครื่องสำอาง เวลานี้เหมือนจะถูกแต่งแต้มสีอ่อนๆ เหมือนแต่งตามกาละเทศะมากกว่าเอาสวยงาม แต่ยังดูเป็นเธอ ทั้งบรรยากาศ สายตา ท่าทาง


แต่ความรู้สึกมากมายที่ตีรวนในร่างกลับทำให้ตนเรียกชื่ออีกฝ่ายได้แค่ในใจ


... นาค


“ฉันพลาดอะไรไปรึเปล่า” นาคที่เวลานี้หรี่นัยน์ตาสีดำมองคนสองคนตรงหน้าต้องว่าขึ้น ก่อนค่อยๆ วางข้าวของในมือมากมายที่คล้ายจะเพิ่งซื้อมาลงพื้นข้างตัว


แต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นเคลียร์อะไรกับสถานการณ์ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคน ก็ก้าวมายืนอยู่ข้างตัวนาค และมองมาเฟียหนุ่มกับสาวไต้หวันตาโต จนเกือบเหมือนแสร้งตกใจ พร้อมคำพูดคำจาที่เป็นเอกลักษณ์กวนอารมณ์ไม่เปลี่ยน


“ว้าว ฉากเด็ด ประทับใจ... เล่นกันซะกลางวันแสกๆ เลย”  


“แดนนี่... ทาร์เปีย...” หลานเซ่อชักหัวคิ้วชนกันอีกครั้งยามเน้นชื่อของชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันที่โผล่มาอยู่ในห้องชุดหรูหราของเขาได้ ซ้ำนัยน์ตาสีเทานั่นยังเจ้าเล่ห์และน่าหงุดหงิดไม่เคยเปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว


แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลานเซ่อร่วงวูบลงแทบเท้าอีกครั้ง ไม่ใช่แดน ที่เวลานี้ดูคมเข้มกว่าเก่า อาจด้วยหนวดเคราบางๆ รอบปากนั่น และบรรยากาศที่มีความเป็นงานเป็นการขึ้นเล็กน้อย หากแต่เป็นเด็กผู้หญิงในอกเขา


เด็กผู้หญิงอายุประมาณขวบหรือน้อยกว่านั้นแค่เดือนสองเดือนที่ชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันอุ้มไว้กับอกแกร่งด้วยมือข้างเดียว แม้เธอจะซ่อนหน้าเล็กๆ กับบ่ากว้างของแดนเหมือนว่ากำลังหลับอยู่ แต่เรือนผมดูนุ่มนิ่มมัดแกระสองข้างที่เป็นสีน้ำตาลเหลือบทอง เหมือนจะบอกได้ดีว่าเด็กหญิงตัวน้อยนั่นมีเชื้อสายของคนตะวันตกแน่นอน


ยิ่งเวลานี้ร่างสูงใหญ่ของแดนยืนอุ่มเด็กอยู่ข้างนาคด้วยแล้ว...


อย่าบอกว่านาคกับเจ้าบ้านั่น...


“แม่ครับ!”  




หยางชุนร้องลั่นด้วยเสียงที่คล้ายจะร้องไห้เต็มที ก่อนกระโดดลงจากเก้าอี้ด้วยสีหน้าตื่นๆ ขณะวิ่งผ่านตัวหลานเซ่อและไป๋ซิงไป และพุ่งกอดหมับที่เอวของนาคอย่างรวดเร็ว พร้อมซุกหน้ากับท้องเธออย่างหาที่พึ่ง

แม่!?


           คนเป็นมาเฟียนิ่งอึ้งไปทันใด รู้สึกเหมือนถูกคอนปอนด์ทุบเข้ากลางกระโหลกอย่างจังกับภาพที่เห็นตรงหน้า พร้อมมือสองข้างก็ต้องปล่อยไหล่ของไป๋ซิงออกโดยอัตโนมัติ ก่อนความกระอักกระอ่วนบางอย่างจะเริ่มเข้ามาแทนที่ความกราดเกรี้ยว


            และหยางชุนที่กอดคนที่ตนเรียกว่า แม่อยู่ ยิ่งย้ำถึงความผิดพลาดใหญ่หลวงของของมาเฟียหนุ่มด้วยการปรายตามองเขาอย่างหวาดๆ ขณะเอ่ยฟ้องนาคว่า


“พ่อเป็นอะไรไม่รู้ ตะคอกน้าไป๋ซิงด้วย”


น้าไป๋ซิง!?


ถ้อยคำของเด็กชายดังก้องในหัวเจ้าของนัยน์ตาสีอ่อน ความสับสนหวาดกลัวในตอนแรกเริ่มกลายเป็นความอึ้งตะลึงจนทำได้แค่ยืนนิ่ง และจ้องตรงไปยังนาคกับหยางชุน ซึ่งนาคก็ยังยืนมองเขาอย่างมีคำถามผสมงงงันกลับมาเช่นกัน


และเธอยังไม่ทันได้ก้มไปเอ่ยกับลูกชายตัวเอง เสียงจากชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันกลับแทรกตอบมาแทนรวดเร็วว่า


“เขาเรียกว่านอกใจไอ้หนู”


เด็กชายได้แต่เงยหน้ามองแดน มุ่นหัวคิ้ว  ไม่เข้าใจคำว่า นอกใจแปลว่าอะไร  แต่นาคกลับต้องตวัดหน้าไปมองเพื่อนตนเอง แล้วอ้าปากค้างนิดๆ อย่างทั้งตำหนิทั้งไม่เชื่อว่าเขาจะตอบเด็กสี่ขวบแบบนั้น หากแดนกลับทำหน้าเหมือนไม่รู้รื่อง ขณะหญิงสาวอีกคนที่ถูกตั้งข้อหากลับรีบร้องแย้งอย่างลนลานแทนทันที


“ไม่ใช่นะคะ!” ไป๋ซิงรีบหันไปมองที่นาค แล้วสายหัวปฏิเสธเป็นพัลวัน ดูทั้งตกใจ ทั้งกลัวจนหน้าแดงก่ำ “ฉะ... ฉันขอโทษ แต่มันไม่ได้มีอะไร คุณหลินเขาถามหาเธอ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้นจริงๆ นะ”


นาคอดระบายลมหายอย่างสงสารสาวไต้หวันไม่ได้กับท่าทางตื่นกลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมานั่น เพราะมันคงตลกที่มาเฟียหนุ่มจะคิดทำอะไรหญิงสาวกลางวันแสกๆ และต่อหน้าเด็ก ซ้ำเด็กที่ว่ายังเป็นลูกตัวเองด้วย ที่สำคัญเธอคิดว่าตนมั่นใจในตัวหลานเซ่อมากพอ และสถานการณ์ตรงหน้ามันก็ดูจะประหลาดเกินกว่าเป็นเรื่องนอกใจ  


“ไม่เป็นไร คงแค่เข้าใจผิดกัน ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้เธอเดือดร้อน” นาคว่า ขณะสังเกตหลานเซ่อ แล้วรู้สึกว่าเขายังคงมองเธอด้วยสายตาที่สับสน คาดหวัง และค้างนิ่งราวถูกแช่แข็ง ความเยือกเย็นนิ่งสงบที่มีเหมือนจะหายไป


ใช่ วันนี้เขาดูไม่เหมือนทุกทีจริงๆ แต่เธอยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร


“งะ... งั้น...ฉันขอตัวกลับก่อน... ขอโทษนะคะ” ไป๋ซิงขอตัวอย่างเก้ๆ กังๆ และงึมงำขอโทษเป็นครั้งสุดท้ายกับมาเฟียหนุ่มที่ยังยืนนิ่งมองไปยังภรรยาตัวเอง แม้เป็นฝ่ายที่ต้องเจ็บตัว แต่รู้สึกว่าควรขอโทษไปก่อนเพราะเหมือนตนจะทำเรื่องเข้าใจผิดครั้งใหญ่ลงไปแล้ว ก่อนคว้ากระเป๋าสะพายบนเคาร์ทเตอร์บาร์ เพื่อออกไปให้สถานการณ์คลายตัวขึ้น


แต่เหมือนคนที่ยังไม่ยอมให้สถานการณ์คลายจะเป็นชายหน่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกัน เมื่อเขากระซิบข้างตัวนาคทั้นทีที่ลับหลังสาวไต้หวันว่า


“ฉันบอกแล้วว่าอย่าฝากปลาย่างไว้กับแมว”


คำยุแยงจากแดนทำเอานาคต้องระบายลมหายใจอีกรอบ แล้วกรอกตาขึ้นข้างบนอย่างเบื่อหน่าย พยายามไม่ใส่ใจ และก้มหน้าไปมองหยางชุน ที่เงยหน้ามองเธออยู่ก่อนแล้ว


“แม่... ครับ...” เขาครางแผ่วออกมาด้วยสีหน้าที่ยังมีรอยหวาดหวั่นกับสิ่งที่เพิ่งเกิด


ท่าทางที่ยังดูกลัวอยูของลูกชาย ทำให้นาคต้องลงไปนั่งย่องๆ ยิ้มให้เขา และปลอบว่า


“พ่อเขาคงแค่ยังไม่ตื่นเท่าไหร่น่ะ” เธอหาข้อแก้ตัวให้คนเป็นสามีอย่างไม่ติดขัด พลางถอดหมวกเบสบอลบนหัวทุยๆ ของลูกชายออก และสวมเปลี่ยนด้านให้ปีกหมวกไปด้านหลังแทน ทำให้เด็กชายดูทะมัดทะแมงและซุกซนกว่าเดิม ซึ่งเธอทำแบบนี้เสมอเมื่อจะเล่นเป็นเพื่อนเขา หรือมีเรื่องสนุกให้เขาเล่น ก่อนเสนอขึ้นใหม่


“ทำไมลูกไม่ไปหากล่องสี่เหลี่ยม ที่มีกระดาษห่อลายลูกเบสบอล...”


“ของขวัญ!” หยางชุนตะโกนออกมาอย่างดีใจ ความกลัวหายไปแทบจะทันทีเมื่อได้ยินคำว่ากล่องกับกระดาษห่อ


คนเป็นแม่ต้องหลุดรอยขบขันที่มุมปากกับปฏิกิริยาของลูกชาย  และความสำเร็จที่ตนเปลี่ยนเรื่องอื่นให้เขาสนใจได้


“อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่” นาคไหวไหล่ขึ้นนิดอย่างไว้ท่า ว่าเสียงขี้เล่น ก่อนกระซับหมวกบนหัวเด็กชายเหมือนเป็นสัญญาณให้เขาเตรียมตัว และกล่าวขึ้นต่อ “ถ้าไม่ลองหาดูก่อนจะรู้ได้ไงจริงไหม... คิดสิว่ามันน่าจะซ่อนอยู่ที่ไหน”


“ห้องผมเหรอ” เด็กชายทายอย่างตื่นเต้น


“แม่คิดว่ามันจะอยู่ในที่ที่ลูกอยากเจอมัน” เธอทิ้งปริศนาเล็กๆ ให้หยางชุน พร้อมยิ้มด้วยเลสนัยนิดๆ ให้เขาลุ้นกับสิ่งที่ต้องหามากขึ้น ก่อนเพิ่มความสนุกด้วยเงื่อนไขใหม่ “เอางี้ เล่นเกมส์กัน ลูกแข่งกับแม่ ถ้าลูกหากล่องเจอ แล้วเอามันไปซ่อนที่อื่นต่อพร้อมตัวลูกเองได้ โดยแม่หาลูกไม่เจอก่อนมื้อกลางวัน แม่จะให้เปิดกล่องวันนี้ได้เลย แต่ถ้าลูกแพ้ ลูกต้องเปิดกล่องนั่นอาทิตย์หน้า ในวันเกิดลูกทีเดียว... โอเคไหม”


“เฟิงอิ่งด้วยไหม” หยางชุนถาม และมองไปยังเด็กหญิงตัวเล็กในอกแดน


“แม่ว่าน้องคงอยากเล่น ถ้าไม่ได้หลับอยู่” นาคจำต้องปฏิเสธเมื่อลูกสาวคนเล็กของเธอยังหลับสนิท และเปลี่ยนเรื่องมาถามหยางชุนอย่างสนุกสนานแทน “ที่นี่พร้อมวิ่งเข้าโฮมรึยังหนุ่มน้อย”


“อือๆ” หยางชุนพยักหน้ารัวๆ เท้าสองข้างเริ่มยืนอยู่นิ่งๆ ไม่ได้


“ดี งั้นแม่จะต่อให้ก่อนห้านาที... ซ่อนให้มิดล่ะ”


สิ้นคำ เด็กชายก็วิ่งออกไปทันที ไม่รอฟังอะไรนอกจากนั้นอีก ขณะที่นาคเพิ่งคิดบางสิ่งออก แล้วต้องตะโกนไล่หลังเตือนเขาว่า “โอ๊ะ แล้วก็อย่าเอา แดนนี่ไปซ่อนด้วยนะ”


ชายสูงใหญ่ข้างตัวนาคต้องก้มมองนาคทันทีที่สิ้นคำเติอนของเธอ ก่อนถามสีหน้ายุ่ง


“แดนนี่ไหน”


“มันเป็นชื่อเต่าของหยางชุน เขาเลี้ยงมันไว้ในตู้ปลาในห้องเขา... นายคงไม่อยากให้ลูกตัวเองทรมานสัตว์ด้วยการอุ้มมันวิ่งร่อนไปทั่วบ้านใช่ไหม” นาคตอบง่ายๆ พร้อมลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ไม่ได้สนใจประเด็นว่าชื่อเต่าที่ว่า มันดันมาชื่อเดียวกับเพื่อนตนเอง


“แล้วทำไมเต่าของลูกเธอต้องชื่อเหมือนฉัน” แดนถามเสียงฉุน เมื่ออยู่ๆ ชื่อตัวเองกลายเป็นชื่อสัตว์เลี้ยงของลูกชายคนข้างตัวเสียเฉยๆ


“เพราะนายขับรถเต่าประจำ หยางชุนเลยเห็นว่า เต่าเท่ากับแดน เขาเลยตั้งชื่อเต่าเขาว่าแดนนี่” นาคยังว่าเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเช่นเคย พร้อมเสริม “ฉันว่าเด็กทุกคนนีสิทธิ์ตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงตัวแรกของตัวเองได้เต็มที่”


“แต่ไม่ใช่ชื่อเพื่อนเธอ อีกอย่างรถเต่ามันคือเต่าทอง ไม่ใช่เต่าเฉยๆ รู้ไว้ซะด้วย” แดนโวยรัวเร็วทันที และยิ่มหงุดหงิดกับท่าทางของเพื่อนตนที่ไม่ได้สนใจเรื่องเดือดร้อนเขา ซ้ำว่าไปคนละเรื่องหน้าตาเฉย


เขาไม่ได้สนว่าไอ้เต่านั่นจะถูกทรมาน หรือเด็กทุกคนควรตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงด้วยตัวเองหรอกนะ


“จะเต่าทองหรือเต่าเฉยๆ มันก็ทรงเดียวกันอยู่ดี... อีกอย่างหยางชุนก็ติดชื่อนี้ไปแล้ว” เธอโต้ราบเรียบ ก่อนหันกลับไปมองยังมาเฟียหนุ่ม และรู้ดีว่าตนต้องเคลียร์เรื่องที่เพิ่งเกิดกับเขา


การที่เธอให้หยางชุนออกไปหากล่องของขวัญ นั่นก็เพื่อเธอจะได้คุยกับสามีตนได้ง่ายขึ้นด้วย


 “แดน กลับโรงแรมนายไปก่อนได้ไหม” เธอหันไปขอเพื่อนข้างตัวอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งเขาก็กรอกตาขึ้นอย่างเบื่อหน่ายชัดเจน กระนั่นก็ยอมส่งเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลทองในอกตนให้นาคอุ้มแทน


แต่พอจะหนุมตัวออกไปเขาก็ไม่วายทิ้งท้ายเสียงขุ่นว่า


          “บอกให้ลูกเธอเปลี่ยนชื่อเต่าซะใหม่ด้วยนะ”

 



นาคได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของแดน บ่งชัดอารมณ์เขาห่างออกไป ก่อนมันจะเบาลงเรื่อยๆ หลังเสียงประตูห้องโถงถูกปิดลง ปล่อยให้เวลานี้เหลือเธอกับลูกสาวที่อุ้มอยู่กับอก และร่างสูงสง่าของหลานเซ่อที่ยังยืนนิ่งมองเธอไม่ขยับ 


นาคต้องเม้มปากนิด ก่อนตัดสินใจเปิดบทสนทนา


“โอเค... เกิดอะไรขึ้น”





เธอจ้องนิ่งยังนัยน์ตาคู่คมสีอ่อนพร้อมเลิกคิ้วขึ้นข้างอย่างต้องการคำตอบจากเขา หากแถนคำตอบกลับเป็นใบหน้าคมที่ยังหรี่นัยน์ตามองมาด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พร้อมคำถามที่ขาดความมั่นใจอย่างไม่สมเป็นเขานัก


“เธอ... เป็นภรรยาฉัน”  


“... โอ... เค...” นาคต้องครางออกมาช้าๆ หลังอึ้งค้างไปครู ก่อนว่าขึ้นใหม่ด้วยท่าทางที่ยังงงงัน “ฉันว่ามีปัญหาจริงๆ แล้วล่ะ”


เธอจำต้องหมุนตัวไปวางร่างเล็กๆ ในอกลงนอนต่อกับโซฟาตรงมุมห้อง และนั่นเป็นครั้งแรกที่หลานเซ่อได้เห็นหน้าเล็กๆ ของเด็กหญิงเรือนผมสีน้ำตาลอ่อน ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง พร้อมความรู้สึก เมื่อเด็กหญิงบนโซฟาที่นาคกำลังจัดท่นอนให้ มีใบหน้าที่แทบไม่ต่างจากหยางชุน และที่แน่นอนที่สุดคือคล้ายเขา


แต่เธอกลับมีความเป็นตะวันตกกว่า อาจเพราะอายุยังน้อย แม้จะเป็นแค่ลูกเสี้ยว เลยทำให้ทั้งผิว สีผมแทบไม่ต่างจากเด็กตะวันตกทั่วไป มีเพียงใบหน้าเล็กๆ ที่มีความเป็นเอเชียอยู่บ้างบางมุม แต่ไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่เห็น


และชื่อ เฟิงอิ่ง นั่น ก็เหมือนจะบอกอยู่กลายๆ ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เธอเป็นลูกของใครกันแน่ เมื่อ เฟิงอิ่ง มีความหมายว่า เงาของสายลม


ทั้ง หยางชุน และ เฟิงอิ่ง ดูเหมือนเป็นชื่อที่มีความหมายเกี่ยวกับตัวนาคทั้งหมด... ใช่... เขาน่าจะรู้


นาคหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าร่างสูงสง่าอีกครั้ง หลังจัดการกับลูกสาวเรียบร้อย และพร้อมรับมือกับอะไรก็แล้วแต่ที่ดูผิดปกติที่สุดในวันนี้


หากยังไม่ทันได้ก้าวไปหาคนตรงหน้า คนเป็นมาเฟียกลับก้าวเข้ามาแทน และนาคต้องนิ่งอึ้งไปทันทีในวินาทีนั้น เมื่อร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าหาอกกว้าง ก่อนจะถูกวงแขนแข็งแรงรัดตรึงไว้อย่างรวดเร็ว ราวกลัวว่าเธอจะหายไป


นาคค้างนิ่งไปกับปฏิกิริยาของคนเป็นสามี งงงวยว่าทำไม่อยู่ๆ เขาถึงเดินเข้ามากอด ซ้ำรัดแน่นจนเจ็บนิดๆ อาการแทบไม่ต่างจากครั้งเมื่อแปดปีก่อน ตอนยังอยู่ที่คฤหาสน์คาเว่น ที่เธอเห็นว่าหลานเซ่อกำลังยืนนิ่งอยู่ในห้องแม่ของตน... วันนั้นเมื่อเขาหันกลับมาเห็นเธอ มาเฟียหนุ่มก็พุ่งเข้ามาฉุดตัวเธอไปกอดไว้แน่นไม่ต่างจากวันนี้


มันมีทั้งความโหยหา หวานกลัว และอ้างว้าง ผสมปนเปกัน


เป็นความเปราะบางอย่างที่เขาแทบไม่แสดงให้เห็น หากแต่ไม่รู้ทำไมวันนี้เขาถึงแสดงมันออกมา


และยังไม่ทันที่นาคจะได้เอ่ยถามสาเหตุอาการของมาเฟียหนุ่ม เสียงทุ้มลึกก็สวนคำถามขึ้นก่อน


“ทำไมไม่อยู่ที่นี่” เป็นคำถามที่เหมือนทั้งตำหนิ ดุ และเจือด้วยความตัดพ้อ อย่างที่คนฟังอดใจหายนิดๆ ไม่ได้


“เอ่อ... ฉันบอกนายไปตั้งหลายวันก่อนแล้ว ว่าวันนี้ต้องออกไปซื้อของสำหรับวันเกิดลูก” นาคตอบช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่ยังไม่เข้าใจนัก เมื่อจำได้ดีว่าเธอบอกเขาไปแล้ว และมันก็เป็นแบบนี้ทุกปี เขาไม่น่าจะไม่รู้


หากหลานเซ่อก็ยังคงถามเฉียบเหนือศีรษะเธอ


“งั้นทำไมหยาง ไป๋ซิงอยู่ที่นี่”


“ก็สามีเธอทำงานอยู่ที่นี่”


คราวนี้คนเป็นมาเฟียเป็นฝ่ายต้องชะงักไป และยอมคลายอ้อมกอดจากหญิงสาว เพื่อก้มไปจ้องตาเธอ ให้แน่ใจว่าตนฟังไม่ผิด ก่อนถามย้ำ


“ว่าไงนะ”


นาคเพียงไหวไหล่ขึ้นข้าง ด้วยสีหน้าเหมือนจะถามเขากลับว่า นายก็น่ารู้ไม่ใช่เหรอแต่สุดท้ายก็ตอบไปตามหน้าที่ของคนถูกถาม


“ก็ไป๋ซิงแต่งงานกับหัวหน้าแผนกบุคคลที่บริษัทนาย น่าจะเจอกันครั้งแรกตอนที่นายจับตัวเธอมาอีกครั้งเมื่อหกปีที่แล้ว” เธอเล่า “เธอย้ายมาฮ่องกงสามปีแล้ว หลังจากนั้นฉันกับเธอก็สนิทกันมากขึ้น หลังๆ เธอก็มาที่นี่บ่อย แล้ววันนี้ฉันเห็นว่านายไม่ยอมตื่น แล้วเธอมาเยี่ยมพอดี เพราะจะเอาของวัญมาให้หยางชุน ฉันเลยฝากให้เธออยู่ช่วย เพราะไม่อยากทิ้งลูกไว้คนเดียว... ก็แค่นั้น”


“แล้วแดนนี่ ทาร์เปีย”


“หลานเซ่อ อีกสองวันเป็นงานฉลองวันครบรอบก่อตั้งฉายหงกรุ๊ป แดนมาในฐานะตัวแทนหุ่นส่วน วันนี้หมอนั่นเพิ่งบินมาถึง เลยให้ฉันไปรับ... นายก็รู้นี่... หรือไม่...” นาคเริ่มไม่มั่นใจมากขึ้น เมื่อมองนัยน์ตาคมของคนตัวใหญ่กว่าตรงหน้า แล้วเห็นชัดว่าเขาดูไม่รู้อะไรเลยจริงๆ


ซึ่งคำตอบที่เธอสงสัยในหัวก็เฉลยแทบจะทันที เมื่อมาเฟียหนุ่มเอ่ยคำถามใหม่ขึ้นอีกครั้งว่า


“หกปีที่ผ่านมา... เกิดอะไรขึ้น”


นาคยืนตะลึกไปครู่ทันใด จ้องมองใบหน้าคมค้างนิ่ง ก่อนอุทานอย่างสียไม่ได้ว่า “โอ้ ฉันต้องโทรหาหมอแล้ว”





                                                         ********************************



 

             จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย หรืออะไรนาคก็อธิบายไม่ถูก เมื่อหมอประจำตัวมาเฟียหนุ่มถูกเรียกมาตรวจอาการของเขาถึงห้อง แล้วได้คำตอบสรุปว่า ความจำเขาก่อนจะแต่งงานกับเธอ กลับมาแล้ว แต่ปัญหาคือ ความจำหลังแต่งงานกลับหายไปแทน แต่กระนั้นหมอก็บอกว่ามันก็แค่เพราะสมองช็อคไปกับการรับข้อมูลใหม่ ที่เข้ามาอย่างมหาศาล กะทันหันในทีเดียว เลยทำให้สมองรับไม่ทัน ความทรงจำใหม่จึงเหมือนถูกความทรงจำเก่าทับอยู่


            ใช่ ทับอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แต่เหมือนโดนของเก่าที่กลับมากดทับไว้ ให้เวลาอีกหน่อย ความทรงจำใหม่ถึงจะเริ่มหลอมรวมกับของเก่า และจะค่อยๆ จำได้ทุกอย่างเอง ทั้งก่อนแต่งงานและหลังแต่งงาน เพราะหลานเซ่อยังจำความทรงจำใหม่มาได้จนถึงช่วงหนึ่ง ซึ่งแสดงว่าความทรงจำใหม่ไม่ได้หายไปไหนแน่นอน ไม่มีอะไรต้องห่วง แค่ให้เธอค่อยช่วยเขาระลึกความทรงจำส่วนนั้นเท่านั้น


มาเฟียหนุ่มได้เข้ามาอาบน้ำ จัดการตัวเองหลังพูดคุยกับหมอประจำตัวของตน มันเหมือนเป็นการเรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง  พร้อมความรู้สึกใหม่ที่มาแทนที่ความโหวงว่างในใจได้อย่างสมบรูณ์ ซ้ำอาจเต็มล้นจนแทบทะลักออกมา


เพราะเวลานี้ ไม่ว่าจะจำเรื่องเมื่อหกปีที่ผ่านมาได้หรือไม่ มันก็ไม่สำคัญเท่ากับที่รู้ว่า... เขายังเลือกเธอ


ยังเป็นฤทัยนาค เป็นเจ้าลูกหนี้ผิดฝ่าผิดตัวที่ตัวเขาปราถนาที่สุด แม้จะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอก็ตาม


จะว่าภูมิใจกับตัวเอง หรือต้องขอบคุณตัวเองดีกันแน่ เพราะมันเป็นการบ่งบอกชัดว่า ไม่ว่ายังไงคนที่เขาจะรักได้ก็มีแค่นาคคนเดียวจริงๆ


            ซ้ำที่ทำให้คนเย็นชาไม่อาจหุบรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากลงได้ คือเจ้าตัวเล็กๆ สองคน ที่เหมือนของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตเขา ของขวัญที่เขาไม่เคยมีมาก่อน ของขวัญที่เกิดจากเขาและนาค...


            ก็อก ก็อก ก็อก!


            เสียงเคาะที่ประตูกระจกสีขุ่นของห้องน้ำ ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง สมส่วน ใต้ฝักบัวต้องหมุนศีรษะกลับไปมองเล็กน้อย ก่อนได้ยินเสียงคุ้นหูของคนที่กำลังนึกถึงอยู่


            นาค...


            “หลานเซ่อ ดีขึ้นไหม จะให้เตรียมอะไรเพิ่มรึเปล่า...”


            คลืด



          นาคต้องสะดุ้ง ถอยตัวออกมานิด เมื่ออยู่ๆ ประตูกระจกสีขุนก็ถูกเลือนออกมาแทนคำตอบ พร้อมร่างสูงสง่าของคนเป็นสามีในเสื้อคลุมอาบน้ำ  พร้อมผมสีอ่อนเปียกลู่มาตามลาดไหล่กว้าง ซึ่งนาคอดออกความเห็นไม่ได้ว่ามันทำให้เขาดูดีขึ้นและเซ็กซี่อีกโขเลย   


            ปกติเธอก็ไม่ค่อยสังเกตหรอกนะ แต่อาจเพาะวันนี้รู้ว่าเขามีบางอย่างผิดปกติกว่าทุกวัน เธอเลยเพิ่งเห็นว่าแม้เขาจะอายุปาไปใกล้สี่สิบอีกไม่กี่ปี แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาแทบเหมือนหยุดเวลาอยู่ที่สามสิบกว่า และที่แย่กว่าและทำให้เธออิจฉานิดๆ คือ ดูเหมือนพวกผู้ชายเนี่ย ยิ่งอายุมาก ยิ่งดูดีขึ้น โดยเฉพาะหลานเซ่อ ดูจะยิ่งมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ


            “ไม่เป็นไร... ดีขึ้นแล้ว” มาเฟียหนุ่มว่าเสียงทุ้มลึก ขณะนาคต้องเงยไปมอง พร้อมพยักหน้ายิ้มรับคำง่ายๆ ทันที


            และอาจเพราะแบบนั้น อาจเพราะรอยยิ้มคุ้นเคยนั่น คนเป็นมาเฟียจึงเลือนมือขึ้นลูบที่ซีกแก้มด้านหนึ่งของเธอด้วยความรู้สึกโหยหา และอดจะก้มศีรษะเข้าหาใบหน้าธรรมดาของคนตรงหน้าไม่ได้ หากยังไม่ทันจะสัมผัสความอุ่นนุ่มจากคนอ่อนวัยกว่าอย่างที่คิด เสียงกระแอมจากนาคกลับดังขึ้นขัด พร้อมคำเรียกสติที่ติดจะลำบากใจนิดๆ ว่า


            “เอ่อ... หลานเซ่อ”  


            มาเฟียหนุ่มต้องชะงักร่างไปนิด ก่อนปรายตาไปด้านข้างตามสายตานาค และถึงเห็นว่า นอกจากตอนนี้จะมีพวกเขาสองคนแล้ว ยังมีเจ้าของนัยน์ตาโตสีดำสนิทจากเด็กหญิงผมสีอ่อนที่กำลังจ้องมองพวกเขามาเขม็ง อยู่ในวงแขนนาคข้างหนึ่ง


            เพราะมัวแต่สนใจนาค เขาถึงไม่ทันเห็นว่าเธออุ้มเฟิงอิ่งมาด้วย ซ้ำเด็กน้อยยังตื่นเต็มตาแล้ว


            การมีลูกเป็นเรื่องที่ดี... แต่เขาก็ต้องยอมรับว่ามีข้อเสียบ้างนิดๆ หน่อยๆ ล่ะนะ


            ร่างสูงสง่ายอมเงยตัว ผละจากภรรยาตน เมื่อเวลานี้คงไม่เหมาะนัก แต่เมื่อเห็นใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาวที่ยังจ้องมา คนเป็นมาเฟียก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า


            “ขออุ้มเธอ... ได้ไหน” เจ้าพ่อใหญ่แห่งฮ่องกงดูลังเลไม่มั่นคงนักกับคำขอนั่น ซึ่งมันคงไม่แปลก แม้นาคจะแอบขบขันนิดๆ เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องที่จะชินง่ายๆ เมื่ออยู่ๆ ตื่นขึ้นมา แล้วปรากฏว่ามีลูกโผล่ขึ้นมาถึงสองคน


            การจะให้กลายเป็นคุณพ่อแสนอบอุ่นทันที ทั้งที่ชีวิตถือปืน และล้อมรอบด้วยศัตรูมาตลอด คงไม่ใช่เรื่อง่ายๆ ยิ่งเขาไม่มีความทรงจำช่วงหลังแต่งงานหกปีก่อน ก็คงต้องเริ่มเรียนรู้กันใหม่


            “ดีเลย ฉันจะไปหาหยางชุน” นาคอุ้มเฟิ่งอิ่งให้มาเฟียหนุ่มรับแทบจะทันที ก่อนก้มดูนาฬิกาข้อมือแล้วว่า “จะเที่ยงแล้ว ยังไม่ได้เริ่มเลย ฉันไม่เคยแพ้เกมนี้นะจะบอกให้...”


            “เฟิงอิ่ง”


            นาคล่ะจากข้อมือตนมามองใบหน้าคมของหลานเซ่อเมื่อเขาเอ่ยแทรกขึ้น ใบหน้าหล่อเหลามุ่นหัวคิ้วเรียวขึ้นมองเธอกลับ พร้อมถามขึ้นใหม่อีกครั้ง “ใครตั้ง”


            “นาย” นาคตอบ และสำทับด้วยรอยยิ้มมุมปาก “นายตั้งชื่อให้ลูกทั้งคู่”


            เป็นความรู้สึกดีอย่างน่าประหลาดที่ได้ยินคำตอบนั้น และยิ่งเมื่อร่างเล็กๆ ซุกตัวเขาหาอกเขาอย่างคุ้นเคย มันยิ่งทำให้เหมือนตนไม่พลาดอะไรเลย แม้คามทรงจำจะกลับมาไม่ครบ  


เขาอาจยังรับมือไม่ถูกนักกับพวกเด็ก เพราะเหมือนอยู่ๆ ตนก็มีลูก ทั้งที่เหมือนเมื่อวานเขายังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องยอมรับว่าในความประหม่านั่น มันมีความรู้สึกเต็มอิ่ม และคุ่มค่ากับการมีชีวิตอยู่มาถึงเวลานี้ กระนั้นก็จำต้องทักขึ้นเมื่อก้มมองยังศีรษะทุยๆ ที่ผูกแกละของลูกสาว


            “ผมเธอสีอ่อน ตอนแรกนึกว่าเป็นลูกของ...”


            “แดน” นาคเอ่ยอย่างรู้ทัน เมื่อพอจะเดาสีหน้าเขาออก ก่อนกล่าวอธิบายต่ออย่างไม่ถือสาข้อสงสัยของคนเป็นสามี “เอาจริงๆ ตอนหยางชุนเกิดใหม่ๆ สีผมก็แบบนี้ แต่พอโตขึ้นหน่อยสีก็เข้มขึ้น พวกเด็กลูกครึ่งหรือลูกเสี้ยวมักจะอออกไปทางตะวันตกจ๋าๆ ตอนเด็ก แต่พอโตก็จะออกไปทางเอเชียเอง... ตอนนายเด็กๆ ก็น่ารักเป็นตุ๊กตากระเบื้องเลยไม่ใช่รึไง”


            คำย้อนเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ จากคนเป็นถรรยา ทำให้หลานเซ่อต้องลอบระบายลมหายใจ และหงุดหงิดนิดๆ ตอนนึกถึงเรื่องที่นาคมีรูปสมัยเขาเด็กๆ เก็บไว้


            ซึ่งนาคก็ไหวไหล่ เอ่ยขึ้มใหม่เรื่องแดนว่า


            “อีกอย่างฉันว่า แดนก็ไม่รักเด็กมากพอที่จะอยากแต่งงานมีลูกหรอก”


            แน่นอนล่ะที่เธอมั่นใจจะพูดแบบนั้น เพราะมันเคยมีช่วงที่เฟิงอิ่งเพิ่งได้หกเดือน และเจอแดนเป็นครั้งแรก เพราะเขาถือวิสาสะมาเยี่ยมเธอ(แบบไม่บอกใครล่วงหน้าเลย) และเธอก็ดันประมาทฝากเด็กหญิงไว้ให้อยู่กับเพื่อนชาวคิวบาอเมริกัน เพื่อไปเตรียมของว่างที่แดนร้องหาทันทีในฐานะแขก(ไม่ได้รับเชิญ)


            ตอนแรกชายหนุ่มย่นหัวคิ้วมองเด็กตัวเล็กๆ ที่มองเขากลับบนโซฟาตัวใหญ่ด้านข้างตัวเอง แล้วหันกลับไปนั่งสบายๆ อีกครั้ง ไม่ได้สนใจดวงตาโตๆ ที่มองตามของเฟิงอิ่ง และขณะรอคนมาเสริฟน้ำกับขนมให้ เขาก็แก้เบื่อด้วยการผิวปากเล่น


            “ปิ้ว!  


            ร่างสูงใหญ่ต้องชะงักการกระทำ เมื่ออยู่ๆ ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากข้างตัว แล้วเห็นว่าเฟิ่งอิ่งยังนั่งมองหน้าเขาอยู่ และนั่นทำให้แดนเริ่มนึกสนุก ลองผิวปากใส่เด็กน้อยอีก


            “ปิ้ว” และเป็นอย่างที่คิด เมื่อเธอทำท่าผิวปากตามเขา แม้เสียงที่ออกมาจะแปลกๆ เหมือนพ่นลมออกมาทีเดียว ไม่ได้เป็นเพลงหรืออะไรที่มีจังหวะ แต่นั่นก็แน่นอนว่า เธอพยายามเลียนแบบเขา


            ซึ่งชายหนุ่มลูกครึ่งคิวบาอเมริกันเหมือนยิ่งสนุก เมื่อเห็นเด็กตรงหน้าเลียนแบบตน และลองผิวปากเล่นอีกครั้ง


            “ปิ้ว”


            และเฟิ่งอิ่งก็ทำตามอย่างที่คาด จนชายหนุ่มหัวเราะออกมาด้วยความสนุกสนาน เหมือนได้เล่นกับของเล่นชิ้นใหม่ ก่อนตะโกนมาบอกนาคที่เพิ้งเดินเข้ามาว่า


“ลูกเธอโคตรฉลาดเลยนาค... เห็นแล้วทำให้ฉันอยากเลี้ยงหมาสักตัว”


การเห็นลูกคนอื่น แสดงความฉลาด แล้วอยากเลี้ยงหมา มันคงไม่ใช่การบ่งบอกว่าคนคนนั้นรักเด็กสักเท่าไหร่


และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำให้แดนยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน และคงยังเป็นโสดไปอีกนาน 












**********************************
คุยกับผู้เขียน 30%

ความจริงไม่ได้อยากเอามาเขียนต่อนะเรื่องนี้ แต่มีน้องนักอ่านที่ทำแฟนเพจเขาขอมาว่าขออะไรเกี่ยวกับคิวบิกหน่อยสักนิด คล้ายๆ เป็นเซอร์วิส(แต่ขออภัยที่ผมอาจไม่ได้ทำให้ตามกำหนดนะครับ) จะอะไรก็ได้ พอดีผมมีไอเดียนี้มา คิดเล่นๆ ในหัวก่อนหน้านี้แล้ว(คิดเฉยๆ ตามประสาเขียนนิยายเสร็จแล้วยังอยากลองอะไรต่อ แต่ไม่คิดจะเขียนจริง) เลยลองเขียนเล่นๆ ดู คิดว่าแค่บทเดียวก็จบครับ ไม่ยาว เป็นคิวบิกแบบภาคคู่ขนานแบบไม่มีสาระอะไรสำคัญ ขั้นเวลารอเนียร์(บอกตรงๆ ว่ามังกรทำผมหัวตันตลอดเลย 555+ แต่ละบทเค้นยากมาก) เลยเอามันมาแก้ขัดไปก่อน แล้วจะเอาลงต่อให้ครบร้อยนะครับ 


******************************

คุยกับผู้เขียน 35%

เพิ่มอีกหน่อยให้ใจชื้นขึ้นเพราะเห็นหลายคนยังสอบอยู่ 555+ ขออภัยที่ตัดแบบนั้นนะครับ ผมลืมไปว่ามีหลายท่านอยู่ในช่วงสอบ(จริงจังนะเนี่ย) และอย่างที่บอกว่าบทนี้มันไม่มีสาระอะไร จบในบทเดียว ดังนั้นบทเดียวผมจะใส่อะไรได้หนักหนาจริงไหม(งงสิ ว่าหมายถึงอะไร) เอาว่าลองกลับไปนึกๆ กันให้ดีว่าช่วงบทโคตรพิเศษเริ่ม มันเริ่มที่เนื้อหาหลังจากที่นาคกลับมาฮ่องกงหนึ่งเดือนและกำลังต้องเซ็นต์ใบหย่า แล้วลองนึกดูว่าช่วงนั้นหลานเซ่อรู้สึกยังไงกับนาคแล้วบ้าง(ในภาคพิเศษของไพนอล) ก็จะได้คำตอบว่าผมจะดราม่าหรือไม่ดราม่าเองครับ  


*****************

คุยกับผู้เขียน 80%

เอามาลงก่อนเพราะรู้สึกว่าบทโคตรพิเศษนี้คงจะเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ 555+


********************

คุยกับผู้เขียน 110%

นี่ก็ยังไม่จบนะครับ 555+ แอบจบไม่ลง เพราะความจริงหลังเฉลยว่าหลานเซ่อคิดไปเองรึเปล่า ฝันไหม ทำไมไป๋ซิงอยู่ที่นี่ แดนมายังไงไปแล้ว ก็คือจะจบตรงไหนเมื่อไหร่ก็ได้เลย แต่กลัวห้วนไป เลยยังไม่รู้ว่าจะไปจบที่จุดไหนดี ยิ่งมีคนขอหวานๆ ยิ่งไม่รู้ว่าจะไปใส่หวานตรงไหน 555+ ถึงเฮียจะแต่งกับนาคแล้ว ความหวานมันก็ระดับเดิมๆ นี่แหละครับ ไม่รู้จะให้หวานไปกว่าในภาคไฟนอยยังไงแล้ว ซ้ำมีลูกมาอีก คงหาช่วงหวานยากอยู่ คาแรกเตอร์เฮียกับนาคก็ไม่ได้จะพากันหวานได้ขนาดนั้น

ยังไงครั้งหน้าคิดว่ามาจบได้ทีเดียวแล้วล่ะ ไม่งั้นติดแหง็กไปปั่นมังกรต่อไม่ได้ หากมันไม่หวานตามต้องการต้องขออภัยนะครับ และขออภัยว่าอาจดูงานดิบไปนิดหนึ่ง เพราะเร่งปั่นไปหน่อย 






Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บทความผีเข้าของ B 13 s.t ตอนที่ 19 : ตอนโคตรพิเศษ cubic ภาคคู่ขนาน(110%)(ยังไม่ครบนะ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 63877 , โพส : 693 , Rating : 75% / 371 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
# 693 : ความคิดเห็นที่ 1975
รอแล้วรอเล่า...เฝ้าแต่รอ...และจะรอตลอดไปปปปป
#รอทุกลมหายใจ
Name : Read... [ IP : 171.5.250.126 ]

วันที่: 31 พฤษภาคม 2562 / 18:14
# 692 : ความคิดเห็นที่ 1974
เรารอตอนนี้ ต่อจากอันนี้... ลงไปกลิ้ง จาเอาๆ
PS.  นิยายคุณถ้าสนุก เราพร้อมรับวาดให้ฟรี ขอค่าตอบแทนเป็นนิยายของคุณ (ติดต่อข้อความลับค่ะ!!)
Name : keykie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ keykie [ IP : 184.22.86.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2562 / 00:01
# 691 : ความคิดเห็นที่ 1973
รออยู่เสมออออ สู้ๆค่า
Name : YisTheBEST < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YisTheBEST [ IP : 119.76.153.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 / 15:53
# 690 : ความคิดเห็นที่ 1971
รออยู่เสมอค่ะ รักนิยายเรื่องนี้มาก
Name : อิงค์ [ IP : 223.205.248.199 ]

วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 / 18:37
# 689 : ความคิดเห็นที่ 1970
รออยู่นะคะ
PS.  มาเป็นเพื่อนกันนะ ทักมาได้ เราขี้เหงามากกกกก 55+
Name : Kidz_za < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kidz_za [ IP : 124.122.127.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2562 / 16:27
# 688 : ความคิดเห็นที่ 1968
ยังรออยู่เหมือนเดิม
Name : Jam [ IP : 58.11.4.13 ]

วันที่: 18 เมษายน 2562 / 23:34
# 687 : ความคิดเห็นที่ 1959
ยังรออยู่นะคะ
Name : กันนนนนน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กันนนนนน [ IP : 101.51.210.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มกราคม 2562 / 14:55
# 686 : ความคิดเห็นที่ 1954
รออยู่ด้วยคน ฮ่าๆ
Name : penquin.s < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ penquin.s [ IP : 27.145.136.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ธันวาคม 2561 / 13:51
# 685 : ความคิดเห็นที่ 1952
ฉันก้อยังรออยู่ 5555
Name : Nisakarn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nisakarn [ IP : 119.76.33.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ธันวาคม 2561 / 00:27
# 684 : ความคิดเห็นที่ 1937
อ่าน 4 เล่มจบ แล้วก็วนมาอ่านในนี้ กลับไปวนอ่าน 4 เล่มใหม่ ก็จะวนลูปประมาณ 555+
คิดถึงนะ แบบเหมือนได้กับไปนั่งคุยกะเพื่อนสนิท
Name : wanlaym < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wanlaym [ IP : 27.55.194.82 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2561 / 21:18
# 683 : ความคิดเห็นที่ 1936
ยังรออยู่นะคะ^^
Name : MOO1012 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MOO1012 [ IP : 171.97.47.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2561 / 20:31
# 682 : ความคิดเห็นที่ 1926
รอนะคะ
Name : Nisakarn < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nisakarn [ IP : 124.120.116.82 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กรกฎาคม 2561 / 08:12
# 681 : ความคิดเห็นที่ 1919
ยังรอและติดตามอยู่นะคะ ชอบมากกกกก นานแค่ไหนก็จะรอ มาต่อด่วนๆเลยค่าา
Name : ็HHMBYY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ็HHMBYY [ IP : 184.22.110.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2561 / 23:15
# 680 : ความคิดเห็นที่ 1906
กลับมาต่ออีกนะคะรออยู่ อยากให้มีภาคต่อด้วย
Name : อิงค์ [ IP : 49.229.115.86 ]

วันที่: 6 เมษายน 2561 / 10:22
# 679 : ความคิดเห็นที่ 1893
รอ..ชั้นรอเทออยู่ มาอัพได้แล้วน้าาาา เค้าอยากอ่านแล้วอ่า
รอมานานมากๆละน้า มาต่อได้แล้วค่า คิดถึงใจจะขาดอยากอ่านนนนนน
Name : Nooji [ IP : 103.26.23.245 ]

วันที่: 10 มีนาคม 2561 / 14:08
# 678 : ความคิดเห็นที่ 1846
มาต่อได้แล้วค่า ครั้งสุดท้ายที่อัพนี่จะ3ปีแร้ว T T จากท่อข้ามาดูวันละครั้ง เป็น3วันครัง
และอาทิตย์ละครั้ง เป็นเดือนละครั้ง ที่มาทวงไม่ใช่อะไร เป็นแฟนนิยายเรื่องนี้จริง
พอรู้ว่ามีต่อถึงจะแค่นิดเดียวก็ชื่นใน นิยายที่ซื้อก็มี2ชุด เก็บชุดหนึ่ง อ่านจนเยินแล้วเยินอีกชุด
ไปๆมาๆที่เก็บดันโดยปลวกกินซะงั้น ช้ำจริงๆ
Name : namwan [ IP : 184.22.47.87 ]

วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:22
# 677 : ความคิดเห็นที่ 1845
ค้างนานจัง5555 มาต่อได้แล้วค่าาา คิดถึงคิวบิก
Name : KnAtommY < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KnAtommY [ IP : 223.24.62.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2561 / 21:43
# 676 : ความคิดเห็นที่ 1844
คิดถึงนาคจัง. อยากให้แต่งรุ่นลูกของนาคจังเลยค่ะ. -/\-
Name : GuiTar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GuiTar [ IP : 14.207.233.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2561 / 13:54
# 675 : ความคิดเห็นที่ 1842
คิดถึง นาค และหลานเซ่อมากๆ ค่ะ
เป็นนิยายที่อ่านหลายรอบมากๆ รักจริงๆ
Name : A-Arun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ A-Arun [ IP : 184.22.247.225 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ธันวาคม 2560 / 20:57
# 674 : ความคิดเห็นที่ 1839
เข้ามาดูทุกเดือน ก็อ่านใหม่ทุกครั้ง ช่วยมาต่ออีกได้ไหมคะ
Name : naphak4258 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ naphak4258 [ IP : 184.22.216.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2560 / 11:59
# 673 : ความคิดเห็นที่ 1838
คิดถึงเสมอนะคิวบิก เริ่มอ่านตั้งแต่ภาคแรกลงในเว็บแค่ไม่กี่ตอนกดดูทุกชั่วโมงชอบมาก ชอบบรรยากาศ และความรู้สึกที่หลานเซอกับนาคอยู่ด้วยกัน อยากให้มีภาคต่อมัน ๆ ขอแบบหลานเซอหึงนาคเยอะ อิอิ
ปล.เมื่อไรจะมาลงภาคพิเศษต่อให้จบคะ รักนิยายเรื่องนี้มา
Name : อิงค์ [ IP : 103.26.23.217 ]

วันที่: 30 ตุลาคม 2560 / 01:05
# 672 : ความคิดเห็นที่ 1836
ยังคิดถึง cubic เสมออออ อยากให้ต่อจนจบจังเลยค่า
PS.  LOVE Lycan Family ขอให้ทุกวันของทุกคนมีแต่ความสุขนะคะ LOOK ON THE BRIGHT SIDE
Name : ChomPuu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ChomPuu [ IP : 178.153.45.143 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2560 / 19:31
# 671 : ความคิดเห็นที่ 1835
ยังรอเรื่องนี้เสมอ มีความฟินกับคู่นี้มาก คิดถึง
Name : meii < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ meii [ IP : 58.9.133.123 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2560 / 03:44
# 670 : ความคิดเห็นที่ 1831
น่ารักจริงๆ ลูกชายนิสัยเหมือนแม่เลยนะ อยากอ่านต่อจัง ไรท์กลับมาเขียนเร็วๆนะคะ
Name : Masile < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Masile [ IP : 110.168.228.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กรกฎาคม 2560 / 21:59
# 669 : ความคิดเห็นที่ 1821
กลับมาอ่านกี่รอบๆ ก็ยังฟิน ไม่จบยังฟิน ถ้าจบจะฟินขนาดไหนน๊อ รอต่อไป ^^
Name : Pauline_Saengthong < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pauline_Saengthong [ IP : 49.49.238.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2560 / 09:29
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android