RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 7 : Let the สืบสวน begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 พ.ย. 62

--Downey--

"ถ้าตรวจสอบลายนิ้วมือมันไม่ได้ก็ดูปืนสิว่ามีลายนิ้วมือมันอยู่ไหม"

เห้อ...เพราะงี้ไงผมถึงได้มองว่าพวกตำรวจมันโง่


"ได้กลิ่นยางไหม้อ่อนๆไหม? มันสวมถุงมือยางเพื่อปกปิดลายนิ้วมือ"

หัวกับมือระเบิดเละเป็นโจ๊กขนาดนี้ มันคงโง่ทิ้งลายนิ้วมือไว้กับปืนหรอก คิดออกมาได้ เฮงซวย! 

ผมด่าหมอนั่นในใจ ตำรวจนั่นชักสีหน้าใส่อย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเขาโดนแย้ง ผมหยิบถุงมือขึ้นมาสวมแล้วชี้ไปที่เศษยางไหม้เปื้อนคราบเลือดตรงแถวๆมือที่เละเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าหมอนี่สวมถุงมือยางจริงๆก่อนเข้าไปตรวจสอบสภาพปืน


 

"มันไม่ใช่การจัดฉาก ผู้ตายเป็นคนยิงจริงๆ ปืนยังร้อนๆอยู่ ตรงบริเวณก็นี้ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือร่องรอยการลากศพมาวางไว้บนที่เกิดเหตุเลย"


 

"หึ คุณจะบอกว่าเขาลอบฆ่าคุณไม่สำเร็จแล้วก็ระเบิดหัวระเบิดมือตัวเองทิ้งเหรอ?"

แม้จะเป็นแค่คำพูดประชดประชันแต่ผมคิดแบบนั้นจริงๆ....บางทีคนที่ลงมือสังหารผมอาจจะถูกบังคับ พอทำไม่สำเร็จเขาโดนระเบิดมือและหัวทิ้ง นี่เป็นเพียงการสันนิษฐาน อาจจะไม่จริงก็ได้


 

"ก็เป็นไปได้นะ"


 

"...."

โอ้ แม่สาวน้อย...ตำรวจคนนั้นคงจะหมั่นไส้ผมน่าดู แต่ผมก็ชินแล้วล่ะที่โดนหมั่นไส้ 

เมื่อคว้าน้ำเหลวผมจึงดูสภาพเสื้อผ้าที่ศพใส่แทน ผู้ตายสวมเสื้อยืดโง่ๆกับกางเกงยีนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษเลย ให้ตายสิมีอะไรที่สืบค้นได้บ้างนะ?


"....!" ท่าทางผมไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้น ในกระเป๋ากางเกงผู้ตายมีหมากฝรั่งสตรอเบอร์รี่อยู่กับเงินเล็กน้อย จากสภาพของหมากฝรั่ง มันจะพึ่งกินไปได้ชิ้นนึง ดูจากความยับของกระดาษห่อเหมือนจะพึ่งซื้อวันนี้เอง "อีแวนส์..." ผมเรียกเขามาก่อนวางห่อหมากฝรั่งลงที่เดิมแล้วใช้มือถือถ่ายรูปหมากฝรั่งเอาไว้ "ที่นี่มีร้านขายของใกล้ๆไหมฉันหิวน้ำ"


 

"ในเวลาแบบนี้เนี้ยนะ!? อะไรของแกเนี้ยดาวนี่ย์!!"

คุณตำรวจที่ผมไม่รู้จักชื่อเริ่มโวยวายเมื่ออยู่ๆผมก็จะทิ้งงาน แต่ใครสนล่ะ ถุงมือยางที่ผมสวมอยู่ถูกโยนให้ตำรวจคนนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก


 

"นายดูจะฝีมือดีฉันเลยไม่อยากรบกวนเวลานายทำงาน ไปล่ะ :)"

หลังกวนบาทาหมอนั่นเสร็จผมจุงมืออีแวนส์ออกมาจากที่เกิดเหตุ ปกติสุภาพบุรุษอย่างหมวดอีแวนส์คงต่อว่าผมที่ไปกวนฝีตีนหมอนั่นแล้วแต่ครั้งนี้เขากลับไม่ว่าอะไรแถมยังออกมากับผมอย่างเต็มใจอีก ทำตัวเป็นเด็กดีผิดปกติแฮะ


 

"นายไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยสินะ แม้แต่ใบหน้าหรือลายนิ้วมือ"

โอ้ว้าว...อ่านใจผมได้รึไง?


 

"...พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก" ผมให้อีแวนส์ดูรูปหมากฝรั่งที่ถ่ายมาได้ "ฉันเจอมันในกระเป๋ากางเกงศพ ดูเหมือนเขาจะพึ่งซื้อหมากฝรั่งนี่มาจากแถวๆนี้ ลองไปถามจากร้านขายของใกล้ๆดูอาจจะรู้ก็ได้"


 

"นายไม่เป็นไรแล้วนะ"


 

"....?"


 

"ก่อนที่พวกตำรวจจะมาถึง...นายดูกลัวๆ ไม่เป็นไรแล้วแน่นะ?"


 

"นั่นเป็นสาเหตุที่นายไม่ขัดใจฉันรึเปล่า"


 

"....ใช่"

หึ...น่ารักดี ผมเลิกคิ้ว แม้จะรู้สึกดีที่เขาใส่ใจแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ควรสนในตอนนี้


 

"สืบเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนเถอะเรื่องอื่นไว้คุยกันทีหลัง"


 

--Tom--

ขอบคุณพระเจ้า ผมหางานใหม่ได้ซักทีอาจจะเป็นแค่งานทำความสะอาดเล็กๆในร้านอาหารแต่เดี๋ยวคงได้ทำมากขึ้นเอง ดูพื้นที่แล้ว ที่ทำงานใหม่ไม่ได้อยู่ใกล้บริษัทของดร.ดูมหรือโรงบาลของหมอแปลกเลย ปลอดภัยแน่นอน เริ่มงานพรุ่งนี้ส่วนวันนี้ ผมขอลองซ้อมกล้องจุลทรรศน์ที่ได้จากเควนตินหน่อย


 

"...."

ยังไม่ทันได้จับมันแยกส่วนผมก็เห็นแล้วว่ามันพังตรงไหน...มันไม่ได้พังแค่จุดเดียวนะ ทั้งคอนเดนเซอร์ ปุ่มปรับภาพหยาบ ไหนจะหลอดไฟด้วย สาเหตุนี้สินะถึงได้ทิ้งมันถ้าจะซ้อมก็คงต้องเสียเงินเพราะต้องการอุปกรณ์ดังนั้นจับมันแยกส่วนแล้วเอามันมาประกอบเป็นอย่างอื่นน่าจะดีกว่า

จะว่าไปส่วนของเลนส์มันยังสภาพดีอยู่นี่o_O งั้นผมก็มีอะไรให้เล่นแล้วล่ะ...

กล้องจุลทรรศน์ถูกจับแยกส่วนผมคีบเลนกล้องออกมาใช้แล้วหยิบกระจกเงาออกมานอกบ้านเพราะของแบบนี้ถ้าทดลองในบ้านเดี๋ยวไฟไหม้ได้และผมต้องการแดดด้วย กระจกเงาถูกใช้เป็นตัวทำให้แสงหักผ่านเลนกล้องจุลทรรศน์ 

เคยให้แสงอาทิตย์ผ่านแว่นขยายเพื่อจุดไฟไหม? นั่นแหละมันทำงานคล้ายๆกันแต่เลนกล้องจุลทรรศน์มันขยายได้มากกว่าแว่นขยายมันจึงจุดไฟได้เร็วว่า มาดูกันว่ามากแค่ไหน

กระจกเง่าหักเหแสงผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์ผมเล็งแสงที่คล้ายเลเซอร์ไปที่ใบไม้แห้งแล้วเริ่มนับเลขในใจ 1 2 3 4...

พรึบ!

4วิไฟก็ติดแล้วo_O! หลังได้ผลการทดลองผมรีบดับไฟที่ใบไม้แห้งนั่นแล้วหยิบปากกาด้ามนึงมาวางไว้แถวๆหน้าต่างห้องครัวก่อนเข้าไปดัดแปลงเครื่องมือนี่ให้มันง่ายต่อการใช้งาน หน้าตามันเหมือนปืนเลเซอร์แต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีแสงอาทิตย์เท่านั้น ด้านหลังมีช่องให้แสงอาทิตย์เข้าไปโดยมีกระจกเงาเป็นตัวหักเหของแสงอยู่ ถ้าใช้ดีๆเลเซอร์แสงอาทิตย์นี่เผาคนได้เลยนะ


 

ป๊อก!


 

"ว่าไง...ไรอั้น"

ผมกล่าวทักทายเขา เพราะได้ยินเสียงปากกาที่วางไว้ตรงหน้าต่างห้องครัวหล่นลงมาในขณะที่เริ่มเก็บกวาดเครื่องมือที่ไม่ได้ใช้


 

"ใครวางปากกาไว้ตรงนี้เนี้ย!?"

ไรอั้นปีนเข้ามาพร้อมบ่นอย่างหัวเสีย... หึ ผมตั้งใจวางปากกาดักเขาเองแหละ ครั้งที่แล้วหมอนี่ฝีเท้าเบามากจนสามารถฉกมือถือผมไปได้ ผมเลยหาอะไรมาแก้ทาง แม้จะเป็นวิธีโง่ๆแต่ไรอั้นคงปีนหน้าต่างบานนั้นบ่อยจนชินและไม่ทันได้สังเกต


 

"...."


 

"ให้ตายสิ...บางทีความฉลาดเป็นกรดของนายมันก็ทำให้นายดูไม่น่ารักนะ:("


 

"ถูกต้อง"

ผมตอบแค่นั่นก่อนเก็บส่วนที่ไม่ได้ใช้ของกล้องจุลทรรศน์ลงกล่องโดยไม่สนไรอั้นนัก


 

"...."


 

"...."


 

"ไม่ถามรึไงว่าฉันมานี่ทำไม"


 

"เพราะผมพอจะเดาคำตอบได้ไง 1คุณโดนอริล้อมบ้าน 2คุณแค่อยากเจอผม"


 

"เห้อ....งั้นเข้าเรื่องเลย นายกับเจคเอากันเพราะสนุกหรือคบกันแล้ว"

ว้าว นี่เขาเครียดเรื่องนี้เองหรอกเหรอ?


 

"ถึงจะไม่ได้คบกับเควนตินผมก็ไม่ชอบคุณขึ้นมาหรอก"


 

"แล้วเกลียดฉันไหม"


 

"ถ้าคุณไม่ได้คิดร้ายกับผม ผมจะเกลียดคุณทำไม"

ไอ้บ้านี่ยิ้มแป้นพร้อมกับดวงตาที่ลุกวาว พอบอกว่าไม่ได้เกลียดมันก็กลายเป็นให้ความหวังเหรอ ไม่น่าเลย...รู้งี้ตอบว่าเกลียดซะก็จบ ความรักนี่ยุ่งยากเป็นบ้า น่ารำคาญๆๆ

 

"รู้เรื่องที่พ่อนายถูกลอบยิงรึยัง"

 

"....ผมไม่ได้เก่งเหมือนพ่อดังนั้นต่อให้รู้ไปก็ช่วยอะไรพ่อไม่ได้หรอก"

ไรอั้นเลิกคิ้วก่อนยื่นบางอย่างให้ผม ซิมการ์ด....

 

"เดาว่านายน่าจะอยากได้"

 

"ใช่ ผมอยากได้ แต่คุณคงไม่ได้ให้ผมฟรีๆใช่ไหม?"

คู่สนทนายิ้มพลางเอนหลังลงบนโซฟา

 

"ฉันได้ของตอบแทนแล้ว เบอร์ของนายไง ถ้านายใช้มันน่ะนะ :)"

เอางั้นก็ได้ เมื่อคิดแบบนั้นผมก็แกะมือถือตัวเองออกเพื่อใส่ซิมส์เข้าไป มันคงสะดวกขึ้นมากถ้ามีมือถือใช้ ว่าแต่เบอร์โทรผมล่ะ...

 

"เดี๋ยวจะส่งเบอร์ไปให้"

 

 

--Downey--

"ไม่แน่ใจหรอก วันนี้ฉันขายของไปหลายอย่างเลย แต่หมากฝรั่งอันนี้ฉันจำได้ว่าทั้งวันมีคนซื้แไปแค่4ห่อ อาจจะเป็นเพราะมันพึ่งหัววันด้วยแหละ"

นั่นเป็นสิ่งที่ได้จากเจ้าของร้านขายของชำ ภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้ๆตึกร้างมันถูกคลื่นสัญญาณรบกวนจนเราไม่สามารถดูภาพได้ ไม่ว่ามันจะเป็นใครแต่คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้รอบคอบเอามากๆ ผมกับอีแวนส์จึงมาที่ร้านขายของใกล้ๆตึกร้างเพื่อหาว่ามีคนซื้อหมากฝรั่งแบบที่เจอในตัวของศพไหม 

 

"จำหน้าพวกเขาได้บ้างไหมครับ?"

ผู้หมวดถาม

 

"ก็พอจะจำได้แต่...ถ้าจะให้บรรยายออกมาก็คงไม่ไหว" ผมหยิบรูปของบอดี้การ์ดทั้ง3คนที่เคยทำงานกับผมให้เจ้าของร้านดูทันใดนั้น เขาก็ชี้ไปที่บอดี้การ์ดคนแรกที่เคยทำงานให้กับผมทันที "ใช่! หมอนี่แหละ ฉันเจอเขาวันนี้และเขาไม่ได้ซื้ออย่างอื่นนอกจากหมากฝรั่ง นั่นแหละทั้งหมดที่ฉันจำได้" เยี่ยม! เราทั้งคู่ยิ้มให้กันโดยไม่ต้องนัดเพราะพึ่งจะได้เบาะแสชิ้นสำคัญมา ผมเก็บมือถือเข้ากระเป๋าแล้วซื้อน้ำอัดลมมากระป๋องนึงไม่ให้มันดูน่าเกลียดจนเกินไป

 

"นายสืบให้ทีว่าบอดี้การ์ดทั้ง3คนไปที่ไหนบ้างในช่วงนี้"

อาจจะดูเหมือนใช่งานแต่ก็นั่นแหละประโยคแรกที่ผมบอกกับเขาเมื่อเราออกมาจากร้านขายของชำ

 

"แล้วนายจะทำอะไร"


"ฉันจะไปหาหมอ"

 

"....."

ความเป็นห่วงฉายบนใบหน้าของคนตัวใหญ่ผมจึงหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาสวมให้แล้วชูเครื่องดักฟังให้เขาเห็น

 

"ระหว่างที่ฉันคุยกับเบเนดิกต์นายฟังอยู่ตลอด ถ้ามีอะไรฉุกเฉินนายมาช่วยฉันได้ทุกเมื่อ"

 

"...."

 

"ดีล?"

ผมรอคำตอบ

 

"ดีล...ระวังตัวด้วยล่ะ"

 

--Tom--

ศพถูกระเบิดหัวกับมืองั้นเหรอ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเก็บงานมากเลย มันไม่ยอมให้พ่อตามสืบผ่านลายนิ้วมือหรือใบหน้า ถ้าจะสืบทางเลือดนี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะหลักฐานที่จะได้จากเลือดมีเพียง กรุ้ปเลือด ปริมาณเม็ดเลือดแดงและขาวที่ใช้บ่งบอกปัญหาสุขภาพก็เท่านั้น คดีที่พ่อสืบอยู่มีแต่อะไรน่ากลัวทั้งนั้น แอบสมเพชตัวเองชะมัดที่ถูกคนสุดยอดขนาดนั้นเลี่ยงมาแต่กลับเทียบเขาไม่ติด

 

"เป็นนาย ถ้าเจอคดีแบบนี้จะเริ่มสืบจากตรงไหน"

ไรอั้นถาม

 

"โยนให้พ่อทำสิ ผมไม่ใช่นักสืบแรงค์Conquerorแบบพ่อนะ"

 

"ไม่เอางี้ดิ แค่มโนเล่นๆก็ได้ เป็นนายจะเริ่มสืบจากตรงไหน?"

 

"....สำรวจตามกระเป๋ากางเกงว่ามีกระเป๋าสตางค์ไหม ในนั้นอาจมีใบขับขี่ที่พอระบุตัวตนได้ ไม่ก็บุหรี่ หมากฝรั่ง ลูกอม หรือขยะ" ไรอั้นเอียงคอด้วยความสงสัยผมจึงเริ่มอธิบาย "ถ้ามีของพวกนี้ติดตัวแสดงว่าผู้ตายซื้อมันจากร้านขายของชำใกล้ๆที่เกิดเหตุ ถามคนขายว่าพอจะมีใครที่แต่งตัวคล้ายกับผู้ตายผ่านมาที่ร้านบ้างไหมทีนี้ก็พอจะได้ผู้ต้องสงสัยแล้ว พ่อเคยสอนผมแบบนั้นน่ะ"

 

"ว้าว.."

 

"เป็นคุณล่ะ จะเริ่มสืบจากที่ไหน?"

 

"เป็นฉัน ฉันจะโยนคดีนี้ให้นายทำ พอดีแรงค์ไม่สูงเท่านาย"

เขาพูดเหมือนที่ผมพูดก่อนหน้านี้ท่าทางจะอยากยอกย้อนผม

 

"มาต่อยกับผมไหม?(=_=*)"

สงสัยสันติไม่ใช่คำตอบ ใช้ชีวิตมา23ปีไม่เคยห้าวขนาดนี้้ กวนฝีเท้าเหลือเกินนะไอ้หมอนี่!

 

"หยอกๆๆ"

 

"...."

นั่นเป็นรายละเอียดที่ตำรวจเจอแล้วออกข่าว ผมทีวีก่อนเอนหลังลงบนโซฟาแล้วพยายามทำหัวตัวเองให้โล่ง

 

"ทำเป็นไม่สนแต่ก็เป็นห่วงพ่อตัวเองล่ะสิ"

 

"ก็พ่อผมทั้งคนไหมล่ะ"

 

"หืมมมม...."อยู่ๆไรอั้นก็จ้องผมเขม็ง ผมถึงได้หันไปมองเขาเป็นการถามว่า มีอะไร?ซึ่งก็ดูเหมือนการสื่อสารทางสายตาจะใช้กับหมอนี่ได้ "บางทีนายอาจจะทำเป็นไม่สนใจฉันอยู่ก็ได้นะ ทั้งๆที่ความจริงนายสน พอคิดแบบนั้นก็มีกำลังใจจีบนายขึ้นมาเลย^^"

 

"มองโลกในแง่ดีจังนะ"

 

--Downey--

การมาหาหมอของผมครั้งนี้ผมมาในฐานะคนไข้คนนึง ผมรอคิวเหมือนที่คนไข้ทุกคนทำเพื่อให้เขาไม่รู้ว่าผมจะมาและในที่สุดก็ได้เจอกับเขา


"แปลกใจนะที่คุณมาหาหมออย่างผม ทั้งๆที่เราไม่ชอบหน้ากัน"

หมอแปลกพูดแบบนั้นเมื่อเราเห็นหน้ากันหลังจากไม่ได้เจอกันสี่เดือน เขายังดูเหมือนเดิมทุกอย่าง ห้องทำงานเขาก็ดูปกติ ผมนึกว่าจะดูเหมือนแลปทดลองบ้างแต่ไม่เลย ห้องทำงานเขาเป็นห้องทำงานของหมอคนนึง มีตู้ยา เตียงคนไข้ ปรอทวัดไข้ทุกอย่างปกติ...

 

"ถึงฉันจะไม่ค่อยชอบนายแต่นายก็เป็นหมอที่ฝีมือดีคนนึง ถึงได้มาหาไง" อันนี้ผมพูดจริงๆ ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจเขาหรืออะไรหรอก "ฉันต้องบอกอาการนายรึเปล่า หรืออยากตรวจเอง?"

 

"ฉันตรวจเอง" คุณหมอหรี่ตามองผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแล้วเดินเข้าใกล้ๆก่อนใช้มือจับที่หน้าอกผม "ไมเกรน...นายหายใจติดๆขัดๆแถมหัวใจก็เต้นผิดจังหวะ นายเครียด" นี่เป็นอาการที่ผมเป็นตอนเจอศพสินะ...ว้าว เหมือนได้มาตรวจสุขภาพประจำปีเลย=_= ถือเป็นของแถมก็แล้วกัน "นี่มันเกี่ยวกับข่าวที่นายโดนลอบสังหารรึเปล่า?"

 

"หมายถึงอาการเครียดของฉันน่ะเหรอ?"


"ฉันหมายถึงไอ้นี่ด้วย" คุณหมอหยิบเครื่องดักฟังที่ติดบนเสื้อผมขึ้นมา ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าผมมาที่นี่ทำไม "ฉันเป็นผู้ต้องสงสัย?"

 

"..."

หมอเบนบีบเครื่องมือดักฟังเล็กๆนั่นจนแตกละเอียดแล้วคุยกับผมต่อ

 

"ถ้านายสงสัยฉันก็ตามสบายฉันเดาว่านายคงมีเหตุผลของนายที่คิดแบบนั้น อยากสืบเกี่ยวกับตัวฉันก็เอาเลยแต่อย่ามาคุกคามชีวิตฉันจนมันเกินเลยก็พอ"


"เสียงเหมือนกำลังน้อยใจ"


"...."

น้อยใจจริงด้วย

 

"...เข้าใจแล้วๆ" โอเค...ผมรู้แล้วว่าควรพุ่งเป้าไปที่ใคร เมื่อหมดธุระกับที่นี่ผมก็ลุกขึ้นเตรียมออกไป แต่ก่อนที่ผมจะออกไปหมอเบนก็จับไหล่ผมเอาไว้แล้วหยิบยาจากในตู้ให้ผมกระปุกนึงจากนั้นเขียนใบอะไรซักอย่างให้ "นี่อะไร?"

 

"ยา กินมันก่อนนอนส่วนนั่นก็ใบนัด ฉันเป็นผู้ต้องสงสัยของนายก็จริงแต่ไม่ว่ายังไงฉันก็เป็นหมอ เผื่อนายไม่รู้...สุขภาพจิตนายน่ะกำลังวิกฤต ยามันพอจะบรรเทาได้บ้างอีกหนึ่งเดือนก็มาตามที่เขียนในใบนัดด้วย" ดูเหมือนเขาแค่อยากเตือนผมตามหน้าที่ของหมอเท่านั้น 

 

"...นายไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยของฉันแล้วล่ะ ไม่ต้องกังวลหรอก" เมื่อพูดจบผมยัดกระปุกยาและใบนัดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทก่อนออกไปจากห้องตรวจ แล้วก็...โป้ะเชะ! คริสทำท่าจะเข้ามาในห้องตรวจพอดีในมือเขาถือปืนอยู่ในสภาพพร้อมจะจับกุมคนร้ายแบบสุดๆแต่ที่นี่ไม่มีคนร้ายให้จับหรอกนะ แต่จะไปว่าหมอนี่ก็ไม่ได้

เพราะเขาฟังที่ผมคุยกับหมอเบนอยู่ตลอด การที่เครื่องดักฟังถูกทำลายผู้หมวดก็ต้องบึ่งมาที่นี่อยู่แล้ว "พอดีเลยฉันจะได้ไม่ต้องโทรเรียก"

 

"หา?"

 

"เดี๋ยวเล่าให้ฟังบนรถ

.....

...

.

.

 

 

 

"สรุปว่านายจะเพ่งเล็งไปที่ดูม"

 

"ใช่"

 

"อะไรทำให้ หมอแปลกไม่หน้าสงสัยกัน?"

อย่างที่ตกลงกันไว้ผมจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟังบนรถและตอนนี้เราก็อยู่กันบนรถ

 

"เขาปฏิบัติต่อฉันเหมือนที่ทำกับคนไข้คนอื่นๆต่อให้รู้ตัวว่ากำลังเป็นผู้ต้องสงสัย และเขาพร้อมจะให้ฉันสืบค้นเกี่ยวกับตัวเองแค่ไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวจนเกินไปก็พอ หมอเบนน่ะอาจจะเป็นทั้งหมอและนักวิทยาศาสตร์ แต่ยังไงเขาก็อยู่ที่โรงพยายาบาลมากกว่าในแลปทดลอง ตอนแรกฉันคิดว่าห้องทำงานในโรงบาลเขาจะมีความเป็นแลปอยู่บ้าง แต่ไม่เลย...เขาเป็นหมอจริงๆและเขาไม่ได้เป็นหมอเพราะว่ามีรายได้ดีด้วย เขาเป็นหมอเพราะชอบช่วยเหลือคนไข้ต่างหาก ดังนั้นฉันถึงได้กล้าฟันธงว่าเขาไม่ใช่คนที่จะฆ่าใครได้ง่ายๆ"


"เขาอาจจะจัดฉากก็ได้"


"ฉันไปหาเขาในฐานะคนไข้คนนึง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้เจอฉันดังนั้นเชื่อเถอะ เขาบริสุทธิ์"


"...."

ครืดดดด~~

โทรศัพท์ของอีแวนส์ดังขึ้น....เบอร์แปลก?


"ไม่ใช่เบอร์ที่นายเมมไว้นี่"


"อาจจะเป็นทอมก็ได้"


"..."

ผมกดรับสายแล้วยื่นมันไปที่หูของคริสเพราะเขาขับรถอยู่มือไม่ว่าง


"นี่ใคร?"


--Tom--

14:37

เสียงไขกุญแจดังขึ้นทำเอาผมกับไรอั้นแปลกใจ เพราะนี่ไม่ใช่เวลากลับบ้านของเควนตินแต่ไรอั้นกลับรีบจุงมือผมเข้าห้องครัวซะงั้น เขาเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากแล้วคว้ากระทะขึ้นมาราวกับจะใช้มันเป็นอาวุธ 

ไม่แปลกใจที่ไรอั้นจะระวังตัว คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ได้ไขกุญแจเข้ามาทันทีแต่เขาลองจับลูกบิดประตูดูก่อนเพื่อเช็คว่าประตูล็อคอยู่ไหม ดังนั้นเขาต้องไม่ใช่เควนตินแน่!

ตอนนี้เขากำลังสะเดาะกลอน...


แกร็ก!

ประตูเปิดแล้ว....ฟังจากเสียงฝีเท้าเขาน่าจะกำลังมองไปรอบๆบ้าน ไรอั้นรอให้มันเข้ามาในห้องครัวพร้อมกำกระทะในมือแน่นเตรียมฟาดได้ทุกเมื่อแต่เสียงฝีเท้ามันหายไปแล้ว...ผมเดาว่ามันถอดรองเท้าแสดงว่ามันรู้แล้วว่ามีคนอยู่ในบ้านทีนี้ก็รอให้มันเข้ามาในครัว


"....."


"...."

มาจริงด้วย! กระทะในมือไรอั้นถูกปัดทิ้งราวกับรู้ทัน คนคนนี้สู้เป็นเหรอ!? 


"เชี่ยเอ้ย!"

ไรอั้นสบถออกมาเมื่อหมอนั่นชักมีดและเตรียมจะจวกเขา แต่ไรอั้นก็ใช้กระทะกันไว้ได้ผมจึงหยิบไม้นวดแป้งมาฟาดเข้าท้ายคุณผู้บุกรุกจังๆทำให้หมอนั่นลงไปนอนแน่นิ่งกะพื้นทันที ผมฟาดแรงไปรึเปล่านะ? เขาใส่ถุงมือยางด้วย...ไม่อยากทิ้งลายนิ้วมือไว้สินะ


"รู้สึกเหมือนไปทำร้ายร่างกายคนอื่นเลยแฮะ"

ผมว่าพลางพลิกตัวหมอนี่ให้นอนหงายเพื่อดูหน้าชัดๆ


"เคยได้ยินคำนี้ไหม? ตีก่อนขอโทษทีหลัง"

ผมเมินคำพูดเขาแล้วหันไปสนใจคนที่นอนอยู่แทน หมอนี่...ผมจำเขาได้! เขาเป็นบอดี้การ์ดของพ่อนี่!


ตูม!


"....?!"


"อะไรวะ?"

ไรอั้นสงสัยเพราะอยู่ๆมือของชายคนนี้ก็ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ... อย่าบอกนะว่า... เร็วเท่าความคิดผมรีบลากไรอั้นออกห่างจากร่างของชายคนนี้ก่อนที่มันจะ--


ตูม!!

"พระเจ้า..."


"เหี้*อะไรวะเนี้ย!!?"


"..."

เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องครัว หัวของชายคนนั้นระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆอย่างที่ผมคิดเอาไว้ คงไม่ต้องถามอะไรเพิ่มแล้ว...ทั้งมือและหัวระเบิดเป็นเสี่ยงๆ นี่เกี่ยวข้องกับคดีที่พ่อกำลังสืบอยู่แน่ๆ 


"ไอ้เชี่ยเจตด่าแน่เลยที่ต้องมาเช็ดเลือดเพิ่ม"


"...."


"โทรเรียกตำรวจไหม?"

ไรอั้นถามแต่ผมกลับส่ายหัวแล้วกดโทรหาหมวดอีแวนส์แทน มันคงเป็นความคิดที่ดีกว่าเพราะทั้งผมและไรอั้นไม่ถูกโฉลกกับตำรวจ ถ้าตำรวจมาที่นี่ก็ต้องมีคนรู้ว่าผมกำลังหนีออกจากบ้านและถ้าเจอกับคนนอกกฏหมายอย่างไรอั้นนี่ไม่ต้องผู้ถึง

[นี่ใคร?]


"ทอม....รู้ใช่ไหมว่าไม่มีเรื่องแย่จริงๆผมจะไม่โทรหาคุณ"


[...เกิดอะไรขึ้น!?]


"มีคนบุกบ้าน มือกับหัวระเบิดเละเหมือนกับคดีที่พ่อกำลังทำอยู่ รีบมา"


[เวร...พวกมันรู้ที่อยู่นายแล้วเหรอเนี้ย... ฉันพาพ่อนายไปสืบด้วยได้ใช่ไหม? เขาจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้...]


"...."  ทำไมการหนีออกจากบ้านของผมมันถึงได้มีอุปสรรคเยอะนักนะ...ก็จริงอยู่ผมไม่อยากให้พ่อรู้ที่อยู่ตัวเองแต่เรื่องนี้มีคนตาย ปัญหาของผมกับพ่อคงต้องพับเก็บไว้ก่อนไม่อย่างนั้นเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นอีกแน่ "เอาสิ"

หมวดอีแวนส์กับพ่อมาถึงบ้านของเควนตินโดยใช้เวลาไม่นาน ตอนที่เขามาถึงผมไม่สบตาพ่อเลยปล่อยให้สืบสิ่งที่เขาต้องการจากศพนั่นเอง น่าอึดอัดชะมัด....


"มีใครเห็นหน้าไอ้หมอนี่บ้าง?

พ่อถาม


"เขาเป็นบอดี้การ์ดคนล่าสุดของพ่อที่พึ่งลาออกไป"

แม้จะไม่อยากคุยกับเขาแต่ผมก็ต้องตอบสิ่งที่รู้ เมื่อได้ยินคำตอบหมวดอีแวนส์ก็มองพ่อราวกับสองคนนั้นรู้อะไรบางอย่าง


"เจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ตามล่าทอมได้ถูกที่แปลว่ามันรู้อยู่แล้วว่าทอมอยู่ที่ไหนและจะไปที่ไหนแต่...ทำไมมันพึ่งมาโจมตีเขาเอาตอนนี้กัน?"

พูดจบหมวดอีแวนส์ก็หันไปหาพ่อแต่แทนที่พ่อจะให้คำตอบ เขากลับเงียบซะอย่างนั้น อะไรล่ะนั้น...


"ที่นี่ไม่ปลอดภัย..."

พ่อหันมาพูดกับผม และเชื่อสิ...ผมรู้ได้ทันทีว่านั่นหมายความว่าไง


"ผมป้องกันตัวเองได้"


"อย่ามาไร้สาระ!"


"ก็บอกว่าอยู่ได้ไง!"


"แกเป็นคนฉลาดนะ...อย่ามาทำตัวโง่ๆเอาตอนนี้!"


"พ่อนั่นแหละที่พูดไม่รู้เรื่อง! ยังไงผมก็ไม่กลับไปแน่และที่ผมต้องซวยโดนหมายหัวไปด้วยมันก็เป็นเพราะพ่อไม่ใช่รึไง!?"


"...."

ผมนึกว่าพ่อจะสวนอะไรกลับมาแต่ไม่เลย เขาเงียบแล้วเดินออกไปจากบ้านเควนตินโดยไม่เซ้าซี้อะไรผม หมวดอีแวนส์ถอนหายใจแล้วโทรแจ้งตำรวจให้เขามาจัดการเรื่องศพอะไรให้เรียบร้อย ผมจึงหันไปบอกกับไรอั้นให้เขาไปได้แล้วเพราะเขาไม่ค่อยถูกกับตำรวจซักเท่าไหร่


"คุณอยู่ให้ตำรวจจับรึไง ไปได้แล้ว"


"นายก็ไม่อยากให้ตำรวจเห็นนายเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"


"...."


"ผู้หมวด เราจะไม่อยู่ซักแปปเพราะไม่อยากเจอลูกทีมคุณดังนั้นฝากล็อคบ้านด้วยล่ะ"

มันก็เป็นความคิดที่ดีนะ ผมกับไรอั้นจะออกไปข้างนอกแปปนึงให้ตำรวจจัดการเรื่องศพในบ้านเควนตินไปซึ่งผู้หมวดก็ได้ขัดอะไรเพราะต่อให้ขัดผมก็ไม่อยู่เหมือนกันน่ะ เรื่องอะไรล่ะ=_=! 

เมื่อออกมาผมก็เงียบตลอดทางที่เดินกับไรอั้น จนเขาชวนผมคุย...


"ตอนนั้นนายโคตรเจ๋งเลยนะ"


"หา?"


"ก็ฟาดหมอนั่นจนสลบๆทั่งๆที่มันมีดอยู่ในมือ...ตอนนั้นไม่กลัวโดนแทงเหรอ"


"มันหันมีดไปทางคุณ ยังไงคุณก็ต้องโดนแทงก่อนผมอยู่แล้ว"


"ว้าว...ฉันเป็นตัวล่อนี่เอง :("


"ใช่..."


"โหดร้าย"


"แต่...ถ้าคุณไม่อยู่ด้วยผมคงเอาตัวไม่รอดแน่ๆ ดังนั้นขอบคุณนะ"


"...." 

คนตัวใหญ่อมยิ้มจนแก้มยุ้ย เข้ามากอดผมจนผมต้องถอนหายใจให้กับความดี้ด้าจนดูเหมือนดีดยาของหมอนี่ 


"...มันอึดอัดนะ"


"นั่นสินะ~"


"นั่นหมายความว่าคุณต้องปล่อยผมได้แล้ว!=_=**"


"ไม่เอาาา~"





ขอโทษที่มาได้แค่สั้นๆนะคะ ช่วงนี้ไม่ว่างเลย(แถมอู้ด้วย)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #17 Rimurumo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 14:31
    มาต่อเถอะน่าค่าาา
    #17
    1
    • #17-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 7)
      18 พฤษภาคม 2563 / 11:00
      พอดีช่วงนี้เราสิงด้อมอื่นอยู่อะค่ะ ตอนที่เราแต่งเรื่องนี้คนอ่านคนเม้นไม่ค่อยมีเลยไม่ได้แต่งต่อ ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านมากๆเลยนะคะ
      #17-1
  2. #15 Phannaphon13f49 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 07:08
    ดีใจมากที่มาเขียนต่อ สนุกมากเลย สู้ๆในการเเต่งนะคะ เแป็นกำลังใจให้
    #15
    1