RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 6 : Let ความบัดซบ begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 ต.ค. 62



6เดือนที่แล้ว ณ แลปวิจัยของดูม
--Downey--

เพล้ง!

"ฉันจะดื่มแค่ไวน์ชั้นดีเท่านั้น"
น้ำเสียงเย็นชาของ'วิคเตอร์ วอน ดูม'ดังขึ้นหลังจากแก้วไวน์รูปสวยถูกโยนลงพื้นต่อหน้าสาวใช้ของเขา นั่นเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเอาซะเลย แต่ผมคงไม่ยุ่งอะไรกับเหตุการนี้หรอกเพราะผมเป็นแค่ที่คนถูกรัฐบาลจ้างมาให้ร่วมงานกับดูมเฉยๆ เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์คนนึงที่ประสบความสำเร็จมีบ้านใหญ่โตอย่างกะปราสาทแถมตั้งชื่อให้มันว่าแลทเวอร์เรีย แลปวิจัยหมอนี่กว้างยิ่งกว่าห้องรับแขกบ้านผมซะอีก 
แต่ประเด็นคือ...สาวใช้ของดูมแม่ง...แจ่มไง...แจ่มมาก ดังนั้นผมจะเข้าไปแสดงความเป็นสุภาพบุรุษซักหน่อย เออ! ยอมรับก็ได้...ผมจะม่อเธอ-3-
เมื่อเข้าไปช่วยคุณผู้หญิงเก็บเศษแก้วที่หล่นอยู่บนพื้นแล้ว ผมก็หยอดสวยๆไปทีนึง เก็บงาน

"เป็นอะไรมากไหม...คุณผู้หญิง"

"ซูซานค่ะ"
ถ้าเธอบอกชื่อแปลว่าเวิร์ก:) หลังทิ้งเศษแก้วลงในถุงขยะที่ซูซานเตรียมมา ผมยิ้มหวานให้เธอ สถานการณ์กำลังไปด้วยสวย แต่น้ำเสียงอันแข็งกระด้างของดูมก็ทำให้ทุกอย่างสูญหาย(=_=*)

"นายมีงานต้องทำไม่ใช่รึไง ดาวนี่ย์ ถ้าอยากได้กันเอาไว้ตอนงานเสร็จเถอะ"

"...."
แสรดดด… ดูเหมือนคนคนนี้จะเก่งเรื่องการนิสัยเสียไปทั่วสินะ ซูซานที่ได้สบตากับดูมรีบถูพื้นให้เรียบร้อยแล้วออกไปทันทีราวกับว่าไอ้หมอนี่น่ากลัวมากงั้นแหละ จนผมต้องหันไปบ่นกับดูมหน่อยๆ จริงอยู่ที่ผมกับดูมพึ่งร่วมงานกันวันแรกแต่เรื่องนิสัยเสียใส่คนอื่นดูมไม่ได้เป็นแค่คนเดียวครับ ผมก็เปรี้ยวได้เหมือนกันถ้ามีคนมานิสัยเสียใส่แบบนี้

"นายนี่...นิสัยเสียจังนะ"

"ทำไม หงุดหงิดเพราะอดม่อยัยนั่นเหรอพ่อหนุ่มเพลย์บอย"

"ฉันแค่เป็นมิตรก็เท่านั้นเอง ไม่มีใครสอนนายเรื่องการเป็นมิตรกับคนอื่นรึไง?"

"ถ้าเป็นมิตรแล้วอู้งานก็หยุดซะเถอะ อีกอย่างยัยนั่นไม่ใช่คนดีนัก--"

หมับ!

"ระวัง!"
ก่อนที่ดูมจะเดินสวนผมไปผมก็จับไหล่หมอนั่นไว้ก่อนเพราะเขากำลังจะเดินเหยียบเศษแก้วชิ้นนึงที่ตกอยู่ซึ่งผมเหลือบไปเห็นพอดี...แม่สาวใช้คนนั้นลืมเก็บไปเหรอ? ตอนผมช่วยเธอเก็บ ผมจำได้ว่าเก็บไปหมดแล้วนะ

"อย่าแตะตัวฉัน"
ดูมหันมาจ้องผมเขม็งเมื่อมือของผมยังอยู่บนไหล่เขา ผมจึงยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อบอกว่าไม่ได้แตะแล้วพร้อมใบหน้ายียวนกวนประสาทเขา ทันใดนั้นดูมจึงหันมายิ้มให้อะไรของหมอนี่

"พูดรู้เรื่องนี่:)"

"คำว่า 'อย่าแตะตัวฉัน' มันมีอะไรที่เข้าใจยากกัน"
พูดจบผมก็ก้มลงหยิบเศษแก้วบนพื้นขึ้นมาก่อนจะได้มีคนเหยียบมันอีก เธอลืมมันไว้ได้ยังไงกัน?

"เธอไม่ได้ลืม เธอแค่จงใจทิ้งไว้ให้ฉันเหยียบมัน"
ดูมตอบราวกับอ่านใจผมได้ หือ...แม่หญิงซูซานร้ายกว่าที่คิดนะเนี้ย 

"นิสัยแย่แบบนายจะมีคนคิดร้ายด้วยบ้างก็ไม่แปลก แต่มันไม่ควรเกิดขึ้นจากคนที่นายเสียเงินจ้างเขามานะ"

"...." ผมทิ้งเศษแก้วลงถังขยะแล้วกลับไปทำงานต่อถ้าดูมไม่หยุดผมไว้น่ะนะ "ตอนเที่ยงว่างใช่ไหม?" มือหนาจับแขนผมไว้แน่นอย่างเสียมารยาทจนผมต้องขมวดคิ้วใส่เขา แน่นอนว่าผมไม่ว่างเพราะไอ้เวรนี่ขัดจังหวะการม่อหญิงของผม ผมจึงจะไปม่อซูซานช่วงพักแทน

"ไม่ ฉันมีนัดกับ...สาวใช้นายไง จริงสิ...ฉันจำได้ว่านายไม่ชอบให้แตะตัว"

"ตอนนี้นายไม่ได้กำลังแตะฉัน ฉันกำลังแตะตัวนายต่างหาก"

"อย่ามากวนประสาทฉัน ดูม"

"วิคเตอร์"

"....?"

"เรียกฉันว่า วิคเตอร์..." เขาจะบอกให้ผมเรียกชื่อต้นเขาได้เหรอ? "เที่ยงนี้เจอกัน...และเชื่อเถอะ มันน่าสนุกกว่าไปเต๊าะแม่สาวใช้ปัญญาด้อยนั่นเยอะ" ผมแอบชักสีหน้าใส่เขาหลังจากดูมปล่อยมือผมแล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อ
เรื่องสิ! ระหว่างสาวงามกับนักวิทยาศาสตร์ปากหมาคิดว่าจะเลือกไปกับใครล่ะ?




เที่ยง
"ขอบคุณที่เลี้ยงอาหารฉันนะคะ คุณดาวนี่ย์"
ก็แหงสิวะ! ใครจะไปกับไอ้บ้านั่นกัน!

"แม่สาวงามแบบคุณมีค่ากว่าการโดนหมอนั่นกดขี่นะ(^^)"

"ฮะๆ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ--"

"....??"
ความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าสวยหวานของซูซานผมจึงหันไปมองสิ่งที่เธอมองอยู่...
แล้วก็ต้องรู้สึกอยากจะร้องเหี้*ออกมาดังๆ

"นินทาใครอยู่กัน?"
ซูซานสะดุ้งเฮือกเมื่อได้สบตากับดูม เธอลุกขึ้นแล้วเดินออกไปแทบจะทันทีที่เห็นเขามาทางนี้พร้อมถุงขนมในมือ ดูมมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มแสนคาดเดายากและรอยยิ้มนั่นทำผมหงุดหงิด

"ขอตัวนะคะ"

"เดี๋ยว--" เยี่ยม...ผมหันไปชักสีหน้าใส่พ่อก้างขวางคออันใหญ่ก่อนจะถามจุดประสงค์ที่เขาทำแบบนี้ "ต้องการอะไร?"

"ฉันไม่ชอบโดนปฏิเสธ"

"เรื่องของนายสิ!"
วิคเตอร์นั่งลงตรงหน้าผมแทนที่ซูซาน(ซึ่งเธอพึ่งหนีออกจากร้านไป)แล้วฉีกถุงขนมกินราวกับไม่แคร์สิ่งที่ผมพูด

"ถ้ายังไม่ได้กินมื้อเที่ยงก็กินซะ ฉันจะรอ"
พูดจบมันฝรั่งในถุงของดูมก็ถูกหยิบเข้าปากเพื่อรอผมตามที่เขาบอก สาบานเลยว่าถ้าเราไม่ได้อยู่กันกลางร้านอาหารผมจะต่อยไอ้เวรนี่ให้ฟันหัก! 
เฮ้อ...ช่างเถอะ เมื่อรู้ว่าทำอะไรไม่ได้จะอาละวาดไปก็มีแต่จะทำให้บุคลิกดูแย่เปล่าๆ ผมจึงสงบอารมณ์ตัวเองแล้วหันไปมองวิคเตอร์ที่หยิบมันฝรั่งทอดเข้าปากเพื่อรอผมอย่างที่เจ้าตัวว่า อะไรทำให้ดูมมาตามผมถึงนี่กัน? 

"นายไม่ชอบไวน์คุณภาพแย่แต่ดันกินมันฝรั่งทอดเนี้ยนะ?" เขายื่นปากถุงขนมมาทางผมแทนคำตอบ ผมเลยหยิบเข้าปากชิ้นนึงไม่ให้เสียน้ำใจ "ขอบคุณ" มันก็อร่อยดีนะ

"ยินดี"
แม้จะหงุดหงิดนิดๆ(ความจริงก็ไม่นิดหรอก)ที่อดม่อหญิงแต่หลังมื้อเที่ยงจบลงผมก็ไปกับวิคเตอร์ตามที่โดนชวนกึ่งบังคับไป เขาพาผมไปที่แลปอีกแลปนึงของเขาที่นี่มีกรงนก2-3กรงแล้วก็มีกรงที่ถูกผ้าขาวคลุมเอาไว้ด้วย สิ่งที่ดูมพาผมมาดูคือห้องกระจกใสที่ขังแพะสีขาวติดเครื่องมืออะไรซักอย่างไปบนหัวมัน นั่นสินะเขาเป็นนักตัดต่อพันธุกรรมสัตว์จะมีอะไรแบบนี้ก็ไม่แปลก

"นายเอาอะไรไปสวมหัวมัน?"

"....."
ดูมไม่ตอบ เขายิ้มราวกับต้องการให้ผมรอดูมันเองซึ่งผมก็ทำอย่างนั้น

"โอเคๆ อวดมาเลย"

"หมุนตัวซิ" เขาไม่ได้สั่งผมเขาสั่งแพะในกรง เมื่อวิคเตอร์พูดจบแพะในกรงก็หมุนตัวตามที่เขาสั่งไปเรื่อยๆจนกระทั้ง.... "หยุด" มันถูกสั่งให้หยุด ไอ้เครื่องมือบนหัวนี่...เขาใช้มันควบคุมแพะ...

"นายความคุมสมองส่วนไหนของมัน?"

"ส่วนความอยาก เมื่อฉันสั่งอะไรมันจะอยากทำตามที่ฉันสั่ง ทุกอย่างเลย"

"มันรับคำสั่งแค่กับนายสินะ"

"ใช่..."

"และได้แค่กับแพะเหรอ?"

"กำลังพัฒนากับลิงอยู่...และถ้าพัฒนาได้ไกลมากพอ...อาจจะเป็นกับ..."

"มนุษย์?"
วิคเตอร์หันมายิ้มให้กับผม ดูเหมือนผมจะเดาสิ่งที่อยู่ในหัวเขาถูกแต่...

"นายจะใช้มันทำอะไร?"
นั่นแหละประเด็น

"ต้องมีจุดประสงค์ด้วยเหรอ?"

"แล้วถ้ามันตกไปอยู่ในมือของคนไม่ดีล่ะ? อันที่จริงมันไม่ควรตกอยู่ในมือใครเลยด้วยซ้ำ"

"วิทยาศาสตร์น่ะรับใช่ความเป็นจริงไม่ใช่มนุษย์ และฉันแค่อยากจะรู้ทั้งหมดว่าวิทยาศาสตร์รับใช้อะไรได้บ้างก็เท่านั้น"

"โอเค...แต่ถ้ามีคนรู้ว่านายประดิษฐ์มันขึ้นมา"

"ก็อย่าให้คนพวกนั้นรู้สิ:)"

"นายพึ่งบอกฉัน"

"เพราะฉันรู้ว่าลึกๆนายก็คิดแบบฉัน ใช่ไหมล่ะ?"

"...."

"ถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงจะสงสารแพะในกรงแล้ว แต่นายกลับสงสัยว่ามันทำอะไรได้บ้าง ฉันควบคุมสมองส่วนไหนของมัน หึ..."
วิคเตอร์ละสายตาจากแพะในกรงแล้วหันมาสบตาผม เขาเดินเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของเราห่างกันคืบเดียวแต่ผมเลือกที่จะ...ถอยออกมาเล็กน้อย

"...หมดเวลาพักแล้ว...ฉันจะไปทำงาน" ดูมเลิกคิ้วให้กับท่าทีของผม ผมก็พอจะเดาได้ว่าเขาอยากจะแชร์เรื่องนี้ให้กันคนที่มีความคิดแบบตัวเอง และยอมรับว่าผมก็สนใจวิทยาการนี่แต่ผมไม่เหมือนเขา "ถ้าอยากจะทดลองต่อก็เรื่องของนาย ฉันจะไม่บอกใครเรื่องนี้ แต่ถ้าวิทยาการนี่ไปทำร้ายใคร ก็ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นความผิดของนาย"

"...."
ผมเมินรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นี่ไปแล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อ






ปัจจุบัน ณ โรงพยาบาล
--Jake--

"มาทำไมวะ?"
นั่นแหละครับประโยคแรกที่ผมใช้ทักทายเพื่อนสนิท ถ่อมาแต่เช้าเลยนะไอ้เวร หน้าอย่างมันตื่นเช้าเป็นด้วยเหรอ ไม่มีทางหรอก ไอ้นี่แม่งคิดจะม่อทอมอย่างจริงจังแน่ๆถึงได้ทำขนาดนี้

"ทอมล่ะ??"
อือหือ....จุดประสงค์ชัดเจน

"เขาไม่ได้ทำงานอยู่นี่ แล้วแกก็ควรเลิกยุ่งกับเขาด้วย"
ทอมต้องไปทำงานที่อื่นซักพักเพื่อไม่ให้พวกทหารรับจ้างสืบที่อยู่เขาได้ ดังนั้นการมาที่นี่ของไรอั้นก็เปล่าประโยชน์ครับ

"ฉันต้องเลิกยุ่งกับทอมมี่ เพื่อหลีกทางให้นายน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ"

"ก็เขาไม่อยากยุ่งกับนาย"

"...."
ไรอั้นนิ่งไปเล็กก่อนจะหลุบตาลงกับพื้น แสดงว่าสิ่งที่ผมพูดมันไปสั่นคลอนอะไรมันสินะ จะว่าไปผมมีเรื่องจะถามมันอยู่เหมือนกัน

"นายเอากับเขาแล้วเหรอ?"

"ทอมบอกนาย?"
จริงซะด้วย ไอ้แม่เย็*เอ้ย!

"เปล่า เขาไม่ได้บอกแต่เด็กมันขวัญเสียจนสังเกตได้ง่ายๆเลย"

"....."

"แกจะไปมั่วกับใครฉันก็ไม่ว่าแต่เว้นเด็กไว้คนนึงไม่ได้รึไง? ถ้าไม่ได้จริงจังกับเขาก็หยุดซะ"

"ฉันจริงจังกับเขา"

"ฉันก็เหมือนกันน่ะ"

"หึ งั้นแกก็หวงก้างนี่หว่า"

"ระวังปากแกนะ!"
ก่อนที่ผมกับไรอั้นจะได้มีปากเสียงจนวางมวยกันก็มีคนเปิดประตูเข้ามาซะก่อน เราจึงต้องเงียบกัน

แอดดด~
ถ้าเป็คนอื่นไรอั้นทำตัวตามปกติไปแล้วแต่ไอ้คนที่เปิดประตูเข้ามาดันเป็นบุคคลที่ทั้งผมและไรอั้นต่างไม่ถูกโฉลกด้วยสุดๆ...
ผู้หมวดอีแวนส์...มานี่ได้ไงฟะ!??

"....!!"

"อย่าขยับ!" ไรอั้นกำลังจะหยิบปืนขึ้นมาแต่นายตำรวจคนนี้เร็วกว่ามาก เขาขึ้นนกและจ่อปืนไปที่ไรอั้นก่อนหมอนั่นจะได้ชักปืนซะอีก "วางอาวุธลงกับพื้นแล้วสไลด์มาทางฉัน อย่าตุกติก!" ไรอั้นทำตามที่ผู้หมวดสั่งแล้วยกมือขึ้นเหนือหัว 

"มาทำอะไรที่นี่เหรอคุณตำรวจ"
ไรอั้นว่า

"ฉันต่างหากที่ต้องถามคำถามนั้น ทำไมทหารรับจ้างอย่างนายถึงมาอยู่นี่?"
คุณตำรวจหันมาทางผมแสดงว่าผมควรจะเป็นคนตอบ น่าจะดูน่าเชื่อกว่าไรอั้นตอบเอง

"เขาปวดแผลผ่าตัดก็เลยมาขอยาที่ผมน่ะ"
ถึงผมจะไม่ชอบไรอั้นในตอนนี้แต่ยังไงมันก็เป็นเพื่อนผม ผมต้องช่วยมันก่อน ไรอั้นถกเสื้อขึ้น เผยแผลโดนยิงบนหน้าท้องซึ่งถูกทอมผ้าตัดให้ผู้หมวดดูเพื่อพิสูจน์ว่าเขาแค่มาขอยาแก้ปวดจริงๆ

"แล้วทำไมนายถึงไม่ปกป้องทอมต่อ"

"คุณรู้เรื่องนี้เหรอ?"
ไรอั้นทำหน้างงกับคำถามซึ่งผมก็งงพอกันเพราะRDJเป็นคนจ้างไรอั้นให้มาคุ้มครองทอมและมันผิดมากๆเพราะไรอั้นเป็นคนนอกกฏหมาย แต่...ตำรวจอย่างอีแวนส์กลับรู้เรื่องนี้แล้วไม่จับRDJเนี้ยนะ? แปลว่าอีแวนส์ก็ผิดที่ละเลยหน้าที่สิ

"ตอบคำถามฉัน"

"นั่งคุยกันดีๆเถอะ เพราะถ้าคุณรู้เรื่องนี้แล้วไม่จับRDJแสดงว่าคุณก็ทำผิดนะผู้หมวด"
ไรอั้นเริ่มต่อรอง ความลังเลจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้หมวด อีแวนส์ยังคงจ่อปืนไปที่ไรอั้นแต่เขาก้มลงแล้วเก็บปืนของไรอั้นที่อยู่บนพื้นมาแกะกระสุนออกแล้วทำแบบเดียวกันกับปืนของตัวเอง ในตอนนี้เราทั้งสามคนจึงไร้อาวุธกันทั้งหมดทำให้ไรอั้นเริ่มปริปากพูด

"ทอมรู้ว่าผมทำงานให้ดาวนี่ย์ เขาโกรธมาก...ผมเลยรับเงินจากพ่อเขาไม่ได้"

"มีสัจจะในหมู่โจรด้วยเหรอ?"

"จะพูดอะไรก็พูดไป พวกตำรวจไม่เคยจะมองผมในแง่ดีอยู่แล้ว"

"....ที่ฉันไม่จับกุมโรเบิร์ตเพราะคนที่หมายหัวโรเบิร์ตในครั้งนี้ฉลาดมาก...เขาสืบหาคนที่หมายหัวเขามาอาทิตย์นึงแต่คว้าน้ำเหลวเพราะงั้นทอมจึงไม่ปลอดภัย" 

"....."
ขนาดอัจฉริยะอย่างRDJยังคว้าน้ำเหลวเหรอ? พระเจ้า...ผมคิดว่าทอมอาจจะแค่ถูกหมายหัวโดยทหารรับจ้างธรรมดาที่ไม่ชอบพ่อเขาซะอีก นี่มันเรื่องใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย 

"ฉันต้องเตือนทอมเรื่องนี้ และถ้านายเป็นคนดีจริงก็บอกที่อยู่เขามาซะ ไรอั้น"

"....ยังไงผมก็คิดว่าทอมควรเป็นคนบอกคุณเอง"
ไรอั้นกล่าว และเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับไรอั้นนะแต่ผมก็เป็นห่วงเด็กนั่นเหมือนกันเพราะตอนนี้ทอมอยู่คนเดียว ถ้าคนที่ปองร้ายฉลาดพอจะปิดข้อมูลจากนักสืบฝีมือดีอย่างRDJผมว่าเขาคงฉลาดพอที่จะสืบที่ทำงานใหม่ของทอม

"ทอมทำงานที่ร้านอาหารเล็กๆตรงข้ามกับโรงพยาบาลเบคเกอร์ คุณไปถามที่อยู่ของเขาเอาจากเจ้าตัวเองเถอะ"

"โรงพยาบาลเบคเกอร์...?"
หมวดอีแวนส์เริ่มหน้าเสีย

"ใช่ รู้จักใช่ไหม?" 

"...."

"เวรเอ้ย!!"
สิ้นเสียงของผมผู้หมวดอีแวนส์ก็ตาลีตาเหลือกยัดกระสุนใส่ปืนแล้วรีบพรวดพราดออกไปทันที ทิ้งให้ผมกับไรอั้นงงเป็นไก่ตาแตกว่าทำไมถึงรีบร้อนขนาดนั้น?

"โรงบาลนั้นมันทำไมเหรอ?"
ไรอั้นถาม

"ก็เหมือนโรงบาลทั่วไป แต่ที่นั่นมีชื่อเสียงเพราะมีหมอฝีมือดีอย่าง'เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์'ทำงานอยู่"



--Tom--
(-__-) เซ็ง....อุตส่าห์หางานใหม่ได้เร็วแล้วยังเจอเข้ากับ...

"หนีออกจากบ้านเหรอไอ้หนู?"
เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ หมอฝีมือดีนิสัยเสียจนได้ฉายาหมอแปลก...จำได้ว่าเขาเคยทำงานกับพ่อเมื่อ4เดือนที่แล้ว และดูเหมือนเขาจะจำผมได้"

"ยังเลือกอาหารไม่ได้เหรอครับ..."

"เลือกได้แล้วแต่รอนายตอบคำถามฉันอยู่"
ผมอยากด่าเขาว่าเสือก...แต่เขาเป็นลูกค้า...

"ใช่ ผมหนีออกจากบ้าน ทีนี้จะสั่งอาหารได้รึยังครับ?"

"ปากหมาได้พ่อมาเลย...แค่ชา ไม่ต้องเสนออย่างอื่นมาเพิ่มนะ"
สมฉายาหมอแปลกจริงๆ ท่าทางเขาจะมาดื่มชาที่นี่บ่อยๆเพราะเขาสั่งเหมือนกับว่ามาสั่งประจำ แน่นอนว่าชาถ้วยเดียวมันชงไม่นานอยู่แล้วแต่ผมมีเรื่องต้องขอร้องเขาน่ะสิ

"อย่าบอกพ่อผมได้ไหมว่าผมทำงานที่นี่"

"ฉันกับหมอนั่นไม่ได้คุยกันนานแล้ว...แต่ถ้าเขาถามฉันก็จะบอก และเชื่อเถอะว่าเขาไม่ถามอะไรจากฉันหรอก"
แม้จะไม่คำยืนยันอะไรจากเขาเป็นชิ้นเป็นอันแต่ที่พูดมามันก็จริงเพราะพ่อเคยบ่นให้ฟังว่าเหม็นหน้าหมอเบน พ่อคงไม่ถามเรื่องผมจากหมอเขาหรอก--

"....(-__-)"
ผมเริ่มทำหน้าเซ็งอีกครั้งเพราะลูกค้าอีกคนที่เปิดประตูเข้ามาก็เป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อผมเช่นกัน...เผลอๆสนิทกันมากกว่าเพื่อนร่วมงานด้วย เขาคือผู้หมวดคริสอีแวนส์....นัดกันมาเหรอ? ทำไมวันนี้เจอแต่เพื่อนร่วมงานพ่อเนี้ย!? วันนี้แม่งต้องไม่ใช่วันของผมแน่ๆ
เขามองซ้ายมองขวาพักนึงก่อนจะได้สบตากับผมและหมอแปลก ทันใดนั้นผู้หมวดก็ตรงเขามาหาผมทันทีราวกับมีเรื่องเร่งด่วน... แสดงว่าเขาตั้งใจมาหาผมเหรอ แล้วเขารู้ได้ไงว่าผมทำงานที่นี่?? เควนตินเป็นคนเดียวที่รู้นะ...

"มาด้วยกันหน่อย เรามีเรื่องต้องคุยกันไอ้หนู"

"พ่อส่งคุณมาเหรอ?"

"ใช่"
ผมหมุนตัวหันหลังให้ผู้หมวดเตรียมตัวเดินหนี แต่คุณอีแวนส์คงไม่ยอมง่ายๆเขาจับแขนผมไว้แน่น แต่ไม่ต้องห่วงผมมีท่าไม้ตาย

"ผู้จัดการครับ! คือเขาไม่ยอมให้ผมกลับไปทำงาน"
เมื่อผู้จัดการร้านเดินมาเพื่อเคลียร์เรื่องนี้มือใหญ่ก็หยิบกุญแจมือมาล็อคผมไว้อย่างรวดเร็วก่อนโชว์ตราตำรวจให้ผู้จัดการร้านดู(=[]=*)

"นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังดำเนินคดีจับผู้ร้ายข้ามชาติอยู่ ถอยไปด้วยครับ!"

"....."
ooooooooohhh!!!! WTF!? 
ผู้ร้ายข้ามชาติ...ผู้ร้ายข้ามชาติ....ผู้ร้ายข้ามชาติ...T^T ผมโดนลากออกมาจากร้านอาหารที่ทำงานตัวเองโดยมีหมอแปลกนั่งจิบชามองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ 
อือหือ...ไม่คิดจะช่วย เผลอๆผมโดนไล่ออกแล้วมั้งเนี้ย...ไม่สิ ผมโดนไล่ออกแน่ๆล่ะ!! ใครมันจะอยากรับผู้ร้ายข้ามชาติมาทำงานล่ะ ฮือออ(;-; )

"ผมไม่ไปหาพ่อแน่!"

"ก็ไม่ได้จะพานายไปหาเขา ฉันแค่อยากมาเตือนนาย"

"หะ....?"
เมื่อออกห่างจากร้านอาหารนั่นผู้หมวดปลดกุญแจมือให้ผมจนผมในตอนนี้งงว่าเขาจะทำไรกันแน่

"ฟังให้ดี คนที่จ้างเจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์ไปลักพาตัวนายไม่ใช่คนธรรมดา เขาฉลาดพอจะรู้วิธีทำให้โรเบิร์ตตามรอยไม่ได้"
มีคนที่พ่อตามรอยไม่ได้ด้วยเหรอ? จริงอยู่ที่พ่อยังตามรอยผมไม่ได้แต่ถ้าเขาคิดจะสืบหาที่อยู่ผมจริงๆ เขารู้แน่ ผมเดาว่าที่เขาไม่ยอมหาที่อยู่ผมเพราะกลัวว่าผมจะหนีไปไกลกว่าเดิมนั่นแหละ เขาคิดถูกครับ ผมหนีต่อแน่ๆถ้ารู้ว่าเขาจะมาพาผมกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

"ตอนนี้พ่อสงสัยใคร?"

"ดูม กับ หมอแปลก"

"....."
เข้....เพราะงี้นี่เองถึงได้พยายามลากผมออกมจากร้านนั้น ก็ดันมี1ในผู้ต้องสงสัยอยู่กับผมในระยะเผาขนนี่=[]= ร้านอาหารร้านนั้นอยู่ใกล้กับที่ทำงานหมอแปลกเพราะหมวดงั้นถึงได้หาว่าผมเป็นผู้ร้ายข้ามชาติเพื่อให้ที่นั่นไล่ผมออกสินะ 
แต่เดี๋ยวก่อน...ดร.ดูมน่ะเหรอคิดจะฆ่าพ่อ?

"ทำไมสงสัยดูมล่ะถ้าเป็นหมอแปลกผมพอเข้าใจว่าเขากับพ่อไม่ค่อยถูกกันแต่ดูมเนี้ยนะ??"

"หมอนั่นไม่น่าสงสัยเหรอ? นายรู้อะไร?"

"ก็เมื่อ2เดือนที่แล้วเขามาหาพ่อผมถึงบ้านพร้อมช่อดอกไม้ คนที่เกลียดกันไม่ทำอย่างนั้นนะ"
หมวดอีแวนส์นิ่งไปพักนึงก่อนที่เขาจะหันมาคุยเรื่องสำคัญต่อพร้อมควัก Stun gun ใส่มือผม

"นังไงซะ....บอกที่อยู่มาไอ้หนู ถ้ามีเรื่องคอขาดบาดตายฉันจะได้ไปคุ้มกันนาย"





2เดือนก่อนหน้านี้ 
--Downey-- 

"เรานัดกันไว้เหรอ?
ปกติประตูบ้านผมจะสั่งให้เปิดรับแขกได้ในระยะไกลแต่วันนี้ที่ผมต้องมาเปิดประตูให้หมอนี่ทั้งที่อยู่ในเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงลายสก็อตโง่ๆเปื้อนๆ(มันเปื้อนตอนอ๊อกเหล็ก)ก็เป็นเพราะต้องมาซ้อมระบบของประตูนี่แหละ

"ถ้าฉลาดพอก็น่าจะจำได้นะว่าไม่ได้นัด"
วิคเตอร์ยืนหน้าประตูบ้านผมในเสื้อเชิดสีขาวสะอาดทับด้วยเสื้อกักสีเขียวเข้มกับกางเกงขายาวดำสนิทแถมยังสวมนาฬิการาคาแพงมาอีก เมื่อเทียบการแต่งตัวของผมในตอนนี้กะดูมแล้ว แม่งเป็นเพชรกับขี้ดีๆนี่เอง=_= 
ในมือเขาถือช่อดอกกุหลาบสีขาวอยู่ด้วย...ให้ผมเหรอ?

"เข้ามาสิ"
ผมว่า

"....?"
คิ้วสีน้ำตาลเข้มคู่ตรงหน้าขมวดขึ้นด้วยความฉงนเมื่อได้ยินผมชวนเขาเข้าบ้าน แต่ที่ผมไม่ไล่เขากลับไปก็เป็นเพราะ...

"นายไม่ชอบโดนปฏิเสธนี่"
วิคเตอร์ วอน ดูมไม่ใช่คนที่ผมเกลียด เขาเป็นคนที่ผมคุยด้วยแล้วถูกคอผมจึงไม่มีสาเหตุจะต้องไล่หมอนี่ไป ดูมยกยิ้มแล้วเข้ามาข้างใน ผมจึงถือโอกาสฉกเครื่องปล่อยสัญญาณรบกวนมาจากเขาแล้วปิดมันซะทำให้ประตูบ้านผมกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม คนตัวสูงยิ้มเยาะก่อนเอาเครื่องปล่อยสัญญาณรบกวนกลับไปแล้วใส่ช่อดอกไม้ในมือผมแทน

"แลกกัน:)"
ไม่รู้ทำไมแต่แทนที่จะหมั่นไส้ผมกลับชอบวิธีการให้ดอกไม้ของเขาซะอย่างนั้น แปลกใหม่ดี

"ทำไมเอาดอกไม้มาให้?"

"เพราะถ้าไม่เอาอะไรติดมือมาเลยมันจะดูเสียมารยาท"

"ดร.ดูมมีมารยาทด้วยเหรอ?"

"แค่กับนาย"
ว้าว ผมจะคิดว่าเขามาจีบแล้วนะ

"ดื่มอะไรไหม?"

"กาแฟดำก็พอ"
สิ้นเสียงของวิคเตอร์แครอลก็พยักหน้าให้ผมราวกับรับคำสั่งแล้วเดินเข้าครัวไป ผมส่งช่อดอกกุหลาบขาวที่พึ่งได้มาให้ฟรายเดย์ไปจัดใส่แจกัน จากนั้นจึงเดินนำวิคเตอร์ไปที่ห้องรับแขก 

"อันที่จริงฉันอยากให้นายนัดก่อนนะ เพราะถ้านายไม่นัดก็อาจจะได้เห็นทอมในชุดที่ไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ อีกอย่างฉันในตอนนี้ก็แต่งตัวได้แย่เหมือนกัน"

"ฉันไม่ถือ บ้านนายเล็กกว่าที่คิดนะ"

"ฉันกับทอมอยู่กันแค่สองคน แม่บ้านอีก3จะสร้างให้ใหญ่เหมือนปราสาทของนายทำไม"
จริงครับ คฤหาสน์ของดูมแม่งใหญ่อย่างกะปราสาทเมื่อเทียบบ้านแบบธรรมดาของผมแล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละ ผมเน้นใช้งานไม่เน้นสวยงาม เมื่อถึงห้องรับแขกและดูมได้กาแฟดำของเขาแล้วผมก็นั่งข้างๆดูมบนโซฟาโดยเว้นระยะไว้ครึ่งเมตรเพราะจำได้ว่าไอ้บ้านี่ไม่ชอบให้แตะตัว

"นั่งห่างขนาดนั้น เกลียดฉันเหรอ?"
เฮ้อ....เขาเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นสินะ=_=

"นายสนด้วยรึไงต่อให้ฉันเกลียดนาย"
ผมว่าเขาสนนะ ไม่งั้นไม่มาหาถึงบ้านผมหรอก

"นี่ออกมาจากปากของคนที่ฉันมาหาถึงบ้านจริงๆน่ะเหรอ? ฉันคาดหวังให้นายฉลาดกว่านี้นะ"
หลอกด่าด้วย เออ ผมรู้ว่าเขาสนแต่ยังไงผมก็อยากให้หมอนี่พูดตรงๆอยู่ดี

"ฉันอาจจะแกล้งโง่ก็ได้นะ วิคเตอร์ แต่นายดูไม่ออก...หึ พูดขนาดนี้น่าจะดูออกได้แล้วล่ะ"
มิสเตอร์ดูมหรี่ตาลง ดวงตาสีเปลือกไม้คมกริบมองมาที่ผมด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจากขยับเข้ามาใกล้โดยไม่กลัวว่าเสื้อเชิ๊ตสีขาวนั่นจะเปื้อนผงโลหะตามตัวหรือกลิ่นเหงื่อผม มันใกล้มากจนปลายจมูกเราชนกัน

"ฉันพูดไม่ค่อยเก่ง...ทำแบบนี้พอจะช่วยให้นายเข้าใจได้ไหม?"

"...."
เช็ดเข้...รุกหนักชะมัด...

"ดอกไม้ชองใครเหรอ แครอล?"
เราทั้งคู่ผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียทอมมาทางนี้ 

"ของคุณดูมค่ะ"

"พ่อได้ดอกไม้จากผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่หมวดอีแวนส์เนี้ยนะ??"

"พ่อได้ยินนะทอม"
อีแวนส์มันเคยให้ดอกไม้ผมที่ไหนล่ะ  รู้อยู่หรอกว่าผมทำงานกับหมอนั่นบ่อยแต่ผมกับอีแวนส์ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทอมมาที่ห้องรับแขกในชุดกางเกงสามส่วนกับเสื้อฮู้ดสีชมพู การแต่งตัวดูไม่จากผมเท่าไหร่=_=

"อีดิธไปไหนล่ะพ่อ?"

"ซื้อของเข้าบ้านไง แกจะใช้อะไรเธอ?"

"ประแจในแลปผมพัง"

"ในแลปพ่อมีอยู่ชุดนึง"

"ไม่เอา แลปพ่อรกหาชาตินี้เจอชาติหน้า"
ทอมตรงไปหาแครอลแทน คือผมอยากด่าเขานะ...แต่แลปผมแม่งรกจริงไง แล้วไอ้ลูกตัวดีนี่ก็ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาแฉต่อหน้าดูมด้วย! เพราะแลปของวิคเตอร์แม่งโคตรเนียบเลย!

"ฉันอยากเห็นแลปนายจัง:)"

"ไม่"

"เถอะน่า อยากให้ฉันลองเดาทางไปแลปนายดูไหม:)"

"อย่าเชียว--" ดูมลุกขึ้นแล้วตรงไปที่แลปผมราวกับรู้ทาง เดาแม่นอะไรขนาดนั้นล่ะเฮ้ย!! "หยุดเลยนะวิคเตอร์! =[]="


เวลา ปัจจุบัน
ณ คฤหาสน์แลทเวอร์เรีย

"ฉันชอบเสื้อกักนายนะ"
วิคเตอร์ว่าพลางจับมือผมก่อนลากเข้ามาข้างใน เขาอยู่ในเสื้อยืดคอย้วยกับยีนส์ตัวเก่าๆ ไงล่ะเอาคืน รอบนี้การแต่งตัวของผมเป็นเพชรส่วนเขาเป็นขี้แล้ว ผมมาหาดูมโดยไม่ได้นัดส่วนนึงเพราะอยากเห็นว่าหมอนี่แต่งตัวยังไงตอนอยู่บ้านนั่นแหละ แต่จุดประสงค์หลักก็คือมาดูท่าทีหมอนี่ในฐานะผู้ต้องสงสัยคนนึง

"พึ่งเคยเห็นนายในชุดนี้"

"ก็นายไม่นัดฉันก่อน"

"ที่ไม่นัดเพราะอยากเห็นว่านายอยู่ในสภาพไหนตอนอยู่บ้าน"
ดูมทำหน้ามุ้ยแต่ก็ต้องยิ้มออกเมื่อเห็นไวน์ราคาแพงในมือผม

"ซื้อไวน์มาให้เหรอ?"
ถ้าไม่มีอะไรติดมือมาเลยจะดูน่าสงสัย ผมเลยลงทุนไปเลือกไวน์ชั้นดีมาให้เขา หวังว่าการมาครั้งนี้ของผมจะไม่สูญเปล่านะ ต้องได้เบาะแสอะไรซักอย่างติดมือบ้างล่ะ

"นายบอกว่าจะกินแต่ไวน์ชั้นดี ฉันก็เลยอยากลองซื้อไวน์มาให้นายดู จะได้รู้ว่ามาตรฐานนายอยู่ตรงไหน"

"ฟังดูน่าสนุกนี่:)"



--Tom-- 
เมื่อผู้หมวดอีแวนส์สัญญาว่าจะไม่บอกพ่อ ผมก็บอกที่อยู่เขาไป ผมไม่ได้เชื่อใจเขาขนาดนั้นหรอกแต่เมื่อกำลังอยู่ในอันตรายผมก็จำเป็นต้องบอกไว้ 
ตอนนี้กลับมาบ้านเควนตินหลังถูกไล่ออกจากงานเพราะกลายเป็นผู้ร้ายข้ามชาติ ระหว่างที่เควนตินไม่อยู่ผมก็อยากลองค้นบ้านเขาดู ก็รู้ว่ามันเสียมารยาทแต่ผมสงสัยมานานแล้วนะ ...คนที่ใจดีอย่างเควนตินไม่น่าจะเป็นฆาตกรได้นี่ ผมอยากรู้ว่าจริงๆมันเกิดอะไรขึ้นและถ้าเควนตินฆ่าภรรยาตัวเองจริงๆ อะไรเป็นสาเหตุให้เขาทำแบบนั้น

ที่ที่เบสิกที่สุดที่คนมักจะใช้ซ้อนของสำคัญก็คือหลังตู้ ไม่ก็ในห้องนอน งั้นผมเลือกหลังตู้ก่อน--

"....."
ตู้สูงจัง=[]= ไม่สิ...ตู้ไม่ได้สูง ผมเกิดมาเตี้ยเอง ถ้าเป็นเควนตินเขย่งนิดหน่อยก็หยิบของจากหลังตู้ได้สบายๆ บ้าที่สุด!(=_=) แต่ทุกปัญหามีทางแก้ครับ
เก้าอี้ไง!
หลังจากเอาเก้าอี้มาต่อตัวขึ้นไปดูหลังตู้แล้วก็เจอสิ่งที่ผมคาดการไว้ 
รู้จักคุกกี้ปีใหม่ไหม? กล่องกลมๆสีแดง มีทหารใส่หมวกดำสูงๆเรียงแถวอยู่ตรงฝากล่อง ผมเชื่อว่าการที่เควนตินเกิดมาใช้ชีวิตได้30กว่าปี ต้องมีซักปีนึงที่เขาสุ่มกาชาได้ของขวัญปีใหม่เป็นคุกกี้ในตำนานกล่องแดงจนได้มันมาประดับบนหลังตู้ และเชื่อสิเวลาเปิดกล่องแม่งไม่เคยเจอคุกกี้หรอก เจอแต่เข้มกะด้ายหวังว่าเควนตินจะไม่เก็บเข้มกะด้ายไว้ในกล่องคุกกี้แบบที่ฟรายเดย์ทำนะ 
ผมลงจากเก้าอี้แล้วนั่งลงก่อนเปิดกล่องแดงดู

"...."
โล่งอกครับ เควนตินเควนตินเก็บรูปถ่ายโพลารอยด์ไว้ มีอยู่6รูปได้...รูปแรกดูเหมือนจะเป็นรูปที่เขายังหนุ่มๆถ่ายรูปคู่กับหมา เขาเลี้ยงหมาด้วยo_Oพันธุ์เยรมันเชฟเพิร์ท ข้างหลังรูปเขียนด้วยตัวหนังสือหวัดๆว่า'Love Leo' ผมเดาว่าน่าจะเป็นชื่อหมานะ

รูปต่อมา...รูปเขาถ่ายคู่กะผู้หญิงที่...หน้าคล้ายๆเขาเลยสีผมและสีตาเหมือนกันมาก เธอดูแก่กว่าเจคในรูปราวๆ10ปีได้ ด้านหลังของรูปเขียนว่า 'The best Gyllenhaal is Maggie!!' จิลเลนฮาล? เป็นนามสกุลเก่าของเควนตินนี่ แบบนี้ก็ชัดเจนเลยสิว่าเป็นพี่น้องกัน

ต่อมา เป็นรูปสาวผมบลอนคนนึงสวยมากเลย เธอถ่ายคนเดียวไม่ได้ถ่ายคู่กับเควนติน หรือไม่เควนตินก็อาจจะเป็นคนถ่ายให้เธอ ข้างหลังรูปไม่ได้เขียนอะไรไว้เลย รูปต่อไปก็เป็นรูปสาวผมบลอนคนเดิม แต่เธอถูกถ่ายในมุมเผลอ...ข้างหลังรูปเขียนว่า 'Love U Tay' น่าจะเป็นภรรยาเก่าเขานะเดี๋ยวต้องไปหาข่าวเมื่อ2ปีที่แล้วดูว่าผู้ตายใช่ผู้หญิงในรูปไหม

รูปสุดท้ายเป็นรูปของ'เควนติน' 'คุณฮิวจ์'คนที่ผมเคยเจอในซิสเตอร์มากาเร็ต และ'ไรอั้น' ทั้งสามคนอยู่ในชุดทหาร ในมือของเควนตินถือผ้าพันแผลเปื้อนๆอยู่อีกรูปนึงเป็นเขาในชุดทหารถ่ายกับพี่สาวในมือยังคงถือผ้าพันแผลเหมือนเดิม เดาว่าภาพที่ถ่ายกับคุณฮิวจ์และไรอั้น พี่สาวเขาน่าจะเป็นคนถ่ายให้เพราะสองรูปนี้ดูเหมือนจะถูกถ่ายในวันและเวลาใกล้เคียงกัน 
จะว่าไปเควนตินตอนหนุ่มๆนี่น่ารักใช่เล่นเลยแฮะ...ไม่ได้ด่าว่าเขาไม่น่าโตนะ ถึงตอนนี้ก็ยังดูดีอยู่แหละ
ผมเก็บรูปทั้งหมดใส่กล่องคุกกี้ในตำนานแล้วเหยียบบนเก้าอี้อีกรอบเพื่อเก็บมันไว้ที่เดิม

"บู!!"

"เชี่ยo_O!!!" ผมเกือบได้ตกจากเก้าอี้หัวฟาดพื้นแต่โชคดีที่ถูกรับเอาไว้ทันโดยคนคนเดียวกันกับที่แกล้งให้ผมตกใจ(=_=**) "ไรอั้น!?" เขามาอยู่ข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ถ้าเขาแงะประตูบ้านเข้ามาผมก็ควรจะได้ยินสิ

"เจคมันมักจะลืมล็อคหน้าต่างห้องครัวบ่อยๆ ฉันเลยเข้ามาได้"

"วางผมลง"
รู้ไหมว่าคำสั่งจะฟังเกรงขามเมื่อถูกสั่งด้วยน้ำเสียงกดต่ำและถูกสั่งด้วยคนที่สำคัญต่อจิตใจของคนคนนั้น เมื่อไรอั้นได้ยินผมกดเสียงต่ำของผมเขาก็ทำตามแทบจะทันที ว้าว...

"เราต้องคุยกัน"

"งั้นเหรอ?"
ไรอั้นยึดโทรศัพท์ผมไปด้วย นอกจากตีนเบาแล้วยังมือเบาอีกนะ ยอมรับในความรอบคอบเขาจริงๆ

"ฉันอยากขอโทษที่ไม่ได้บอกนาย"

"อ่าหะ"

"คือฉันไม่รู้จะพูดให้นายเชื่อยังไง แต่...ฉันไม่ได้เข้าหานายเพราะโดนพ่อนายจ้างจริงๆนะ--"

"ผมเชื่อ"

"อย่าประชดกันได้ไหม?"

"ผมเชื่อจริงๆ"
ไรอั้นอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ก็เงียบไปเมื่อผมทำหน้าจริงจังเหมือนว่าเชื่อที่เขาพูดจริงๆ

"ทำไม--"

"ถ้าคุณทำเพราะเงินจริงๆ คุณบอกที่อยู่ผมให้พ่อรู้ไปแล้ว แต่วันนี้หมวดอีแวนส์ก็ยังมาถามที่อยู่จากผม นั่นเป็นเพราะพ่อยังไม่รู้ที่อยู่ผมจากคุณ"
ผมก็พึ่งมารู้เรื่องนี้ตอนหมวดอีแวนส์มาขอที่อยู่นั่นแหละ ไม่งั้นคงได้มองไรอั้นแย่ๆไปตลอดแน่

"..."

"ดังนั้นผมเลยลบรูปที่จะใช้แบล็คเมล์คุณไปแล้ว--"
ร่างใหญ่หนักๆโถมเข้าโอบกอดผมแน่นๆไปที แน่นอนผมตกใจแต่ก็ไม่อยากว่าอะไรเขามากเพราะตอนนั้นผมดันพูดอะไรแย่ๆใส่เขาไปซะแล้ว
'นั่นสินะ ผมจะเสียเวลาสอนเรื่องแบบนี้กับคนนอกกฏหมายชั้นต่ำแบบคุณทำไม' 
หมอนี่ต้องเสียใจมากแน่ๆยิ่งถ้าเป็นคำพูดที่มันออกมาจากปากคนที่ตัวเองชอบด้วยแล้ว ผมค่อยๆเลือนมือขึ้นไปลูบหลังคนตัวใหญ่เพื่อปลอบโยนเขา ต่อให้ผมไม่ใช่คนที่เขาชอบแต่ไรอั้นต้องเก็บสิ่งที่ผมพูดไปคิดแน่ๆ ตอนนั้นผมน่าจะคิดก่อนพูดซักนิดเขาจะได้ไม่ต้องมารู้สึกแย่แบบนี้






--Downey--
"...."

"ไม่ต้องมาทำเป็นเงียบเลยนะ!"
อีแวนส์ว่าด้วยความโกรธจัด หลังลากผมออกมาจากบ้านของวิคเตอร์ตอนนี้เราอยู่บนรถ ผู้หมวดเขากำลังขับรถพาผมกลับบ้าน

"...."

"นายไม่บอกฉันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายกับดูม มีอะไรบ้างที่นายจะบอกฉัน?!"

"ฉันกับดูมไม่ได้เป็นอะไรกัน นายเข้าใจเป็นอะไร?"

"นายจูบหมอนั่น!"

"ฉันไม่ได้จูบเขา วิคเตอร์เป็นคนเริ่ม อีกอย่างปากยังไม่แตะกันนายเข้ามาก่อน ดังนั้นไม่นับ"

"อย่ามากวนประสาทฉันโรเบิร์ต!"

"ต่อให้ฉันกับวิคเตอร์คบกันมันก็ไม่เกี่ยวกับนาย"
ผมหยิบเครื่องดักฟังในกระเป๋าเสื้อตัวเองมาโยนทิ้งออกไปนอกหน้าต่างรถ มันไม่ใช่เครื่องดักฟังของผมหรอก วิคเตอร์แอบติดไว้ตอนผมกับเขากำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกัน

"แปลว่านายไม่สงสัยเขา แล้วจะบอกฉันว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยทำไม?"
ตอนนี้หน้าอีแวนส์ดูจะประชดประชันผมสุดๆ หวงก้างได้น่ากลัวชะมัดเลยหมอนี่

"ก็ถ้านายไม่เข้ามายุ่งฉันก็อาจจะได้ข้อมูลเพิ่มจะได้รู้ว่าควรเพ่งเล็งเขาหรือหมอเบน"

"แล้วนายเอาตัวเองไปเสี่ยงโดยที่ไม่บอกฉันเนี้ยนะ!?"

"ถ้าบอกนาย ฉันจะได้ข้อมูลอะไร นายคงตามฉันเข้าไปคุ้มกันถึงในบ้านเขา วิคเตอร์คงไม่ยอมคายอะไรออกมา"

"...."

"สิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับวิคเตอร์มีแค่...เขาชอบฉันจริงๆ มีแอบติดเครื่องดักฟังไว้บนเสื้อฉันด้วย"
ผู้หมวดชะงักเล็กๆ

"ไอ้ที่นายพึ่งทิ้งออกนอกหน้าต่างรถไปน่ะเหรอ?

"อ่าหะ"

"หมอนั่น...โรคจิตแล้ว...แต่เรื่องนั้นนายน่าจะรู้ตั้งแต่ได้ดอกไม้จากมันแล้วไม่ใช่รึไง!?"

"ทอมเล่าให้ฟังเหรอ? หึ...ฉันรู้ว่าโดนหมอนั่นเข้าหา แต่ไม่รู้ว่าหมอโรคจิตถึงขั้นติดเครื่องดักฟังไว้บนเสื้อฉันมันคนละเรื่องกัน"

"...."

"แล้วก็พอจะรู้ด้วยว่านายหวงก้างไม่เข้าเรื่อง"

"....วันนี้ทอมเจอกับหมอแปลกด้วย"
คริสประหม่าแล้วก็เปลี่ยนเรื่องซะงั้น หึ...

"ต่อไปฉันคงต้องสืบกับหมอเบนหน่อย ทอมเป็นไงบ้าง?"

"เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลก"

"...."
แสดงว่าทอมยังไม่มีอะไรที่ผมต้องหวง

"ได้ที่อยู่เขาไหม?"

"ได้แต่เขาขอไม่ให้บอกนาย"

"...."
ถ้าทอมไม่อยากให้ผมรู้ คริสก็ทำถูกแล้วล่ะที่ไม่บอกผม...

"แล้ว..."
คนตัวใหญ่เริ่มชวนผมคุยอีกเรื่อง

"...??"

"นายชอบดอกไม้เหรอ?"
หือ....รอยยิ้มร้ายๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าผม เขาหึงผมเรื่องนี้ด้วย...ว้าว...

"ที่วิคเตอร์ให้ดอกไม้กับฉันเพราะเขาไม่รู้ว่าฉันชอบอะไร แต่ที่ฉันชอบดอกไม้จากเขาเพราะหมอนั่นไม่ใช่คนที่จะให้ดอกไม้กะใครง่ายๆ"

"....ถ้าฉันให้บ้างล่ะ?"

"นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบดอกไม้ขนาดนั้น"

"...."

"พยายามมากกว่านี่หน่อย :)"



--Tom--
ใช่จริงๆด้วย...ผู้หญิงผมบลอนในรูปเป็นภรรยาเก่าเขา เธอถูกฆ่า
"ฉันยังไม่ได้ถามเลยว่าครั้งแรกของนายเป็นยังไงบ้าง"

"ผมก็ไม่คิดจะตอบเหมือนกัน"

"ทำไม นายไม่สนุกกับมันเหรอ?"

"เซ็กซ์ของผมกับคุณในครั้งนั้นนับด้วยรึไง ผมมีอะไรกับคุณในครั้งนั้นน่ะ ไม่ใช่เพราะความใคร่ด้วยซ้ำ"

"งั้นเหรอ....แย่จังนะที่ฉันรู้สึกอยู่คนเดียว"

"ขอโทษก็แล้วกัน...แล้วก็....ที่บอกว่าคุณเป็นพวกชั้นต่ำก็ต้องขอโทษด้วย"

"แคร์ความรู้สึกฉันด้วยเหรอ ทั้งๆที่ฉันมอมเหล้านายเนี้ยนะ"

"ผมตั้งใจให้คุณมอมเหล้าต่างหาก...ถ้าคุณคิดว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความเห็นใจ คุณคิดผิดแล้วล่ะ ทุกคนสมควรไดรับความเห็นใจอย่างน้อยๆก็จากใครซักคนในชีวิต"

"ฉันไม่ค่อยจะได้รับมันซักเท่าไหร่"

"นิสัยอย่างคุณก็ไม่แปลกหรอก"

"...."
ดูเหมือนผมจะพูดแรงไป

"โทษที...แต่ผมว่าคุณไม่ใช่คนที่เลวทรามถึงขั้นที่ไม่คู่ควรกับความเห็นอกเห็นใจเพราะงั้นก็อย่ามองตัวเองในแง่ลบเลย--"

"ฉันชอบนาย"
ไรอั้นว่าเสียงเรียบ เขาไม่ได้พูดมันด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทอย่างที่เขาชอบทำ แต่พูดมันด้วยน้ำเสียงจริงจังและชัดเจน ไม่ใช่น้ำเสียงที่ผมจะได้ยินบ่อยๆจากเขา

"....."
แต่ผมไม่ได้ชอบเขาอย่างที่เขาชอบผมหรอกนะ

"เย็นชาจัง...อย่างกะหุ่นยนต์"
ผมเมินไรอั้นแล้วหันมาแยกส่วนStun gunที่ได้จากหมวดอีแวนส์ต่อ ตั้งใจจะปรับแต่งให้มันโหดขึ้นหน่อย จะว่าไปถ้าผมถามไรอั้นเกี่ยวกับภรรยาเควนติน จะได้อะไรรึเปล่านะถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องด้วย

"เควนติน คุณแล้วก็คุณฮิวจ์สนิทกันตั้งแต่ตอนเป็นทหารเหรอ?"

"ฉันรู้จักกับฮิวจ์ตั้งแต่เรียนม.ปลายแต่กับเจค เราพึ่งรู้จักหมอนั่นตอนฝึกทหาร ทุกวันนี้ฉันยังไม่ชินที่ต้องเรียกหมอนั่นว่าเควนตินเลย"

"แล้ว...เรื่องภรรยาเก่าเขา เกิดอะไรขึ้นคุณพอจะรู้บ้างไหม?"
ไรอั้นลุกขึ้นไปหยิบเหล่าบนชั้นของเควนตินมาเทใส่แก้วแล้วนั่งลงข้างๆผม

"ถามเรื่องคนอื่นกับคนที่แอบชอบนายอยู่...เป็นหุ่นยนต์ที่ใจร้ายจังนะ"

"....ชอบผมขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"นายฉลาดนะ...แต่ดูไม่ออกจริงดิ..."

"ก็ดูออก...แค่--"

"ไม่ได้ชอบฉัน"

"...."
ไรอั้นกระดกเหล้าในแก้วสีอำพันเข้าปาก

"ทำไมฉันคิดไม่ได้นะ ทีกับเจคนี่สนใจเรื่องของมันจัง ถึงขั้นแอบค้นบ้านมันเลย"
ไอ้หมอนี่คิดไปเองล้วนๆไม่ว่าจะเป็นเจคหรือไรอั้นยังไงผมก็ไม่ได้ชอบทั่งคู่ สิ่งที่เรียกว่าคนรักมันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นและถ้าผมจะชอบเจคมันก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่ดี

"ผมไม่ได้ขอให้คุณมาชอบ"

"...."
เพล้ง!

"เป็นบ้าอะไร?!!"
ผมสะดุ้งก่อนจะเปลี่ยนไปถอนหายใจให้ความงี่เง่าของหมอนี่แล้วลุกขึ้นเพื่อหยิบกล่องพยาบาลมาเพราะไรอั้นบีบแก้วในมือจนแตกและบาดมือเขาเองเขาไม่ได้พูดอะไรเลยแม้จะโดนผมด่าไป ดังนั้นผมจะไม่ว่าอะไรเขาไปมากกว่านี้แล้วกันเพราะมันเปล่าประโยชน์ หลังจากทำความสะอาดมือตัวเองด้วยทิชชู่เปียกแล้วผมจึงหันไปทำความสะอาดมือเขาด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ต่อ

"...."

"เจ็บก็บอกผมด้วย"
แก้วไม่ได้เข้าไปในเนื้อลึกถึงขั้นต้องเย็บแผลแต่เลือดก็ออกเยอะอยู่ดีไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมใช้เวลาไม่นานเพื่อห้ามเลือดให้ไรอั้นก่อนจะทำแผลให้เขาจนเสร็จ 

"บางทีฉันก็ลืมไปว่านายไม่ได้ใจดีกับฉันคนเดียว"

"งั้นเหรอ....ก็ดีแล้วที่คุณคิดได้"

"....."

แกรก!
เสียงไขกุญแจดังขึ้น เควนตินใช้เท้าเปิดประตูเพราะมือไม่วางดูเหมือนเขาจะพึ่งกลับจากที่ทำงาน เควนตินเข้ามาในบ้านพร้อมกล่องใบนึงในมือผมจึงตรงเข้าไปหาเขาเพื่อช่วยแบกของ

"แบกอะไรมา?"

"เดี๋ยวนายก็เปิดดูสิ"
หลังวางกล่องไว้บนโต๊ะได้ผมก็เปิดดูทันที ในกล้องมีแตงโมลูกนึงแล้วก็...

"กล้องจุลทรรศน์?"

"มันพังแล้วล่ะ ที่โรงพยาบาลคิดจะทิ้งมันแต่ฉันคิดว่าน่าจะซ้อมมันได้"

"ถ้าซ้อมได้ผมยึดนะ" 

"เอาเลย:)" เควนตินลูบหัวผมด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปทำหน้าเซ็งๆใส่ไรอั้น "เมื่อไหร่แกจะเลิกทำเลือดเลอะไปทั่วซักที แล้วนี่ใครทำแก้วแตกเหรอ?" ไรอั้นไม่ตอบแต่กระดกเครื่องดื่มมึนเมานั่นลงคอผ่านปากขวดแทน "วิสกี้เขาให้ดื่มเป็นช็อต เดี๋ยวก็เมาพอดี"    

"นั่นเป็นจุดประสงค์ของการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่รึไง"
ไรอั้นพูดประโยคเดียวกับที่ผมเคยบอกกับเขา ก่อนกระดกอีกก้นขวดให้หมดในทีเดียวแล้วทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาเควนตินเลยหันไปเก็บเศษแก้วแล้วเช็ดเลือดของไรอั้นบนโต๊ะกาแฟให้เรียบร้อยจนผมอดแซวไม่ได้

"พ่อบ้านดีเด่น"

"ไม่ชอบเหรอ?"

"ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ" เศษแก้วในมือเขาถูกทิ้งลงถังขยะ เมื่อเควนตินเข้าไปล้างมือในครัวผมจึงถามเขาเรื่องแตงโม "ซื้อแตงโมมาทำไมเหรอ?"

"ว่าจะกินน่ะ เก็บใส่ตู้เย็นไปเถอะยังไม่กินตอนนี้หรอก แต่ถ้านายอยากกินฉันปอกให้ได้นะ"
เมื่อทำตามที่คุณพ่อบ้านสั่งแล้วผมจึงหันไปดูไรอั้นที่แอ้งแม้งอยู่บนโซฟาหน่อย ขอสารภาพว่าแอบรู้สึกผิดที่หักอกเขา

"...."
หลับไปแล้ว

"ผู้หมวดอีแวนส์ ได้คุยกับหมอนั่นไหม?"
ผมละสายตาจากไรอั้นแล้วหันไปสนใจเควนตินที่พึ่งเดินออกมาจากในครัวแทน

"ใช่ คุณบอกที่ทำงานผมให้เขารู้สินะ"

"อือ ฉันไม่รู้ว่านายอยากให้เขารู้ที่อยู่ไหม ก็เลยบอกให้เขาไปถามนายเอง"
รู้งานจัง

"ขอบคุณนะ แล้วตกใจรึเปล่าที่เห็นตำรวจ?"
เควนตินนั่งบนโซฟาตัวตรงข้ามที่ไรอั้นนอนผมจึงนั่งลงข้างๆเขาเพราะเป็นที่สุดท้ายที่เหลือให้นั่ง

"แน่นอนสิ ก็ไรอั้นดันมาตามหานายตอนนั้นพอดี คนนอกกฏหมายเจอหน้าตำรวจ พอจะเดาสถานการณ์ออกไหมล่ะ?"
ฟังดูเลวร้ายดี

"แล้วทำไมถึงคุยกันได้ล่ะ?"

"หมวดอีแวนส์ก็ทำผิดเหมือนกัน เขารู้เรื่องที่พ่อนายจ้างไรอั้นแต่เขาไม่จับพ่อนาย"
ผมผงกหัวเหมือนเข้าใจ คือผมก็ไม่แปลกใจนักหรอกว่าทำไมผู้หมวดเขาไม่จับพ่อ ดูจากดาวอังคารยังดูออกเลยว่าเขาคิดอะไรกับพ่ออยู่ มีแต่พ่อนั่นแหละเอาแต่ปั่นหัวเขาเล่นอยู่ได้ ถ้าผมเป็นหมวดอีแวนส์ผมเลิกสนใจพ่อไปนานแล้ว ดักดานอยู่นั่นแหละ

"นายคิดว่าใครที่หมายหัวพ่อนาย?"

"ผมไม่รู้หรอก คนเกลียดพ่อน่ะมีเยอะจะตาย"

"...."

"ตอนนี้พ่อส่งสัยดร.ดูมกับหมอแปลกดังนั้นผมต้องห้ามเข้าใกล้สองคนนี้โดยเด็ดขาด"

"สองอัจฉริยะนั่นจะต้องการอะไรจากพ่อนายกัน?"

"ไม่รู้ ไม่สนด้วย แต่ที่แน่ๆพ่อผมไม่เคยสงสัยพลาดหรอก ต้องเป็น1ในสองคนนั้นแน่ๆ เดี๋ยวก็สืบจนรู้เอง"

"...."

"แล้ว..."

"...."

"คุณมีพี่สาวด้วยเหรอ?"
หลังตอบคำถามเขาผมก็ได้เวลาถามสิ่งที่ผมอยากรู้ซักที เควนตินดูตกจะตกใจ ก่อนจะจ้องผมเขม็งจนผมรู้ตัวทันทีว่าทำผิดไป ความจริงผมรู้ตัวว่าผิดตั้งแต่คิดจะค้นบ้านเขาแล้วแต่ช่วยไม่ได้นี่คนมันอยากรู้ เควนตินเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะบอกผมเลยด้วย เพราะงั้นก็ต้องทำแบบนี้แหละ

"ไปรู้มาจากไหน?"
น้ำเสียงกดต่ำและเย็นเฉียบบอกได้ดีว่าเขาแอบโมโหผมอยู่ นั่นดูไม่ดีนักแต่...ยังไงผมก็ต้องรู้ให้ได้

"กล่องแดงหลังตู้"

"แอบค้นบ้านฉัน?"

"ประมาณนั้น"

"ทำไม?"

"ผมอยากรู้ว่าคุณฆ่าภรรยาตัวเองจริงรึเปล่า แล้วผมก็อยากรู้ด้วยว่าทำไม"

"ตำรวจไม่ได้โง่ขนาดนั้นและฉันก็ไม่ได้ฉลาดมาก ทุกอย่างที่รายงานในข่าวเป็นความจริงนายไม่จำเป็นต้องสงสัยอะไรเพิ่ม"

"ในรายงานบอกว่าคุณบีบคอเธอจนตาย แถมตำรวจเดาว่าคุณเสพโคเคนก่อนจะฆ่าเธอด้วย"

"นายเล่าเรื่องที่ฉันรู้อยู่แล้วให้ฉันฟังเพื่ออะไร?"

"ที่ผมทวนเรื่องนี้ให้คุณฟังเพราะผมไม่เชื่อเรื่องในข่าวไง... ผมอยากรู้ว่าในเหตุการนั้นมีอะไรจริงอะไรปลอมบ้าง คุณดีกับผมมากนะจะให้ผมเชื่อจริงน่ะเหรอว่าคุณเป็นฆาตกร?"

"...."
ดูทรงแล้ว ไม่ว่ายังไงเควนตินไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้เขาหลบหน้าผมด้วยการลุกขึ้นจากโซฟาทำท่าเหมือนจะไปอาบน้ำแต่ผมไม่ยอมหรอก! 

"เควนติน"
หมับ!

"...."
ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นดูน่ากลัวขึ้นมาเมื่อพวกมันหันมาจ้องเขม็งทันทีที่ผมคว้าแขนเขาเอาไว้ เขากำลังโกรธ...จนดูน่ากลัว ในตอนที่พึ่งรู้ตัวว่ากำลังล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของคนตรงหน้าและกำลังจะปล่อยมือ ริมฝีปากหนาก็กดลงมาบนริมฝีปากผมแล้ว มือใหญ่ทั้งสองข้างจับกรามผมไว้ให้มันอยู่กับที่แต่ผมในตอนนี้ก็ไม่ได้ผลักเขาออกเพราะร่างกายมันแข็งทื่อไปหมด ผมไม่ได้เกลียดผิวสัมผัสที่เขามอบให้เลย ริมฝีปากสวยที่บดขยี้ลงมาอย่างดุดันกำลังทำสติผมปั่นป่วน ในตอนที่จูบกับไรอั้นแอลกอฮอล์ทำให้ทุกอย่างเลือนลางผมเลยแทบไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้สติสัมปชัญญะทุกอย่างของผมอยู่ครบน่ะสิo_O! ถ้าจะบอกว่าผมแม่งไม่พร้อมกับสิ่งนี้ก็คงไม่ผิดนัก...
การสบตาเขาอีกครั้งยากเป็นสิบเท่าเพราะจูบเมื่อกี้ แต่เควนติน...เขาดูไม่เสียอาการเลยแม้แต่นิดเดียว โกรธผมขนาดนั้นเลยเหรอ...

"ถ้านายโดนฉันล่วงเกินแบบนี้บ้าง ก็คงไม่ชอบใช่ไหมล่ะ?"
ร่างสูงผละออกจากผมไปแต่ก่อนที่หมอนั่นจะได้ไปไหน ผมก็หยุดเขาไว้ด้วยประโยคสั่นๆเพราะรู้ดีว่ามันจะได้ผล

"ใครบอกว่าผมไม่ชอบล่ะ"

"....."
ใช่ ผมรู้ว่าหมอนี่ชอบผมอยู่ และรู้ด้วยว่าถ้าพูดแบบนี้เควนตินต้องหันมาสนใจแน่ คู่สนทนาหันมาสบตาผมอีกครั้งแต่คราวนี้ด้วยตาสีฟ้าคู่ตรงหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

"หึ....ทำแบบนี้เพราะรู้สึกผิดเหรอ? ระวังคำพูดตัวเองไว้หน่อยก็ดีนะ"

"ครึ่งนึงก็ใช่...ผมรู้สึกผิดที่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวคุณ"

"แล้ว....อีกครึ่งนึงล่ะ?"

"...."
 ที่ผมบอกว่าผมไม่ได้เกลียดที่ถูกเขาล่วงเกิน เหตุผลครึ่งนึงที่พูดแบบนั้นก็เป็นเพราะรู้สึกผิดที่ไปล้ำเส้นเขาแต่อีกครึ่งผมหมายความตามที่พูดครับ ผมสนใจเขา....
มือหนาจับแขนที่เล็กกว่าแล้วลากผมเข้าไปในห้องนอน เขาล็อคประตูเรียบร้อยเพราะรู้ดีว่าใต้หลังคาบ้านไม่ได้มีแค่ผมกับเขาสองต่อสอง

"อยากให้ฉันยกโทษให้ขนาดเลยเหรอ?"

"ก็บอกแล้วว่านั่นเป็นเหตุผมแค่ครึ่งเดียว"
ริมฝีปากสีชมพูตรงหน้ากดจูบลงมาที่ริมฝีปากผมก่อนจะเปลี่ยนเป็นที่ใบหูแล้วกระซิบเบาๆด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับเป็นคนละคนที่เคยใจดีกับผมอย่างนั้น

"และรู้ไว้ด้วยว่า....ฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่นายคิดไอ้หนู..."

"...."



--Ryan--
ณ ซิสเตอร์มากาเร็ต

"เกิดอะไรขึ้น"
ฮิวจ์ถามทั้งๆมันมันควรจะส่งของให้ผม

"หมายความว่าไง?"

"แกจะไม่พึ่งโคเคนถ้าไม่มีอะไรเครียดจริงๆ"

"เสือกจริงนะ เงินอยู่นี่ เอาของมาได้แล้ว"

"...."
หมอนั่นยืนนิ่ง มันไม่รับเงินแล้วมันก็ไม่มีทีท่าว่าส่งของให้ผมด้วยทำเอาผมแอบหงุดหงิด

"พูดไม่รู้เรื่องเหรอ?"

"ให้ฉันเดา....แกอกหัก?"
ฮิวจ์เทเหล้าแล้ววางลงตรงหน้าผมแทน มันพูดเหมือนอ่านใจผมได้เลย

"...."

"เล่าให้ฟังหน่อย"
ผมหลุบตาลงอย่างหมดอาลัยตายอยากแล้วยอมเล่าให้มันฟัง

"....เขาไม่เลือกฉัน แต่เลือกไอ้เชี่ยเจคแทน"
ฮิวจ์น่าจะได้ยินตอนผมกับทอมคุยกันในบาร์แล้วดังนั้นพูดแค่นี้น่าจะเข้าใจ

"คือ....ให้ฉันพูดตรงๆไหม?"

"เชิญ"

"ไอ้ง่าวววว!! ไอ้เจคแม่งดีกว่าแกทุกอย่างเลย เขาเลือกแกสิแปลก! มันเป็นหมอ แกเป็นคนนอกกฏหมาย เจคมันเลิกยาได้ปีกว่าแล้ว แต่แกกลับอกหักแล้วมาขอโคเคนจากฉันเพิ่มเนี้ยนะ!! เหมือนให้เขาเลือกระหว่างทับทิมกับขี้หมาอะ ไอ้ฟาย!"
กรอบ!
เสียงอะไรเหรอ? อ่อ...เสียงหัวใจที่แตกสลายของผมไง! อือหือ.....เปรียบเทียบซะจุกเลย ไอ้เชี่ยฮิวจ์!

"แล้วจะให้ฉันทำยังไงวะ?"

"ที่ฉันขายยาให้คนอื่นเพราะฉันไม่สนพวกมัน ขอแค่ได้เงินก็พอ แต่แกเป็นเพื่อนฉันนะไรอั้น" พูดจบฮิวจ์ก็วางโคเคนลงตรงหน้าผม "อายุก็ตั้งขนาดนี้แล้วแกก็น่าจะรู้ว่าต้องทำอะไร ฉันจะไม่ห้าม โตแล้วคิดเองได้" แม้จะแอบโกรธคำพูดแรงๆของมัน แต่ฮิวจ์ก็พูดถูก เทียบกับเจคแล้วผมไม่มีอะไรดีเลย 
เวรเอ้ย....ผมยกซดเหล้าที่มันเทให้แล้วยอมเก็บเงินตามที่มันว่าทิ้งโคเคนไว้อย่างนั้น ที่ยอมเชื่อฟังไอ้เพื่อนปากหมานี่แต่โดยดีเพราะครั้งสุดท้ายที่ขัดต่อคำสอนของไอ้ฮิวจ์ผมโดนทอมมี่มองแรงใส่จนนอนร้องไห้ไปสามวัน

"ให้คำแนะนำหน่อยสิ" 

"ฉันเป็นเพื่อนแกก็จริง แต่อย่าลืมว่าฉันก็เป็นเพื่อนไอ้เจค...ดังนั้นแกตัดสินใจเอาเองเถอะ"
ฮิวจ์หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบก่อนจะจุดไฟ

"....ฉันไม่อยากยอมแพ้"

"ไม่มีใครบอกให้แกยอมแพ้นี่"


--Tom-- 06:02
"รู้ใช่ไหมว่าผมไม่ได้คิดเรื่องคบกับคุณ"

"รู้สิ"

"...."

"ถึงได้บอกไงว่าจะจีบนายให้ติด“
เควนตินจุมพิตลงบนริมฝีปากผมเบาๆแล้วลุกไปอาบน้ำ 
นั่นสินะ...วันนี้ไม่ใช่วันหยุดเขา ผมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมลวกๆก่อนออกจากห้องนอนไป พึ่งสังเกตว่าไรอั้นออกไปแล้วซึ่งก็ดี...เพราะมันคงอึดอัดน่าดูถ้าจะต้องมามองเขาหลังจากที่พึ่งนอนกับเควนตินไป Stun gunที่จับมันแยกส่วนไปยังซ้อมไม่เสร็จเลย ตั้งใจจะเพิ่มความแรงให้มัน แบบช็อต0.5วิหลับไปเลยก็ดี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม
ใช้เวลาไม่นาน Stun gunก็ถูกแก้ไขจนเสร็จสมบูรณ์ กระสุนยาสลบGR13ของผมเหลืออีก4นัด 

"เควนติน" ก่อนหมอนั่นจะได้ออกบ้าน ผมโยนStun gunให้เขา "รู้วิธีใช้มันใช่ไหม?"

"ให้ฉันทำไม?"

"ผมมีปืนยาสลบ ดังนั้น...ถ้าคนที่มาล่าผมคิดจะทำร้ายคุณก็ให้ใช้ไอ้นี่ มันแรงมากแตะแค่0.5วิก็หลับได้"

"ขอบคุณ...แต่ฉันป้องกันตัวเองได้"
 
"นั่นสินะ ไรอั้นเล่าให้ฟังแล้วว่าคุณก็เป็นทหารคนนึงไม่ใช่แค่หมอ แต่คุณก็ควรพกมันเอาไว้เถอะ ไม่มีอะไรแน่นอน"

"หมอนั่นเล่าอะไรให้ฟังบ้าง?"

"เขาให้เกียรติคุณมากพอที่จะไม่บอกเรื่องภรรยาคุณกับผม ไม่ต้องห่วง"

"...."
เควนตินผงกหัวแต่ก่อนจะออกจากบ้านเขาก็คุยกับผมก่อน

"ถ้านายปลอดภัยไม่โดนตามล่าแล้ว...เราไปดูโคอาล่ากันนะ"

"เอาสิ...."
รอยยิ้มปรากฏลงบนหน้าผมเควนตินออกไปแล้ว....แม้ผมจะรู้สึกดีที่เขาไม่ลืมเรื่องที่ผมอยากดูโคอาล่าแต่มันก็ทำให้อดคิดไม่ได้ คนที่ใจดีแบบเขาเป็นฆาตกรได้ยังไงกัน....ยังไงผมก็ต้องรู้ ถ้าเขาไม่บอกผมก็จะหาทางรู้ให้ได้นั่นแหละ



--Downey--
"แล้วคุณหาข้ออ้างไปเจอเขารึยัง?"

"อยากเจอหมอก็ต้องแกล้งป่วยสิ"
เรากำลังจะไปเจอหมอแปลกกัน ในเมื่อไปเจอดูมแล้วยังคว้าน้ำเหลวผมก็ขอลองเพ่งเล็งไปที่หมอแปลกดูบ้าง คือผมไม่เลิกสงสัยดูมหรอก แต่ถ้าไปหาเขาบ่อยๆมันดูผิดสังเกตดังนั้นผมเลยเปลี่ยนไปสนใจเบเนดิกต์ก่อน ถ้าจับไต๋ใครได้ผมค่อยพุ่งเป้าไปที่คนคนนั้น
ทุกครั้งคนที่ขับรถให้ผมจะเป็นอีดิธแต่วันนี้ผมไปกับคริส เขาเลยกล้ายเป็นคนขับรถให้ผมไปโดยปริยาย

ปัง!
"!!!!!"
ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ เสียงกระสุนปืนกระทบกับพื้นก็ดังขึ้น กระสุนปืนไรเฟิลมันผ่านระหว่างใบหน้าของผมกับหมวดอีแวนส์ไป เราทั้งคู่รีบหมอบลงทันทีเพื่อใช้รถเป็นกำบังด้วยความตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาซุ่มยิงถึงหน้าประตูบ้านแบบนี้ ผู้หมวดมองไปที่กระสุนไรเฟิลบนพื้น ผมกับเขาเดาไปทางเดียวกันว่าน่าจะยิงมาจากตึกร้างที่ห่างออกไปไม่ไกลจากที่นี่

"นายไปหลบในบ้าน--"

"เรื่องสิ!"
ผมวิ่งตรงไปที่ตึกนั้นแทบจะทันทีโดยไม่ฟังคำสั่งของผู้หมวด เขาจึงต้องวิ่งตามมาติดๆโดยไม่มีทางเลือก ดูจากกระสุนบนพื้นน่าจะยิงมาจากชั้น4 ตึกร้างนั่นแทบไม่มีคนอยู่ถ้าไปตอนนี้อาจจะจับตัวไว้ได้ทัน!!
.
.
.
.
.


ทั้งผมกับคริสตาเบิกกว้างไปด้วยความกลัว
ข่าวดีครับ...คนร้ายที่สุ้มยิงผมยังอยู่ ข่าวร้าย...หมอนี่กลายเป็นศพไปแล้ว ศพไม่สวยซะด้วย หัวระเบิดเละ...จนดูไม่ออกว่าเป็นใคร มือเองก็ถูกระเบิดไปด้วย มันไม่คิดที่จะให้เราสืบลายนิ้วมือของผู้ตายได้เลย ปืนไรเฟิลวางอยู่ข้างๆ มันเป็นการจัดฉากเหรอ...? หรือ...หรือ...ถ้าเป็นการจัดฉากคนที่ทำก็ต้องอยู่ใกล้ๆนี่สิเรามายังไม่ได้เห็นใครเลยนะ 
แย่แล้ว...แย่มากเลยด้วย....
ผมยังสืบอะไรไม่ได้ทั้งๆที่มันเข้าใกล้ผมได้ขนาดนี้....แล้ว...แล้วทอมล่ะ....

"โทร...แจ้งตำรวจ..."

"เข้าใจแล้ว โรเบิร์ต..."

"....."

"บ็อบ!!"
ผมไม่ใช่คนกลัวเลือด ผมเคยเห็นศพมาหลายครั้งเพราะต้องสืบคดี แต่คดีในครั้งนี้มันน่ากลัวจริงๆเพราะผมเองก็กลัวตายแล้วถ้ามันหมายหัวทอมอีกล่ะ.... ร่างกายผมทรุดลงจนผมต้องนั่งลงไปกับพื้น ไม่รู้เป็นบ้าอะไร มือไม้เองก็เริ่มสั่น การหายใจเริ่มผิดปกติ ผมรู้ว่าผมกำลังกังวลแต่ไม่ใช่ตอนนี้สิ! ความกังวลแค่นี่ผมเก็บมันไว้ได้อยู่แล้ว ทำไม...กับเรื่องแค่นี้ต้องมากลัวกัน ถ้าเป็นผมคนเดิม...ผมจะเก็บหลักฐานแล้วสืบต่อจนได้ตัวมัน ตอนนี้จะมามัวแต่กลัว มันไม่ใช่เรื่องนะ...

"....."
หมวดอีแวนส์ไม่ได้ต่อว่าที่ในสถานการณ์แบบนี้ผมกลับทำตัวเป็นภาระ เขากอดผมที่ตัวสั่นไว้อย่างนั้นแม้จะอยู่ในสถานการณ์สุดห่วยแตก 
ผมในตอนนี้คงทำเป็นเก่งไม่ได้อีกแล้ว....ทำไงดี...

"ฉันอยู่นี่....ไม่เป็นไรนะ"










ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ดาวกับ ดร.ดูม เป็นเหมือนคนที่มีทัศนคติคล้ายๆกัน คุยกันรู้เรื่องเลยชอบอยู่ด้วยกัน แต่เจ้ดาวก็ไม่ได้จริงจังกับดูมนะ ขอสปอยเลยว่ายังไงเจ้ดาวก็ต้องได้กับหมวดอีแวนส์ เพราะเดี๋ยวมันจะไปเด่นเกินคู่ลูก ตอนหน้ามาดูกันว่าหมอแปลกมีความสัมพันธ์ยังไงต่อเจ้ดาว ระหว่างดร.ดูมกับหมอแปลกใครมีแนวโน้มจะเป็นตัวร้ายของเรื่องมากกว่ากัน

--มาดูประเด็นเรื่องคุณลูกกันบ้าง เดี๋ยวคุณแม่จะเด่นเกิน--
ทีมRyanTom พี่ไรอั้นเจ็บหนักแล้วค่ะแต่ยังไม่ยอมแพ้ แม้น้องจะเย็นชาเป็นหุ่นยนต์แค่ไหนพี่แกก็ยังตั้งใจจะจีบต่อจนได้ ต่อจากนี้พี่อั้นจะเดินระวังมากขึ้นเพราะศัตรูหัวใจโคตรแข็งแกร่ง


ทีมJakeTom พี่เจคจีบช้าค่ะแต่เน้นSure ความอ่อนโยนมัดใจน้องได้แน่ แต่รายนี้มีข้อบกพร่องตรงที่ พี่แกมีความลับซึ่งไม่อยากให้น้องทอมรู้อยู่ เรื่องนั้นสร้างช่องว่างระหว่างตัวเขากับน้องทอมได้มากพอสมควรเลย


สาเหตุที่ไรท์หายไปนาน สารภาพตามตรงว่าติดJojoค่ะ ดู6ภาครวดเดียวเลยไม่มีเวลาแต่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #14 แพรวเองไง555 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 09:56

    ภาพประกอบสุดมากอ่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-06.png

    #14
    1
    • #14-1 (จากตอนที่ 6)
      25 ตุลาคม 2562 / 10:09
      ตามมาอ่านเรื่องนี้ด้วยเหรอคะ><
      #14-1