King Of Mask #อีกากินทุเรียน

ตอนที่ 12 : DRAGON <120%>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 มี.ค. 60

11

DRAGON



ฉันยืนมองร่างของเด็กชายหน้าตาน่ารักเดินออกมาจากร้านขายอาวุธพร้อมกับเจ้าของร่างสูงดูมีฐานะ เสียงจ้อกแจ้กจอแจของชาวบ้านในตลาดยังคงดังอย่างต่อเนื่องแม้ว่าตรงนี้จะเป็นพื้นที่หน้าปราสาทหินก็ตาม

“นี่” เสียงเล็กๆของเพื่อนสนิทดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองด้วยความสงสัย “เธอจะเลือกหน้ากากอะไรหรอ?”

“…” ฉันเงียบไปสักพัก “ไม่รู้เหมือนกัน เธอคิดว่าฉันเหมาะกับหน้ากากแบบไหนล่ะ?” ฉันถามกลับ

“อืม..ถ้าเป็นอย่างเธอคงจะเป็นมังกรไม่ก็แม่มดนะ” ฉันรีบหันกลับไปมองเพื่อนหน้าหมวยทันที “แหะๆ.. ก็จริงนี่นา..”

“ฉันดูใจร้ายมากเลยหรือยังไง?”

“เปล่านะ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” เธอรีบปฏิเสธ “ก็เธอดูเป็นผู้ใหญ่ดี แล้วก็เกิดปีมะโรง..” แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแม่มดกัน..

“แล้วแม่มดมันตรงกับฉันตรงไหนล่ะ” ฉันถามต่อ

“ก็..” เธอเสหน้าหันไปมองทางอื่น “บางครั้งเธอก็ใช้คำพูดธรรมดาแต่ฆ่าคนตายได้แบบง่ายๆเลย..”

“แล้วฉันเลยดูน่ากลัวในสายตาเธอบ้างหรือเปล่าล่ะ?” ฉันเลิกคิ้ว

“ไม่ๆๆๆๆ ไม่น่ากลัวเลยสักนิด” หล่อนโบกมือเป็นพัลวัน “ก็แค่เวลาเธออยู่ด้วยก็จะใช้สายตาแบบกดดันมองมาที่ฉันอย่างกับว่าฉันไปทำอะไรรุนแรงอย่างนั้นแหล่ะ..”

ฉันยิ้ม “นั่นไม่น่ากลัวตรงไหน” พูดซะน่าสงสารแต่ก็ยังยืนยันว่าไม่กลัวอีก ยัยคนนี้นี่..

“ช่างเรื่องนั้นไปเถอะน่า~” สาวหน้าหมวยปัดมือ “แล้วนี่เมื่อไหร่เราจะได้ใบรายละเอียดกันละเนี่ย..”

ฉันมองเพื่อนสาวตัวเล็กยิ้มๆ เธอมักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่ฉันรู้สึกไม่ดีหรือเหนื่อยจากการทำงานที่บ้าน เสียงเล็กๆของแม่นี่มักจะเข้ามาในโสตประสาทฉันก่อนอย่างแรกแทนที่จะเห็นตัว คำพูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างของหล่อนก็เหมือนจะช่วยให้ฉันลืมความกังวลไปได้เสียสนิท



นี่แหล่ะนะ.. มีเพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง




“นี่!! ตื่นได้แล้วนะ! ไปทำหน้ากากกันเร็ว!!” เสียงแหลมๆที่คุ้นหูดังขึ้นในโสตประสาทของฉันพร้อมกับร่างของเจ้าของเสียงกระโดดมาทับฉันที่นอนอยู่บนเตียง “ลุกได้แล้ว! นี่เจ็ดโมงครึ่งแล้วนะ!”

ฉันค่อยๆลืมตาอย่างยากลำบากแล้วมองใบหน้าหวานหมวยขงเพื่อนสนิทที่ยื่นหน้ามาใกล้ๆฉันจนหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ

“อะไรของเธอ.. เสียงดังแต่เช้า” ฉันพูดเสียงเบา

“ก็เธอไม่ตื่น ปลุกตั้งแต่สิบนาทีที่แล้วกว่าจะลืมตาได้นะ” หล่อนเบ้ปาก

“ทำหน้าแบบนี้อยากเสียจูบแรกแล้วหรือไง?”

เพื่อนหน้าหมวยเบิกตากว้างแล้วหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที “อ..อะไรของเธอ!”

“นอนทับฉันอยู่อย่างนี้ หรือว่าไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว?”

“เห้ยยย ไม่ใช่แบบนั้นนะ” พูดจบก็รีบกลิ้งตัวออกจากฉันจนตัวเองพลัดตกลงไปนอนกองอยู่บนพื้นเสียเอง

ฉันลุกขึ้นนั่งแล้วหัวเราะ “เอ้า ง่วงนอนแล้วหรอ?”

“ไม่ใช่นะ!” หล่อนรีบลุกขึ้นยืนทันที “รีบไปอาบน้ำอาบท่าเลย ฉันจะลงไปรอข้างล่าง!” หล่อนปิดหน้าแดงๆของตัวเองแล้วเดินตึงตึงออกไปข้างนอกทันที

“อะไรของเขา”



เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ของยัยหมวยเป็นเจ้าของร้านขายของเก่า ส่วนแม่ของฉันก็ขายเสื้อขายผ้า หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นเครื่องแต่งกายแทบจะทุกอย่าง.. จะว่าไปเราสองคนก็ชอบออกไปวิ่งเล่นด้วยกันบ่อยๆถึงบางครั้งมันก็เกินเพื่อนไปนิดนึงก็เถอะนะ..

แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไร เพราะฉันกับยัยหมวยก็ไม่เคยคิดอะไรเกินเพื่อนกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่.. เพราะเราสองคนก็โตๆกันแล้วใช่ไหมล่ะ?

“เธอจะเอาหน้ากากอะไรล่ะ?” ฉันเอ่ยปากถามในระหว่างที่รอเจ้าของร้าน

“ถ้าฉันบอกเธอก็รู้ไม่ใช่หรอ?”

“แต่เธอก็รู้ของฉันแล้วนี่” ฉันสวน

ยัยหมวยถลึงตาโตทันที “นี่เธอเลือกหน้ากากมังกรที่ฉันบอกหรอ?!”

ฉันพยักหน้า “ใช่สิ”

“ทำไมถึงเลือกมังกรล่ะ” เธอรีบถามต่อทันที

“ก็เธอบอกเองไม่ใช่หรอว่าฉันดูเป็นผู้ใหญ่” ฉันเว้นช่วง “อีกอย่างฉันก็เกิดปีมะโรง.. มีอีกตั้งหลายคำตอบที่ว่าทำไมฉันถึงเลือกจะใส่มัน”

ฉันเห็นหล่อนแอบยิ้มนิดๆ “หรอ..”

“อืม” ฉันพยักหน้ารับ “สรุปจะบอกฉันได้หรือยังว่าเธอเลือกหน้ากากอะไร?”

เพื่อนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธ สีหน้าของเธอดูอ่อนลงเมื่อฉันพูดถึงเรื่องหน้ากาก “ไม่บอกหรอก”

“ทำไมล่ะ?”

เธอยิ้มให้ฉันแทนคำตอบ ทันใดนั้นเจ้าของร้านก็เดินเข้ามาจากหลังร้านแล้วเอ่ยปากถามฉันทันที

“ต้องการหน้ากากแบบไหนล่ะจ๊ะสาวๆ?”

ฉันหันไปมองหน้ายัยหมวย แต่เธอก็พยักเพยิดหน้าให้ฉันตอบเจ้าของร้านไปเสียอย่างนั้น “ฉันมาทำแล้ว ตาเธอ”

“หรอ” ฉันหันไปหาชายร่างใหญ่ทันที “งั้น.. เป็นหน้ากากมังกรค่ะ”

“มีแบบที่ต้องการไว้อยู่แล้วไหม? ฉันจะได้จัดการให้ถูก” เขาเลิกคิ้วมองฉันอีกครั้ง

“มีค่ะ!” เสียงแหลมๆรีบตอบแทนทันทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากตอบ ยัยหมวยหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋ากระโปรงแล้วยื่นใหญ่ชายร่างใหญ่ “ตามนี้เลยนะคะ”

เข้าขมวดคิ้วตอนที่ดูรูปหน้ากากบนกระดาษ ก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ “ออกแบบสวยนะแม่หนู”

“ขอบคุณค่ะ แหะๆ”

“…” ฉันหันไปมองเพื่อนสนิทที่ยิ้มให้ฉัน เราสองคนจัดการจ่ายเงินแล้วเดินออกมาจากร้านเพื่อไปดูอาวุธกันต่อ

“ฉันเลือกอาวุธของตัวเองไว้แล้วนะ เธอเลือกเลย” เสียงใสๆพูดขึ้นตอนที่เรากำลังเดินผ่านร้านขายทุเรียน

“เธอมาซื้อตอนไหนเนี่ย?”

“ก็..ตั้งแต่เมื่อวานน่ะ” หล่อนยิ้มแห้งๆแล้วดึงแขนฉันเข้าไปในร้านขายอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในตลาด กลิ่นของหนังและไม้คละคลุ้งไปทั่วราวกับว่าเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน “นี่ ดาบน่าจะเหมาะกับเธอนะ”

“หือ?” ฉันหันไปมอง

“อันนี้เลยๆ” ยัยหมวยชี้ที่ปลอกดาบสีดำเงาเส้นแถบสีเหลืองทอง

“นี่เธอมาเลือกให้ฉันหรือเปล่าเนี่ย?” ฉันขมวดคิ้วยิ้มๆมองหน้าหวานที่ซีดไปนิดหน่อย

“เปล่าสักหน่อย..~”

“อันนี้น่ะหรอ?” ฉันหยิบดาบที่ว่าขึ้นมาจากแท่น

“ว่าแล้วเชียว เหมาะกับเธอจริงๆด้วย.. เนี่ย ราคาไม่แพงนะ แค่ห้าร้อยห้าสิบเหรียญ..” พูดยังไม่จบประโยคหล่อนก็รีบตะครุบปากตัวเองไว้ทันที

“หืม?”

“ไม่ใช่นะ! ฉันไม่ได้มาดูให้เธอเลย ก็แค่จำราคาเอาไว้ได้เพราะว่าฉันก็อยากได้แต่ว่ามันไม่เข้ากับฉันเฉยๆ ถ้าเธอไม่ชอบหรือว่าอยากได้ธนูแทนก็ไปเลือกพวกนั้นก็ได้ ฉันไม่ขัดหรอก” ฉันเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ทำเป็นเดินไปดูดาบสั้นก่อนจะยิ้มออกมา



โถ่.. ยัยหมวยเอ้ย..



ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจซื้อดาบสีดำคาดสีทองมาเสียอย่างนั้น.. เฮ้อ เอาเถอะ.. ถือซะว่ายัยนี่มาช่วยดูก็แล้วกัน..

“ถามอะไรหน่อยสิ” ฉันเปิดประเด็นในระหว่างที่ยัยหมวยกำลังเดินกินแตงโมด้วยสีหน้ามีความสุขสุดขีด

“ว่ามาสิ”

ฉันนั่งลงบนโขดหิน นั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะหายลับไปสุดขอบฟ้าอยู่ร่อมร่อแล้วอ้าปากพูดต่อ “ทำไมถึงไม่บอกฉันเรื่องหน้ากากล่ะ”

ฉันเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ชะงักไป “ทำไมถึงถามล่ะ” หล่อนถามกลับแล้ววางแตงโมที่เหลือลง

“ก็อยากรู้เฉยๆ” ฉันถอนหายใจเบาๆ “จะไม่บอกฉันหน่อยหรอ?”

“ไม่เห็นจะต้องถามเลยนี่” เธอขึ้นเสียงเล็กน้อย “ก็ถ้าบอกไป เธอก็ต้องกังวลไม่ใช่หรอว่าฉันจะอยู่หรือจะตาย”

“…”
“แล้วถ้าเราได้แข่งกันขึ้นมาเธอก็ไม่กล้าฆ่าฉันไม่ใช่หรอ?”

“…”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นเราสองคนก็ต้องตายแทนที่จะมีใครคนใดคนหนึ่งยอมเสียสละตัวเอง”

“…”

“คิดว่าฉันจะอยากให้มันเป็นแบบนั้นหรอ?”

“…” 

“ตั้งสติหน่อยสิ แม่เธอกำลังป่วยอยู่นะ”

“…”





ฉันมองร่างของหน้ากากอาหมวยล้มลงไปหายใจโรยรินอยู่กับพื้น หล่อนค่อยๆเปิดหน้ากากของตัวเองออกแล้วจับแผลที่เลือดโชกที่หน้าท้องด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับคนขาดน้ำ..

ฉันมือสั่นเทาด้วยความรู้สึกผิด เพื่อนสนิทของฉันยิ้มบางๆพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย

“ไม่.. ไม่..” เสียงฉันสั่นไปหมดเพราะความกลัว.. เป็นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่น้ำตาของฉันที่มันไม่เคยทำงานมากว่าเจ็ดปีไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง ฉันรีบยกศีรษะของเพื่อนสนิทมาไว้ที่ตักแล้วกุมมือเปื้อนเลือดของเธอเอาไว้ “ไม่.. หมวย.. ฮึกก.. ฉันขอโทษ..”

“จ..จะ..อึก” เธอนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่หน้าท้องก่อนจะยกมือที่ถูกกอบกุมมาจับที่หน้ากากของฉัน “ขอโทษ..ท..ทำไม?”

“ฮือออ ขอร้อง.. อย่า.. ฮึกก” ฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ใบหน้าที่ดูมีความสุขของเธอทำให้ฉันอยากจะเป็นคนที่อยู่ในสภาพแบบนั้นแทน “หมวย.. อย่าไป.. ฮึก..” ทั้งๆที่รู้ว่าขอไป สิ่งศักดิ์สิทธ์ใดๆก็ไม่สามารถช่วยฉันในตอนนี้ได้..

“อย่า..อั่กก”

แผลที่หน้าท้องของหล่อนที่ฉันเป็นคนสร้างบัดนี้มันกลับเริ่มกัดกินชีวิตของเธอทีละนิด..


“อ้าว.. นี่เราต้องนั่งดูละครสดๆกันตรงนี่เลยนะครับ ฮ่าๆๆ”


ฉันกำมือแน่น ดวงตาใสฉายแววหมองเศร้าของเพื่อนสนิทจ้องมองฉันอย่างอบอุ่น “เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอ ฮึกก.. เวลาแบบนี้ยังจะยิ้มอยู่ได้ยังไง..”

“ไม่เป็นไร..” 



“นี่ๆ เธอชื่ออะไรหรอ?”

“…ฉันหรอ”

“อื้อ! ฉันชื่อซี! พ่อเรียกว่าหมวยอยู่เรื่อยเลยแหล่ะ!”

“ฉันชื่อบุ๋ม”

“ชื่อน่ารักจัง ไม่เหมือนบุคลิกเธอเลย”

“พูดอะไรของเธอน่ะ”

“แหะๆๆ ขอโทษที..”



เพื่อนของฉันน่ะ.. มักจะเป็นแบบนี้เสมอ..



“ไม่เป็นไรนะ.. เธอยังมีแม่กับฉันไง..”

“เงียบไปเลย!! เธอก็พูดได้นี่!! ฮึก..”

“ฉ..ฉันขอโทษ..”

“ออกไปเลย!! ฉันจะอยู่คนเดียว!!”

“…”

“ฮึก..”

“…ไว้ใจเย็นลงแล้ว.. ค่อยมาเล่นกันนะ”



ทั้งๆที่จะโดนด่า โดนว่าแค่ไหน ก็ยังยอมรับฉันได้ตลอด..



“ฮึกก.. ขอโทษนะ..” เสียงสั่นๆของเธอพูดขึ้นมาท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้ชมทั้งสนาม “ต่อไปนี้คงเล่นด้วยไม่ได้แล้ว..”

“อย่า.. ฮึก.. ฉันขอโทษ..”

“นี่.. อย่าร้อง อั่กก..ห..ไห้สิ” เธอยิ้มออกมาอีกครั้ง

“อย่าจากฉันไป...” ฉันจับแก้มของเธอด้วยมือที่สั่นเทา แม้จะไม่มีใครรู้ว่าภายใต้หน้ากากของฉันเป็นยังไง แต่ฉันก็มั่นใจว่าแก้มของฉันคงเปื้อนน้ำตาเต็มไปหมดแล้ว.. ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาในหัวใจเหมือนกับเข็มร้อยๆเล่มแทงใส่ฉันจนรู้สึกแสบไปหมด..

“เอาไว้..เรามาเล่น..อั่กก..” เธอนิ่วหน้าก่อนจะฝืนยิ้มให้ฉัน “มาเล่น..กันอีกนะ..” 

สิ้นเสียง มือที่กุมแก้มของฉันก็ตกลงไปที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเปื้อนน้ำสีใสไหลลงมาเป็นหยดสุดท้ายก่อนค้างเอาไว้เช่นนั้น.. ความรู้สึกอบอุ่นผ่านดวงตานั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นดวงตานิ่งสงบ ไม่รู้สึกใดๆทั้งนั้น และรอยยิ้มของหล่อน..มันก็หายไปทั้งหมด..




“แล้วทำไมเธอถึงต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อฉันด้วยล่ะ...?”




















“เพราะฉันรักเธอไง”





#themaskkiller

แต่งไม่อิน ขออภัยยย

นี่ดีใจมากนะ น้องทุชนะ ได้เป็นแชมป์แล้ว

แต่แล้วไงอ่ะะ ฉันมีความสุข จะแต่งต่อออ

ฮ่าๆๆๆๆๆ

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

  1. #77 jack forch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 20:17
    >~~<เศร้าอะ//แงงงงงงงง
    #77
    0
  2. #76 torao-d-water (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 13:53
    ฮือออออ เศร้ามากเลย ฮืออออออ//ปาดน้ำตา
    #76
    0
  3. #75 por-ngub (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:37
    ฮืออออ เศร้ามาก อินจัด
    #75
    0
  4. #74 69HourS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:30
    ฮืออออออ ;;-;; โอ๊ยเศร้าอ่ะะ
    #74
    0
  5. #73 oum (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 07:14
    มาต่อเร็วๆนะครับ จะรอน่า...
    #73
    0
  6. #72 punpun3012 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:33
    แอ้ มียูริด้วย ฮืออออ ซึ้งมากๆ อินมากค่ะ ไม่อยากให้หมวยตายเลยย
    #72
    0
  7. #71 มิเชล มิคาเอล (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:53
    อาหมวยยยยยยย ????????
    #71
    0
  8. #70 wwa146ppp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:23
    ฮรืออออ ตอนนี้กินใจมากอ่ะ เศร้ามากเลย น้ำตาจิไหล
    #70
    0