ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 บุรุษน่ารังเกียจ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 505 ครั้ง
    10 ส.ค. 62


ตอนที่ 9 บุรุษน่ารังเกียจ!



 

            หยินถึงหลิงอ๋องแห่งหยินนั้นตั้งแต่รู้ว่าสองแม่ทัพใหญ่อย่างหวังอี้เซียวกับหย่งสือได้เข้าร่วมกับทัพกบฏก็หวาดกลัวจนหัวหด จงเหลียงอาศัยจังหวะนั้นยืนยันกับท่านอ๋องว่าสามารถจัดการกองทัพของกบฏได้ภายในพริบตา ขอเพียงท่านอ๋องมอบอำนาจสั่งการทางทหารทั้งหมดให้แก่เขาเพียงผู้เดียว  

 หยินอ๋องเป็นคนขี้ขลาดตาขาว เขาไม่ต้องการทำสิ่งใดนอกจากอยู่กับพระสนมเอกคนงามและเสพสุขในวังหลวง ดังนั้นเขาจึงได้มีทำตามที่จงเหลียงร้องขอ มอบอำนาจสั่งการให้เสนาบดีจงจนหมดสิ้นเพื่อที่ตนเองจะได้เสวยสุขอยู่แต่ในวังหลวงต่อไปโดยไม่ถูกรบกวน

แต่...สิบวันหลังจากนั้น จงเกอบุตรชายคนโตของจงเหลียงก็นำทหารนับแสนคนบุกวังหลวงจับกุมท่านอ๋องไว้ ยึดอำนาจภายในวังหลวง ตัดหัวท่านอ๋อง สถาปนาจงเหลียงขึ้นเป็นอ๋องแห่งหยินคนใหม่!

แคว้นอ้ายกับแคว้นหยางถือโอกาสที่ทหารตามชายแดนของหยินลดจำนวนลงมากกว่าครึ่งและเกิดความไม่สงบภายในแคว้นบุกโจมตียึดเอาเมืองหลายเมืองของหยินเป็นของตนเอง สร้างความเดือดร้อนระส่ำระสายไปทั่วแคว้น  

 


เฟิงหลงได้ยินเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวังหลวง เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจงเหลียงจะต้องไม่หยุดอยู่เพียงตำแหน่งเสนาบดีแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือรวดเร็วเพียงนี้ เป้าหมายต่อไปของจงเหลียงคงเป็นการยกทัพมาปราบปรามกองทัพของเขาให้สิ้นซาก เพราะตราบใดที่เขายังอยู่จงเหลียงจะไม่มีวันอยู่อย่างสงบสุข

 


            หลังจากนั้นไม่ถึงยี่สิบวันจงเหลียงก็ทำตามที่เฟิงหลงคิดไว้กองทัพของท่านอ๋องคนใหม่ได้เผชิญหน้ากับกองทัพกบฏที่ริมแม่น้ำเซินหู กองทัพจากของอ๋องนั้นนำทัพโดยจงเกอบุตรชายคนโตของจงเหลียง เขายกมาหนึ่งแสนคนตั้งใจจะบดขยี้ทัพกบฏให้ย่อยยับ

            เฟิงหลงมองไปยังฝั่งแม่น้ำเซินหูที่ทัพของจงเกอตั้งมั่นอยู่พร้อมเรือขนาดเล็กนับหมื่นลำ เขามีกำลังทหารอยู่เกือบแปดหมื่น หากรบกันอย่างตรงไปตรงมาเกรงว่าทหารของเขาจะบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากและอาจพ่ายแพ้ให้กับศัตรู

 

            “เราไม่กลัวที่ต้องสู้ตายเพื่อกอบกู้แผ่นดิน”

            แม่ทัพทุกคนบอกกับเขาอย่างนั้นเมื่อร่วมหารือกันภายในกระโจม

            “ข้ารู้ว่าทุกคนพร้อมสละชีวิตเพื่อศึกครั้งนี้ ข้ากลับคิดว่าเรายังไม่อาจสิ้นชีวิตปล่อยให้ราษฎรและบ้านเมืองประสพกับหายนะ เราจะต้องหาหนทางเอาชนะโดยสูญเสียเลือดเนื้อให้น้อยที่สุด”

            “ข้าได้ยินว่าจงเกอนั้นมีนิสัยเย่อหยิ่งร้ายกาจ ท่านแม่ทัพจ้าวหากมีวิธีที่จะสามารถรักษาชีวิตผู้คนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ข้ายินดีออกหน้าให้เอง” หย่งสือผู้โผงผางตรงไปตรงมาเอ่ยขึ้นทันใด

            เฟิงหลงยิ้มมุมปาก ปีศาจเขายังเคยล่อลวงมาแล้ว นับประสาอะไรกับคนอย่างจงเกอ “แม่ทัพหย่งท่านจะได้ออกหน้าแน่นอน”

 

            เฟิงหลงได้ให้ลู่เหลียนเขียนจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง ก่อนจะให้คัดลอกจดหมายฉบับนั้นนับพันแผ่น ส่งต่อแจกจ่ายกันไปในกองทัพ ไม่นานนักจดหมายก็ถูกส่งไปยังกองทัพของจงเกอ เนื้อความในจดหมายคือ...เพื่อไม่ให้ทหารภายในแคว้นต้องเข่นฆ่ากันเอง สองแม่ทัพใหญ่จ้าวเฟิงหลงและจงเกอจะต่อสู้กัน หากเขาพ่ายแพ้จะยอมสงบศึกมอบชีวิตให้แก่จงเกอ แต่หากจงเกอแพ้ก็ให้ยกทัพกลับไป

 


“ข้าไม่มีวันทำตามจดหมายบ้าๆ นี่!

จงเกอกำกระดาษในมือจนยับย่นด้วยความเดือดดาล เขาจะยกทัพมานับแสนคนเพื่ออะไรหากไม่ต้องการจะมีกำลังทหารเหนือกว่าศัตรูที่เขารู้ดีว่ามีฝีมือเพียงใด  

“แต่ตอนนี้จดหมายและข่าวลือว่าท่านยอมรับข้อเสนอ ยินดีประลองกับจ้าวเฟิงหลงเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเรามีความสามารถมากกว่ากำลังกระจายไปทั่วกองทัพแล้วนะขอรับท่านแม่ทัพ”

เขาหันไปถลึงตาใส่รองแม่ทัพของตนเอง “ใครเป็นคนปล่อยข่าวพวกนี้?!

“ข้าน้อยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร รู้แต่ว่าทหารของเราต่างเฝ้ารอการต่อสู้ระหว่างท่านกับจ้าวเฟิงหลง”

คงเป็นฝีมือจ้าวเฟิงหลง เขาเองเคยนำทัพออกรบกับแคว้นอ้ายโดยมีจ้าวเฟิงหลงเป็นรองแม่ทัพอาสานำทัพในแดนหน้าด้วยอยากล้างแค้นให้มารดาที่สิ้นชีวิตเพราะทหารแคว้นอ้าย ในสนามรบแล้วชายคนนั้นเหี้ยมโหดดุดันราวปีศาจ แม้แต่กองทัพแคว้นอ้ายที่เก่งกล้ายังต้องหวาดกลัวเมื่อได้ยินชื่อจ้าวเฟิงหลง

“ไม่ต้องไปสนใจ เราจะนำกองทัพของเราขึ้นเรือยกพลขึ้นบกที่แม่น้ำเซินหูฝั่งนั้น บดขยี้พวกมันให้สิ้นซาก” เมื่อหมดเสี้ยนหนามแล้วตระกูลจงของเขาจะได้ครอบครองแคว้นหยินอย่างผาสุกไม่ต้องคอยหวาดระแวงจากพวกกบฏอีก เมื่อบิดาซึ่งแก่ชราของเขาสิ้นลมหายใจ เขาจะเป็นอ๋องคนต่อไป จงเกอไม่คิดจะให้ใครมาขวางเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเขา

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

 


จงเกอไม่คิดจะสนใจจดหมายและข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมา เขาได้จัดเตรียมกองทัพเพื่อเตรียมสู้รบกับทัพกบฏอย่างดี แต่ในทุกเช้าริมฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเซินหู หย่งสือจะออกมาตะโกนโบกธงไปมาเรียกร้องให้เขาต่อสู้กับจ้าวเฟิงหลงตามจดหมายนั่น

เมื่อเขานิ่งเฉยไม่ตอบรับข้อเรียกร้อง หย่งสือก็ตะโกนก้องเยาะเย้ยถากถางไม่ไว้หน้า

“พวกเจ้าจงดู...ท่านแม่ทัพจ้าวของเราส่งสารท้ารบไปหวังว่าแม่ทัพของพวกเขาจะมีเกียรติและศักดิ์ศรีมากพอ น่าเสียดายเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลจงที่ก่อกบฏจนได้ครองแคว้นแต่กลับขี้ขลาดตาขาว บัดนนี้นำทัพหนึ่งแสนคนมาถึงแม่น้ำเซินหู แต่ทำตัวเป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระดอง ไม่กล้าออกหน้าต่อสู้อย่างกล้าหาญ พวกเจ้ายังอยากรบเคียงบ่าเคียงใหญ่กับคนเช่นนี้อยู่อีกหรือ”

ทหารฝั่งกบฏโห่ร้องกึกก้อง ทหารฝั่งเขาเริ่มมองหน้ากันไปมาพึมพำหนาหู จงเกอกำมือแน่นใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแต่ก็ต้องสะกดกลั้นความโกรธนั้นไว้ในใจ

หย่งสือยังคงขี่ม้าไปมาเยาะเย้ยถากถางเขาไม่หยุด “แม่ทัพของพวกเจ้าขี้ขลาดตาขาว ตระกูลจงเป็นเต่าหดหัว ต่อไปก็คงปกครองแคว้นหยินแบบเต่าในกระดองไม่กล้าสู้รบปกป้องคนในแคว้น กลับถึงวังหลวงเมื่อไหร่เขาควรนำกระโปรงหญิงงามเมืองอย่างจงฉวี่หลันมาสวม!

ในทุกเช้าเป็นเวลาห้าถึงห้าวันขณะเสียงทหารฝ่ายกบฏเริ่มพูดตะโกนสนับสนุนดังขึ้นเรื่อยๆ ทหารฝั่งเขากลับเริ่มมองหน้ากันไปมาและจ้องมาที่เขาด้วยแววตากดดัน

“ท่านแม่ทัพ...” วันที่หกหลีเว่ยหนึ่งในแม่ทัพที่ร่วมทำศึกกับเขามองเขาด้วยสีหน้ากดดันไม่ต่างจากคนอื่น “หากยังปล่อยให้ทัพกบฏเยาะเย้ยถากถางเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีต่อขวัญกำลังใจของทหารในกองทัพนะขอรับ”

“เจ้าจะให้ข้าไปสู้กับจ้าวเฟิงหลงเพียงลำพังอย่างนั้นรึ?” เขาถามเสียงห้วน

"นั่นเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ท่านแม่ทัพควรทำ” หลีเว่ยยืนยันเสียงแข็งไม่อ่อนน้อมดังเคย

เขาไม่ได้ตอบอะไร จนกระทั่งในวันที่เจ็ดจงเกอก็ทนไม่ไหวที่ถูกเยาะย้ายถากถางไม่หยุดหย่อนและถูกทหารของตนเองมองอย่างไม่เชื่อมั่น เขายอมรับข้อเสนอของฝ่ายกบฏ ตัดสินใจจะต่อสู้กับจ้าวเฟิงหลงโดยน้ำทหารนับหมื่นนับแสนล่องเรือข้ามแม่น้ำไป แต่ก็ไม่ลืมบอกคนของเขาไว้

“เล็งธนูไปที่จ้าวเฟิงหลงไว้ เมื่อข้าเพลี่ยงพล้ำให้จัดการเขาได้ทันที จากนั้นก็ยกพลขึ้นบกบดขยี้พวกเขาตอนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว”

จงเกอแสยะยิ้มไม่ยอมให้ตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาไม่คิดเลยว่าจ้าวเฟิงหลงนั้นเจ้าเล่ห์กว่าเขามากมายนัก

ทันทีที่เท้าเขาสัมผัสพื้นดินแม่น้ำเซินหูอีกฝั่งที่จ้าวเฟิงหลงยืนรออยู่ในชุดเกาะสีดำสนิท ห่าธนูนับร้อยลูกก็พุ่งมาที่เขา จงเกอถูกธนูปักไปทั่วร่างสิ้นใจตายลงตรงนั้น!

 ทหารที่ยกมานับแสนคนตกตะลึงที่ต้องสูญเสียแม่ทัพใหญ่ ทำให้เสียขวัญกำลังใจแทบหมดสิ้น เมื่อทหารฝั่งศัตรูโผล่จากที่ซ่อนริมแม่น้ำพวกเขาบ้างหันหัวเรือนกลับ บ้างกระโดดลงน้ำหนี มีทหารเพียงไม่กี่คนที่พร้อมจะสู้รบปรบมือกับกองทัพกบฏ ทำให้ภายในวันเดียวกองทัพนับแสนก็ถูกตีจนแตกพ่ายย่อยยับ!

 



หลีเว่ยหนึ่งในแม่ทัพที่ร่วมทัพกับจงเกอและถูกจับตะโกนแช่งด่าจ้าวเฟิงหลงไม่หยุด “จ้าวเฟิงหลงเจ้ามันคนขี้ขลาดตาขาวทำตัวเสื่อมศักดิ์ศรีลอบสังหารแม่ทัพของเราทั้งที่เขาตั้งใจจะต่อสู้กับเจ้าอย่างสมเกียรติ เจ้ามันไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเลย ไม่สมควรเป็นแม่ทัพด้วยซ้ำ!

จ้าวเฟิงหลงกลับมองเขาแล้วยิ้มมุมปาก “มีศักดิ์ศรีแต่ต้องตายและพ่ายแพ้ ส่วนคนไร้ศักดิ์ศรีอย่างข้าสามารถเอาชนะพวกเจ้าได้ ขอถามเจ้าสักคำหากเป็นเจ้าจะเลือกสิ่งใด”

“เจ้า!” หลีเว่ยแค้นแทบกระอักเลือด เกือบมาไม่เคยพบเจอคนหน้าด้านหน้าทนเช่นนี้มาก่อน “สวรรค์จะต้องลงโทษเจ้า!

“สวรรค์จะลงโทษข้าได้อย่างไร หากสวรรค์มีจริงควรลงโทษเจ้าต่างหากที่เอาใจฝักใฝ่คนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านตาดำๆ ไม่ใช่ข้า”

 

หลังจากเอาชนะกองทัพจงเกอที่ริมแม่น้ำเซินหู กองทัพของกบฏก็ยกทัพเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ทหารที่มีอยู่เพียงสองหมื่นคนในเมืองหลวงไม่อาจต้านทานกองทัพกบฏที่กำลังฮึกเฮิมได้ ส่วนแม่ทัพที่ชายแดนซึ่งต่างต้องเผชิญหน้ากับกองทัพของแคว้นหยางและแคว้นอ้ายก็ไม่อาจส่งทหารมาช่วยรบ ไม่ถึงห้าวันทัพกบฏก็บุกฝ่าทหารเข้ายึดครองวังหลวงได้สำเร็จ

 



“พระสนมได้โปรดรีบหนีออกจากวังหลวงเถิดเพคะ ตอนนี้ทัพกบฏยกทัพยึดตำหนักใหญ่จับตัวท่านอ๋องกับเหล่าขุนนางเอาไว้ได้แล้ว”

ฉวี่หลันยกมือทาบอกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินสิ่งที่นางกำนัลรับใช้บอก นางหันไปมองกระจกทองเหลืองที่ตั้งอยู่ตรงหน้า มองใบหน้างดงามของตนเอง ก่อนจะรีบสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว “ข้าได้ยินมาว่าจ้าวเฟิงหลงนำทัพกบฏก็จริงแต่เขาไม่เคยปล่อยให้ทหารในกองทัพของเขาทำร้ายเหงสตรี”

“เพคะ”

นางยิ้มยกมือลูบหน้าตนเอง ใบหน้างดงามที่อดีตอ๋องแห่งหยินหลงใหลมัวเมาจนยอมทำทุกอย่างที่นางขอ และนั่นทำให้เขาพบกับหายนะด้วยน้ำมือของนางและพี่ชายนาง “เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว”

“พระสนม...” นางกำนัลมีน้ำเสียงกระวนกระวาย

นางหันไปถาม “เจ้าไม่คิดหรือว่าใบหน้าข้านี้สามารถทำให้ข้าได้ทุกสิ่งที่ต้องการ”

นางกำนัลสองคนมองหน้ากันไปมา ก่อนพยักหน้า “เพคะ พระสนมคือสตรีที่งดงามที่สุดในวังหลวง แม้แต่พระชาหม้ายก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับพระองค์”

นางยิ้มหันไปมองกระจกอีกครั้ง หลังจากหยินอ๋องสิ้นมีขุนนางใหญ่หลายคนขอนางแต่งงาน แต่นางปฏิเสธไปเพราะคิดว่าพวกเขาไม่คู่ควร บางทีจ้าวเฟิงหลงเมื่อเป็นอ๋องคนใหม่แล้วอาจจะคู่ควรกับนางก็ได้ ตอนนั้นนางจะได้ควบคุมทุกอย่างดังใจ นางเสียใจที่พี่ชายต้องตายไป แต่ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ เมื่อมีเกิดย่อมมีดับ มีอำนาจก็มีเสื่อมอำนาจ แม้เวลาในการครอบครองอำนาจของจงเหลียงจะไม่นานนัก แต่อย่างน้อยเขาก็ได้สมปรารถนาขึ้นเป็นอ๋อง ส่วนนางอาจได้สมใจขึ้นเป็นพระชายาก็คราวนี้

“เช่นนั้นเหตุใดข้าจะต้องหนีในเมื่อข้าสามารถทำให้ชายใดก็ตามหลงใหลในตัวข้า บุรุษทุกคนล้วนเหมือนกัน ข้าเชื่อว่าแม้แต่จ้าวเฟิงหลงเองก็ไม่คงเว้น พวกเราไม่ต้องหนีไปให้เสียเวลา อีกไม่นานทุกอย่างก็สงบแล้ว พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวต้อนรับว่าที่อ๋องคนใหม่แห่งหยินจะดีกว่า”

  


ทุกอย่างเป็นดังที่สนมเอกจงฉวี่หลันคาดไว้ส่วนหนึ่ง ภายในไม่กี่วันสถานการณ์ภายในวังหลวงก็กลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้ง จงเหลียงถูกจับกุมและประหารชีวิตต่อหน้าทุกคนพร้อมกับขุนนางกังฉินทั้งหลาย

ก่อนตายเขาตะโกนด่าจ้าวเฟิงหลงว่า “เจ้าคนชั่วร้ายไร้ศักดิ์ศรี!

ตอนนั้นว่าที่ท่านอ๋องคนใหม่พยักหน้าให้เขาด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะสั่งให้ตัดหัวเขาเสียพร้อมสถาปนาราชวงศ์โจวขึ้นปกครองแคว้นหยินแทนจงเหลียง

 



ลู่เหลียนมองท่านอ๋องที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองมองสิ่งต่างๆ รอบกายเงียบๆ เขาคิดถึงการสถาปนาราชวงศ์ของท่านอ๋องแล้วอดถามไม่ได้

“เหตุใดจึงเป็นโจวแทนที่จะเป็นจ้าวหรือพะยะค่ะ”

มุมปากสีสดกดลึกลง “แซ่โจวเป็นแซ่ของมารดาข้า นางสตรีที่งดงามอ่อนหวานแต่ต้องตายอย่างอนาถก่อนเวลาอันควรเพราะสงคราม ข้าอยากให้ทุกคนจดจำนางเอาไว้ไปตลอดกาล ไม่อยากให้นางถูกลืมเลือน”

ลู่เหลียนเข้าใจในสิ่งที่ท่านอ๋องต้องการเพราะเขาเองก็สูญเสียมารดาและพี่น้องอีกสี่คนจากสงครามเช่นกัน  

ท่านอ๋องวางมือบนกำแพงหินที่ถูกสร้างมานับร้อยปี “ข้าอยากให้สงครามสิ้นสุดลง อยากให้ทุกคนอยู่อย่างสันติ แต่มันคงสิ้นสุดไม่ได้หากทุกคนทุกแคว้นยังแก่งแย่งช่วงชิงแผ่นดินกันไม่รู้จักจบสิ้นเช่นนี้” ท่านอ๋องหันมาหาเขา "เจ้าคงรู้ว่าข้าต้องการอะไร"

“พะยะค่ะ กระหม่อมรู้” เขามองไปยังอาคารบ้านเรือนต่างๆ “ตำแหน่งอ๋องแคว้นหยินคงไม่พอให้สงครามสงบและจบสิ้นลง ยังมีแคว้นอีกหกแคว้นที่ก่อสงครามกันไม่หยุด”

“หากรวบรวมทั้งหมดได้เป็นหนึ่งเดียว ทุกอย่างจะจบสิ้น” ท่านอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นี่เป็นทางเดียว”

เขามองชายผู้เต็มไปด้วยความฉลาดปราดเปรื่องและเจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่แปลกใจเลยหากวันหนึ่งชายคนนี้จะได้ครอบครองทั้งหกแคว้นรวมให้เป็นหนึ่งเดียว ลู่เหลียนก็เหมือนกับคนอีกนับพันนับหมื่นที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงหรือถูกเข่นฆ่าอย่างไร้ปราณี เขาวาดฝันถึงอนาคตอันสดใสและรุ่งโรจน์ในวันข้างหน้า

เขาทรุดลงคุกเข่า “ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร กระหม่อมจะคอยสนับสนุนท่านอ๋องจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ท่านอ๋องประคองเขาให้ลุกขึ้น “ดี ข้าแน่ใจด้วยสติปัญญาของเจ้า เราจะทำได้สำเร็จ”

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยแววตาเข้าอกเข้าใจ ระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินสดใสเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นด้านหนัง

“เสี่ยวเฟิงเอ่อ...ศิษย์พี่มาหลบอยู่ตรงนี้เอง ข้าตามหาจนทั่วไปหมด” เสี่ยวซีศิษย์น้องสิบสามของท่านแม่ทัพมาถึงพอดี “ลู่เหลียนเจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?

“คุณชาย...” เขายิ้มศิษย์น้องท่านอ๋องผู้มีนิสัยประหลาดและมีใบหน้าหมดจดเสียยิ่งกว่าสตรีคนใด เขาสังเกตว่าแววตาของท่านอ๋องอ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่อศิษย์น้องปรากฏตัวขึ้น เป็นที่รู้กันดีว่าศิษย์น้องผู้นี้ท่านอ๋องรักใคร่ใส่ใจที่สุด ตลอดมาแทบไม่ยอมให้เขาห่างกาย

เสี่ยวซีคว้ามือท่านอ๋องเอาไว้ “ไปกันเถิดข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย”

“เรื่องอะไร?

“ข้าพบบ่อน้ำพุที่ตำหนักหลังหนึ่ง แต่เจ้าของตำหนักไม่ยอมให้ข้าเข้าไป พวกนางบอกว่านี่เป็นตำหนักของสนมเอกจงฉวี่หลัน บุรุษเช่นข้าเข้าไปไม่ได้ บุรุษอะไรกันข้า...”

ท่านอ๋องยกมือปิดปากศิษย์น้องไว้ เอ่ยขึ้น “หากเจ้าอยากได้ตำหนักหลังนั้น...”

“ข้าอยากไปเล่นน้ำในบ่อน้ำพุนั่นต่างหาก มันทั้งกว้างใหญ่แล้วก็เย็นฉ่ำ เจ้าก็รู้นกอย่างข้าชอบน้ำพุใสเย็นเป็นที่สุด”

ลู่เหลียนนิ่วหน้า สงสัยเขาคงฟังผิดไปที่เสี่ยวซีบอกว่าเขาเป็นนก

“ทั้งตำหนักหลังนั้นและบ่อน้ำพุนั่น ข้าจะให้จัดการให้เจ้าเอง”

ท่านอ๋องหันมาหาเขาพยักหน้าก่อนจะพาศิษย์น้องจากไป ลู่เหลียนมองตามแล้วสงสัยท่านอ๋อง เขาได้ยินมาว่าที่ท่านอ๋องยังไม่จัดการไล่นางออกไปเช่นเดียวกับชายาและสนมคนอื่นของอดีตหยินอ๋องเพราะนางงดงามล่มเมือง ท่านอ๋องอาจจะอยากเก็บนางไว้ ลู่เหลียนไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าท่านอ๋องจะไล่อดีตสนมอกผู้งดงามออกจากตำหนักไปแล้วมอบตำหนักหลังนั้นให้ศิษย์น้องจริงหรือ?

 



“พระสนมท่านอ๋องกำลังเสด็จมาที่ตำหนักแล้วเพคะ”

ทันทีที่ได้ยินนางกำนัลบอกเช่นนั้น จงฉวี่หลันก็รีบลุกขึ้นด้วยความยินดี นางเฝ้ารอมาหลายวันแล้วว่าเมื่อใดท่านอ๋องคนใหม่จะเสด็จมาหานางที่ตำหนักในที่สุดวันที่นางรอคอยก็มาถึง

นางหันไปถามนางกำนัล “ข้ายังคงงดงามเช่นเคยหรือไม่?

“พระสนมงดงามชวนหลงใหลอย่างยิ่งเพคะ”

“ดี” นางยิ้มกว้าง เมื่อประตูเปิดออกร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาภายใน จงฉวี่หลันมองสำรวจใบหน้าคมคายกับดวงตาสีดำสนิทคมกล้าแปลกตานั้นแล้วก็เกิดความประทับใจในตัวอ๋องจ้าวเฟิงหลงขึ้นมาทันทีอย่างไม่เคยรู้สึกกับชายใดมาก่อน นางคุกเข่าลงกับพื้นอย่างอ่อนช้อนงดงาม “ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

ท่านอ๋องปล่อยให้นางคุกเข่าอยู่เช่นนั้นชั่วขณะ คล้ายกำลังกวาดตามองนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่กลับไม่มีสิ่งใดพูดกับนาง

นางคุกเข่าจนปวดข้าไปหมดก็ยังไม่ได้ยินเสียงพูด นางจึงค่อยๆ ลุกขึ้น จงฉวี่หลันเงยหน้ายิ้มให้ท่านอ๋องมั่นใจในความงดงามของตนเองอย่างล้นเหลือ จนกระทั่งสังเกตว่าข้างกายท่านอ๋องมีบุรุษรูปร่างอ้อนแอ่นผู้หนึ่งในชุดสีน้ำเงินยืนอยู่และกำลังมองนางด้วยความสนใจ นางมองใบหน้าของบุรุษผู้นั้นแล้วให้เกิดความริษยาแล่นพล่านไปทั่วกาย!

ฉวี่หลันระงับความริษยาเอาไว้ บอกตนเองว่าถึงจะงดงามเพียงใดก็เป็นแค่บุรุษผู้หนึ่ง “ท่านอ๋องเสด็จมาหาหม่อมฉันคงมีเรื่องสำคัญจะพูดคุย หม่อมฉันเองก็เฝ้ารอท่านอ๋องเช่นกันเพคะ”  

ท่านอ๋องไม่ตอบคำถามนาง แต่กลับหันไปสนใจบุรุษข้างกาย “เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?

บุรุษคนนั้นมองนางแล้วมองไปรอบๆ ตำหนักนางพยักหน้าเล็กน้อย “ที่นี่ดูไม่เลวแต่สู้ถ้ำของข้าไม่ได้สักนิด มีข้าวของเยอะเกินไปทำให้คับแคบควรกำจัดออกไปครึ่งหนึ่งเหลือไว้ครึ่งเดียวก็พอ”

“เจ้าอยากทำสิ่งใดกับที่นี่สามารถทำได้ดังที่ต้องการ”

บุรุษผู้มีรูปร่างอ้อนแอ้นนั่นยิ้มกว้างตาเป็นประกาย ยื่นมือไปตบไหล่ท่านอ๋อง “เสี่ยวเฟิงเด็กดี”

ท่านอ๋องปรายตามองมือนั้นแล้วเหลือบมองใบหน้างดงามปานเทพธิดาของอีกฝ่ายทำให้เขารีบลดมือลงมองท่านอ๋องอย่างขุ่นเคือง บ่นพึมพำว่า

“เจ้าเด็กบ้า!

นางมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสับสนงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะคิดได้ว่าตนเองถูกท่านอ๋องมองเมินราวกับไม่มีตัวตน ตั้งแต่เติบโตเป็นสาวน้อยแรกแย้มผู้งดงามฉวี่หลันไม่เคยถูกเมินมาก่อน นางก้าวเข้าไปหาท่านอ๋อง “ท่านอ๋องเพคะ...”

ท่านมองนางแล้วถาม “เหตุใดเจ้ายังอยู่อีก?

ฉวี่หลันชะงักไม่เข้าใจว่าท่านอ๋องหมายถึงอะไร “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรเพคะ?

ดวงตาสีดำสนิทกว่าคนทั่วไปนั้นเพ่งมองมาที่นาง ทำให้นางรู้สึกหนาวสั่นยะเยือกภายใน “ข้าเปิดโอกาสให้เจ้าหนีไปมาหลายวันแล้ว เจ้าควรไปนานแล้วไม่ควรอยู่ที่นี่อีก”

“เหตุใดหม่อมฉันต้องไปเล่าเพคะ นี่เป็นตำหนักของหม่อมฉัน” นางพยายามจะคงไว้ซึ่งรอยยิ้มอันงดงามอ่อนหวานอันเลื่องลือ

“ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”

บุรุษข้างกายท่านอ๋องมองหน้านางแล้วหันไปถามท่านอ๋อง “เสี่ยวเฟิงข้าแย่งตำหนักนางจะดีหรือ?

“จะแย่งได้อย่างไร ในเมื่อนางไม่ใช่เจ้าของมันอีกแล้ว”

“แต่ข้ารู้สึกผิดนี่”

ท่านอ๋องก้มลงยิ้มให้บุรุษข้างกาย “หากรู้สึกผิดนักข้าจะรื้อตำหนักหลังนี้ลงให้หมด ให้เหลือแต่น้ำพุของเจ้า จากนั้นเราจะสร้งาตำหนักแบบที่เจ้าชอบสักหลัง เจ้าเห็นว่าเหมาะสมหรือไม่?

เมื่อได้ยินว่าตำหนักที่แสนงดงามจะถูกรื้อ ฉวี่หลันตัวแข็งทื่อ

บุรุษคนนั้นพยักหน้าบอกเสียงดังว่า “เหมาะสมแล้ว”

“ท่านอ๋องเพคะ!” ฉวี่หลันเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

ดวงตาซึ่งปรากฏร่องรอยหลงใหลอันน่าประหลาดที่หายไปอย่างรวดเร็วของท่านอ๋องผละจากบุรุษข้างกายมาที่นาง เมื่อมองนางมีเพียงความว่างเปล่าเย็นชา “เหตุใดสตรีน่ารำคาญเช่นเจ้ายังอยู่อีก?

สตรีน่ารำคาญ?

“ทะ...ท่าน..”

“เจ้าจะพูดอะไร?

“ท่านกับเขา...”

“เขาเป็นศิษย์น้องของข้า”

“ศิษย์น้อง...” ฉวี่หลันพึมพำเสียงแหบพร่า   

บุรุษผู้นั้นทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ท่านอ๋องประดุจสตรีที่กำลังแง่งอนชายคนรัก “ศิษย์น้องอะไรกัน ใครอยากเป็นศิษย์น้องเจ้า”

ท่านอ๋องเอื้อมมือออกไปขยับปิ่นปักผมไม้ที่แสนเรียบง่ายบนศีรษะให้ศิษย์น้องด้วยท่าทางอ่อนโยนยิ่งยวด “ข้ารับปากอีกไม่นานเจ้าจะไม่ต้องเป็นศิษย์น้องของข้าอีก”

ศิษย์น้องท่านอ๋องยิ้มกริ่มท่าทางดีใจ

ไม่ได้เป็นศิษย์น้อง?...ฉวี่หลันตัวสั่นระริกกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงไม่เหลือบแลนางทั้งที่งดงามล่มเมืองปานนี้ ที่แท้ท่านอ๋องจ้าวก็หลงใหลบุรุษข้างกายจนโงหัวไม่ขึ้น นางแทบกรีดร้อง แทบร่ำให้ออกมาด้วยความเดือดดาลที่ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับบุรุษ!

“พวกท่านสองคน...”

 ท่านอ๋องมองนางอย่างเบื่อหน่ายเอือมระอา โบกมือให้ขันทีที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับออกคำสั่งเสียงห้วน “ยังไม่รีบพานางออกไปให้พ้นหน้าข้าอีก”

 


            อดีตพระสนมเอกจงฉวี่หลันผู้งดงามถูกขับออกจากวังหลวงเป็นคนสุดท้าย มีคนกล่าวว่าตลอดทางนางร้องไห้ด้วยความคับแค้น ทั้งยังแช่งด่าศิษย์น้องท่านอ๋องว่าเป็นชายที่เจ้าเล่ห์มารยาล่อลวงท่านอ๋องให้หลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตา

            เขาช่างเป็นบุรุษที่น่ารังเกียจยิ่งนัก!






___________________________________________________________

ไม่น่าเลย...ไม่น่าสวีทให้เขาอิจฉาเลย ^^


ขอบคุณที่ติดตามค่า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 505 ครั้ง

961 ความคิดเห็น

  1. #512 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 19:15
    โลกนี้มีเราแค่สองคน
    #512
    0
  2. #350 goldenage (@goldenage) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 19:32
    ตามเฟิงเออร์ไม่ทันซ้ากกะเรื่อง 55555
    #350
    0
  3. #321 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 06:46

    ไม่ได้เป็นศิษย์น้องแต่จะเป็นชายาาาาาาา ชอบมากค่ะสนุกๆๆๆๆๆๆ
    #321
    0
  4. #320 noodeepooh (@noodeepooh) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 06:39
    ปีศาจหงษ์ไฟแสนชื่อและน่ารัก
    จะรอตอนนกโดนจับกินนะ เตรียมตัวหรือยัง555
    #320
    0
  5. #319 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:35

    ใครจะสู้แม่นกสามพันปีได้
    #319
    0
  6. #318 Princess2010 (@Princess2010) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:20
    ต่อจ้าาาาา
    #318
    0
  7. #316 kungkankk (@kungkankk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:41
    เจ้าปีศาจก็ซื่อเหลือเกินเอ็นดู55555
    #316
    0
  8. #315 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:35

    สนุกมากค่ะ

    #315
    0
  9. #314 HwaSeong_GREY (@suchawadee99) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:28
    ยังอีก ยังไม่รู้ตัวว่าจะโดนจับกินอีก
    #314
    0
  10. #313 CrescentMoonStar (@CrescentMoonStar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:25
    เอิ้มมม
    เห้อออ ทำไมรู้สึกระอากับคู่นี้แต่สนุกมากค่าา
    รอๆๆๆๆ
    #313
    0
  11. #312 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 20:52
    ผู้คนเข้าใจผิดกันไปทั่วเพราะเสี่ยวเฟิงทำแบบนี้ 555
    #312
    0
  12. #311 กลิ่นจันทร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 20:38

    เอิ่ม..ท่านอ๋อง(เสี่ยวเฟิง)คะ อ่อยป้าเจิ้งซีจนรถอ้อยคว่ำเต็มไปหมดแร่ะคะ เสี่ยวเฟิงมันร้ายย..ปีศาจแสนซื่อ(บื้อ)อย่างป้าไม่ทันเล่ห์มันหลอกข่ะ55++

    เอ็นดูความร้ายของเสี่ยวเฟิง เอ็นดูความซื่อ(บื้อ)ของป้าซี ชอบเรื่องเน้...รอตอนต่อไปอยู่นะคะไรท์ขา

    #311
    0
  13. #310 nuupaew242623 (@nuupaew242623) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 20:07
    5555 ขำความซื่อ กับความเจ้าเล่ห์
    #310
    0
  14. #309 InthiraP (@IP31122518) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 19:25

    ท่าทางนกจะโดนถอนขนและหักปีก

    #309
    0
  15. #308 KkT_7 (@kaewta43) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 19:20
    เกรียจปีศาจหงษ์ไฟซื่อบื่อ
    #308
    0
  16. #307 kungkankk (@kungkankk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 19:18
    สนุกทุกตอนอยากให้มาอัพทุกวันเลยค่ะ5555
    #307
    0
  17. #306 Naritsara2528 (@Naritsara2528) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 18:27
    ตามใจแบบนี้ไม่ใช่จะหลอกกินนกน่ะ 555
    #306
    0
  18. #305 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 17:51
    ตามใจสุดแหละะะ55555
    #305
    0
  19. #304 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 17:41
    และในความน่ารังเกียจนั้น เจิ้งซีมิได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยแม้แต่น้อย...อีกตามเคย 5555
    #304
    0
  20. #303 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 17:33
    หลงปีศาจน้อยเข้าแล้วล่ะเสี่ยงเฟิง หนักมากด้วย5555
    #303
    0
  21. #301 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:47
    น้องซีเอ้ยยย กลับหุบผาหงส์ไม่ได้แล้ว โดนตามใจสุดๆ
    #301
    0
  22. #300 chanee1979 (@chanee_1979) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:47

    หลอกปีศาจชัดๆ
    จะว่าไป ปักธง นางตั้งแต่ 5 ขวบ ใช่ไหม อิอ๋อง
    #300
    0
  23. #299 NeVi LeeNoChe' (@RyuWon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:37
    หลอกน้องได้หลอกน้องดี หลอกน้องเก่งเหลือเกิน 555555
    #299
    0
  24. #298 JOYNER (@JOYNER) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:36
    อร๊ายยยยยย ท่านอ๋องหวานเว่อร์
    #298
    0
  25. #297 amie_ppcy (@amie_ppcy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:06
    ตามใจจีงงงง55555
    #297
    0