สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 เดิมพัน รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2185 ครั้ง
    2 ก.ค. 62


ตอนที่ 7 เดิมพัน


 

มี่หมินสะดุ้งเฮือกเงยหน้าขวับ “ฝ่าบาท!

คล้ายว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นของฮ่องเต้จะเป็นประกายสนุกสนานอยู่วูบหนึ่ง “ทำไม เจ้าไม่พอใจรึ?

พระสนมคงเห็นสีหน้าลำบากใจของนางจึงรีบออกหน้าช่วย “ฝ่าบาทเพคะ ความจริงนางกำนัลผู้นี้เป็นข้ารับใช้ที่ท่านแม่ส่งมาดูแลหม่อมฉันขณะล้มป่วย นางตั้งใจจะออกจากวังหลวงกลับไปใช่ชีวิตที่บ้านเกิดเพคะ”

“งั้นหรือ?” หากไม่สังเกตให้ดีจะไม่เห็นเลยว่าสีหน้าฮ่องเต้เปลี่ยนไปเล็กน้อย และเป็นความบังเอิญที่มี่หมินเห็นเข้าพอดี

“เพคะ นอกจากนี้นางยัง...ยังมีที่คู่หมั้นอยู่แล้วเพคะ”

มี่หมินนั่งอึ้งไปชั่วขณะด้วยความตกตะลึง พระสนมทราบได้อย่างไรว่านางมีคู่หมั้น ในเมื่อนางยังไม่ทราบเลยว่ามีคู่หมั้นคู่หมาย!

“คู่หมั้น?” ไม่ทราบเพราะเหตุใดน้ำเสียงและสีหน้าฮ่องเต้กลับเย็นชาและไร้อารมณ์ขึ้นมาทันที

นางก้มหน้าหลบตา นางเองก็ไม่เคยทราบเช่นกัน นี่นางมีคู่หมั้นแล้วอย่างนั้นหรือ ใครกันคู่หมั้นของนาง?

“เขาเป็นชายที่ดีเพคะ เป็นสหายเก่าแก่และผู้มีพระคุณของท่านพ่อ” พระสนมราวกับรู้ว่านางกำลังสงสัยว่าชายคนนั้นเป็นใคร

หรือว่า!?...มี่หมินไม่กล้าคิด นางรู้จักเขามาหลายปี เขาดีต่อนางทุกอย่าง เขา...เขาคนที่บอกว่าจะรอนางออกไปเดินหมากกับเขา นานเท่าใดก็รอ หรือว่าจะเป็นหลวนเฉิง?

“น่าสนใจ...” ฮ่องเต้กล่าวและลุกขึ้นยืน “ในเมื่อนางมีคู่หมั้นแล้วข้าก็คงไม่จำเป็นต้องหาสามีที่เหมาะสมให้นางอีก ข้าคงได้แต่อวยพรให้นางโชคดี”

พระสนมมองหน้านาง หวังให้นางขอบพระทัยในคำอวยพรที่แสนเย็นชานั่น ช่างเป็นคำอวยพรที่ไร้อารมณ์สิ้นดี!

มี่หมินก้มหน้าลงตามคำสั่ง “ขอบพระทัยเพคะ”

ฮ่องเต้ไม่แม้แต่จะปรายตามองนางอีก “พระสนมเจ้าเพิ่งหายป่วยควรพักผ่อนให้มาก ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่นางกำนัลในตำหนัก”

พระสนมลุกขึ้นบ้าง “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงห่วงใยเพคะ”

ฮ่องเต้เสด็จจากไป มี่หมินรีบถามพระสนมทันที

“พระสนมเรื่องคู่หมั้นของหม่อมฉัน....”

พระสนมหัวเราะเบาๆ “ท่านพ่อกับท่านแม่ยังไม่ได้บอกเจ้าอีกหรือว่าหลายปีก่อนท่านหมอหลวนเฉิงขอหมั้นเจ้าเอาไว้ รอเจ้าพร้อมเมื่อใดเขาจะตบแต่งเจ้าเป็นภรรยา”

มี่หมินพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ นางไม่เคยคิดถึงหลวนเฉิงในแง่นั้นมาก่อน ไม่คิดว่าเขา...

“เจ้านับว่าโชคดียิ่งนัก เขาเป็นชายที่สง่างามมากความสามารถและมีฐานะมั่นคง นอกจากนี้ยังจริงใจกับเจ้าอย่างที่สุด สู้อุตส่าห์เฝ้ารอคอยเจ้ามาหลายปี เจ้าจะมีความสุขเมื่อแต่งงานกับเขา”

มีความสุข...นางไม่แน่ใจว่าที่หัวใจเต้นแรงอยู่ตอนนี้เพราะไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนหรือเพราะตื่นเต้นกันแน่ที่คนอย่างหลวนเฉิงสนใจสาวใช้ฐานะต่ำต้อยเช่นนาง

“พระสนมคู่หมั้นมี่หมินคนนี้เป็นคนเช่นไรหรือเพคะ” พี่ลี่ถามแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรู้

ดวงตาพระสนมเปล่งประกายด้วยแววชวนฝันอยู่แวบหนึ่ง “เขาเป็นชายที่ดีพร้อมทุกอย่าง เป็นศิษย์เพียงคนเดียวของหมอเทวดาที่เคยมีชื่อเสียงในอดีต รูปร่างหน้าตาก็จัดว่าไม่เป็นสองรองใคร ข้าเคยพบเขาหลายครั้งตอนที่เขามารักษาอาการป่วยของท่านพ่อจนหายดีและกลายมาเป็นแขกของบ้านข้า เขาเหมือนพี่ชายที่ข้าไม่เคยมี ความจริงคนอย่างเขาจะเลือกแต่งงานกับลูกสาวของขุนนางใหญ่หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์สักคนก็ยังได้ แต่เขากลับเลือกที่จะมารักสาวใช้ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น” นิ้วเรียวงามยื่นมาแตะไหล่นาง “หมินเอ๋อร์ข้าอิจฉาเจ้านักที่จะได้มีชีวิตที่แสนเรียบง่ายธรรมดากับชายที่รักเจ้าหมดหัวใจ”

“พระสนมจะอิจฉานางไปทำไมเล่าเพคะ ในเมื่อทรงเป็นถึงพระสนมของฮ่องเต้ที่อยู่เหนือทุกคนบนแผ่นดิน อีกทั้งฝ่าบาทยังมีคุณสมบัติทุกอย่างเหนือกว่าชายทุกคนในใต้หล้า”

พระสนมยิ้มเศร้าสร้อย “ด้วยสภาพข้าตอนนี้มีตัวตนก็เหมือนไม่มี ตอนนี้ในความคิดของฝ่าบาทข้าอาจเป็นเพียงภาพเลือนลางเท่านั้นหาได้สำคัญกว่าสนมคนอื่น เจ้ายังคิดว่าไม่น่าอิจฉาหมินเอ๋อร์อีกหรือ?

 

“ตอนนี้ทั้งฝ่าบาททั้งฮองเฮาต่างก็ให้ความสำคัญกับสนมชั้นต่ำนั่น น่าเจ็บใจนัก!

อินฉินตบโต๊ะด้วยความโมโหกับข่าวที่ได้ทราบว่าฮ่องเต้เสด็จไปหาซือเสียนที่ตำหนักอีกครั้ง ทั้งที่ทรงทำกับนางเช่นนั้น ให้นางคุกเข่าอ่านหนังสือข้างเตียงจนเข่าเขียวช้ำไปหลายวัน!  

“พระสนมอย่าเพิ่งโกรธเลยเพคะ บาทีฝ่าบาทอาจจะไม่ได้ใยดีนางอย่างแท้จริง”

นางถลึงตาใส่ฮัวหลาน “นี่ยังไม่เรียกว่าใยดีอีกรึ? เพียงหนึ่งเดือนทรงเลื่อนตำแหน่งให้นาง มอบตำหนักหลังใหม่และยังเสด็จไปหานางหลายครั้ง หากนี่ไม่เรียกใยดีแล้วกับข้าที่ฝ่าบาทเคยโปรดปรานเรียกอะไร หรือเจ้ากำลังจะบอกว่าฝ่าบาทเบื่อหน่ายข้าแล้ว”

ฮัวหลานรีบคุกเข่า “หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ พระสนมโปรดระงับโทสะด้วย”

หากปล่อยไว้เช่นนี้เกรงว่าอีกไม่นานฝ่าบาทอาจจะเลื่อนตำแหน่งซือเสียนให้มาเทียบเท่านาง “ข้าจะไม่ยอมให้คนชั้นต่ำนั้นมีฐานะเท่าเทียมกับข้าเด็ดขาด ไปเรียกหมอหลวงที่รักษาอาการป่วยของนางมาพบข้าที่ตำหนัก”

ไม่นานนักหมอหลวงที่คอยรักษาอาการป่วยของซือเสียนก็มาหานางตามคำสั่ง นางเปิดฉากถามทันที

“ข้าทราบว่าท่านได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ดูแลลู่เหม่ยเหริน อาการป่วยของพระสนมเป็นอย่างไรบ้าง”

“ทูลพระสนมเพราะพระบารมีของฝ่าบาทลู่เหม่ยเหรินดีขึ้นมากแล้วพะยะค่ะ อา...ต้องเรียกว่าอีกเพียงนิดก็หายเป็นปกติแล้วพะยะค่ะ”

นางแสร้งทำหน้ายินดี “ประเสริฐ นี่ช่างเป็นข่าวดี”

หมอหลวงหัวเราะ “พะยะค่ะ”

นางส่งสายตาให้ฮัวหลานไปนำทองคำในถุงที่เตรียมไว้มาส่งให้หมอหลวง เขารับไปด้วยสีหน้าแปลกใจ นางลดเสียงลง “ทองคำในถุงนี่เป็นน้ำใจจากข้า ขอเพียงท่านทำให้แน่ใจว่าลู่เหม่ยเหรินจะไม่ตั้งครรภ์กับฝ่าบาท เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว”

“พระสนม...” หมอหลวงมีสีหน้าตกใจ

“ทำไม น้อยไปอย่างนั้นรึ?

“หามิได้พะยะค่ะ เพียงแต่เรื่องนี้...”

นางยิ้มกว้าง “ท่านไม่ต้องห่วง เรื่องนี้จะมีแค่เราที่รู้ ท่านก็ทราบว่าข้าเป็นใครมีฐานะเช่นไร ขอเพียงท่านรับใช้ข้า ข้าแน่นอนต้องสนับสนุนท่านมากกว่าผู้อื่น”

หมอหลวงไม่มีทางเลือกนอกจากรับทองและกลับไป อินฉินพอใจมากที่สามารถก้าวนำคนอื่นไปหนึ่งก้าว นางไม่ทราบเลยว่าหลังออกไปจากตำหนักนางหมอหลวงก็ถูกฮองเฮาเรียกเข้าไปพบที่ตำหนักเพื่อกำชับให้เขาคอยดูแลลู่เหม่ยเหรินให้ดีและจะดียิ่งกว่าหากพระสนมคนโปรดคนใหม่ตั้งครรภ์!

 

มีคู่หมั้น...นางมีคู่หมั้นแล้ว...ใครกัน?

ขณะจรดปลายพู่กันลงบนราชโองการฉบับแล้วฉบับเล่า เฟยหลงเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องและนึกอยากเห็นหน้าคู่หมั้นของมี่หมินขึ้นมารำไร

มีหลายเรื่องเกี่ยวกับนางที่เขาไม่รู้จนกระทั่งได้ยินมันจากปากซือเสียน อย่างแรกคือเขาไม่ทราบว่านางตั้งใจจะออกไปจากวังหลวงไปใช้ชีวิตนอกวัง ฐานะนางกำนัลระดับล่างนั้นทำได้หากเจ้านายของนางอนุญาต อย่างที่สองคือเขาไม่ทราบมาก่อนว่านางมีคู่หมั้นคู่หมายรออยู่ด้านนอก

แล้วเหตุใดเขาต้องใส่ใจเรื่องนี้ เหตุใดต้องรู้สึกโกรธขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้ ความรู้สึกราวกับถูกหักหลังก็ไม่ปาน!

เขาบอกตัวเองไม่ได้ว่าเหตุใดต้องใส่ใจเรื่องของนางกำนัลที่แสนจะไร้ความสำคัญฐานะต่ำต้อยเช่นนาง อาจเป็นเพราะนางเป็นคนแรกที่เอาชนะเขาได้ในการเดินหมาก หรืออาจเพราะท่าทางของนางที่ต่างจากหญิงอื่น หรือเพราะคำพูดของนางที่บอกว่าเขาเป็นคนอ้างว้างขมขื่น?

“ฝ่าบาทท่านใต้เท้าอู่มาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ

เสนาบดียุติธรรมอู่เหวินเป็นขุนนางตงฉินและเป็นคนที่เขาสั่งให้ไปทำหน้าที่แทนเจ้าเมืองเหอเจี้ยที่ถูกสังหาร “ให้เขาเข้ามา”

อู่เหวินก้าวเข้ามาคุกเข่าทำความเคารพตามธรรมเนียม

“ใต้เท้าอู่ท่านมาหาข้าเช่นนี้หวังว่าคงมีข่าวที่ข้าอยากได้ยิน”

อู่เหวิพยักหน้า “เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมได้ส่งคนไปตรวจตราราคาสินค้าในเขตตะวันออกทั้งหมดและสั่งให้ตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อนแล้วพะยะค่ะ”

“แล้วเรื่องโรคระบาด ชาวบ้านล้มป่วยด้วยโรคอะไร?

“ทูลฝ่าบาทหมอจากสำนักหมอหลวงที่ถูกส่งไปรักษาชาวบ้านบอกว่าโรคนี้เกิดจากการอาหารขาดแคลนชาวบ้านในเมืองนั้น ทำให้พวกเขาจำต้องกินอาหารที่ไม่สะอาดนักจึงเกิดโรคท้องร่วงพะยะค่ะ ตอนนี้หมอหลวงทำการแจกจ่ายน้ำสะอาด อาหารและยารักษาให้กับชาวบ้าน ส่วนคนที่ป่วยหนักหมอก็ทำการเปิดโรงหมอรักษาจนกว่าอาการจะดีขึ้น เรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดต้องห่วงกังวลแล้วพะยะค่ะ”

เฟยหลงพอใจยิ่งนักที่อู่เหวินสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว “ใต้เท้าอู่ท่านสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง ข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”

อู่เหวินยิ้มลูบหนวดไปมา “ฝ่าบาทในฐานะขุนนางดูแลราษฎรแบ่งเบาภาระฝ่าบาทฝ่าบาทล้วนเป็นหน้าที่ของกระหม่อมพะยะค่ะ” สีหน้าของอู่เหวินกลับเปลี่ยนเป็นหนักใจ “นอกจากนี้ เอ่อ...มีเรื่องหนึ่งกระหม่อมจำเป็นต้องกราบทูลพะยะค่ะ”

“พูดมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

อู่เหวินถอนใจ “กระหม่อมเดินทางไปเขตตะวันออกหลายวัน ทราบมาว่าพ่อค้าที่มีอิทธิพลที่สุดในเขตนั้นคือชางฟู่เวยบิดากุ้ยเฟย ไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้หรือไม่พะยะค่ะ”

เขาทราบดีและตอนนี้เจียวเมิ่งก็กำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่ “ข้าทราบแล้ว”

อู่เหวินเป็นคนตรงไปตรงมาจึงกล่าวต่อ “กระหม่อมคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทางตะวันออก บางทีเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับคนของบิดากุ้ยเฟยพะยะค่ะ”

เมื่อเห็นเขาเงียบอู่เหวินจึงรีบพูด “ฝ่าบาทขออภัยที่กระหม่อมกล่าวเช่นนี้ กระหม่อมไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่กุ้ยเฟยเพียงแต่...”

“ข้าเข้าใจว่าท่านภักดีกับแผ่นดินและห่วงใยราษฎร ข้าอนุญาตให้ท่านไปสืบหาความจริงเรื่องนี้ให้กระจ่าง ได้หลักฐานอะไรให้นำมามอบให้ข้า ท่านเข้าใจหรือไม่?

อู่เหวินมีสีหน้ายินดี “รับด้วยเกล้าพะยะค่ะฝ่าบาท”

หลังปล่อยให้อู่เหวินกล่าวจบเขาก็ลดเสียงลง กล่าวล้าๆ “สืบหาความจริงมา ไม่ว่าใครจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าจะไม่ไว้หน้าทั้งสิ้น ใต้เท้าอู่ท่านเข้าใจหรือไม่?

อู่เหวินมองเขาอย่างนับถือ “พะยะค่ะฝ่าบาท”

เมื่ออู่เหวินกลับไป เขาก็หันไปถามจูกงกง “เจียวเมิ่งส่งข่าวถึงข้าหรือไม่?

“ทูลฝ่าบาทยังไม่มีข่าวใดๆ จากเขาพะยะค่ะ”

“ถ้าเขาส่งข่าวมาให้รีบบอกข้าทันที”

“พะยะค่ะฝ่าบาท”

เฟยหลงหยิบฎีกาขึ้นมาถือ ออกคำสั่ง “พรุ่งนี้ให้ไปตามนางกำนัลตำหนักลู่เหม่ยเหรินมาพบข้า” ไม่จำเป็นต้องบอกว่านางกำนัลคนใด จูกงกงก็เข้าใจได้เอง

“พะยะค่ะฝ่าบท”

คืนนั้นฮ่องเต้ไม่ได้เลือกป้ายตำหนักใด แต่ได้ให้คนไปตามอาจารย์เหยาซื่อ ผู้ได้ชื่อว่าเชี่ยวชาญด้านการเดินหมากแห่งราชสำนักมาเข้าเฝ้า ใช้เวลาราวสามชั่วยาม เหยาซื่อก็กลับออกจากตำหนักใหญ่

ในใจของเหยาซื่อครุ่นคิดว่าฝ่าบาทจะฝึกฝนการเดินทางเพื่อไปเล่นกับใครกันหนอ เหตุใดจึงทุ่มเทปานนี้ เพียงสามชั่วยามก็ขูดรีดเอาความรู้จากเขาไปจนหมดตัว!

 


“ฝ่าบาท...นางมาถึงแล้วพะยะค่ะ”

หากไม่สังเกตจะไม่เห็นเลยว่ามุมปากของฮ่องเต้คลี่ยิ้มอย่างหมายมาด เฟยหลงบอกทั้งที่ไม่เคยหน้าจากตำราที่กำลังอ่านอยู่

“ให้นางเข้ามา”

มี่หมินก้าวเข้ามาในห้อง นางยังสวมชุดนางกำนัลชุดเดิมของนาง เหมือนวันแรกที่เขาพบนางในสภาพเปียกปอน นางคุกเข่าก้มศีรษะจรดพื้นถวายความเคารพเขาดังเช่นที่ทุกคนทำเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ ครั้งนี้เขาไม่รีบร้อนสั่งให้นางลุกขึ้นนัก นั่งมองนางก้มหน้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งนางตัวสั่นเทาด้วยความเมื่อยล้า เขาจึงเอ่ยปาก “ลุกขึ้นได้แล้ว”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” นางลุกขึ้นเสเล็กน้อย หน้าแดงก่ำก่อนตั้งหลักได้ยืนก้มหน้านิ่ง

เขาผายมือมายังที่นั่งตรงหน้า “นั่งลงสิ”

“ขอบพระทัยเพคะ”

เขาลดหนังสือลง จ้องหน้านางแล้วเอ่ยปาก “วันนี้ข้าให้เจ้าเลือกว่าต้องการเดิมพันด้วยสิ่งใด”

นางคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม รวมถึงไม่กล้าสบตาเขา นางคงประหม่าเพราะเผลอยกมือขึ้นลูบผมที่ถูกรวบไว้เรียบร้อยดังเช่นที่นางกำนัลควรทำ ก่อนจะลดมือลงกุมแน่นบนตัก ผิวแก้มเป็นสีระเรื่อขึ้น “ฝ่าบาทมีเรื่องหนึ่งที่หม่อมฉันอยากทูลขอเพคะ”

ท่าทางของนางแปลกตากว่าทุกครั้ง สิ่งที่นางขอคงสำคัญหรือล้ำค่ามาก “เจ้าจะขออะไร?

นางเงยหน้าสบตาเขาแวบหนึ่ง ก่อนก้มหน้าหลบตาดังเคย “หม่อมฉันอยากขอ...เอ่อ...”  ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นคล้ายเกิดความลังเล

“ว่ามาสิ” เขาเร่งเกิดหมดความอดทนขึ้นมา ทั้งที่เขาเป็นคนที่ถูกฝึกฝนให้เยือกเย็นมาตั้งแต่จำความได้ ในฐานะฮ่องเต้ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งใดเขาต้องไม่หวั่นไหว

หรือนางกำนัลขอให้เขาแต่งตั้งนางเป็นสนม...บางทีนางอาจคิดว่าเขาเริ่มโปรดปรานนางขึ้นมาบ้างจึงเรียกนางมาที่นี่บ่อยครั้ง เฟยหลงถามตัวเองว่าแล้วเขาโปรดปรานนางหรือไม่...เขามองใบหน้าที่ก้มต่ำของนาง

ในฐานะโอรสสวรรค์เขารีบปฏิเสธว่าไม่...เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางแตกต่างจากนางกำนัลทั่วไป เขาแค่รู้สึกเสียหน้าเท่านั้นที่แพ้นาง หากเขาต้องการนางเขาคงสั่งให้นางถวายตัวไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฮ่องเต้จะให้นางกำนัลสักคนที่ถูกตาต้องใจถวายตัว หากนางเป็นที่พอใจเขาสามารถแต่งตั้งนางเป็นนางกำนัลที่ฐานะสูงขึ้นหรือสนม แต่เขาก็ยังไม่คิดจะทำเช่นนั้น นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับนาง

จริงหรือ?...มีเสียงเล็กๆ ในใจดังขึ้น หากไม่ใส่ใจเหตุใดเมื่อได้ยินว่าอินฉินสั่งลงโทษนางอย่างโง่งมเขาจึงเอาคืนด้วยการให้ซูเฟยที่เขาโปรดปรานนั่งคุกเข่าถึงสี่ชั่วยาม! เหตุใดต้องสั่งให้จูกงกงส่งหมอหลวงไปรักษาอาการนางด้วยยาชั้นดี เหตุใดต้องให้คนเตรียมยาให้นาง?

เฟยหลงตอบตัวเองว่าเพราะเขาเป็นฮ่องเต้ เขาไม่ต้องการเห็นใครถูกรังแกอย่างไร้เหตุผลและพฤติกรรมโหดร้ายของอินฉินก็สมควรถูกกำหราบ

“ทูลฝ่าบาทหม่อมฉันทราบว่าสนมของฮ่องเต้หากต้องการให้ฐานะมั่นคงในวังหลังล้วนต้องมีทายาทของตนเอง เพราะเหตุนี้หม่อมฉันจึง...จึงอยากขอให้ฝ่าบาทมอบองค์ชายหรือองค์หญิงให้แก่ลู่เหม่ยเหรินเพคะ”         

มอบองค์ชายหรือองค์หญิง! เฟยหลงนั่งอึ้งไม่อยากเชื่อว่านางจะกล้าขอเขาเรื่องนี้ เขาเผลอคิดแวบหนึ่งด้วยซ้ำว่านางอาจขอให้เขาแต่งตั้งนางเป็นสนมเสียเอง

“นี่เป็นคำขอของหม่อมฉันเพคะ” นางก้มหน้าผากแนบพื้น ท่าทางอ่อนน้อมอย่างยิ่ง แต่คำขอของนางไม่ได้อ่อนน้อมเลยแม้แต่นิดเดียว

เขาจ้องหน้านางนิ่งด้วยแววตาน่ากลัว นึกอยากบีบคอสวยๆของนางขึ้นมาทันใด นางไม่ทราบหรือว่าคำขอของนางแม้แต่ฮองเฮายังไม่กล้าเอ่ยปาก ประโยคนี้อาจทำให้นางหัวหลุดจากบ่าได้ง่ายๆ

“เจ้ากล้ามากเกินไปแล้ว” สนมคนใดจะตั้งครรภ์หรือไม่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเสมอมา เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความโปรดปรานเท่านั้น

นางยังคงก้มหน้าไม่กระดิก ร่างบางสะท้านน้อยๆ

เขานั่งคิดอยู่อึดใจ ไม่แน่ใจว่ารู้สึกเช่นไรระหว่างขุ่นเคือง โกรธ หรือว่า...หรือว่าหงุดหงิดที่นางช่างภักดีกับนายหญิงของนางจนไม่คิดถึงความรู้สึกเขาเลย

เฟยหลงมองกระดานหมากที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสอง ท้ายที่สุดก็ยอมรับปาก ด้วยมั่นใจว่าครั้งนี้เขาจะต้องเอาชนะนางได้ “ตกลง กฎยังเหมือนเดิม หากเจ้าสามารถชนะข้าได้ ข้าจะทำตามที่เจ้าขอ แต่หากเจ้าแพ้...”

“ชีวิตหม่อมฉันเป็นของฝ่าบาทเพคะ”

ประโยคเรียบง่ายของนางทำให้เขาคลี่ยิ้มมุมปากเกิดความพอใจอย่างประหลาด เขาช้อนปลายคางนางขึ้นให้สบตา ก้มลงไปกระซิบ “ใช่...ชีวิตเจ้าเป็นของข้า”

 


มี่หมินลอบถอนใจด้วยความโล่งอกที่สามารถรักษาหัวให้อยู่บนบ่าได้ แม้นางจะบังอาจทูลขอสิ่งที่ไม่ควรเลยก็ตาม

ครั้งนี้นางตั้งใจจะเล่นสุดฝีมือเพื่อพระสนม จากนั้นนางจะออกไปจากที่นี่ นางคิดทบทวนถึงเรื่องระหว่างนางกับหลวนเฉิงมาหลายวัน เขาดีกับนางมาตลอดคอยดูแลใส่ใจนางยิ่งกว่าใคร จริงดังที่พระสนมบอก เขาเป็นชายรูปงามฐานะมั่นคง อีกทั้งยังมีความสามารถไม่ธรรมดา มีหญิงสาวหลายคนต้องการแต่งงานกับเขา นางเคยสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงไม่แต่งงานเสียที...ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยเล่าความฝันว่าอยากออกเดินนาง ตอนนั้นนางบอกว่าอยากไปกับเขา ได้ใช้ชีวิตอิสระช่วยเหลือผู้คน

เขายิ้มให้นางด้วยแววตาอ่อนโยนและรับปาก “มี่เอ๋อร์หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าจะช่วยทำให้เจ้าสมหวังในสักวัน”

แท้ที่จริงเขาก็อยากช่วยนางด้วยการเสียสละตนเองแต่งกับนาง นางคิดถึงตอนเขาสอนนางเดินหมากแล้วเผยอยิ้มออกมาเมื่อคิดว่าเขาคงไม่ทราบว่าการสั่งสอนของเขาทำให้นางเอาชนะฮ่องเต้ได้ถึงสามครั้ง เขาดีพร้อมทุกอย่างนางไม่มีเหตุให้ต้องรังเกียจ หากเขาต้องการแต่งกับนาง บางทีนางอาจยินดีแต่งงานกับเขา

แต่...ไม่ทราบเพราะอะไรทุกครั้งที่หลับตากลับเห็นแต่ภาพใบหน้าเย็นชาของฮ่องเต้ในฝัน คงเพราะนางกังวลที่ต้องมาเดินหมากกับพระองค์อีกครั้งและเกรงว่าจะแพ้ในสักวัน

นางคิดว่าตนเองต้องชนะเพราะเล่นกับฮ่องเต้มาสามครั้งแล้วจะพอคาดเดาวิธีการเล่นของพระองค์ได้ ฮ่องเต้ไม่เคยเอาชนะนางสักครั้ง ครั้งนี้ก็คงเป็นเช่นนั้น มี่หมินตั้งใจจะทุ่มเทสุดฝีมือ

แต่...นางไม่คิดไม่ฝันว่าในการเล่นครั้งนี้ ฮ่องเต้จะใช้วิธีตลบหลัง ใช้แผนนางมาเอาชนะนางในที่สุด!

ริมฝีปากสีสดขององค์ฮ่องเต้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน่ากลัว สีหน้าอิ่มเอมเกินบรรยาย ส่วนนางได้แต่นั่งนิ่งพูดไม่ออก เดิมพันครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก...พ่ายแพ้ครั้งนี้ชีวิตนางจบสิ้นแล้ว!

“ฝ่าบาท...”

“ในที่สุดข้าก็เอาชนะเจ้าได้”

นางสะอึก “หม่อมฉัน...”

“ทราบหรือไม่ว่าเหตุใดครั้งนี้เจ้าจึงแพ้ให้กับข้า”

นางส่ายหน้าพูดไม่ออก สับสนงงงันเกินกว่าจะคิดอะไรให้กระจ่างชัดเจน

ฮ่องเต้หยิบจอกสุราหยกสีขาวดูล้ำค่าขึ้นมาและรินสุราลงไปจนเต็มก่อนยกขึ้นจิบช้าๆ “เพราะเจ้าประมาทฝีมือข้าเกินไป เพราะเจ้าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เจ้าจึงไม่ทราบว่าข้ากำลังใช้แผนที่เจ้าเคยใช้มาเอาชนะเจ้าในที่สุด”

นางหลับตาช้าๆ เป็นความจริงที่นางประมาทเกินไป ใจลอยเกินไปและ...ความรู้สึกที่กำลังรบกวนจิตใจบางอย่างทำให้นางพ่ายแพ้

“ตอนนี้ชีวิตเจ้าเป็นของข้าแล้ว”

นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น ตัวสั่นยะเยือกเมื่อสบตาสีนิลคมกล้า “เพคะ”

“ดี วันนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว” ทรงโบกมือให้นางออกไป

นางกลั้นหายใจเงยหน้ามองฮ่องเต้ด้วยความแปลกใจ

“ทำไม?” แววตาของฮ่องเต้ซึ่งบัดนี้เปล่งประกายแวววาวช่างน่ากังวลนัก นางไม่เคยเห็นพระองค์มีท่าทีเช่นนี้มาก่อน

นางก้มหน้าไม่กล้าตอบด้วยนึกภาพเอาไว้ว่าฮ่องเต้อาจสั่งคนที่รออยู่ด้านนอกมาลากตัวนางไปตัดหัว แต่กลับรับสั่งให้นางกลับไปง่ายดายเช่นนี้ “เพคะ หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

มี่หมินกลับมาที่ตำหนักของพระสนม เนื่องจากในตำหนักมีนางกำนัลอีกสี่คนคอยรับใช้พระสนมอยู่แล้ว นางจึงไม่ต้องทำหน้าที่เดิมที่เคยทำ ดังนั้นนางจึงไปขลุกอยู่ในห้องนอนของตน อ่านหนังสือและกลัดกลุ้มไปด้วย สงสัยว่าฮ่องเต้จะทำอย่างไรกับนาง?

นางไม่คิดเลยว่าเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้าคนจากตำหนักใหญ่ก็มาเยือนที่ตำหนักของพระสนม นางถูกพี่ลี่เรียกให้ออกไปที่หน้าตำหนัก ตรงนั้นหัวหน้าขันทียืนอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมคุ้นตาพร้อมโคมไฟ  

นางแปลกใจที่หัวหน้าขันทีมาเยือนถึงที่นี่ หรือว่าเขามาเข้าเฝ้าพระสนม นางหันไปหาคนอื่นๆ พระสนมยืนหน้าเคร่งอยู่มีพี่ลี่และนางกำนัลอีกคนคอยประคอง ทุกสายตามองมาที่นางเป็นจุดเดียว

มี่หมินไม่ทราบเลยว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งหัวหน้าขันทีเป็นคนบอกกับนาง...สิ่งที่เขาบอกคือให้นางย้ายจากการเป็นนางกำนัลที่ตำหนักพระสนมไปเป็นนางกำนัลที่ตำหนักใหญ่ของฮ่องเต้!

เมื่อจูกงกงกลับไป นางหันไปหาพระสนม “พระสนมเพคะ...”

พระสนมถอนใจ “หมินเอ๋อร์ข้าไม่ทราบว่าเจ้าทำความดีความชอบหรือถูกลงโทษกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าควรรู้ไว้คือเมื่อเจ้าย้ายจากตำหนักหลังนี้ไปเป็นนางกำนัลที่ตำหนักใหญ่ของฮ่องเต้ ข้าก็ไม่มีสิทธิอนุญาตให้เจ้าเข้าหรือออกจากวังหลวงได้อีกแล้ว”

มี่หมินแทบหมดแรงเมื่อคิดว่าต้องอยู่ที่นี่ไปตลอด หรือว่านี่คือเดิมพัน คือสิ่งที่นางต้องสูญเสียไปเมื่อพ่ายแพ้ให้กับฮ่องเต้!

พระสนมมองนางแล้วทำหน้าเศร้า “เพราะข้าเห็นแก่ตัว หากข้าเอ่ยปากเร็วกว่านี้เจ้าคงได้ออกจากวังไปแล้ว น่าเสียดายที่ข้าตัดสินใจช้าไป เจ้าจึงต้องพลอยลำบากไปด้วย”

ทั้งหมดเป็นเพราะนางต่างหาก ไม่ใช่พระสนมที่ตัดสินใจล่าช้า!

“แต่หมินเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องห่วง” พระสนมปลอบใจนาง “ข้าเชื่อว่าฮ่องเต้ไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผล ในวันข้างหน้าหากเจ้าสร้างความดีความชอบ เจ้าสามารถทูลขอให้ฝ่าบาทอนุญาตให้เจ้าออกไปใช้ชีวิตนอกวังหลวงได้”

ทุกคนพาพระสนมกลับเข้าไปพักผ่อน มี่หมินเดินออกมาที่ลานหน้าตำหนักอย่างเศร้าศร้อย เงยหน้ามองฟ้า วันข้างหน้าคือวันใดหนอ?

 


ชีวิตของมี่หมินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในวังหลวงก็มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นเช่นกัน หลังจากพระสนมเต๋อเฟยให้กำเนิดองค์ชายรอง ฮ่องเต้ไม่เคยเสด็จไปที่ตำหนักของเต๋อเฟยเลยสักครั้ง สร้างความไม่พอใจให้ไทเฮาเป็นอย่างยิ่ง ไทเฮาจึงถือโอกาสนั้นพาเต๋อเฟยและองค์ชายน้อยเดินทางออกจากวังหลวงไปพักผ่อนที่ตำหนักซิ่นฮวาซึ่งตั้งอยู่เมืองอันฉี ห่างจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้ โดยอ้างว่าพระสนมร่างกายไม่แข็งแรงต้องการพักฟื้นร่างกาย

 ฮ่องเต้ไม่คัดค้าน อนุญาตให้ทั้งสามคนออกไปจากวังหลวงโดยง่าย บางคนบอกว่าเพราะฮ่องเต้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับองค์ชายรองจึงไม่รู้สึกอะไรที่ไทเฮาจะนำองค์ชายไปอยู่ที่อื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็มีรับสั่งให้ข้ารับใช้ทุกคนที่ตามเสด็จคอยดูแลทั้งสามให้ดี อย่าให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.185K ครั้ง

3,748 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 01:19
    สงสารหมอ อุตส่าห์เฝ้ารอ ฮืออออ เป็นพระรองคนแรกที่ไม่เคยโผล่มา แต่สงสารหนักมาก
    #2749
    0
  2. #2746 Crystal Tear (@nice2547) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 22:59
    ฮือ เชียร์พี่หมอหนา แง้
    #2746
    0
  3. #2724 Yew & You (@Kimkosong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 23:05
    ฮืออออ เราเชียร์หมอ ทำไมมมมม ทำไมอะไรท์ แงง
    #2724
    0
  4. #2352 catdolls (@catdolls) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 13:27
    ถ้าเต็เป็นพระเอก​ จะไม่ซท้อเลยอ่ะ​ เชียร์ท่านหมอมากกว่า
    #2352
    0
  5. #2298 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 18:05
    ฮือออ พี่หลวนเฉิง คนดีของน้องงงง
    ชาติต้องการผช.แบบนี้นะคะไรท์ อย่าใจร้ายกับที่รักเลยนะ งืออ
    #2298
    0
  6. #2172 เงาดอกไม้ (@gnelp_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 18:08
    ฮืออออ พระอาจาาาาาาาาาาาาาารย์
    #2172
    0
  7. #1970 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 18:06
    อ้าว แย่แล้ว ทำไงดีค่ะหลวงเฉิน น้องโดนจับใส่กรงไปแล้ว อุแงงงง
    #1970
    0
  8. #1831 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 22:13
    ท่านหมอหยวนเฉิง ท่านต้องไปแก้ปัญหาโรคระบาด ทำความดีความชอบไปขอราชโองการแต่งงานกับมี่หมินนะ
    #1831
    0
  9. #1810 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 00:49
    หมอต้องได้ละแหละ เต้หลายใจเกินทน ไม่ได้ๆ
    #1810
    0
  10. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 06:41
    พิหลวนเฉินของน้องงง ม่ายยยย
    #1687
    0
  11. #1672 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 15:24
    โอมายก้อดดด
    #1672
    0
  12. #1601 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 12:15

    เกลียดอิฮ่องเต้
    #1601
    0
  13. #1292 Aquaria magic (@greenbutter-nery) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 14:18
    หลวนเฉินควรได้เป็นพระเอก 😭
    #1292
    0
  14. #1082 NRAI (@NRAI) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 18:18

    กระโดดเตะฮ่องเต้โดนตัดกี่หัว...

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-07.png

    #1082
    0
  15. #1011 Warina (@warina088) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:41
    ฉันจะเชียร์ หมอให้ถึงที่สุด อยู่กับฮ่องเต้ ไม่มีวันมีความสุขหรอก ไม่มีวันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #1011
    1
    • #1011-1 0823843310 (@0823843310) (จากตอนที่ 8)
      12 มิถุนายน 2562 / 10:43

      จริงๆ ลุ้นมากค่ะ กลัวมากเลย ถ้าอย่างนั้นอย่ามีพระรองเลยค่ะ สงสารเขา เจอก่อน รอมานาน งั้นขอให้พระรองมีภรรยาไม่ก่อนเลยจะดีมากค่ะ เราจะได้ ตัดใจ...เฮ้ย! ไม่ใช่ๆ นางเอกจะได้ตัดใจได้ สาธุ

      555+
      #1011-1
  16. #1001 kpumja (@kamlangjai-dd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:09
    ยังไม่เห็นความฉลาดของนางเอกเลย เห็นแต่ว่าเล่นหมากล้อมเก่งอย่างเดียว
    #1001
    0
  17. #975 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 16:03

    สงสารท่านหมอ รอมานาน
    #975
    0
  18. #964 Suwimon_11 (@Suwimon_11) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 13:51
    โอ้ยยนี่ขึ้นเรือท่านหมอตั้งแต่บทแรกๆอ่ะ
    #964
    0
  19. #680 Maoyu-i (@Maoyu-i) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 16:34

    มีบุพเพแต่ไร้วาสนาสินะ พระรองยังไงก็พระรอง แต่รีดก็ชอบฮ่องเต้นะ

    #680
    0
  20. #640 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:54
    สงสารหลวนเฉิง ทำไมต้องอกหักหล่ะ คือรอมาตลอด
    #640
    0
  21. #556 ฝนโปรยไพร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 15:00

    นางเอกควรเล่นแพ้ตั้งแต่เกมแรก

    #556
    0
  22. #548 เสี่ยวซานจู (@napatsarapan2547) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:07
    สงสารหลวงเฉิน คือรอเขามาตลอดอ่า

    #เจ็บใจแทนนน
    #548
    0
  23. #397 tigerdog (@tigerdog) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 23:02
    สงสารนางเอกกะท่านหมอ
    #397
    0
  24. #300 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 10:26
    หมดกันฝันหวานการจะมีสามีที่ดีของมี่หมิน
    #300
    0
  25. #280 Alienonplanet🌙🌎 (@numalangpor) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 01:04
    เอาแล้ววว ทุกอย่างกำลังเริ่มแล้ว
    #280
    0