สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 ชายผู้มีจิตใจงดงาม รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1697 ครั้ง
    2 ก.ค. 62


ตอนที่ 8  ชายผู้มีจิตใจงดงาม

 


ทันทีที่มาถึงตำหนักใหญ่ตามคำสั่ง มี่หมินก็เข้าไปพบหัวหน้านางกำนัลประจำตำหนักใหญ่รับมอบป้ายประจำตัวและชุดนางกำนัลก่อนถูกพาไปที่ห้องพักด้านหลังห่างจากตำหนักใหญ่พอสมควร

            นางกำนัลประจำตำหนักใหญ่ของฮ่องเต้จะมีเรือนพักแยกจากนางกำนัลคนอื่นในวังหลวง ห้องพักของมี่หมินเป็นห้องเล็กๆ อบอุ่นน่าอยู่ไม่น้อย แม้จะเงียบเหงาอยู่บ้างเพราะต้องอยู่คนเดียวต่างจากตำหนักพระสนมซือเสียนที่นางได้อยู่ร่วมห้องกับพี่ลี่

            “พรุ่งนี้เช้าให้เจ้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ตำหนักอี้หรง” หัวหน้างนางกำนัลบอกนาง

มี่หมินแปลกใจที่นางไม่อยู่ในความดูแลของหัวหน้านางกำนัล “ข้าน้อยไม่ต้องอยู่คอยรับคำสั่งท่านหรือเจ้าคะ”

            หัวหน้านางกำนัลส่ายหน้า “ไม่ เจ้าไม่ได้อยู่ในความดูแลของข้า เจ้าจะอยู่ในความดูแลของจูกงกง”

            คืนนั้นมี่หมินก็เข้านอนแต่หัวค่ำด้วยความกังวล ตลอดทั้งคืนนางนอนฝันว่าฮ่องเต้สั่งให้นางคุกเข่าอยู่หน้าตำหนัก ตากแดดตากฝนถึงสามวันสามคืนจนแทบขยับตัวไม่ได้

นางสะดุ้งตื่นกลางดึก หันไปรอบห้องที่มืดมิดแล้วยกมือทาบอก “โชคดีที่แท้ก็เป็นแค่ความฝัน”

ยามเช้ามาเยือน มี่หมินทำตามที่หัวหน้านางกำนัลสั่งไว้ไปพบจูกงกงแต่เช้าตรู่ จูกงกงยืนอยู่หน้าตำหนักอี้หรงอันเป็นตำหนักที่ฮ่องเต้ใช้ทรงงาน

เขายิ้มให้นางเป็นครั้งแรกนับแต่พบกันมาหลายครั้ง “เจ้ามาถึงแล้ว เข้าไปด้านในเถิดข้ามีหน้าที่ให้เจ้ารับผิดชอบมากมายก่อนฝ่าบาทจะเสด็จมาที่ตำหนัก”

มี่หมินกลืนน้ำลาย “เจ้าค่ะ”

จูกงกงร่ายยาวถึงหน้าที่นางในตำหนัก ก่อนฮ่องเต้เสด็จมาที่นี่ทุกวันนางต้องคอยดูแลความเรียบร้อยให้ทั่วห้องทรงอักษร ทั้งน้ำชา ของว่างที่ทรงโปรดที่นางกำนัลห้องเครื่องนำมาถวายก็ต้องจัดวางให้เรียบร้อย ห้ามมีความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็อยู่รอฮ่องเต้เสด็จมาอย่างเงียบๆ เพราะองค์ฮ่องเต้นั้นโปรดปรานความเงียบขณะพระองค์ทรงงาน

นางคอยดูจูกงกงทำงานเงียบๆ ในใจให้นึกสงสัยว่าหรือหัวหน้าขันทีจะถูกปลดเกษียณไปอยู่บ้านนอก เขาจึงได้มอบหมายหน้าที่ทั้งหมดที่ควรเป็นของเขาให้นางทำเสียเอง แต่เขายังไม่ได้แก่ถึงขนาดนั้น นางได้ยินมาว่าในฐานะข้ารับใช้ที่ใกล้ชิดฮ่องเต้เขาเป็นที่เคารพยำเกรงในวังหลวง แม้แต่ฮองเฮายังต้องเกรงใจเขา เขาไม่น่าจะรีบร้อนจากไป เขาอาจหาคนมาแบ่งเบาภาระที่หนักเกินไป

หรือ...ฮ่องเต้อาจจะอยากให้นางสำนึกถึงหน้าที่ในฐานะที่ตอนนี้เป็นเจ้าชีวิตนาง?

เมื่อนางกำนัลห้องเครื่องจากไป ไม่นานนักฮ่องเต้ก็เสด็จมาที่ตำหนักอี้หรง มี่หมินยืนอยู่หลังจูกงกง ก้มหน้ามองพื้นด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมเจียมตน

ฮ่องเต้ก้าวเข้ามาในชุดสีดำลายมังก รสีหน้าสว่างสดใสดุจแสงอาทิตย์ในตอนรุ่งเช้า แต่หาได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นดังแสงตะวัน ใบหน้าพระองค์กลับแฝงไว้ด้วยความยโสและหยิ่งทะนง

ตอนอยู่ที่บ้านนายท่าน นางเคยได้ยินท่านบอกกับฮูหยินว่าฮ่องเต้ไม่โปรดปรานสงครามก็จริงแต่พระองค์มีกองทัพที่เกรียงไกร มีแม่ทัพนายกองที่มากความสามารถมากมาย ดังนั้นกองทัพของฮ่องเต้ออกศึกครั้งใด ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับศัตรู

ทุกคนพร้อมใจคุกเข่าถวายความเคารพฮ่องเต้รวมถึงมี่หมิน “ถวายพระพรฝ่าบาทพะยะค่ะ/เพคะ”

“ลุกขึ้นได้แล้ว” เสียงทรงอำนาจดังขึ้น ก่อนฮ่องเต้จะพาร่างสูงสง่าของพระองค์กรายผ่านหน้าทุกคนไปที่โต๊ะน้ำชา

จูกงกงส่งสายตาให้นางและกระซิบ “ไปสิ ทำหน้าที่ของเจ้า”

มี่หมินกลั้นใจก้าวออกไปทำหน้าที่รินชาให้พระองค์ตามที่จูกงกงสอน แต่มือที่สั่นระรัวของนางทำให้การรินชาที่ควรเรียบร้อยหมดจดกลายเป็นหายนะ!

น้ำชาเอ่อล้นออกมาจากถ้วยชาใบเล็กจนเปียกชุ่มที่ถาดรอง นางรีบวางกาน้ำชาลงไม่กล้ามองหน้าฮ่องเต้หรือจูกงกง กลั้นใจเฝ้ารอฮ่องเต้ออกคำสั่งให้คนลากนางไปโบย!

แต่...ฮ่องเต้ไม่ว่าอะไร ทรงยกน้ำชาขึ้นจิบและเอ่ยชม “วันนี้น้ำชารสชาติไม่เลว แต่...”

นางเงยหน้าขึ้นรอฟังคำที่ต่อจากคำว่า แต่ อย่างใจจดใจจ่อเช่นเดียวกับคนอื่นๆ สีหน้าไร้อารมณ์ของฮ่องเต้ทำให้มี่หมินหายกลืนน้ำลายเฮือก

“แต่อากาศร้อนเกินไป เปลี่ยนจากน้ำชาเป็นอะไรที่เย็นและทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าอาจจะดีกว่านี้”  

จูกงกงรีบรับคำอย่างรู้งาน “พะยะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบให้นางกำนัลไปจัดเตรียมน้ำหวานจากดอกไม้มาถวายพะยะค่ะ”

“ดี” ฮ่องเต้พยักหน้าพอใจ

จูกงกงหันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลคนอื่น ก่อนโบกมือให้ทุกคนออกไป มี่หมินดีใจที่ฮ่องเต้ไม่เอาเรื่องคิดจะออกจากห้องตามคนอื่นไป นางก้าวถอยหลัง แต่...

“เดี๋ยวก่อน” เสียทรงอำนาจทำให้ขานางแข็งทื่อก้าวไม่ออก “นั่นเจ้าคิดจะไปไหน?

“ฝ่าบาทหม่อมฉันจะ...จะไปดูว่าห้องเครื่องมีสิ่งที่ฝ่าบาทต้องการหรือไม่เพคะ”

“เจ้าไม่ต้องไปให้คนอื่นไปก็พอแล้ว”

จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทรงอักษร จูกงกงนำตราพระราชลัญจกรออกมาวางบนโต๊ะ ถอยไปยืนอีกด้าน ฮ่องเต้นั่งลงมือหยิบพู่กันที่วางอยู่บนแท่นขึ้นมาแล้วปรายตามองนางด้วยดวงตาคมกริบน่าเกรงขาม ริมฝีปากสีสดเปิดออกเปล่งน้ำเสียงเย็นชาเช่นเคย

“เจ้าจะยื่นอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน ยังไม่รู้หน้าที่ตนเองอีกหรือ?

 มี่หมินเดินตัวลีบไปยืนข้างฮ่องเต้ หยิบแท่งหมึกขึ้นมาฝนลงบนแท่นฝนหมึกตามพระบัญชา ฮ่องเต้ไม่สนใจนางอีก ทรงร่างราชโองการฉบับแล้วฉบับเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้แต่น้ำหวานดอกไม้ที่ห้องเครื่องนำมาถวายก็จิบเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งเกือบเที่ยงจึงทรงหยุดพัก ระหว่างนั้นขันทีนำฎีกาเข้ามาถวายกองโตเพื่อรอให้ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตร

มี่หมินมองฎีกาแล้วรู้สึกเหนื่อยล้าแทน นางไม่ทราบมาก่อนว่าหน้าที่ของฮ่องเต้จะมากมายเพียงนี้ ก่อนเข้าวังมีครั้งหรือสองครั้งนางเคยคิดว่าฮ่องเต้อาจเป็นชายที่ไม่เอาไหน วันๆ เฝ้าแต่หาความสุขกับสุรานารี ตอนนี้นางได้เห็นแล้วว่าทรงมีราชกิจมากมายเพียงใด

 


เฟยหลงปรายตามองสตรีข้างกายโดยไม่ให้นางรู้ตัว

นางยืนอยู่ข้างกายคอยฝนหมึกให้เขามาหลายวันแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะว่าปริปากบ่นหรือมีสีหน้าเหนื่อยล้าให้เห็น นี่คือสตรีที่ไร้ความทะเยอทะยานและจงรักภักดีกับนายหญิงของนางสุดชีวิตโดยไม่คิดถึงตนเอง  

ก่อนหน้านี้เขาถามตนเองว่าจะเป็นอย่างไรหากเขามีคนที่ซื่อสัตย์ภักดีเช่นนางอยู่ข้างกาย คนที่จะทุ่มเททำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขาเช่นเดียวกับที่นางทำเพื่อซือเสียน

เฟยหลงเกือบจะคลี่ยิ้มเมื่อคิดว่าถึงตอนนั้นเขาอาจไม่เป็นชายที่อ้างว้างและขมขื่นอีกต่อไปดังที่นางเคยบอกเอาไว้

 นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลนี้ทำให้เขามีคำสั่งย้ายนางมาเป็นนางกำนัลที่ตำหนักใหญ่ นอกจากนั้นเขายังอยากรู้ว่านางจะรักษาคำพูดที่เคยบอกว่าชีวิตนางเป็นของเขา เขาสงสัยว่านางจะภักดีกับเขาเช่นเดียวกับที่นางกับทำซือเสียนหรือไม่ ที่เขาทำเพื่อพิสูจน์บางอย่าง หาได้ทำเพราะไม่อยากให้นางไปจากวังหลวง

เขามองนางอีกครั้ง...บางทีพรุ่งนี้เขาจะสั่งให้ขันทีนำเก้าอี้มาให้นางนั่งแทนที่จะยืนจนเหนื่อยล้าทั้งวัน

 


เช้าวันต่อมามี่หมินพบกับความแปลกใจ นางที่พบว่าจุดที่นางเคยยืนข้างโต๊ะทรงงานมีเก้าอี้วางอยู่ราวกับรอให้ใครบางคนมานั่ง

นางไม่แน่ใจว่าเป็นเก้าอี้สำหรับผู้ใด นางจึงเอาแต่ยืนจ้องมองมันอยู่เช่นนั้นจนฮ่องเต้เสด็จมากระยังไม่รู้ตัว

“เจ้าจ้องเก้าอี้ตัวนั้นราวกับมันมีชีวิต”

เสียงเรียบๆ ที่เริ่มคุ้นหูทำให้นางรีบหันไปด้านหลัง “ฝ่าบาท...”

ฮ่องเต้ก้าวไปนั่งบนเก้าอี้ทรงงาน ก่อนจะปรายตามองนาง “นั่งสิ”

มี่หมินเพิ่งเข้าใจตอนนั้นเองว่าเก้าอี้ตัวนี้มีไว้เพื่อนาง “เพคะ”

“ยังไม่คิดจะขอบใจอีก ไม่สำนึกบุญคุณ”

นางหน้าแดงไม่แน่ใจว่าคนไม่สำนึกบุญคุณนั้นฮ่องเต้กำลังหมายถึงนางหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็เอ่ยปาก “ขอบพระทัยเพคะ”

ฮ่องเต้หาได้สนใจนางอีก ตลอดทั้งวันทรงตรวจฎีกากองโตไม่หยุด มี่หมินยังคงช่วยฝนหมึกต่อไป นับตั้งแต่วันนั้นเมื่อนางมาที่ตำหนักอี้หรง นางไม่ต้องยืนฝนหมึกทั้งวันอีก เก้าอี้ตัวที่นางนั่งไม่เคยขยับห่างจากเก้าอี้ทรงงาน  

หลายครั้งนางแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของฮ่องเต้ นี่อาจเป็นความเมตตาที่มอบให้นางกำนัลฐานะต่ำต้อยเช่นนาง แต่...หลายครั้งเมื่อมองไปทางจูกงกง นางอดคิดไม่ได้ว่าหากหาเก้าอี้มาให้นางนั่ง เหตุใดไม่หามาให้จูกงกงด้วยเล่า!

“เจ้าคิดอะไรอยู่?” ฮ่องเต้ถามนางเบาๆ จนนางเกือบสะดุ้ง

“เอ่อ...”

“พูดออกมาสิ”

มี่หมินตัดสินใจพูดไปตรงๆ “จูกงกงยืนอยู่ในนี้คอยถวายการรับใช้ฝ่าบาทเป็นเวลานาน หม่อมฉันกำลังคิดว่าเหตุใดไม่มีเก้าอี้สำหัรบจูกงกงด้วยเพคะ”

ดวงตาสีนิลเย็นเฉียบจ้องหน้านางนิ่ง!

จูกงกงเห็นท่าไม่ดีรีบปฏิเสธ “ฝ่าบาทหม่อมฉันมิกล้ารับพระเมตตา มี่หมินเจ้าไม่ต้องใส่ใจข้า”

มี่หมินไม่กล้าถามเรื่องนี้อีก นางส่งยิ้มเหยเกให้จูกงกง ก้มหน้าก้มตาฝนหมึกต่อไป!

 


นับแต่มี่หมินมาเป็นนางกำนัลรับใช้ที่ตำหนักเขาเมื่อราวเจ็ดวันก่อน มีสิ่งหนึ่งที่เฟยหลงมักจะทำอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือการเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนาง ระหว่างนางนั่งฝนหมึกให้เขาอย่างขะมักเขม้น

เขาสงสัย...นางกำลังแสดงความภักดี หรือ...นางกำลังทำเพื่อหวังสิ่งตอบแทน?

“ฝ่าบาท!” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ

เขาก้มลงมองเพิ่งเห็นว่าตนเองกำลังใจลอยระหว่างเขียนคำอวยพรเพื่อมอบให้แก่เหล่าขุนนาง เฟยหลงรีบชักพู่กันขึ้นทันใด นานมากแล้วที่ไม่ไม่ได้ใจลอยจนละเลือนเช่นนี้

มี่หมินทำหน้าที่ของนางอย่างคล่องแคล่าว ดึงกระดาษแผ่นเก่าออกนำกระดาษแผ่นใหม่มาวาง ล้างพู่กันอันเก่า หยิบพู่กันใหม่ส่งให้เขา

เขาจึงสั่งนาง “เจ้าเขียนสิ”

“แต่ว่านี่เป็น...”

“ข้าอยากทราบว่าลายมือเจ้าเป็นอย่างไร?

นางขยับมายืนตรงที่เขายืน จุ่มพู่กันลงในน้ำหมึก ก่อนจรดพู่กันลงบนกระดาษช้าๆ คำที่นางเขียนคือชื่อของเขา เฟยหลง

เฟยหลงเกือบจะยิ้ม นานมากแล้วที่ไม่มีใครเรียกเขาด้วยชื่อนี้หรือเขียนชื่อเขาหากไม่ได้รับอนุญาต นางคงไม่ทราบธรรมเนียม

จูกงกงเหลือบมองแล้วหน้าซีด “ฝ่าบาท...”

เขายกมือห้าม เอ่ยชมนาง “ลายมือเจ้าไม่เลว เจ้าคงเคยฝึกฝนมาไม่มากก็น้อย”

“เพคะ คนที่เปรียบดังอาจารย์ของหม่อมฉันมักจะขอให้เขียนคำอวยพรให้เขานำติดตัวไปด้วยก่อนออกเดินทาง”

คนที่เปรียบดังอาจารย์ไม่ควรขอให้ศิษย์ทำเช่นนี้ เขาสงสัยว่าคนๆ นี้เป็นใคร “คนที่เจ้ายกย่องเขาคนนี้เป็นใครกัน”

คราวนี้นางหน้าแดงระเรื่อน่ามอง ทำให้หัวใจเขากระตุกด้วยความริษยาวูบหนึ่ง!

            “เอ่อ...ความจริงเขาคือคนที่...”

“คนที่อะไร?

“คนที่ขอหมั้นหมายหม่อมฉันกับนายท่านเพคะ”

เฟยหลงเงียบไปนาน ถามนางเสียงต่ำ “เขาคงสอนเจ้าเดินหมากด้วย?

“เพคะ”

นางบอกว่าหากเขาเล่นกับชายคนนั้นจะผลัดกันแพ้ชนะ เขานึกว่าชายที่สอนนางเป็นชายชราสูงวัยเสียอีก ไม่คิดว่ายังเป็นคนที่อายุน้อย อาจจะน้อยกว่าเขาเสียอีก

เขาเอ่ยช้าๆ “ข้าหวังว่าจะมีโอกาสได้พบเขาสักครั้ง”

นางยิ้มด้วยรอยยิ้มเปิดเผยจริงใจอย่างยิ่ง “ เพคะ หากได้พบกันฝ่าบาทอาจจะชื่นชมเขาไม่น้อยกว่าหม่อมฉัน เขาเป็นชายที่มากความสามารถที่สุดคนหนึ่งเท่าที่หม่อมฉันเคยพบมา นอกจากนี้เขายังมีน้ำใจกว้างขวางชอบช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก เขา...”

มี่หมินกลืนน้ำลายพูดต่อไม่ออก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดใบหน้าของฮ่องเต้จึงหมองคล้ำแววตาเย็นเฉียบจนน่ากลัว

“เขาอะไร?” ทรงถามนางเสียงต่ำชวนขนลุก

“เขา...เอ่อ...เขามีจิตใจงดงามสูงส่งเพคะ”

ฮ่องเต้ก้าวเข้ามาใกล้ ทำให้นางต้องก้าวถอยไปหนึ่งก้าวเต็มๆ “ระหว่างข้ากับเขา เจ้าคิดว่าใครจิตใจงดงามสูงส่งมากกว่ากัน?

หากเปรียบเทียบแล้วหลวนเฉิงนั้นมีจิตใจงดงามดุจเทพบนสวรรค์ แม้โอรสสวรรค์อย่างฮ่องเต้ก็ไม่อาจเทียบเขาได้ แต่นางมีกี่หัวกันจึงจะกล้าทูลฮ่องเต้ตามตรง นางมองหน้าจูกงกง เขาก้มหน้าหลบตานางทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “เอ่อ...ต่างดีกันคนละอย่าง ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เพคะ”

“เจ้ากล้ามากที่ยกเอาคู่หมั้นเจ้ามาเปรียบเทียบกับข้า”

นางยกมือกุมปกเสื้อไว้แน่น หลับหูหลับตาปฏิเสธ “ไม่จริงเพคะ”

“ไม่จริงอะไร?

“ความจริงแล้วหม่อมฉันไม่ทราบมาก่อนว่าเราสองคนหมั้นหมายกัน หากลู่เหม่ยเหรินไม่บอกวันนั้น หม่อมฉันก็คงไม่มีวันทราบเลยว่าตนเองมีคู่หมั้น”

หลังจากหลับตายืนนิ่งอยู่นานก็ยังไม่ได้ยินเสียงหรือรับสั่งอะไร มี่หมินลืมตาช้าๆ คิดว่าจะเห็นฮ่องเต้ทำหน้าอำมหิตใส่ แต่...ฮ่องหาได้สนใจนาง พระองค์ยืนมองอักษรที่นางเขียนอย่างใจเย็น สีเรียบเฉยแต่แววตาเป็นประกาย

ทรงหันไปสั่งจูกงกง “ให้คนนำกระดาษแผ่นนี้ไปติดไว้ที่ตำหนักเฝิ่นลู” 

ตำหนักเฝิ่นลู่เป็นตำหนักฤดูใบไม้ผลิที่ตั้งอยู่ในเขตตำหนักใหญ่ ในทุกปีเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนฮ่องเต้จะเสด็จไปประทับที่นั่น มี่หมินไม่ทราบว่าเหตุใดจึงอยากนำผลงานการเขียนอักษรของนางไปติดไว้ที่นั่น?

 


วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มกว่าทุกวันคล้ายว่าพายุกำลังตั้งเค้ามาแต่ไกล ฤดูฝนในเมืองหลวงฝนมักจะตกหนักและรุนแรง แต่ด้วยการเลือกชัยภูมิที่เหมาะสมตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในตอนสร้างเมืองหลวงของฮ่องเต้องค์ที่สอง หลังจากมีรับสั่งให้ย้ายพระราชวังจากที่เดิมมาสร้างที่นี่ ทำให้ไม่เคยมีปัญหาน้ำท่วมให้ชาวเมืองเดือดร้อน

พระราชาวังของราชวงศ์โจวมีความหรูหราโอ่อ่าและเพราะอาณาจักรเป็นปึกแผ่นมาถึงเจ็ดร้อยปีทำให้ทั้งความรู้ ศิลปะและการค้าเฟื่องฟูถึงขีดสุด แคว้นต่างๆ ที่เคยปกครองตนเองอยู่โดยรอบส่วนมากจะยินดีสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ด้วยการส่งบรรณาการมาถวายฮ่องเต้ในทุกปี ฮ่องเต้จะตอบแทนความดีของพวกเขาด้วยความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งด้านการทหารและการค้า ทำให้เมืองหลวงแห่งราชวงศ์โจวหรือคือเมืองจ้าวเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองในแทบทุกด้าน

เฟยหลงมองภาพวาดของปฐมกษัตริย์ผู้รวบรวมดินแดนสร้างราชวงศ์ด้วยแววตาเพ่งพินิจ ทรงเป็นสุดยอดขุนพลผู้เรื่องลือ ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันเด็ดขาดและเป็นฮ่องเต้ที่ความเมตตาในคราวเดียวกัน เขาเคยสงสัยว่าคนเราจะสามารถเป็นทั้งสองอย่างขาวกับดำได้อย่างไร จนเมื่อเขาขึ้นมาเป็นฮ่องเต้จึงเข้าใจความจริงแล้วสิ่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างขาวและดำนั่นคือสีเทา

คนเป็นฮ่องเต้ต้องเดินอยู่ระหว่างสีนั้น ไม่อาจก้าวไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้ทั้งหมด หากชั่วร้ายเกินไปฮ่องเต้ก็จะถูกราษฎรและขุนนางกำจัด แต่หากดีเกินไปก็ไม่อาจอยู่รอดได้ท่ามกลางวังวนแห่งอำนาจและการแก่งแย่ง และหากมีความอ่อนแอเกิดขึ้น ฮ่องเต้ก็จะตกเป็นเครื่องมือของขุนนาง เกิดการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจกันไม่รู้จบ

เฟยหลงประทับตราพระราชลัญจกรประจำองค์ฮ่องเต้ลงบนราชโองการถอดถอนขุนนางกังฉิน แต่งตั้งขุนนางตงฉินไปปกครองดูแลราษฎรแทนเขา ราชโองการจะถูกประกาศเมื่อถึงที่หมาย

ขันทีด้านนอกก็เข้ามารายงาน “ทูลฝ่าบาท ซูเฟยรออยู่ด้านนอกมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

เขาเหลือบมองมี่หมินด้วยหางตา มือที่กำลังฝนหมึกของนางชักงัก นางก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดหรือทำอะไรอีก ตั้งแต่เขาสั่งให้อินฉินคุกเข่าข้างเตียงก็ไม่ได้ไปที่ตำหนักนางอีก แม้นางจะแวะเวียนมาหาเขาที่นี่หลายครั้ง นางยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดวันนี้เขาจึงลงโทษนาง

“ให้พระสนมเข้ามา”

อินฉินนวยนาดเข้ามาพร้อมนางกำนัลอีกสองคน คนหนึ่งประคองนางอีกคนประคองถาด บนถาดมีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าปิดฝาสนิทมาด้วย นางยังคงงดงามหมดจดเช่นทุกวัน เครื่องประดับและปิ่นปักผม ประดับพลอยหลากสีบนศีรษะบ่งบอกฐานะ นางย่อกายลงต่อหน้าเขา “หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

เขาทำมือให้นางลุกขึ้น

นางโปรยปรายรอยยิ้มที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีมาที่เขา “ขอบพระทัยเพคะ วันนี้หม่อมฉันเห็นว่าฝ่าบาททรงงานหนักทั้งวันจึงนำ...” ก่อนหยุดชะงักเมื่อเห็นสตรีที่ยืนก้มหน้าอยู่ใกล้โต๊ะทรงอักษร “นี่เจ้า!

เขาทำเป็นไม่รู้เรื่องราวบาดหมางในอดีตระหว่างนางกับนางกำนัลคนใหม่ “ซูเฟยมีอะไรอย่างนั้นหรือ?

นางระงับความไม่พอใจเอาไว้ แม้จะเป็นไปได้ยากนักเพราะคนอย่างอินฉินนั้นขึ้นชื่อเรื่องเจ้าอารมณ์มาแต่ไหนแต่ไร “ฝ่าบาทเพคะ เหตุนางกำนัลชั้นต่ำจากตำหนักลู่เหม่ยเหรินจึงได้มาอยู่ที่นี่เพคะ”

เขาถือโอกาสนั้นลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นละครฉากสำคัญเช่นนี้ เฟยหลงเดินไปหยุดตรงหน้าซูเฟยผู้งดงาม “เจ้าไม่ทราบหรือว่าข้าเพิ่งแต่งตั้งนางให้เป็นนางกำนัลประจำตำหนักใหญ่”

นางมองมี่หมินอย่างไม่พอใจ ก่อนหันมาให้เขา ก้าวเข้ามาเกาะแขน “เหตุใดข้ารับใช้ที่ต่ำต้อยเช่นนางจึงได้รับโอกาสให้รับใช้ใกล้ชิดฝ่าบาทเช่นนี้เล่าเพคะ หากฝ่าบาทต้องการนางกำนัลรับใช้ที่เหมาะสม มิสู้ให้หม่อมฉันคัดเลือกนางกำนัลจากตำหนักอื่นมารับใช้ฝ่าบาท”

เขาตบหลังมือนางเบาๆ “ขอบใจในความหวังดีของเจ้า แต่ข้าตัดสินใจแล้วและเห็นว่าหน้าที่นี้เหมาะกับนาง”

ความริษยาฉายวาบในดวงตาของอินฉิน นางไม่ยอมแพ้ “แต่ว่าฝ่าบาทเพคะ...”

“เมื่อสักครู่เจ้าเพิ่งบอกว่ามาหาข้าเพราะเห็นข้าตรวจฎีกาทั้งวัน ไม่คิดว่ามาเพราะเรื่องนางกำนัล”

เมื่อเขาเปลี่ยนเรื่องนางจึงจำต้องเปลี่ยนเรื่องตามไปด้วย “หามิได้เพคะ หม่อมฉันให้คนเตรียมของโปรดฝ่าบาทมาถวาย...” นางสั่งให้นางกำนัลนำสิ่งที่เตรียมมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา 

เขามองสิ่งที่นางนำมาแล้วบอกนาง “ความจริงเจ้าไม่จำเป็นต้องลำบากทำเรื่องนี้”

นางตักน้ำแกงใส่ถ้วยก่อนส่งให้เขา “หม่อมฉันเป็นสนมของฝ่าบาทจะละเลยเรื่องนี้ได้อย่างไรเพคะ”

หลังจากให้นางกำนัลทดสอบพิษแล้วเขาก็ลิ้มอาหารของนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย อินฉินยังคอยมองไปทางมี่หมินไมห่ยุด เขาทานไปสองสามคำก็ส่งคืน นางไม่ว่าอะไรส่งสายตาออดอ้อนคล้องแขนเอนมาซบไหล่เขา “ฝ่าบาทหม่อมฉันมีเรื่องจะทูลฝ่าบาทตามลำพัง ให้ทุกคนออกไปก่อนได้หรือไม่เพคะ”

มี่หมินเป็นคนแรกที่ขยับ เขาส่งสายตากดดันไปที่นางจนนางไม่กล้าก้าวถอยหลัง เฟยหลงปลดแขนอินฉินออก บังคับให้นางถอยห่างจากเขา “ทุกคนในห้องนี้ล้วนเป็นคนของข้า เจ้ามีอะไรก็พูดมาไม่ต้องกังวล”

นางคล้ายจะไม่พูดสุดท้ายก็ยอมพูดอย่างเสียไม่ได้ “นี่ก็ใกล้ถึงวันเกิดหม่อมฉันแล้ว หม่อมฉันเกรงว่าฝ่าบาทจะทรงงานลืมจึงมาทูลให้ทรงทราบเพคะ”

ครั้งนี้นางมาเพื่อหยั่งเชิงว่านางยังเป็นคนโปรดของเขาหรือไม่ เขาบิดยิ้มเชยปลายคางนางขึ้น “วันเกิดเจ้าข้าไม่เคยลืม ไม่ต้องห่วงข้าจะสั่งให้ฮองเฮาจัดเตรียมงานฉลองให้เจ้าเอง”

นางยิ้มกว้างเต็มหน้าตาเป็นประกาย รีบลุกขึ้นทำความเคารพเขา “ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเมตตาหม่อมฉันมาตลอด”

“เจ้าเป็นสนมที่ข้าโปรดปราน มีหรือจะไม่เมตตา”

นางเริ่มใจกล้าเมื่อเห็นว่าเขายังโปรดปรานนางเช่นเดิม “หม่อมฉันเข้าวังมาหลายปียังไม่มีโอรสให้ฝ่าบาท บางทีหากหม่อมฉันสามารถถวายการรับใช้พระองค์ได้มากกว่านี้ อาจจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับราชวงศ์มากขึ้น” พูดจบนางก็ก้มหน้าลงทำท่าเอียงอายได้น่าดูยิ่งนัก

เขาไม่เคยคิดจะให้นางตั้งครรภ์ ดังนั้นหลังจากไปที่ตำหนักนางทุกครั้งหมอหลวงจะจัดยาป้องกันการตั้งครรภ์ให้นางดื่มโดยอ้างว่าเป็นยาบำรุงตามคำสั่งเขาเสมอ นั่นเพราะพฤติกรรมของนางที่ปฏิบัติต่อข้ารับใช้หรือคนที่มีฐานะต่ำต้อยกว่านั้นเรียกได้ว่าไร้ปราณี คนอย่างนางไม่เหมาะกับการให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้ อีกอย่างเขาไม่ต้องการให้นางและบิดามีอำนาจมากกว่านี้

“เรื่องของลูกหลานล้วนเป็นเรื่องของเบื้องบน สักวันหากสวรรค์เมตตาเจ้าอาจสมหวัง เจ้าอายุยังน้อยไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”

นางกัดปากเบาๆ เหลือบมองมี่หมินอีกครั้ง สีหน้าฉายแววอาฆาต ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้เขา “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

เมื่ออินฉินจากไปเฟยหลงมองตามแผ่นหลังบอบบางของนาง ตราบใดที่มู่เทียนหลิวบิดานางยังจำเป็นสำหรับเขา อินฉินก็ยังสามารถรั้งตำแหน่งซูเฟยของนางเอาไว้ได้ต่อไป แต่วันใดที่บิดานางหมดสิ้นอำนาจ ก็คงถึงคราวของนางเช่นกันที่จะสิ้นไร้วาสนา

 

 

__________________________________________________ 

ใครนะ?

ณ เชิงดอย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.697K ครั้ง

3,748 ความคิดเห็น

  1. #2659 Darkness and Lighting (@guinnapoon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:42
    ยัง...ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีก
    #2659
    0
  2. #2299 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 18:37
    นี่ก็หลงตัวเองจัด ไอ่เจ้าบ้าา
    #2299
    0
  3. #1972 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 18:13
    ฝ่าบาท ขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมรับอีกนะคะว่าคิดอะไรกับน้อง!
    #1972
    0
  4. #1674 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 18:04
    โปรดปรานหรือผลประโยชน์
    #1674
    0
  5. #1579 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 21:03
    พระราชลัญจกร เขียนแบบนี้ค่ะ ส่วนคำว่านวดนาด คงจะหมายถึง เดินนวยนาด ใช่มั้ยคะ
    #1579
    0
  6. #1578 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:54
    ขะมักเขม้น เขียนแบบนี้นะคะ ส่วนคำราชาศัพท์ขันทีหรืผู้ชายควรใช้คำแทนตัวว่ากระหม่อม นางกำนัลหรือผู้หญิงควรใช้คำแทนตัวว่าหม่อมฉัน เมื่อพูดกับฮ่องเต้
    #1578
    0
  7. #1087 NRAI (@NRAI) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 18:36

    รับส่งกันดีจิงๆทั้งฮ่องเต้-กงกง

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-03.png

    #1087
    0
  8. #995 poon_saii (@poon_sai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 19:18
    ไรท์เขียนเนื้อหาได้น่าอ่านน่าติดตามมากนะคะ แต่ขอติงคำราชาศัพท์นิดนึงเพื่อเข้าถึงอารมณ์ในเนื้อหาของนิยายมากขึ้นค่ะ เมื่อพูดกับพระเจ้าแผ่นดิน ชายไม่ว่าจะเป็นชายแท้หรือขันทีจะใช้คำว่า 'กระหม่อม' หญิงถึงจะใช้คำว่า 'หม่อมฉัน' ค่ะ
    จุ๊บ จุ๊บ !
    #995
    0
  9. #967 Suwimon_11 (@Suwimon_11) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:04
    ฮื่ออ ทำไมสงสารพระรอง
    #967
    0
  10. #702 mntp_ (@mntp_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:03
    เอ้อพอรู้ว่าสาวไม่ได้ชอบกับคู่หมั้นก็อารมณ์ดี ให้คนเอาลายมือสาวไปติดที่ตำหนักตัวเองเอ้อ ไม่ได้ช้อบบบ
    #702
    0
  11. #643 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 01:14
    ยังไม่รู้ตัวอีก
    #643
    0
  12. #582 BrownEye (@monsicha51241) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 02:36
    รู้สึกสะใจพระสนมยังไงไม่รู้555555555
    #582
    0
  13. #301 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 10:57
    นางสนมทำตัวให้ฮ่องเต้อ่านโคตรง่าย
    #301
    0
  14. #298 Pat72 (@Pat44772) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 09:59
    อยากชมว่าไรท์เขียนบรรยายนิยายได้ดีมากๆเข้าใจง่ายมันดีสุดๆรู้สึกอิน
    #298
    0
  15. #113 aqua74 (@mim401157) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 22:22
    หลวนเฉิงก็คือค่าตัวเเพงมากเวอร์​555555
    #113
    0