[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 15 : Mystery of the Sea : chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    19 ต.ค. 55






 

Only have a hope
Only have a faith in affection
And only believe in feeling about each other
As a result be able to embroil at even
don't have way turn back


เพียงแค่มีความหวัง
เพียงแค่มีศรัทธาในความรัก
เพียงแค่เชื่อมั่นในความรู้สึกที่มีต่อกัน
ก็จะสามารถเชื่อมความรักที่แม้ไม่มีหนทางให้กลับคืนได้


 

ผมเดินเบียดกับฝูงชนหนาแน่นในตลาดยามเช้า สอดส่ายสายตาไปทั่วแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาร่างที่คุ้นตา บางทีบอนนีอาจจะกลายเป็นเด็กอยู่ หรืออาจจะอุตริเปลี่ยนอายุเป็นยายแก่ก็ได้ แต่สิ่งที่ผมมั่นใจว่าเธอจะไม่เปลี่ยนไม่ว่าอยู่ในวัยไหนก็คือการกิน และอาหารเช้าก็นับเป็นสิ่งสำคัญเท่าชีวิตสำหรับเธอซะด้วยสิ

            “ขโมย!! ขโมย!! หนอย! นังตัวแสบ!! ใครก็ได้ช่วยจับที”

            เสียงตะโกนลั่นด่าทอที่ดังมาจากเบื้องหน้าไกลๆทำให้ผมหรี่ตาพิจารณาแหล่งต้นเสียง ผู้หญิงวัยกลางคนกำลังยืนกระทืบเท้าเขวี้ยงบรรดาตะหลิว ตะแกรง ที่คีบ ถาด และอะไรต่อมิอะไรอันอยู่ใกล้มือ ทำให้บรรดาผู้คนที่แสนซวยแถวนั้นพากันหลบอาวุธจ้าละหวั่น

            อีกสักพักหล่อนคงเอากระทะน้ำมันเดือดยกขึ้นสาดผมล่ะสงสัยจริงว่าขโมยที่ไหนบ้าบิ่นพอจะกระตุกต่อมอาละวาดของแม่ค้าจอมโหดแบบนี้เนี่ย ?

            ผู้หญิงบ้าบิ่นขโมยของกินเหรอนั่นมันใกล้เคียงกับนิสัยของบอนนีชะมัด!

หวังว่า สัญชาตญาณจะทำให้ผมตามหาเธอพบท่ามกลางความวุ่นวายของเกาะนะ

            ผมเร่งฝีเท้าเข้าไปดูสถานการณ์ แม่ค้าคนนั้นยังคงโวยวายจนหน้าแดงก่ำ ผมไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของขโมยรายนั้นแม้เพียงนิดเดียว รอบด้านมีแต่ผู้คนที่พลอยโดนของเขวี้ยงใส่จนทำหน้าเหยเกเท่านั้น

            “ขโมยเมื่อกี้หน้าตาเป็นยังไง ?” ผมเอ่ยถามแม่ค้าผู้เสียหาย ซึ่งหล่อนก็เอาแต่พึมพำอย่างหัวเสีย

“สงสัยมันจะร่วมมือกับนังเด็กขอทานเมอแรงค์แน่ๆ ยายหัวขโมยผมชมพูอกโตนั่น หนอยอย่าให้เจอคราวหน้านะ แม่จะจับลงกระทะทอดให้สุก!!

ผมชมพู อย่างเดียวยังอาจคิดว่าเป็นคนอื่น แต่ดันมีแถม อกโต มาด้วยเนี่ย

พอดีผมทราบว่าขนาดหน้าอกของบอนนีน่ะคับซี!!

ผมออกวิ่งไปก่อนแม้จะไม่รู้ทิศทาง ในหัวพยายามคำนวณว่าเธอจะวิ่งหนีไปทางไหน สองเท้าของผมพาลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆมืดสลัว ผมวนอยู่ในนั้นราวสิบกว่านาที และที่หัวมุมอาคารหนึ่งในอีกไม่กี่เมตรเบื้องหน้า--ปลายเส้นผมสีชมพูเพิ่งจะเลี้ยวลับไป

ต้องใช่แน่!!

ผมเบรกเท้าและเหวี่ยงร่างตัวเองเลี้ยวอย่างรุนแรง ปะทะโครมเข้ากับร่างหนึ่งที่หยุดยืนอยู่ ผมรีบเอามือรั้งร่างอีกฝ่ายที่เสียหลักจนเกือบล้มและปัดเส้นผมสีชมพูยาวออกไปให้พ้นดวงหน้าเล็กๆ

อ้าว! ไม่ใช่บอนนีลดอายุนี่นา ก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง!

“โทษทีนะ” ผมเอ่ยสั้นๆ เห็นว่าสภาพของเด็กดูปกติดีแล้วก็ละความสนใจ และหันมองรอบตัวเผื่อว่าจะเห็นปลายผมสีชมพูแวบไปแวบมาในบริเวณนี้อีก แต่รอบด้านหลงเหลือเพียงความเงียบเท่านั้น แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องแทรกผ่านซอกตึกลงมาอย่างเลือนลาง

จู่ๆก็มีเด็กผู้หญิงผมสีขาวอีกคนหนึ่งโผล่มา เธอเอ่ยปากทักเด็กผู้หญิงคนที่ผมชนจนเกือบล้มไปเมื่อกี้ “อ้าว! มัฟฟิน ทำไมมาอยู่ตรงนี้ บอกให้รออยู่บ้านไงแล้วนั่นใครน่ะ ?

เด็กผู้หญิงผมขาวมองมาทางผมด้วยสายตาหวาดระแวง

“ไม่รู้จักหรอก เขาวิ่งมาชนฉันเมื่อกี้ แต่เขาก็ขอโทษแล้วนะ” เด็กน้อยที่มีชื่อเป็นขนมหวานตอบเบาๆแล้วชำเลืองมองถุงในมือของเด็กอีกคนหนึ่ง “พี่ได้อะไรมากลิ่นหอมน่ากินเชียว!

“วันนี้มีของกินเยอะแยะแล้ว เรากลับบ้านกันได้”

“ไชโย! พี่เมอแรงค์เก่งที่สุดเลย!!

เมอแรงค์ชื่อเด็กขอทานที่ออกจากปากแม่ค้าจอมโวยเมื่อกี้นี่นา!!

“เดี๋ยว! ผมกระโดดไปขวางหน้าเด็กสองคน และทำให้พวกเธอตกใจจนเกือบจะขดเป็นก้อนกลมด้วยความหวาดกลัว

“ชื่อเมอแรงค์ใช่ไหม ?

เด็กน้อยผมสีขาวนวลรูปร่างผอมๆ พยักหน้ารับกล้าๆกลัวๆ ผมรีบถามต่ออย่างรวดเร็ว “เธอเพิ่งพบกับผู้หญิงสวยๆหุ่นเซ็กซี่ ผมสีชมพูมาใช่ไหม ?

“ไม่รู้จัก” เธอส่ายหัวไปมา สายตาล่อกแล่กเหลือบมองพื้น “ฉันไม่เคยเห็นคนแบบนั้นเลย”

โกหกชัดๆ! เด็กคนนี้ต้องรู้อะไรแน่ๆ!

“เธอรู้จักกับบอนนี” ผมพูดต่อเรื่อยๆขณะสังเกตดูท่าทีตอบรับและพอใจกับมันอาการสะดุ้งโหยง!!

“ไม่รู้จัก! ชื่อนั้นฉันไม่เคยได้ยิน” สาวน้อยผู้โกหกไม่เก่งรีบเอ่ยปัดๆแล้วจูงมือน้องของเธอออกเดิน สีหน้าของเธอหวาดหวั่นมากยิ่งขึ้นเมื่อผมสลับขาอ้อมไปดักหน้า

“ฉันตามหาบอนนีอยู่ เธอหนีฉันมาและตอนนี้ฉันก็คิดถึงเธอมากๆแล้วด้วย” ผมพูดต่อไปเรียบๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแม่หนูคนนี้จะเข้าใจและยอมเปิดปากบอกมาโดยดี

“คุณเป็นอะไรกับพี่บอนนี ?

เธอยอมรับแล้วว่าเพิ่งพบกับแม่เสือของผมมาจริงๆ เริ่มเห็นลางดีมารำไรแหะ 

“เป็นคนรักไงรู้จักหรือเปล่าหนูน้อย”

เมอแรงค์ไม่คลายคิ้วที่ขมวดออก กลับตั้งกระทู้ถามต่อทันที “ถ้าเป็นคนรักจริงแล้วทำไมพี่บอนนีต้องหนีคุณมาด้วยล่ะ ?

ผมถอนใจเฮือก “เรื่องราวมันซับซ้อน บอกไปเด็กอย่างเธอก็ไม่เข้าใจหรอก”

คู่สนทนาตัวเล็กหันไปยัดถุงที่มัดปากแน่นหนาใส่มือมัฟฟิน “เอากลับไปให้น้องๆที่บ้านกินด้วย เดี๋ยวพี่ค่อยตามกลับไป”

มัฟฟินพยักหน้ารับแล้ววิ่งจู๊ดหายไปในความมืด เมอแรงค์หันมาคุยกับผมต่อ เธอยื่นคำขาด

“ถ้าไม่เล่ามาทั้งหมด ฉันก็จะไม่บอกหรอกว่าพี่บอนนีไปไหน”

เวรกรรมนี่ผมต้องเล่าเรื่องระหว่างผมกับบอนนีให้เด็กตัวกระเปี๊ยกฟังเรอะ!

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มบนใบหน้าเล็กๆนั่นแสดงออกถึงความจริงจังอย่างยิ่ง

เอาก็เอาวะรีบเล่าแบบย่อๆก็แล้วกัน!!

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

รสชาติไม่เลว! 

ฉันเด็ดลูกเบอร์รี่ป่ามาโยนใส่ปากเคี้ยว หลับตาอย่างมีความสุขเมื่อรสเปรี้ยวอมหวานอาบไล้ทั่วลิ้น แม้อากาศจะยังหนาวอยู่ แต่แดดยามสายเริ่มสาดส่องลงมาให้ความอบอุ่น ใต้เท้าเป็นพรมหญ้านุ่มหนาที่ยังคงชื้นฉ่ำน้ำค้าง

เนื่องด้วยแหล่งข้อมูลข่าวสารตลาดมืดคงไม่เปิดตั้งแต่หัววัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจสำรวจเส้นทางในเมืองก่อนโดยการเดินไปเรื่อยเปื่อย และค้นพบว่าสุดท้ายแล้วตัวเองก็วนกลับมาพบตำแหน่งที่เมอแรงค์เอ่ยถึงโดยบังเอิญ--ต้นสนทะมึนสี่ต้นกับพุ่มเบอร์รี่สุกงอมที่หลบซ่อนอยู่ในป่าโปร่งขนาดเล็ก

หลังจากเด็ดเบอร์รี่กินจนแทบหมดต้นแล้ว ฉันจึงค่อยสาวเท้าเดินต่อไปช้าๆ ลึกเข้าไปในป่าขนาดย่อมนั้นมีพืชพรรณขึ้นประปราย ดอกคุณนายตื่นสายแย้มบานรับแดดอุ่นอย่างเริงร่า แต่งแต้มสีสันชมพู ขาว ส้ม และเหลืองสดให้แก่กอหญ้าสีเขียวเข้ม เหนือหัวมีกลุ่มฟางรูปร่างเรียวรีหลายอันห้อยอยู่ตามกิ่งไม้มันคือรังนกกระจาบนั่นเอง

ที่นี่น่ารักชะมัดเหมือนป่าในเทพนิยายเลย

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ฉันก็เกือบจะลืมวิธีการหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง

โอ้โห! นี่หรือคือทะเลสาบอธิฐาน!! 

ผืนน้ำตรงหน้ามีสีเขียวอมฟ้าใสแจ๋วดุจกระจก ลมอ่อนพัดผ่านทำให้เกิดระลอกคลื่นแผ่วเบา ปลาตัวหนึ่งกระโดดฮุบกินแมลงที่ปลายใบเฟิร์นริมฝั่ง แสงแดดส่องเป็นลำทะลุยอดไม้ต้องผืนน้ำเป็นเงาระยับ เสียงนกกระจาบร้องประสานเสียงดังแว่วมาจากเบื้องบนราววงมโหรีแห่งพงไพร สถานที่แห่งนี้ถูกโอบล้อมรอบด้านด้วยเนินเขาเล็กๆ 

ทุกอย่างงดงามลงตัว ราวภาพวาดจากจิตรกรฝีมือเลิศ

ไม่อยากจะเชื่อยังมีสรวงสวรรค์ธรรมชาติซ่อนตัวอยู่กลางเกาะอันเจริญด้วยวัฒนธรรมมนุษย์อีกหรือนี่!

ฉันระบายลมหายใจออกอย่างอิ่มเอมกับทัศนียภาพนี้ก่อนจะทรุดนั่งลงริมน้ำ เอื้อมมือไปสัมผัสความเย็นเฉียบและรับรู้ได้ถึงความอ่อนเปลี้ยที่จู่โจมขึ้นมาตามลำแขน

เฮ้อนี่ถ้าไม่ได้กินผลปีศาจเข้าไปล่ะก็ มันช่างน่ากระโดดลงไปดำผุดดำว่ายจับปลาเล่นเสียจริงๆ

ฉันยกมือลูบผมเผ้าที่ออกจะยุ่งเหยิงและสัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งๆ จึงดึงมันออกมาถือไว้และเพ่งมองอย่างเงียบๆกิ๊บติดริบบิ้นสีน้ำเงินสดใส

มันอดที่จะยิ้มไม่ได้จริงๆเมื่อหวนระลึกถึงวันที่ได้เล่นน้ำกับลอว์ ตอนนั้นเขาตกใจแทบคลั่งเมื่อฉันแกล้งสลบจมน้ำไปลำธารในตอนนั้นน่ะเป็นแค่น้ำจืด ส่วนที่อยู่ตรงหน้านี้น่ะเป็นน้ำเค็มที่มีจุดเชื่อมจากทะเลภายนอกเข้ามา ขืนฉันลองแกล้งทำแบบวันนั้นอีกก็มีหวังได้ลงไปนอนเป็นอาหารให้ปลาอยู่ก้นทะเลสาบแหง

ลมกรรโชกมาวูบใหญ่ ใบไม้แห้งร่วงจากต้น กิ๊บตัวเล็กที่จับไว้หลวมๆในมือถูกพัดปลิวออกไปต่อหน้าต่อตา และร่วงลงสู่ผิวน้ำในทันที

โอ้! ไม่นะ!!

ฉันผุดลุกขึ้นยืน ยับยั้งตัวเองไม่ให้กระโจนลงไปจมน้ำตายได้ทันการ ริบบิ้นสีน้ำเงินลอยปริ่มๆอยู่ห่างไปราวๆเกือบเมตร  ปลาตัวโตว่ายไปว่ายมาอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อพวกมันเห็นวัตถุแปลกปลอมตกลงมาก็ทำท่าจะรี่เข้ามาฮุบกินทันที

ไอ้ปลาบ้า! ห้ามกินนะยะ!!

ฉันวิ่งเร็วจี๋ไปยังต้นไม้ริมฝั่ง คว้ามีดสั้นจากขอบบู๊ตขึ้นมาสะบั้นกิ่งไม้เรียวเล็กออกจากต้นแล้วห้อกลับมาริมน้ำ ฟาดกิ่งไม้ลงไปทันที น้ำแตกกระจายดังซ่า ฝูงปลาตกใจว่ายห่างออกไปพร้อมๆกับกิ๊บนั่นด้วย

ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยที่จะบังคับแขนวาดเอากิ่งไม้ให้เขี่ยมันลอยกลับมาใกล้ๆ จุดสีน้ำเงินเข้มค่อยๆเคลื่อนเข้ามาช้าๆ  ค่อยยังชั่วพอจะเอื้อมถึงแล้ว อีกนิดเดียว

หลังเหวี่ยงกิ่งไม้ทิ้งไปข้างๆ ฉันก็นั่งยองๆแล้วเอามือหนึ่งยึดกอใบเฟิร์นริมฝั่งไว้กันพลาดตกน้ำ อีกมือเหยียดไปข้างหน้าสุดแขน ปลายนิ้วแตะถูกชายริบบิ้นเปียกๆลากมันกลับมาไว้ในอุ้งมือโดยปลอดภัย

เฮ้อ! โล่งอก

“บอนนี!!

เสียงที่คุ้นเคยดังเข้าสู่โสตประสาท ฉันสะดุ้งหันควับไปมองอย่างตระหนก วินาทีเดียวกันนั้นก็มีเสียงบางสิ่งฉีกขาดสอดแทรกเข้ามาใบเฟิร์นที่ขยุ้มจับไว้เมื่อครู่ มันหลุดติดมือฉันออกมาแล้ว!

ฉันเสียหลักลื่นตกลงไปในน้ำ ความเย็นเฉียบแผ่ซ่านตั้งแต่หัวจรดเท้า แสบไปหมดทั้งตาและจมูก มันลึกกว่าที่คาดไว้เสียอีก ปลายเท้าไม่สามารถแตะถึงพื้นได้เลย

และแม้ว่าฉันจะพยายามต่อสู้โดยการตีแขนขาพยุงตัวมากเพียงใด แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับถูกกดไว้ด้วยฤทธิ์ของผลปีศาจ

เวรเอ๊ย! ฉันยังตายตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ!

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

บอนนี!!

วินาทีนั้นในหัวของผมกลายเป็นสีขาวโพลนเธอจมน้ำ!!

แล้วชั่วพริบตาถัดมาดาบในมือถูกปล่อยทิ้งไป ทั้งหมวกและรองเท้าถูกสลัดหลุด ผมกระโจนลงน้ำเพื่อไปช่วยเธอโดยลืมความจริงไปข้อหนึ่งว่า

ผมก็ว่ายน้ำทะเลไม่ได้เหมือนกัน!!

ฉิบหายแล้วสิ!

ผมลืมตาในน้ำ ฝืนยกแขนควานไปสัมผัสตัวของบอนนีสีหน้าของเธอแตกตื่นเมื่อเห็นผมเข้าเต็มตา เธอตกใจจนเผลออ้าปากปล่อยฟองอากาศผุดพราย ผมเค้นเรี่ยวแรงที่มีพยายามผลักเธอส่งขึ้นไปด้านบน ลมหายใจที่ไม่ทันได้กักเก็บไว้มากนักค่อยๆหมดลงอย่างรวดเร็ว

ให้ตายสิ! ผมทำได้แค่ส่งตัวเธอลอยสูงขึ้นเล็กน้อย ยังไม่พ้นผิวน้ำเลยด้วยซ้ำ!!

แย่แน่คราวนี้!

ตูม!!

จู่ๆ น้ำก็กระเพื่อมอย่างแรงเหมือนมีบางสิ่งตกลงมา ทั้งผมกับบอนนีหันหน้าไปมองโดยพร้อมเพรียงกันหมีขาวในสูทส้มว่ายพุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความไวสูงอย่างกับปลาฉลาม!!

ร่างของบอนนีถูกฉกติดอุ้งเท้าของเขาและเหวี่ยงขึ้นไปเหนือผิวน้ำอย่างง่ายดาย ตามติดมาด้วยร่างของผมแทบจะพร้อมๆกัน เมื่อไหล่และสีข้างกระแทกอั้กเข้ากับพื้นหญ้าริมทะเลสาบ เสียงไอสำลักจากคนข้างตัวก็ดังไม่หยุด ผมยกมือลูบน้ำออกจากใบหน้า

โอเครู้ซึ้งแล้วล่ะว่าเบโปะจัดการกับปลายังไงตอนที่เขาจับมันได้โดยไม่ต้องใช้เบ็ด

ผมตะกายลุกขึ้นนั่ง อ้าปากโพล่งคำพูดที่อัดอั้นอยู่ออกไป ซึ่งพอดีกับที่บอนนีหยุดไอแล้วหันมามองด้วยสีหน้าโมโห

“ยายบ้า! / ตาโง่!

โง่เรอะ! นี่เธอด่าผม--คนที่พยายามช่วยชีวิตเธอเนี่ยนะ!!

“นายมันโง่ที่สุด!!” เธอสำทับแล้วแยกเขี้ยว กระเถิบร่างมากระชากคอเสื้อของผมเขย่าแรงๆ “รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่ได้ แล้วจะกระโดดลงมาทำอะไรยะ!! อยากตายพร้อมกันนักเรอะ! บ้าหรือไง!

“เธอต่างหากที่ทำอะไรบ้าๆ!!” ผมรู้สึกฉุนเฉียวอย่างยิ่งเลยตะโกนกลับบ้าง “ในเมื่อรู้ว่าเป็นน้ำทะเลแล้วจะทำท่าประหลาดจนพลาดกลิ้งตกไปทำไมล่ะ!! ยายบ้า!!

สองแก้มของบอนนีแดงจัด ไม่มีเค้าความหนาวจากสภาพที่เปียกปอนอยู่แม้แต่น้อย เธอขึ้นเสียงสูงปรี๊ด “เอ้า!! ก็ฉันจะเก็บของนี่ เพราะนายนั่นแหละดันมาส่งเสียงเรียก ฉันเลยตกใจจนเผลอออกแรงดึงเฟิร์นหลุดทั้งกอ!!

“ของบ้าอะไรสำคัญถึงกับต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง! ” ผมคำรามในลำคออย่างหงุดหงิดและกวาดตามองหาสิ่งที่เธอพยายามจะเอื้อมมือไปเก็บ แต่ก็ไม่พบอะไรผิดแปลกแม้แต่น้อย

“ไม่ได้สำคัญอะไรนักหรอก!!” บอนนีกัดริมฝีปากแน่น แล้วชูของชิ้นเล็กๆที่อยู่ในมือให้ดูอย่างกระแทกกระทั้น “ก็แค่เครื่องประดับเห่ยๆ--กิ๊บงี่เง่าที่ฉันเห็นเป็นของดูต่างหน้านายไงล่ะ!!

กิ๊บริบบิ้นสีน้ำเงินนั่น!!

เธอเก็บไว้อย่างดีเพื่อใช้ระลึกถึงผมหรือ?

ผมพูดอะไรไม่ออก ในขณะที่เธอก็นิ่งเงียบเช่นกัน

น้ำตาคลอขึ้นมาในดวงตาสีม่วงคู่นั้นก่อนที่บอนนีจะยกหลังมือปาดมันทิ้งไป เธอทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่ถูกผมฉุดข้อมือไว้อย่างแรงจนเสียหลักล้มโครมกลับมาในอ้อมแขนของผม

ผมกอดเธอเอาไว้แน่นไม่ว่าจะหาทางทำใจนานเท่าไร แต่สุดท้าย ผมก็ไม่สามารถหักใจปล่อยแม่เสือสุดที่รักให้เลือนหายไปจากห้วงความคิดได้แม้เพียงเสี้ยววินาที

“ลอว์ปล่อยเถอะ” บอนนีพูดเสียงเครือ “ฉันนึกว่าเราคุยกันรู้เรื่องก่อนหน้านี้แล้วนะ”

“ไม่รู้เรื่องสักนิด!” ผมส่ายหน้า ไล้ปลายนิ้วไปตามผิวเนื้อนุ่มที่เปียกหยาดน้ำพราว เอ่ยต่ออย่างใส่อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลลงไปในทุกถ้อยคำ “ทำไมล่ะบอนนี! ทำไมถึงยืนยันว่าจะเลิกกับฉัน! ทั้งที่เรามีหนทางที่จะรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ได้ตลอดไป!!

“แล้วนายจะให้ทำไงเล่า!” เธอตวาดกลับแล้วตัวสั่น ทิ้งใบหน้าเย็นๆแนบลงกับซอกคอของผม ลมหายใจอบอุ่นที่เป่ารดทำให้ในอกเจ็บแปลบเมื่อคิดว่าจะไม่ได้สัมผัสเธอแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

ทว่าคำพูดถัดมาของบอนนีทำให้หัวใจของผมอุ่นวาบขึ้น ดุจคนหลงทางในพายุหิมะแล้วได้พบกับกองไฟใหญ่ที่ลุกสว่างและให้ความหวังล้นปรี่

“ฉันรักนายจนจะบ้า! รักจนกลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถตัดใจจากไปช่วยลูกน้อง! แถมยังทนไม่ได้กับความคิดที่ว่านายจะมาเสี่ยงอันตรายเพื่อฉัน!! สุดท้ายก็ต้องตัดใจหนีมาโดยไม่ลาแต่นายก็ดันตามหาจนเจออีก! นี่ฉันไม่รู้จะทำตัวยังไงแล้วนะลอว์!

ผมยกมือลูบผมของเธอ ปล่อยให้เธอสะอึกสะอื้นอยู่แนบกาย ทิ้งระยะเวลาให้ไหลผ่านไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น

“ฉันรู้ดีว่าเธอไม่อยากลากฉันเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย และฉันก็ยอมรับในสิ่งที่เธอตัดสินใจ”

ผมหยุดเล็กน้อยก่อนจะดันร่างบางผละห่างเพื่อสบตาของเธอ “ฉันให้สัญญาว่าจะไม่ยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายในงานของเธอ แต่เธอก็ต้องให้สัญญากับฉันข้อหนึ่งเหมือนกัน”

บอนนีพึมพำแผ่วเบา “นายจะให้คนที่เคยผิดคำพูดมาแล้วทีหนึ่งอย่างฉันสัญญาอะไรได้อีก”

ผมรวบไหล่ทั้งสองของเธอไว้ จ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีม่วงที่แฝงด้วยความโศกเศร้า

“สัญญากับฉันนะบอนนีนับจากวันนี้ไปจนครบหนึ่งปี  เรามีต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะทำหน้าที่สำเร็จหรือไม่ ก็ขอให้กลับมาพบหน้าฉันสักครั้งก่อนเถอะขอร้องล่ะ”

“ลอว์” เธอร้องเรียกชื่อผมแล้วกอดตอบแน่น ทั่วร่างสั่นสะท้านไปหมดด้วยแรงสะอื้น “นายจะรอฉันไหวหรือไง ถ้าฉันทำตามสัญญาไม่ได้ล่ะ ? ถ้าฉันตายขึ้นมาล่ะ ?

“เธอห้ามตายบอนนี ฉันไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น!

ผมรู้ดีว่าตัวเองเริ่มพูดจาไร้เหตุผลและดื้อดึงดันอย่างถึงที่สุด คนในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นสบตากันอีกครั้ง น้ำตาของเธอเริ่มเหือดแห้งลง ริมฝีปากนุ่มเนียนแดงจัดอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ และให้ตายเถอะ! ผมไม่อาจยับยั้งความปรารถนาที่จะครอบครองความหวานฉ่ำอันคุ้นเคยเลย

เอ่อผมขออนุญาตพูดอะไรหน่อยนะครับกัปตัน”

เบโปะแกขัดจังหวะได้รุนแรงอย่างยิ่งเลยว่ะ!!

ผมหันไปมองลูกน้องคนสนิทที่กำลังทำสีหน้ากระอักกระอ่วน เขายกอุ้งเท้าชี้ๆไปยังเด็กผู้หญิงที่กำลังยืนจ้องตาแป๋วอยู่

“คือว่าตรงนี้มีเด็กอยู่นะครับถ้าคุณคิดจะทำอะไรบางอย่างก็ควรหาที่ที่มันมิดชิดดีกว่า”

เออจริงลืมไปสนิทเลยว่ามียายเด็กช่างซักอยู่ตรงนี้ด้วย!

“เมอแรงค์!” บอนนีอุทานออกมา ในขณะที่เบโปะเอ่ยต่อ “คุณทั้งคู่ตัวเปียกแบบนี้ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวไม่สบาย ผมเห็นว่าแถวนี้มีโรงแรมอยู่ด้วย--ไปหาที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยคุยกันต่อดีกว่านะครับ”

“ก็ได้” ผมตอบและลุกขึ้นยืน จับมือบอนนีไว้ไม่ปล่อยเธอยินยอมเดินตามมาโดยดี

“ขอบใจมากทั้งสองคน” ผมลูบหัวเด็กน้อยที่ยิ้มแฉ่งและพยักหน้าให้เจ้าหมีขาวที่ยิ้มแห้งๆตอบรับ

คนข้างตัวดูเหมือนกำลังครุ่นคิดและจมในห้วงภวังค์ของตัวเองเส้นผมสีชมพูเปียกลู่แนบแก้ม นัยน์ตากดต่ำมองพื้น และไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว

มือของเธอกำกิ๊บตัวนั้นเอาไว้อย่างกับจะไม่มีวันคลายออกเลย

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

                ฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว สวมเสื้อยืดแขนสั้นกับสายรั้งกางเกงขนาดพอดีตัวที่เบโปะวิ่งโร่ไปหาซื้อมาให้ และตอนนี้เจ้าหมีขาวก็กำลังปฏิบัติตามคำสั่งกัปตันของเขาอย่างแข็งขัน นั่นก็คือ

อย่าปล่อยให้บอนนีคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียวระหว่างที่ฉันอาบน้ำอยู่!’

            “เบโปะไม่ต้องนั่งเกร็งขนาดนั้น ตะคริวกินหมดพอดี” ฉันเกือบจะหลุดหัวเราะเมื่อเห็นว่าเขานั่งขวางหน้าประตู และจ้องเขม็งเสียราวกับว่าฉันจะงอกปีกออกมาบินทะลุหน้าต่างของอาคารโรงแรมชั้นหกได้

            เขาถอนใจ ไหล่ขนฟูตกลงเล็กน้อย “ก็ฉันต้องทำตามคำสั่งนี่!!

            “วันนี้นายช่วยชีวิตฉันไว้ ขอบคุณมากนะ” ฉันผงกหัวยิ้มกว้างและทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียงหนานุ่ม

“ฉันว่ายน้ำเก่งใช่ไหมล่ะ?” เบโปะยิ้มอย่างภูมิอกภูมิใจ

“นั่นสิต้องว่ายน้ำได้ถึงจะมีสิทธิ์ช่วยคนอื่น” ไม่ใช่ลืมว่าตัวเองก็กินผลปีศาจแล้วเผลอตัวกระโดดลงน้ำทะเลอีตาบ้าคิดฆ่าตัวตายชัดๆ

“ขอโทษนะที่ว่ายน้ำไม่ได้แล้วดันเสนอหน้าลงไปช่วยน่ะ!

เสียงขุ่นเคืองดังขึ้น--ลอว์ขยี้ผ้าเช็ดผมจนยุ่งแล้วเขวี้ยงมันลงตะกร้า หันไปเหลือบมองลูกน้องเป็นนัยๆ ซึ่งเบโปะก็เข้าใจความหมายทันที เขาโบกมือลาฉันและเดินออกจากห้องไปล็อกประตูเรียบร้อยก่อนออกซะด้วย

ฉันถอนใจพรืดแล้วซุกหน้าลงกับหมอน เอามือทั้งสองปิดหูไว้แน่นไม่อยากจะฟังลอว์พูดอะไรอีกแล้ว แค่เพียงไม่กี่ประโยคที่ริมทะเลสาบนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ใจของฉันปั่นป่วนไปหมด ถึงขั้นต้องสารภาพความรู้สึกทุกอย่างหมดสิ้น

แม้ตาจะไม่เห็น แต่สัมผัสยวบบนเตียงทำให้รู้ว่าเขานั่งลงข้างๆ เสียงของเขาดังลอดฝ่ามือเข้ามาแว่วๆ

“ถึงจะปิดหูปิดตาไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก เอาหมอนออกแล้วมานั่งคุยกันดีกว่า”

ฉันนิ่งไม่ขยับตัวขืนคุยกันอีกสักสองสามประโยค เขาอาจทำให้ฉันบ่อน้ำตาแตกอีกรอบ แล้วฉันก็มักจะไม่ชอบเวลาที่ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมาเป็นอย่างยิ่ง

“อ้อหรือเธออยากจะนอนคุยก็ได้”

เตียงไหวยวบอีกครั้งเมื่อเขาทิ้งตัวลงนอนตามคำพูด วินาทีต่อมาชายเสื้อที่สวมอยู่ก็ถูกรุกรานด้วยมือของเขาที่ลอดเข้ามาข้างใต้ ควานสัมผัสไปทั่วแผ่นหลังของฉันอย่างรวดเร็ว กระทั่งหยุดอยู่ที่ตะขอบราและพยายามแกะมันออก

“หยุดนะ!!” ฉันแว้ดและผุดลุกขึ้นนั่ง เอาหมอนเขวี้ยงใส่หน้าของอีกฝ่าย

ลอว์อยู่ในสภาวะกึ่งนั่งกึ่งนอน เขารับหมอนไว้แล้วส่งยิ้ม “ยอมลุกขึ้นมาคุยก็ดีแล้ว”

ฉันส่ายหัวอย่างอ่อนใจ--อีตานี่เป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์มือไวที่สุด

“นี่!! ฉันรับปากสัญญากับนายไม่ได้หรอกนะ! อนาคตไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกหนึ่งปีหลังจากนี้นายอาจจะหลงรักใครสักคนและแต่งงานมีลูกสามคนไปแล้วก็ได้!

เขาขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ “ฉันไม่อยากมีลูกกับใครนอกจากเธอหรอกนะ”

“นายอย่าดื้อสิ” ฉันทิ้งตัวลงนอนคว่ำอีกครั้ง หันหน้าไปสบตากับเขา “คิดถึงอนาคตให้มันไกลๆหน่อยอย่าผูกมัดตัวเองไว้กับผู้หญิงกระโดกกระเดก ไม่น่ารักเรียบร้อย ไม่มีคุณสมบัติเป็นแม่คนอย่างฉัน”

เขาทิ้งตัวลงนอนพลิกตะแคงเอามือหนุนหัวไว้ “แล้วมันผิดตรงไหนที่ฉันมีรสนิยมชอบผู้หญิงไม่เรียบร้อย กินจุ มือเท้าหนักแถมยังขยันก่อเรื่อง ไม่เห็นจะเป็นอะไรที่ฉันจะรักผู้หญิงแบบเธอ!

ฉันนิ่ง จ้องมองนัยน์ตาสีดำสนิทของเขามันไม่มีเค้าของความล้อเล่นหรือลังเลแม้แต่น้อย สิ่งที่สะท้อนกลับมาให้หัวใจของฉันได้ซึมซับมีเพียงแค่ความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยมเท่านั้น

“นายมั่นใจแล้วนะที่อยากจะให้ฉันสัญญาว่าจะมาพบนายในอีกหนึ่งปีหลังจากนี้”

เขาไม่ตอบในทันที ทว่ากลับขยับตัวใกล้เข้ามาจนกระทั่งระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราสองคนเหลือเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว แขนแข็งแรงถูกยกพาดบนไหล่ของฉัน

“ฉันเองก็มีจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึงไม่ต่างกับเธอมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และเดิมพันไว้ด้วยชีวิตเช่นกัน หลังจากนี้ หัวใจทางกายภาพของฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับตัว ดังนั้นมันคงจะดีมากถ้าเธอยอมรับฝากหัวใจจริงๆที่เต็มไปด้วยความรู้สึกทุกอย่างของฉันบอนนี”

หัวใจทางกายภาพของเขาอาจไม่ได้อยู่กับตัวงั้นหรือ ?

“นายคิดจะทำอะไรกันแน่ ?

เขายิ้มน้อยๆแล้วลุกขึ้นนั่ง หันเหหัวข้อสนทนาไปในทันที “ไปเที่ยวกันเถอะ!

 “ไปเที่ยว ?” ฉันเบิกตาโตอย่างมึนงง--เขาจะมาไม้ไหนกันอีกละเนี่ย ?

“อย่ามัวทำหน้าแบบนั้น หวีผมยุ่งๆของเธอแล้วลุกขึ้นมาซะ” ลอว์สั่งเป็นฉากๆพลางลุกไปหยิบหมวกใบโปรดมาสวม หันมาเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าฉันยังนั่งเฉย “ถ้ามัวช้าอยู่ฉันจะตีความหมายว่าเธออยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดทั้งวันบนเตียงฉันทำได้ไม่เกี่ยงนะแม่เสือที่รัก”

ฮึ่ย!! ดูพูดจาเข้าสิ ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษนะ!!

“ไปเดี๋ยวนี้แล้วน่า!” ฉันตอบแล้วกระโดดขึ้นยืน เอานิ้วสางๆผมพอเป็นพิธีแล้วยัดเท้าลงบู๊ต ไม่ลืมเหน็บมีดสั้นเข้าไว้ให้เรียบร้อย ลอว์ยืนรอที่หน้าประตูและยื่นมือหนึ่งออกมาข้างหน้า

“พร้อมแล้วใช่ไหมเจ้าหญิง”

ให้ตายเถอะลอว์ทำไมต้องทำให้ฉันคิดถึงอดีตตลอดเวลาด้วยนะ ?

แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามีความสุขที่สุดเลยเมื่อได้อยู่กับนาย

ฉันทิ้งมือของตนเองให้อยู่ในความดูแลของอุ้งมือสีแทนแข็งแกร่งที่รอรับอย่างนุ่มนวล “พร้อมแล้วย่ะ จะพาไปลงนรกหรือก้นทะเลแกรนด์ไลน์ก็ได้ทั้งนั้น”

ลอว์หัวเราะกับคำพูดของฉันแล้วเขาก็กึ่งลากกึ่งจูงฉันออกเดินในทันที

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

นับตั้งแต่ยามสายเป็นต้นมาเราใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอด

และผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งวันที่วิเศษมาก

เราเดินเล่นไปตามถนน กินไอศกรีมกับอาหารขยะชุ่มน้ำมันสารพัดประเภท แถมยังดื่มน้ำอัดลมไปเป็นลิตร ซึ่งจริงๆแล้วผมก็กินได้ไม่เท่าไร บอนนีเสียอีกที่เป็นคนจัดการไปเสียสามส่วนสี่ของอาหารทั้งหมด

เราดูของตามร้านค้าสารพัด เธอลากผมเข้าไปในร้านเสื้อผ้า หยิบชุดมาลองเล่นไปร่วมร้อยตัวและผมก็สรุปในใจว่าเธอเซ็กซี่สุดๆในชุดแนบเนื้อเกาะอกเว้าหลังสีแดงเพลิง แถมยังดูน่ารักมากในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวประดับประดาเหมือนชุดแต่งงาน

แม้ว่าโจรสลัดส่วนมากมักไม่ได้แต่งงานแต่ผมหวังอย่างยิ่งว่าตัวเองจะไม่เป็นคนส่วนมาก

บอนนีกลับมาสวมกางเกงขาสั้นที่มีสายรั้งกับเสื้อกล้ามตามเดิมเธอว่าสะดวกดีกับการเคลื่อนไหวตอนเพิ่มลดขนาดร่างกาย

นอกจากนั้น เธอยังจับผมลองใส่ชุดประหลาดที่ประกอบด้วยหนังสีดำมันเลื่อมกับสายโซ่กะโหลกไขว้และหมุดเงินและให้ความเห็นเมื่อผมหมุนตัวอยู่หน้ากระจกว่า หล่อดิบเถื่อนเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง

            แต่ผมคิดว่าตัวเองเหมือนพวก พังค์ร็อคเล่นยาล่ะมากกว่า

เราวิ่งหลบทหารเรือที่เดินตรวจตราอยู่อย่างสนุกสนานหลบหลีกลัดเลาะไปตามซอกซอยคับแคบ เธอกระโดดเกาะหลังผมเมื่อเราผ่านกองขยะที่มีหนอนขึ้นซากสุนัขตายยุบยับ

            ใช่เธอเกลียดหนอนขั้นรุนแรง เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลยแหะ

            และเมื่อผ่านหน้าร้านดอกไม้ ผมสังเกตเห็นคนข้างตัวจ้องมองไปยังดอกทานตะวันสีเหลืองสดใสที่จัดวางคู่กับกุหลาบสีแดงสด ผมจึงเอ่ยปากถามว่าเธออยากได้ดอกไม้สวยหรือเปล่า แต่เธอกลับทำหน้างงๆใส่ผมแล้วบอกว่า เอาไปทำไมล่ะ เดี๋ยวก็เหี่ยวหมดแล้ว เปลืองเงินเปล่าๆ

          แถมตบท้ายด้วยการบอกว่า ที่ฉันมองอยู่ตะกี้น่ะกำลังคิดว่าเมล็ดทานตะวันก็อร่อยดีหรอก

          เป็นงั้นไป

 แต่ทว่าเมื่อเรามาถึงร้านอาวุธ บอนนีกลับทำท่าสนอกสนใจอย่างยิ่งกับปืนสั้นใหม่เอี่ยมและสายบรรจุกระสุน ดวงตาคู่สวยสีม่วงเหลือบไปมาไม่หยุดอย่างตื่นเต้นภายใต้ขอบหมวกที่ฉกไปจากผมเสียดื้อๆโดยไม่บอกเหตุผล--อนุมานเอาได้เลยว่าเจ้าหล่อนต้องเคยก่อคดีอะไรทิ้งไว้แถวนี้แหงๆ

            ใครว่าหญิงสาวต้องคู่กับดอกไม้อ่อนหวานเธอคนนี้เกิดมาเพื่อคู่กับของอันตรายชัดๆ

            ผมปฏิเสธไม่ได้ว่าหลงใหลเสน่ห์สาวเซ็กซี่ติดอาวุธอย่างบอนนี

            เมื่อเวลาใกล้เย็น ในขณะที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เราผ่านร้านหนังสือเก่า เธอบอกให้ผมรอข้างนอกและวิ่งเร็วจี๋เข้าไปภายในกลับออกมาในเวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีพร้อมหนังสือเล่มโตในมือ

มันเป็นตำราการแพทย์แถบเซาท์บลูเล่มที่ผมยังไม่มีไว้ในครอบครอง

เธอเอามันยัดใส่มือผม ส่งยิ้มหวานแล้วก็พูดว่า“เอาไปฝึกอ่านเองก่อน ถ้ามีคำไหนแปลไม่ได้ค่อยมาถามปีหน้า”

            วินาทีนั้นเหมือนมีพลุแสดงความยินดีจุดอยู่ในหัวของผมเธอรับปากสัญญาแล้ว!

          ผมกอดเธอไว้แน่นอย่างไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น บอนนีเองก็เช่นกัน เธอกอดตอบกลับแน่นยิ่งกว่าพร้อมกับหอมแก้มและกระซิบข้างหูผมเบาๆ

            “ฉันอยากใช้เวลาทั้งคืนอยู่กับนาย”

            ผมยินดีตอบสนองคำขอของเธอด้วยความเต็มใจ

คืนนั้นเราสองคนใช้ทุกวินาทีอยู่ด้วยกันมันเป็นราตรีที่ผมไม่อยากให้รุ่งเช้ามาถึงมากที่สุดในชีวิต

            บอนนีบอกผมว่าระหว่างหนึ่งปีนี้ผมจะไปนอนกับผู้หญิงกี่ร้อยคนก็ตามใจ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่งต้องไม่มีใครมาแทนที่เธอได้ ไม่เช่นนั้นเธอจะจับผู้หญิงคนนั้นโยนให้เจ้าแห่งท้องทะเลกิน หลังจากนั้นจะจับผมมัดมือมัดเท้าด้วยหินไคโรแล้วทิ้งลงมาจากยอดเขาเรดไลน์

            โหดจริงๆเลยแม่เสือของผม

            แต่นั่นก็เสมอกันดีเพราะผมก็กะว่าจะแยกส่วนผู้ชายคนไหนก็ตามที่มาเกาะแกะเธอออกเป็นร้อยๆชิ้นแล้วทิ้งลงก้นทะเลเหมือนกันนั่นแหละ

            เมื่อรุ่งเช้ามาถึงบอนนีบอกลาผม เธอไม่ได้ร้องไห้แต่ส่งยิ้ม และบอกว่าจะพยายามทำงานให้สำเร็จในหนึ่งปี เธอเชื่อมั่นว่าผมก็จะทำตามเป้าหมายของตัวเองให้บรรลุได้ด้วยเช่นกัน

            ผมนั่งมองเงาร่างของเธอเดินจากไปอย่างเงียบงัน และนิ่งอยู่อย่างนั้นจนเบโปะเข้ามาพบ--เขาแจ้งรายงานว่าสามารถล็อกเกาะต่อไปได้แล้ว

            “นายรู้ชื่อเกาะนี้ไหม ?

เบโปะทำหน้าแปลกใจเมื่อผมถามเขาขณะที่เราเดินเคียงข้างกันกลับไปยังเรือที่จอดอยู่ริมฝั่ง

            “เห็นป้ายเขียนไว้ว่า ‘Tryst island’ ครับ”

             ผมหยิบเอเทอนอลโพสอันหนึ่งขึ้นมาและยื่นส่งให้อีกฝ่าย “นายเอานี่ไปฝากไว้กับต้นหนของเราซะ สั่งให้เขาเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งปีหลังจากนี้ฉันต้องใช้มัน”

เบโปะรับมันไปอย่างทะนุถนอมพลิกป้ายชื่อขึ้นมาอ่านแล้วก็ยิ้มได้ไม่หุบราวกับได้ปลาย่างมาสักกิโลหนึ่ง--เขาพูดต่อด้วยเสียงร่าเริงขณะที่เราก้าวลงเรือไปด้วยกัน

“ผมว่าเป็นชื่อที่ดีมากเลยนะครับ”

นั่นสิผมก็คิดอย่างนั้น

“เรียกประชุมฉันมีเรื่องสำคัญจะประกาศ”

ทุกคนมานั่งรวมกันตามคำสั่งของผมอย่างรวดเร็ว ผมเริ่มเอ่ยแผนการของตนเองแบบสั้นๆเกี่ยวกับหัวใจหนึ่งร้อยดวงที่ต้องล่ามาเพื่อแลกกับตำแหน่งเจ็ดเทพโจรสลัด

ทุกคนยอมรับสิ่งที่ผมปรารถนาโดยไม่มีข้อขัดแย้ง

ไกลออกไปนอกหน้าต่างข้างเรือเกาะนั้นกำลังเล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ลับสายตาไป

ผมเชื่อมั่นว่าการรอคอยจะมีคุณค่าเสมอ มันเป็นบทพิสูจน์ถึงความรักอันมั่นคง

หนึ่งปีหลังจากนี้ผมจะยิ้มกว้างเมื่อได้ต้อนรับเธอกลับคืนสู่อ้อมแขน จะเตรียมอาหารอร่อยๆไว้ให้เธอสักตันหนึ่ง และพร้อมจะแสดงความยินดีในสิ่งที่เธอทำสำเร็จ….ผมเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่แม่เสือสาวต้องการแล้วไม่ได้มาไว้ในกรงเล็บของเธอ

ผมจะต้องกลับไปยังเกาะนั้นอีกครั้งหนึ่งแน่นอน

อย่างที่บอกไปแล้วชื่อเกาะนี้มีความหมายดีจริงๆ

 

Tryst islandเกาะแห่งการนัดพบ”

 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #620 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 20:59
    เกาะแห่งการนัดพบ <3
    #620
    0
  2. #471 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 04:47
    ลอว์นี่ไม่หื่นเลยอ่ะเรื่องหน้าอกเนี่ย ตามจริงของบอนนี่คัพซีมันน้อยไปนา
    เบโปะนายขัดจังหวะอย่างยิ่ง 555
    ว่าแต่ เป็นชื่อเกาะที่ดีจริงๆ
    #471
    0
  3. #191 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:49
    ชอบชื่อเกาะมากๆเลย 

    เป็นชื่อเกาะที่ดี >< 
    #191
    0
  4. #136 เบมมี่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 11:36
    1 ปี แห่งการรอคอย



    เขาและเธอจะได้พบกันหรือไม่



    โปรดติดตามตอนต่อไปปปป



    #136
    0
  5. #133 Pokky_LoveFamily (@maniroj) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2555 / 16:35
    อ๊ากกกกกก>////<
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก
    #133
    0
  6. #130 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 18:10
    โอ้ มาย ก๊อดด!!

    ตอนแรกนึกว่าจบแล้วงะ TwT (ประโยคสุดท้ายเหมือนตอนจบเลย 55) ตอนหน้าเหมือนจะเป็นตอนจบ...รึเปล่า? ไม่อยากให้จบเลยอ่าาาา

    ฮามากตอนลอว์โดดน้ำลงไปแล้วว่ายน้ำไม่ได้ 555 โอ้พระเจ้า น่ารักจริงๆคู่่นี้ ><///
    #130
    0
  7. #129 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 13:34
    แหม่ๆๆ จำได้มั่นเลยนะลอว์
    อย่างบอนนี่คัพซีมันเล็กไป
    ต้องซักคัพอีไม่ก็เอฟนู่น ถึงจะเหมาะ
    ชื่อเกาะดีมากๆ เลยอ่ะ
    ถ้ามีเกาะนี้จริงๆ ก็ดีน่ะสิ
    #129
    0
  8. #128 Eunpa The Witch (@eunpachocoball) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 23:56
    ซีเองหรออ ระดับบอนนีมันต้องไอแล้ว ฮ่าๆๆๆ
    #128
    0
  9. #127 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 21:08
    ต้องกลับมาเจอกันให้ได้เลยนะ
    #127
    0
  10. #126 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 20:37
    นับถือไรเตอร์อ้ะ นับถือมาก เป็นฟิคที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมา
    วางพล็อตดี จัดแจงให้แต่ละตอนมีเนื้อหาสาระทุกตอน ไม่ใช่มีแต่น้ำ
    มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านฟิคนี้ ชอบมาก ชอบมากจริงๆ
    แต่งต่อไปอย่าได้ดองนะไรเตอร์555555

    ขอให้ทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีก แอบฮาตอนลอว์อุทาน 'ฉิบหายล่ะ' 5555555555
    #126
    0
  11. #125 premolar (@sarinpan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 20:10
    ยังค่ะ...ยังไม่จบ

    ไว้จบแล้วจะบอกนะคะ ^^
    #125
    0
  12. วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 20:01
    ยะ ยะ อย่าบอกนะค่ะว่านี่จบแล้วอ่า
    ถึงมันจะแฮปปี้ก็เถอะค่ะ แอบค้างคานะเนี้ย T^T
    สู้ๆนะค่ะ
    #124
    0
  13. #123 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 18:32
    กลับมาเจอกันให้ได้ล่ะ!!! ทั้งสองคน :)
    #123
    0