ขายอีบุ๊ค [JACKJAE] FAKE BOYFRIEND #แฟนกำมะลอจจ FT.MARKBAM [MPREG] AUTHOR: SNOOKY

ตอนที่ 19 : [Rewrite] วันแรกของการคบกัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

...ก๊อกๆๆ...


เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเป็นปกติทุกวันที่มาร์คต้องได้ยิน เพียงแต่วันนี้มาร์คไม่มีสมาธิมานั่งฟังอะไรเลยจนเลขาเดินเขามาถึงตัวก็ยังไม่รู้


“ท่านคะ...ท่านคะ อีกสักครู่จะเริ่มประชุมแล้วนะคะ  ท่าน...”


“ห้ะ?  เธอว่าอะไรนะ”


“ดิฉันมาแจ้งว่าอีกสักครู่ต้องเข้าประชุมแล้วให้ท่านเตรียมตัวค่ะ”


เธอยื่นแฟ้มรายงานการประชุมที่ต้องนำเข้าไปพูดกับมาร์ค  ใบหน้าคมหยักรับเพียงแค่นั้นแต่ไม่ได้สนใจต่อ


“เอ...ท่านคะ  วันนี้ดูท่านใจไม่อยู่กับตัวเลย  ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร...”


“เธอเคยทะเลาะกับคนๆ นึงไหม  แบบเขามีอิทธิพลให้เธอต้องมานั่งคิดว่าทำไมเขาต้องมาป่วนสมองด้วย”


มาร์คมองซ้ายมองขวารอบห้องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาอยู่ฟังเรื่องที่ค้างคาใจ  จนเขาโพล่งถามเลขาคนสนิทอย่างหมดเปลือก


“มันอาจเป็นเพราะแคร์เขาล่ะมั้งคะ  ไม่ก็ลึกๆ รู้แก่ใจดีว่าตัวเองผิดเลยคิดมาก  วิธีแก้ก็แค่หันหน้าคุยกัน ถ้าผิดก็ขอโทษ ไม่งั้นมันจะป่วนท่านแบบนี้”


“เดี๋ยวก่อนนะ นี่ไม่ใช่เรื่องของฉัน”


“ท่านคะอีกสักพักจะเข้าประชุมแล้วนะคะ  ดิฉันขอตัว”


เธอจงใจเมินคำแก้ตัวของมาร์คเห็นๆ  เธอมั่นใจเต็มอกว่าเรื่องที่มาร์คพูดน่ะเรื่องของตัวเอง  ดูท่าว่าเจ้านายของเธอน่าจะมีความรักซะล่ะมั้ง


“ฉันเนี่ยนะแคร์นาย  หึ  ไม่จริงหรอกฉันก็แค่อยู่กับนายมากไปหน่อย  นายมันก็แค่ตัวแทน...ยองแจ”


น้ำเสียงที่มาร์คเองยังตกใจเพราะมันสั่นเครือ  เขาไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าที่แบมแบมอยู่ทุกวันนี้เป็นตัวแทนของยองแจหรือเปล่า ในเมื่อเขามีความสุขที่ได้ไปเที่ยวและก็ได้อยู่กับแบมแบม


แถมหัวสมองก็ไม่ได้คิดแต่เรื่องยองแจเหมือนเคยด้วย


สรุปแล้วคือเป็นครั้งแรกของชีวิตที่มาร์คไม่มีสมาธิกับการประชุมสักนิด  เรียกได้ว่าหวังพึ่งแต่เลขาอย่างเดียวที่ช่วยโน้ตรายงานการประชุมให้

 



“นายครับคุณแบมแบมยังไม่กลับมา”


มันคงเป็นคำถามเดิมที่ลูกน้องมักจะรู้กันอยู่แล้วว่ามาร์คกลับถึงบ้านต้องถามหาคนตัวเล็กว่ากลับบ้านหรือยัง


“รู้ไหมไปไหน  ถ้าไม่รู้ก็เก็บข้าวของไปจากบ้านไม่ต้องอยู่ให้เกะกะลูกตา”



“รู้ครับท่าน  เอ่อ  ไปเที่ยวกับเด็กตัวสูงๆ ครับ”


“อ๋อ  งั้นเตรียมรถฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึง”


ลูกน้องของมาร์คตาโตเป็นแถบๆ  คนอย่างมาร์คเนี่ยนะจะตามใครจะรีบร้อนไปหาใคร  ไม่มีทางซะหรอกนี่มันมาร์คตัวปลอม


“ขับรถไปมามองหน้าฉันทำไม?”


สังเกตมานานแล้วว่าลูกน้องเขาขับรถไปมองหน้ามาร์คทางกระจกไป  จนมาร์คถอนหายใจเฮือกใหญ่และพยักหน้าราวว่ามีไรก็พูดมา


“ขออนุญาตถามนะครับ  เอ่อ  ท่านกับคุณแบมแบมชอบกันเหรอครับ?”


“แค่กๆๆ!  นายว่ายังไงนะ?  บ้าเหรอไงฉันไม่ได้ชอบ”


แต่ก็ตามเขาออกมาเนี่ยนะ  แค่ได้ยินว่าไปเที่ยวกับเด็กโย่งนั่นก็ลมออกหูรีบตามออกมา


“ฉันก็แค่...เด็กนั่นมันเป็นของฉันพวกแกก็รู้นี่ เอาเถอะๆ มีหน้าที่ขับรถก็ขับไปเร็วๆ”


“ชอบก็จีบเลยชอบก็จีบเลยเส้  ชูวับๆ”


“นายว่าอะไรนะ!


“อ๋อ  ผมแค่ฮัมเพลงครับไม่ได้หมายความว่าถ้าท่านชอบคุณแบมแบมแล้วก็แค่จีบก่อนที่อะไรๆ มันจะสายไป  เด็กนั่นก็ดีกับคุณสารพัดแต่ผมไม่ได้บอกว่าคุณมาร์คชอบเขานะครับ  ไม่บังอาจ”


ขนาดไม่บังอาจนะแต่ร่ายเป็นชุด ไม่พอยังยิ้มกรุ้มกริ่มอีก  มาร์คน่ะฉลาดเป็นกรดในทุกเรื่องยกเว้นเรื่องหัวใจ  ขนาดชอบยองแจยังจีบไม่เป็นเลยใครเขาจะมารักตอบ


“แล้วไป  ว่าแต่ใกล้ถึงหรือยัง?”


“ถึงแล้วครับ  เพื่อนคุณแบมแบมพามาทานบิงซูร้านนั้น”


“อืม งั้นรอตรงนี้ เดี๋ยวมา”


เพราะมาร์คคิดไว้แล้วว่าจะมาแค่กระชากแบมแบมกลับไม่มีการพูดจาอะไรทั้งนั้นแหละ  แบมแบมเป็นของเขาไม่ใช่ของเด็กโย่งนั่น

 

 

 



BamBams Part


ผมนั่งคุยอะไรไปเรื่อยกับยูคยอมระหว่างรอบิงซูมาเสิร์ฟ  นานมากแล้วที่ผมไม่ได้มามีเวลานั่งคุยกับเพื่อนรักจริงๆ จังๆ แบบนี้ แม้ว่ามันจะแปลกไปหน่อยที่เขาพามากินบิงซู


“ได้ข่าวว่าช่วงนี้หญิงตรึมนี่คยอม”


“ใช่ที่ไหนล่ะข่าวมั่ว  ฉันก็เล่นๆ ไปเรื่อย ว่าแต่นายเถอะช่วงนี้มีเสี่ยเปย์?”


...ป้าบ!...


ผมเอาแฟ้มเมนูฟาดหัวยูคยอมดังลั่นร้านจนต้องหันไปมองรอบๆ ว่าใครมองมาที่เราบ้าง  โชคดีที่ร้านคนน้อยไม่ค่อยมีใครสนใจ


“เสี่ยบ้านนายดิยูคยอม  ไม่มีทั้งนั้นแหละ  เออว่าแต่นึกครึ้มไรพามาเลี้ยงบิงซู”


“ก็เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนี่วะ  เออถามอย่างดิแบมแบม”


ผมพยักหน้ารอให้ยูคยอมถามและก็จ้องหน้าเขาไปด้วย  สีหน้าดูลนๆ ของเขาดูไม่เหมือนยูคยอมที่ผมรู้จักเลย  มันเป็นเรื่องอะไรกันนะที่ทำให้เขาตื่นเต้นแบบนี้


“นายยังไม่มีแฟนใช่ป่ะวะ  แล้วถ้ามีคนมาจีบนายจะเปิดใจป่ะ แบบเป็นคนที่นายรู้จักมานานอย่าง...”


“บิงซูที่สั่งได้แล้วนะคะ ไม่ทราบว่าต้องการเติมท็อปปิ้งอะไรไหมคะ?”


ผมกำลังฟังยูคยอมพูดอย่างใจจดใจจ่อก็ถูกคั่นด้วยเสียงพนักงานนำบิงซูมาเสิร์ฟ  แอบตลกที่ยูคยอมทำหน้าเซ็งไปพักนึงก่อนจะจูนสติเข้าหากันใหม่


“ว่ามาใหม่ดิ้เมื่อกี้ฟังไม่ถนัด”


“เห้อ  หมายถึงถ้ามีคนที่นายสนิทมากๆ มาจีบนายแบบเขาชอบนายมานานแล้ว นายจะยอมให้เขาจีบไหม ไม่ดิ นายจะเกลียดเขาไหมวะ?”


ผมทำสีหน้าครุ่นคิดด้วยใจที่เต้นแปลกๆ  ไม่ได้เต้นเพราะความหวั่นไหวแต่เต้นเพราะความกลัว  กลัวว่าคนที่ยูคยอมพูดถึงจะเป็นคนที่ผมไว้ใจในฐานะเพื่อนมากที่สุด


เพื่อนเพียงคนเดียวของผมอย่างคิม ยูคยอม


“แบมฉันรู้ว่านายฟังขนาดนี้แล้วจะไม่เข้าใจนะ  คือฉันชอบนายชอบมานานแล้ว  ชอบตั้งแต่ม.ต้น”


ผมนั่งช็อกราวกับโลกถล่มเมื่อคนที่ผมไม่อยากให้เป็นอย่างที่เขาว่ามามันคือยูคยอมจริงๆ  เขาเป็นเพียงเพื่อนคนเดียวของผม มันไม่สมควรเป็นแบบนี้


“คยอมนายล้อฉันเล่นป่ะเนี่ย ไม่ขำนะเว้ย เราเป็นเพื่อนกันมานาน  เดี๋ยวนะวันนี้เอพริลฟูลเดย์ป่ะ  ฮ่าๆๆ”


“เดือนนี้เดือนสิงหาแบมแบม  ฉันไม่ได้ล้อเล่นดังนั้นมันจะเป็นไปได้ไหมที่นายจะ...”


...กรุ๊งกริ๊ง!...


เสียงโมบายหน้าร้านบิงซูดังขึ้นนั่นหมายความว่ามีคนเข้าร้านมาใหม่  ผมไม่ได้หันไปดูหรอกว่าเป็นใครแต่พอรู้ตัวอีกทีร่างทั้งร่างของผมก็ถูกดึงเข้าหาร่างกายที่แสนคุ้นเคยซะแล้ว


“คุณ!


“โทษทีนะพอดีแบมแบมเขาไปเป็นแฟนนายเหมือนที่นายอยากให้เขาตอบรักไม่ได้หรอก  เพราะเขาเป็นของฉัน”


ผมตาเบิกโพลงกับคำของคุณมาร์คที่พูดมา  ไม่ว่าเขาจะรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่แต่ว่าการที่เขามาถึงแล้วพูดจาแบบนี้ดังลั่นร้านและต่อหน้าเพื่อนของผมมันไม่ถูก


“ปล่อยก่อนครับคุณมาร์ค  คุณมาได้ยังไง?”


ผมพยายามสะบัดข้อมือหนีแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะนอกจากจะไม่หลุดแล้วยังเจ็บมืออีกด้วย


“นี่มันเรื่องอะไรอ่ะแบม? ผู้ชายคนนี้ใช่คนที่ตามนายมาเมื่อเช้าไม่ใช่เหรอ?”


“ใช่  ฉันจะตามคนของฉันมันไม่เห็นแปลก  นายมากกว่าที่แปลกมายุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว”


ผมส่ายหน้ารัวๆ ใส่มาร์คให้หยุดพูดเสียที ยิ่งเห็นสีหน้าเพื่อนของผมกำลังซีดผมยิ่งทนไม่ได้  แม้ว่าผมไม่ได้รักเขาในแบบที่เขารักผมแต่ว่าก็ไม่อยากให้เขาเสียใจ


“เลิกพูดสักทีคุณมาร์ค  คุณกำลังทำไม่ถูก”


“ไม่ถูกยังไงเหรอแบมในเมื่อนายเป็นของฉัน  กลับบ้าน”


สิ้นคำมาร์คก็พยายามฉุดรั้งให้ผมเดินไปจากตรงนี้ แต่ยูคยอมกลับไม่ยอมให้ไปง่ายๆ  เขาใช้มือรั้งต้นแขนผมเอาไว้


“แบมแบม  นายอยู่นอนกับเขาแล้วเหรอ  นี่มัน...นี่มันเรื่องอะไรกัน?”


“ยูคยอม...ฉันขอโทษ  ฉันจะมาเล่าให้นายฟังทุกอย่างแต่ขอนายอย่าเพิ่งเกลียดฉันเลยนะ  โอ๊ย...คุณอย่าดึงสิครับ”


ร่างทั้งร่างของผมปลิวไปตามแรงของคุณมาร์ค  ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรจบดีก็ออกมานอกร้านแล้ว  มันชาไปหมดที่ต้องเห็นแววตาเพื่อนของผมที่มองมาอย่างผิดหวังนั่น


“ปล่อยนะครับ!


“นายขึ้นเสียงกับฉันเหรอแบมแบม  ช่วงนี้ฉันดีกับนายก็ควรเกรงใจกันหน่อยไม่ใช่มากินข้าวสวีทกับผู้ชายคนอื่น  ฉันบอกนายตั้งแต่แรกแล้วนะว่านายเป็นของฉัน”


“นั่นไม่ใช่ผู้ชายคนอื่นแต่นั่นเพื่อนของผม  ผมรู้ว่าผมเป็นของคุณเป็นตัวตายตัวแทนของพี่ยองแจ แต่คุณบอกจะปล่อยผมไปนี่ครับ นั่นหมายความว่าที่ผมอยู่เพราะแค่เห็นใจคุณ  ไม่ใช่ของๆ คุณอีก”


ผมสะบัดแขนหนีจากเขาและเดินหนีไปอีกทาง  เวลาคุณมาร์คดีใส่ก็ดีใจจนลืมไปว่าเขาน่ะร้ายกาจที่สุด  ทำร้ายผมแม้ว่าผมจะดีกับเขายังไงก็ตาม


“คุณน่ะรักใครไม่เป็นรักแต่ตัวเอง!  คุณกลัวว่าผมจะไม่อยู่กับคุณเลยออกมาขวางผมกับเพื่อน  บอกไว้เลยนะผมไม่ได้รักยูคยอมแบบนั้นไม่ต้องไปทำร้ายเขาอีกและคุณเคยบอกจะปล่อยผมไปงั้นผมขอไปจากคุณตอนนี้”


“แบม  เดี๋ยวสิแบม!


ผมไม่ฟังอะไรอีก  ทันทีที่หันหน้าไปพูดรวดเดียวให้จบตามที่ใจของผมมันอัดอั้นมาตลอดผมก็โบกแท็กซี่แถวนั้นไปจากเขาทันที  ไปจากคนที่รักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง


นึกว่าเราจะพอเข้าหากันได้มากกว่านี้  นึกว่าเขาจะรู้สึกกับผมมากกว่าตัวตายตัวแทนของพี่ยองแจ...แต่ไม่ใช่เลย เขาแค่เห็นผมเป็นสิ่งของก็เท่านั้น  และนั่นก็ไม่มีความหมายถ้าผมจะอยู่ต่อในเมื่อเขาเองก็หายดีแล้ว  โชคดีนะคุณมาร์ค

End BamBams Part

 




ท่ามกลางสวนดอกไม้หลังบ้านที่คุณนายหวังสั่งให้คนงานปลูกเพิ่มมันสวยบริสุทธิ์มากจนยองแจต้องมานั่งสูดดมความหอมของดอกไม้นานาพรรณเป็นประจำ


ใบหน้าสวยเงยหน้ารับลมเย็นหลังบ้านจนไม่ทันรู้ตัวว่ามีใครเดินมาจากด้านหลัง  รู้ตัวอีกทีก็มีมือคุ้นเคยแตะมาที่บ่าแล้ว


“อ้าวคุณแม่สวัสดีครับ  วันนี้ตื่นเช้ามากเลยนะครับ”


ยองแจก้มหัวให้คุณหญิงหวังก่อนจะเขยิบที่นั่งให้เธอได้นั่งข้างๆ กัน  จู่ๆ ยองแจก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันชักจะแปลกๆ ตรงที่เธอมองหน้ายองแจแล้วยิ้มๆ


“เอ่อ  คุณหญิงมีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”


“ยองแจจ๊ะ  หลานแข็งแรงดีไหม เห็นเมื่อหลายวันแจ็คสันพาไปตรวจมา  เสียดายแม่ไปปูซานไม่งั้นคงได้ไปด้วยแล้ว”


“อ๋อ  แข็งแรงดีครับ โตมาต้องจ่ำม่ำเหมือนผมแน่ๆ  ฮ่าๆๆ”


แต่รู้สึกว่าเสียงหัวเราะของยองแจมันเจื่อนๆ ชอบกลนะ  จู่ๆ มันก็แห้งๆ เหมือนกังวลอะไรสักอย่าง


“คุณแม่มีอะไรจะพูดก็ว่ามาได้นะครับ”


ยองแจน่ะเป็นคนฉลาดจนเธอสะดุ้งตัวแรง  ไม่คิดว่าเธอจะแสดงอาการได้ขนาดนี้


“เอ่อ  แม่ว่าหนูกับแจ็คสันก็มีลูกด้วยกันแล้ว  คือได้คิดๆ กันไหมเรื่องงานแต่งงานอ่าจ่ะ”


“ตะ  แต่งงาน?  อะไรนะครับ?”


ช็อกไปเลยเพราะยองแจไม่ได้คิดเรื่องนี้กับแจ็คสันสักนิด  ไม่เคยพูดถึงด้วยซ้ำและการที่เธอมาพูดแบบนี้ไม่ใช่การมาถามอย่างเดียวแน่นอน  เธอมาบังคับด้วยสายตาจ้องเขม็ง  เธอมาบอกมากกว่าถามแน่ๆ


“แต่งงานไงจ๊ะ  แม่ว่าพวกเธอสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว  ดูสิเด็กโตทุกวันๆ และแจ็คสันเองก็จะได้มีเจ้าข้าวเจ้าของ  แม่รำคาญนะจ๊ะที่เวลาออกงานทีสาวๆ มารายล้อมลูกแม่ทั้งๆ ที่แม่พอใจในตัวยองแจสุดๆ”


ซวยแล้วไง...


“ผมขอปรึกษาเรื่องนี้กับพี่แจ็คสันก่อนนะครับคุณแม่”


“จ๊ะ  คนรักกันต้องคุยกันอยู่แล้ว”


...จึก...


ยองแจรู้สึกเหมือนคนบาป  เขาโกหกคนที่รักและเอ็นดูตัวเองได้ขนาดนี้  ยองแจมองตามแผ่นหลังของเธอไปตามสวนดอกไม้ที่ตั้งใจทำรอรับขวัญหลานเต็มที่  และยองแจล่ะทำอะไรอยู่นอกจากนั่งรู้สึกผิด


“ยองแจจ๊ะมาดูดอกลิลลี่นี้สิ  สวยดีนะ”


“ครับ”


บรรยากาศร่มรื่นหลังบ้านทำให้ทั้งคู่เดินชมดอกไม้ด้วยความเพลิดเพลิน ทำเอายองแจลืมเรื่องกังวลไปเสียสนิท

 


“มานั่งกินอะไรตอนกลางคืน?”


พอตกดึกมาเท่านั้นแหละอาการกังวลก็กำเริบ  พอมีเสียงคนทักมาจากด้านหลังเลยเอี้ยวตัวไปดูพลางรอสิ่งในหม้อสุก


“อ้าวคุณกลับมาแล้วเหรอ?  ทานไรมาหรือยังหรือว่าจะทานรามยอนด้วยกัน?”


“เดี๋ยวนะ ที่นายลงมาหาอะไรกินดึกดื่นคือกินรามยอนเหรอ?  เอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้นะกินได้ไงท้องอยู่  มันไม่ดีต่อร่างกาย”


ลืมไปเสียสนิทเลยว่าตอนนี้ไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว  ยองแจมองรามยอนด้วยแววตาเหม่อลอยตั้งแต่เมื่อเย็นนั่นแหละ


“ถ้าหิวก็รอแป๊บนึงนะเดี๋ยวทำอะไรให้กิน”


“บ้า  คุณเพิ่งกลับจากงานเหนื่อยๆ เดี๋ยวผมทำเอง”


“อ่ะ แล้วทำอะไรกินเองเป็นบ้างล่ะเรา?”


แจ็คสันยกคิ้วถามยองแจกวนๆ เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาน่ะยองแจไม่เคยทำอะไรกินเองด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้จะไปทำอะไรกินเป็น


“รามยอน...”


“นั่นไง นั่งเลยเดี๋ยวทำให้กินเอง  ระหว่างรอก็คิดละกันว่ามีเรื่องอะไรคุยกับฉันไหม?”


ให้ตายเถอะยองแจมองแจ็คสันด้วยแววตาทึ่งๆ  นี่แจ็คสันเป็นหมอดูหรือเปล่าเนี่ยทำไมดูเขาออกได้ขนาดนั้น


แจ็คสันหยิบกระทะออกมาจากตู้เก็บและหยิบไข่ออกมาว่าจะทำไข่ม้วนสักหน่อยระหว่างรอให้ยองแจตอบด้วยกระทะก็ร้อนพอดี


“แต่งงาน”


“ห้ะ?  นายว่ายังไงนะฉันไม่เข้าใจ”


แจ็คสันก็ว่าเสียงไฟในกระทะมันไม่ได้ดังเกินกว่าที่เขาจะหูเพี้ยนนะ  ทำไมยองแจโพล่งออกมาแบบนั้นแจ็คสันก็ไม่เข้าใจ


“แม่คุณต้องการให้เราแต่งงานกัน  เรื่องนี้มันซีเรียสพอที่ทำให้ผมลืมไปว่าผมจะกินรามยอนทั้งๆ ที่ท้องได้ไหมล่ะ?”


“อืม  ความจริงแม่มาพูดเรื่องนี้กับฉันก่อนหน้านายแล้วล่ะ ไม่คิดว่าจะไปคุยกับนายเร็วขนาดนี้”


“คุณแจ็คสันนี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะครับ  แต่งงานไม่ได้เล่นขายของ แม้ว่าผมจะท้องกับคุณ แต่มันคือโซ่เลยนะ”


ยองแจหมายความว่าการแต่งงานก็เหมือนการผูกมัดดีๆ นี่เอง  เขาสองคนเหมือนคู่รักคู่อื่นที่ไหนกันล่ะ  เขาไม่ได้รักกันและที่มาอยู่ด้วยกันเพราะสัญญาจ้าง


“กับผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกคุณแจ็คสัน  ผมมีลูกแล้วคงไม่มีใครเขารับผมได้หรอกไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็เถอะ  แต่คุณมีหน้ามีตาทางสังคมกับผมที่เป็นผู้ชายก็แย่แล้ว  ชีวิตยังต้องติดกันอีก”


“นี่นายเครียดเพราะฉันเหรอ?”


มือหนากดปุ่มปิดเตาไฟฟ้าก่อนจะวางไข่ม้วนพร้อมข้าวร้อนๆ ตรงหน้ายองแจ  เรียวขาแกร่งก้าวเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามและมองหน้ายองแจไม่วางตา


“ก็มีส่วน  คุณอย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ป่ะ  ผมไม่แต่งหรอกนะไม่อยากไปผูกมัดใคร  คุณเองก็เถอะถ้าเจอคนที่ใช่แล้วก็บอกผมนะ”


“เรื่องแต่งงานฉันก็คิดเหมือนนายนะที่ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ  แต่ว่านายก็ท้องโตแถมแม่ก็เชื่อว่าฉันกับนายรักกันจริงๆ  ฉันก็เลยทบทวนดูแล้วล่ะ”


“ทบทวนว่า?”


ยองแจจ้องหน้าแจ็คสันตาเขม็งเหมือนที่แจ็คสันมองไปยังนัยน์ตาของยองแจ  มันดูจริงจังและอบอุ่นจนใจยองแจเต้นแรง


“เราคงอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปอีกนานถูกไหม  นายเองก็ไม่ได้เลวร้ายและฉันเองก็ไม่ได้ร้ายกับนายสักครั้ง  เราต่างก็ไม่มีใครฉันเลยคิดว่าเรามาเปิดใจให้กันไหม?”


“เปิดใจ...อย่าบอกนะครับว่าเราจะคบกัน?”


“อืม  ยองแจเรามาคบกันไหม  มาเรียนรู้กันและกันเพื่อชีวิตคู่ต่อจากนี้  อาจจะใช่ว่าเราไม่ได้รักกันตั้งแต่ต้นแต่เราก็ไม่ได้เกลียดกันนี่  บางทีเราสองคนอาจจะรักกันก็ได้”


ใบหน้าแสนเย็นชาของแจ็คสันมันเปลี่ยนไปด้วยรอยยิ้มที่ผุดขึ้นตรงมุมแก้มสาก  ความจริงทั้งคู่ก็พอจะรู้ตัวบ้างว่าความรู้สึกทุกวันนี้ที่อยู่ด้วยกันมันไม่เลวร้าย  ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ใจเต้นแรงด้วยซ้ำ


“ถ้าเกิดว่ามันไม่รอดล่ะคุณ...”


“เราก็ต้องบอกความจริงแม่ไปและอยู่กันในฐานะพ่อแม่ของเจ้าวุ้น  แต่ฉันเชื่อนะว่าถ้าเราเปิดใจให้กันมันต้องไม่มีวันนั้นเพราะฉันเองก็รู้สึกมีความสุขที่อยู่กับนาย”


“ตลกนะครับที่ผมก็รู้สึกดีที่คุณดูแล  รู้สึกดีที่มีคุณอยู่เหมือนกัน  ฮ่าๆ  เอาสิครับงั้นเรามาคบกันศึกษากันไปก่อน”


ยองแจยื่นมือไปข้างหน้าแจ็คสันจนคนที่นั่งยิ้มอยู่ดีๆ เปลี่ยนเป็นงงว่าต้องการอะไร  พอยองแจเหล่ตาไปที่มือของร่างหนาเขาถึงได้รู้ว่าต้องการกระชับมิตร


“ฮ่าๆๆ นายทำซะเหมือนเราดีลธุรกิจกันอย่างนั้นแหละ แค่จะเปิดใจคบกันเอง”


“ไม่ได้หรอกคุณผมไม่เคยคบใครจริงๆ จังๆ อีกอย่างนี่ก็เป็นการขอคบของคุณที่แปลกจริงๆ”


“เดี๋ยวก่อนนะฉันไม่ได้ขอนายคบซักหน่อย ทำเพื่อเจ้าวุ้นต่างหาก  รู้จักไหมครอบครัวน่ะ”


“อ๋อเหรอ  ไม่ต้องเขินหรอกรู้ว่าผมน่ะมีเสน่ห์เย้ายวนใจ  คุณหลงชอบผมก็ไม่แปลก”


ยองแจเงยหน้ามองเพดานและหัวเราะลั่นในขณะที่แจ็คสันส่ายหัวให้กับความหลงตัวเองของแม่เจ้าวุ้นนั่นแหละ  แต่ก็นะแบบนี้สิถึงจะเป็นชเวยองแจที่เขาว่า


...ก็น่ารักดีจนยิ้มตามไม่หุบเลย

วันแรกของการเปิดใจเรียนรู้กันก็นับว่าเริ่มต้นด้วยดี





เนื้อหาต่อจากนี้สามารถหาอ่านได้ในเล่มเท่านั้น  พบเจอกันใหม่เรื่องหน้านะคะ

SNOOKY



................................................................




นักอ่านสามารถซื้อเป็นหนังสือแบบ E-Book อ่านได้แล้ววันนี้

ในราคาเพียง 200 บาทให้อ่านกันจุใจ 

E-Book ประกอบด้วย เนื้อหาตั้งแต่แรกจนจบและตอนพิเศษในเล่มโดยเฉพาะ

ลิ้งค์ซื้อ #แฟนกำมะลอจจ คลิกที่นี่

ลิ้งค์วิธีซื้อ #แฟนกำมะลอจจ คลิกที่นี่






สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทวิต #แฟนกำมะลอจจ

 

AUTHORSNOOKY

FANS PAGE SECRET SNOOKY FICTION

TWITTER @SKadsakul




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

537 ความคิดเห็น

  1. #537 Rose210839 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 17:25
    อยากอ่านแล้วค่ะ
    #537
    0
  2. #528 pearpear182 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:09

    รอปลดล็อคจ้าาาา
    #528
    0
  3. #453 gibbytukky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 20:10
    เอาจริงๆนะ อ่านพาร์ทแจ๊คแจสนุกกว่า เพราะมันยังมีความฟาดฟัน เอาคืนแสบๆคันๆมั่ง มีความอ่อนโยนให้เขินมั่ง พาร์ทมาร์คแบมเรารำคาญความงี่เง่าเกินเหตุของมาร์ค กับความเจ้าน้ำตาเกินเบอร์ของแบม เราเลยข้ามเลย
    #453
    0
  4. #267 daorueng1712 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:21
    เขินมากจ้าา
    #267
    0
  5. #238 yok2727 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:23
    โอ้ยยยยเขินนนนไม่ไหวแล้ววววแสบกันจริงๆ-///-💓
    #238
    0
  6. #235 Aee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:16

    รอติดตามเสมอนะคะ <3

    #235
    0
  7. วันที่ 6 มกราคม 2562 / 08:59
    คงไม่เอาความโกรธไปลงกับแบมนะพี่มาร์ค...
    #234
    0
  8. #233 jiab155 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 00:04
    โอ้ย......แจ๊คให้ไวค่ะ. เมียจะโดนสอยไปแล้ววววววว
    #233
    0
  9. #232 Paysage (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:44
    สงสารมาร์คนะ แต่นายเคยรังแกยองแจ และตอนนี้นายกำลังทำร้ายความรู้สึกของแบมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องของคนที่แอบรักนะ

    ถ้าคนมันไม่รัก ยังไงมันก็ไม่รักอะ ยอมตัดใจแล้วลองมองหาคนดีๆสักคนเถอะ คนที่นายรักสุดหัวใจ อาจจะเป็นคนที่นายทำร้ายความรู้สึกก็ได้นะมาร์ค

    ฮื่ออออออ ชอบยองแจอะ เขินแบบไม่รู้ทางนั้นมีกระจก พิแจ็คก็หืมมม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่รู้รึเปล่าาา ขอบคุณที่ยังปกป้องตอนท้ายนะ เราหวงลูกเรา
    #232
    0
  10. #231 aruxfics (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:37
    โอ้ยยยย ชอบคู่ยองแจแจ็คสันจริงๆ
    พี่มาร์คค ใจเย็นก่อน!!
    #231
    0
  11. #230 benz997 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:11

    ต่อเร็วๆนะ
    #230
    0
  12. #229 katae0306 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 20:29
    โอ้ยยน่ารัก
    #229
    0
  13. #228 aommknj (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 20:21
    เป็นคู่ที่สมน้ำสมเนื้อกันจริงๆ
    #228
    0
  14. #227 piyadasingkaeo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 20:02
    555โครตขำยองแจยิ้มให้กระจกคนเค้าเห็นกันหมดแล้วยัยแตงเอ้ยย555
    #227
    0