อสรพิษที่รัก - นิยาย อสรพิษที่รัก : Dek-D.com - Writer
×

อสรพิษที่รัก

ผู้เข้าชมรวม

79

ผู้เข้าชมเดือนนี้

9

ผู้เข้าชมรวม


79

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนตอน : 1 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  9 ต.ค. 66 / 13:04 น.

อีบุ๊กจากนิยาย ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...
ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ

 

อสรพิษ..ที่รัก

 

ตอนที่ 1...จุดจบ แมลงนา…

 

“ฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดีนะ..จงอยู่ให้ไกลผู้ชายจอมรีดไถคนนั้น ไม่งั้นชีวิตนี้ของเธอจะพังเหมือนฉัน..ชีวิตที่ดีของเธอจะต้องติดลบจนแทบจะไม่เหลืออะไรเลย..ต่อไปนี้ก็แล้วแต่เธอจะตัดสินใจเองแล้วนะ”

..เสียงเตือนหนึ่งดังขึ้นจากผู้หญิงสาวผิวพรรณดีดูมีการศึกษา...แต่กลับมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด..มาปรากฏกายให้คำเตือนแก่หญิงสาวที่เพิ่งมีโอกาสได้รู้จักและสนิทกับชายหนุ่มในเครื่องแบบคนเดียวกันกับเธอกำลังคบหาอยู่ นายประทวนหน้าตาดีที่ขึ้นชื่อในการหลอกใช้สาวๆ  ให้หาเงินมาส่งเสียให้ตัวเองใช้จ่ายเพื่อได้อวดความมั่งมีแบบจอมปลอมหวังสร้างภาพเพื่อไว้หลอกล่อเหยื่อรายต่อไปที่ที่หลงเข้ามาแบบไม่ทันระวังตัว...

“ขอบคุณในความหวังดีค่ะ” หญิงสาวตอบรับไปโดยแทบไม่ได้แยแสหรือใส่ใจในคำเตือนนั้นเลย..แล้วภาพของเหตุการณ์เก่าๆ ก็เริ่มผุดขึ้นมา..เมื่อครั้งแรกที่พบเจอและคบหากับชายหนุ่มดูดีในเครื่องแบบรายนั้นและทำให้เธอก็ได้หลงงมงายแบบหัวปักหัวปำจนเธอเองยอมทำตามคำแนะนำแทบทุกอย่างที่กระทาหนุ่มนายนั้นขอให้เธอทำเพื่อให้ได้เงินมาส่งเสียให้กับเขาถึงแม้บางครั้งคำแนะนำที่ให้เธอต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงิน..เธอก็ยอมเพื่อหวังจะดึงรั้งชายหนุ่มให้อยู่กับตนให้ได้นานที่สุด แม้จะพอรู้บ้างในส่วนลึกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มนั้นต้องการที่แท้จริงมิใช่ตัวและใจของเธอแต่มันคือ..เงิน!!เท่านั้น

..ครั้นเวลาผ่านไปการที่หญิงสาวถูกหนุ่มคนรักบังคับให้ไปบริการพิเศษให้กับคนมีฐานะก็เริ่มเป็นข้อตกลงหนึ่งคล้ายภาคบังคับทำให้หญิงสาวเริ่มจะรับไม่ได้กับความละโมบโลภมากและการให้ความสำคัญต่อเงินตรามากกว่าความเป็นคนของเธอ ...จึงทำให้หญิงสาวค่อยๆ กระจ่างแก่ใจว่าภายใต้รูปร่างหน้าตาและเครื่องแต่งกายประกอบอาชีพที่ดูดีของชายผู้นั้นกลับไม่ได้บ่งบอกธาตุแท้ของผู้สวมใส่..ที่มีความเป็นอยู่ที่ไม่ต่างไปจากแมลงท้องนาบางจำพวกที่มักจะขี่อาศัยอยู่บนหลังเพศเมียยามออกหากินในช่วงเวลากลางคืนเลย..

..หญิงสาวค่อนข้างจะสับสนและพยายามทำความเข้าใจถึงเป้าหมายตัวเองอยู่บ่อยครั้ง..ขณะที่ตั้งใจและพยายามจะแสดงความเร่าร้อนยั่วยวนสุดขีด เพื่อหวังให้โดดเด่นกว่าใครในกลุ่มของเธอทั้งหน้าตาและรูปร่างที่โดดเด่นพริ้วไหวอยู่บนเวทีเพื่อทำให้ชายหนุ่มทั่วไปที่ได้พบเห็นคลั่งไคล้ใจสั่นสะท้านและอยากจะทำความรู้จักกับเธอแบบเป็นการส่วนตัวเนื่อง.. โดยทั้งหมดไม่เคยคำนึงถึงจิตใจของเธอภายในที่สุดแสนจะเศร้าหมองกับภาระกิจหวังสร้างรายได้ให้คนที่เธอรักได้ประทับใจและออกไปฟุ้งเฟ้ออย่างที่เขาต้องการ..เพื่อรักษาสถานภาพความรักเทียมๆ นั้นว่าเธอยังมีความสุขดีเหมือนหลอกตัวเองไปวันๆ...

 

 “ขอบคุณมากค่ะ..” เธอพยายามรักษาไมตรีโดยการรับกระดาษเล็กๆ ที่มีหมายเลขติดต่อกลับเหล่านั้นไว้ด้วยความจำใจ..ทั้งที่ไม่เคยมีจิตใจที่ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคคลแปลกหน้าเหล่านั้นด้วยใจเลย..

“ไอ้เสี่ยสายเปย์..หนีเมียมาเที่ยวใครๆ ก็อยากจะได้ตังค์ของมัน..ถ้าทนหน้าเน่าๆ พร้อมกลิ่นปากที่เหม็นรุนแรงแบบฆ่าคนได้ของมันไหวมันก็พร้อมจะทุ่มไม่อั้นนะโว้ย” เสียงสาวเพื่อนร่วมวงแด๊นเซอร์พูดเหมือนจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน..

..หญิงสาวฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้งอย่างไม่แยแส..

“พอกันที!!..ฉันคิดว่ามันสมควรจะจบได้แล้ว”  หญิงสาวเริ่มร้องไห้กับสภาพของตัวเองหลังสบถออกมา เมื่อเธอเริ่มนึกเห็นภาพของชายหนุ่มคนสนิทที่แต่งเครื่องแบบเต็มยศกำลังแอบไปนั่งฉลองกับหญิงอื่นให้เห็นทั้งๆ ขณะที่หลอกใช้เธอให้ต้องเอาตัวเข้าแลกมากับรายได้ที่เขาใช้จ่ายไปกับอาหารมื้อนั้นสำหรับพวกเขาทั้งสองคน เหมือนช่วยชายหนุ่มผู้เลวทรามคนนั้นออกหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายไปทั่ว..

 “แกดูเครียดมากเลยนะ” เพื่อนถาม

... หญิงสาวไม่ตอบพลางยกเครื่องดื่มผสมสารมึนเมาซดลงคออย่างต้องการจะให้ลืมเรื่องราวร้ายๆ ในชีวิต..

“วันนี้แกเป็นอะไร..ว่ะ” เพื่อนอีกคนถาม..

“ฉันเบื่อที่เป็นคนที่โดนหลอกใช้” ..

            “รู้สึกตัวได้ก็ดี...ฉันน่ะ แอบสงสารแกมานานแล้วแต่ไม่กล้าพูด..เพราะเห็นแกปลื้มเขาจนไม่ฟังใคร...”

            ...หญิงสาวนั่งเงียบขณะยกดื่มเครื่องดื่มนั้นอย่างต่อเนื่องอยู่ด้านหลังเวที

.. ทำให้เพื่อนๆ เริ่มนึกย้อนไปถึงเรื่องที่หญิงสาวเคยเล่าให้ฟังเมื่อแรกรู้จักกับหนุ่มในเครื่องแบบที่ดูมีความสุขแบบออกจะเกินหน้าเกินตากว่าใครกับอาการคล้ายคนโง่พยายามอวดแฟนหล่อของตน เพราะเธอเหมือนจะไม่เคยได้รับความรักที่แท้จริงตอบแทนคืนจากคนที่เธอพยายามอวดอ้างนั้นแม้แต่น้อย  เพื่อนๆ จะเห็นแต่ความทุ่มเทที่หญิงสาวพยายามประเคนให้กับชายหนุ่มอยู่ข้างเดียว ส่วนชายหนุ่มคนนั้นก็ยังคงหลอกใช้และสวมเขาให้เธออยู่ตลอดเวลา..

“อย่าท้อแท้นะแก..ทั้งสวยและรูปร่างก็ดี..ขอภาวนาให้แกหลุดพ้นจากบ่อแห่งความโชคร้ายและได้โชคดีได้เจอคนดีๆ ที่รักจริงหวังแต่งจะได้มีครอบครัวที่มีความสุขแบบไม่ต้องหลอกตัวเองได้ในสักวัน..ถ้าจะเริ่มต้นใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่นับว่าสายไป..เพราะอายุแกก็ยังไม่เท่าไหร่” เพื่อนๆ พยายามพูดเป็นกำลังใจด้วยสีหน้าที่มีความหวังว่าเพื่อนจะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์ในยุคที่ความรักกลายเป็นธุระกิจที่หวังสร้างเงินก้อนโตจากคนโง่ที่ยังหลงบูชาความรักแท้บนสังคมฉาบฉวยอย่างทุกวันนี้..

“ไม่ต้องโทษใครหรอกนะ..เป็นเพราะแกไม่ยอมปล่อยมือจากเขาเอง.. ยอมโง่ให้เขาหลอกใช้ทั้งที่รู้ตัว..กับโอกาสที่หวังว่าสักวันเขาจะสำนึกเกิดใจอ่อนคิดกลับตัวกลับใจและเห็นความดีของแกใช่ไหม..โถ นางเอก” เพื่อนกระเทยส่ายหัว

“ร้อยทั้งร้อย..ไม่มีทางสำนึกได้ ขอเอาหน้าอกปลอมๆ ของฉันเป็นประกัน”

“คนสวยก็มักเป็นเยี่ยงนี้..คนสวยๆ ส่วนใหญ่มักจะอาภัพเรื่องความรัก..เหมือนฉันไง” กระเทยอ้วนจีบปากจีบคอพูดขณะเก็บกองเสื้อผ้าของโชว์ให้เข้าที่

“นี่..เจ๊อ้วน คนสายตาไม่ดีก็ยังแทบได้กลิ่นความอัปลักษณ์ของเจ๊เลย..พูดอะไรสงสารคนฟังบ้างนะ”

“เค้าเรียกว่า..ความงามแบบฝังในมันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างหากโว้ย..อีกระเทยเปรต!!” กระเทยอ้วนตะเบ็งเสียงหนา

“ความงามแบบฝังใน..น่าจะฝังทั้งตัวนะ เอาแบบว่า..ฝังลงไปทั้งเป็นเลยยิ่งดี..”

“ฝังพร้อมกะเมิง..ไง อีเอี้ย!!”

“ดาราสวยๆ หลายคนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จด้านความรักกันก็มี..นับประสาอะไรกับปลาจวดอย่างพวกเราจริงไหม” เพื่อนๆ ต่างรีบหันหน้ากันไปทางอื่นทำเหมือนไม่ได้ยินความเห็นที่เหมือนลอบตำหนิเพื่อนในวงสนทนาแบบกลายๆ ..กระเทยผอมหน้าปรุแก้เก้อรีบเปลี่ยนเรื่องพร้อมหยิบกระจกขึ้นมาส่องดูลิปสติกที่แดงสดที่เพิ่งขโมยมาจากแด๊นซ์เซอร์ขี้ลืม..หลังจากมองหาเพื่อนที่จะสนับสนุนคำพูดของตนไม่ได้

“ใครจะโชคดีเท่าอีแหล่..ตาเขแต่เสือกได้ผัวดีไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยว ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ วันๆ ทำงานแต่ในไร่ในสวนของตัวเอง..” กระเทยอ้วนพูดกระเซ้าถึงหลานสาวของกระเทยผอมผู้โชคดีได้สามีเป็นชาวต่างชาติผู้ชื่นชอบธรรมชาติชอบความสมถะและรักครอบครัว..

“คนเราทำบุญมาไม่เท่ากันโว้ย” กระเทยผอมเสริม

“..สังเกตไหมผู้หญิ่งเก่งๆ มักจะอาภัพเรื่องความรัก..อาจเป็นเพราะเขาเก่งเลยไม่ง้อผู้ชายใช่ม่ะ ส่วนพวกเมียน้อยหน้าโง่ๆ ทำงานไม่เป็นเอาแต่หัวเราะคริ..ๆ คอยปรนนิบัติตามใจคุณสามีกลับเสือกได้ดีเยอะแยะ..เพราะบรรดาคุณสามีมักจะห่วงใยว่าถ้าเกิดทิ้งบรรดาเมียน้อยหน้าโง่ๆ พวกนั้นไปก็คงจะอดตายแน่เพราะดูเหมือนจะทำห่าอะไรกันไม่เป็นนอกจากตั้งวงรำพัดกัน” กระเทยอ้วนตั้งข้อสังเกต

“สรุป..คุณสามีเลยทิ้งเมียหลวงซ๊ะงั้น”  กระเทยผอมช่วยสรุป

“ใช่..เพราะเมียหลวงเก่งเอาตัวรอดได้งัยล่ะ.. เลยได้กอดใบทะเบียนสมรสเป็นรางวัล” 

“ว้ายงั้นยอมเป็นเมียน้อย..แพ้แล้วได้กอดผัวตัวเป็นๆ นะคร้า” กระเทยผอมส่งจูบคล้ายนางงาม

“ฉะนั้น..ถ้าแกอยากสบายก็จงอย่าอวดเก่ง บางครั้งแกต้องแสร้งทำเป็นพวกไร้สมองตามไม่ทันผัวเสียบ้าง..แล้วพอผัวทิ้งเงินก่อนลับตาไปเราค่อยแอบตั้งวงลับสมองกับพวกเมียหลวงข้างห้องกันต่อ..ฮ่า ฮ่า..ๆๆ” กระเทยอ้วนแนะนำขึ้น

 

“เป็นไงบ้าง..วันนี้..” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นปลายสายเป็นหนุ่มประทวนรายนั้นโทร.มาทักทายหญิงสาวเหมือนรู้ว่าตัวเองกำลังถูกนินทา

“ก็เรื่อยๆ” หญิงสาวตอบห้วนๆ..เหมือนจะเริ่มไร้สติด้วยฤทธิ์เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอร์

“เออ...แม่พี่ไม่สบายอีกแล้ว..ช่วยส่งเงินมาพาแม่ไปหาหมอหน่อยสิ”

“นี่มันอะไรกัน..โทร.มาไม่เคยพ้นเรื่องขอเงิน!!เห๊อะ..เห็นฉันเป็นแม่วัวแม่ควายของประเทศนี้หรือไง..จ้องแต่จะมารีดมาไถกัน อาชีพของฉันนั้นมันหาเงินได้ง่ายนักหรือไง”  หญิงสาวเริ่มพูดด้วยอาการโกรธเคืองร่วมกับอาการมึนเมาเล็กน้อย

“วันนี้เธอเป็นอะไรของเธอ..เดี๋ยวจะไปรับก็แล้วกัน” หนุ่มประทวนรีบแก้ปัญหาเพราะกลัวจะเสียงานใหญ่

“ไม่ต้องมา !!เพราะคืนนี้จะไปกับพวกเสี่ย.พวกที่มีเงินหนาๆ อย่างที่เธอสั่งไว้ไงเสร็จงานจะได้แบกเอาเงินที่ชุ่มไปด้วยน้ำรักของฉันไปโยนใส่หน้าของเธอ”

 “ฮ่า..ๆ..ๆ ช่วงนี้พี่ขอรบกวนหน่อยนะ เพราะลำพังเงินเดือนพี่มันน้อย หนี้สินที่บ้านก็มีเยอะแถมต้องจ่ายเงินกู้สหกรณ์เดือนนึงเหลือให้ได้ใช้แค่ไม่กี่บาท” ชายหนุ่มพยายามแก้ตัวให้ดูดี

“ขอให้สมพรปากนะ..ขอให้จนแบบนี้ไปตลอดอย่าได้ผุดได้เกิด” หญิงสาวกระดกเครื่องดื่มจนหมด

“ถามจริงๆ ทำไม..ไม่คิดจะไปขอรับบริจาคเศษเงินจากคนหน้าหวานแต่งตัวดูแพงที่พากันไปกินข้าวกันสองต่อสอง..พวกนั้นดูบ้างเหรอ” หญิงสาวพูดขณะอารมณ์เสีย..เมื่อครั้นนึกเห็นภาพหนุ่มคนรักแต่งชุดเครื่องแบบเต็มยศไปนั่งคั่วอยู่กับสาวคนอื่นสองต่อสองอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องพยายามปิดบังใคร..ขณะที่เธอเองต้องถูกบังคับให้เอาร่างกายไปแลกเงินมาบำรุงบำเรอแก่เขา..อย่างไม่ละอายใจ.

“คิดมากน่ะ..คนนั้นกิ๊กของเจ้านาย อย่าคิดมากเลย .....อดทนนิดนึงนะถ้าวันหน้ามีก็จะเอามาคืนให้อยู่หรอก..พี่ก็แค่ลองใจขอยืมดูเท่านั้นล่ะ..ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร..แต่ถ้าใครให้ก็ดี..ก็จะจำไว้ว่าเขารักพี่จริงๆ” ชายหนุ่มยังแถ

“ขอร้อง!! ต่อไปนี้..ไม่ต้องมาทดสอบลองใจฉันคนนี้..อีกแล้วเพราะตอนนี้ฉันอยากจะอ้วกกับความตอแหลของคนบางคนเป็นที่สุด..ฉันจะทำเพื่อตัวเองบ้าง..โตแล้วหวังว่าคงจะเข้าใจ จบกันนะ”

“จะให้จบกันจริงๆ ก็คงต้องขอค่าชดเชยกันบ้างนะ ปล่อยกันแบบง่ายๆ..คงไม่ได้”

“เหอะ!!..ถุยส์ ..อ้างแต่แม่ที่ไม่เคยไปเหลียวแล” หญิงสาวสบถขณะกำลังตัดสายสนทนานั้นไปทันทีพร้อมทั้งกดบล้อกหมายเลขเจ้าปัญหานั้นเพื่อไม่ให้สามารถติดต่อกันได้อีก

“ต๊ายยย..แรง นะเธอ ไม่กลัวมันดักมาทำร้าย..เหรอ”

“ทุกวันนี้..มันยังไม่ทำร้ายฉันหรือไง!! ต้องขาย..เพื่อแลกเงินมาให้มันใช้อยู่ทุกวันนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว จะตายจริงได้ก็คงน่าจะดีกว่า..ต้องมาทนอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นแบบนี้”

“มันไม่โง่..หรอก หาเงินให้มันได้ใช้เป็นกอบเป็นกำขนาดนี้..มันจะฆ่าทำไม มีแต่มันจะมาแกล้งปั้นหน้าออดอ้อนซ๊ะมากกว่า”

“ขอทานในเครื่องแบบ..ชัดๆ” หญิงสาวสบถพร้อมเติมเครื่องดื่มเย็นๆ ลงคออย่างต่อเนื่องหวังเพื่อให้ลืมเรื่องเฮงซวยที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะด้วยความรั้นที่เธอเองไม่ยอมรับฟังคำเตือนใดๆ จากหญิงสาวเคราะห์ร้ายคนก่อนหน้าที่พยายามเตือนเธอแต่เธอกลับเข้าใจเจตนาพวกเธอเหล่านั้นไปในทางที่ผิด

 

..อันที่จริงแล้ว ที่ผ่านมาหญิงสาวได้แสดงออกชัดเจนว่ารักชายหนุ่มในเครื่องแบบนี้สุดหัวใจ อาจจะเพราะความเชื่อเดิมๆ ด้วยคำโฆษณาถึงความดีงามถึงการมีความรับผิดชอบสูงของคนในเครื่องแบบในสมัยก่อนที่คนโบราณเล่าต่อๆ กันมา....ซึ่งมันไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใดสำหรับหญิงสาวที่ไม่เคยได้รับการปฏิบัติดังเช่นคำร่ำลือดีๆ เหล่านั้นเลยสักอย่างเดียว..ซ้ำร้ายดูเหมือนทุกอย่างที่เธอได้รับยังกลับตรงกันข้ามกันทั้งหมดแม้เธอจะได้พยายามทุ่มเทอย่างสุดกำลังทุกวิถีทางที่จะดึงรั้งชายหนุ่มคนรักไว้ให้อยู่กับเธอในแทบทุกวิถีทางแม้กระทั่งกายยอมพลีกายให้ชายอื่นเพื่อหวังแลกกับเงินหรือยอมเป็นหนี้สินโดยการกู้ยืมบุคคลอื่นๆ มาปรนเปรอให้กับชายโฉดนี้อยู่เสมอแต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคืนมากลับมีแต่เรื่องให้เจ็บช้ำน้ำใจเสมอมา...  ในเมื่อเงินสำคัญกว่าตัวเธอจึงไม่มีประโยชน์อีกต่อไปที่เธอจะต้องยื้อความสัมพันธ์อันไม่มีวันมีความสุขระหว่างเธอกับเขาอีกต่อไป สุดท้ายหญิงสาวจึงเลือกที่จะหยาบคายและปล่อยเขาไปตามหนทางที่เขาถนัดไปในที่สุด..... แต่ก็ดูเหมือนว่าสัตว์ร้ายตัวนั้นก็ยังคงคอยตามติดหลอกหลอนรังควานอย่างต่อเนื่องเพราะยังไม่อยากเสียรายได้ง่ายๆ และอาจจะยังพอมีหนทางหลอกใช้พวกบรรดาแมงเม่าหัวอ่อนที่เมารักหลงบินมาติดกับที่เขาวางล่อไว้..

..หญิงสาวพยายามเก็บเอาความคับแค้นใจที่ถูกคนรักหลอกลวงหักหลังมาเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเองในเวลาต่อมา...และคิดว่าการแก้แค้นที่ดีทีสุดก็คือ การทำตัวเองให้ประสบความสำเร็จ ..โดยหวังว่าสักวันเมื่อตนเองประสบความสำเร็จในชีวิตมีเงินทองและทรัพย์สินมากมายไว้ในครอบครองคงก็จะทำให้ชายที่ตนเคยรักสำนึกและต้องเสียดายเธอ..ซมซานกลับมากราบกรานเธอเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ เพื่อขอโอกาส..โดยหมายจะให้เป็นการลงโทษคนที่ไม่รู้จักพอให้อยู่ในสภาพจนตรอกและได้สำนึกที่เลือกทางที่ผิดและไม่มีความสามารถในการจำแนกความเป็นเพชรในตัวคนว่ามีทั้งแท้และเทียม....โดยที่เขาจะไม่มีโอกาสเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ จากตนเพิ่มได้อีกในวันข้างหน้า..

 

 

...ตลาดสด..

“มาช่วยแม่ค้าซื้อหน่อยเร็ว” แม่ค้าตลาดนั่งกวักมือร้องเรียกลูกค้า

“ขายยังไงแม่”

“กระจาดละ 20 / 3 กระจาด 50 จร้า”

“อุ๊ปส์..ขอโทษ” ชายหนุ่มแปลกหน้ากล่าวขอโทษขณะเอื้อมมือไปหยิบโดนกระจาดเห็ดเดียวกันกับหญิงสาว

..ทำให้คนแปลกหน้าทั้งสองได้มีโอกาสสบตากันอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก...

“เชิญครับ” ชายหนุ่มเปิดโอกาสให้หญิงสาวเลือกสินค้าก่อนอย่างสุภาพ

หญิงสาวหันไปหยิบสินค้าแบบนิ่งเฉยและไม่พูดอะไรพร้อมยื่นให้แม่ค้าเพื่อชำระเงิน

“อยากจะทานต้มเห็ดเหมือนกันสิครับวันนี้” ชายหนุ่มชวนคุยแก้เขิน..

“ใช่ค่ะ”..หญิงสาวตอบกลับแบบไม่ให้เสียมารยาทและเหมือนไม่อยากจะสนใจในตัวของชายหนุ่มสำอางค์คนนั้นมากนัก...

... แต่ชายหนุ่มกลับตั้งใจจะเข้าไปกระเซ้าแกล้งหญิงสาวที่ดูโดดเด่นกว่าใครในตลาดตั้งแต่แรกเห็น....แต่เหมือนว่าหญิงสาวกลับไม่ให้ราคากับท่าทางที่เป็นมิตรนั้น อาจเนื่องจากลักษณะของชายหนุ่มที่ดูดีแบบธรรมดาบ้านๆ คงจะไม่สามารถช่วยทำความฝันของหญิงสาวในการแก้แค้นคนรักของเธอเป็นจริงขึ้นมาได้ และเธอเองก็ยังไม่อยากให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในเบื้องหลังของเธอต้องมารับเคราะห์ไปด้วยหากคิดจะมาสนิทกับเธอ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการโดนรีดไถไปด้วย 

 

...ขณะเดินวนเวียนกันอยู่ภายในตลาดเหมือนกำลังมองหาเครื่องปรุงอื่นๆ เพิ่มเติ่มก็เกือบจะเดินชนกันเข้าอีกครั้งของคนทั้งคู่จนทำให้หญิงสาวเริ่มขบขำในท่าทางของคนที่เหมือนจะไม่เคยเดินซื้อของในตลาดสดมาก่อน

“..เจอกันอีกแล้วครับ”  ชายหนุ่มร้องขึ้นขณะยืนเลือกปลาช่อนที่ชำแหละสำเร็จแล้ววางเป็นจานๆ

“..เอาจานเล็ก” 

“กินน้อยแท้”

“อยู่สองคนกับพ่อ”

“งั้นสิ”

“งั้น!!ผมก็เอาจานเล็ก เพราะอยู่กับแม่แค่สองคนเหมือนกัน”  ชายหนุ่มแกล้งหมายเลียนแบบหญิงสาว..ทำให้ทั้งคู่หันมองหน้ากันอีกครั้งพร้อมต่างพากันอมยิ้มเล็กๆ..

 

“นี่คุณตั้งใจจะมาก่อกวนฉันหรือไง”

“ก็ไม่เชิง คือผมเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่แค่อยากจะได้เพื่อนในพื้นที่ไว้คอยแนะนำกันบ้างแค่นั้น”

“แล้วย้ายมาจากที่ไหนล่ะ”

“กทม.ครับ..”

“แล้วจะให้แนะนำเรื่องอะไรบ้างล่ะ” หญิงสาวพูดห้วนๆ เหมือนยังลังเลที่จะสนิทสนมกับชายต่างถิ่นที่เพิ่งจะพบเจอกัน

“เริ่มแรกอยากรบกวนให้น้องสาวช่วยสอนให้พี่ทำต้มเห็ดใส่ปลาช่อนนี่ล่ะ”

…หญิงสาวจึงพยายามอธิบายกรรมวิธีปรุงอาหารแบบคร่าวๆ แต่กลับถูกชายหนุ่มตั้งคำถามกลับมากมาย...

“ขอตามไปดูวิธีการปรุงได้ไหม..บังเอิญวันนี้พี่ว่าง”

“พ่อของน้องดุมาก..นะ”

“ไม่กลัว”

“งั้นก็..ตามใจ”

            ..หญิงสาวเริ่มชอบในความทะเล้นและเป็นมิตรของชายหนุ่ม..จึงพยายามเริ่มเป็นเจ้าบ้านที่ดีโดยไม่อยากเสียมารยาทต่อแขกผู้มาเยือน..

 “..มีแฟนหรือยังครับเนี่ย!?!”

“เพิ่งเลิกกัน”

“งั้น...ขอเพิ่มเป็นเพื่อนสักคนนะ”

“แค่เพื่อนกันนะ บอกตรงๆ ตอนนี้ยังเข็ดอยู่”

“โอ..เคร..ๆ..”

..และแล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆ พากันเดินพูดคุยกันถึงความเป็นมาที่ต้องมาทำงานต่างถิ่นของชายหนุ่ม..จนกระทั่งทั้งคู่ก็มาถึงที่พักของหญิงสาว...

“พ่อ...ข้อยพาผู้บ่าวมาให้พ่อเบิ่งเด้อ ...ฮ่า..ๆ..” หญิงสาวส่งเสียงหยอกล้อบิดาขณะกำลังเปิดประตูเข้าบ้าน

“ผู้บ่าวบ้านใด๋ล่ะ”

“เพิ่นเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่”

“ยังบ่ได้แต่งงานสิ”

“จะแต่งกะข้อยนี่ล่ะ..ฮ่า ๆ” ผู้เป็นลูกสาวหยอกล้อกับบิดา ขณะกำลังเตรียมจะประกอบอาหาร

“แม่นบ่.. ฮ่า..ฮ่า” เสียงบิดาหัวเราะเมื่อเห็นมีชายหนุ่มรูปร่างดูดีติดตามลูกสาวตนมาถึงบ้าน

...ชายหนุ่มเดินอมยิ้มไปนั่งสนทนากับชายสูงวัยโดยทิ้งภาระการทำอาหารทั้งหมดให้กับหญิงสาวเพียงลำพังภายในครัว

“ผมเป็นครูมาบรรจุใหม่เดิมเป็นคนภาคกลางครับ พอดีว่างๆ เลยออกมาเดินเล่นที่ตลาดสดแล้วได้เจอกับลูกสาวคนสวยของพ่อพอดี”  ชายหนุ่มอธิบาย

“อ่อ..อย่างนั้นหรือ ดีๆ..รู้จักกันไว้ไม่เสียหายหรอกลูก ลุงเองก็อยู่กับลูกสาวคนเล็กนี้แค่สองคนส่วนลูกคนอื่นๆ แต่งงานแยกย้ายไปกันหมดแล้ว..ส่วนเจ้าคนเล็กนี้พอมีงานเขาก็จะไปรับจ้างเป็นแดนซ์เซอร์เป็นบางครั้ง..เขาชอบเต้นมาแต่เล็กแต่น้อยน่ะ”

“มิน่า..รูปร่างดีเชียว”

“ถ้าขาดเหลืออะไรก็มาบอกกล่าวกันนะ” บิดาหญิงสาวปูทางสร้างสัมพันธ์ที่ดี

“ได้ครับ ..โชคดีที่โรงเรียนก็อยู่ไม่ไกลเท่าไร..จะพยายามมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ ครับ” 

...ขณะที่หญิงสาวส่งเสียงโยนอุปกรณ์เครื่องครัวกระทบกันดังไปมาอยู่ในครัว..

“ถ้าอยากเรียนทำกับข้าวก็ให้มาเบิ่งเด้อ” หญิงสาวร้องขึ้น

“ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” ชายหนุ่มผละจากชายสูงอายุเพื่อไปช่วยงานหญิงสาวในครัว

 “วันนี้พี่จะขอนุญาตทานข้าวอยู่ที่นี่ด้วยคนได้ไหม”

“อ้าว..แล้วที่ว่าจะเอาอาหารไปฝากคุณแม่ล่ะ” หญิงสาวแปลกใจ

“พี่แกล้งหยอกเล่นน่ะ..พี่มาทำงานคนเดียวที่นี่ส่วนแม่พี่ยังอยู่กรุงเทพฯ..ไม่ได้มาด้วยหรอก”

“อุตส่าห์รีบเร่งมือปรุงให้กลัวแม่จะรอนาน..เลยไม่รู้ลืมใส่อะไรหรือเปล่า”

…ชายหนุ่มใจร้อนรีบตักอาหารขึ้นมาชิม..

“โอ้โห..อร่อยมากจริงๆ ขนาดใส่ยังไม่ครบนะเนี่ย..แบบนี้คงต้องแวะมารบกวนที่นี่บ่อยๆ”

“ขอบคุณค่ะที่ชม” หญิงสาวเริ่มนึกเปรียบเทียบคนที่เธอรักและพยายามทุ่มเทกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งพบเจอช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

..ขณะที่ทั้งสามคนก็นั่งทานข้าวกันอย่างมีความสุขอยู่นั้น…พลันไม่รอดพ้นสายตาของอมนุษย์ในเครื่องแบบรายนั้นที่กำลังจับจ้องด้วยสายตาเข้าไปเหมือนจะเริ่มวางแผนเพื่อจะหาผลประโยชน์จากคนทั้งสามคนนั้นที่ยังไม่รู้ตัว..ทันที

 

“พี่ระวัง.!!..คน ขับรถอยู่หันไปมองอะไรล่ะพี่” หญิงสาวท้องตั้งครรภ์อ่อนๆ ตะโกนเตือนสามีตนเองขณะขับรถแฉลบข้างทางจนเกือบเฉี่ยวชนโดนชายหนุ่มที่เพิ่งจะทานข้าวเสร็จจากบ้านหลังนั้น..จนทำให้หญิงสาวรีบวิ่งออกมาดูสถานการณ์ทันที

“เป็นอะไรไหมครู”

“ไม่เป็นอะไรพอดีหลบทัน..สงสัยคนขับรถคันนั้นคงจะเมารถถึงได้แฉลบเข้ามาเกือบถึงทางเดินเท้า”

..ซึ่งสีรถและรูปทรงรถคันก่อเหตุนั้นมันช่างคุ้นตาอย่างมากสำหรับหญิงสาวที่เริ่มเป็นกังวล..

 

            ..เวลาผ่านไปร่วมเดือน..

“พักนี้ทำไมแกดูมีความสุขจังว่ะ” เพื่อนสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนแอบยิ้มเล็กยิ้มน้อยหลังได้คุยโทรศัพท์

“อินเลิฟ..อารมณ์มักจะประมาณนี้ล่ะ” กระเทยอ้วนดูอาการออก

“กลับไปคบหากับคนในเครื่องแบบอีกหรือเปล่าล่ะ..เดี๋ยวก็เจอลอกคราบอีกหรอก” กระเทยผอมแซวขณะกำลังตัดแต่งเล็บให้เพื่อน

“สวรรค์มีให้ไปแต่เลือกจะไปลงนรกอีก..ก็คงจะไม่มีใครช่วยได้อีกแล้วนะแตน ทุกวันนี้คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจเห็นมีหน้าตาและงานการดีๆ ที่ไหนได้แอบมีอาชีพเสริมเป็นแมลงนา” 

“สงสารสาวๆ ที่หลงกลเสียทั้งตัวเสียทั้งเงิน..ไม่รู้โดนหลอกกันมากี่คนแล้ว..บรรดาแมงเม่าบินเข้ากองไฟ”

“เลิกซ้ำเติมกันได้แล้ว..เพราะคนอย่างฉันสาบานว่าคงจะไม่กลับไปลงนรกขุมมืดดำนั้นอีกแล้ว และอาจจะเปิดตัวแฟนใหม่เร็วๆ นี้ก็ได้” หญิงสาวโพล่งออกมา       

“เธอนี่มันร้ายกาจ..หาชายคนใหม่ได้ว่องไวปานสายฟ้าฟาด”

 “แค่กำลังมีความคิดว่าฉันมีตำหนิ..คงอาจจะไม่เหมาะกับคนดีที่จะเข้ามา” หญิงสาวพูดเปรยเบาๆ 

“ทำไมว่ะ..พวกเรามันบกพร่องมากนักหรือ”

“งั้น!!กรูถามหน่อยว่ามึงน่ะเรียนจบไหม”

“ไม่จบ”

“อาชีพมึงแน่นอนเป็นหลักแหล่งไหม”

“ไม่แน่..ไม่นอน”

“แล้วรายได้มึงพอใช้จ่าย..เดือนๆ พอจะมีเหลือบ้างไหม”

“ไม่มี...โอ้ยยย!!”

“งั้นก็!!จบข่าว..มึงรอได้แค่หวยรางวัลที่หนึ่งหรือไม่ก็รอตกถังข้าวสารหรือไม่ก็รอกระสุนลูกหลงจากเมียหลวง..ได้แค่นั้น”

“เฮ้อ!!แต่ถ้าเขาชอบมึงจริงๆ..ก็ลองให้โอกาสเขาดูหน่อยเหมือนกับให้โอกาสตัวมึงเองด้วยเผื่อชีวิตอาจจะดีขึ้น ”

“รอ..ให้ทุกอย่างมันชัดเจนว่าเขาคิดจะเลือกฉันจริงๆ แล้วฉัน...จะค่อยปรับตัวอีกทีแต่ตอนนี้บอกตรงๆ ยังเข็ดอยู่”

“ยังไงแล้วมันก็คงไม่เลวร้ายไปกว่าไอ้แมลงนาตัวนั้น..แน่นอน พวกเราจะเอาใจช่วยนะแตน”

..ครึ่งปีผ่านไป...ความสนิทสนมของหนุ่มสาวก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับจากการเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ จนเกิดความคุ้นเคยและไว้ใจกันและกัน....แต่จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น

 

“เป็นอะไรไปหรือคุณครู เดินหน้าซีดมาเลย” พ่อของหญิงสาวเอ่ยทักครูหนุ่ม

“อ๋อ..ไม่มีอะไรครับพ่อ พอดีมีนายประทวนนายหนึ่งมาดักขอคุยด้วย..” ชายหนุ่มหันไปใช้สายตาคาดคั้นความจริงจากหญิงสาวเจ้าของเรื่อง...หญิงสาวจึงหาที่เหมาะๆ เพื่อเล่าถึงอดีตคนรักที่ไม่หยุดรังควานที่คอยมาดักรีดไถเงินเสมอๆ...ให้กับครูหนุ่มได้ฟัง..

“แบบนี้มันคิดจะทำลายชีวิตกันชัดๆ” ครูหนุ่มเริ่มรู้สึกสงสารในชะตากรรมของหญิงสาว

..และหลังจากได้พูดคุยปรึกษากันเรื่องหาทางออกของปัญหานี้กับทางครอบครัวของหญิงสาวแล้วก็มีความคิดว่าถ้าหากยังปล่อยให้หญิงสาวคงอยู่ในพื้นที่อีกต่อไปคงจะไม่เป็นสิ่งที่ดี..ชายหนุ่มจึงเสนอทางออกให้ว่าให้ฝากหญิงสาวเพื่อไปทำงานกับแม่ของชายหนุ่มที่กรุงเทพฯ..ด้วยความเห็นดีเห็นงามของทางครอบครัวหญิงสาวที่หวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

 

“คุณแม่ครับ..ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณแม่” ชายหนุ่มรีบต่อสายพร้อมทั้งพยายามอธิบายรายละเอียดของปัญหาในการจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือครอบครัวของหญิงสาวให้พ้นจากอมนุษย์รายนั้น..

“ก็ได้นะ..เอามาฝากไว้อยู่เป็นเพื่อนกับแม่ที่นี่และให้มาช่วยแม่ทำงานบ้านไปพลางก่อนถ้ามีโอกาสจะแนะนำให้เพื่อนๆ หางานในวงการให้ทำอีกที แต่ต้องช่วยรับประกันก่อนว่าจะไม่นำปัญหาเดือดร้อนอื่นๆ มาให้แม่ภายหลังนะ” มารดาของชายหนุ่มที่เป็นหญิงหม้ายต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังกับสาวใช้รีบตอบรับคำเพื่อให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่ลูกชายเพียงคนเดียวขอไว้และยังช่วยลดความกังวลใจของชายหนุ่มที่มักจะคอยเป็นห่วงมารดาที่ต้องอาศัยอยู่เพียงลำพังจะได้มีเพื่อนไว้คุยให้อุ่นใจอีกด้วย..

…กระทั่งถึงวันเดินทาง..

“เดินทางปลอดภัยนะลูก” บิดาของหญิงสาวลูบหัวลูกสาวคนเล็กเบาๆ..เมื่อได้ทราบถึงปัญหาทุกอย่างก็ไม่อาจปฏิเสธการยื่นมือเข้ามาเพื่อช่วยเหลือของครูหนุ่มด้วยความปรารถนาดีและแถมยังมีข้อเสนอพิเศษว่าจะหาโอกาสนำพ่อของหญิงสาวไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยหลังจากที่ลูกสาวปรับตัวได้แล้ว..

 

กรุงเทพมหานคร..

“ตายแล้วเธอ..ไปคว้าเอาลูกสาวใครมาหรือจ๊ะ..หน้าตาสะสวยเชียว..ตาคมผมสวย ถ้ามีดั้งสูงอีกนิดขึ้นเวทีประกวดนางงามได้ทันทีเลย”

“นี่เธออย่ามาให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กันนะ..เด็กจะเสียใจได้”

“ฉันไม่ได้พูดแบบนี้กับทุกคน..น๊ะจ๊ะเธอ ฉันพูดเฉพาะกับคนที่พอจะมีแววเท่านั้นจ๊ะ”

“สนใจมั๊ยล่ะ.แตน..”

“สนใจค่ะ ..แต่หนูเรียนจบแค่ ม.3 เท่านั้น”

“ก็รีบไปสมัครเรียนต่อสิจ๊ะ ไม่เห็นจะยากเพราะมหาวิทยาลัยบางแห่งรับคนจบ ม.3 เข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ก็พอจะมีอยู่”

“ไหนมาขอดูตัวใกล้ๆ หน่อยสิจ๊ะ นี่เธอหุ่นดีมากๆ เลยนะแตน แขน ขา ยาวสมส่วนเข้ากับใบหน้ามากๆ”

“ฉันว่าอนาคตเธออาจจะได้พึ่งพาอาศัยน้องแตนคนนี้ก็ได้นะ..ยายมณี”

“นี่หนู..พยายามทำตัวดีๆ นะ เผื่อจะได้มงใหญ่ได้เป็นสะใภ้บ้านนี้เพราะเขามีลูกชายอยู่คนนึง”

“ทราบค่ะ”..... หญิงสาวอายหน้าแดงแม้จะรู้ความจริงว่าไม่มีทางจะเป็นไปได้เนื่องจากมารดาของฝ่ายชายได้รับทราบปัญหาของเธอมาก่อนหน้าแล้วว่าเธอเป็นบุคคลมีตำหนิแถมการศึกษาก็น้อยและที่สำคัญชายหนุ่มเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนที่คบหาดูใจกันมานานถึงเกือบ 3 ปีแล้ว..อีกด้วย

“อย่าพูดเสียงดังไป เดี๋ยวแม่ณัฐชาได้ยินจะมาแหกอกฉันได้นะ” ยายมณีพูดปรามขณะหันซ้ายหันขวาเหมือนจะมองหาเจ้าของชื่อที่เธอกำลังเอ่ยถึง

“อุปส์...ฉันขอโทษ ก็เห็นเขาคบกันมานานจนดูเหมือนจะเป็นเพื่อนกันไปแล้วเสียอีก”

“งั้น!!เปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ..เรา”

..การสนทนาสัพเพเหระก็ยังดำเนินต่อเนื่องไปจนแขกผู้มาเยือนขอลากลับ..

“อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน..พยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะแตน..อย่าท้อถอยล่ะ” ยายมณีพยายามพูดให้กำลังใจขณะเดินกลับเข้าบ้านหลังจากส่งแขกผู้เยือนกลับไป

“ขอบพระคุณมากค่ะ”

..เช้าวันรุ่งขึ้นขณะหญิงสาวกำลังจะไปจ่ายตลาด..ก็พบว่ามีหญิงสวยแต่งตัวดีท่านหนึ่งยืนชะโงกมองเข้ามาภายในตัวบ้าน

“ต้องการพบใครหรือค่ะ”

“คุณแม่มณีอยู่มั้ยจ๊ะ..นี่เธอมาอยู่ใหม่หรือไม่คุ้นหน้าเลย”

“ใช่ค่ะ”

“นี่เธอ..ถ้าเป็นผู้ชายมาเรียกหรือมีกลุ่มคนมาถามหาคนในบ้านแบบนี้..เธออย่าเพิ่งรีบเปิดประตูแบบนี้นะ..สมัยนี้โจรมันชุกชุมกว่ายุง”

“ค่ะ” หญิงสาวตอบขณะเปิดประตูให้กับเธอคนนั้นที่เดินนำลิ่วเข้าไปยังตัวบ้าน

“สวัสดีค่ะคุณแม่มณี” แฟนสาวของลูกชายหนุ่มแวะมาทักทายว่าที่แม่ยาย

“แตน..จ๊ะ ช่วยไปหาน้ำดื่มเย็นๆ มารับแขกหน่อยเร็ว”

“ค่ะ” หญิงสาวเดินเข้าครัวไปเพื่อหยิบน้ำเย็นจากตู้เย็น

“คนนี้ล่ะว่าที่ลูกสะใภ้ของบ้านนี้” แม่บ้านอธิบาย

“งั้น..คุณป้าไปจ่ายตลาดนะคะ ทางนี้หนูจะช่วยดูแลเอง” 

“ก็ได้”

....เนื่องจากยายณีกลัวว่าแฟนลูกชายจะเข้าใจผิดเรื่องที่ส่งหญิงสาวมาอยู่เป็นเพื่อนตน..จึงได้เล่าถึงเหตุผลและปัญหาของหญิงสาว..ให้กับว่าที่ลูกสะใภ้ฟังแทบจะในทันที

“โถ..น่าสงสารนะ คนสมัยนี้จะกลายเป็นสัตว์เข้าไปทุกทีๆ..เบียดเบียนแม้กระทั่งเด็กหญิงตัวเล็กๆ”

 “แต่ก่อนฉันก็อยากจะมีลูกลาว แต่ร่างกายฉันมันไม่อำนวย..ก็โชคดีได้แตนมาอยู่เป็นเพื่อนก็คิดว่าจะเลี้ยงเขาให้เหมือนลูกสาวอีกคน

“ดีค่ะคุณแม่ คิดว่าช่วยลูกนกลูกกาเอาบุญ วันหลังน้องแตนได้ดีคงไม่ลืมคุณแม่แน่ๆ เพราะดูเป็นคนมีหัวคิดและมีสัมมาคารวะ” ว่าที่สะใภ้ของบ้านพยายามใช้สายตากดดันไปทางหญิงสาวผู้มาใหม่ให้เชื่อฟังและอยู่ในโอวาทไปในท่าที

 

…นานครั้งครูหนุ่มถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง เพื่อดูความเป็นอยู่ของมารดาและหญิงสาวที่ตนได้คิดช่วยเหลือด้วยความเป็นห่วงเป็นใย...

...จึงสบโอกาสให้หนุ่มชอบรีดไถได้แอบสะกดรอยตามสัญญาณGPS.ทีตนได้แอบติดไว้ที่ตัวรถของชายหนุ่ม..สุดท้ายจึงได้รู้ว่าหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายนั้นพักพิงอยู่ที่ตำแหน่งใด..

 

..วันหนึ่ง ที่บ้านแม่มณีก็มีชายแปลกหน้ามาก่อเหตุปล้นและได้ของมีค่าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น..

 “หนูอยากจะขออนุญาตรับพ่อมาอยู่ด้วยได้ไหมค่ะ...อย่างน้อยในบ้านแม่มณีจะได้มีผู้ชายสักคนในบ้านไว้ช่วยดูแลเรื่องสวนกับต้นไม้”

“แม่ก็ว่าดีนะ..เพราะช่วงหลังมานี้เราต้องออกไปพบเจอผู้คนบ่อยๆ เรื่องหางานในวงการต่อไปคงจะปล่อยแม่บ้านอยู่ลำพังคนเดียวคงไม่น่าจะปลอดภัยอีกแล้ว”

..หลังจากที่ได้ปรึกษากันดีแล้วทุกฝ่ายจึงเห็นดีเห็นงามที่จะนำเอาพ่อของแตนมาอยู่ช่วยงานด้วยอีกคนในฐานะคนช่วยดูแลเรื่องสวนและต้นไม้ภายในบ้าน..ด้วยความเห็นดีเห็นงามของผู้เป็นมารดาที่เห็นถึงความปลอดภัยของครอบครัวยามเมื่อลูกชายของเธอต้องอยู่ไกลบ้าน

 

 “ไม่นานโจรมันคงจะต้องย้อนกลับมาอีกแน่..ต้องหาวิธีรับมือและที่ห้องนอนของคุณแม่มีปืน..นะ ถ้าฉุกเฉินอาจจะต้องใช้มัน” ชายหนุ่มแนะนำวิธีรับมือกับโจรให้กับแตนโดยได้หาเวลาเพื่อพาแตนไปสนามยิงปืนเรียนรู้วิธีใช้ปืนเพื่อป้องกันตัวในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่บิดาของแตนก็ดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีกับเจ้าของบ้านเนื่องจากทั้งคู่ต่างตกพุ่มหม้ายเหมือนกันจึงพอจะเข้าใจความต้องการในใจของอีกฝ่ายได้โดยง่าย

“ขาดเหลืออะไรก็บอกกล่าวกันนะคะคุณพี่” ยายมณีพูดเหมือนให้ความเป็นกันเองกับผู้ที่มาอยู่ใหม่เพื่อจะได้ไม่ต้องกดดันในการวางตัว

“ขอบพระคุณมากครับคุณนาย” บิดาของหญิงสาวกล่าวอย่างสำนึกในบุญคุณ

“ไม่ต้องเรียกคุณนายหรอกค่ะ เรียก “ณี” เฉยๆ ก็ได้เพราะต่อไปเราก็ต้องอาศัยพึ่งพากันไปตลอดนะค่ะ” แม่ของครูหนุ่มรู้สึกอุ่นใจแบบประหลาดเมื่อได้พูดคุยอยู่กับพ่อของหญิงสาวที่ดูผิดไปจากที่เคยได้จินตนาการไว้ถึงลักษณะของชาวนาตัวเหี่ยวดำกร้านซึ่งความจริงตรงข้ามกันทั้งหมดเพราะพ่อของแตนยังดูดีแถมมีใบหน้าคมคายคล้ายลูกสาวและเนื้อตัวก็ยังกำยำไม่ได้หี่ยวย่นเหมือนที่คิดไว้..คงจะเป็นเพราะเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานหนักและต้องใช้แรงงานตลอดเวลาเพื่อเลี้ยงลูกๆ มานานหลายปีโดยลำพังเช่นเดียวกับเธอ

 

..นานๆ ครั้งที่ครูหนุ่มจะได้มีวันหยุดต่อเนื่องหลายๆ วันจึงได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวตนแองที่กรุงเทพฯ สักครั้งและหลังจากใช้ช่วงเวลาในวันหยุดจนครบ..ชายหนุ่มก็รีบกลับไปยังที่ทำงานและครั้งนี้ก็กลับได้พบกับบางคนที่กำลังรออยู่...

…แขกผู้ไม่ได้รับเชิญส่งสิ่งของบางสิ่งคืนให้กับชายหนุ่ม ซึ่งมันดูคุ้นตาอย่างมาก..เพราะนั่นก็คือก้อนหินกลึงที่กลิ้งอยู่บริเวณน้ำตกจำลองของที่บ้านมารดาของครูหนุ่มนั่นเอง..

“อย่านึกว่าไม่รู้นะว่ากำลังทำอะไรถ้าอยากให้ทุกคนในบ้านหลังนั้นปลอดภัย..ก็ช่วยหาเงินมาช่วยปลดหนี้สักห้าหมื่นแล้วจะเลิกยุ่งเกี่ยวทันที” ชายในเครื่องแบบอดีตแฟนของหญิงสาวจอมรีดไถยื่นข้อเสนอไปที่ครูหนุ่ม..

“แล้วจะเชื่อได้อย่างไร..ว่าจะเลิกมาวุ่นวายกันจริงๆ”

“ก็ไม่ได้บังคับว่าให้ต้องเชื่อ..แต่ถ้าสามวันนี้ยังไม่ได้เงิน ก็เตรียมรอฟังข่าวร้ายได้เลย”

..ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะยอมรับปากเพื่อจบปัญหาความไม่สบายใจต่างๆ ด้วยเงินจำนวนที่ถูกร้องขอมา..

“งั้นเดี๋ยวจะโอนให้ภายในสามวัน”

“ไม่รับโอน ..แต่ขอเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น..สถานที่ขอนัดเอง อีกที..ขอบคุณล่วงหน้านะครับครู ฮ่า..ฮ่า”

..หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น..ชายหนุ่มก็มักจะถูกรีดไถทีละเล็กละน้อยตลอดมาด้วยข้ออ้างแบบเดิมๆ...จนกระทั่งครูหนุ่มเกิดความเครียดและหันไปหาเครื่องดื่มมึนเมาบ้างในบางครั้งด้วยความเมาจนแทบไม่ได้สติจึงมีบ้างครั้งที่ถูกลอบทำร้ายจากบุคคลลึกลับ..

“ครูเชาว์..ค่ะ พักนี้ครูเป็นอะไรไปค่ะ..ดูทั้งเครียดและดูโทรมไปมากเลย”..ครูสาวเพื่อนร่วมงานเริ่มเป็นห่วงถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ค่อยจะสู้ดีที่กำลังเกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานโดยหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหา..

..ชายหนุ่มจึงได้เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนครูฟังอย่างหมดสิ้น..

“อ๋อ..เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง” ครูสาวพึมพำหลังได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

“เราไปแจ้งความดีไหม”

“เขาถือกฏหมายอยู่และเราเองยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่จะไปเอาผิดกับเขา”

“ต้องรอ..จนกว่าคนเลวคนนั้นพลาดเอง”

“คุณครูก็ต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อจัดการคนเลวที่แฝงตัวอยู่ในสังคมจำพวกนั้นนะค่ะ”

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ..แต่อย่างน้อยได้เล่าความในใจออกมาก็ทำให้ผมได้สบายใจขึ้นเยอะมากทีเดียว”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ พวกเราจะอยู่เคียงข้างคุณครูนะคะ”

 

กรุงเทพมหานคร..

..เนื่องจากเจ้าของบ้านผู้เป็นหญิงหม้ายเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อคนที่มาช่วยงานซึ่งเป็นพ่อหม้ายฉายเดี่ยวของสาวแตนเป็นพิเศษขึ้นทุกวันๆ ส่งผลทำให้เจ้าของบ้านเริ่มดูดีมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ..

“รู้สึกว่าคุณแม่ยิ่งนับวันยิ่งเอ็นดูน้องแตมากขึ้น..ๆ นะคะ”

“ไม่มีอะไร..อาจเป็นเพราะตั้งแต่ได้พ่อของน้องเขามาช่วยดูแลสวนต้นไม้ก็ออกดอกใบงดงามทั่วบ้านแม่ก็เลยรู้สึกสบายใจและเบาใจไปได้เยอะขึ้นเท่านั้น เออ..ว่าแต่ตอนนี้แม่กำลังคิดจะผลักดันให้แตนได้มีโอกาสก้าวหน้า..ตามความสามารถที่เขาพอจะมีติดตัวมาหนูณัฐชาคิดเห็นว่าอย่างไร”

“แหม..คุณแม่ไม่เห็นคิดผลักดันหนูบ้างเลย นับว่าเป็นโชคดีของน้องแตนนะคะ”

“โถ...หนูน่ะมีทุกอย่างพร้อมสรรพแล้วอย่าไปดิ้นรนให้ลำบากเลยลูก บอกตรงๆ หนูคงรับมือไม่ไหวกับปัญหาสารพัดในวงการนี้ทั้งจากคนชอบและคนที่ไม่ชอบเราที่จะทยอยปั้นหน้ามาลอบหาผลประโยชน์แบบต่อเนื่องจนเราแทบหาความสุขของตัวเองไม่เจอ”

“หนูทราบแล้วค่ะคุณแม่..หนูแค่หยอกคุณแม่เล่นเท่านั้นเอง”

“จ้า..แม่ก็รู้”

...และจากความปลื้มของยายมณีที่มีต่อสาวแตนและบิดา กลับส่งผลให้หญิงสาวผู้มาขออาศัยต้องเดือดร้อนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว..เนื่องจากความหึงหวงว่าครูหนุ่มของเธออาจจะคิดปันใจให้สาวใช้ที่กำลังอาจคิดวางแผนแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้ปลุกปั้นมาไปทั้งหมดเธอก็เป็นได้..หญิงสาวว่าที่สะใภ้จึงจำต้องพยายามทำอะไรสักอย่างโดยไม่มีอะไรให้ต้องเสียดาย..

“ฉันเริ่มไม่ไว้ใจคนใช้ที่แม่แฟนรับมาอุปการะไว้..รู้สึกเหมือนจะพยายามครอบงำครอบครัวแฟนฉันอยู่” แฟนสาวของครูหนุ่มเริ่มเล่าความในใจให้กลุ่มเพื่อนสนิทได้ฟัง

“ถึงขั้นเอาพ่อตัวเองมาอยู่ด้วย..ก็คงจะไม่ธรรมดาแล้วล่ะ”

“แกไม่คิดว่าโจรที่มาจี้แม่บ้านจะเป็นทีมเดียวกันเหรอ”

“ต้องบอกให้แม่ยายแกให้ระวังตัวให้ดีนะ..กลิ่นทะแม่งๆ โชยมาแระ..”

“ได้ยินมาว่า..ว่าที่แม่ยายแกเคยอยู่วงการบันเทิงมาก่อนช่ะม่ะ สงสัยพวกเราคงต้องพากันไปเยี่ยมเยียนฝากผลงานไว้สักหน่อยแล้วล่ะ”

.....และแล้วว่าที่สะใภ้สาวก็พาเพื่อนๆ ไปทักทายด้วยมื้ออาหารเย็นร่วมกัน..

 

ขณะมื้ออาหารเย็น..

“อ๋อ..เนี่ยเหรอคนใช้มาใหม่ หน้าตาก็ดีไม่น่าจะมาเป็นแค่คนรับใช้ที่นี่” เพื่อนตัวแสบของว่าที่สะใภ้เริ่มออกลาย

..กระแทก.!!.หญิงสาวที่กำลังตั้งใจจะเสริฟน้ำเย็นหุบยิ้มและวางแก้วน้ำลงอย่างไม่สุภาพเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจในคำพูดของแขกผู้มาเยือนที่พยายามด้อยค่าของเธอ

“ว้าย..ตายล่ะ..อะไรกันคร้า นี่น้องรีบมาเลยนะคะ มาเอาค่ารถแล้วกลับไปใช้ภาษาแบบวัวๆ ควายๆ แบบนี้ที่บ้านตัวเองเถอะนะคะ อย่ามาทำแบบนี้กับพวกพี่ๆ ให้บ้านนี้เขาด่างพร้อยไปด้วย” เพื่อนตัวแสบได้ทีรีบเปิดศึกแบบไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน

“ขอโทษสักคำ..ก็ไม่มี เชอะ.!!.ต่ำ” เพื่อนตัวแสบยังไม่หยุดเหวี่ยง

“พอๆ ได้แล้ว..แค่วางแก้วน้ำดังแค่นี้ ไม่เห็นต้องว่ากันขนาดนี้เลย..นี่พากันไปอารมณ์เสียอะไรกันมาจากไหนหรือเปล่า!!?!” แม่ถามขณะตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

“อ๋อ..ใช่ๆ ใช่ค่ะ..คุณแม่  เมื่อกลางวันนี้พวกเรามีปัญหาเรื่องงานที่ทำงานน่ะค่ะ..แม่” ว่าที่สะใภ้รีบเด้งรับในทางออกที่ถูกโปรยมาทันที

“หนูต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ” 

“แม่ก็ว่าอย่างนั้นล่ะ..คราวก่อนก็เห็นสนุกสนานกัน ไม่เห็นจะขี้หงุดหงิดกันแบบนี้เลย..ต้องรู้จักแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวบ้าง..น่ะลูก”

“หนู..ขอโทษ ค่ะ”

 

...หญิงสาวผู้มาอาศัย..เดินเข้าไปหลบน้ำตาซึมอยู่ในห้องของเธอ ขณะนึกถึงความอับโชคของตัวเองที่ไม่เคยได้รับโอกาสเหมาะสม..ทั้งๆ ที่ตนเองนั้นเต็มไปด้วยศักยภาพที่จะแสดงให้คนทั่วไปได้รับรู้และยอมรับได้ไม่ยากถึงการมีตัวตนของเธอ..

“อย่าคิดมากนะแตน...สักวันแกคงจะต้องได้ดีในแนวทางของตัวเอง จงเอาความแค้นมาเป็นพลังสู่ความสำเร็จนะแตน” แม่บ้านพูดปลอบใจหลังได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับหญิงสาว

“ขอบคุณมากค่ะป้า...ถ้าป้าเป็นแม่หนูก็น่าจะดีกว่านี้ ” หญิงสาวเอนตัวเข้าซบกับอ้อมอกของเพื่อนร่วมงานที่สูงอายุกว่าอย่างนอบน้อม

“ไม่เป็นไร..ถึงแม้ป้าจะมีครอบครัวของป้า..แต่ถ้าแตนมีปัญหาอะไรก็มาปรึกษากับป้าก็ได้เสมอป้าก็คิดว่าแตนก็เหมือนลูกคนนึงเหมือนกัน” หญิงสูงอายุพูดปลอบใจพลางตบไหล่หญิงสาวเบาๆ..

“ขอบคุณมากค่ะป้า” หญิงสาวกอดแม่บ้านอย่างไว้วางใจและให้ความเคารพ

 

วันรุ่งขึ้น..

“แตน..มีงานตัวประกอบบทเล็กๆ น้อยๆ ติดต่อมา แม่มณีคิดว่า..เราควรจะไปทดลองดูนะเผื่อจะมีใครเห็นแววดังของแตนบ้างนะ”

“ได้ค่ะ..หนูจะพยายามอย่างเต็มที่ คุณแม่ช่วยแนะนำให้หนูด้วยนะคะ”

....หลังจากนั้นหญิงสาวก็พยายามรับงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อฝึกฝนตนเองอย่างหนักอยู่เสมอโดยหวังว่าสักวันจะเป็นจะเป็นวันที่ทุกคนจะยอมรับในความสามารถของเธอและนำมาซึ่งรายได้ให้กับตนและคนที่เธอรักได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น...และอีกเป้าหมายที่ยังคงฝังใจนั้นก็คือเธอจะต้องทำให้คนที่เคยหลอกลวงและด้อยค่าตัวเธอให้ต้องสำนึกผิดและเสียดายในความคิดที่ผิดพลาดนั้นโดยการต้องกลับมาคุกเข่าเพื่อขอความเมตตาจากเธอ..

 

..กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบปี..

“แม่มณีได้แจ้งเพื่อนไปว่าแตนเคยเป็นแด๊นซ์เซอร์ ..ตอนนี้เพื่อนแม่ทำค่ายเพลงสนใจจะไปทดสอบดูไหมล่ะ” เจ้าของบ้านผู้บังเอิญได้พบเพื่อนเก่าเจ้าของค่ายเพลงโดยบังเอิญในงานเลี้ยงสังสรรค์..ซึ่งเธอเองก็ไม่ลืมที่จะพูดเกี่ยวกับหญิงสาวผู้มาขออาศัยว่ามีพรสวรรค์ด้านการร้อง เต้นและแสดงละคร

“แนวถนัดของหนูเลยค่ะ..ถ้าอีกหน่อยหนูโด่งดัง..หนูจะไม่มีวันลืมแม่มณีเลยค่ะ”

“ขอให้พูดจริงเถอะ..กลัวพอดังก็อ้างไม่มีเวลาจะมาหาแม่..มณีคนนี้ล่ะสิ”

...ด้วยความทุ่มเทและความหลังที่ฝังใจผสมกับความทะเยอทะยานของหญิงสาว..จึงทำให้หญิงสาวเกิดแรงผลักดันอย่างแรงกล้าเพื่อให้ได้มีโอกาสออกผลงานอัลบั้มแนวเพลงสนุกสนานอย่างที่เธอถนัดร่วมกับนักร้องหน้าใหม่คนอื่นๆ ของทางค่ายเพลงเผยแพร่ออกสู่ท้องตลาดและได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วไปแทบจะในทันที..

 

“นี่แก!!..อีแตน อดีตแด๊นซ์เซอร์เด็กของวงเราตอนนื้มันได้ออกอัลบั้มเพลงแล้วนะ..ว้อย รู้กันบ้างยัง..!?”

“กูเห็นแล้ว!!..มันหายเงียบไปนาน จู่ๆ ก็โผล่มาก็ได้ออกทีวีเลย”

“เพลงมันก็ดี..ด้วย ดนตรีล้ำสมัยอาจจะมีสิทธิ์ดังติดลมบนได้ง่ายๆ เลยนะเมิง”

“เราจะเสนอหน้าไปช่วยมันออกแบบท่าเต้นดีไหมว่ะ”

“ทุกตำแหน่ง..กรู สามารถทำให้อีแตนได้หมดขอแค่ให้มันเรียกเราไปช่วยเหอะ”

...และแล้วสองเกลอก็พากันมาตะลอนหญิงสาวศิลปินหน้าใหม่กันด้วยความหวังที่จะได้ช่วยงานหวังสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าจะจมปรักอยู่กับวงดนตรีเดิมๆ ที่ผ่านมาหลายปีก็เหมือนจะไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น

“อีแตน!!...มึงดูมีราศีสวยฉ่ำขึ้นมากๆ” ทั้งหมดโผเข้ากอดกันอย่างดีใจหลังจากใช้เวลานั่งรอที่บริษัทเพลงอยู่นาน..โดยต่างแลกประสบการณ์การเดินทางของชีวิตในช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกันหลายปีอย่างคนสนิทที่เคยผ่านร้อนหนาวมาด้วยกัน..ซึ่งสุดท้ายทั้งหมดก็ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งอย่างเข้าขากันได้อย่างดี...

...ด้วยผลงานที่ถูกนำเสนอได้เหมาะสมกับช่วงเวลา จึงทำให้หญิงสาวกลายเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง..จนแทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองบนข้อเสนอดีๆ มากมายจากคนแปลกหน้าหลายระดับที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากหญิงสาวยังเข็ดหลาบอยู่กับรักครั้งแรกที่ล้มเหลวและมักจะโดนเอารัดเอาเปรียบตลอดเวลาเธอจึงต้องรับงานผ่านทางผู้จัดการของทางบริษัทเท่านั้น..

            

...ที่ทำงานของว่าที่สะใภ้ของยาย..มณี

“ แก..เอ้ย!!อีแตน..ตอนนี้มันดังเป็นพลุแตกขนาดนี้จะจิ้มเลือกเอาสักคนก็คงจะได้ตามใจ.. มันคงไม่มาแย่งครูหนุ่มของแกแล้วล่ะมั้ง”

“ฉันขอให้แกรีบไปประจบทำดีกับอีแตน..ถ้าแกยังต้องการโอกาสนะ เผื่อแกจะได้พึ่งพาใบบุญของอีแตนมันดังได้อีกคน”

“โถ..มาก่อนเขาแท้ๆ..แต่กลับไม่ได้รับโอกาสใดๆ เฮ้อ!!..”

..เงียบ..

ขณะที่หญิงสาวว่าทีภรรยาของครูหนุ่มกำลังขับรถออกจากที่ทำงานเพื่อจะกลับที่พักซึ่งจำเป็นต้องผ่านทางเปลี่ยวเส้นทางเดิมอยู่เป็นประจำ ก็เกิดปรากฏมีชายหนุ่มในเครื่องแบบเดินออกมาขวางเส้นทางไว้

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง” เสียงเจ้าหน้าที่หนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวเต็มยศทักทายขึ้น

“สวัสดีค่ะ ” หญิงสาวลดกระจกรถลงเพื่อสอบถาม

“ผมแค่แวะมาแจ้งข่าวของคุณครูเชาว์..คือเราเป็นเพื่อนกันน่ะครับ”

“เกิดอะไรขึ้นกับครูเชาว์ค่ะ”

“ตอนนี้ครูเชาว์กลับมากรุงเทพฯ และเรากำลังมีงานสังสรรค์ร่วมกันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่..ครูเชาว์สั่งให้ผมช่วยมารอรับคุณผู้หญิงไปร่วมงานเลี้ยงนั้นด้วยกัน คือ..ครูเชาว์อยากจะเซอร์ไพร๊ซเพื่อนๆ ด้วยการเปิดตัวแฟนของเขาอย่างเป็นทางการกับเพื่อนๆ น่ะครับ”

“ครูเชาว์ไม่ว่างมาเองหรือค่ะ”

“คือ..ครูเชาว์เป็นเจ้าของงานเลยต้องอยู่คอยต้อนรับแขกที่จะมาร่วมในงานน่ะครับ”

            “นี่คือบัตรของผม..ขอรับ” ชายหนุ่มยื่นบัตรแสดงตนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้กับหญิงสาวได้ดูขณะเปิดประตูรถด้านคนขับออกเหมือนจะอาสาเป็นผู้ขับขี่ไปยังงานเลี้ยงสังสรรค์ที่กล่าวอ้างนั้นด้วยตัวของเขาเอง

            ..หญิงสาวค่อยๆ ลุกจากที่นั่งคนขับแล้วเดินไปอีกด้านหนึ่งของบริเวณที่นั่งด้านข้างคนขับอย่างยังงุนงงในเหตุการณ์..จนกระทั่งรถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปจากที่เดิม

            ..ชายหนุ่มเริ่มหันหน้ามามองหญิงสาวอยู่บ่อยครั้งจนทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายตัว ชายหนุ่มจึงชวนคุยเรื่องสัพเพเหระไปเหมือนจะหาจุดอ่อนของหญิงสาวผู้ยังไม่ทันรู้ทันในแผนการณ์อันเลวร้ายของตน..

            “อ้อ..ครูเชาว์ฝากน้ำส้มมาให้คุณผู้หญิงดื่มรองท้องเพื่อแก้กระหายขณะเดินทางไปร่วมงานเผื่ออาจจะหิวระหว่างเดินทาง”

            ..หญิงสาวรับน้ำส้มไปดื่มอย่างให้เกียรติผู้ส่งเครื่องดื่มนั้นมาให้ทันที..จากนั้นชายหนุ่มในเครื่องแบบก็เริ่มคุยเรื่องสัพเพเหระตลอดทาง..

            “ถ้าคุณผู้หญิงง่วงก็..งีบหลับไปก่อนก็ได้นะครับ พอถึงแล้วผมจะปลุกให้ทราบอีกที”

            ...และแล้วไม่นานหญิงสาวก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย..

            “นี่คุณ..ๆๆๆ” ชายหนุ่มผู้ชั่วร้ายยิ้มมุมปากขณะลองทดสอบสติโดยการเขย่าตัวของหญิงสาวซึ่งตอนนี้เริ่มจะไม่มีการตอบสนองใดๆ เนื่องจากฤทธิ์ยานอนหลับที่ผสมไว้ในน้ำส้มคั้นเริ่มทำงาน

            “ยาแรงขนาดนี้..ค่ำนี้คงจะสนุกแน่นอน ฮ่า..ๆๆ” ชายผู้ชั่วร้ายรีบหักเลี้ยวรถเข้าไปยังโรงแรมม่านรูดข้างทางในทันที..

             “คุณจะทำอะไรของคุณ..” หญิงสาวงัวเงียขณะชายในเครื่องแบบกำลังอุ้มร่างของเธอเข้าไปยังห้องพักของโรงแรมม่านรูดริมทางนั้น

 “คุณไม่สงสัยหรือว่าทำไมครูเชาว์ยังไม่ยอมแต่งงานกับคุณสักที” ชายหนุ่มเริ่มปั่นหัวหญิงสาวขณะกำลังพัลวันซอกไซร้ไปตามเรือนร่างของหญิงสาวที่ค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกไปทีละน้อยๆ

“เพราะเขาคงไม่ได้รักคุณเหมือนคุณรักเขาไง..” ชายหนุ่มเริ่มหันหน้ามาใกล้กัหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย พร้อมก้มไปประกบจูบอย่างไม่มีการทะนุถนอมแต่อย่างใดเหมือนกำลังควบคุมความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจไว้ไม่อยู่อีกต่อไป

“อย่ามาแตะต้องตัวของฉันนะ..ออกไปๆ..” หญิงสาวพยายามยกมือขึ้นปกป้องตัวเองอย่างไร้หนทางสู้เนื่องจากกำลังอ่อนแรง

“ทำไม..ผมเสียหายตรงไหน รูปก็หล่อ ดูดี มีอาชีพมั่นคงไม่แพ้กับครูเชาว์สักหน่อย” ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นกระชากแขนของหญิงสาวให้กางออกและเริ่มลวนลามเธออย่างเหมือนสัตว์ร้าย

“ช่วยด้วยคร้าๆๆ..” เสียงร้องอันอ่อนแรงของหญิงสาวยิ่งเป็นการกระตุ้นเร้าให้ชายชั่วร้ายถาโถมเข้าหาผลประโยชน์จากตัวของเธอมากขึ้นตามไปด้วย

 “ผมก็แค่อยากจะรู้จักคุณให้มากขึ้นเท่านั้นเองและคิดว่าคุณเองก็คงอยากจะรู้จักผมให้มากว่านี้เหมือนกัน..ใช่ม่ะ” และแล้วชายหนุ่มก็เริ่มที่จะใช้กำลังเพื่อลวนลามหญิงสาวอย่างต่อเนื่องและหื่นกระหาย

...หลังจากนั้น หญิงสาวก็ตื่นขึ้นมาที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าสอย่างทุลักทุเลและสะบักสะบอม..

 “ก็แค่นี้ล่ะ...” ชายหนุ่มอัดพ่นบุหรี่ขณะนั่งมองไปยังหญิงสาวที่กำลังพยายามปกปิดร่างกายของเธอด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว

“ที่จริงคุณนี่ก็สะแด่วแห้วไม่ใช่ย่อยนะ..สงสัยจะร้างเวทีมานาน หึๆ..” 

“ถ้าคุณจะเปลี่ยนใจหันมาคบหากับผมแทนคุณครูผู้บ้างาน..ผมก็พร้อมเปิดโอกาสให้คุณเสมอนะคุณผู้หญิง”

“ฉันอยากจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ..ฉันไม่อยากให้มันจะเป็นเรื่องใหญ่”

“ผมหวังว่าคุณคงไม่โง่พอจะไปแจ้งความหรอกนะ เพราะผมบังเอิญแอบถ่ายคลิปวีดีโอที่มีภาพของคุณนายกำลังขึ้นไปคร่อมขย่มบนตัวของผมอยู่อย่างออกรสออกชาดนั่นน่ะ.หมายถึงการยินยอมของทั้งสองฝ่ายชัดเจน” ชายหนุ่มหันหน้ามือถือมาให้หญิงสาวดูภาพตัวเองกำลังระเริงรักอยู่กับชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเร้าใจ

“พอได้แล้ว..”

“ผมแนะนำให้คุณทำตัวสบายๆ ไว้ใจผมแล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี” ชายหนุ่มพูดขณะจะพยายามเข้าไปใกล้เพื่อล่วงเกินหญิงสาวอีกครั้ง

 

“.. คุณครูเชาว์น่ะค้างเงินผมมาตั้งนานแล้วไม่ยอมจ่ายคืนผมสักทีและบังเอิญตอนนี้ผมมีเหตุด่วนที่ต้องการใช้จ่ายเงินนั่น ก็เลยอยากจะมารบกวนจากคุณผู้หญิงก่อนจะได้ไหมครับ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะเรายังไม่ได้แต่งงานกันเสียด้วยซ้ำ”

“ก็คุณนายคือว่าที่ภรรยาของครูเชาว์อีกหน่อยก็คงต้องใช้เงินกระเป๋าเดียวกันแล้ว..ก็คงต้องฝึกรับผิดชอบสามีในอนาคตบ้างนะครับ” ชายหนุ่มพูดขณะยื่นมือเข้าไปหมายจะจับหน้าขาของหญิงสาว

“นี่อย่ามาวุ่นวายกับฉันอีกนะ..” หญิงสาวพยายามจะปัดป้องตัวเอง

 “อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ จะดีกว่า..ชีวิตของคุณยังมีค่ากรุณาอย่าเสี่ยง แค่ทำตามที่ผมแนะนำก็พอ” ชายหนุ่มลุกเดินกลับไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้งอย่างอารมณ์ดีเหมือนเขาจะควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้ทั้งหมดแล้ว

 “ฉันจะหาวิธีชดใช้ให้ แต่ปล่อยฉันไปเถอะนะ..ฉันขอร้องล่ะ”

“ผมขอแค่คุยด้วยอีกแป๊บเดียว ก็จะปล่อยให้กลับบ้านอย่างปลอดภัยคุณไม่ต้องห่วง”

“ผมต้องการแค่2 บาททองคำ..ที่ข้อมือของคุณเพื่อเป็นค่าลบล้างคลิปภาพนี้ ไม่เช่นนั้นภาพหน้าคุณนี้จะออกไปว่อนทั่วโซเชียลแน่นอน”

..หญิงสาวรีบถอดเครื่องประดับนั้นโยนให้ ขณะรับโทรศัพท์เครื่องนั้นมาเพื่อลบภาพบันทึกของตัวเองทั้งหมดที่มีนั้นทันที...

“ขอบคุณที่ใช้บริการครับคุณผู้หญิง” ..และแล้วชายหนุ่มแปลกหน้านั้นก็รีบแต่งกายและหายออกจากห้องนั้นไปในแทบจะทันที

 

 

ที่บ้านยายมณี..

...และแล้ว ข่าวคราวถึงอาการเจ็บป่วยของลูกชายยายมณี..ก็ทำให้ทุกคนเป็นห่วงจึงได้พากันขึ้นไปเยี่ยมยังที่ทำงานของชายหนุ่ม โดยทุกคนต้องตกใจเมื่อได้เห็นภาพร่างกายอันทรุดโทรมของชายหนุ่มกำลังนอนป่วยแบบต้องหยอดน้ำข้าวต้มกันบนที่นอน..

“ตายแล้วลูกแม่..เกิดอะไรขึ้น”

“แค่โดนลูกหลงจากกลุ่มวัยรุ่นตีกันครับแม่..ไม่ต้องเป็นห่วง” ครูหนุ่มรีบสร้างเรื่องราวเพื่อให้มารดาได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร ..แต่แท้ที่จริงแล้วครูหนุ่มถูกชายในเครื่องแบบรีดไถอย่างหนักจนต้องไปหากู้หนี้ยืมสินเพื่อแลกกับอิสระในชีวิตของตนและคนทางบ้านให้ได้อยู่รอดปลอดภัยมาตลอดช่วงเวลาที่เกิดเรื่อง  ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเพื่อนสนิทของครูก็ได้รับรู้เสมอมาเพียงแต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าใครคือตัวการเบื้องหลังการรีดไถนั้น..เนื่องจากครูหนุ่มยังไม่ยอมปริปากบอกใครถึงตัวการหลักเนื่องจากยังขาดหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ

“ที่นี่มันอาจไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยสำหรับลูก..ทำเรื่องย้ายกลับได้ไหม”

 “ผมได้ทำเรื่องย้ายที่ทำงานกลับไปยังกรุงเทพฯ ไปนานแล้ว..แค่รอผู้ใหญ่อนุมัติเท่านั้น คาดว่าคงจะใช้เวลาอีกไม่นานครับ ”

 

ที่ครอบครัวของชายในเครื่องแบบ

 “เมื่อขอกันดีๆ ไม่ยอมให้ก็คงต้องสั่งสอนกันหน่อย..ผลออกมาแบบนี้ก็ดีทำให้คนอื่นๆ พลอยพูดกันได้ง่ายขึ้นด้วย พวกเล่นกับไฟมันต้องได้รับบทเรียน” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นขณะกำลังทำความสะอาดอาวุธคู่กายอยู่อย่างหลงใหล

 

..และเมื่อหญิงสาวเจ้าของกรณีที่ชื่อแตนได้รับทราบถึงการที่ทางครอบครัวผู้อุปการะตนต้องพบเจอกับปัญหาสาหัสมากมายที่ประดังเข้ามาแบบต่อเนื่องจึงรู้สึกได้ถึงความผิดของเธอ จึงหวังจะช่วยคลี่คลายปัญหาเหล่านั้นของครอบครัวผู้มีพระคุณนี้..ด้วยตัวของเธอเอง

“ฮัลโหล.....ใคร!!?!”

“แตน”

“เปลี่ยนเบอร์แล้วหรือที่รัก!?!”

“ใช่..เบอร์นี้ใช้ติดต่อเพื่อรับงาน(นี้)โดยเฉพาะ บังเอิญพักนี้ทำงานได้เงินมามากแต่ก็เครียดมากด้วย..เลยอยากเจอหน่อยแต่ห้ามไปบอกใครเพราะแตนไม่อยากเป็นข่าว เดี๋ยวจะไม่มีคนจ้างแล้วจะพากันอดตายทั้งหมด”

“จร้า..ๆ สำนึกได้แล้วใช่ไหม..ก็ฉันบอกแล้วไม่มีใครมาทดแทนฉันได้หรอก ฮ่าๆ..”

“หากเจอกันคราวนี้ฉันมีบางอย่างจะเซอร์ไพร้ซ์เธอด้วย”

“เงินโบนัส..ใช่ไหม”

“ก็คงประมาณนั้น”

“งั้นพบกันที่ไหนดีล่ะ”

“ฉันจะรอที่บ้านของพ่อฉัน..ย้ำว่า อย่าบอกใคร..เพราะไม่อยากเป็นข่าว”

“โอเคร..พี่จะรีบไปนะ”

...และแล้ว ด้วยเวลาไม่นานทั้งคู่ก็ได้พบเจอกันอีกครั้งในรอบหลายปีด้วยสายตาที่เหมือนจะไม่ไว้วางใจ..และไม่คุ้นเคยเหมือนก่อนอีกแล้ว

“แตน..ดูสวยขึ้นแบบผิดหูผิดตาจนแทบจะเป็นคนละคนกับเมื่อก่อนนี้เลย”

“ขอบคุณที่ชม”

“แล้วนี่..อะไร!!?!นี่เธอดูหนังโป๊มากไปหรือเปล่า” ชายหนุ่มแปลกใจที่เห็นมุมเตียงทั้งสี่มีเครื่องพันธนาการสำหรับกิจกรรมทางเพศอย่างที่เคยเห็นในแผ่นหนังของผู้ใหญ่ในแผ่นซีดี

“ตามใจฉันหน่อยนะ..เห็นไหมว่าฉันเตรียมของสมนาคุณอะไรไว้ให้เธอบ้าง” หญิงสาวค่อยๆ เปิดกระเป๋าออกจนเห็นด้านในบรรจุเป็นธนบัตรอยู่เต็มกระเป๋าแถมยังมีตลับแดงๆ ที่ใช้ใส่เครื่องประดับทองอยู่ด้านในอยู่หลายตลับ

“แล้วจะรออะไรล่ะ..ที่รัก” 

“เพื่อความกระชุ่มกระชวยของเรา” ทั้งคู่ร่วมกันชนแก้วฉลองด้วยเครื่องดื่มที่ทั้งคู่ชื่นชอบภายใต้บรรยากาศอันเย้ายวนใจสำหรับคนทั้งคู่..

ชายหนุ่มกระดกเบียร์ที่เย็นชื่นใจนั้นจนหมดแก้วภายในครั้งเดียวด้วยหัวใจพองโตกับเงินรางวัลก้อนโตจากผู้หญิงโง่ที่หาเงินเก่งที่กำลังจะหลงกลมอบให้ด้วยความเสน่หา..และเริ่มล่องลอยไปกับความคิดที่จะบริหารเงินจำนวนนั้นอย่างไรให้มีความสุขที่สุดกับหญิงคนใหม่

 ขณะที่ชายโฉดกำลังค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนตามคำขอของหญิงสาวผู้ถูกหลอกใช้มาเสมอขอร้อง .และปล่อยให้หญิงสาวเริ่มพันธนาการตนเองขึงติดอยู่บนที่นอนกับร่างกายอันเปลือยเปล่าจนไม่สามารถจะควบคุมสิ่งแวดล้อมอื่นรอบข้างได้เลย

“น่าตื่นเต้นดีจัง”

..และแล้วหญิงสาวก็ค่อยๆ เริ่มบรรเลงเพลงรักอันเร่าร้อนไปมาอยู่บนร่างของชายโฉดผู้นั้นได้อย่างตามใจของเธอ..จนทำให้ชายหนุ่มสะท้านเคลิบเคลิ้มดิ้นไปมาอยู่บนเตียงด้วยความเสียวซ่านอยู่นานพอสมควรและจากนั้นก็ค่อยๆ โดนความง่วงจากสารที่ผสมอยู่ในแก้วเครื่องดื่มของเขาเข้าครอบงำความรู้สึกให้ลดลงทีละน้อยๆ..ๆ

..และแล้วหญิงสาวก็เดินไปเปิดภาชนะอบไอน้ำเพื่อเอาผ้าเช็ดหน้าตั้งหนึ่งออกมา

“รูไหมว่า..ฉันก็ได้เตรียมผ้าเช็ดหน้าอุ่นๆ พวกนี้มาเพื่อเธอโดยเฉพาะ..และหวังว่าพวกมันจะได้ค่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ หึ..หึ” หญิงสาวค่อยๆ บรรจงวางซ้อนผ้าเช็ดหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำอุ่นไปบนหน้าของชายหนุ่มที่กำลังค่อยๆ เคลิ้มหลับไป..ที่ละผืนๆ..ๆ..ๆ

...จนสุดท้ายชายหนุ่มก็แน่นิ่งหยุดหายใจไปในที่สุด..

“จบกัน..สักที” หญิงสาวกล่าวทั้งอาการน้ำตาซึมเล็กน้อยขณะที่เดินไปนั่งจิบเบียร์และนั่งมองดูผลงานของตัวเองที่เพิ่งได้ตัดสินใจกระทำลงไปภายในห้องนอนของตัวเธอเอง

“ฮัลโหล..เธอทั้งสองคนอยู่ไหนแล้ว..ช่วยมาเก็บรายละเอียดให้ที”

“โอเคร..ๆ..ๆ จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้ล่ะ”

...และจากนั้นก็ไม่มีใครได้พบเห็นชายหนุ่มผู้ชอบรีดไถผู้นั้นอีกเลย..

 

กรุงเทพมหานคร..

..ส่วนทางด้านครูหนุ่มที่เพิ่งได้อนุมัติให้ย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ถูกเร่งรัดจากแฟนสาวให้รีบจัดงานแต่งทันทีหลังจากที่ทุกคนเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายๆ มา ก็เพื่อหวังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อจะได้ไม่เหลือเวลาเพื่อกลับไปวนเวียนคิดถึงเรื่องเลวร้ายในอดีตเหล่านั้นอีก โดยมี “แตน” ศิลปินสาวและเพื่อนกระเทยทั้งสองช่วยมาสร้างสีสรรและเป็นสักขีพยานในความรักของคนทั้งสอง โดยมีญาติผู้ใหญ่และแขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

“..ถ้ามันจะเป็นบุญ ฉันก็ขอเผื่อแผ่ความสุขนี้ให้กับทุกๆ คน แต่ถ้ามันจะเป็นบาป..ฉันจะขอรับมันไว้เพียงผู้เดียวโดยจะไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนจากการตัดสินใจของฉันไปด้วย...”

“ขอบใจมากนะเพื่อน” หญิงสาวหันไปกล่าวขอบคุณเพื่อนกระเทยอ้วนผอมผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและงานแวดวงบันเทิงของเธอเสมอมา

 

เพลง สุดท้ายเราต้องเป็นผู้ตัดสินใจ

 

เมื่อธรรมชาติเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้  แต่เราจะไม่ยอมเดียวดายโดยไม่ต่อสู้

เมื่อยามร้อนเราต้องหลบเข้าใต้ร่ม เมื่อยามมีฝนเราต้องปกป้องไม่ให้เนื้อตัวเปียกปอน

......เมื่อยามหนาวเราจะไม่ท้อถอยและตั้งใจสู้ก่อน.... 

......มิให้แพ้ต่อนกตัวน้อยที่ยังอยู่รอดได้แม้ไร้เครื่องนุ่งห่ม….

ไม่หลงไปตามกระแสที่เลื่อนลอยไร้จุดยืน       แต่จะฝืนมั่นคงในเป้าหมายที่ชัดเจน

ใครอย่างไรจะไม่สน             เพราะว่าทุกคนมีแนวทางของตัวเอง

ไม่เปรียบเทียบ..ไม่ท้อถอย..ไม่อวดเก่ง         ไม่ล้ำเส้นและไม่ให้ใครมาล่วงเกิน

หนึ่งชีวิตที่มีต้องลองสักตั้ง      อย่ายอมพังทลายโดยไม่สู้

ทางข้างหน้าเป็นอย่างไรต้องไปดู           เพื่อให้รู้กระจ่างในชาติเดียว

 

 

 

 

จบบริบูรณ์

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

ความคิดเห็น